Nwrong
I JUST TO SAY ABOUT FISH N CHIP
26/09/2026
เราคิดว่าเราเห็น
เห็นวันที่่คุณตัดสินใจออกจากความพรั่งพร้อมไปสู่ความขาดแคลน
เห็นวันที่คุณออกจากความมั่งมีไปสู่พื้นที่ที่มีปัญหา
เห็นวันที่คุณเผชิญหน้าเพื่อเติบโต
เห็นวันที่คุณเสียสละ
เห็นวันที่คุณเติบโต
และ เห็นรอยยิ้มจากความสุุขในการทำสิ่งที่รักและสู้เพื่อมัน
ขอบคุณทุกความเสียสละครับ
ไม่ต้องรีบกลับมา ไปทำตามความฝันกันก่อน ร้านจะรอ
nwrong เป็นร้าน fish n chips ที่มีทุกอย่างยกเว้นลูกค้า
24/09/2026
วันนี้มีปลาเข้าใหม่เยอะเลยครับ
ปลาหลายชนิดที่ทุกคนอยากให้กลับมา ก็กลับมาแล้ว
มีโอกาสไม่บ่อยนักที่เราจะมีปลาเข้ามาพร้อมกันเยอะขนาดนี้ เราไม่ได้หมายถึงจำนวน แต่ยังรวมไปถึงความหลากหลายของชนิดพันธุ์ด้วย เรามีแก๊งปลาสลิดหิน ปลาสร้อยนกเขา ปลา ขี้ตังเบ็ดหน้าลาย ที่ทุกคนคิดถึง ก็กลับมาพร้อมให้บริการที่ร้านแล้ว
นอกจากเมนูปลา ที่กลับมาพร้อมหน้าพร้อมตากัน เมนูที่ไม่เกี่ยวกับปลาสำหรับคนที่ไม่ชอบกินปลา ก็ยังคงมีบริการให้อย่างต่อเนื่องครับ เช่น หอมทอดทีร้านเราการันตีว่าอิ่ม แฮชบราวน์ ไส้กรอกกับมันบด หรือ Banger and Mash ที่ไม่มีส่วนผสมของเนื้อปลาเลย รวมถึงเครื่องดื่มพวกคราฟโซดา ต่างๆ และน้ำอัดลม ร้านเรายังมีให้บริการพร้อมน้ำแข็งเช่นเดิมนะครับ
หากใครจะเข้ามาร้าน ก็จะเห็นปลาที่ dry age ไว้ในตู้ ดังนั้นสั่งได้นะครับ เราพร้อมให้บริการ
ในช่วงสุดสัปดาห์นี้ หาดใหญ่ มีงานหนังสือที่เซ็นทรัล ตรงห้องประชุมที่ข้างโรงหนังเช่นเดิมครับ ผมมองว่าคนในร้านเราเป็นนักอ่านดังนั้น น่าจะมีโอกาสเจอกันที่งานบ้างในบางครั้ง
และในตัวเมืองสงขลา เป็นงาน street dog คือเป็นงานรถนั่นแหละ หวังว่าทุกคนคงมีความสุขกับ หาดใหญ่ และตัวเมืองใกล้เคียงในช่วงสุดสัปดาห์นี้นะครับ หากหิวก็แวะมาที่ร้านได้ตามปกตินะครับ ร้านไม่ได้หยุดทำการ
20/09/2026
ฉลามเป็นสัตว์ที่ถูกเข้าใจผิดมากที่สุดชนิดหนึ่ง ในความเป็นจริง แต่ละปีคนตายเพราะถูกฉลามกัดน้อยกว่าโดนแมงป่องต่อยเสียอีก ด้วยภาพลักษณ์เป็นสัตว์ชั้นบนสุดของห่วงโซ่อาหาร และเป็นสัตว์ที่ไม่เป็นโรคภัย ทำให้อวัยวะหลายๆส่วนถูกนำมาเป็นอาหาร และยาทางความเชื่อ และบางส่วนถูกนำไปใช้เป็นเครื่องราง ทำให้ฉลามคือสัตว์ที่ถูกล่าอย่างล้างผลาญมากที่สุดชนิดหนึ่ง ข้อมูลอย่าง "มีสถิติว่าทุกปีมีฉลามนับร้อยล้านตัวถูกฆ่าเพราะความต้องการหูฉลามและการติดเครื่องมือประมงโดยไม่ตั้งใจ นั่นคิดเป็นวันละกว่า 2 แสนตัว หรือชั่วโมงละ 1 หมื่นตัว นาทีละ 200 ตัว หรือทุกๆครั้งที่เข็มวินาทีกระดิก มีฉลามถูกฆ่าตาย 3 ตัว จาก ดร.เพชร มโนปวิตร" ชี้ให้เห็นว่ามันหายไปเร็วเพียงได งดฉลาม กินกะพง กับร้านหว่อง "สัมผัสร้านหว่อง สัมผัสความรู้สึกจากทะเล" 0835195133 ไม่มีวันหยุด
