Maitree Rimtong
ความรู้ การเรียน การศึกษา
❤️
03/10/2026
💛
“น้ำ” ในสายพระเนตรของพระองค์ ไม่ใช่สิ่งที่ต้องรีบผลักทิ้งไปให้พ้นตัวเสมอไป
บางเวลา น้ำต้องเก็บ
บางพื้นที่ น้ำต้องชะลอ
บางฤดู น้ำต้องระบาย
และเมื่อน้ำเสื่อมคุณภาพ ก็ต้องทำให้น้ำกลับมามีชีวิตอีกครั้ง
นี่คือภาพใหญ่ของแนวพระราชดำริด้านการบริหารจัดการน้ำของ
พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร
เมื่อพิจารณาพระราชกรณียกิจและโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริที่กระจายอยู่ทั่วประเทศ จะเห็นได้ว่า พระองค์มิได้ทรงมองปัญหาน้ำท่วม ภัยแล้ง ป่าเสื่อมโทรม และน้ำเสีย แยกออกจากกัน
แต่ทรงพิจารณาความสัมพันธ์ของ “น้ำทั้งระบบ”
ตั้งแต่พื้นที่ต้นน้ำ
พื้นที่รับน้ำและพื้นที่เกษตร
ลำน้ำและเมือง
ไปจนถึงพื้นที่ปลายน้ำก่อนออกสู่ทะเล
ที่ต้นน้ำ การรักษาป่าและความชุ่มชื้นมีความสำคัญอย่างยิ่ง
พระองค์ทรงมีพระราชดำริเกี่ยวกับการฟื้นฟูป่า การสร้างความชุ่มชื้น และการใช้ “ฝายชะลอความชุ่มชื้น” หรือ Check Dam ตามร่องน้ำและลำห้วยขนาดเล็ก
หลักการไม่ได้ซับซ้อน
แทนที่จะปล่อยให้น้ำฝนไหลบ่าลงจากภูเขาอย่างรวดเร็ว ก็ชะลอน้ำไว้เป็นช่วง ๆ
เมื่อน้ำไหลช้าลง
ความชุ่มชื้นก็มีโอกาสซึมลงสู่ดินมากขึ้น
พื้นที่สองฝั่งลำห้วยได้รับความชุ่มชื้น
และธรรมชาติมีโอกาสฟื้นตัว
เมื่อน้ำลงมาถึงพื้นที่เกษตร คำถามสำคัญจึงไม่ใช่เพียงว่า
“จะหาน้ำจากที่ไหน”
แต่ต้องคิดต่อว่า
“เมื่อมีน้ำแล้ว จะเก็บน้ำไว้ใช้ในวันที่ไม่มีน้ำได้อย่างไร”
แนวพระราชดำริเรื่องแหล่งเก็บกักน้ำ อ่างเก็บน้ำ สระน้ำ และ “ทฤษฎีใหม่” จึงมีความสำคัญ
ในทฤษฎีใหม่ขั้นต้น พระราชทานแนวทางให้แบ่งพื้นที่ส่วนหนึ่งสำหรับขุดสระเก็บกักน้ำ เพื่อเก็บน้ำในฤดูฝนไว้ใช้เสริมการเพาะปลูกในฤดูแล้ง
ความหมายที่ลึกกว่าการขุดสระ คือการสร้าง “ความมั่นคงของน้ำ” ให้เกิดขึ้นในระดับครัวเรือนและพื้นที่เกษตร
มีมากก็เก็บ
มีน้อยก็ใช้อย่างรู้คุณค่า
ส่วนเมื่อถึงฤดูฝน ปัญหากลับตรงกันข้าม
น้ำที่เคยขาด อาจกลายเป็นน้ำที่มีมากเกินความสามารถของคลองและระบบระบายน้ำ
หนึ่งในแนวพระราชดำริที่คนไทยรู้จักมากที่สุด คือ “แก้มลิง”
หลังจากเกิดปัญหาอุทกภัยรุนแรงในกรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2538 พระองค์ทรงพระราชทานแนวทางให้จัดหาพื้นที่สำหรับรองรับน้ำส่วนเกินไว้ชั่วคราว
แทนที่จะปล่อยให้น้ำจำนวนมากไหลเข้าสู่พื้นที่เมืองพร้อมกัน
ก็พักน้ำส่วนหนึ่งไว้ก่อน
เมื่อคลองสามารถรองรับน้ำได้ หรือระดับน้ำด้านปลายน้ำเหมาะสม จึงค่อยระบายออก
หลักคิดจึงคล้ายการสร้าง “พื้นที่ให้กับน้ำ”
