IP Property
ข้อมูลการติดต่อ, แผนที่และเส้นทาง,แบบฟอร์มการติดต่อ,เวลาเปิดและปิด, การบริการ,การให้คะแนนความพอใจในการบริการ,รูปภาพทั้งหมด,วิดีโอทั้งหมดและข่าวสารจาก IP Property, บานา, Pattani.
IP Property บริการอสังหาริมทรัพย์
ขายบ้าน ขายที่ดิน
✿ออกเเบบเขียนเเบบบ้าน - รับเหมาก่อสร้าง
✿ติดตั้งกระจก-อะลูมิเนียม
✿ติดตั้งผ้าม่าน
✿Landscape จัดสวน
✿เฟอร์นิเจอร์ Built-in/Fit in
06/01/2026
ดัชนีหุ้น S&P500
เราจะลงทุน S&P500 ผ่านทางไหนดีที่สุด? /โดย ลงทุนแมน
สำหรับคนไทย การลงทุนดัชนี S&P500 มีวิธีดังนี้คือ
1.การลงทุน ETF ตรงที่ตลาดหุ้นสหรัฐฯ
2.การลงทุนผ่าน DR ในตลาดหุ้นไทย ที่ฟีดลง ETF
3.การลงทุนผ่านกองทุนรวมไทยที่ฟีดลง ETF
แล้วเราจะลงทุนผ่านทางไหนดีที่สุด ?
เชื่อไหมว่า คำตอบทุกคนตอนนี้ที่แตกต่างกัน
แต่หลังจากอาจบทความนี้จบ
ทุกคนจะเข้าใจมากขึ้น
เบื้องหลังเป็นอย่างไร
ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง..
ทางเลือกแรก “ลงทุนตรงต่างประเทศ ด้วย ETF ที่กระจายไป 500 บริษัท" ผ่านแอปหุ้นนอก
แต่กรมสรรพากรประกาศกฎหมาย กำไรเมืองนอก นำเข้าไทยปีไหน เสียภาษีปีนั้น ทำให้ทางเลือกนี้มีอุปสรรค
ลองจินตนาการดูว่า
หากเราทำกำไรได้ 1 แสนบาท
บนฐานภาษี 10% กำไรจะหาย 10,000 บาท
บนฐานภาษี 20% กำไรจะหาย 20,000 บาท
บนฐานภาษี 30% เงินกำไรจะระเหยหายไปทันที 30,000 บาท
กำไรที่ได้มา อาจถูกหั่นทิ้งไปสูงสุด 1 ใน 3 ในอนาคต..
นอกจากนั้นก็มีค่าคอมมิชชันของการซื้อขายหุ้นนอกแต่ละครั้ง
ทางเลือกถัดมาก็คือ “DR หรือ Depositary Receipt” ที่ฟีดลง ETF ทางเลือกนี้ช่วยแก้ปวดหัวเรื่องภาษีได้ และซื้อง่ายผ่านแอปหุ้นไทย
แต่ต้นทุนที่ซ่อนอยู่ที่เราคิดไม่ถึงก็คือ ราคา Bid-Offer ที่ห่างกันมาก ทำให้เรามีต้นทุนซื้อ-ขาย ที่เป็นกำไรของผู้ออก DR
ราคา Bid-Offer มีความห่างมีตั้งแต่ 0.46% ถึง 0.79% เรื่องนี้เปรียบเสมือนต้นทุนทางอ้อมไม่ต่างจากค่าธรรมเนียม การเข้า-ออก ในแต่ละครั้ง
ซึ่งยังไม่รวมค่าคอมมิชชันซื้อขายหุ้นที่เราต้องจ่ายกับโบรกเกอร์ในแต่ละครั้ง 0.1% - 0.2%
และเรื่องที่สำคัญที่สุดของ DR ก็คือสภาพคล่อง ในระหว่างวันซื้อ-ขาย จะต้องมี Market Maker คอยทำงานรับซื้อ รับขายให้ตลาดมีสภาพคล่อง
และในวันที่ตลาดผันผวนหนัก หรือเกิดความตื่นตระหนก Market Maker ก็อาจจะมีความเสี่ยงมากขึ้นในการทำงาน และทำให้ทำหน้าที่ได้ไม่เต็มที่
บางจังหวะอยากขาย แต่ไม่มีคนรับซื้อ
หรือบางครั้งต้องจำใจซื้อของแพงกว่ามูลค่าจริง เพียงเพราะเกิดการแย่งกันซื้อ
ยกตัวอย่าง ณ วันที่ลงทุนแมนเล่าให้ฟัง ที่เป็นวันปกติวันหนึ่ง DR ที่อ้างอิงในดัชนี S&P500 อยู่ดี ๆ ก็ปิดตลาด กระโดด เพี้ยนไปจากดัชนี ด้วยวอลุ่มที่เบาบาง มีการซื้อขายทั้งวันเพียง 81,000 บาท เท่านั้น..