18/09/2026
ถ้ามีเพื่อนคนไทยสักคนบอกว่าจะเช่าบ้านไปตลอดชีวิต ไม่มีแผนจะซื้อ
นุกคิดว่า ปฏิกิริยาของคนส่วนใหญ่เวลาได้ยินแบบนี้ น่าจะเป็นความสงสาร
ที่เวียนนา ถ้าใครสักคนพูดประโยคเดียวกัน
แทบจะไม่มีใครแปลกใจหรอกค่ะ
ไม่ใช่เพราะคนที่นี่ไม่มีเงินซื้อบ้าน และไม่ใช่เพราะพวกเขาไม่แคร์เรื่องความมั่นคงในวัยเกษียณ
แต่เพราะคำว่า "เช่า" ในเวียนนาไม่ได้แปลว่า "ยังไม่มีบ้าน"
มันแปลว่ามีบ้านแล้ว แค่จ่ายให้เมืองแทนธนาคาร
โพสต์ก่อนหน้านี้ นุกเล่าว่ากฎหมายคุม Airbnb ในเวียนนา ดุดันขนาดไหน
โพสต์นี้ นุกอยากพาไปดูต้นขั้วของความหวงแหน ที่ก่อร่างขึ้นเป็น "Gemeindebau" อาณาจักรบ้านเช่าของรัฐที่ใหญ่ที่สุดในยุโรป
---
เรื่องนี้ไม่ได้เริ่มต้นจากความมั่งคั่ง แต่มันเริ่มจากความสิ้นหวังค่ะ
ปี 1918 สงครามโลกครั้งที่หนึ่งจบลงด้วยความพ่ายแพ้ของฝ่ายมหาอำนาจกลาง จักรวรรดิฮับส์บวร์กที่เคยปกครองดินแดนกว่าครึ่งยุโรปกลางล่มสลายในชั่วข้ามคืน เวียนนาซึ่งเคยเป็นเมืองหลวงของจักรวรรดิใหญ่อันดับต้น ๆ ของทวีป เหลือสถานะเป็นเพียงเมืองหลวงของประเทศเล็ก ๆ ที่แพ้สงคราม
สภาพเมืองตอนนั้นย่ำแย่ไม่ต่างจากคนไข้หนัก ประชากรชนชั้นแรงงานอัดแน่นอยู่ในห้องเช่าเก่าทรุดโทรม ไร้แสงแดด ไร้น้ำประปา ความแออัดผนวกกับความอดอยากหลังสงครามทำให้วัณโรคระบาดหนักขึ้นอีกครั้ง ปี 1919 สัดส่วนคนเวียนนาที่เสียชีวิตด้วยวัณโรคพุ่งสูงถึง 1 ใน 4 ของการตายทั้งหมด เท่ากับระดับวิกฤตครั้งล่าสุดเมื่อปี 1867 เวียนนามีชื่อ (ไม่น่าภูมิใจ) ด้านนี้มานานแล้วตั้งแต่ปลายศตวรรษที่ 18 จนวงการแพทย์ยุโรปเรียกวัณโรคว่า "Morbus Viennensis" หรือ "โรคแห่งเวียนนา" เลยด้วยซ้ำ แต่ช่วงหลังสงครามคือจุดที่มันย้อนกลับมารุนแรงที่สุดอีกครั้งในรอบหลายสิบปี
ในยุคนั้น รัฐบาลกลางออสเตรียอยู่ในมือของพรรคอนุรักษนิยม Christlichsoziale Partei ซึ่งฐานเสียงส่วนใหญ่เป็นเกษตรกรและชนชั้นกลางสายคาทอลิก และส่วนใหญ่อยู่นอกกรุงเวียนนาออกไป การเมืองระดับประเทศเกือบตลอดยุคนั้นอยู่ในมือของพรรคอนุรักษนิยมฝ่ายขวามาตลอด ซึ่งฝ่ายนี้จะเชื่อในระบบสหกรณ์และภาคเอกชนมากกว่าการให้รัฐเข้าแทรกแซงโดยตรง และมองว่าสวัสดิการแบบเข้มข้นจะทำให้ประชาชนพึ่งพารัฐมากเกินไป
