Devtai Code
คอร์สเขียนโปรแกรม | รับพัฒนาเว็บไซต์และระบบ | devtai.com
24/06/2026
นั่งปรับ API หลังบ้านเว็บช่องกันต่อ 🔥
24/06/2026
ช่วงนี้กำลังปรับเว็บช่องอยู่ครับ ❤
19/06/2026
ตลอดไป 😆
19/06/2026
📢 ประกาศแจ้งปรับราคาสมาชิกรายเดือน DevtaiX
เรียนสมาชิกเว็บช่อง DevtaiX ทุกท่าน 💙
ทางเราขอแจ้งให้ทราบว่า แพ็กเกจสมาชิกรายเดือนสำหรับสมาชิกเว็บช่อง จะมีการปรับราคาใหม่ จากเดิม 299 บาท / เดือน เป็น 999 บาท / เดือน
โดยจะเริ่มใช้ราคาใหม่ตั้งแต่วันที่
📅 1 กรกฎาคม 2569 เป็นต้นไป
การปรับราคาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อรองรับการพัฒนาเนื้อหา คอร์สเรียน ระบบ Source Code เครื่องมือสำหรับสมาชิก รวมถึง Workshop และการอัปเดตใหม่ ๆ ที่จะเพิ่มเข้ามาอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สมาชิกได้รับประโยชน์สูงสุดและคุ้มค่ามากยิ่งขึ้น
✅ สิ่งที่สมาชิกจะได้รับ
📚 เข้าถึงคอร์สเรียนคุณภาพทุกคอร์ส
🗂️ เข้าถึงคลังระบบและ Source Code สำหรับสมาชิก
🛠️ อัปเดตระบบใหม่อย่างต่อเนื่อง
🎥 Workshop และเนื้อหาใหม่สำหรับการพัฒนา
💬 บริการให้คำปรึกษาและดูแลสมาชิก
ทางทีมงาน DevtaiX ขอขอบคุณสมาชิกทุกท่านที่ให้การสนับสนุนมาโดยตลอด เราจะเดินหน้าพัฒนาเนื้อหาและระบบให้มีคุณภาพมากยิ่งขึ้น เพื่อให้คุ้มค่ากับการเป็นสมาชิกของทุกท่านครับ 🙏💙
ขอบคุณที่เป็นส่วนหนึ่งของการเติบโตไปด้วยกัน
**DevtaiX**
🚨 ประกาศ ตอนนี้กำลังพัฒนาปรับเว็บช่องอยู่นะครับ อาจจะมีการปรับราคาแพ็กเกจรายเดือนและเพิ่มราคาระบบแยก เริ่มใช้สิ้นเดือนครับ
13/06/2026
🚀 สมาชิกเว็บช่องเปิดให้ดาวน์โหลดฟรี
ระบบแจ้งซ่อมภายในองค์กร พัฒนาด้วย PHP + MySQL
จัดการงานแจ้งซ่อมในองค์กรให้เป็นเรื่องง่าย
เหมาะสำหรับบริษัท โรงเรียน โรงงาน สำนักงาน และหน่วยงานที่ต้องการระบบติดตามงานซ่อมแบบครบจบในที่เดียว
✨ ฟีเจอร์เด่น
ระบบแจ้งซ่อมภายในองค์กรใช้งานง่าย
จัดการข้อมูลผู้ใช้งาน แผนก และอุปกรณ์
ติดตามสถานะงานซ่อม Timeline
มอบหมายงานให้ช่างหรือผู้รับผิดชอบได้
ดูสถิติและภาพรวมผ่าน Dashboard สวยงาม
ออกรายงานเพื่อนำไปใช้งานต่อได้
พัฒนาด้วย PHP + MySQL ติดตั้งง่าย แก้ไขต่อยอดได้สะดวก
🎁 พิเศษ
สมัครสมาชิกกับเพจวันนี้ ดาวน์โหลดซอร์สโค้ดได้ฟรี
สมาชิกดาวน์โหลดฟรีที่ 👉 https://devtai.com
🎓 แพ็กเกจสมาชิกรายเดือน เพียง 299 บาท / เดือน
📚 เข้าถึงคอร์สเรียนทุกคอร์ส
🗂 เข้าคลังระบบทั้งหมด (Source Code ทุกระบบ)
✨ ปรึกษาปัญหาได้ฟรีสำหรับสมาชิก
🎥 Workshop อัปเดตใหม่ตลอด
🚀 เนื้อหาใหม่เพิ่มต่อเนื่อง
#ระบบแจ้งซ่อม ี #ดาวน์โหลดฟรี #ระบบแจ้งซ่อมองค์กร #ระบบภายในองค์กร
13/06/2026
Dashboard POS V.2 🔥
13/06/2026
🚀 React.js VS Next.js ต่างกันยังไง?
เลือกใช้ให้เหมาะกับโปรเจกต์ของคุณ 💻✨
ในการพัฒนาเว็บไซต์หรือเว็บแอปพลิเคชัน หลายคนอาจเคยได้ยินชื่อ **React.js** และ **Next.js** อยู่บ่อย ๆ แต่ยังสงสัยว่า 2 ตัวนี้ต่างกันอย่างไร และควรเลือกใช้อะไรดี?
วันนี้เราสรุปให้เข้าใจง่ายครับ 👇
⚛️ **React.js คืออะไร?**
React.js คือ JavaScript Library สำหรับสร้างหน้าตาเว็บไซต์หรือ UI แบบ Component-Based เหมาะกับการทำระบบที่ต้องการความยืดหยุ่นสูง เช่น Dashboard, Admin Panel, POS หรือระบบภายในองค์กร
✅ ข้อดีของ React.js
• ยืดหยุ่นสูง เลือกเครื่องมือเสริมเองได้
• เหมาะกับ Single Page Application
• Community ใหญ่ มีตัวอย่างและแพ็กเกจให้ใช้งานเยอะ
• เรียนรู้พื้นฐานได้ง่าย เหมาะสำหรับเริ่มต้นสาย Frontend
⚠️ ข้อเสียของ React.js
• ต้องติดตั้งเครื่องมือเพิ่ม เช่น Routing, State Management
• SEO อาจไม่ดีเท่า หากเป็นเว็บแบบ SPA
• ไม่มีระบบ Backend หรือ API ในตัว
• ต้องวางโครงสร้างโปรเจกต์เองค่อนข้างมาก
▲ **Next.js คืออะไร?**
Next.js คือ Framework ที่ต่อยอดมาจาก React.js ช่วยให้การพัฒนาเว็บไซต์ครบวงจรมากขึ้น มีทั้งระบบ Routing, SEO, Rendering, API และโครงสร้างโปรเจกต์ที่พร้อมใช้งาน
✅ ข้อดีของ Next.js
• มีระบบ Routing ในตัว
• รองรับ SEO ได้ดีกว่า เหมาะกับเว็บสาธารณะ
• รองรับ SSR, SSG และการโหลดหน้าเว็บที่รวดเร็ว
• มี API Routes / Server Functions สำหรับทำ Backend บางส่วน
• เหมาะกับเว็บบริษัท, Blog, E-commerce, SaaS และ Web Application ขนาดใหญ่
⚠️ ข้อเสียของ Next.js
• โครงสร้างซับซ้อนกว่า React.js เล็กน้อย
• ต้องเข้าใจแนวคิดเรื่อง Server-side Rendering และ Static Generation
• อาจเกินความจำเป็นสำหรับโปรเจกต์เล็กมาก ๆ
🎯 แล้วควรเลือกใช้อะไรดี?
ถ้าคุณทำระบบหลังบ้าน เช่น Admin, POS, Dashboard หรือเว็บแอปภายในองค์กร
👉 React.js เป็นตัวเลือกที่ยืดหยุ่นและเหมาะมาก
แต่ถ้าคุณทำเว็บที่ต้องการ SEO โหลดเร็ว มีหลายหน้า และต้องการโครงสร้างพร้อมใช้งาน
👉 Next.js จะตอบโจทย์มากกว่า
💡 สรุปง่าย ๆ
React.js = Library สำหรับสร้าง UI
Next.js = Framework ที่ใช้ React และเพิ่มความสามารถให้พัฒนาเว็บได้ครบระบบมากขึ้น
การเลือกเครื่องมือที่เหมาะสมตั้งแต่เริ่มต้น จะช่วยให้โปรเจกต์พัฒนาได้เร็วขึ้น ดูแลรักษาง่ายขึ้น และรองรับการเติบโตในอนาคตได้ดีกว่าเดิม 🚀
#เขียนโปรแกรม #พัฒนาเว็บไซต์
13/06/2026
🔥 Supabase vs Firebase ต่างกันยังไง ?
เลือกตัวไหนดีสำหรับโปรเจกต์ของคุณ
ถ้าคุณกำลังพัฒนาเว็บแอปหรือโมบายแอป หนึ่งในคำถามที่เจอบ่อยมากคือ…
**ควรใช้ Supabase หรือ Firebase ดี?** 🤔
ทั้งสองตัวเป็น Backend-as-a-Service ที่ช่วยให้นักพัฒนาเริ่มทำระบบได้เร็วขึ้น โดยไม่ต้องสร้าง backend ทุกอย่างเองตั้งแต่ศูนย์ แต่แนวคิดและจุดเด่นของแต่ละตัวมีความแตกต่างกันพอสมควรครับ 🚀
---
🟢 **Supabase คืออะไร?**
Supabase เป็น Backend-as-a-Service ที่ใช้ **PostgreSQL** เป็นฐานข้อมูลหลัก และรองรับการเขียน **SQL** ได้โดยตรง
เหมาะกับโปรเจกต์ที่ต้องการโครงสร้างข้อมูลชัดเจน มีความสัมพันธ์ระหว่างตาราง เช่น ระบบโรงเรียน ระบบเอกสาร ระบบสมาชิก ระบบจัดการข้อมูล หรือระบบที่ต้องการ query ข้อมูลซับซ้อน 📊
จุดเด่นของ Supabase คือ
✅ ใช้ PostgreSQL + SQL
✅ เป็น Open Source
✅ รองรับ Auth, Database, Storage, Realtime และ Edge Functions
✅ เหมาะกับข้อมูลเชิงสัมพันธ์
✅ โครงสร้างใกล้กับ backend สมัยใหม่
✅ สามารถต่อยอดระบบในระยะยาวได้ดี
สำหรับระบบอย่าง **Smart School Office** 🏫
Supabase เหมาะมาก เพราะระบบโรงเรียนมีข้อมูลหลายส่วนที่เชื่อมโยงกัน เช่น นักเรียน ครู ห้องเรียน เอกสาร ปีการศึกษา และสิทธิ์ผู้ใช้งาน
---
🟠 **Firebase คืออะไร?**
Firebase เป็น Backend-as-a-Service จาก Google ที่เน้นความเร็วในการเริ่มต้น และเชื่อมกับ Google ecosystem ได้ดี
เหมาะกับโปรเจกต์ที่ต้องการทำเร็ว เช่น Mobile App, Realtime App, Prototype, MVP หรือแอปที่ต้องการเชื่อมกับบริการของ Google 🔥
จุดเด่นของ Firebase คือ
✅ เริ่มต้นได้เร็ว
✅ Firebase Auth ใช้งานง่าย
✅ Realtime แข็งแรง
✅ เหมาะกับ Mobile App
✅ Cloud Storage ใช้งานสะดวก
✅ Cloud Functions ช่วยทำ backend logic ได้
✅ เชื่อมบริการ Google ได้ดี
Firebase จะเหมาะมากกับงานที่ต้องการความรวดเร็ว ความยืดหยุ่นของข้อมูลแบบ NoSQL และระบบที่ต้องอัปเดตข้อมูลแบบ realtime บ่อย ๆ 📱⚡
---
📌 **เปรียบเทียบแบบเข้าใจง่าย**
🟢 **Supabase**
ใช้ PostgreSQL แบบ relational database
เหมาะกับข้อมูลที่มีความสัมพันธ์กัน เช่น นักเรียนอยู่ห้องเรียนไหน เอกสารอยู่ปีการศึกษาใด ผู้ใช้มี role อะไร
🟠 **Firebase**
ใช้ Firestore หรือ Realtime Database แบบ NoSQL
เหมาะกับข้อมูลเอกสาร โครงสร้างยืดหยุ่น และแอปที่ต้องการเริ่มไว
---
🔐 **ระบบ Authentication**
🟢 Supabase มีระบบ Auth พร้อม role และ policies สามารถกำหนดสิทธิ์การเข้าถึงข้อมูลได้ละเอียด
🟠 Firebase Auth ใช้งานง่าย รองรับหลาย provider และเหมาะกับการเริ่มต้นเร็ว
---
📁 **Storage และไฟล์**
🟢 Supabase Storage เหมาะกับการจัดเก็บไฟล์เอกสาร รูปภาพ หรือไฟล์แนบ และสามารถเชื่อมกับสิทธิ์ผู้ใช้งานได้
🟠 Firebase Cloud Storage ใช้งานสะดวก โดยเฉพาะโปรเจกต์ที่อยู่ใน ecosystem ของ Google
---
⚡ **Realtime**
🟢 Supabase รองรับ realtime จาก Postgres changes
🟠 Firebase เด่นมากเรื่อง realtime เหมาะกับแอปที่ต้องอัปเดตทันที เช่น chat, tracking หรือ mobile app
---
🧩 **Functions และ Backend Logic**
🟢 Supabase มี Edge Functions สำหรับเขียน server-side logic
🟠 Firebase มี Cloud Functions สำหรับ automation และ backend logic
---
🎯 **ควรเลือก Supabase ถ้า…**
✅ ชอบใช้ SQL
✅ ข้อมูลมีความสัมพันธ์หลายตาราง
✅ ต้องการระบบที่ยืดหยุ่นและต่อยอดได้
✅ อยากควบคุมโครงสร้าง backend ชัดเจน
✅ ทำระบบบริหารจัดการ เช่น โรงเรียน เอกสาร สมาชิก หรือ Dashboard
✅ ต้องการระบบที่ขยายต่อในอนาคตได้ดี
---
🎯 **ควรเลือก Firebase ถ้า…**
✅ ต้องการเริ่มต้นเร็ว
✅ ทำ Mobile App หรือ Realtime App
✅ ใช้ Google ecosystem อยู่แล้ว
✅ เน้น Prototype หรือ MVP เร็ว
✅ ต้องการระบบที่ setup ง่ายและมีบริการ Google รองรับ
✅ โครงสร้างข้อมูลไม่ซับซ้อนมาก
---
🏫 **สำหรับ Smart School Office เลือกอะไรดี?**
สำหรับระบบบริหารจัดการโรงเรียนอย่าง **Smart School Office** ผมเลือกใช้ **Supabase** เพราะโครงสร้างข้อมูลของโรงเรียนมีความสัมพันธ์กันหลายส่วน เช่น
👨🎓 นักเรียน
👨🏫 ครูและบุคลากร
🏫 ห้องเรียน
📅 ปีการศึกษา
📄 งานสารบรรณ
📁 ไฟล์แนบ
🔐 บทบาทและสิทธิ์ผู้ใช้งาน
📊 รายงานต่าง ๆ
ข้อมูลเหล่านี้เหมาะกับฐานข้อมูลแบบ PostgreSQL มากกว่า เพราะจัดโครงสร้างชัดเจน query ได้ดี และรองรับการต่อยอดระบบในอนาคต 🚀
---
💡 **สรุปสั้น ๆ**
🟢 **Supabase**
เด่นเรื่อง PostgreSQL, SQL, ความยืดหยุ่น และเหมาะกับระบบที่ต้องการโครงสร้างข้อมูลชัดเจน
🟠 **Firebase**
เด่นเรื่องเริ่มต้นเร็ว Realtime แข็งแรง และเชื่อมกับ ecosystem ของ Google ได้ดี
ทั้งสองแพลตฟอร์มเป็นตัวเลือกที่ดีครับ
แต่อยู่ที่ว่าโปรเจกต์ของเราต้องการอะไรเป็นหลัก
ถ้าต้องการระบบที่โครงสร้างชัดเจน ข้อมูลสัมพันธ์กัน และขยายต่อได้ในระยะยาว
**Supabase คือคำตอบที่เหมาะมาก** 🟢✨
ถ้าต้องการเริ่มเร็ว ทำแอป realtime หรือ mobile app ที่ไม่ซับซ้อนมาก
**Firebase ก็ยังเป็นตัวเลือกที่ดีมากเช่นกัน** 🔥📱
#ระบบบริหารโรงเรียน
คลิกที่นี่เพื่อเป็นสมาชิก?
ประเภท
ติดต่อ โรงเรียนนี้
เว็บไซต์
ที่อยู่
Rat Burana