ECPAT Foundation Thailand
ข้อมูลติดต่อ แผนที่และเส้นทาง แบบฟอร์มติดต่อ เวลาทำการ บริการ คะแนนรีวิว รูปภาพ วิดีโอ และข่าวสารจาก ECPAT Foundation Thailand, องค์กรไม่แสวงหาผลกำไร, 426/21 บ้านกกกาแล ตำบลริมกก อำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย, Chiang Rai
องค์กรพัฒนาเอกชนที่ไม่แสวงหาผลกำไร และไม่ยุ่งเกี่ยวกับการเมือง การดำเนินงานมุ่งป้องกันและคุ้มครองเด็กจากการถูกแสวงหาประโยชน์ทางเพศทุกรูปแบบ รวมทั้งการแสวงหาประโยชน์ทางเพศจากเด็กผ่านเทคโนโลยีและการสื่อสารสมัยใหม่
11/08/2026
สายแปลก ๆ โทรมา อย่าเพิ่งเชื่อ!
❌ ไม่บอก OTP
❌ ไม่ให้ข้อมูลส่วนตัว
❌ ไม่โอนเงินตามคำสั่งทางโทรศัพท์
วางสาย ตั้งสติ ตรวจสอบก่อนโอนรู้ทันมิจฉาชีพ ปกป้องเงินและข้อมูลของเรา
#ภัยCallCenter #ภัยออนไลน์
TikTok · ECPAT Foundation TikTok | Make Your Day
11/08/2026
ก่อนโพสต์ภาพเด็ก…คิดให้ไกลกว่าความน่ารัก
เพราะหนึ่งภาพที่เราแชร์ อาจเปิดประตูให้คนแปลกหน้าเข้าถึงเด็กได้
#คิดก่อนโพสต์ปกป้องเด็กก่อนแชร์ #ภัยออนไลน์
TikTok · ECPAT Foundation TikTok | Make Your Day
09/08/2026
#ความรุนแรงในรั้วโรงเรียน
ปัญหาการล้อแกล้งรังแก (bullying) ในรั้วโรงเรียน เป็นปัญหาที่ใหญ่มาก
ประเทศไทยติดอันดับต้นๆ ของโลก เรื่องการล้อแกล้งรังแก
หลายครั้งครูและผู้ปกครองหลายคนไม่เข้าใจเรื่องการล้อแกล้งรังแกในเด็ก
“เด็กมันก็แค่เล่นกัน”
“เพื่อนเค้าแค่ล้อเล่น เราก็อย่าไปใส่ใจ“
”เดี๋ยวก็จะจบแล้ว อดทนอีกนิดเดียว“
“ถ้าใครแกล้งไม่ได้เลย คุณแม่ก็เอาลูกไว้บ้านมั้ย ไม่ต้องมาโรงเรียน”
หลายครั้งผู้ใหญ่ที่บ้านและโรงเรียน กลับกลายเป็นตัวอย่างของความรุนแรง
ครูล้อเลียนรูปร่างหน้าตาเด็ก กล้อนผม พูดให้รู้สึกอับอายในชั้นเรียน ลงโทษด้วยการตี ด่าให้หลาบจำ ทำโทษด้วยการประจาน ให้ได้รับความอับอาย ฯลฯ
เด็กหลายคนโตมากับบ้านที่ทำให้รู้สึกไร้อำนาจ ไม่มีตัวตน ไม่ถูกมองเห็น ไม่ถูกรับฟัง เลยต้องมาสร้างตัวตน โดยการรังแกคนที่อ่อนแอกว่า
การแก้ปัญหาของครู มักจบลงที่การให้เด็กมากอดกัน จับมือกัน บอกให้เด็กเป็นเพื่อนที่ดีกต่อกัน หรือลงโทษให้จบไป ซึ่งนั่นไม่ใช่วิธีการแก้ปัญหา
เด็กหลายคน พัฒนาจากเหยื่อผู้ถูกกระทำ มาเป็นผู้กระทำเสียเอง
……………………..
สิ่งที่จะช่วยลดการล้อแกล้งรังแกในโรงเรียนได้
1. มีนโยบายชัดเจน เรื่องการเคารพสิทธิ ไม่ละเมิดผู้อื่น และการไม่ยอมรับการล้อแกล้งรังแก “zero tolerance to bullying” ซึ่งเริ่มจากตัวอย่างของผู้ใหญ่ในโรงเรียน
2. ทำให้เด็กทุกคน มี “ตัวตน” อยู่ในโรงเรียน โรงเรียนควรเป็นที่ที่ทำให้เด็กทุกคน รู้สึกว่าตัวเองมีดี เป็นคนที่ใช้ได้ มีความหมาย เป็นที่รัก
3. สอนเรื่องการเคารพความแตกต่างหลากหลาย ทำให้เห็นว่าทุกคนแม้มีความแตกต่างกัน แต่เราก็มีความเป็นมนุษย์ที่เหมือนกัน
4. “ความเป็นมนุษย์” ที่เราทุกคน ต่าง ถูกขับเคลื่อนด้วยความต้องการเบื้องลึก ทั้งความรู้สึกปลอดภัย ต้องการความรัก ความเข้าใจ การถูกยอมรับและถูกมองเห็น ฯลฯ
5. เป็นตัวอย่างของการไม่ใช้ความรุนแรงใน โรงเรียน เริ่มจากการไม่ละเมิดสิทธินักเรียนทั้งร่างกายและจิตใจ ไม่ล้อ แกล้ง แหย่ มีความสนุก บนความทุกข์ของนักเรียน
6. ไม่เฉยเมย หรือมองว่าก็แค่การแกล้งกัน มันไม่เป็นอะไร และไม่นิ่งเฉยเมื่อเห็นความรุนแรงใดๆ เกิดขึ้น
7. มีช่องทางในการรายงานเมื่อเด็กโดนล้อแกล้งรังแก ทั้งจากตนเอง หรือเห็นผู้อื่น โดยมีมาตรการว่าคนที่รายงานจะถูกปกป้องข้อมูลส่วนตัวเพื่อความปลอดภัย
8. เมื่อเกิดปัญหา อย่ารีบสรุปและทำให้ปัญหารีบจบไป แต่เปิดพื้นที่ “รับฟัง” เรื่องราวที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะ เพื่อได้ยินสิ่งที่เป็น ”ความรู้สึกข้างใน“ และ ”ความต้องการเบื้องลึก“ ของทั้งผู้กระทำและถูกกระทำ
9. อย่าทำแค่พิธีกรรม จับมาขอโทษ กอดกันแสดงความรัก สิ่งที่ฉาบฉวยเหล่านี้ ไม่ได้ช่วยให้ใครรู้สึกดีขึ้นมา หรือแก้ปัญหาได้จริงๆ
10. ไม่จบลงแค่การลงโทษ หรือใช้ความรุนแรงในการสั่งสอนให้หลาบจำ เพราะนั่นไม่ได้ทำให้เกิดการแก้ไขปัญหาจริงๆ
11. หลีกเลี่ยง “อย่าให้ครูรู้อีกนะว่าแกล้งกัน” เพราะนั่นจะทำให้เราไม่ได้รับรู้อะไร ในขณะที่ปัญหายังคงดำเนินไปอยู่
12. เด็กที่แกล้งคนอื่นเป็นประจำ ควรได้รับการประเมินจากผู้เชี่ยวชาญ “เพื่อหาสาเหตุ” ที่ซ่อนไว้อยู่เสมอ
13. เด็กที่ถูกกระทำ ก็ควรได้รับการประเมินถึงผลกระทบที่ได้รับ
14. ให้ความสำคัญและพัฒนาบทบาทของ “คนดู” หรือ “กองเชียร์” ให้ลุกขึ้นมาเป็นผู้ปกป้องเพื่อนที่ถูกรังแก ในงานวิจัย พบว่าการพัฒนาผู้เห็นเหตุการณ์ไม่ให้กลายเป็นคนนิ่งเฉย ช่วยลด ปัญหาความรุนแรงในรั้วโรงเรียนได้มาก
15. ทำงานและให้ความรู้กับครอบครัวเรื่องการลดการใช้ความรุนแรง
16. ให้เด็กๆ เป็นแกนนำในการช่วยคิดวิธี ที่จะแก้ไขปัญหา คิดกิจกรรม เพื่อลดการล้อ แกล้ง รังแกในโรงเรียน
การล้อ แกล้ง รังแกเป็นปัญหาใหญ่
มีงานวิจัยพบว่ามันนำไปถึงปัญหาอาชญากรรมเมื่อเด็กเติบโตขึ้น
อย่าทำเหมือนมันเป็นเรื่องธรรมดา หรือทำแค่การลงโทษให้จบไป
เพราะทุกความรุนแรง...
มันมีที่มาเสมอ
เป็นกำลังใจให้โรงเรียนและคุณครูทุกท่าน
ช่วยกันสร้างพื้นที่ปลอดภัยให้กับชีวิตเด็กๆ นะคะ
#หมอโอ๋เพจเลี้ยงลูกนอกบ้าน
ผู้เชื่อว่าการสร้าง empathy ในใจของเด็ก เป็นเรื่องเล็กๆ ที่นำไปสู่การแก้ปัญหาที่ยิ่งใหญ่
07/08/2026
มูลนิธิเพื่อยุติการแสวงหาประโยชน์ทางเพศจากเด็ก ขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อครอบครัวของผู้เสียชีวิต ผู้ได้รับบาดเจ็บ ครู นักเรียน และทุกคนที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์กราดยิงในสถานศึกษา
เหตุการณ์ความรุนแรงในสถานศึกษาส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อความรู้สึกปลอดภัยของเด็ก เยาวชน และสังคมโดยรวม การเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบทั้งทางร่างกายและจิตใจ
มูลนิธิฯ ขอความร่วมมือจากสื่อและประชาชนงดเผยแพร่ หรือส่งต่อภาพความรุนแรง ภาพผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บ รวมถึงข้อมูลที่อาจทำให้ระบุตัวเด็กได้ ตลอดจนหลีกเลี่ยงการคาดเดาหรือเผยแพร่ข้อมูลที่ยังไม่ได้รับการยืนยัน เพื่อเคารพศักดิ์ศรี ความเป็นส่วนตัว และลดการซ้ำเติมผู้ประสบเหตุและครอบครัว
ขอส่งกำลังใจให้ผู้บาดเจ็บฟื้นตัวโดยเร็ว และขอให้ครอบครัวของผู้สูญเสีย ตลอดจนครู นักเรียน และบุคลากรในโรงเรียน ได้รับการดูแล เยียวยา และสนับสนุนจากทุกภาคส่วนอย่างต่อเนื่อง ทั้ง ด้านสุขภาพกาย สุขภาพจิต และการกลับคืนสู่สภาพแวดล้อมการเรียนรู้ที่ปลอดภัย
ขอให้เหตุการณ์ครั้งนี้เป็นแรงผลักดันให้ทุกภาคส่วนร่วมกันสร้างสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยสำหรับเด็กและเยาวชน ทั้งด้านความปลอดภัยทางกาย สุขภาพจิต และระบบเฝ้าระวังในสถานศึกษา เพื่อไม่ให้เกิดความสูญเสียเช่นนี้ขึ้นอีกในอนาคต
#เพราะการปกป้องคุ้มครองเด็กเป็นหน้าที่ของเราทุกคน
07/08/2026
ถึงสื่อมวลชนทุกท่าน
ตอนนี้เรารู้ว่าทุกกองบรรณาธิการกำลังแข่งกับเวลา ตัวเลขเปลี่ยนทุกนาที ภาพจากที่เกิดเหตุหลั่งไหลเข้ามาจากทุกทาง และแรงกดดันเรื่อง "ใครไวกว่ากัน" มีผลต่อการทำงาน
แต่ในฐานะสื่อที่ทำงานเรื่องเด็กมาโดยตลอด เราอยากชวนตั้งหลักด้วยกันสักครู่ ก่อนกดเผยแพร่ชิ้นต่อไป
โลกเจอเหตุการณ์แบบนี้มาไม่น้อย และมีบทเรียนที่นานาชาติสรุปไว้ชัดเจนแล้วว่า วิธีการรายงานข่าวมีผลจริงต่อสิ่งที่เกิดขึ้นต่อ ไม่ใช่แค่ผลต่อความรู้สึกคนอ่าน
สิ่งที่งานวิจัยเรื่องการนำเสนอข่าวความรุนแรงยืนยันซ้ำแล้วซ้ำเล่า
- รายละเอียดวิธีก่อเหตุ อาวุธ เส้นทางเดิน ไทม์ไลน์แบบละเอียด ไม่ได้ช่วยให้สังคมเข้าใจเหตุการณ์มากขึ้น แต่กลายเป็น "คู่มือ" ให้คนที่กำลังคิดเรื่องเดียวกันอยู่
- การเผยแพร่ภาพ คลิป หรือชื่อผู้ก่อเหตุซ้ำๆ ทำให้เหตุการณ์ดูยิ่งใหญ่ในสายตาคนที่อยากมีตัวตนผ่านความรุนแรง ยิ่งเผยแพร่มาก ยิ่งเพิ่มความเสี่ยงที่จะมีเหตุถัดไป
- นี่คือหลักการเดียวกับที่ใช้กับข่าวการฆ่าตัวตายมานาน เพราะกลไกทางจิตวิทยาที่ทำให้เกิดพฤติกรรมเลียนแบบคล้ายกัน
ผู้ก่อเหตุเป็นเด็ก เรื่องนี้มีผลทางกฎหมายชัดเจนอยู่แล้วเรื่องการไม่เปิดเผยตัวตนผู้เยาว์ แต่มากกว่านั้น คือทุกครั้งที่มีการขุดคุ้ยประวัติ ผลการเรียน ความสัมพันธ์ในครอบครัว มาเล่าราวกับหาคำตอบเดียวว่า "เพราะอะไรเด็กคนนี้ถึงเป็นแบบนี้" มันมักจบลงที่การชี้นิ้วไปที่ครอบครัวใดครอบครัวหนึ่ง ทั้งที่คำถามที่สำคัญกว่าคือ ระบบรอบตัวเด็กทั้งหมด โรงเรียน การเข้าถึงอาวุธ ช่องว่างของการดูแลสุขภาพใจในวัยรุ่น
พร้อมจับสัญญาณเตือนก่อนเกิดเหตุแค่ไหน
สิ่งที่เราอยากชวนทำ:
- ยึดข้อมูลจากแหล่งทางการเท่านั้น ในจังหวะที่ตัวเลขยังไม่นิ่ง การรอยืนยันไม่ใช่ความล่าช้า แต่คือความรับผิดชอบ
- โฟกัสที่ผู้สูญเสียด้วยความเคารพ ไม่ใช่ล้วงลึกความเจ็บปวดเพื่อภาพที่กระทบใจที่สุด
- พูดถึงทางออก ไม่ใช่แค่โศกนาฏกรรม เช่น มีช่องทางไหนที่เด็กและครอบครัวเข้าถึงความช่วยเหลือได้จริง
- ถ้าจะตั้งคำถามเชิงสาเหตุ ให้ตั้งในระดับระบบ ไม่ใช่ระดับตัวบุคคลหรือครอบครัวเดียว
เด็กหลายแสนคนทั่วประเทศกำลังเห็นข่าวนี้ผ่านมือถือของตัวเองตอนนี้ วิธีที่เราเล่าเรื่องนี้วันนี้ มีผลต่อความรู้สึกปลอดภัยของพวกเขาไปอีกนาน
06/08/2026
เห็น" ไม่ได้แปลว่า "จริง" AI Deepfake ทำให้ภาพ เสียง
และวิดีโอปลอมสมจริงได้ในไม่กี่นาที
🔎 ตรวจสอบก่อนเชื่อ
📲 คิดก่อนแชร์
🛡️ ปกป้องตัวเองและผู้อื่นจากการหลอกลวงออนไลน์
#ภัยออนไลน์
TikTok · ECPAT Foundation TikTok | Make Your Day
03/08/2026
"Cyberbullying" ไม่ใช่เรื่องเล็ก
และไม่เลือกเชื้อชาติ ภาษา หรือวัฒนธรรม
เพราะคำพูดเพียงไม่กี่คำบนโลกออนไลน์
อาจทิ้งบาดแผลในใจที่ยากจะลบเลือน
(เวอร์ชั่นภาษาไทยใหญ่)
#หยุดกลั่นแกล้งทางออนไลน์ #ภัยออนไลน์
TikTok · ECPAT Foundation TikTok | Make Your Day
25/07/2026
ไม่มีเด็กคนไหนควรรู้สึกผิด เพราะกล้าขอความช่วยเหลือ
จงเป็นผู้ใหญ่ที่ทำให้เด็ก กล้าพูด ไม่ใช่เลือกเงียบ
เพราะคำพูดของเรา...อาจเปลี่ยนชีวิตเด็กคนหนึ่งได้ 💙
#ภัยออนไลน์ #ผู้ใหญ่เข้าใจเด็กในการใช้ออนไลน์
TikTok · ECPAT Foundation TikTok | Make Your Day
24/07/2026
การคุ้มครองเด็กในโลกออนไลน์ ไม่ใช่การพาเด็กออกจากโลกนั้น
แต่คือการสอนให้เขาใช้งานสื่อออนไลน์อย่างปลอดภัย 💙💙
#ภัยออนไลน์ #ผู้ใหญ่เข้าใจเด็กในการใช้สื่อออนไลน์
TikTok · ECPAT Foundation TikTok | Make Your Day
คลิกที่นี่เพื่อรับประกาศแบบสปอนเซอร์ของคุณ
หมวดหมู่
เว็บไซต์
ที่อยู่
426/21 บ้านกกกาแล ตำบลริมกก อำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย
Chiang Rai
57100
เวลาทำการ
| จันทร์ | 09:00 - 17:00 |
| อังคาร | 09:00 - 17:00 |
| พุธ | 09:00 - 17:00 |
| พฤหัสบดี | 09:00 - 17:00 |
| ศุกร์ | 09:00 - 17:00 |
แจ้งเตือน
เป็นคนแรกที่รู้ข่าว: เราจะส่งอีเมลแจ้งเมื่อ ECPAT Foundation Thailand โพสต์ข่าวสารและโปรโมชั่น อีเมลของคุณจะไม่ถูกนำไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์อื่น และคุณสามารถยกเลิกการรับข่าวสารได้ทุกเมื่อ