แต่เวียนนา ไม่ใช่ทั้งหมดของออสเตรีย
และในจุดที่มืดมนที่สุดนี้เอง การเมืองท้องถิ่นกลับเปลี่ยนมือค่ะ
---
ปี 1919 พรรคสังคมประชาธิปไตย (SDAP) ชนะเสียงข้างมากเด็ดขาดในสภาเทศบาลเวียนนาเป็นครั้งแรก และรักษาชัยชนะไว้ได้ทุกสมัยต่อเนื่องนานกว่าทศวรรษ (1919–1934) ช่วงเวลาที่ SDAP ปกครองเวียนนาด้วยนโยบายที่ตรงข้ามกับฝ่ายอนุรักษ์นิยมนี่แหละค่ะ ถูกเรียกในภายหลังว่า "Rotes Wien" หรือ "เวียนนาแดง"
ดังนั้น Rotes Wien ไม่ใช่ชื่อพรรค แต่เป็นชื่อเรียกยุคสมัยที่น่าจดจำที่สุดยุคหนึ่งของเวียนนาเลย
สิ่งที่ทำให้ยุคนี้ต่างจากรัฐบาลอื่น ๆ ก็คือ พวกเขาไม่ได้เลือกแก้ปัญหาแบบแจกผ้าห่มหรือหาที่พักชั่วคราว แต่พวกเขาเลือกรื้อระบบคิดใหม่ทั้งหมด และวางรากฐานด้วยปรัชญาที่สั่นสะเทือนมาถึงปัจจุบัน
ที่อยู่อาศัยคือสิทธิขั้นพื้นฐานของมนุษย์ ไม่ใช่สินค้าเพื่อการเก็งกำไร
นโยบายสวัสดิการเข้มข้นแบบนี้เอง คือเส้นทางเดินที่แตกต่างออกไปจากนโยบายของรัฐบาลกลาง
เวียนนาเลือกเส้นทางนี้ แปลว่า เมืองต้องทำมันเองโดยแทบไม่มีแรงหนุนจากรัฐบาลกลางเลย และในหลายจังหวะต่อจากนี้ ต้องทำท่ามกลางแรงต้านจากรัฐบาลกลางด้วยซ้ำ
สามปีถัดมา เวียนนาแยกตัวจากรัฐ Niederösterreich กลายมาเป็นรัฐของตัวเอง
รัฐเวียนนา ที่มีแค่เมืองเวียนนา และล้อมรอบไปด้วย Niederösterreich เป็นเหมือน "เกาะแดง" อยู่ตรงกลางประเทศที่ฝ่ายขวาคุมอยู่
สิทธิที่ได้มาพร้อมสถานะใหม่คือสิ่งที่เปลี่ยนทุกอย่างค่ะ
นั่นคือ อำนาจในออกกฎหมายภาษีเอง
---
ต้องเล่าให้ฟังเรื่อง Wohnbausteuer (ภาษีเพื่อการเคหะ) ที่เปรียบเสมือนเครื่องยนต์การเงินของ SDAP กันก่อนค่ะ
จริงๆ แล้ว ตอนปลายยุคราชวงศ์ฮับส์บวร์ก เวียนนาเคยมีบูมการสร้างตึกเช่า (Zinshaus) ของเอกชน แต่ผู้เช่าต้องจ่ายค่าเช่าแพงและแทบไม่มีการคุ้มครองผู้เช่าเลย และนี่คือปัญหาที่ SDAP ต้องการออกแบบระบบใหม่มาแก้ไข ไม่ใช่แค่ตั้งสโลแกนลอยๆ
พอเวียนนาแยกตัวออกมาเป็นรัฐของตัวเองในปี 1922 ก็มีการออกกฎหมายคุ้มครองผู้เช่า (Mieterschutz) ทันที
20 มกราคม 1923 สภาเทศบาลผ่านมติเก็บภาษี Wohnbausteuer เพื่อที่อยู่อาศัย ท่ามกลางการต่อต้านอย่างรุนแรงจากฝ่ายค้าน Christlichsozial
ภาษีนี้ไม่ได้เก็บเท่ากันทุกคน มันถูกออกแบบมาให้เข้มข้นขึ้นตามฐานะของผู้จ่าย
