Rayong Archery
ธนู อุปกรณ์ธนู ผลิตชุดป้องกัน เกราะหนัง และครีเอทสินค้าที่ใช้ฝีมือ ศิลปะหลากหลาย รับทำงานโมเดล งานอาร์ททอย และฉากจำลอง
เราจำหน่ายธนูคุณภาพโดยช่างฝีมือไทย ด้วยราคาไทยๆด้วยความซื่อสัตย์ รับประกันเรื่องคุณภาพ และพร้อมให้คำแนะนำช่วยเหลือลูกค้าทุกท่านอย่างเป็นกันเอง
อยากยิงธนูไม่ใช่เรื่องยาก ที่นี่เราจำหน่ายคันธนู ลูกธนู และอุปกรณ์ยิงธนู รับสั่งทำคันธนูหรือชุดพร้อมยิง ราคาไม่แพง ออกแบบพอดีกับลูกค้าทุกเพศทุกวัย
🚤
#งานอดิเรก #งานฝีมือ
20/02/2026
My Tiger I from TTHMC2025.
**i #สงคราม #งานอดิเรก #งานฝีมือ
20/02/2026
ภาพเก่าเล่าใหม่
My model from TTHMC2025.
**i #สงคราม #งานอดิเรก #งานฝีมือ
20/02/2026
🪖 ชื่อและประเภท
M10 เป็นรถพิฆาตรถถัง (Tank Destroyer) ของสหรัฐอเมริกาในสงครามโลกครั้งที่สอง
ชื่อทางการคือ 3-inch Gun Motor Carriage M10
📅 ปีที่พัฒนาและประเทศ
เริ่มเข้าประจำการในปี ค.ศ. 1942
พัฒนาและผลิตโดยสหรัฐอเมริกา
🛠️ พื้นฐานโครงสร้าง
พัฒนาบนแชสซีของ M4 Sherman
รุ่น M10 ใช้พื้นฐานจาก M4A2 (เครื่องยนต์ดีเซล)
รุ่น M10A1 ใช้พื้นฐานจาก M4A3 (เครื่องยนต์เบนซิน) ช่วยให้การส่งกำลังบำรุงสะดวกขึ้น
🔫 อาวุธหลัก
ติดตั้งปืน 3 นิ้ว M7 L/40 (76.2 มม.)
มีประสิทธิภาพดีในช่วงต้นสงคราม
สามารถต่อสู้กับรถถังเยอรมันรุ่นกลางได้
ติดตั้งปืนกล .50 cal บนหลังคาสำหรับป้องกันอากาศยานและเป้าหมายเบา
🛡️ เกราะป้องกัน
เกราะค่อนข้างบางเมื่อเทียบกับรถถังหลัก
ป้อมปืนแบบเปิดด้านบน (open-topped turret)
ข้อดีคือเพิ่มทัศนวิสัยและลดน้ำหนัก
ข้อเสียคือเสี่ยงต่อสะเก็ดระเบิดและการโจมตีจากด้านบน
🏗️ การออกแบบและแนวคิด
พัฒนาตามหลักนิยม “Tank Destroyer Doctrine” ของสหรัฐฯ
เน้นความคล่องตัวและการตอบโต้รถถังศัตรูมากกว่าการบุกทะลวง
