Siam Renaissance
ผู้ผลิตสื่อสิ่งพิมพ์และกิจกรรมพิเศษ ด้านศิลปวัฒนธรรม ศิลปะ ของสะสม โดยเฉพาะช่วงรัชกาลที่ ๔ - ๕ https://g.page/siamrenaissancepublishing?gm
11/09/2026
- เห็นจะได้ความลำบากกับตัวเราไม่เหมือนคุณแพทำเปนแน่ -
------------
ในเอกสารชั้นต้น ช่วงต้นรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว มักกล่าวถึง “คุณแพ” บ้าง “ท้าวแพ” บ้าง ซึ่งในหลายกรณีนั้น มิได้หมายถึง เจ้าคุณพระประยูรวงศ์ (แพ บุนนาค) แต่หมายถึง ท้าวราชกิจวรพัฒน์ (แพ บุนนาค) ตำแหน่งเป็นผู้รับสั่ง สำหรับบอกขานราชการที่มีพระราชดำรัสสั่ง และทำการเบ็ดเตล็ดต่าง ๆ ในส่วนพระองค์ โดยเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับขุนนางผู้ใหญ่จากสกุลบุนนาค
ท้าวราชกิจวรพัฒน์ (แพ บุนนาค) เกิดเมื่อ พ.ศ. ๒๓๖๓ เป็นธิดาสมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาประยูรวงศ์ (ดิศ บุนนาค) กับหม่อมเกษ ถวายตัวทำราชการในพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้เป็นเจ้าจอมอยู่งานในรัชกาลนั้น และรับราชการอยู่ในพระบรมมหาราชวังเรื่อยมา จนได้เป็นท้าวนางข้างใน มีบรรดาศักดิ์ว่า “ท้าว” นำหน้าชื่อ ถึงรัชกาลพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว จึงรับพระราชทานบรรดาศักดิ์เป็นท้าวราชกิจวรพัฒน์ ศรีสวัสดิ์รศาหาร พนักงานกำกับเครื่องเสวย เมื่อ พ.ศ. ๒๔๑๕ และรับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์จุลจอมเกล้าฝ่ายใน ชั้นที่ ๓ ตติยจุลจอมเกล้า เมื่อ พ.ศ. ๒๔๓๖
ในเวลาที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จประพาสแปรพระราชฐานตามหัวเมืองต่าง ๆ ท้าวราชกิจวรพัฒน์ (แพ บุนนาค) ก็ตามเสด็จ ในหน้าที่ผู้ตั้งเครื่องเสวย
“...อนึ่งคุณแพนั้นถึงเปนผู้หญิงก็จริง แต่แขงแรงยิ่งกว่าผู้ชายอิก ไปถึงไหนๆ ก็เอาเข้าไปให้กินทันทุกแห่ง ไม่ขาดเลย ไปเรือก็ถือท้ายเอง ไปบกก็เดินจนสุดหาด ๒ เที่ยว ๓ เที่ยวด้วยกันไม่ถอยเลย เราได้คนทำครัวดังนี้เปนดีจริง ถ้าคนอื่นทำ เห็นจะได้ความลำบากกับตัวเราไม่เหมือนคุณแพทำเปนแน่ ถึงอยู่ในเรือก็นอนอยู่กับเตาไฟยังค่ำ แต่ทำมาอย่างนี้ ๕ ปี ๖ ปีมาแล้ว ไม่เห็นบ่นว่าเหนื่อยฤๅบิดเบือนเปนเกียจคร้าน คนทั้งปวงที่มาในเรือที่นั่งต้องรักคุณแพหมด จะกินเมื่อไรก็ได้เมื่อนั้นไม่รู้จักถือตัวเลย*...”
- พระราชนิพนธ์เสด็จระยะทางเสด็จประพาสจันทบุรี -
ปีชวด จุลศักราช ๑๒๓๘ (พ.ศ. ๑๔๑๙)
------------
หมายเหตุ :
* พระราชนิพนธ์ลงวันที่ “วันศุกร์ ขึ้น ๑๔ ค่ำ เดือนยี่ ปีชวดอัฐศก ๑๒๓๘”
------------
ภาพประกอบ :
หนังสือที่ระลึกในงานพระราชทานเพลิงศพท้าวราชกิจวรพัฒน์ (แพ บุนนาค) ซึ่งเจ้าพระยาภาสกรวงส์ (พร บุนนาค) รับเป็นเจ้าภาพ จากชุดเอกสารส่วนบุคคล พลตรี หม่อมราชวงศ์ศุภวัฒย์ เกษมศรี
------------
📚 หนังสือราชินิกุลบุนนาค
หนังสือที่ระลึกในวาระครบรอบชาตกาล 275 ปี เจ้าคุณพระราชพันธุ์นวล พระขนิษฐาในสมเด็จพระอมรินทราบรมราชินี ในพุทธศักราช 2567 และครบรอบถึงแก่อสัญกรรม 220 ปี เจ้าพระยาอรรคมหาเสนา (บุนนาค) ในพุทธศักราช 2568 สองปฐมวงศ์ราชินิกุลบุนนาค
------------
✨ ชมสารบัญได้ที่ : https://www.facebook.com/share/p/19w6DR51A3/?mibextid=wwXIfr
------------
🎟️ ชมรายละเอียดและตัวอย่างหนังสือได้ที่ https://www.facebook.com/share/p/1CjQpnnbPY/?mibextid=wwXIfr
------------
:: ติดต่อสอบถามได้ที่ ::
- Facebook : https://www.facebook.com/share/176bSQkANU/?mibextid=wwXIfr
- LINE Official Account ของ Siam Renaissance ได้ที่ https://bit.ly/3RMEIne
10/09/2026
- ควรจะเอาไปพระราชทานเจ้านายแลข้าราชการที่มีความชอบ -
------------
“...เรื่องพระแสงนี้เมื่อในรัชกาลที่ ๔ เสด็จเข้าไปสรงน้ำพระบรมศพรัชกาลที่ ๓ เห็นพระแสงต่าง ๆ ข้างที่มีอยู่มากองค์ มีพระราชดำรัสว่ามากมายนักถือไม่หมด ควรจะเอาไปพระราชทานเจ้านายแลข้าราชการที่มีความชอบเสียบ้าง
ส่วนข้าราชการนั้นพระราชทานสมเด็จองค์ใหญ่ ๑ สมเด็จองค์น้อย ๑ พระยาศรีสุริยวงษ์ (ช่วง) ๑ จมื่นศรีสรรักษ์ (เอี่ยม) ๑ จมื่นราชามาตย์ (ขำ) ๑ แลเจ้านายผู้ใหญ่ มีกรมหลวงวงษาธิราชสนิทเปนต้น...”