ห้องเช่าขนาดเล็กเสียภาษีเพียงราว 2% ของค่าเช่าเดิมก่อนสงคราม ขณะที่ห้องหรูเสียภาษีสูงถึงกว่า 36%
กลายเป็นว่า อสังหาริมทรัพย์ราคาแพงที่สุดเพียง 0.5% ของทั้งหมด กลับสร้างรายได้ถึง 45% ของภาษีทั้งก้อน
แต่ Wohnbausteuer ไม่ใช่ก้อนเดียวที่หล่อเลี้ยงโครงการนี้
เมืองยังเก็บภาษีอีกหลายตัวควบคู่กันไป ทุกตัวเล็งเป้าไปที่สิ่งเดียวกัน นั่นก็คือ ของฟุ่มเฟือยที่คนจนไม่มีปัญญาแตะ ไม่ว่าจะเป็นรถยนต์ส่วนตัว ม้าแข่ง คนรับใช้ในบ้าน การเข้าไนต์คลับ แม้แต่การเลี้ยงสุนัขก็ถูกเก็บภาษี
พูดให้ตรงที่สุด นี่คือการดึงเงินจากกระเป๋าของคนที่มีเงินเหลือไปใช้กับความสนุก มาสร้างหลังคาให้คนที่ไม่มีแม้แต่หลังคา
เป็นการลดความเหลื่อมล้ำระหว่างชนชั้นแบบไม่อ้อมค้อม
---
เงินก้อนนี้ไม่ได้ไปไหนเลยค่ะ มันกลายเป็นทุนสร้างเคหะชุมชน Gemeindebau หลายหมื่นยูนิตภายในเวลาไม่ถึงสิบปี
ตัวเลขนี้ไม่ได้สร้างแบบขอไปที ถ้าอยากเห็นความอลังการ ต้องไปดูที่ "Karl-Marx-Hof" ค่ะ
นี่คือแฟลตบ้านเช่าที่ยาวที่สุดในโลก อาคารพักอาศัยเดียวที่มีด้านหน้ายาวถึง 1.2 กิโลเมตร ทอดยาวขนานไปกับถนนจนต้องมีป้ายจอดรถรางถึง 4 ป้าย เพื่อให้ครอบคลุมตั้งแต่หัวจรดท้ายอาคาร รองรับผู้อยู่อาศัยราว 5,000 คน
Karl-Marx-Hof ไม่ได้ถูกสร้างเพื่อทำลายสถิติโลก แต่มันถูกออกแบบมาให้คนชั้นแรงงานมีแสงแดดส่องถึง มีอากาศบริสุทธิ์ มีสวนพื้นที่สีเขียวเป็นส่วนกลาง มีห้องอาบน้ำ คลินิกหมอ และโรงเรียนอนุบาลอยู่ในตัว
มันคือการคืนศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์กลับมา ผ่านสถาปัตยกรรม
ตอนที่เปิดตัวเป็นทางการในปี 1930 นายกเทศมนตรี Karl Seitz กล่าวไว้ประโยคหนึ่งที่ยังถูกยกมาพูดถึงจนถึงทุกวันนี้
"เมื่อเราไม่อยู่แล้ว หินเหล่านี้จะพูดแทนเรา"
---
สี่ปีถัดมา หินเหล่านั้นพูดแทนจริง ๆ ในความหมายที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น
การที่เวียนนาเป็นเกาะไข่แดงที่ดำเนินนโยบายฝ่ายซ้าย แต่อยู่กลางประเทศที่ฝ่ายขวาคุมอยู่ ความตึงเครียดสองขั้วอำนาจนี้เองที่ทำให้รัฐบาลกลางค่อย ๆ บีบอำนาจภาษีของเวียนนาตั้งแต่ปี 1929 กระทั่งปี 1933 รัฐบาลกลางระงับสภา ปกครองด้วยกฤษฎีกา และสั่งแบนกองกำลังฝ่าย SDAP
เดือนกุมภาพันธ์ปีถัดมา ความตึงเครียดที่สะสมมาปะทุเป็นสงครามกลางเมือง
Karl-Marx-Hof กลายเป็นจุดต้านทานสำคัญ ตัวอาคารยาวเกือบ 1,200 เมตรแต่มีทางผ่านเพียง 4 จุด รูปทรงแบบนี้กลายเป็นแนวป้องกันได้จริงโดยที่คนออกแบบไม่เคยตั้งใจ