ป้อมปืนหมุนได้เต็มที่ ต่างจาก Jagdpanzer ของเยอรมนีที่ไม่มีป้อมปืน
🏎️ เครื่องยนต์
General Motors 6046 ดีเซล กำลังประมาณ 375 แรงม้า (ในรุ่น M10)
น้ำหนักประมาณ 29–33 ตัน
ความเร็วสูงสุดประมาณ 48 กม./ชม. บนถนน
👥 ลูกเรือ
มีลูกเรือ 5 นาย
ประกอบด้วย ผู้บังคับการ พลยิง พลบรรจุ คนขับ และผู้ช่วยคนขับ
📊 จำนวนการผลิต
ผลิตรวมประมาณ 6,400–6,500 คัน
เป็นหนึ่งในรถพิฆาตรถถังที่ผลิตมากที่สุดของฝ่ายสัมพันธมิตร
🇬🇧 รุ่นที่ใช้ในสหราชอาณาจักร
รถจำนวนมากที่ส่งให้สหราชอาณาจักรถูกติดตั้งปืน 17-pounder ที่ทรงพลังกว่า
เปลี่ยนชื่อเป็น Achilles
มีประสิทธิภาพสูงขึ้นในการต่อสู้กับ Tiger และ Panther
🎖️ การใช้งานในสนามรบ
เข้าร่วมการรบในยุโรป แอฟริกาเหนือ และแปซิฟิก
มีบทบาทสำคัญในวันดีเดย์ (D-Day) และการรุกเข้าสู่เยอรมนี
📜 ความสำคัญทางประวัติศาสตร์
M10 เป็นรถพิฆาตรถถังหลักของสหรัฐฯ ในช่วงกลางสงคราม แม้เกราะไม่หนามาก แต่ความคล่องตัวและจำนวนการผลิตที่สูงทำให้มีบทบาทสำคัญในการรบของฝ่ายสัมพันธมิตร
เรียบเรียงข้อมูลโดย ChatGPT
**i #สงคราม
20/02/2026
🪖 ชื่อและประเภท
Sturmtiger เป็นปืนใหญ่อัตตาจรโจมตีหนัก (Heavy Assault Gun) ของเยอรมนี
ออกแบบมาเพื่อทำลายสิ่งปลูกสร้าง ป้อมปราการ และต้านทานการรบในเมืองโดยเฉพาะ
📅 ปีที่พัฒนาและประเทศ
เริ่มเข้าประจำการในปี ค.ศ. 1944
พัฒนาและผลิตโดยเยอรมนี (นาซีเยอรมนี)
🛠️ พื้นฐานโครงสร้าง
พัฒนาบนโครงตัวถังของ Tiger I
ถอดป้อมปืนเดิมออก แล้วติดตั้งโครงสร้างตอนบนแบบปิดหนาพิเศษ
🔫 อาวุธหลัก
ติดตั้งปืนครกระบบจรวด 38 ซม. Stu M RW61 L/5.4
ใช้กระสุนจรวดขนาดใหญ่ น้ำหนักมากกว่า 300 กก. ต่อหนึ่งนัด
มีพลังทำลายล้างสูงมาก เหมาะกับการยิงใส่อาคารหรือจุดมั่นคง
บรรทุกกระสุนได้เพียงประมาณ 14 นัด เนื่องจากขนาดใหญ่มาก
🛡️ เกราะป้องกัน
เกราะด้านหน้าหนามาก (สูงสุดกว่า 150 มม.)
ออกแบบให้ทนต่อการยิงระยะใกล้ในการรบในเมือง
โครงสร้างแบบปิดเต็มรูปแบบ ป้องกันลูกเรือจากสะเก็ดระเบิดและอาวุธเบา
🏗️ โครงสร้างและการออกแบบ
ไม่มีป้อมปืน
ตัวรถมีขนาดใหญ่และหนักมาก
ออกแบบเฉพาะสำหรับภารกิจโจมตีเป้าหมายแข็งแรง ไม่เหมาะกับการรบแบบเคลื่อนที่รวดเร็ว
🏎️ เครื่องยนต์
ใช้เครื่องยนต์ Maybach HL230P45 เบนซิน กำลังประมาณ 700 แรงม้า
น้ำหนักประมาณ 65–73 ตัน
ความเร็วสูงสุดประมาณ 35–40 กม./ชม. บนถนน
👥 ลูกเรือ
มีลูกเรือประมาณ 5 นาย
ประกอบด้วย ผู้บังคับการ พลยิง พลบรรจุ 2 นาย และคนขับ
📊 จำนวนการผลิต
ผลิตเพียง 18 คัน ระหว่างปี 1944–1945
ถือเป็นหนึ่งในยานเกราะที่ผลิตน้อยมาก
🎖️ การใช้งานในสนามรบ
ใช้งานในการรบในเมือง เช่น การต่อต้านกองกำลังสัมพันธมิตรในเยอรมนีช่วงปลายสงคราม
มีพลังทำลายล้างสูง แต่จำนวนจำกัดและกระสุนมีน้อย
📜 ความสำคัญทางประวัติศาสตร์
Sturmtiger เป็นตัวอย่างของแนวคิด “อาวุธโจมตีทำลายล้างสูง” ของเยอรมนีในช่วงปลายสงคราม แม้จะทรงพลังอย่างมาก แต่จำนวนที่น้อยและบทบาทเฉพาะทางทำให้มีผลกระทบต่อสงครามโดยรวมจำกัด
เรียบเรียงข้อมูลโดย ChatGPT
**i #สงคราม
20/02/2026
🪖 ชื่อและประเภท
Jagdpanzer 38(t) หรือที่รู้จักกันทั่วไปว่า “Hetzer” เป็นรถพิฆาตรถถังขนาดเบา (Light Tank Destroyer) ของเยอรมนีในช่วงปลายสงครามโลกครั้งที่สอง
📅 ปีที่พัฒนาและประเทศ
เริ่มเข้าประจำการในปี ค.ศ. 1944
พัฒนาและผลิตโดยเยอรมนี (นาซีเยอรมนี)
🛠️ พื้นฐานโครงสร้าง
พัฒนาบนโครงตัวถังของ Panzer 38(t)
ออกแบบให้เรียบง่าย ผลิตง่าย และต้นทุนต่ำกว่ารถพิฆาตรถถังขนาดใหญ่
🔫 อาวุธหลัก
ติดตั้งปืน 7.5 ซม. PaK 39 L/48
มีประสิทธิภาพเพียงพอในการทำลายรถถัง T-34 และ Sherman ในระยะเหมาะสม
ติดตั้งปืนกล MG 34 บนหลังคาสำหรับป้องกันตนเอง
🛡️ เกราะป้องกัน
เกราะด้านหน้าลาดเอียง หนาสูงสุดประมาณ 60 มม.
การออกแบบเกราะลาดช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการป้องกัน
แม้เกราะไม่หนามาก แต่รูปทรงลาดช่วยเพิ่มโอกาสสะท้อนกระสุน
🏗️ โครงสร้างและการออกแบบ
ตัวรถมีขนาดเล็กและเตี้ยมาก
เหมาะกับการซุ่มโจมตี (ambush) และการตั้งรับ
ภายในคับแคบมาก ลูกเรือหลายคนไม่ชอบการจัดวางอุปกรณ์ภายใน
🏎️ เครื่องยนต์
ใช้เครื่องยนต์ Praga AC/2 เบนซิน กำลังประมาณ 150 แรงม้า
น้ำหนักประมาณ 16–17 ตัน
ความเร็วสูงสุดประมาณ 40 กม./ชม. บนถนน
👥 ลูกเรือ
มีลูกเรือ 4 นาย
ประกอบด้วย ผู้บังคับการ/พลยิง พลบรรจุ คนขับ และพลวิทยุ/พลปืนกล
📊 จำนวนการผลิต
ผลิตประมาณ 2,500–2,600 คัน ระหว่างปี 1944–1945
เป็นหนึ่งในรถพิฆาตรถถังที่ผลิตจำนวนมากที่สุดของเยอรมนีช่วงปลายสงคราม
🎖️ การใช้งานในสนามรบ
ใช้งานทั้งแนวรบด้านตะวันออกและตะวันตก
มีประสิทธิภาพดีในบทบาทซุ่มยิง
เหมาะกับหน่วยทหารราบและหน่วยป้องกันเมือง
📜 ความสำคัญทางประวัติศาสตร์
Hetzer เป็นตัวอย่างของการออกแบบที่เน้นความเรียบง่าย ต้นทุนต่ำ และประสิทธิภาพที่เพียงพอในสถานการณ์สงครามช่วงปลาย แม้ไม่ทรงพลังเท่ารุ่นใหญ่ แต่มีความคุ้มค่าและผลิตได้จำนวนมาก
เรียบเรียงข้อมูลโดย ChatGPT
**i #สงคราม
20/02/2026
🪖 ชื่อและประเภท
Jagdtiger เป็นรถพิฆาตรถถังหนักพิเศษ (Super Heavy Tank Destroyer) ของเยอรมนี
ถือเป็นยานเกราะที่มีน้ำหนักมากที่สุดที่ถูกนำเข้าประจำการในสงครามโลกครั้งที่สอง
📅 ปีที่พัฒนาและประเทศ
เริ่มเข้าประจำการในปี ค.ศ. 1944
พัฒนาและผลิตโดยเยอรมนี (นาซีเยอรมนี)
🛠️ พื้นฐานโครงสร้าง
พัฒนาบนโครงตัวถังของ Tiger II
ใช้ช่วงล่างแบบเดียวกัน แต่ลำตัวรถยาวกว่าเพื่อรองรับปืนขนาดใหญ่
🔫 อาวุธหลัก
ติดตั้งปืน 12.8 ซม. PaK 44 L/55
เป็นหนึ่งในปืนต่อต้านรถถังที่ทรงพลังที่สุดในสงคราม
สามารถทำลายรถถังฝ่ายสัมพันธมิตรทุกแบบได้ในระยะไกลมาก
พลังเจาะเกราะสูงมากแม้ในระยะไกล
🛡️ เกราะป้องกัน
เกราะด้านหน้าหนาได้ถึงประมาณ 250 มม.
โครงสร้างแบบปิดเต็มรูปแบบ (casemate)
มีการป้องกันสูงมากต่อการยิงตรง
🏗️ โครงสร้างและการออกแบบ
ไม่มีป้อมปืน หมุนปืนได้จำกัดในแนวขวาง
ตัวรถมีขนาดใหญ่มาก
น้ำหนักมากกว่า 70 ตัน ทำให้เกิดแรงกดดันสูงต่อระบบช่วงล่างและเครื่องยนต์
🏎️ เครื่องยนต์
ใช้เครื่องยนต์ Maybach HL230P30 เบนซิน กำลังประมาณ 700 แรงม้า
น้ำหนักประมาณ 75–78 ตัน
ความเร็วสูงสุดประมาณ 30–35 กม./ชม. บนถนน
ความคล่องตัวต่ำเมื่อเทียบกับรถพิฆาตรถถังรุ่นอื่น
👥 ลูกเรือ
มีลูกเรือประมาณ 6 นาย
ประกอบด้วย ผู้บังคับการ พลยิง พลบรรจุ 2 นาย คนขับ และพลวิทยุ/พลปืนกล
📊 จำนวนการผลิต
ผลิตรวมประมาณ 70–80 คัน (โดยทั่วไปประมาณ 77 คัน)
ผลิตระหว่างปี 1944–1945
🎖️ การใช้งานในสนามรบ
เข้าประจำการช่วงปลายสงคราม
มีประสิทธิภาพสูงในการตั้งรับและยิงระยะไกล
อย่างไรก็ตาม หลายคันสูญเสียจากปัญหาทางกลไกมากกว่าการถูกยิงทำลาย
📜 ความสำคัญทางประวัติศาสตร์
Jagdtiger เป็นตัวอย่างของแนวคิด “พลังยิงและเกราะสูงสุด” ของเยอรมนีในช่วงปลายสงคราม แม้จะทรงพลังอย่างมาก แต่ขนาดใหญ่ น้ำหนักมาก และปัญหาด้านความเชื่อถือของระบบกลไก ทำให้ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงผลของสงครามได้
เรียบเรียงข้อมูลโดย ChatGPT
**i #สงคราม
20/02/2026
🪖 ชื่อและประเภท
Jagdpanther เป็นรถพิฆาตรถถังหนัก (Heavy Tank Destroyer) ของเยอรมนีในช่วงปลายสงครามโลกครั้งที่สอง
ถือเป็นหนึ่งในรถพิฆาตรถถังที่มีความสมดุลดีที่สุดของเยอรมนี
📅 ปีที่พัฒนาและประเทศ
เริ่มเข้าประจำการในปี ค.ศ. 1944
พัฒนาและผลิตโดยเยอรมนี (นาซีเยอรมนี)
🛠️ พื้นฐานโครงสร้าง
พัฒนาบนแชสซีของ Panther tank
ผสมผสานความคล่องตัวของ Panther กับปืนต่อต้านรถถังทรงพลัง
🔫 อาวุธหลัก
ติดตั้งปืน 8.8 ซม. PaK 43/3 L/71
เป็นปืนเดียวกับที่ใช้ใน Tiger II บางรุ่น
สามารถเจาะเกราะรถถังฝ่ายสัมพันธมิตรได้ในระยะไกลมาก
มีปืนกล MG 34 สำหรับป้องกันตนเอง
🛡️ เกราะป้องกัน
เกราะด้านหน้าหนาสูงสุดประมาณ 80 มม. และลาดเอียงอย่างมีประสิทธิภาพ
การออกแบบเกราะลาดช่วยเพิ่มความสามารถในการสะท้อนกระสุน
มีการป้องกันดีกว่ารถพิฆาตรถถังหลายรุ่นก่อนหน้า
🏗️ โครงสร้างและการออกแบบ
โครงสร้างแบบปิด (casemate) ไม่มีป้อมปืน
ตัวรถเตี้ยกว่า Panther เล็กน้อย
ออกแบบให้เหมาะกับการซุ่มยิงและการตั้งรับระยะไกล
🏎️ เครื่องยนต์
ใช้เครื่องยนต์ Maybach HL230P30 เบนซิน กำลังประมาณ 700 แรงม้า
น้ำหนักประมาณ 45–52 ตัน (ขึ้นอยู่กับรุ่น)
ความเร็วสูงสุดประมาณ 45 กม./ชม. บนถนน
ยังคงมีความคล่องตัวดีเมื่อเทียบกับน้ำหนัก
👥 ลูกเรือ
มีลูกเรือ 5 นาย
ประกอบด้วย ผู้บังคับการ พลยิง พลบรรจุ คนขับ และพลวิทยุ/พลปืนกล
📊 จำนวนการผลิต
ผลิตรวมประมาณ 392 คัน ระหว่างปี 1944–1945
จำนวนจำกัดทำให้ไม่สามารถเปลี่ยนทิศทางของสงครามได้
🎖️ การใช้งานในสนามรบ
ใช้งานทั้งแนวรบด้านตะวันออกและตะวันตก
มีประสิทธิภาพสูงในการซุ่มโจมตีและตั้งรับ
สามารถทำลายรถถัง Sherman, T-34 และแม้แต่ IS-2 ได้ในระยะไกล
📜 ความสำคัญทางประวัติศาสตร์
Jagdpanther มักถูกมองว่าเป็นหนึ่งในรถพิฆาตรถถังที่ดีที่สุดของสงครามโลกครั้งที่สอง เพราะผสมผสานพลังยิง เกราะ และความคล่องตัวได้อย่างลงตัว อย่างไรก็ตาม ปัญหาการผลิตและการบำรุงรักษาในช่วงปลายสงครามจำกัดศักยภาพของมัน
เรียบเรียงข้อมูลโดย ChatGPT
**i #สงคราม
19/02/2026
🪖 ชื่อและประเภท
Jagdpanzer IV/70 เป็นรถพิฆาตรถถัง (Tank Destroyer) ของเยอรมนี ออกแบบมาเพื่อทำหน้าที่ล่ารถถังโดยเฉพาะ (dedicated tank hunter)
📅 ปีที่พัฒนาและประเทศ
เริ่มผลิตในปี ค.ศ. 1944
พัฒนาและผลิตโดยเยอรมนี (นาซีเยอรมนี)
🛠️ พื้นฐานโครงสร้าง
พัฒนาบนแชสซีของ Panzer IV
เป็นการพัฒนาต่อจาก Jagdpanzer IV รุ่นก่อนหน้า (ที่ใช้ปืน L/48)
🔫 อาวุธหลัก
ติดตั้งปืน 7.5 ซม. PaK 42 L/70
เป็นปืนลำกล้องยาวที่มีความเร็วปากกระบอกสูงมาก
สามารถเจาะเกราะรถถังฝ่ายสัมพันธมิตร เช่น T-34 และ Sherman ได้ในระยะไกล
ถือเป็นหนึ่งในปืนขนาด 75 มม. ที่มีประสิทธิภาพสูงที่สุดของเยอรมนี
🏗️ โครงสร้างและการออกแบบ
โครงสร้างแบบปิด (casemate) ไม่มีป้อมปืน
ตัวรถเตี้ยมาก ทำให้ยากต่อการถูกตรวจพบ
ปืนลำกล้องยาวมาก ทำให้ด้านหน้าหนัก (บางครั้งเรียกเล่น ๆ ว่า “Guderian’s Duck” เพราะหัวทิ่ม)
มี 2 รุ่นการผลิตหลัก
รุ่นผลิตโดยบริษัท Vomag
รุ่นผลิตโดยบริษัท Alkett (บางครั้งเรียกว่า IV/70(A))
🛡️ เกราะป้องกัน
เกราะด้านหน้าลาดเอียง หนาสูงสุดประมาณ 80 มม.
การออกแบบเกราะลาดช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการป้องกัน
มีการป้องกันดีกว่า StuG IV ในหลายด้าน
🏎️ เครื่องยนต์
ใช้เครื่องยนต์ Maybach HL120TRM เบนซิน กำลังประมาณ 300 แรงม้า
น้ำหนักประมาณ 26–27 ตัน
ความเร็วสูงสุดประมาณ 35–40 กม./ชม.
👥 ลูกเรือ
มีลูกเรือ 4 นาย
ประกอบด้วย ผู้บังคับการ พลยิง พลบรรจุ และคนขับ
📊 จำนวนการผลิต
ผลิตรวมประมาณ 1,200 คัน (รุ่น L/70)
ผลิตระหว่างปี 1944–1945
🎖️ การใช้งานในสนามรบ
ใช้งานทั้งแนวรบด้านตะวันออกและตะวันตก
มีประสิทธิภาพสูงในการซุ่มยิงและการตั้งรับ
ปืนลำกล้องยาวทำให้ได้เปรียบในการยิงระยะไกล
📜 ความสำคัญทางประวัติศาสตร์
Jagdpanzer IV/70 เป็นหนึ่งในรถพิฆาตรถถังที่มีความสมดุลระหว่างพลังยิง การป้องกัน และขนาดตัวรถ ถือเป็นพัฒนาการสำคัญของยานเกราะเยอรมันในช่วงปลายสงครามโลกครั้งที่สอง
เรียบเรียงข้อมูลโดย ChatGPT
**i #สงคราม
คลิกที่นี่เพื่อเป็นสมาชิก?
ประเภท
ติดต่อ ธุรกิจของเรา
เบอร์โทรศัพท์
เว็บไซต์
ที่อยู่
38/16 หมู่3 ต. เนินพระ อ. เมือง จ. ระยอง
Rayong
21000