- เรื่องตั้งเจ้าพระยา ในกรุงรัตนโกสินทร –
พระเจ้าบรมวงษ์เธอ กรมพระสมมตอมรพันธ์ ทรงเรียบเรียง
เจ้าพระยาภาสกรวงษ์ (พร บุนนาค) อธิบายเรื่องประวัติของเจ้าพระยาบางคน
------------
ภาพประกอบ :
ขุนนางในสกุลบุนนาคที่ได้รับพระราชทาน 'พระแสงต่าง ๆ ข้างที่' คือ
สมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาประยูรวงศ์ (ดิศ บุนนาค)
สมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาพิไชยญาติ (ทัต บุนนาค)
สมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาศรีสุริยวงศ์ (ช่วง บุนนาค)
และเจ้าพระยาทิพากรวงศ์มหาโกษาธิบดี (ขำ บุนนาค)
------------
📚 หนังสือราชินิกุลบุนนาค
หนังสือที่ระลึกในวาระครบรอบชาตกาล 275 ปี เจ้าคุณพระราชพันธุ์นวล พระขนิษฐาในสมเด็จพระอมรินทราบรมราชินี ในพุทธศักราช 2567 และครบรอบถึงแก่อสัญกรรม 220 ปี เจ้าพระยาอรรคมหาเสนา (บุนนาค) ในพุทธศักราช 2568 สองปฐมวงศ์ราชินิกุลบุนนาค
------------
✨ ชมสารบัญได้ที่ : https://www.facebook.com/share/p/19w6DR51A3/?mibextid=wwXIfr
------------
🎟️ ชมรายละเอียดและตัวอย่างหนังสือได้ที่ https://www.facebook.com/share/p/1CjQpnnbPY/?mibextid=wwXIfr
------------
:: ติดต่อสอบถามได้ที่ ::
- Facebook : https://www.facebook.com/share/176bSQkANU/?mibextid=wwXIfr
- LINE Official Account ของ Siam Renaissance ได้ที่ https://bit.ly/3RMEIne
09/09/2026
- กระบี่ยี่ปุ่น -
----------
ความสัมพันธ์ทางการทูตอย่างเป็นทางการระหว่างประเทศสยามและประเทศญี่ปุ่นเริ่มต้นขึ้นเมื่อพุทธศักราช ๒๔๓๐ หลังการลงนามในปฏิญญาทางพระราชไมตรีและการพาณิชย์
เจ้าพระยาภาสกรวงศ์ (ชุมพร บุนนาค) เมื่อยังเป็นพระยาภาสกรวงศ์เป็นผู้เชิญหนังสือปฏิญญาออกไปแลกเปลี่ยนตามประเพณี ณ กรุงโตเกียว
ในครั้งนั้นระหว่างการเข้าเฝ้า ราชทูตไทยได้กราบบังคมทูลตอบเรื่องราวต่างๆ ที่สมเด็จพระจักรพรรดิเมจิมีพระราชดำรัสถามด้วยความสนพระราชหฤทัย เช่น เรื่องกระบี่ญี่ปุ่น เสื้อครุย ชุมชนเดิมของชาวญี่ปุ่นในสยาม และน้ำปลาญี่ปุ่น
"...แล้วรับสั่งแก่เอกอรรคราชทูตว่า ทรงทราบว่าในกรุงสยามชอบใช้กระบี่ยี่ปุ่น แลที่เปนพระแสงก็มีนั้นใช้อย่างไร ทูตได้ทูลตอบว่ากระบี่ยี่ปุ่นเปนที่ชอบใจชาวสยามมาช้านาน
เหนจะเปนแต่ครั้งชาวยี่ปุ่นเข้าไปอยู่กรุงสยาม ๓๐๐ ปีเสศแล้ว ที่เปนพระแสงนั้นได้ทำฝักใหม่ทำด้วยทองคำลงยาบ้าง ประดับพลอยบ้าง สำหรับเชิญตามเสดจ หาได้ใช้ขัดกระบี่อย่างชาวยี่ปุ่นไม่
ครั้นเมื่อที่กรุงยี่ปุ่นห้ามขัดกระบี่* ๆ ได้เข้าไปในกรุงสยามมากจนราคาตกลงมาเล่ม ๑ เพียง ๑ เหรียญเสศ ๒ เหรียญ* ไม่มีราคาแพงเหมือนแต่ก่อน..."
- ข่าวพระยาภาสกรวงษ เอกอรรคราชทูตวิเสศ เข้าเฝ้าสมเดจพระเจ้าแผ่นดินยี่ปุ่น -
ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๔ แผ่นที่ ๔๗ เดือนสี่ แรมแปดค่ำ ปีกุนนพศก ๑๒๔๙*
----------
หมายเหตุ :
* ครั้นเมื่อที่กรุงยี่ปุ่นห้ามขัดกระบี่ คือ ในสมัยเมจิ คริสตศักราช ๑๘๗๖ (พุทธศักราช ๒๔๑๙) ได้มีการออกกฎหมายห้ามซามูไรพกดาบ
* ๑ เหรียญเสศ ๒ เหรียญ หมายถึง เหรียญเม็กซิโก มีอัตราแลกเปลี่ยนที่ ๔๘ เหรียญต่อ ๑ ชั่ง (๘๐ บาท)
* เดือนสี่ แรมแปดค่ำ ปีกุนนพศก ๑๒๔๙ ตรงกับวันจันทร์ที่ ๕ มีนาคม พุทธศักราช ๒๔๓๐
----------
ภาพประกอบ :
พระแสงดาบญี่ปุ่น ซึ่งเป็นหนึ่งในเครื่องมงคลราชบรรณาการที่รัชกาลที่ ๔ โปรดเกล้าฯ ให้คณะราชทูตสยาม เข้าเฝ้าฯ ถวายพระจักรพรรดินโปเลียนที่ ๓ เมื่อวันที่ ๒๗ มิถุนายน ค.ศ. ๑๘๖๑
------------
📚 หนังสือราชินิกุลบุนนาค
หนังสือที่ระลึกในวาระครบรอบชาตกาล 275 ปี เจ้าคุณพระราชพันธุ์นวล พระขนิษฐาในสมเด็จพระอมรินทราบรมราชินี ในพุทธศักราช 2567 และครบรอบถึงแก่อสัญกรรม 220 ปี เจ้าพระยาอรรคมหาเสนา (บุนนาค) ในพุทธศักราช 2568 สองปฐมวงศ์ราชินิกุลบุนนาค
------------
✨ ชมสารบัญได้ที่ : https://www.facebook.com/share/p/19w6DR51A3/?mibextid=wwXIfr
------------
🎟️ ชมรายละเอียดและตัวอย่างหนังสือได้ที่ https://www.facebook.com/share/p/1CjQpnnbPY/?mibextid=wwXIfr
------------
:: ติดต่อสอบถามได้ที่ ::
- Facebook : https://www.facebook.com/share/176bSQkANU/?mibextid=wwXIfr
- LINE Official Account ของ Siam Renaissance ได้ที่ https://bit.ly/3RMEIne
08/09/2026
- ท้าวพระยานายทัพนายกองทั้งหลายกั้นสัปทนแดงดาษไปทั้งท้องทุ่ง -
------------
เจ้าพระยาอรรคมหาเสนา (บุนนาค) เมื่อยังเป็น พระยาอุไทยธรรม (บุนนาค) ในรัชกาลที่ ๑ มีโอกาสตามเสด็จในการพระราชสงครามและเป็นแม่ทัพเองหลายครั้ง คือ เป็นแม่ทัพยกกองทัพออกไปตั้งขัดตาทัพกองทัพพม่าที่เมืองชัยนาท ในสงครามเก้าทัพ พ.ศ. ๒๓๒๘ ครั้ง ๑
เสร็จราชการแล้วมีพระราชดำริว่า มีความชอบมาก จึงโปรดเกล้าฯ ให้เลื่อนบรรดาศักดิ์เป็นพระยายมราช เสนาบดีกรมเมือง ในสงครามรบพม่าที่ท่าดินแดงนั้น แม้ในพระราชพงศาวดารกรุงรัตนโกสินทร์ รัชกาลที่ ๑ ไม่ได้เอ่ยนามพระยายมราช (บุนนาค) แต่เชื่อว่าอยู่กองทัพที่ไปรบนั้นด้วย เพราะ
“...เสด็จพระราชดำเนินพยุหยาตรานาวาทัพหลวงจากกรุงเทพฯ ไปโดยทางชลมารค พร้อมด้วยเรือท้าวพระยาข้าทูลละอองธุลีพระบาททั้งหลาย โดยเสด็จตามกระบวนหน้าหลังพรั่งพร้อมเสร็จ...และโปรดให้พระยาพลเทพอยู่รักษา พระนคร...”
เป็นหนึ่งในแม่ทัพหน้าของกองทัพหลวง คือ เจ้าพระยามหาเสนา (ปลี) เจ้าพระยารัตนาพิพิธ (สน) และพระยายมราช (บุนนาค) ในสงครามตีเมืองทวาย พ.ศ. ๒๓๓๐ ซึ่งเป็นกองทัพเดียวที่ได้รบในสงครามครั้งนี้ เข้าตีค่ายวังปอ ตีเมืองกลิอ่อง ตีค่ายปีกกาสกัดท้องทุ่งก่อนถึงเมืองทวายแตก ดังความในพระราชพงศาวดารกรุงรัตนโกสินทร์ รัชกาลที่ ๑ ตอน ทัพหลวงไปตีเมืองทวาย ความว่า
“...กองหน้าก็ยกพลทหารเข้าระดมตีค่ายปีกกา และท้าวพระยานายทัพนายกองทั้งหลายกั้นสัปทนแดงดาษไปทั้งท้องทุ่ง ปันหน้าที่กันเร่งขับพลทหารเข้ารบหักค่ายปีกกาพร้อมกันทุกทัพทุกกอง ยิงปืนใหญ่น้อย เสียงสะเทือนสะท้านไปทั้งท้องทุ่ง พม่ายิงปืนใหญ่น้อยออกจากค่ายปีกกาทุกหน้าที่ รบกันแต่เช้าจนพลบค่ำ พลทหารไทยเยียดยัดหนุนเนื่องกันเข้าไปมิได้ท้อถอย บ้างปีนค่าย แย่งค่ายต่อรบกันถึงอาวุธสั้น พลพม่าสู้รบต้านทานมิได้เหลือกำลัง ก็แตกฉานพ่ายหนีเข้าเมือง พลทัพไทยตีค่ายปีกกาแตกแล้วก็ยกติดตามลงไปเมืองทวายในเวลากลางคืนวันนั้น...”
ต่อมาเป็นแม่ทัพยกกองทัพออกไปตั้งรักษาเมืองทวายที่เข้ามาสวามิภักดิ์ เมื่อ พ.ศ. ๒๓๓๔ ได้ทำราชการรักษาเมืองทวายราว ๒ ปี ทูลเชิญกรมขุนรามินทรสุดา พระเจ้าหลานเธอในรัชกาลที่ ๑ และนำส่งตัวพระยาทวายที่เข้าสวามิภักดิ์ลงมาพระนคร หลังจากนั้นจึงโปรดฯ ให้เจ้าพระยามหาเสนา (ปลี) และเจ้าพระยารัตนาพิพิธ (สน) ขึ้นไปสมทบ เพื่อเตรียมการตีเมืองเมาะตะมะ เมืองร่างกุ้ง และเขตแดนพม่าอื่นต่อไป
แต่เกิดกบฏทวายก่อน แม่ทัพทั้งสามเห็นค่ายไทยอยู่ใกล้กำแพง ปืนยิงถึงถนัด จึงล่าถอยขยับค่ายออกมาตั้งให้พ้นทางปืน แต่ตั้งค่ายมิทันแล้วเสร็จ กองทัพพม่าและเมืองทวายเข้ามารบจนต้องล่าถอยไปจนถึงค่ายพระยาอภัยรณฤทธิ์ แต่พระยาอภัยรณฤทธิ์ไม่ยอมให้เข้าค่าย จึงต้องตั้งรับอยู่หน้าค่าย แต่
“...พม่าตามกองทัพมาถึงเข้ารบรุกบุกบันทัพไทยรับมิหยุด เพราะมิได้มีค่ายมั่นรักษาตัว ก็แตกพ่ายกระจายกันไป เสียเจ้าพระยามหาเสนาในที่รบศพก็มิได้ ค่ายพระยาอภัยรณฤทธิ์พม่าก็เข้าตีเอาได้ เสียไพร่พลครั้งนั้นมาก...”
หลังจากสงครามเมืองทวายครั้งนี้จบลง พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชก็โปรดเกล้าฯ ให้เลื่อนบรรดาศักดิ์พระยายมราช (บุนนาค) ขึ้นเป็นเจ้าพระยาอรรคมหาเสนา สมุหพระกลาโหม นับเป็นสมุหพระกลาโหมคนที่ ๒ ในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์
------------
ภาพประกอบ :
ภาพพระราชพงศาวดาร เรื่อง ตีค่ายปีกกาพม่าที่เมืองทวาย
------------
📚 หนังสือราชินิกุลบุนนาค
หนังสือที่ระลึกในวาระครบรอบชาตกาล 275 ปี เจ้าคุณพระราชพันธุ์นวล พระขนิษฐาในสมเด็จพระอมรินทราบรมราชินี ในพุทธศักราช 2567 และครบรอบถึงแก่อสัญกรรม 220 ปี เจ้าพระยาอรรคมหาเสนา (บุนนาค) ในพุทธศักราช 2568 สองปฐมวงศ์ราชินิกุลบุนนาค
------------
✨ ชมสารบัญได้ที่ : https://www.facebook.com/share/p/19w6DR51A3/?mibextid=wwXIfr
------------
🎟️ ชมรายละเอียดและตัวอย่างหนังสือได้ที่ https://www.facebook.com/share/p/1CjQpnnbPY/?mibextid=wwXIfr
------------
:: ติดต่อสอบถามได้ที่ ::
- Facebook : https://www.facebook.com/share/176bSQkANU/?mibextid=wwXIfr
- LINE Official Account ของ Siam Renaissance ได้ที่ https://bit.ly/3RMEIne
07/09/2026
- คนทั้งหลายย่อมต้องนับถือว่าทรงศักดิ์สูงกว่าท่านผู้หญิงภรรยาข้าราชการอื่นๆ -
------------
เจ้าคุณพระราชพันธุ์นวลนั้น คนทั้งหลายเรียกกันเมื่อเป็นราชินิกูลว่า “เจ้าคุณโต” สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพทรงอธิบายความไว้ว่า
“...ท่านผู้หญิงนวล ภรรยาเจ้าพระยามหาเสนาฯ (บุนนาค) เป็นต้น คนทั้งหลายย่อมต้องนับถือว่าทรงศักดิ์สูงกว่าท่านผู้หญิงภรรยาข้าราชการอื่นๆ เพราะเป็นพี่น้องของอัครมเหสี คงเป็นเพราะเหตุนั้นจึงเรียกกันว่า “เจ้าคุณ” แทนที่เคยเรียกว่า “คุณหญิง” หรือ “คุณ” มาแต่ก่อน ถึงรัชกาลที่ ๒ พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย จึงทรงยกย่องพระญาติสมเด็จพระอมรินทรฯ เป็นราชินิกูล ที่เป็นพี่น้องของสมเด็จพระอมรินทรเป็นชั้นลุงป้าอาว์น้าเธอ คนทั้งหลายเห็นจะเรียกกันว่า “เจ้าคุณราชินิกูล” นับเป็นเจ้าคุณชั้นที่ ๑...”
ทั้งยังปรากฏความในอธิบายราชินิกุลบางช้างว่า “...พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัยทรงยกย่องราชินิกุลวงศ์เจ้าคุณนวลยิ่งกว่าราชินิกุลบางช้างวงศ์อื่น เพราะเหตุที่เจ้าคุณนวลได้อภิบาลพระองค์มาแต่ยังทรงพระเยาว์...”
ถึงรัชกาลพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงบัญญัติใหม่ให้เรียกว่า “เจ้าคุณพระราชพันธ์ชั้นที่ ๑”
------------
ภาพประกอบ :
ประติมากรรมเจ้าคุณพระราชพันธุ์นวล ซึ่งเจ้าพระยาภาสกรวงศ์ (พร บุนนาค) สร้างไว้ ณ วัดประยุรวงศาวาส
------------
📚 หนังสือราชินิกุลบุนนาค
หนังสือที่ระลึกในวาระครบรอบชาตกาล 275 ปี เจ้าคุณพระราชพันธุ์นวล พระขนิษฐาในสมเด็จพระอมรินทราบรมราชินี ในพุทธศักราช 2567 และครบรอบถึงแก่อสัญกรรม 220 ปี เจ้าพระยาอรรคมหาเสนา (บุนนาค) ในพุทธศักราช 2568 สองปฐมวงศ์ราชินิกุลบุนนาค
------------
✨ ชมสารบัญได้ที่ : https://www.facebook.com/share/p/19w6DR51A3/?mibextid=wwXIfr
------------
🎟️ ชมรายละเอียดและตัวอย่างหนังสือได้ที่ https://www.facebook.com/share/p/1CjQpnnbPY/?mibextid=wwXIfr
------------
:: ติดต่อสอบถามได้ที่ ::
- Facebook : https://www.facebook.com/share/176bSQkANU/?mibextid=wwXIfr
- LINE Official Account ของ Siam Renaissance ได้ที่ https://bit.ly/3RMEIne
04/09/2026
- แม่ครัวหัวป่าก์ -
------------
บุตรีของท่านเปนผู้เรียบเรียง
แลสวามีเปนผู้ช่วยตรวจ
หนังสือตำรากับข้าวเล่มแรกที่คนไทยรวบรวมเรียบเรียง และถูกตีพิมพ์ขึ้นอย่างเป็นกิจจะลักษณะเมื่อปลายรัชกาลพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว อย่าง “แม่ครัวหัวป่าก์” แม้ผู้แต่ง คือ ท่านผู้หญิงเปลี่ยน ภาสกรวงศ์ จะไม่ได้เป็นคนในสกุลบุนนาคโดยตรง แต่ก็ได้เจ้าพระยาภาสกรวงศ์ (พร บุนนาค) สามี เป็นผู้ช่วยตรวจทานแก้ไข
ดังนั้น จึงปรากฎอาหารที่เป็นของเฉพาะในสกุลบุนนาครวมอยู่ด้วย เช่น ผัดปลาแห้ง “อย่างคุณม่วง ราชนิกูล” (คุณหญิงม่วง เป็นธิดาของเจ้าคุณชูโต และเป็นมารดาของท่านผู้หญิงน้อย ภริยาในสมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาพิไชยญาติ (ทัต บุนนาค)) ที่นอกจากจะระบุเครื่องปรุง วิธีทำ และข้อควรระวังแล้ว ในหนังสือยังกล่าวถึงเกร็ดเก่า ๆ ของอาหารชนิดนี้กับสกุลบุนนาคด้วยว่า
“...สมเด็จเจ้าพระยาองค์ใหญ่โปรดปลาแห้งผัดชนิดนี้ ที่ท่านเคยรับประทานครั้งคุณม่วงยังมีชีวิตร์อยู่ เมื่อท่านถึงอนิจกรรมไปแต่ต้นรัชกาลที่ ๓ ภายหลังมา สมเด็จเจ้าพระยาองค์ใหญ่ยังให้สืบถามบ่าวไพร่คนครัวของคุณม่วงที่ผัดปลาแห้งเปน ได้อำแดงลิ้มบ่าวคนครัวมาผัดให้ท่านรับประทาน โปรดให้รางวัลถึง ๕ ตำลึง ผ้านุ่งผ้าห่มสำรับหนึ่ง...”
------------
ภาพประกอบ :
ปกในหนังสือ “แม่ครัวหัวป่าก์” เล่มสาม ฉบับพิมพ์ครั้งที่ ๑
------------
📚 หนังสือราชินิกุลบุนนาค
หนังสือที่ระลึกในวาระครบรอบชาตกาล 275 ปี เจ้าคุณพระราชพันธุ์นวล พระขนิษฐาในสมเด็จพระอมรินทราบรมราชินี ในพุทธศักราช 2567 และครบรอบถึงแก่อสัญกรรม 220 ปี เจ้าพระยาอรรคมหาเสนา (บุนนาค) ในพุทธศักราช 2568 สองปฐมวงศ์ราชินิกุลบุนนาค
------------
✨ ชมสารบัญได้ที่ : https://www.facebook.com/share/p/19w6DR51A3/?mibextid=wwXIfr
------------
🎟️ ชมรายละเอียดและตัวอย่างหนังสือได้ที่ https://www.facebook.com/share/p/1CjQpnnbPY/?mibextid=wwXIfr
------------
:: ติดต่อสอบถามได้ที่ ::
- Facebook : https://www.facebook.com/share/176bSQkANU/?mibextid=wwXIfr
- LINE Official Account ของ Siam Renaissance ได้ที่ https://bit.ly/3RMEIne
03/09/2026
- ดำรงราชบุระมณฑล -
------------
จางวางโท พระยามนตรีสุริยวงศ์ (ฉี่ บุนนาค) เป็นบุตรพระยาไกรเพชรรัตนสงคราม (แฉ่ บุนนาค) กับคุณหญิงฟอง ธิดาพระยาวิชิตสงคราม (ทัด รัตนดิลก ณ ภูเก็ต)
ถึง พ.ศ. ๒๔๖๑ ตำแหน่งสมุหเทศาภิบาลมณฑลราชบุรีว่างลง พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวมีพระราชดำริว่า พระยาจ่าแสนย์บดีศรีบริบาล (ฉี่ บุนนาค) เคยรับราชการทั้งในกระทรวงมหาดไทยและในหัวเมืองโดยเรียบร้อยมาช้านาน มีคุณวุฒิความสามารถจะเป็นสมุหเทศาภิบาลได้
จึงโปรดเกล้าฯ ให้เป็นสมุหเทศาภิบาลมณฑลราชบุรี พร้อมทั้งเปลี่ยนราชทินนามเป็น “พระยามนตรีสุริยวงศ์ ดำรงราชบุระมณฑล กมลภักดี พิริยพาหะ” และเปลี่ยนยศเป็นจางวางตรีในปีเดียวกันนั้นเอง แล้วเลื่อนเป็นจางวางโท และรับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์จุลจอมเกล้า ชั้นที่ ๒ ทุติยจุลจอมเกล้าวิเศษ เมื่อ พ.ศ. ๒๔๖๓
ระหว่างที่พระยามนตรีสุริยวงศ์ (ฉี่ บุนนาค) ดำรงตำแหน่งสมุหเทศาภิบาลมณฑลราชบุรี ก็เป็นช่วงเวลาเดียวกับที่พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จมาทรงซ้อมรบเสือป่าในพื้นที่จังหวัดราชบุรีเป็นประจำเสมอทุกปี
พระยามนตรีสุริยวงศ์ (ฉี่ บุนนาค) ซึ่งสมัครเข้าเป็นสมาชิกเสือป่ามาตั้งแต่แรกตั้ง มียศเป็นนายกองใหญ่ ผู้บัญชาการกองเสนาน้อยรักษาดินแดนมณฑลราชบุรี จึงมีหน้าที่สำคัญในการก่อสร้างพลับพลาที่ประทับ ค่ายพักแรมเสือป่า จัดเตรียมพาหนะ สำรวจเส้นทางลำเลียงพล รวมทั้งการขุดสนามเพลาะสำหรับซ้อมรบเสือป่า เป็นเหตุให้พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงรู้จักคุ้นเคยอย่างดี และได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ชั้นสูง ตลอดจนเหรียญและเข็มที่ระลึกทั้งในทางราชการและทางส่วนพระองค์อีกหลายประการ
------------
ภาพประกอบ :
พระยามนตรีสุริยวงศ์ (ฉี่ บุนนาค) สมุหเทศาภิบาลมณฑลราชบุรี แต่งเครื่องแบบเสือป่ายศนายกองใหญ่ ผู้บัญชาการกองเสนาน้อยรักษาดินแดนมณฑลราชบุรี ซึ่งเป็นภาพที่พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงนำไปเป็นต้นฉบับวาดภาพล้อฝีพระหัตถ์ลงหนังสือพิมพ์ดุสิตสมิต พร้อมคำอธิบายว่า “ดำรงราชบุระมณฑล”
------------
📚 หนังสือราชินิกุลบุนนาค
หนังสือที่ระลึกในวาระครบรอบชาตกาล 275 ปี เจ้าคุณพระราชพันธุ์นวล พระขนิษฐาในสมเด็จพระอมรินทราบรมราชินี ในพุทธศักราช 2567 และครบรอบถึงแก่อสัญกรรม 220 ปี เจ้าพระยาอรรคมหาเสนา (บุนนาค) ในพุทธศักราช 2568 สองปฐมวงศ์ราชินิกุลบุนนาค
------------
✨ ชมสารบัญได้ที่ : https://www.facebook.com/share/p/19w6DR51A3/?mibextid=wwXIfr
------------
🎟️ ชมรายละเอียดและตัวอย่างหนังสือได้ที่ https://www.facebook.com/share/p/1CjQpnnbPY/?mibextid=wwXIfr
------------
:: ติดต่อสอบถามได้ที่ ::
- Facebook : https://www.facebook.com/share/176bSQkANU/?mibextid=wwXIfr
- LINE Official Account ของ Siam Renaissance ได้ที่ https://bit.ly/3RMEIne
02/09/2026
- ชักศพเจ้าพระยาสุรพันธ์พิสุทธิ์ (เทศ บุนนาค) ขึ้นมากรุงเทพฯ -
------------
“...ครั้นครบกำหนด ก็เตรียมชักศพเจ้าพระยาสุรพันธ์พิสุทธิ์ (เทศ บุนนาค) ขึ้นมากรุงเทพฯ เพื่อพระราชทานเพลิงศพพร้อมกับศพเจ้าคุณคลี่ ณ วันเทพศิรินทราวาส ในวันที่ ๗ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๔๔๙ แต่เมื่อใกล้ถึงวัน ท่านผู้หญิงอู่ ภริยาเจ้าพระยาสุรพันธ์พิสุทธิ์ (เทศ บุนนาค) ถึงแก่อสัญกรรม
พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวจึงโปรดเกล้าฯ ให้งดการพระราชทานเพลิงศพเจ้าพระยาสุรพันธ์พิสุทธิ์ (เทศ บุนนาค) ต้องรอถึงวันที่ ๒๒ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๔๕๐ จึงโปรดเกล้าฯ ให้ชักศพเจ้าพระยาสุรพันธ์พิสุทธิ์ (เทศ บุนนาค) กับศพท่านผู้หญิงอู่ มายังกรุงเทพฯ โดยทางรถไฟ
ลงเรือม่านดาวกระจายที่ท่าสถานีรถไฟบางกอกน้อย เข้าคลองผดุงกรุงเกษม เทียบท่าหน้าวัดเทพศิรินทราวาส เจ้าพนักงานเชิญโกศศพตั้งบนฐานแว่นฟ้า ๒ ชั้น ในเมรุผ้าขาว มีพระสงฆ์สวดพระอภิธรรมอีก ๓ วัน พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวจึงเสด็จมาพระราชทานเพลิงศพ เมื่อวันที่ ๒๔ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๔๕๐...”
------------
ภาพประกอบ :
งานเมรุเจ้าพระยาสุรพันธ์พิสุทธิ์ (เทศ บุนนาค) และท่านผู้หญิงอู่ ณ วัดเทพศิรินทราวาส มีเสมารูป “ใบเทศ” เป็นที่ระลึก และโกศอัฐิเจ้าพระยาสุรพันธ์พิสุทธิ์ (เทศ บุนนาค) ปัจจุบันอยู่ในความดูแลของเหล่าทายาท
------------
📚 หนังสือราชินิกุลบุนนาค
หนังสือที่ระลึกในวาระครบรอบชาตกาล 275 ปี เจ้าคุณพระราชพันธุ์นวล พระขนิษฐาในสมเด็จพระอมรินทราบรมราชินี ในพุทธศักราช 2567 และครบรอบถึงแก่อสัญกรรม 220 ปี เจ้าพระยาอรรคมหาเสนา (บุนนาค) ในพุทธศักราช 2568 สองปฐมวงศ์ราชินิกุลบุนนาค
------------
✨ ชมสารบัญได้ที่ : https://www.facebook.com/share/p/19w6DR51A3/?mibextid=wwXIfr
------------
🎟️ ชมรายละเอียดและตัวอย่างหนังสือได้ที่ https://www.facebook.com/share/p/1CjQpnnbPY/?mibextid=wwXIfr
------------
:: ติดต่อสอบถามได้ที่ ::
- Facebook : https://www.facebook.com/share/176bSQkANU/?mibextid=wwXIfr
- LINE Official Account ของ Siam Renaissance ได้ที่ https://bit.ly/3RMEIne
31/08/2026
- ผู้มีชะตาเช่นนั้นจะต้องได้เป็นพระเจ้าแผ่นดิน -
------------
“...จนถึงในรัชกาลที่ ๖ วันหนึ่ง เจ้าพระยาภาณุวงศ์ฯ* มาหา เวลานั้นอายุท่านกว่า ๘๐ ปีแล้ว แต่ความทรงจำของท่านแม่นยำ ฉันเคยถามได้ความรู้เรื่องโบราณคดีมาจากท่านหลายครั้ง วันนั้น เมื่อสนทนากัน ฉันนึกขึ้นถึงเรื่องที่ทูลถวายราชสมบัติทั้ง ๒ พระองค์
ถามท่านว่า ท่านทราบหรือไม่ เมื่อพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวสวรรคตนั้น เพราะเหตุใดสมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาประยูรวงศ์ (บิดาของท่านเมื่อยังเป็นเจ้าพระยาพระคลังฯ) ซึ่งเป็นหัวหน้าในราชการ จึงแนะนำให้ถวายราชสมบัติแก่พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวกับพระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัวด้วยกันทั้ง ๒ พระองค์ ไม่ถวายแต่พระองค์เดียวเหมือนอย่างเมื่อเปลี่ยนรัชกาลก่อนๆ
ท่านบอกว่าเรื่องนั้นท่านทราบด้วยได้ยินกับหูของท่านเอง แล้วเล่าต่อไปว่า วันหนึ่ง เมื่อพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวใกล้จะสวรรคต สมเด็จเจ้าพระยาฯ ไปเฝ้าพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ซึ่งทรงผนวชอยู่ ณ วัดบวรนิเวศฯ กราบทูลให้ทรงทราบว่าจะเชิญเสด็จขึ้นครองราชสมบัติ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ตรัสว่า ถ้าจะถวายราชสมบัติแก่พระองค์ ขอให้ถวายแก่พระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าฯ ซึ่งตรัสเรียกว่า “ท่านฟากข้างโน้น” ด้วย
เพราะพระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าฯ พระชะตาแรงนัก ตามตำราโหราศาสตร์ว่า ผู้มีชะตาเช่นนั้นจะต้องได้เป็นพระเจ้าแผ่นดิน ถ้าทรงรับราชสมบัติแต่พระองค์เดียวจะเกิดอัปมงคล ด้วยไปกีดบารมีของสมเด็จพระอนุชา แม้ถวายราชสมบัติด้วยกันทั้ง ๒ พระองค์ จะได้ทรงสถาปนาสมเด็จพระอนุชาให้เป็นพระเจ้าแผ่นดินด้วยอีกพระองค์หนึ่ง เหมือนอย่างสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ทรงสถาปนาสมเด็จพระเอกาทศรถเป็นพระเจ้าแผ่นดินด้วยกัน เช่นนั้นจึงจะพ้นอัปมงคล
สมเด็จเจ้าพระยาฯ ก็ไม่ขัดพระอัธยาศัย ออกจากวัดบวรนิเวศฯ ข้ามฟากไปเฝ้าพระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าฯ ณ พระราชวังเดิม (ที่เป็นโรงเรียนนายเรืออยู่บัดนี้) ตัวท่านเองเวลานั้นอายุได้ ๑๘ ปี นั่งไปหน้าเก๋งเรือของบิดา เมื่อไปถึงพระราชวังเดิม เป็นเวลาพระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าฯ ประทับอยู่ที่แพหน้าวัง เสด็จออกมารับสมเด็จเจ้าพระยาฯ ที่แพลอย ตัวท่านอยู่ในเรือ ได้ยินสมเด็จเจ้าพระยาฯ เล่าถวายพระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าฯ ดังกล่าวมาจึงทราบเรื่อง...”
- นิทานโบราณคดี –
นิทานที่ ๑๙ เรื่องเมืองไทยมีพระเจ้าแผ่นดิน ๒ พระองค์
พระนิพนธ์ สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ
------------
หมายเหตุ :
* คือ เจ้าพระยาภาณุวงศ์มหาโกษาธิบดี (ท้วม บุนนาค)
------------
ภาพประกอบ :
พระที่นั่งบุษบกเกรินวังหน้า พระแท่นราชบัลลังก์ประดับตราพระจุฑามณีของพระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว และพระแท่นออกขุนนาง ณ พระที่นั่งอิศราวินิจฉัย พระราชวังบวรสถานมงคล ปัจจุบันคือส่วนหนึ่งของพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร
------------
📚 หนังสือราชินิกุลบุนนาค
หนังสือที่ระลึกในวาระครบรอบชาตกาล 275 ปี เจ้าคุณพระราชพันธุ์นวล พระขนิษฐาในสมเด็จพระอมรินทราบรมราชินี ในพุทธศักราช 2567 และครบรอบถึงแก่อสัญกรรม 220 ปี เจ้าพระยาอรรคมหาเสนา (บุนนาค) ในพุทธศักราช 2568 สองปฐมวงศ์ราชินิกุลบุนนาค
------------
✨ ชมสารบัญได้ที่ : https://www.facebook.com/share/p/19w6DR51A3/?mibextid=wwXIfr
------------
🎟️ ชมรายละเอียดและตัวอย่างหนังสือได้ที่ https://www.facebook.com/share/p/1CjQpnnbPY/?mibextid=wwXIfr
------------
:: ติดต่อสอบถามได้ที่ ::
- Facebook : https://www.facebook.com/share/176bSQkANU/?mibextid=wwXIfr
- LINE Official Account ของ Siam Renaissance ได้ที่ https://bit.ly/3RMEIne
30/08/2026
- รัชมงคล ณ กรุงเก่า -
------------
“...ด้วยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระอนุสรคำนึงถึงการที่ได้เสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติ นับเรียงปีมาถึงรัตนโกสินทรศก ๑๒๖ นี้ พอบรรจบ ๔๐ พรรษา
เสมอด้วยรัชพรรษาแห่งสมเด็จพระรามาธิบดี พระองค์ที่ ๒ ซึ่งได้เสวยราชสมบัติในกรุงศรีอยุทธยา ยืนยาวกว่าพระเจ้าแผ่นดินทุกพระองค์ ที่ได้เสวยราชสมบัติในกรุงศรีอยุทธยานั้น
จึงเปนเหตุให้ทรงพระปีติ เต็มพระราชหฤทัย จะใคร่ทรงบำเพ็ญพระราชกุศล ทรงพระราชอุทิศถวายสมเด็จพระรามาธิบดี พระองค์ที่ ๒ กับทั้งพระเจ้าแผ่นดินพระองค์อื่น อันได้เสวยราชสมบัติในกรุงศรีอยุธยา ตั้งแต่แรกสร้างตลอดลงมาถึงกรุงธนบุรี ทุกพระองค์ด้วย.....พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงประเคนไตรแพรและพัดทอทอง เปนรูปพระครุฑพาห แก่พระสงฆ์ ๔๐ รูป มีพระเทพเมธี เปนประธาน เมื่อพระสงฆ์ครองผ้ากลับมานั่งตามเดิมแล้ว
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงจุดเทียนเครื่องนมัสการ ทรงศีล พระสงฆ์เจริญพระพุทธมนต์ เปนส่วนการพระราชกุศล ทรงพระราชอุทิศถวายสมเด็จพระรามาธิบดีพระองค์ที่ ๒
ในเวลานี้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้พระราชทานเหรียญรัชมงคล แก่พระบรมวงษานุวงษ์ข้าราชการทั้งฝ่ายหน้าและฝ่ายใน พระสงฆ์เจริญพระพุทธมนต์จบแล้วถวายอดิเรก
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนิรไปประทับยังพระที่นั่งสุริยาทิอมรินทร์ เสวยพร้อมด้วยพระบรมวงษานุวงษ์ และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เลี้ยงข้าราชการที่ปรำด้านตวันตก แห่งพระที่นั่งนั้น เมื่อเสวยเสร็จแล้ว เสด็จพระราชดำเนิรขึ้นประทับบนพระที่นั่งรัตนสิงหาสน์ หน้าพระที่นั่งสรรเพ็ชญ์ปราสาท ทรงฝักแคดอกไม้เพลิง ซึ่งพระสงฆ์ทั้งปวงในเขตร์กรุงเก่า ได้จัดมาฉลองพระเดชพระคุณ เว้นไว้แต่ระธา ๑๒ ระธา เปนของหลวง แล้วประทับทอดพระเนตร์การมโหรสพ คือ รำโคม และสิงโตมังกร เปนต้น...”
- ข่าวเสด็จพระราชดำเนิรไปทรงบำเพ็ญพระราชกุศลรัชมงคลที่กรุงเก่า -
ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๒๔ หน้า ๙๒๑
วันที่ ๘ ธันวาคม ๑๒๖
------------
ภาพที่เรานำมาให้ชมกันในวันนี้ เป็นภาพสมเด็จพระปิยมหาราช เสด็จออกประทับยังรัตนสิงหาสน์ บนฐานพระที่นั่งสรรเพชญปราสาท โปรดฯ ให้ข้าราชการมณฑลกรุงเก่าเข้าเฝ้าฯ เมื่อวันที่ ๓๐ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๔๕๐
King Rama V conducting an audience with government officials and the people of Ayudhya at The Sanphet throne Hall on November 30, 1907.
เหตุการณ์นี้เป็นส่วนหนึ่งของ "พระราชพิธีรัชมงคล" ซึ่งจัดขึ้นเมื่อพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงครองราชสมบัติมาครบ ๔๐ ปี เสมอด้วย สมเด็จพระรามาธิบดีที่ ๒ แห่งกรุงศรีอยุธยา
สมเด็จพระปิยมหาราชจึงโปรดฯ ให้ตั้งการพระราชพิธีนี้ ในวันที่ ๒๙ พฤศจิกายน ๒๔๕๐ ถึงวันที่ ๔ ธันวาคม ๒๔๕๐ มีการบำเพ็ญ "พระราชกุศลรัชมงคล" ช่วงนั้นพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินจากพระราชวังสวนดุสิตมายังเมืองกรุงเก่า และประทับแรมที่เกาะลอย
ในงานพระราชพิธีประกอบด้วยการพระราชกุศลอุทิศถวายสมเด็จพระรามาธิบดีที่ ๒ การพระราชกุศลอุทิศถวายพระมหากษัตริย์ในอดีตทั้งในกรุงศรีอยุธยาและธนบุรี การบวงสรวงสังเวยเทวดาและสมโภชพระพุทธรูปฉลองพระองค์บูรพกษัตริย์
อีกทั้งข้าราชการและประชาชนในมณฑลกรุงเก่าก็ยังได้ร่วมกันจัดงานพิธีถวายชัยมงคลและจัดแสดงมหรสพต่างๆ ถวายทอดพระเนตร มีการตกแต่งพระราชวังและกำแพงเมืองขึ้นใหม่ดังที่เห็นในภาพ จึงนับได้ว่าพระราชพิธีรัชมงคลที่จัดขึ้นที่เมืองกรุงเก่าในครั้งนี้ เป็นพระราชพิธีรัชมงคลครั้งแรกในประวัติศาสตร์ไทย
------------
ภาพนี้ได้นำมารวมกับภาพถ่ายจากสมุดแสดงภาพพระนครศรีอยุธยาที่นายออน มหาดเล็ก ช่างภาพหลวงได้มอบไว้แก่พระยาประเสนชิตศรีพิไลย (ดัด บุนนาค)
ร่วมกันกับภาพถ่ายและภาพพิมพ์ "อยุธยา" ในสายตาชาวตะวันตก ในกรรมสิทธิ์ของสำนักพิมพ์สยาม เรเนซองส์ ซึ่งสำนักพิมพ์ฯ ได้นำมาจัดพิมพ์เป็นหนังสือ
"กรุงเก่าเมื่อกาลก่อน ภาพถ่าย ๑๐๐ ปี พระนครศรีอยุธยา"
หนังสือรางวัลชมเชย ประเภทหนังสือสวยงามทั่วไป
ในการประกวดหนังสือดีเด่น ประจำปีพุทธศักราช ๒๕๕๕
พิมพ์สี่สีทั้งเล่ม ด้วยภาพประกอบกว่า ๑๐๐ ภาพพร้อมคำอธิบาย
ภายในเล่มมีทั้งภาพเหตุการณ์สำคัญ อาทิ พระราชพิธีรัชมงคล
ภาพสถานที่สำคัญ อาทิ พระราชวังบางปะอิน ภูเขาทอง พระราชวังโบราณ ฯลฯ
รวมถึงภาพสถานที่สำคัญใกล้เคียง อาทิ พระพุทธบาท สระบุรี อีกด้วย ซึงภาพทั้งหมด ล้วนสะท้อนวิถีชีวิต สภาพบ้านเมืองของเราในครั้งนั้นอันทรงคุณค่า
นับเป็นหลักฐานสำคัญทางประวัติศาสตร์ที่ทรงคุณค่า ที่บันทึกไว้ในช่วงปลายรัชกาลพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวจนถึงรัชกาลพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว
------------
เพิ่มเพื่อนและสั่งซื้อผ่าน LINE Official Account ของ Siam Renaissance ได้ที่ https://bit.ly/3RMEIne
Add เลย ทั้งสาระความรู้ กิจกรรมพิเศษ และส่วนลดปัง ๆ รอคุณอยู่ !
------------
ติดต่อสอบถามข้อมูลได้ที่ โทร. 02-633-5533 / 063-225-1555
และ Inbox Message ของเราได้เลยค่ะ
#กรุงเก่าเมื่อกาลก่อน
คลิกที่นี่เพื่อรับประกาศแบบสปอนเซอร์ของคุณ
หมวดหมู่
ติดต่อ ธุรกิจของเรา
เบอร์โทรศัพท์
เว็บไซต์
ที่อยู่
อาคารมโนรม ชั้น 14 ถนนพระราม4 แขวงคลองตัน เขตคลองเตย
Klong Toey
10110
เวลาทำการ
| จันทร์ | 10:00 - 17:00 |
| อังคาร | 10:00 - 17:00 |
| พุธ | 10:00 - 17:00 |
| พฤหัสบดี | 10:00 - 17:00 |
| ศุกร์ | 10:00 - 17:00 |
แจ้งเตือน
เป็นคนแรกที่รู้ข่าว: เราจะส่งอีเมลแจ้งเมื่อ Siam Renaissance โพสต์ข่าวสารและโปรโมชั่น อีเมลของคุณจะไม่ถูกนำไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์อื่น และคุณสามารถยกเลิกการรับข่าวสารได้ทุกเมื่อ