กองทัพเปิดฉากยิงปืนใหญ่ถล่มตัวอาคารก่อนบุกยึด
การสู้รบทั่วประเทศครั้งนั้นคร่าชีวิตผู้คนไปหลายร้อยคน
อาคารถูกเปลี่ยนชื่อสองครั้งโดยสองระบอบการปกครองที่ตามมา ก่อนจะได้ชื่อ Karl-Marx-Hof คืนหลังสงครามโลกครั้งที่สอง
---
ระบบที่ถูกหยุดชะงักไปด้วยสงคราม ไม่ได้หายไปไหน
หลังสงคราม เทศบาลเวียนนาเริ่มสร้างเคหะชุมชนต่ออีกครั้ง อาคารหลังแรกของยุคหลังสงครามได้รับความช่วยเหลือทางการเงินจากรัฐบาลสวีเดน และถูกตั้งชื่อตาม Per Albin Hansson นายกรัฐมนตรีสวีเดนในขณะนั้นเพื่อขอบคุณ
และระบบนี้เดินหน้าต่อเนื่องมาโดยไม่มีการหยุดชะงักอีกเลยจนถึงวันนี้
ร้อยปีผ่านไป อาคารเหล่านี้ยังคงตั้งตระหง่าน และปรัชญานั้นก็ยังคงทำงานของมัน
ปัจจุบัน ประชากรเวียนนาราว 1 ใน 4 อาศัยอยู่ใน Gemeindebau (อาคารการเคหะของรัฐ) และรัฐบาลท้องถิ่นของเวียนนาเป็นเจ้าของห้องเช่ามากกว่า 220,000 ยูนิต กระจายอยู่เกือบ 2,300 อาคารทั่วทั้งเมือง
สิ่งนี้ สามารถพูดได้ว่า รัฐบาลเวียนนาถือครองที่ดินเพื่อการอยู่อาศัยที่ใหญ่ที่สุดในยุโรป และเวียนนาถูกยกเป็นต้นแบบระดับนานาชาติท่ามกลางวิกฤตที่อยู่อาศัยในยุโรป มีเมืองอื่นๆ ในยุโรปเดินทางมาศึกษาโมเดลนี้โดยตรง
---
ทั้งหมดนี้คือเหตุผลว่าทำไมคนเวียนนา และกฎหมายผังเมืองของที่นี่ ถึงหวงแหน Gemeindebau ยิ่งกว่าอะไรทั้งหมด สวัสดิการนี้ถูกสร้างขึ้นมาจากเลือดตาแทบกระเด็นของบรรพบุรุษในวันที่เมืองบอบช้ำที่สุด
มันคือร่มชูชีพของชาวเมือง ไม่ใช่เหมืองทองของนักลงทุน
หากจะมีใครเอากำแพงที่สร้างจากภาษีของประชาชน ไปดัดแปลงเป็น Airbnb เพื่อสูบรายได้เข้ากระเป๋าส่วนตัว จึงเป็นเรื่องที่เมืองยอมไม่ได้เด็ดขาด
เมืองที่เจริญแล้ว ย่อมเข้าใจหน้าที่ของตัวเอง
รัฐไม่จำเป็นต้องเปิดประตูกว้างให้นายทุนเข้ามาตักตวงทุกอย่างเสมอไป
เพราะสิทธิในการมี "บ้าน" ของชาวเมือง ต้องอยู่เหนือสิทธิในการทำ "กำไร" ของนักท่องเที่ยวเสมอค่ะ
เพื่อนคนไทยที่เป็นห่วงเรื่องการเช่าตลอดชีวิตของคนเวียนนาไม่ได้คิดผิด
เพราะในหลายเมืองของโลก การเช่าตลอดชีวิตคือความเสี่ยง เพราะไม่มีอะไรค้ำประกันว่าเจ้าของจะไม่ขึ้นค่าเช่า ไม่ไล่ที่ หรือไม่ขายตึกทิ้งพรุ่งนี้
แต่ที่เวียนนา คำถามที่ถูกต้องไม่ใช่ "ทำไมถึงกล้าเช่าตลอดชีวิต"
คำถามที่ถูกต้องคือ เมืองนี้ตัดสินใจตั้งแต่ร้อยปีก่อนว่าจะไม่ปล่อยให้คำถามนั้นน่ากลัวตั้งแต่แรก