ไม่ใช่ต่อสู้กับน้ำทุกหยด
แต่บริหารเวลาและพื้นที่ให้น้ำเดินทางอย่างเหมาะสม
อีกตัวอย่างสำคัญคือ “คลองลัดโพธิ์” จังหวัดสมุทรปราการ
เดิมน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาบริเวณคุ้งบางกะเจ้าต้องไหลอ้อมเป็นระยะทางประมาณ 18 กิโลเมตร
พระองค์ทรงมีพระราชดำริให้ปรับปรุงคลองลัดโพธิ์เพื่อใช้เป็นทางลัดระบายน้ำ
เมื่อน้ำผ่านคลองลัด ระยะทางเหลือประมาณ 600 เมตร
และที่สำคัญ การเปิด–ปิดประตูระบายน้ำสามารถบริหารให้สัมพันธ์กับระดับน้ำทะเล
เมื่อน้ำทะเลลง ก็เร่งระบายน้ำออก
เมื่อน้ำทะเลขึ้นสูง ก็สามารถควบคุมไม่ให้น้ำทะเลหนุนย้อนกลับเข้ามา
นี่ไม่ใช่เพียงการ “ขุดคลองให้ใหญ่ขึ้น”
แต่คือการเข้าใจจังหวะของแม่น้ำ น้ำทะเล และแรงโน้มถ่วง แล้วใช้ธรรมชาติช่วยธรรมชาติ
อย่างไรก็ตาม การบริหารจัดการน้ำในแนวพระราชดำริไม่ได้จบลงเพียงวันที่น้ำไหลออกสู่ทะเล
เพราะ “คุณภาพของน้ำ” ก็สำคัญไม่แพ้ “ปริมาณของน้ำ”
เมื่อทรงทอดพระเนตรเห็นปัญหาน้ำเน่าเสีย พระองค์ทรงพระราชทานพระราชดำริเมื่อวันที่ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2531 ให้พัฒนาเครื่องกลเติมอากาศสำหรับเพิ่มออกซิเจนในน้ำ
ต่อมาพัฒนาขึ้นเป็น
“กังหันน้ำชัยพัฒนา”
เครื่องกลเติมอากาศที่มีหลักการไม่ซับซ้อน แต่สามารถช่วยเพิ่มออกซิเจนและปรับปรุงคุณภาพน้ำในแหล่งน้ำต่าง ๆ ได้
เมื่อนำเรื่องเหล่านี้มาวางต่อกัน
ภาพที่ปรากฏจึงไม่ใช่เพียงรายชื่อโครงการจำนวนมาก
แต่คือระบบความคิดที่เชื่อมโยงกัน
ต้นน้ำ รักษาป่าและความชุ่มชื้น
น้ำไหลแรง ชะลอไว้
น้ำมีมาก เก็บไว้
พื้นที่เกษตร บริหารให้มีน้ำใช้
น้ำหลาก หาพื้นที่พักน้ำ
น้ำต้องระบาย เปิดทางให้ออกอย่างเหมาะสม
น้ำเสีย เติมอากาศและฟื้นฟูคุณภาพ
ทั้งหมดมีหัวใจร่วมกันประการหนึ่ง
คือการไม่มองธรรมชาติเป็นศัตรู
แต่ศึกษาธรรมชาติให้เข้าใจ แล้วออกแบบวิธีจัดการให้สอดคล้องกับภูมิประเทศ ฤดูกาล และวิถีชีวิตของผู้คน
พระราชกรณียกิจด้านน้ำจึงมิได้มีคุณค่าเพียงเพราะช่วยแก้ปัญหาในยุคหนึ่ง
แต่ยังทิ้ง “วิธีคิด” ไว้ให้คนรุ่นหลัง
เพราะปัญหาน้ำของประเทศไทยอาจเปลี่ยนรูปไปตามกาลเวลา
บางปีแล้ง
บางปีน้ำมาก
บางแห่งน้ำท่วม
บางแห่งกลับไม่มีน้ำใช้
แต่หลักสำคัญยังคงเดิม
ต้องรู้ว่าจะเก็บน้ำไว้ที่ไหน
ชะลอน้ำอย่างไร
ใช้น้ำเมื่อใด
เปิดทางให้น้ำไปทางไหน
และทำอย่างไรให้คนสามารถอยู่ร่วมกับน้ำได้
นี่จึงเป็นเหตุผลที่เมื่อเกิดน้ำท่วมหรือภัยแล้งครั้งใด
หลายคนจึงหวนกลับไปศึกษาสิ่งที่พระองค์ทรงวางแนวทางไว้
ไม่ใช่เพียงเพื่อระลึกถึงอดีต
แต่เพราะหลายแนวคิดยังคงตอบคำถามเรื่อง “น้ำ” ของประเทศไทยได้จนถึงวันนี้