ทางเลือกสุดท้ายในการลงทุนดัชนี S&P500 คือ “กองทุนรวมไทยที่ฟีดลง ETF S&P 500”
ข้อเสียของกองทุนรวมข้อแรกที่ไม่เหมือน 2 ทางเลือกด้านบนคือ กองทุนรวม ซื้อ-ขาย ได้เพียงวันทำการละ 1 ครั้งสิ้นวัน
ถ้าหากเราเป็นนักลงทุนที่ซื้อขายรายวัน เครื่องมือกองทุนรวมจะเป็นเครื่องมือที่ไม่เหมาะสม
แต่สำหรับนักลงทุนที่ไม่ใช่ซื้อขายรายวัน ราคาที่เรียลไทม์อาจจะไม่จำเป็นเท่าไรนัก
แต่ข้อดีของการ ซื้อ-ขาย ที่ได้ราคาสิ้นวันของกองทุนรวมก็คือ เราจะได้ราคาที่อ้างอิงกับมูลค่าทรัพย์สินสุทธิจริง ๆ และข้อดีของกองทุนรวมคือมี Trustee ผู้ดูแลรักษาผลประโยชน์ให้เราอีกด้วย
อย่างไรก็ตามสิ่งที่ต้องควรระวังก็คือ กองทุนรวมจะมีค่าจัดการต่อปี
มาถึงตรงนี้สรุปข้อดี-ข้อเสีย คือ
1.ลงทุน ETF ตรงตลาดหุ้นนอก ไม่มีค่าจัดการ มีค่าคอมมิชชันหุ้นนอกเล็กน้อย แต่เสียภาษีก้อนใหญ่
2.ลงทุน DR ไม่มีภาษี แต่สภาพคล่องต่ำ ส่วนต่าง bid-offer เป็นต้นทุนสูง มีค่าคอมหุ้นไทยเพิ่มเติม
3.ลงทุน กองทุนรวมที่ฟีดลง ETF ไม่มีภาษี แต่มีค่าจัดการต่อปี
แล้วเราจะเลือกอะไรดี ?
ข้อแรกก็คือ ภาษี
ถ้าเราเป็นคนไม่มีเงินได้ ไม่ได้อยู่ในระบบภาษี และมั่นใจมากว่าเราจะหลบหลีกเป็นคนอยู่นอกระบบภาษีได้ไปตลอดชีวิต (ซึ่งไม่แนะนำ)
การลงทุน ETF ตรงตลาดหุ้นนอก น่าจะเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด
แต่สำหรับคนที่อยู่ในระบบภาษี หรือในอนาคตจะมีเงินได้ในระบบภาษีที่เพิ่มขึ้น การลงทุน ETF S&P500 นอกตรง อาจไม่ใช่คำตอบ แต่เดี๋ยวมาคำนวณกันว่าเพราะอะไร
ข้อต่อมาก็คือ ขนาดเงินลงทุน
ถ้าเราลงทุนหลักพันหลักหมื่นบาท สภาพคล่องของ DR ก็อาจไม่ได้เป็นปัญหาอะไร
แต่ถ้าเราลงทุนหลักแสนบาท หลักล้านบาท DR ก็อาจจะไม่ได้เป็นทางเลือกที่ดีนัก การที่มี DR S&P500 ตัวหนึ่ง วอลุ่มซื้อขายกันทั้งวันอยู่ที่ 8 หมื่นบาท มันเป็นการซื้อขายที่น้อยเกินไป
ดังนั้นคำตอบของการลงทุนใน S&P500 สำหรับคนที่มีเงินได้อยู่ในระบบภาษี อาจเป็นการลงทุนรวมที่มีค่าจัดการต่ำมาก ๆ
เพราะถ้าค่าจัดการกองทุนรวมสูงเกินไป การยอมเสียภาษี จากการลงทุนตรงก็อาจจะดีกว่า
ดังนั้น ค่าจัดการยิ่งต่ำเท่าไร ยิ่งดีเท่านั้น
แล้วต้องต่ำถึงระดับไหน ? ถึงจะคุ้มค่ากว่าการเสียภาษี ?
กองทุนคลาส E ที่ฟรีค่าจัดการ แต่ซื้อได้เฉพาะบางแอปเป็นทางเลือกที่ดีเพราะจะเสมือนเราได้ลงทุนใน S&P500 ในต้นทุนที่ต่ำมาก แต่กองทุนเหล่านี้จะมีค่าจัดการต่ำจำกัดเฉพาะวงเงิน 1 ล้านบาท
กองทุนค่าจัดการต่ำที่ซื้อได้ไม่จำกัด ที่จะนำมาเป็นตัวอย่างต่อไปในการคำนวณ ก็คือ “TLUS500-UH-X”
กองทุนนี้อิงดัชนี S&P500 มีค่าจัดการต่ำ 0.1% ซื้อได้ไม่จำกัด
-ค่าใช้จ่ายรวม (TER) 0.19795% ต่อปี
-ค่าธรรมเนียมซื้อ 0.1%
-ค่าธรรมเนียมขาย 0.3%
มาถึงการคำนวณว่า การเสียภาษี กับ การเสียค่าจัดการต่ำ ต่อปี แบบไหน? ดีกว่ากัน
ยกตัวอย่าง
ให้ลงทุน 3,000 บาททุกเดือน เป็นเวลา 10 ปี ผลตอบแทนปีละ 10%
1.ลงทุนตรง ETF อิงดัชนี S&P 500
2.ลงทุนผ่านกองทุนรวมอิงดัชนี เช่น TLUS500-UH-X ฟีดลง ดัชนี S&P 500
วิธีที่ 1 เงินต้นรวม 360,000 บาท
กำไร 259,656 บาท
มูลค่าพอร์ตเมื่อครบ 10 ปี 619,656 บาท
พอครบ 10 ปี เรานำเงินกลับไทย กำไรที่ได้ 259,656 บาท ก็จะถูกนำมาคำนวณหักภาษีตามเพดานภาษีของเรา
ถ้าคิดอัตราภาษีขั้นต่ำที่สุดที่ 5% ต้องจ่าย 12,983 บาท (ถ้าใครมีอัตราภาษีสูงกว่านี้ก็จะโดนเยอะกว่าเลขนี้)
มูลค่าพอร์ตจะเหลือ 606,673 บาท
ส่วนวิธีที่ 2 เงินต้นที่เท่ากัน หลังหักค่าธรรมเนียมต่าง ๆ และค่าธรรมเนียมซื้อขาย การลงทุนกับกองทุนรวม TLUS500-UH-X จะได้ 609,868 บาท
นั่นหมายความว่า แม้แต่ฐานเงินเดือนที่เสียภาษีที่ต่ำที่สุดที่ 5% หรือราว ๆ 25,000 - 30,000 บาท การเลือกกองทุนค่าธรรมเนียมต่ำ TLUS500-UH-X ก็จะได้ผลตอบแทนที่คุ้มค่ากว่าไปลงทุน ETF ตรง
ทั้งนี้ต้องหมายเหตุว่าเป็นการคำนวณเบื้องต้น ณ เวลาปัจจุบัน รายละเอียดเช่นค่าธรรมเนียมอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้
บทสรุปของเรื่องนี้..
การถือหุ้นในดัชนี S&P 500 ไม่ต่างอะไรไปจากการถือครองทีมผู้ชนะตลอดกาล และเราเติบโตไปกับมันได้โดยไม่ต้องเลือกธุรกิจ เลือกหุ้นด้วยตัวเอง
หน้าที่ต่อไปของเราจึงอยู่ที่การเลือก “พาหนะ” ที่เหมาะสมที่สุดที่จะพาเราไปเกาะกระแสการเติบโตนี้
สำหรับคนที่ไม่ได้อยู่ในระบบภาษี ทางเลือกที่เหมาะสมก็คงจะเป็นการลงทุนใน ETF ตรงที่เป็น S&P500 แต่อย่าลืมว่าในอนาคตถ้ามีกำไรจากเงินลงทุนนอกจนถึงเกณฑ์ต้องเสียภาษีเราก็จำเป็นต้องยื่นนำเงินกำไรส่วนนี้เข้าระบบภาษีอยู่ดี
แต่สำหรับคนที่อยู่ในระบบภาษี กองทุนคลาส E ที่มีลิมิต 1 ล้าน หรือกองทุนที่ค่าจัดการต่ำอย่าง TLUS500-UH-X ที่ซื้อได้ไม่จำกัดวงเงิน ก็คงจะเป็นทางเลือกที่เหมาะสม เพราะแม้แต่คนที่มีเงินได้ในระบบภาษีอัตราต่ำสุดที่ 5% ก็ยังได้ผลตอบแทนที่คุ้มค่ากว่าการลงทุน ETF ตรง
นั่นเป็นเพราะ ด้วยค่าใช้จ่ายกองทุนรวมที่ต่ำมาก ต่ำพอที่จะ ทำให้ชนะการเสียภาษีที่เป็นก้อนใหญ่จากการลงทุน ETF ตรง นั่นเอง..
คำเตือน
ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะ เงื่อนไขผลตอบแทนและความเสี่ยงของกองทุนรวมก่อนตัดสินใจลงทุน
24/12/2025
📈เงินบาทเเข็งค่า
กลุ่มไหนได้รับผลกระทบบ้าง 📈
1 USD = 31.16 บาท เงินบาท แข็งค่าสุดในรอบ 4 ปีครึ่ง.. เมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ
ซึ่งวันนี้ เงินบาทแข็งค่าขึ้นอย่างรวดเร็ว
และถ้านับจากต้นปี เงินบาท แข็งค่าขึ้นมากว่า 9% แล้ว
เมื่อเงินบาทแข็งค่าขึ้น
ใครจะได้ประโยชน์ และใครเสียประโยชน์ ?
เงินบาทแข็งค่า หมายถึง เงิน 1 บาท สามารถแลกเงินตราต่างประเทศได้มากขึ้นกว่าเดิม
ดังนั้น คนที่ได้ประโยชน์จากเงินบาทแข็งค่า ก็มีตั้งแต่
- ผู้นำเข้าสินค้าและบริการ
เพราะสินค้าและบริการที่นำเข้า มีราคาถูกลงเมื่อคิดเป็นเงินบาท ทำให้ผู้นำเข้าสามารถซื้อสินค้าได้ในปริมาณมากขึ้น (ด้วยเงินบาทเท่าเดิม) หรือในราคาที่ถูกลง เช่น เครื่องใช้ไฟฟ้า เครื่องจักร รถยนต์ และวัตถุดิบต่าง ๆ ส่งผลดีต่อผู้บริโภคและธุรกิจที่ใช้วัตถุดิบนำเข้า รวมถึงอาจส่งผลให้ต้นทุนการผลิตหรือให้บริการของผู้ประกอบการ ต่ำลง
- นักท่องเที่ยวชาวไทย ที่เดินทางไปต่างประเทศ
การเดินทางไปต่างประเทศ จะถูกลง เนื่องจากเงินบาทมีค่ามากขึ้น
สามารถแลกเงินตราต่างประเทศได้มากขึ้น ทำให้ค่าใช้จ่ายในการเดินทาง ตั๋วเครื่องบิน ที่พัก ช็อปปิง และกิจกรรมต่าง ๆ ลดลง
- การศึกษาต่อต่างประเทศ
คนที่ส่งบุตรหลานไปศึกษาต่อต่างประเทศ ค่าเล่าเรียน และค่าใช้จ่ายอื่น ๆ จะลดลง เมื่อแลกเงินบาท เป็นสกุลเงินต่างประเทศ
- คนมีหนี้สินในสกุลเงินตราต่างประเทศ
หนี้สินที่เป็นเงินตราต่างประเทศ จะลดลงเมื่อคิดเป็นเงินบาท ช่วยลดภาระในการชำระหนี้ เพราะใช้เงินบาทน้อยลง ในการแลกเปลี่ยนเป็นสกุลเงินต่างประเทศ
- นักลงทุน ที่กำลังจะลงทุนในต่างประเทศ
การลงทุนหรือซื้อทรัพย์สินในต่างประเทศ มีความน่าสนใจมากขึ้น เพราะจะมีต้นทุนต่ำลง จากการที่เงินบาทมีค่ามากขึ้น ทำให้มีความสามารถในการลงทุนเพิ่มขึ้น
แต่ทั้งนี้ กำไรจากการลงทุนอาจลดลงได้ หากนำกำไรกลับมาประเทศไทย ในขณะที่เงินบาทยังแข็งค่าอยู่ เพราะจำนวนเงินหรือกำไรที่ได้รับ เมื่อแปลงกลับเป็นเงินบาท จะลดลง
ส่วนคนที่เสียประโยชน์จากเงินบาทแข็งค่า
- ผู้ส่งออกสินค้าและบริการ
สินค้าและบริการส่งออก จะมีราคาแพงขึ้นในสายตาของผู้ซื้อในต่างประเทศ ส่งผลให้สินค้าของไทย แข่งขันยากขึ้นในตลาดโลก
ผู้ประกอบการที่เน้นการส่งออก จะได้รับผลกระทบจากยอดขายที่ลดลงในต่างประเทศ
อีกทั้งรายได้จากการส่งออกจะลดลง เมื่อแปลงกลับเป็นเงินบาท
รวมไปถึง เกษตรกร ที่พึ่งพารายได้จากการส่งออก เช่น ข้าว ผลไม้ และผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร จะได้รับผลกระทบจากเงินบาทแข็งค่า ทำให้รายได้ลดลง
- ผู้ประกอบธุรกิจด้านการท่องเที่ยว
นักท่องเที่ยวต่างชาติอาจลดลง เพราะค่าใช้จ่ายในการเดินทางมาประเทศไทยสูงขึ้น เมื่อเทียบกับเงินสกุลของพวกเขา หรือประเทศอื่น
ส่งผลเสียต่ออุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและธุรกิจที่เกี่ยวข้อง
- ผู้รับเงินจากต่างประเทศ หรือนักลงทุน ที่มีการลงทุนในต่างประเทศ
รายได้ที่เป็นเงินตราต่างประเทศจะลดลง เมื่อแปลงกลับมาเป็นเงินบาท เช่น เงินเดือนของแรงงานไทยในต่างประเทศ หรือรายได้จากการลงทุนในต่างประเทศ
ในขณะที่การแข็งค่าของเงินบาท ก็จะส่งผลกระทบต่อเรื่องอื่น ๆ ด้วยเช่นกัน
- เศรษฐกิจโดยรวม
เมื่อเงินบาทแข็งค่า จะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโดยรวม ทั้งในด้านบวกและลบ
ในระยะสั้น อาจช่วยลดอัตราเงินเฟ้อในประเทศ เนื่องจากสินค้าจำเป็นหลายอย่างที่นำเข้ามา มีต้นทุนต่ำลง
แต่ในระยะยาว อาจส่งผลกระทบต่อการส่งออก การท่องเที่ยว และการเติบโตทางเศรษฐกิจ
22/12/2025
🏘️บ้านสวยขึ้นทันที ด้วยงาน กระจก & อลูมิเนียมคุณภาพ ✨
ประตู หน้าต่าง บานเลื่อน กั้นห้อง
🔖งานเนี้ยบ ด้วยช่างมืออาชีพ
IP Property ☎️096-4148347
26/10/2025
🏠 หาที่ดินอยู่ใช่ไหมค่ะ ?
ที่นี่เลย! ที่ดินสวย ถมเรียบร้อย
📍ใกล้ห้าง – ใกล้ปั้ม ปตท. – เดินทางสะดวกสุด ๆ 🚗
ทำเลดีแบบนี้ หาไม่ได้บ่อย!
💥 มีเพียง 8 แปลงเท่านั้น! ราคาคุ้มค่ามาก 💥
💵ราคา 👇👇👇
☎️ สนใจโทรเลย 096-4148347
26/10/2025
🏘️ ขายที่ดินเเปลงสวย ทำเลดี ใกล้ชุมชน
🌿 ถมเรียบร้อย พร้อมปลูก!
📍 พิกัด ตุยง หนองจิก ปัตตานี
เนื้อที่ 1 ไร่ 3 งาน 56.5 ตารางวา
ติดถนนสาธารณะ เดินทางสะดวกสุด ๆ 🚗
สร้างบ้าน 🏠 ก็ดี / เก็งกำไรในอนาคตก็ได้ 💰 🌿
☎️ สนใจติดต่อ: 096-4148347
12/06/2025
🏘บ้านที่ดี เริ่มต้นจากเฟอร์นิเจอร์ที่พอดี เราพร้อมดีไซน์ให้คุณ
🛠️ออกแบบ-ผลิต-ติดตั้ง เฟอร์นิเจอร์ Built-in & Fit-in ครบวงจร พร้อมทีมช่างมืออาชีพ"
IP Property
📞 096-4148347
10/06/2025
"Refinance" (รีไฟแนนซ์) บ้าน🏠 🏠ทุก 3 ปี
คุ้มกับเงินและเวลาที่เสียไปจริงไหม?
23/05/2025
📍ที่ดิน 1 งาน 25 ตารางวา ทำเลดี ใกล้ บขส.ปัตตานี‼️เพียง 2.5 ล้านบาท
✅ มีถนน น้ำ ไฟ พร้อม
✅ เหมาะสำหรับปลูกบ้าน อยู่อาศัยหรือลงทุน
✅ เดลิเวอรี่เข้าถึง สะดวกสบาย
☎️ สนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม 096-4148347
25/10/2024
MRR ?
MLR ?
MRR ?
Cr.guru living
18/10/2024
Cr. guru living
22/08/2024
คลิกที่นี่เพื่อเป็นสมาชิก?
ติดต่อ บุคคลสาธารณะ
เบอร์โทรศัพท์
เว็บไซต์
ที่อยู่
บานา
Pattani
94000