Visuals & Stories by Nookpixel
ภาพนี้ถ่ายจากหน้าอาคาร Karl-Marx-Hof บริเวณหน้าทางเข้า
ซึ่งตรงนี้เป็นหนึ่งในทางเข้าหลักของอาคาร ไม่ใช่ทั้งหมดค่ะ
ของจริงใหญ่มากๆ ไม่สามารถเก็บภาพหมดได้ในเฟรมเดียว
และยังไม่นับว่ามีอาคาร Gemeindehaus อีกมากมายกระจายทั่วเมืองเวียนนา และทุกวันนี้ก็ยังมีห้องใหม่ๆ เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เพื่อรองรับคน
นุกว่านี่เป็นหนึ่งในแนวคิดนโยบายลดความเหลื่อมล้ำของคนเวียนนาที่น่าสนใจมากๆ ค่ะ และ project แบบนี้สามารถเลี้ยงตัวเองได้จริงๆ ไม่ต้องเอาภาษีส่วนอื่นๆ ไปโปะเลย
#วนเวียนนา #เวียนนา #ชีวิตในเวียนนา #ประวัติศาสตร์ที่ไม่มีใครบอก
18/09/2026
" WHAT'S THE DIFFERENCE BETWEEN FISH & CHIPS IN THE UK AND AT NWRONG?
1. WE HAVE SAUCES SUITABLE FOR THAI PEOPLE.
2. WE HAVE FRESH LOCAL FISH SPECIES. AND UNLIKE ENGLAND BUT WE WILL NEVER BETRAY A CUSTOMER TO BRINGING YOU A F*CKING SILLY DOLLY FISH TO YOU"
16/09/2026
หมอกควันและฝุ่นละอองจากอินโดฯ พัดปกคลุมเมืองหาดใหญ่ ค่า PM 2.5 สูง ชาวบ้านได้รับผลกระทบด้านสุขภาพ
รายละเอียดเพิ่มเติมในคอมเมนต์
#หมอกควัน #ฝุ่นละออง #เมืองสงขลา #โหนกระแส
15/09/2026
วันนี้อากาศแย่ที่สุดอาจจะในรอบปี
มีฝุ่นควันจากอินโดนีเซียเข้ามาไม่หยุด ทำให้ถ้ามองจากที่ร้านอาจจะมองไม่เห็นเขาคอหงส์
หากไปไหนมาไหนก็รบกวนใส่แมสหรือว่าหน้ากากกันฝุ่นไว้ด้วยก็ดีนะครับ อากาศมันแย่จนทำให้คนที่เป็นภูมิแพ้เหนื่อยเหนื่อยกว่าปกติจากการที่ใช้ชีวิตปกติมันก็เหนื่อยอยู่แล้ว
ไหนจะโรคไข้หวัดใหญ่ระบาดรวมถึงไข้เลือดออกที่กำลังจะมา
หากใครจะขับรถก็เนื่องจากทัศนวิสัยแย่รบกวนระมัดระวังมากขึ้นเปิดไฟใส่หมวกรัดเข็มขัดนิรภัยทุกครั้ง
ตอนนี้ร้านเปิดแล้วนะครับเปิดทั้ง air condition แล้วก็เครื่องฟอกอากาศไว้ต้อนรับทุกคนแล้ว
ขอบคุณครับ
คลิกที่นี่เพื่อเป็นสมาชิก?
ประเภท
เบอร์โทรศัพท์
เว็บไซต์
ที่อยู่
180 Seangchant Street Punnakan Road
Hat Yai
90110
เวลาทำการ
| จันทร์ | 10:00 - 22:00 |
| อังคาร | 10:00 - 22:00 |
| พุธ | 10:00 - 22:00 |
| พฤหัสบดี | 10:00 - 22:00 |
| ศุกร์ | 10:00 - 22:00 |
| เสาร์ | 15:00 - 22:00 |
| อาทิตย์ | 15:00 - 22:00 |
แจ้งเตือน
รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Nwrongผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา