Places In Time
Place in time : is travel blogger. I like travel and review about cafe, restaurant, food and nature. traveler, cafe, blogger
24/11/2024
EP 5 (END)
😊👋🏻 สวัสดีครับ ขออนุญาติ แชร์ทริปและแผนการเดินทางในประเทศจีนด้วยรถสาธารณะเท่าที่จะหาได้ครับ ซึ่งตอนนี้เราอยู่กันที่ EP ที่ 5 ซึ่งจะเป็น EP สุดท้ายของทริปเที่ยวประเทศจีนในรอบนี้แล้วนะครับ ใน EP นี้เราจะอยู่กันเฉพาะในเมืองเฉิงตู ซึ่งจะเป็นการเดินเที่ยวตามสถานที่ต่างๆภายในเมือง จุดซื้อของฝาก จุดถ่ายรูปเป็นต้นนะครับ การเดินทางภายในเมืองเฉิงตูเราจะใช้ Metro เป็นหลัก รวมไปถึงวันเดินทางกลับกรุงเทพฯ เลยครับ
การเดินทางของเราในทริปนี้อยู่ในช่วงวันที่ 27.Oct - 03.Nov 2024 ครับ
——————————————————————————————
Day 0 : Bangkok --> Chengdu
Day 1 : Chengdu --> Jiuzhaigou
Day 2 : Jiuzhaigou --> Huanglong --> Maoxian
Day 3 : Maoxian --> Heishui --> Dagu Glacier
Day 4 : Heishui --> Dujiangyan --> Bipenggou
Day 5 : Bipenggou --> Dujiangyan --> Chengdu
Day 6 : Chengdu ✅
Day 7 : Chengdu --> Bangkok ✅
——————————————————————————————
EP 1 สามารถกดดูจาก link นี้ได้เลยครับ
https://www.facebook.com/share/p/15Ry1CNZLJ/
EP 2 สามารถกดดูจาก link นี้ได้เลยครับ
https://www.facebook.com/share/p/17ro2GvhGm/
EP 3 สามารถกดดูจาก link นี้ได้เลยครับ
https://www.facebook.com/share/p/18cZKY1DQg/
EP 4 สามารถกดดูจาก link นี้ได้เลยครับ
https://www.facebook.com/share/p/19mnmgaBpy/
——————————————————————————————
🏢 Hotel : Howdy Smart Hotel
- เริ่มต้นวัน สำหรับวันนี้ นะครับ เราตื่นสายหน่อย อาบน้ำแต่งตัวเสร็จประมาณ 09:30 เดินลงมาที่ เคาน์เตอร์แจ้งกับเจ้าหน้าที่ว่าขอ Check-In สำหรับ booking คืนนี้ และยกกระเป๋าจากห้องที่พักเมื่อคืนไปห้องใหม่
🌆 Chengdu : Chunxi Road , Taikool Li
- ก่อนจะไปร้านเกี้ยว เราแวะที่ร้าน CHAGEE สาขาที่อยู่ เยื้องๆกับตึก IFS ชาอร่อยนะครับหอม มากๆ แบรนด์ ชาของที่จีนจะว่าไป อร่อยแทบจะทุกร้านเลยนะครับ
- เช้านี้เราตั้งใจจะไปทานเกี้ยวน้ำ ร้าน "หยวน จี้ หยุน เจี่ยว” (袁记云饺) ซึ่งเป็นร้านที่เราเคยทานกันตอนที่อยู่ จิ่วจ้ายโกว ร้านนี้อร่อยครับ โดยเฉพาะเกี้ยวแห้งคลุกกับพริกหมาล่า วิธีสั่งนั้นง่ายมากๆครับ แค่ Scan เมนูผ่าน App wechat แล้วเลือก รายการอาหาร กดจ่ายเงิน ผ่าน wechat แค่นี้ก็เรียบร้อยครับ รอน้องพนักงานมาเสริฟ
- เราเดินเที่ยวต่อแถวๆ Taikool Li โซนนี้ร้านแบรนเนม เยอะครับ น่าจะถูกใจสาย shopping
- จุดที่น่าสนใจตรงนี้เราว่าน่าจะเป็น จอ LED ยักษ์ ที่อยู่บน โชว์รูม volvo นะครับ เพราะ จะมีโฆษณา ตัดสลับกับ น้องหมีแพนด้า ซึ่งจะตัดมาประมาณ 15-20 วินาที ให้เราได้ดูความน่ารัก ตอนแรกเราก็ยืนดูว่าเค้าตั้งกล้องถ่ายอะไรกันน้า พอยืนดูถึงได้รู็ว่าเค้ารอถ่ายน้องหมีแพนด้านี่เอง
- Taikool Li นี่มีร้านเค้าเยอะนะครับ ช่วงที่ไปอาจจะเพราะยังเช้าอยู่ หลายๆร้านก็เลยยังไม่เปิด แต่ถึงจะเปิดก็คงไม่ได้ซื้อครับ แบรนเนม ทั้งนั้นเลย เอิ๊กๆๆๆ แต่มีร้านกาแฟนะ Starbuck , %Arabica ที่สำคัญห้องน้ำสะอาดมากๆ
🏘️ ถนนควานจ๋าย : Kuanxianzi Alley (宽窄巷子)
- ถนนควานจ๋าย หรือที่คนไทยมักเรียกกันติดปากว่า ถนน ซอยกว้าง-ซอยแคบ อันนี้เป็นข้อมูลที่เราดูมาครับว่า น่าจะต้องมาเพราะมีร้านค้าที่สวยงาม แบบจีนโบราณ ร้านค้าเยอะ ของกินอร่อย ปักหมุดแล้วไปกันครับ
- เริ่มต้นจาก Metro สาย 2 สถานี Chunxi Road แล้วไปเปลี่ยนสายเป็นสาย 4 ที่ สถานี Chengdu University of TCM & Sichuan Provincial People's Hospital แล้วลงที่สถานี Khunzhaixiangzi Alleys ก็ถึงเลยนะครับ ค่า Metro นั้นถูกมากๆครับ คนละ 2 หยวน
- จากต้นซอยเราก็เดินหาของทานเล่น ดูบรรยากาศโดยรวมไปเรื่อยๆครับ จากที่ดู ร้านค้าเยอะครับ ของกินก็น่ากินหลายอย่างครับ มีร้าน Art toy ชื่อดังอย่าง PopMart , ร้านชา ,ร้านหมาล่าเสียบไม้ เดินกินกันเต็มที่ครับ และก็มีจุดให้นั่งพัก เดินสบายๆครับ
- บางครั้งก็รู้สึกว่าคนจะแน่นๆ เป็นบางช่วงตรงพวกร้านอาหาร เพราะคนจะยืนดูกันหน้าร้าน ประกอบกับมาคณะทัวร์มาพอดี แต่โดยรวมแล้ว ไม่แออัดเท่ากับตอนอยู่ในอุทยาน ครับ
- เดินผ่าน Starbuck สาขานี้สวยนะครับ ใช้โครงสร้างอาคารเดิมเพื่อให้ดูเข้ากับบรรยากาศรอบๆข้าง ตอนนี้หิวกาแฟมากๆ อยากจะเดินเข้าไปสั่งกาแฟและ แต่เพื่อนที่มาด้วยบอกว่า เดี๋ยวแวะไปกินชาก่อน ฮะ ชาอีกแล้วหรอ เดินผ่าน Starbuck มาแปปหนึ่ง ตรงนี้น่าจะอยู่ช่วงที่เป็นซอยแคบแล้วนะครับ เพราะถนนบีบเหลือทางเล็กๆแล้ว
- เดินมาถึงร้านชา HEYTEA ตอนแรกว่าจะไม่ลอง แต่พอลองแล้ว อร่อยมาก ถ้าจำไม่ผิดน่าจะเป็นชา แล้วมีเนื้อองุ่นอย่ข้างล่าง แหม่ อร่อยอีกแล้ว แนะนำเลยครับ HEYTEA
- กำลังเดินถ่ายรูปรอบๆร้าน HEYTEA อยู่เลยครับ เดินทะลุหลังร้านมา อ้าว %ARABICA อยู่ตรงนี้เอง ส่งชาให้เพื่อนแล้วบอก ขอกินกาแฟก่อนนะ ไม่ไหวแล้ว จะหลับ
- %ARABICA ก็คง concept minimal เหมือนเดิมครับ ถึงแม้ว่าภายนอกร้านจะเป็นอาคารทรงจีนโบราณ แต่ของในก็ยังคงโทนร้านที่สวยโทนดูสะอาดตา ตกแต่งด้วยไม้ตัดกับสีขาว ช่วงนี้ก็ไม่ได้ทำอะไรครับ นั่งชิล สบายๆ ใช้เวลาไปเรื่อยๆ เพราะเราไม่ได้มีแผนจะทำอะไรต่อ
🚶♂️ระหว่างทางเดินกลับที่พักและเตรียมตัวเดินตอนกลางคืน
- หลังจากใช้เวลาในร้านกาแฟสักพัก เราก็เห็นข้อมูลเกี่ยวกับห้าง ห้างหนึ่งครับที่มีของขายเยอะมากๆ ออกแนวเหมือนเป็น แม้คโคร แบบที่บ้านเรา ชื่อ "Jumeng & Haopinke Discount Warehouse" ชื่อภาษาจีน 聚梦&好品客优选折扣仓 ขนมและของฝากเยอะมากๆครับ ราคาก็ถูกด้วยมีแบบช่างเป็นกรัมๆ ให้เราเลือกได้หลายแบบ หมึกกรุบต้องโดนละครับ
- นอกจากขนมของฝากแล้ว เบียร์ เครื่องดื่ม อาหารอุ่นร้อน มาม่า ราคาดีมากๆครับ ซื้อ ชิ้นเดียวก็ถูก แนะนำเลยครับ ถ้าจะซื้อของฝากมาที่นี่ผมว่าน่าจะจบได้เลย ประมาณ 2 km จากตึก IFS ร้านจะอยู่ชั้นล่าง
- พิกัดแผนที่ Baidu Map : https://j.map.baidu.com/7a/_5yc
- จากตรงนี้เราใช้วิธีเดินกลับนะครับ เพราะอยากเดินชมเมืองขากลับผ่าน People's Park สวนสาธารณะ ขนาดใหญ่ใจกลางเมือง สามารถเดินเข้าไปได้นะครับ บรรยากาศดีเลยต้นไม้เยอะ มีกิจกรรมเยอะครับ ทั้งเต้นรำ ออกกำลังกาย แอบรู้มาว่ามีมุม หาคู่ด้วยนะ ^ ^ ถ้าจะมา metro ก็ลงสถานี People Park แล้วเดินออก ตรงทางออก B เดินต่ออีกนิดหนึ่งก็ถึงแล้วครับ
- สำหรับสายประวัติศาสตร์ ถ้าเดินต่อมาอีกนิดหนึ่ง จะเจอ พิพิธภัณฑ์เฉิงตู นะครับ ตรงนี้เราไม่ได้เข้าไป แต่เพื่อเพื่อนๆที่สนใจสามารถแวะเข้าไปชม พวกงานที่จัดแสดงอยู่ได้นะครับ
- เราใช้เวลาเดินอยู่จนประมาณ 16:00 ก็คิดว่าเดี๋ยวขอกลับไป ที่โรงแรมเพื่อ นั่งๆนอนๆยืดแข่งยืดขาสักพัก เพราะเดี๋ยวตอนค่ำๆ จะเดินไป สะพาน Anshun เพื่อไปดูไฟที่สะพาน เวลาเปิดไฟที่สะพานจะอยู่ประมาณ 19:00 เป็นต้นไปนะครับ ขึ้นรถไฟฟ้ากลับ ราคาคนละ 2 หยวน จาก People Park ขึ้นที่สถานี่ Chunxi Road แล้วเดินเข้าโรงแรมเหมือนเดิม
- จากโรงแรม Howdy Smart Hotel เดินไปสะพาน Anshun ระยะทางประมาณ 1.5 km นะครับ ระหว่างทางเดินเรียบไปกับแม่น้ำ โซนแถวๆนั้น มีร้านอาหาร ผับ บาร์ เยอะครับ อาทิตย์นั้น ยังเป็นช่วงที่เค้าจัดงาน Halloween กันอยู่นะ ก็จะมี วัยรุ่นจีนแต่งตัวเป็นผี นานา ชนิด มาเที่ยวกัน
- โซนที่เป็นโซน บาร์และผับนั้น เรียกได้ว่าแน่นเลยครับ เป็นซอยๆหนึ่งที่มีแต่ร้านเหล้า คล้ายๆกับ RCA บ้านเรานี้แหละครับ เดินฝ่าเข้าไปไม่ไหวครับ ไม่ไหวนี่คือกลัวจะเลี้ยวเข้าผับไปก่อน ไปไม่ถึงสะพาน เอิ๊กๆๆๆ แต่มีทาง เดิน ด้านล่างนะครับ เลียบกับริมน้ำไป สามารถหลบ ตรงโซนผับบาร์ไปได้ครับ เดินทางไปเรื่อยๆ ก็จะถึงจะพานครับ
- ตรงสะพานนี่บรรยากาศต่างกับโซนเมื่อกี่มากๆครับ ตรงนี้บรรยากาศ สบายๆ มีกิจกรรม ดนตรีโฟล์คซอง เต้นรำ บรรยาการริมน้ำ ฉากหลังเป็นสะพาน Anshun สวยมากๆครับ
- เราใช้เวลาอยู่ตรงนี้สักพักใหญ่ๆ แล้วก้เดินกลับโรงแรมครับ พรุ่งนี้วันสุดท้ายของทริปนี้แล้วครับ มีเวลาเดินอีกครึ่งวันก่อนจะเตรียมตัวกลับ พรุ่งนี้เราบินตอน 20:30
- สำหรับสิ่งที่ต้องเตรียมก็ไม่มีอะไรมากครับเก็บทุกอย่างใส่กระเป๋า แพ็คให้เรียบร้อย พรุ่งนี้เอาไปฝากไว้ที่เคาน์เตอร์ แล้วเดินเล่นต่ออีกครึ่งวัน
- ส่วนวันนี้ก็ เก็บของ อาบน้ำ นอนครับ
🧳 วันเดินทางกลับ กรุงเทพ
- วันนี้เราตื่น อาบน้ำแต่งตัว ยกกระเป๋าลงมาที่ เค้าน์เตอร์โรงแรม Chekout และฝากกระเป๋า เพื่อไปเดินเล่นเก็บบางร้านที่เราไม่ได้ไป กะว่าจะใช้เวลาสักประมาณ 15:00 ค่อยกลับมาที่โรงแรมเพื่อมาเอากระเป๋าแล้วขึ้น บัสไปสนามบิน
- วันนี้เราเดินไปเจอร้านอาหารเช้า เป็นคล้ายๆกับเครปจำชื่อไม่ได้ ก็เลยลองสั่งดูครับ อร่อยดีครับ เดี๋ยวแปะรูปไว้ให้นะครับ
- ร้าน ชา Li Shan Shan 季山山 (หลี่ซานซาน) เป็นอีกร้านหนึ่งที่อยากจะแนะนำให้ลองนะครับ ผมว่าร้านนี้แหละ เด็ดจริง และต้องเมนูนี้ด้วยนะ ชาโฟมนม หอมมากๆ อยู่แถวๆ Chunxi Road ซอยฝั่งตรงข้ามกับตึก IFS นะครับ
- ที่จริงวันนี้ก็ไม่ได้มีแพลนหรือจุดหมายอะไรนะครับ ก็จะเป็นเพียงเดิน ถ่ายรูปรอบๆ แถวนี้เช่น ตรง ตึก IFS กับน้องหมีแพนดา และก็เข้าไปในตึก ถ่ายที่ชั้น ด่านฟ้า เสร็จแล้วก็ลงไปหามื้อเที่ยวทานกันใกล้ๆแถวๆนี้แหละครับ
- เดินได้แปปๆ ก็ใกล้จะบ่ายสามแล้ว เราก็เดินกลับไปเอากระเป๋าที่โรงแรม จากนั้นก็เดินกลับมาขึ้นรถบัส ตรงป้าย รถบัสไปสนามบิน ราคาคนละ 15 หยวน ใช้เวลานั่งประมาณ 1 ชั่วโมงนิดๆ ถือว่าสะดวกดีครับ บัสขึ้นทางด่วนมารถไม่ติดเลย
- บัสจอดให้ลงที่ Terminal 1 และ 2 นะครับ เราลงที่ Terminal 1 เพื่อเตรียมตัวไป Check-In ตอนที่ถึง สนามบิน เฉิงตู เที่ยนฟู เวลาประมาณ 16.30 ยังไม่เห็นป้ายว่าให้ Check-In ที่เคาน์เตอร์ไหน เลยเปิดดู Email ว่าให้ Check-In ได้กี่โมง ปรากฎว่า เจอ email ที่สายการบินส่งมา ว่า เที่ยวบินเลื่อนเป็น 21:30 และเปิด Check-In ตอน 18:00 แฮะๆๆ ไม่ได้ดูเมล์ที่เค้าแจ้งมา ก็ไม่เป็นไรครับนั่งรอนอนรอกันไปครับ
- 18:00 เจ้าหน้าที่ก็มาเปิด เคาน์เตอร์ Check-In เราก็โหลดกระเป๋า และตรวจหนังสือเดินทางขาออกนอกประเทศ ตรงจุดนี้จะช้าหน่อยนะครับ เพราะเจ้าหน้าที่มีน้อย เปิดทีละ 2 ช่อง ใช้เวลาสักพักก็ผ่านตรงนี้มา จากนั้นเราก็เดินไปที่ Gate ระหว่างทางก็แวะ 7/11 ซื้อของไว้นั่งทาน ระหว่างรอขึ้นเครื่องครับ
- ประมาณ 21:00 ก็เรียกขึ้นเครื่องครับ ตอนแรกก็คิดอยู่ว่าทำไมคนน้อยจังหรือเค้าคงไปรอกันตรงโซนที่เป็นเก้าอี้ยาว สรุปสุดท้ายก็มีแค่นั้นจริงๆครับ ขากลับคนไม่เต็มเครื่อง ว่างเกือบๆครึ่งลำ ขึ้นเครื่องเรียบร้อย เราก็นอนยาวๆเลยครับ
- เครื่องถึง ดอนเมือง ประมาณ 23:30 ถึงเมืองไทยแล้วคิดถึงอาหารไทยจังเลย และก็เป็นอันว่าทริปเที่ยวจีนที่เฉิงตู จบโดยสมบูรณ์ด้วยความสนุกปลอดภัยและได้ประสบการณ์ที่ยอดเยี่ยมกลับมา และส่วนตัวก็คิดว่าต้องมาอีกแหละ จีนครั้งเดี๋ยวคงไม่พอ 🤣📝
✍️ รีวิวในเมืองเฉิงตู
- เฉิงตูเป็นเมืองใหญ่ และก็ยังมีโซนที่เราไม่ได้ไปอีกหลายที่ รอบหาถ้ามาอีกอาจจะต้องแพลนเวลาสำหรับเที่ยวในเมืองให้เยอะกว่านี้
- ในเมือง กลิ่นบุหรี่ฉ่ำมากๆครับ ทุกๆที่เราได้กลิ่นบุหรี่ ตลอด ยกเว้นในห้าง และก็เดินระวังพวกน้ำลายบริเวณพื้นด้วยนะครับ
- พนักงานในร้านสะดวกซื้อหรือร้านขายของ ถึงแม้ว่าจะพูดภาษาอังกฤษไม่ได้แต่ก็พยายาม ใช้โปรแกรมช่วยแปลภาษา สื่อสารกับเรา อันนี้ถือว่าดีมากๆครับ
- การเดินทางภายในเมืองถือว่าสะดวกและถูกมากๆ เมื่อเดินทางด้วย Metro
- การดู map ในเมืองใช้ apple map ถึอว่าตรงมากๆ ยิ่งใช้การนำทางแบบเป็นเดินเท้า แม่นใช้ได้เลยครับ ส่วน Metro ก็ใช้ app metro man ช่วยได้มากๆเลยครับ
- ในเมืองให้ระวัง มอเตอร์ไซต์นะครับ ยิ่งเป็นมอเตอร์ไซต์ไฟฟ้า นี่แบบ ขับมาไวแล้วเสียงเงียบมากๆ เดินไม่ระวังอาจจะโดนชนได้ครับ
- การบีบแตร เป็นเรื่องปกติมากๆตั้งแต่บีบเพื่อเรียก บีบเพื่อเตือน บีบเพื่อด่ากันก็มี นิ่งๆไว้นะครับไม่ต้องตกใจ
- ห้ามรับของจากคนที่มายื่นให้นะครับเช่นรูป ขนม หรือพวกขอบริจาค ที่มาในรูปแบบของพระ ไม่อย่างนั้นเค้าจะตามเราตลอด แทบจะสิงร่างเลยละต้องเดินหนีเข้าห้างเลย
- ในเมืองไม่ค่อยเจอคนแซงคิวเหมือนที่อุทยานนะครับ ค่อนข้างมีระเบียบมากกว่า
- โดยรวมแล้วก็น่ามาเที่ยวครับ อยากให้มานะครับสนุกและมีสีสันมากๆครับ
📊 รายละเอียดค่าใช้จ่ายรถสาธารณะ
- Metro จาก Chunxi Road ไป ถนน ซอยกว้าง-ซอยแคบ ราคาคนละ : 2 หยวน
- Metro จาก People’s Park ไป Chunxi Road ราคาคนละ : 2 หยวน
- ค่าบัสกลับสนามบินคนละ : 15 หยวน
🙏🏻 ขออนุญาติจบ EP 5 ที่เป็น EP สุดท้ายไว้เท่านี้ก่อนนะครับ ทริปหน้ากำลังคิดอยู่นะครับว่าจะไปที่ไหนดี ระหว่าง ฮาบิน กับ ซินเจียงเหนือ พอได้ไป 1 ที่อีกหลายๆที่ก็จะตามมาครับ ขอบคุณเพื่อนที่ติดตามกันมาจนจบนะครับ ไว้เจอกันใหม่น้า บัยบาย 👋🏻😊
ขอให้ไปเที่ยวกันด้วยความสนุกและมีความสุขที่สุดครับ
END
Chengdu Nightlife 🌃👋 อยู่ในป่าในเขาหลายวัน วันนี้พาเข้าเมืองแบบ Mini Vlog เดินเที่ยวเมืองเฉิงตู แถบใจกลางเมือง เริ่มจาก โรงแรม Howdy Smart Hotel เดินขึ้นไปแถวๆ ถนน Chunxi Road , ตึก IFS , Taikool Li และ สะพาน Anshun ชมแสงสีบรรยากาศยามค่ำคืน กับบรรยากาศที่ ากาศโดยรวมแล้วเย็นสบายกำลังดี 🤗❄️
20/11/2024
EP 4
😊👋🏻 สวัสดีครับ ตอนนี้เราเดินทางกันมาถึง EP ที่ 4 แล้วนะครับ ซึ่ง EP นี้จะเป็นการเดินทาง ระหว่าง เมือง Heishiu --> Dujiangyan --> Lixian --> Bipenggou ซึ่งการเดินทางในวันนี้เป็นการเดินทางที่ค่อนข้างนาน และใช้เวลาทั้งวันอยู่แต่ในรถครับ
การเดินทางเราใช้บริการรถสาธารณะ ทั้งหมดเท่าที่จะหาได้ ณ ตอนนั้นนะครับ หวังว่าจะเป็นประโยชน์กับเพื่อนที่ต้องการข้อมูลสำหรับการเดินทางในประเทศจีน นะครับ
การเดินทางของเราในทริปนี้อยู่ในช่วงวันที่ 27.Oct - 03.Nov 2024 ครับ
——————————————————————————————
Day 0 : Bangkok --> Chengdu
Day 1 : Chengdu --> Jiuzhaigou
Day 2 : Jiuzhaigou --> Huanglong --> Maoxian
Day 3 : Maoxian --> Heishui --> Dagu Glacier
Day 4 : Heishui --> Dujiangyan --> Bipenggou ✅
Day 5 : Bipenggou --> Dujiangyan --> Chengdu ✅
Day 6 : Chengdu
Day 7 : Chengdu --> Bangkok
——————————————————————————————
EP 1 สามารถกดดูจาก link นี้ได้เลยครับ
https://www.facebook.com/share/p/15Ry1CNZLJ/
EP 2 สามารถกดดูจาก link นี้ได้เลยครับ
https://www.facebook.com/share/p/17ro2GvhGm/
EP 3 สามารถกดดูจาก link นี้ได้เลยครับ
https://www.facebook.com/share/p/19dbJGN5gA/
——————————————————————————————
🏢 Hotel
- เริ่มต้นวันใหม่ด้วยการตื่นตั้งแต่เช้ามืดเลยครับ 05:30 (ซึ่งจริงๆก็ตื่นเช้าแทบจะทุกวันเลย) อาบน้ำแต่งตัว เก็บของ และทานอาหารเช้า ซึ่งก็เป็นขนมปังที่เหลือจากเมื่อคืน
- ลุงคนขับรถ Wechat มาบอกว่าถึงหน้าโรงแรมแล้ว ดูเวลา 07:00 (ตรงเวลาเป๊ะๆ) จากนั้นพวกเรายกกระเป๋าลงจากห้อง Wechat แจ้งพนักงาน พร้อมบอก Check-out และวางคีย์การ์ดไว้ที่เคาน์เตอร์ เนื่องจากตอนนั้นไม่มีพนักงานอยู่ที่เคาน์เตอร์เลยครับ
- นั่งรถประมาณ 5 นาที ก็ถึงสถานีขนส่ง Heishui จ่ายเงินค่ารถ 15 หยวน
🚍 สถานีขนส่ง Heishui
- ถึงสถานีขนส่ง เราเดินไปที่เคาน์เตอร์ เพื่อซื้อตั๋วรถบัสกับทางเจ้าหน้าที่ ยื่นเอกสาร Passport ให้เจ้าหน้าที่กรอกข้อมูล
- ตั๋วที่เจ้าหน้าคีย์ให้เรา ปรากฎว่าเราได้รถรอบ 08:00 ราคา ใบละ 91 หยวน ซึ่งราคาตรงนี้แพงกว่า หน้า app ctrip ที่เราดูมาซึ่งราคา 88 หยวน ซึ่งเราก็สอบถามกับทางเจ้าที่ไป ซึ่งคำตอบที่ได้ก็ งงๆ อยู่เหมือนกัน สรุปก็ไม่รู้ว่าราคาแพงขึ้นหรือมีค่าดำเนินการอะไรหรือป่าวนะครับ
- ลองเอาโทรศัพท์ถ่ายรูปที่ตั๋วแล้วให้แปลจากข้อความที่เลือนลางในตั๋วเดินทาง แปลได้แค่คำท้ายๆว่า "เดินทาง" เลยติต่างเอาว่า สงสัยเป็นค่าประกันเดินทาง +เพิ่ม 3 หยวน
- จ่ายเงินเสร็จ เอากระเป๋าเข้าเครื่อง Scan แล้วนั่งรอเจ้าหน้าที่เรียกขึ้นรถบัสครับ
- บรรยากาศในสถานีเงียบเหงาเหมือนเดิมครับ ภายในสถานีมีร้านขายของ 1 ร้าน มีห้องน้ำบริการ
- ระหว่างที่นั่งรอเรียกขึ้นรถบัส ก็เริ่มเห็นผู้โดยสารทยอยเดินทางมาครับ สิ่งที่เห็นเลยคือ ข้าวของเครื่องใช้ เช่น ถุงผักผลไม้ กระสอบข้าว ถุงแป้ง ลัง ถังพลาสติก ซึ่งแน่นอนครับของพวกนี้น่าจะเป็นของที่ต้องแวะส่งตามจุดต่างๆ ระหว่างทาง
- เจ้าหน้าที่เรียกขึ้นรถ พวกเราก็ขนกระเป๋าเก็บใต้ท้องรถ ดันเก็บไว้ในสุดเลยครับ เพราะลงป้ายสุดท้าย พร้อมแล้วก็ขึ้นรถ รถออกตรงเวลาครับ 08:00 รถบัสคนไม่เต็มรถนะครับ ตอนที่รถออก มีประมาณ 10 คน รวมพวกเรา 3 คนแล้วครับ และก่อนรถออก ก็จะมีเจ้าหน้าที่มาเดินตรวจให้คาดเข็มขัดนิรภัย ตรวจเสร็จก็ออกเดินทางกันครับ
✍️ รีวิวการนั่งรถบัสสาธารณะ (Heishui --> Dujiangyan)
- บัสออกตรงเวลาครับ เราคาดว่าจะถึงเมือง Dujiangyan เวลาประมาณ 14:00 ครับ ค่อนข้างใช้เวลาเดินทางนานครับ
- เส้นทางขากลับระหว่างเมือง Heishui --> Dujiangyan จะวิ่งผ่านเมือง Maoxian , Wenchuan สามารถต่อรถไปยังจุดท่องเที่ยวต่างๆได้ครับ บัสจะไม่ได้จอดในสถานีขนส่งระหว่างเมืองนะครับ จะจอดให้ตรงโซนเมือง เพื่อให้ต่อรถไปเองครับ
- เส้นทางช่วง Heishui --> Maoxian เป็นทางลงเขา และขับเลียบไปกับแม่น้ำ เป็นถนน 2 เลนขับสวนกัน และทางค่อนข้างคดเคี้ยว อาจจะทำให้เมารถได้ครับ บนรถมีถุงอวกไว้บริการ สามารถลุกมาหยิบได้ครับ
- บัสจะจอดรับผู้โดยสารระหว่างทางบ่อยครับ หรือจะจอด รับจนกว่าคนจะเต็มรถ นั้นแหละ บางครั้งก็มีคนโบกรถเพื่อขอ นามบัตร หรือโบกเพื่อถามอะไรบ้างอย่าง จะเป็นแบบนี้ตลอดครับเวลาเจอชุมชน
- เนื่องจากเป็นรถที่ขับทางไกล ก็มักจะมีผู้โดยสาร ที่จะต้องเจอปัญหา ปวดหนักปวดเบา ครับ วิธีก็ง่ายๆ แค่ตะโกนบอกคนขับว่า ปวดท้องจอดหน่อยได้ไหม ประมาณนี้ครับ คนขับรถก็จะหาจุดเหมาะแล้วจอดให้ลงไปทำธุระ รอบแรก เจอสวนผลไม้บนเขา มีคนลงไปสองคน ไปทำธุระส่วนตัว เสร็จแล้วก็เดินทางต่อ คิดในใจ เอ่อ! ดีดี แบบนี้ก็มีด้วย ไม่ได้ซีเรียสหรืออะไรนะครับ เราคาดการณ์ ไว้แล้วว่าต้องเจอแบบนี้ ออกแนวๆฮาๆขำๆซะด้วยครับ ที่บอกว่ารอบแรก ใช่ครับ มีรอบต่อๆไปอีกครับ
- รถบัสขับผ่านระว่างทาง เราก็จะเห็นชาวบ้านเอาผลไม้สดๆมาตั้งขายกันริมถนน ผลไม้สดมากๆนะครับ อยากซื้อเหมือนกันแต่น่าจะจอดยากเพราะถนนแทบจะไม่มีที่ให้รถใหญ่จอดเลย มีแต่รถเล็กที่จอดได้ แต่ก็จะมีบางจุดที่เค้าจอดเพื่อเอาของที่อยู่ใต้รถลง เหมือนเค้าโทรนัดกันไว้
- นั่งรถมาสักประมาณเกือบๆ 3 ชม น่าจะผ่านเมือง Maoxian ไปแล้วนะครับ เค้าจะจอด บริเวณร้านค้า น่าจะเป็นร้านที่ คงดีลกันไว้แล้ว ประมาณแบบบ้านเราที่ รถทัวร์ ชอบจอด แถวๆแม่กิมลั้ง อะไรแบบนี้ครับ ตรงนี้จอดนานครับ ภายในร้านก็มีของขายเยอะครับ พวกอาหารอุ่นร้อน ขนม ของฝาก ผลไม้ บริการน้ำร้อน ห้องน้ำ ก็ใช้เวลาตรงนี้กันนานพอสมควร
- ในส่วนของห้องน้ำนี่ผมว่าตรงนี้น่าจะใช้คำว่า ห้องน้ำในตำนานได้เลยครับ เพราะ สภาพกับลักษณะ ตรงตามกับที่เห็นเค้ารีวิวกัน ไม่กล้าถ่ายรูปมาให้ดูนะครับ แต่เอ๊ะ! มองไปฝั่งตรงข้ามถนน เดชะบุญ เป็นปั้มน้ำมัน เห็นป้ายสัญลักษณ์ ห้องน้ำ ต้องเดินข้ามถนนไป โอ้ว!! ห้องน้ำสะอาดมาก ต่างกันฟ้ากับเหว อีกสิ่งหนึ่งที่ผมสังเกตได้คือ ปั้มน้ำมันระหว่างทางนี่น้อยมากๆครับ นับปั้มได้เลย ไม่เยอะเหมือนกับบ้านเรา ที่แทบจะมีเกือบทุกๆ 10 กิโลเมตรเลย ทำธุระส่วนตัวเสร็จก็เดินกลับมาซื้อ ไส้กรอกกับผลไม้ไว้ทานระหว่างทาง ผลไม้ราคาเดียวกันหมดเลยนะครับ เช่น โลละ 8 หยวน สามารถ เลือกรวมๆกันได้ เช่น แอปเปิ้ล ส้ม สาลี่
- คนขับรถเริ่มตะโกนให้ขึ้นรถแล้ว รถออกไปได้สัก 5 นาที ก็เริ่มมีคนตะโกนมาจากข้างหลังเสียงดัง เราก็ไม่รู้ว่าเค้าพูดอะไรกัน สักพัก คนขับรถจอดรถ แล้วหันหัวรถกลับไปทางร้านขายของที่เราเพิ่งออกมา คืออะไร ? ลืมของหรือป่าว สรุปว่าลืมจริงๆครับ ไม่ใช่ของนะ แต่เป็นผู้โดยสาร ลืมผู้โดยสารไป 1 คนที่ร้านขายของ ตอนไปถึงก็ยืนดูดบุหรี่แอ็ครอเลยนะ เสร็จแล้วก็เริ่มเดินทางกันต่อครับ
- ใช้เวลาอีกสักพักใหญ่ๆ ดูจากแผนที่ในมือถือ ตอนนี้เราน่าจะขับผ่านเมือง whanchuan แล้วครับ เส้นทางช่วงนี้เป็นทางตัดผ่านภูเขา ทางไม่คดเคี้ยวแล้ว ขับสบายๆ ทำเวลาได้
- หลังจากที่ผ่านเมือง Whanchuan แล้ว ขับมาอีกสักพัก ก็ถึงจุดขึ้นทางด่วน ตอนแรกๆแอบหวั่นใจอยู่ว่าถ้าบัสไม่ขึ้นทางด่วน เวลาจะต้องบวกเพิ่มไปอีก 1 ชม แต่พอเห็นตรงไปที่ทางด่วนก็สบายใจและนอนหลับต่อ
- ช่วงที่ใกล้ๆจะถึงเมือง Dujiangyan เราเห็นว่ามีป้าคนหนึ่งมายืนตรงข้างๆคนขับแล้วพูดอะไรสักอย่างกับคนขับ ยืนอยู่นานแล้วก็ชี้ๆ สงสัยครับว่าเค้าจะลงรถหรือป่าว แต่จะลงยังไง นี่มันบนทางด่วนนะ ทันใดนั้นเอง ช่วงที่รถขับเข้าไปในอุโมง ซึ่งใน อุโมงจะมี เลน service ไว้ให้รถจอดกรณีฉุกเฉิน ใช่ครับป้าที่ยื่นอยู่แกรีบลงไปเลยครับพร้อมขวดน้ำ แกลงไปทำธุระหนัก เรียกได้ว่าจัดกันข้างๆรถเลย อันนี้อึ้งเลย อึ้งจริงๆนะ แล้วประเด็นคือ มันเห็นด้วยว่าเค้าทำอะไรแค่มองผ่านกระจกข้างรถไป เสร็จกิจแล้วก็ขึ้นรถ พร้อมกับพูดขอบคุณคนขับรถ เซี๊ยะๆ ^ ^" ป่ะเดินทางกันต่อใกล้ถึงเมือง Dujiangyan แล้วละ
- บัสขับมาถึงเมือง Dujiangyan แล้วครับ เวลาประมาณ 14:30 รถจอดให้ทุกๆคนลง ตรงหน้าสถานีขนส่งผู้โดยสาร Dujiangyan เลยครับ ถือว่าดีมากๆเลย ขนของลงจากรถเสร็จก็เดินเข้าไปที่สถานีเลยครับ
- บัสระหว่างเมือง เราอยากให้เพื่อนๆเพื่อเวลาไว้นะครับ ถ้าตารางเดินทางหรือแผนต้องเป๊ะๆ อาจจะไม่เหมาะ เพราะบางทีเราอาจจะเจอเหตุการณ์อะไรหลายๆอย่างที่ไม่อยู่ในแผนของเรา อย่างของเรา เราดูเวลามาว่า รถที่จะต้องนั่งต่อ จาก Dujiangyan ไป Siguniangshan (สี่ดรุณี) รอบสุดท้ายคือรอบ 15:30 ก็คิดว่าน่าจะทันอยู่ โชคดีที่ระหว่างทางเราไม่เจอช่วงถนนที่ปิดทำทางหรืออุบัติเหตุ
🚍 สถานีขนส่งผู้โดยสาร Dujiangyan
- เราเข้าไปซื้อตั๋วเพื่อเดินทางไป Siguniangshan (สี่ดรุณี) กับเจ้าหน้าที่ เค้าพยายามหาอยู่นาน เค้าตอบกลับมาว่าไม่มี เราก็งงๆตกใจอยู่ ก็มันยังไม่ถึงเวลานี่หน่า กว่าจะคุยกันรู้เรื่องสรุปว่า ตั๋วยังมีแต่ตั๋วมันเหลือแค่ 2 ใบ ไม่พอสำหรับพวกเรา เพราะเรามากัน 3 คน
- พยายามให้เค้าช่วยว่าพอจะหารถหรือมีเบาะเสริมให้นั่งไปไหม คุยกันรู้เรื่องบ้างไม่รู้เรื่องบ้าง แต่สรุปสุดท้ายก็คือ ไม่มีตั๋ว ไม่มีรอบรถแล้วครับ ณ ตอนนี้ที่สถานี Dujiangyan
- ตอนนี้เราต้องปรึกษากันและครับว่าจะเอายังไงต่อดี เพราะสี่ดรุณีคงไม่มีรถไปแล้ว หากไม่เหมารถจากตรงนี้ไปเอง ซึ่งราคาก็น่าจะแพงมากๆ ทางเลือกเหลือไม่มากแล้วครับ ระหว่างจะกลับไปเริ่มที่เฉิงตู หรือจะเปลี่ยนอุทยาน หาข้อมูลเท่าที่หาได้ โดยมี deadline อยู่ไม่เกิน 18:00 เพราะต้อง ยกเลิกโรงแรมกับตั๋วเข้าอุทยานที่จองไว้กับ trip.com
- สรุปกันได้ว่าเราจะไป อุทยาน Bipenggou แทน เช็ครอบรถแล้ว รอบที่ไวที่สุดคือ รอบ 15:30 รถมี 2 ราคาคือ 60 หยวน (ส่งที่เมือง Lixian) 84 หยวน ส่งที่หน้าอุทยาน Bipenggou
- ซื้อตั๋วรถ จากเจ้าหน้าที่ โดยเลือก เป็นราคา 60 หยวน เพราะยังไม่รู้ว่าจะพักที่ไหนยังไง เปิด trip.com ดูผ่านๆ เห็นโรงแรมในเมือง lixian มีเยอะก็เลยกะว่าเดียวค่อยเลือกระหว่างเดินทาง เจ้าหน้าที่ออกตั๋วให้เสร็จแล้ว scan กระเป๋า และเจ้าหน้าที่คนเดิมพาไปขึ้นรถ รถเป็นรถตู้สีดำ 8 ที่นั่ง รถนั่งสบายเลยนะครับ ตอนแรกคิดว่าเป็นรถบัสซะอีก ถึงว่าละครับ เวลากดดูใน app จะขึ้นว่า เหลือเพียง 8 ที่นั่งเท่านั้นเอง
- ขึ้นไปนั่งรอบนรถครับ ขึ้นก่อนเลือกที่นั่งก่อนเลยครับ รถตู้ออกตรงเวลาครับ คนขับรถเป็นผู้หญิง ท่าทางดูเป็นคนคล่องแคล่ว พยายามช่วยเหลือหรือถามเราว่าจะไปไหน พักโรงแรมอะไร หรือถ้าจะไป หน้าอุทยาน Bipenggou จะหาคนไปส่งให้
🛣️ ระหว่างเดินทาง (Dujiangyan —> Lixian)
- ระหว่างเดินทาง เราก็ทำการยกเลิก โรงแรมที่ สี่ดรุณี 2 คืน โรงแรมที่เราจองไว้สามารถยกเลิกได้ก่อน 18:00 โดยเสียเพียงแค่ค่าธรรม 276 บาท และตั๋วสำหรับเข้าอุทยานก็สามารถยกเลิกได้ฟรี ซึ่งตรงนี้ถือว่าสะดวกมากๆครับ แผนเดิมคือ เราจะไปพักที่ สี่ดรุณี 2 คืน และเที่ยวทั้ง 2 เส้นทางเลย
- โชคดีมากๆครับที่รอบนี้มีผู้โดยสารคนจีนอายุไม่เยอะครับ วัยรุ่นๆ หน่อย สามารถสื่อสารภาษาอังกฤษได้ และเค้าก็ถามว่าเราเป็นคนไทยใช่ไหม เพราะเค้ามีญาติอยู่ที่เมืองไทย และปีใหม่นี้เค้าก็จะไปเมืองไทยด้วย ก็เลยได้น้องเค้านี้แหละครับที่ช่วยคุยกับ ป้าคนขับให้
- สรุปก็คือ เราจองตั๋วเข้าอุทยาน Bipenggou และโรงแรมของคืนนี้ บริเวณใกล้ๆกับหน้าทางเข้าอุทยานเลย กะว่าตื่นแล้วเดินเข้าเลย ดูจาก map แล้ว และก็ให้น้องเค้าช่วยคุยเรื่อง รถไปส่งพวกที่เราอุทยาน ให้ ผลก็คือ ป้าเค้าโทรไปหารถเหมาให้ ได้ราคามา 80 หยวน และเค้าจะมารอเราตรงจุดที่เราลงรถที่เมือง Lixian เลยครับ
- ราคา 80 หยวนเราโอเครนะครับ เพราะ ถ้าจองรถตู้แบบที่ให้ไปส่งที่ หน้าอุทยาน Bipenggou ราคา 84 หยวน เท่ากับ เราจะมีส่วนต่าง คนละ 24 หยวน คูณ 3 ก็จะได้ 72 หยวน แพงกว่า 8 หยวน ก็ OK รับได้ครับ
🌆 เมือง Lixian
- รถตู้มาถึงเมือง Lixian และจอดให้เราลง เวลาประมาณ 17:00 ครับ จุดที่จอดไม่ใช้สถานีขนส่งนะครับ ดูแล้วน่าจะเป็นท่ารถเอกชน ซึ่งมีรถตู้หน้าตาคล้ายๆกัน วนๆ มาจอดอยู่ครับ ป้าคนขับรถคุยกับเราว่า ระหว่างที่รอรถมารับ จะทานข้าวหรือจะซื้อของรอก็ได้นะ เค้าให้กระดาษที่จดหมายเลขทะเบียนรถ พร้อมเบอร์โทรคนขับมาให้เรา
- ระหว่างที่รอรถไปส่งที่หน้า อุทยาน Bipenggou เราเดินไป Minimart ใกล้ๆแถวนั้น เพราะตอนนั้นเริ่มเย็นแล้วกะว่าซื้อของไปสำหรับมื้อเย็นเลยครับ เราซื้อ มาม่า อาหารอุ่นร้อน น้ำ และขนม ไปทานที่โรงแรม
- เห็นรถ Taxi เป็นรถ Van มาจอด ตรงบริเวณที่เราลงรถ เช็คเลขทะเบียนแล้วตรงกับที่ป้าคนขับรถจอดให้ เดินไปทักทาย ลุงเค้ายกมือสวัสดี แสดงว่ารับคนไทยไป Bipenggou บ่อยนะครับเนี่ย
- นั่งรถจาก จุดนี้ไป อุทยาน Bipenggou ใช้เวลาประมาณ 20 นาที ทางไป Bipenggou เป็นทางสวนกัน และระหว่างทางมีรถติดบ้างครับ เข้าใจว่าคนกำลังทะยอยออกจากบริเวณอุทยาน
🏢 โรงแรม Panyang Lake Hotel
- ถึงโรงแรม เรา Cheak-In และเก็บกระเป๋า โรงแรมอยู่ในจุดที่ดีมากๆครับ เพราะอยู่ข้างๆกับทางเข้าอุทยานเลย เดินประมาณ 100 เมตร ก็ถึงแล้วครับ
- เราเดินลงมาที่ เคาน์เตอร์โรงแรม สอบถามเรื่องท่ารถหรือจุดขึ้นรถตู้เพื่อเดินทางกลับ Dujiangyan ในวันพรุ่งนี้ น้องพนักงานพอสื่อสารภาษาอังกฤษได้นิดหน่อย (Add wechat คุยเพื่อความสะดวก) ก็สรุปได้ว่า จุดขึ้นรถอยู่ใกล้ๆนี่เองครับจริงๆก็คือบริเวณแถวๆที่จอดรถหน้าทางเข้าอุทยานนั้นแหละครับ
- เราเช็ครอบรถและบอกว่าเดี๋ยวเราจะจองรถผ่าน app ctrip แต่เราจะขอใช้เบอร์เค้าได้ไหม เค้ายินดีให้เราใช้เบอร์ เพื่อจองรถตู้ขากลับนะครับ เราจองรถรอบ 16:08 ไป น้องพนักงานบอกว่า เดี๋ยวเค้าจะโทรแล้วนัดกับคนขับรถให้ ว่าให้มารับเราที่หน้าโรงแรมเลย ซึ่งดีมากๆ เลยครับ
- รอบรถที่จองได้จะเป็นรอบ เกือบสุดท้ายนะครับ รอบสุดท้ายจะเป็น 16:58 เราคุยกับน้องพนักงานเค้าแนะนำว่า Bipenggou ถ้าเข้าสัก 08:00 ใช้เวลาเที่ยวรวมนั่งรถขากลับมายังจุดบริการนักท่องเที่ยว ก็จะอยู่สักประมาณ 15:30 ได้ครับ
- เนื่องจากรถตู้สายนี้เป็นเอกชนนะครับ เลยสามารถจองผ่าน ctrip ได้ แต่มีเงื่อนไขว่าต้องใส่เบอร์จีน ด้วยถึงจะยอมให้จ่ายเงิน การจ่ายเงินจ่ายผ่าน wechat aripay ได้ตามปกติครับ
- จากที่ทราบมา หลายๆโรงแรมก็ก็อนุญาติให้เราใส่เบอร์โรงแรมเพื่อจองรถได้นะครับ แต่ขอให้เช็คกับเจ้าหน้าที่ที่เคาน์เตอร์ก่อนนะครับ
- โรงแรมมีอาหารเช้าด้วยนะครับ อาหารจีนเน้นผัก ไม่มีเนื้อสัตว์เลย
- เสร็จจากตรงหน้าเคาน์เตอร์เราก็ขึ้นห้อง ต้มมาม่า ทานข้าวเย็นที่ซื้อมา จากนั้นก็อาบน้ำนอนเลยครับ
🏞️ อุทยานปี้เผิงโกว (Bipenggou) 🍂
- ตื่นเช้าประมาณ 06:00 อาบน้ำแต่งตัว ระหว่างนั้นมองไปที่ลานจอดรถ อุทยาน เห็นรถบัสนักท่องเที่ยวคันแรกมาถึง สักพักก็ตามกันมาอีกหลายคัน โอ้ว! มากันแต่เช้าเลยนะ โดยเราตั้งใจจะเข้าสัก 08:00 เพราะตอน 07:00 ฟ้ายังมืดอยู่เลย
- แต่งตัวเสร็จ เรายกกระเป๋าลงไปฝากที่เคาน์เตอร์เช็คอิน น้องพนักงานบอกว่าเรื่องรถไม่ต้องเป็นห่วงนะ เดี๋ยวจัดการให้ แหม่บริการดีมากๆเลยนะครับ
- เดินไปทานข้าวที่ห้องอาหาร อาหารส่วนมากเน้นเป็นผักจริงๆครับ ไม่เจอเนื้อสัตว์เลย เราเลยทานไปแค่ไข่ต้ม กับ ซาลาเปา เติมพลังไว้ก่อน จะได้มีแรงเดิน ทานเสร็จก็เดินไปที่อุทยานกันเลย
- ก่อนเข้าอุทยานอย่าลืมซื้ออ๊อกซิเจนกระป๋องด้วยนะครับ เราซื้อตรงหน้าอุทยานราคาประป๋องละ 25 หยวน
- ตั๋วเข้าอุทยาน เราจองผ่าน trip.com ราคา 619.35 บาท เมื่อระบบออกตั๋วแล้วจะมี QR code แสดงขึ้นมานะครับ เวลาจะเข้าอุทยานให้เปิด QR code นี้ให้เจ้าหน้าที่ scan ก็สามารถเข้าได้ครับ
- เราเข้าอุทยานประมาณ 08:00 เดินมาขึ้นรถบัส นั่งไป ประมาณ 15-20 นาทีจะถึงจุดจอดแรกคือ หวังหลงหู จุดนี้ตอนที่ไป ใบไม้เปลี่ยนสีเยอะมากๆ และสีสันก็สดใส และวิวรอบๆก็ถูกล้อมด้วยภูเขา สวยมากๆครับ ที่สำคัญเมื่อคืน หิมะตกด้วยนะ คือแบบว้าวมากๆ
- ใช้เวลาตรง หวังหลงหู ประมาณ 30 นาที จากนั้นเดินตามทางมาเรื่อยๆจะเจอ Namu Lake แวะถ่ายรูปและก็เดินไปขึ้นรถเพื่อไต่ระดับความสูงขึ้นไปยัง ซั่งไหจึ ระหว่างทางขึ้น วิวสวยมากๆครับ เพราะสองข้างทาง ถูกปกคลุมไปด้วยหิมะ ขาวสวยไปตลอดทาง
- ถึง ซั่งไหจึ จุดนี้เป็นจุดบริการนักท่องเที่ยว มีห้องน้ำ ร้านอาหาร บริการ และจุดขึ้นรถกอล์ฟ ที่ 1 รถกอล์ฟ ราคาไปกลับอยู่ที่ คนละ 30 หยวน ซื้อกับเจ้าหน้าที่แล้วต้องเก็บใบเสร็จที่มี QR code ไว้ scan ทั้งตอนขาไปและขากลับด้วยนะครับ
- แวะถ่ายรูป บริเวณนั้นจนพอใจแล้วเราจึงนั่งรถกอล์ฟ เพื่อไปจุด ผันหยางหู ใช้เวลาประมาณ 10 นาทีได้ครับ ส่วนถ้าใครไม่ได้นั่งรถกอล์ฟ ก็สามารถเดินขึ้นไปได้เช่นกันครับ ถ้าเน้นว่าต้องทำเวลาก็นั่งรถดีกว่าครับ
- นั่งรถกอล์ฟจากจุดที่ 1 ขึ้นมาจุดที่ 2 (ผันหยางหู) วิวตรงนี้สวยจริงครับ เราถูกโอบล้อมไปด้วย ภูเขาทุกๆด้านเลย ตอนที่ไปมีหิมะที่ตกและยังไม่ละลายจากเมื่อคืน ยิ่งเพิ่มความสวยเข้าไปอีกหลายเท่าเลย
- จุด ผันหยางหู ก็จะเป็นจุดที่ให้ขึ้นรถกอล์ฟ จุดที่ 2 ด้วยนะครับ จากตรงนี้เราจะสามารถนั่งรถเพื่อไปยังสุดชมวิวที่สูงที่สุดของ Bipenggou ก็คือ จุด เยี่ยนจึ เหยียนวัว ใช้เวลานั่งรถประมาณ 10 นาที ค่ารถไปกลับ ราคา 30 หยวน เก็บ QR code ไว้ scan เหมือนเดิมนะ
- ถ่ายรูปเสร็จแล้วเราก็นั่งรถกอล์ฟไปจุดสุดท้ายกัน จุดนี้เรายิ่งอยู่ใกล้ภูเขาเข้าไปอีก รู้สึกได้เลยถึงความอลังการ ใช้เวลาเดินถ่ายรูป และเดินสำรวจรอบๆ เส้นทางบนนี้ ไม่มีทางเดินแบบตายตัวนะครับ เราสามารถเดินเที่ยวได้แบบอิสระ ชอบตรงไหนก็เดินไปได้เลย จึงไม่ต้องแย่งกันถ่ายรูป
- ใช้เวลาอยู่ข้างบนนี้ค่อนข้างนาน เพราะเดินสำรวจไปทั่วเลย ปักเวลาไว้ประมาณ 14:30 เราก็เดินกลับมานั่งรถกอล์ฟ เพื่อกลับไปขึ้นรถบัส ก็คือนั่งจากจุดที่ 2 ลงมาจุดที่ 1 แล้วก็ต่อรถบัสกลับยิงยาวมาจนถึงหน้าทางเข้าอุทยานเลยครับ
- ใช้เวลาขากลับลงมาถึงหน้าทางเข้าอุทยานรวมแล้วประมาณ 45 นาที เดินออกจากอุทยานมาที่โรงแรม เตรียมตัวกลับ เฉิงตู เจ้าหน้าที่ที่โรงแรมบอกว่า คนขับรถโทรมาแล้วบอกว่าจะมารับที่หน้าโรงแรมเลย
✍️ รีวิวอุทยาน ปี้เผิงโกว 🍂
- ปี้เผิงโกว เป็นอุทยานที่เราตัดออกไปตั้งแต่ทำแพลนมาเที่ยวแล้วนะครับ เพราะวันไม่พอ และเราอยากจะไปสี่ดรุณี 2 เส้นทาง แต่สุดท้ายก็ได้มาเที่ยว แล้วก็เซอร์ไพร์ แบบว่า มันสวยมากๆ แล้วก็ยังบอกกับตัวเองว่าโชคดีที่คิดถูกและตัดสินใจซื้อตั๋วรถนั่งมาเลย
- เป็นอุทยานที่เดินเที่ยวได้แบบอิสระ ไม่ต้องเดินตามกันไปถ่ายรูปเป็นจุดๆ เพราะบริเวณโดยรอบกว้างใหญ่ โอบล้อมด้วยภูเขาและต้นไม้
- ใบไม้เปลี่ยนสีของที่นี่ค่อนข้างมาไว และสีสันสดใสมากๆ ส่วนตัวคิดว่าไวกว่าสี่ดรุณี และเปลี่ยนสีพร้อมๆกันหลายต้นทำให้ถ่ายรูปแล้วสีของต้นไม้ตัดกับฉากหลังภูเขาหิมะได้สวยมากๆ
- วันที่ไปนั้นมีหิมะที่ตกมาจากเมื่อคืน และยังไม่ละลาย ทำให้ความสวยยิ่งทวีคูณเพิ่มไปอีก แต่หิมะอยู่ถึงแค่ 12:00 เองนะ บ่ายๆตอนขากลับนี้ไม่เห็นแล้วละลายหมดแล้ว แอบสงสารคนที่เพิ่งมาตอนบ่ายๆ ไม่ได้เห็นหิมะบนยอดต้นไม้แล้ว
- คนที่ต้องการทำเวลาในการเที่ยว แนะนำให้นั่งรถกอล์ฟ ทั้งสองจุดเลยนะครับ ช่วยลดเวลาเดินได้เยอะเลย
- ปี้เผิงโกวใช้เวลาเที่ยวนานนะครับถ้าจะไปให้ครบ ถ้าเป็นไปได้ เข้าสัก 08:00 และกลับมาประมาณ 16:00 จึงจะเพียงพอนะครับ ส่วนคนที่จะต้องเดินทางกลับ ก็จองรถรอบสุดท้ายตอน 16:58 เพื่อกลับ Dujiangyan ได้นะครับ
- สุดท้ายครับ ปี้เผิงโกว สวยมากๆ ชอบที่นี่มากๆเช่นกันครับ
🚍 เดินทางกลับเมืองเฉิงตู 🚃
- เวลาประมาณ 15:40 เจ้าหน้าที่โรงแรมเดินมาบอกว่ารถมาถึงแล้ว แต่เป็น taxi ก็ งงๆ นิดหน่อย แต่ก็สรุปความได้ว่า รอบรถที่เราไปนั้น มีพวกเราแค่ 3 คนที่จองรถจากหน้าอุทยานกลับ Dujiangyan เค้าเลยใช้เป็นวิธีให้ taxi มารับ แล้วไปส่งเราที่ ท่ารถเมือง Lixian แทน
- ขึ้นรถ Taxi กลับ ก็นึกว่าจะตรงไปเมือง Lixian เลย ดันมีแวะ บ้านตัวเอง เอาถังแก๊สลง และหม้อกับเครื่องครัวไปส่งที่ร้านใกล้ๆแถวนั้น แหม่ แวะเก่ง แต่ไม่เป็นไรครับ เค้าบอกเค้ารู้ว่ารถออกกี่โมง ทันแน่นอน
- Taxi ขับมาส่งที่ท่ารถเมือง Lixian ก็คือท่าเดิมที่เราลงรถเมื่อวานนั้นแหละครับ ขนกระเป๋าขึ้นรถ ขึ้นไปนั่งจองที่ไว้เหมือนเดิม มีผู้โดยสารขึ้นจากตรงนี้อีก 3 คน รวมเป็น 6 และบวกคนขับ ก็ 7 คน รถออกประมาณ 16:30 ก็นั่งกันยาวๆไปลงที่ เมือง Dujiangyan ตอนที่เราจองใน app ctrip เราสามารถระบุปลายทางได้นะครับว่าจะลงที่ไหน โดยเค้ากำหนดมาให้เป็นจุดใหญ่ เช่น สถานขนส่ง สถานีรถไฟ เราเลือกลงที่ สถานีรถไฟความเร็วสูง Dujiangyan
- ระหว่างที่นั่งมารู้สึกว่าคนขับจะไม่ได้ขึ้นทางด่วนทันทีแต่จะขับเรียบริมน้ำมา คือประมาณว่า ขามาและขากลับทางไม่เหมือนกัน แต่สุดท้ายก็มาขึ้นตรงกลางๆทาง ก่อนเข้าเมือง Dujiangyan
- รถขับมาถึงเมือง Dujiangyan ประมาณ 19:00 และบอกคนขับว่าเราจะลงที่สถานีรถไฟความเร็วสูง Dujiangyan เค้าขับรถมาส่งเราที่หน้าสถานี เช็ครอบรถไฟ เร็วสุดคือรอบ 20:27 - 20:47 ราคาคนละ 10 หยวน จองผ่าน app 12306 ราคาดีไม่มีชาร์ตเพิ่ม กดจองเสร็จก็ได้ตั๋วทันที ปลายทางคือเมืองเฉิงตู ลงที่สถานีรถไฟ metro Xipu
- นั่งรอเวลารถไฟมา เราก็คุยกันว่ายังจะไป 4 ดรุณีอีกไหม คือถ้าไปก็จะได้แค่เส้นทางเดียวคือ ซวงเฉียวโกว สรุปกันว่าไม่ไปแล้วกัน (เดี๋ยวค่อยกลับมาซ่อม) พอเข้าเมืองแล้วอยากอยู่ในเมืองบ้าง เดินเล่นในเมือง ok ถ้าอย่างนั้นก็สรุปกันว่าอยู่เดินเล่นเที่ยวในเมืองเฉิงตู
- แต่เชื่อไหมว่าการที่ไม่ไปนั้นคือคิดถูกอย่างแรง เพราะพรุ่งนี้เค้ามีจัดงานวิ่งเทรล ระหว่างสี่ดรุณีไปปี้เผิวโกว ทำให้รถติดมหาศาล ติดแบบไม่ขยับเลยเท่าที่ทราบมาคือ คนที่ไปปี้เผิวโกวออกเดินทาง 06:00 ไปถึง ปี้เผิวโกว 16:00 ติดนรกแตกเลย สี่ดรุณีก็ติดยาวๆไม่แพ้กัน
- รถไฟมาถึงเราขึ้นรถไฟใช้เวลาประมาณ 20 นาที ก็ถึง สถานี Xipu เดินออกจากสถานี มาซื้อตั๋ว metro ไปลงที่ สถานี Chunxi Road ค่า Metro คนละ 6 หยวน ใช้เวลาประมาณ 35 นาที นั่งยาวไปเลยไม่ต้องเปลี่ยนสาย
- ลืมบอกไปครับว่าที่พักสำหรับคืนนี้ เราจองไว้แล้วตั้งแต่ตอนที่อยู่ Bipenggou ซึ่งก็คือ โรงแรม Howdy Smart hotel ซึ่งโรงแรมนี้เราจองไว้สำหรับคืนสุดท้ายด้วยเหมือนกัน ก็คือพักสองคืนเลยแต่แยก booking เพราะลองถามเจ้าหน้าที่แล้วว่า เราเช็คอินห้องของคืนถัดไปแล้วย้ายกระเป๋าไปไว้ห้องใหม่ในตอนเช้าได้เลยไหม เค้าบอกได้
🏢 โรงแรม Howdy Smart hotel
- ถึงสถานี Chunxi Road เดินออก ทางออก C ระหว่างทางเจอร้าน Lawson แวะซื้อขนมของกิน ติดไม้ติดมือไว้ จากนั้นก็เดินออกไปที่ถนนหน้าตรงตึก IFS เช็คพิกัดโรงแรม เดินตาม GPS ไป Map เกือบทั้งหมดเราใช้ Apple map ค่อนข้างตรงอยู่ครับ ใช้เวลาเดินประมาณ 5 นาทีก็ถึงโรงแรม เช็คอิน โรงแรมขนของขึ้นไปเก็บ ณ ตอนนี้เป็นเวลาประมาณเกือบสี่ทุ่ม คุยกันว่าจะเดินในเมืองไหม หรือจะเดินที่เดียวพรุ่งนี้เลย สรุปได้ว่าเดินหน่อยแล้วกัน
- เดินเล่นแถวๆถนน Chunxi road ประมาณว่ามองผ่านๆ เดินสำรวจไว้ก่อน พรุ่งนี้จะได้มีข้อมูลในการเดินบ้าง แวะร้านชาแพนด้า ได้กินชาร้อนๆแล้วรู้สึกดีอ่ะ หายเหนื่อยเลย
- ตั้งใจจะเดินไปกินร้านเกี้ยวที่เคยกิน ที่จิ่วจ้ายโกว พอไปถึง ร้านปิดไฟพอดีเลย เลยเดินกลับ และโซนแถวๆนั้นก็ทยอยๆปิดกันหมดแล้ว ขากลับเจอ lowson อีกแล้วเลยซื้อไก่ทอดกับเบียร์มานั่งกินที่ห้อง แล้วเดี๋ยวจะหาข้อมูล ร้านค้าและที่เที่ยวในเมือง
- ต้องบอกก่อนว่า ตอนมาไม่ค่อยได้ทำการบ้านเกี่ยวกับที่เที่ยวในเมืองเลยครับ ก็ตามนั้นเลยครับ ไปหาเอาหน้างาน
- สรุปวันนี้ก็จะประมาณนี้นะครับ กินไก่ทอดกินเบียร์เสร็จอาบน้ำนอน เตรียมลุยเมืองเฉิงตู กันต่อพรุ่งนี้เช้า แต่ขอตื่นสายหน่อยนะครับ เพราะเช้ามาทุกวันเลย
🤔 เตรียมตัวสำหรับวันพรุ่งนี้
- หาข้อมูลที่เที่ยว ที่กิน และที่ถ่ายรูปในเมืองเฉิงตู
📊 สรุปค่าใช้จ่ายในการเดินทาง
- ค่า Taxi (เหมา) จากโรงแรมไปส่งที่สถานีขนส่ง Heishui : 15 หยวน
- ค่าบัส จาก Heishui ไปเมือง Dujiangyan คนละ : 91 หยวน
- ค่ารถตู้ จาก Dujiangyan ไปเมือง Lixian คนละ : 60 หยวน
- ค่ารถเหมา จาก เมือง Lixian ไปส่งที่ อุทยาน Bipenggou : 80 หยวน
- ค่ารถกอล์ฟในอุทยาน ทั้งสองจุดรวมคนละ : 60 หยวน
- ค่ารถตู้ จาก อุทยาน Bipenggou ไปสถานีรถไฟความเร็วสูง Dujiangyan ราคาคนละ : 84 หยวน
- ค่ารถไฟความเร็วสูงจาก สถานี Dujiangyan ไป สถานี Xipu ราคาคนละ : 10 หยวน
- ค่า Metro จากสถานี Xipu ไปลงที่สถานี Chunxi road ราคาคนละ : 6 หยวน
ขอจบ EP ที่ 4 ไว้เพียงเท่านี้นะครับ ไว้จะมา update เพิ่มเติมใน EP ที่ 5 ซึ่งคาดว่าจะเป็น EP สุดท้ายแล้วนะครับ 😊👋🏻
————————————————————
👋🏻 Next EP 5 (End) Chengdu —> Bangkok
————————————————————
คลิกที่นี่เพื่อเป็นสมาชิก?
ประเภท
เบอร์โทรศัพท์
เว็บไซต์
ที่อยู่
Phra Nakhon