พระมหากรุณาธิคุณในเรื่องน้ำ
จึงมิได้อยู่เพียงในเขื่อน อ่างเก็บน้ำ ฝาย คลอง หรือกังหัน
แต่อยู่ในองค์ความรู้ที่สอนให้เราเข้าใจว่า
“น้ำ” จะเป็นภัยหรือเป็นคุณ
ส่วนหนึ่งขึ้นอยู่กับว่า
เรารู้จักบริหารมันดีเพียงใด
01/10/2026
มันจบยุคที่เราจะมานั่งเขียนโค้ดด้วยตัวเราเองแล้ว ครับท่าน 😍
https://www.facebook.com/share/p/1LbiZiiCnM/
DHH (เทพเจ้าสายเขียนเว็บ) ออกมาเตือนโปรแกรมเมอร์สาย Rails โดย Rails หรือ Ruby on Rails คือเฟรมเวิร์กสำหรับพัฒนาเว็บแอปพลิเคชันด้วยภาษา Ruby ว่า “มันจบยุคที่เราจะมานั่งเขียนโค้ดด้วยตัวเราเองแล้วครับท่าน” หรือ “We’re done writing code by hand.” เขามองว่าการเขียนโค้ดด้วยมือตรง ๆ กำลังไม่ใช่วิธีทำงานหลักอีกต่อไป เพราะยุคของ AI และเอเจนต์กำลังเข้ามาเปลี่ยนวิธีการสร้างซอฟต์แวร์อย่างชัดเจน
DHH อธิบายว่า ในอดีตเขาเขียนโค้ดได้ประมาณ 30,000 บรรทัดต่อปี แต่ตอนนี้ด้วยการใช้ AI เขาสามารถสร้างโค้ดได้มากถึง 150,000 บรรทัดต่อเดือน หรือเพิ่มขึ้นจากเดิมประมาณ 60 เท่า สะท้อนให้เห็นว่าบทบาทของโปรแกรมเมอร์กำลังเปลี่ยนจาก “คนที่ลงมือเขียนทุกบรรทัดเอง” ไปเป็น “คนที่สั่งงาน กำกับ และตรวจสอบผลลัพธ์จาก AI” มากขึ้น
เขายังบอกด้วยว่า จากเดิมที่เคยเป็นคนเขียนโค้ดและไล่แก้บั๊กต่าง ๆ ด้วยตัวเอง ทุกวันนี้เขาแทบไม่จำเป็นต้องรู้ด้วยซ้ำว่าโค้ดข้างในมีรายละเอียดอะไรบ้าง ขอแค่ผลลัพธ์ออกมาตรงตามที่ต้องการและระบบสามารถใช้งานได้จริงก็เพียงพอแล้ว
เขาแทบ ไม่ต้องอ่านโค้ด Rust ที่ AI เขียนให้เลย เพราะเขามองมันเหมือน “กล่องดำ” ตัวเขาบอก AI ว่าต้องการผลลัพธ์อะไร แล้วตรวจว่าระบบทำงานได้จริงหรือไม่ แทนที่จะลงไปเขียนทุกบรรทัดเอง แนวคิดของเขาคือโปรแกรมเมอร์ในยุค AI จะค่อย ๆ เปลี่ยนจากคนที่เชี่ยวชาญการพิมพ์ syntax ไปเป็นคนที่ กำหนดปัญหา สั่งงาน ทดลอง ตรวจผล และตัดสินใจว่าสิ่งที่ AI สร้างมานั้นดีพอหรือยัง
DHH บอกว่า ที่บริษัท 37signals พวกเขาถึงขั้นประกาศ “pencils down” หรือพูดง่าย ๆ ว่า “วางมือจากการเขียนโค้ดเอง” แล้ว เพราะตอนนี้การเขียนโค้ดด้วยมือกลายเป็นกรณีพิเศษมากกว่าจะเป็นวิธีทำงานปกติ หาก AI agent ทำงานไม่ได้ตามที่ต้องการ ทีมอาจเข้าไปแก้โค้ดเองชั่วคราว แต่เป้าหมายคือกลับไป “แก้ระบบที่สั่ง AI” ให้ทำงานได้ แทนที่จะกลับไปนั่งพิมพ์โค้ดเองทุกครั้ง
_____________
ปล. สำหรับคนที่ไม่ได้อยู่สายโปรแกรม อธิบายง่าย ๆ ว่า HTML มีหน้าที่หลักคือจัดโครงสร้างหน้าเว็บ เช่น ตรงไหนเป็นหัวข้อ รูปภาพ ปุ่ม หรือข้อความ แต่ Ruby เป็นภาษาโปรแกรมจริง ๆ ที่เอาไว้เขียน “สมอง” และตรรกะเบื้องหลังเว็บ เช่น ระบบสมัครสมาชิก ล็อกอิน คำนวณราคา จัดการฐานข้อมูล หรือประมวลผลคำสั่งต่าง ๆ
ส่วน Ruby on Rails (Rails) คือเฟรมเวิร์กที่สร้างขึ้นบนภาษา Ruby เพื่อให้โปรแกรมเมอร์สร้างเว็บแอปที่ซับซ้อนได้เร็วขึ้น พูดง่าย ๆ คือ HTML เหมือนการจัดหน้าร้าน ส่วน Ruby/Rails คือระบบหลังร้านที่ทำให้ทุกอย่างทำงานจริง
_____________
ประวัติ DHH (เทพเจ้าสายเขียนเว็บ)
DHH (David Heinemeier Hansson) คือหนึ่งในโปรแกรมเมอร์ที่มีอิทธิพลมากที่สุดคนหนึ่งของวงการ Web Development เขาเป็นผู้สร้าง Ruby on Rails ซึ่งกลายเป็นหนึ่งใน Web Framework ที่สำคัญของโลก และช่วยเปลี่ยนแนวคิดการพัฒนาเว็บให้เร็วและเรียบง่ายขึ้นผ่านหลักอย่าง Convention over Configuration และ Don’t Repeat Yourself (DRY); Rails ถูกนำไปใช้สร้างเว็บและแพลตฟอร์มขนาดใหญ่จำนวนมากทั่วโลก และผลงานนี้ทำให้ DHH ได้รับรางวัล Google–O’Reilly Hacker of the Year ปี 2005 นอกจากนี้เขายังเป็นผู้ร่วมก่อตั้งและ CTO ของ 37signals บริษัทที่สร้าง Basecamp และ HEY และตลอดหลายสิบปีที่ผ่านมาเขาถูกมองว่าเป็นหนึ่งในโปรแกรมเมอร์สาย Ruby/Rails ที่เก่งและมีอิทธิพลต่อวิธีคิดของนักพัฒนาซอฟต์แวร์ทั่วโลกอย่างมาก
_______________
Blink Drive Take
พอจะเข้าใจแล้วครับว่า ทำไมช่วงนี้ Senior-level programmers ในอเมริกาถึงพยายามหางานที่ 2 หรือแม้แต่งานที่ 3 กันเต็มไปหมด
01/10/2026
ชื่นชม ครับ 😍🥰
วันนี้น้องน้ำเข้าตีบางคล้าจนแตกพ่ายทุกพื้นที่แล้ว สถานีต่อไป เมือง,บ้านโพธิ์
รายงานระดับน้ำที่แอพนี้ https://chachoengsao-flood.vercel.app/map
ออมวันหละนิด
เราจะแข็งแกร่ง ผู้ติดตาม
29/09/2026
หนังสือน่า อ่าน 💕
I AM THE BEST ใช้ AI ทำเงิน ทำงานแทน เพิ่มรายได้ 100 เท่า AI GEN MONEY ในราคา ฿266 ที่ Shopee
I AM THE BEST ใช้ AI ทำเงิน ทำงานแทน เพิ่มรายได้ 100 เท่า AI GEN MONEY | Shopee Thailand ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วในยุคดิจิทัล โลกของเรากำลังเข้าสู่ยุคของเทคโนโลยีเกือบเต็มตัวแล้ว ....
ขอบคุณพี่หนุ่ม
จริงนะ ปวดหัว
จริงที่พ่อสอน 💛🙏🇹🇭
คลิกที่นี่เพื่อรับประกาศแบบสปอนเซอร์ของคุณ
หมวดหมู่
ติดต่อ โรงเรียนนี้
เบอร์โทรศัพท์
เว็บไซต์
ที่อยู่
Ubon
34190
แจ้งเตือน
เป็นคนแรกที่รู้ข่าว: เราจะส่งอีเมลแจ้งเมื่อ Maitree Rimtong โพสต์ข่าวสารและโปรโมชั่น อีเมลของคุณจะไม่ถูกนำไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์อื่น และคุณสามารถยกเลิกการรับข่าวสารได้ทุกเมื่อ