Shadow Coffee Roasters

Shadow Coffee Roasters

แชร์

As a shadow always follow.

shadow everywhere,
every glass and every taste.

ร้านเปิดทุกวัน
จ-ศ 06:30 - 17:00 น.
ส-อา 09.00 - 17:00 น.
มีที่จอดรถ

https://linktr.ee/shadowcoffeeroasters Shadow Coffee Roasters

เราเปรียบตัวตนของพวกเราเป็นเหมือน "Shadow" คือภาพที่พวกเรายืนคั่วกาแฟอยู่หลังเครื่องคั่ว
หมั่นเรียนรู้ พัฒนา คัดเลือกกาแฟโดยเน้นคุณภาพ และความหลากหลาย
เพื่อให้ลูกค้าสนุกสนานไปกับโลกของกาแฟ

"Shadow" จะติดตามไปกับกาแฟของพวกเราในทุกที่ ทุกแก้ว และทุกรสชาติ

10/06/2026

ชาวปากเกร็ด นนทบุรี อย่าลืมแวะมาเช็คอินที่ Shadow Coffee Roasters กันนะ ร้านเราคั่วกาแฟเอง มีเมล็ดให้เลือกเยอะมาก ร้านเปิดทุกวัน ยินดีให้บริการค่ะ

04/06/2026

ขอบพระคุณมากค่ะ🥰🙏

ค้นพบช้างเผือกในย่าน #ปากเกร็ด
ขับรถผ่านก่อนจะถึงร้านบุฟเฟ่ต์ที่หมาย ก็เลยแวะเติมคาเฟอีนกันปวดหัวแบบไม่คาดหวัง เปิดประตูเข้าร้านไปเจอใบเซอร์ Q Grader 2 คน 😲 ใจเต้นตุบๆ เลย ใครจะแวะไปงานในเมืองทองธานีทางเส้นติวานนท์ แนะนำให้แวะร้านนี้ก่อนเลย
☕️ สั่งลาเต้ร้อนคั่วกลาง 80 บาท รสชาติหลักร้อย นี่มันพรหมลิขิตให้มากินบุฟเฟ่ต์แถวนี้ชัดๆ รอบหน้าจะสั่งลาเต้ร้อนแบบนั่งกินในร้าน ในฐานะผู้คลั่งไคล้ลาเต้อาร์ตแห่งประเทศไทย 🥰
📌 Shadow Coffee Roasters
https://maps.app.goo.gl/LmwtHwT8RHHFWeta7?g_st=ac

02/06/2026

☕ “บลูมพัง… รสชาติเปลี่ยนเป็นคนละทวีป!”

แค่บิดน้ำ 10 มิลลิลิตร โลกกาแฟก็เบี้ยวแล้ว‼️



🔬 บลูมกาแฟ (Coffee Blooming) คืออะไร?

ในทางวิทยาศาสตร์…

ตอนที่เมล็ดกาแฟถูกคั่ว

ความร้อนจะสร้างก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO₂)

แล้วกักเก็บไว้เต็มโครงสร้างเซลล์ของเมล็ด

ยิ่งเมล็ดคั่วใหม่

👉 ก๊าซยิ่งเยอะ

👉 แรงดันยิ่งสูง



☕ การ Bloom

ก็คือการเทน้ำร้อนปริมาณเล็กน้อยลงไป

เพื่อให้กาแฟ

“คายก๊าซ”

ออกมาก่อนเริ่มสกัดจริง

ที่เอ็งเห็นผงกาแฟมันพองตัว

ฟูขึ้น

กระเพื่อมเหมือนกำลังหายใจ

นั่นแหละ…

CO₂ กำลังหนีออกมา 😌



ถ้าไม่ Bloom

หรือ Bloom ไม่ดี

ก๊าซพวกนี้จะกลายเป็น

💀 “เกราะกำบัง”

คอยผลักน้ำร้อนออกไป

ไม่ให้สัมผัสผงกาแฟอย่างทั่วถึง

ผลคือ…

❌ สกัดไม่สม่ำเสมอ

❌ รสชาติแกว่ง

❌ ความหวานหาย

❌ ความซับซ้อนหาย



🌊 ทำไมขยับน้ำบลูมแค่ 10–15 ml ถึงเปลี่ยนรสชาติกาแฟทั้งแก้ว?

จำไว้เลยนะ…

🔥 “น้ำบลูมรอบแรก คือตัวกำหนดเกมของการสกัดทั้งแก้ว”

การเพิ่มหรือลดน้ำแค่ 10–15 ml

มันไปเปลี่ยนเคมีในดริปเปอร์ 2 เรื่องใหญ่



1️⃣ น้ำไม่ทั่วถึง vs น้ำไหลทิ้งเปล่า

💀 น้ำบลูมน้อยเกินไป

ผงกาแฟบางส่วนยังแห้งอยู่

ก๊าซยังไม่ออก

พอเทน้ำรอบจริง

น้ำจะไหลผ่านจุดที่เปียกอยู่แล้ว

แต่ไม่เข้าไปหาจุดแห้ง

ผลคือ

❌ เปรี้ยวแหลม

❌ เนื้อบาง

❌ Under Extraction



💀 น้ำบลูมมากเกินไป

น้ำส่วนเกินเริ่มไหลผ่านเบดกาแฟเร็วเกิน

สารละลายช่วงแรกที่เข้มข้นที่สุด

ถูกพาลงเหยือกก่อนเวลา

ทั้งที่ก๊าซยังคายไม่หมด

ผลคือ

❌ ความสดใสหาย

❌ ความบาลานซ์หาย

❌ ขมแห้ง ฝาด



2️⃣ อุณหภูมิในเบดกาแฟเปลี่ยน

ผงกาแฟแห้ง

ดูดความร้อนเก่งมาก

น้ำ 30 ml

กับน้ำ 45 ml

ทำให้อุณหภูมิสะสมในเบดต่างกันทันที

หลายองศาเซลเซียส

🔥 น้ำมากกว่า = ความร้อนคงตัวกว่า

🔥 ความร้อนสูงกว่า = สกัดเร็วกว่า

🔥 สกัดเร็วกว่า = รสเปลี่ยน

นี่แหละ…

เหตุผลว่าทำไม

เมล็ดเดียวกัน

สูตรเดียวกัน

แต่ Bloom ต่างกันนิดเดียว

รสชาติถึงโดดข้ามจักรวาลได้ 😅



💡 คัมภีร์คุมน้ำบลูมให้หล่อ

☕ สูตรทองคำ

ใช้น้ำ Bloom

ประมาณ

1:2 – 1:3

ของน้ำหนักกาแฟ

ตัวอย่าง

☕ กาแฟ 15 กรัม

➡ Bloom 30–45 ml

อยู่ในกรอบนี้ก่อน

แล้วค่อยปรับตามเมล็ด



🌸 คั่วอ่อน (Light Roast)

เมล็ดหนาแน่น

คายก๊าซน้อย

👉 Bloom ประมาณ 2 เท่า

กาแฟ 15g

➡ น้ำ Bloom 30ml

เพื่อรักษาความคลีน

และความสดใส



🍫 คั่วกลางค่อนเข้ม (Medium-Dark Roast)

ก๊าซเยอะ

เซลล์เปราะ

👉 Bloom ประมาณ 3 เท่า

กาแฟ 15g

➡ น้ำ Bloom 45ml

เพื่อไล่ก๊าซออกให้หมด

และดึงคาราเมล

ช็อกโกแลต

Body หนา ๆ ออกมา



⏳ เวลา Bloom

ช่วงที่นิ่งที่สุดคือ

30–40 วินาที

รอจนฟองเริ่มนิ่ง

ผิวหน้ากาแฟเริ่มยุบ

ค่อยเริ่มเทรอบต่อไป



☕ “10 มิลลิลิตรบนตาชั่ง
อาจดูเป็นเรื่องโคตรเล็ก…”

แต่

☕ “10 มิลลิลิตรแรกที่สัมผัสเมล็ดกาแฟ
มันคือวินาทีสร้างโลกของกาแฟแก้วนั้น”

#โรงคั่วกาแฟ #คาเฟ่ #ปากเกร็ด #นนทบุรี

18/05/2026

🫐 BUTTERFLY BLEND 🦋
เมล็ดที่ลูกค้าหลายคน “กลับมาซื้อซ้ำ” มากที่สุด

คาแรกเตอร์หวานหอมสะอาด ดื่มง่าย มีมิติ
Blueberry หวานฉ่ำ
ตามด้วย Floral หอมละมุนแบบดอกไม้บางๆ
สัมผัส Juicy สดใส
ก่อนจบด้วย Long Sweetness

เป็นเบลนด์ที่บาลานซ์ระหว่างความฟรุตตี้และความคลีนได้ลงตัวมาก
ทั้ง Espresso และ Filter ให้คาแรกเตอร์โดดเด่นกันคนละแบบ ☕️

✨ Taste Note
Blueberry • Floral • Juicy • Long Sweetness

Light-Medium

สำหรับคนที่ชอบกาแฟโทนหวานหอม ดื่มง่าย แต่ยังมีเสน่ห์ชัดในทุกแก้ว
แนะนำตัวนี้เลยค่ะ

17/05/2026

RABBIT BLEND 🐇
เบลนด์หลักประจำร้านที่ดื่มง่าย แต่มีหลายมิติ
Medium Light / Taste note : Floral, Fruity, Berry
ให้ความหวานฉ่ำแบบ Juicy กลิ่นดอกไม้ชัด
จบด้วย aftertaste หวานทิ้งท้าย
ชงได้ทั้ง Espresso และ Filter ให้คาแรกเตอร์โดดเด่นทุกแก้ว

200 กรัม 290

14/05/2026

แนะนำ Colombia Luis Anibal caturron
process : Honey Lactic
taste note : spice, chocolate, molasses, vanilla, juicy

เมล็ดตัวนี้โดดเด่นด้วยprocess Honey Lactic
ที่ดึงความหวานและความฉ่ำของกาแฟ
ออกมาได้ลึกและซับซ้อนกว่าปกติ
ให้สัมผัสหวานเข้มคล้าย molasses และ vanilla
ตามด้วยโทน spice เบา ๆ กับ chocolate ที่นุ่มลึก
พร้อม acidity ฉ่ำแบบ juicy ดื่มง่าย แต่มีหลายมิติ

100กรัม / 290

(ตัวนี้มีสารแบ่งขายนะครับ ของดีแบ่งกันชิม)

12/05/2026

Ratio (อัตราส่วน) คือหัวใจสำคัญที่กำหนด “ความเข้มข้น” (Strength/TDS) และ “รสชาติ” (Extraction Yield) ของกาแฟแก้วนั้นๆ ค่ะ
โดยพื้นฐานเราจะเทียบน้ำหนักของ ผงกาแฟ ต่อ น้ำที่ใช้สกัดนี่คือสรุปประเด็นสำคัญของ Ratio ที่มีผลต่อการสกัด:
1. Ratio มาตรฐาน (Common Ratios)
🔅 1:1 - 1:3 (Espresso): เน้นความเข้มข้นสูง เนื้อสัมผัส (Body) หนักแน่น

🔅1:12 - 1:15 (Strong/Full Body): สำหรับคนชอบกาแฟดริปที่รสชาติชัดเจน หนักแน่น หรือเอาไปใส่น้ำแข็ง

🔅1:16 - 1:18 (Balanced/Sweet): เป็นช่วงสีทอง (Golden Ratio) ที่ดึงรสหวานและกลิ่นออกมาได้สมดุลที่สุดสำหรับ Filter Coffee

🔅1:20+ (Light/Tea-like): กาแฟจะมีความใสคล้ายชา รสสัมผัสบางลง

2. ความสัมพันธ์กับการสกัด (Extraction)การเลือก Ratio ไม่ใช่แค่เรื่องความเข้ม แต่ส่งผลต่อการ “ดึง” รสชาติออกมาด้วย:Ratio น้อย (น้ำน้อย): มักจะดึงสารละลายออกมาได้ไม่หมด (Under-extraction) แต่กาแฟที่ได้จะมีความเข้มข้นสูง (High TDS) รสชาติอาจจะติดเปรี้ยวหรือเค็มRatio มาก (น้ำมาก): น้ำจะมีโอกาสชะล้างสารในกาแฟออกมาได้มากขึ้น (Over-extraction) กาแฟอาจจะ�

12/05/2026

Ratio (อัตราส่วน) คือหัวใจสำคัญที่กำหนด "ความเข้มข้น" (Strength/TDS) และ "รสชาติ" (Extraction Yield) ของกาแฟแก้วนั้นๆ ค่ะ
โดยพื้นฐานเราจะเทียบน้ำหนักของ ผงกาแฟ ต่อ น้ำที่ใช้สกัดนี่คือสรุปประเด็นสำคัญของ Ratio ที่มีผลต่อการสกัด:
1. Ratio มาตรฐาน (Common Ratios)
🔅 1:1 - 1:3 (Espresso): เน้นความเข้มข้นสูง เนื้อสัมผัส (Body) หนักแน่น

🔅1:12 - 1:15 (Strong/Full Body): สำหรับคนชอบกาแฟดริปที่รสชาติชัดเจน หนักแน่น หรือเอาไปใส่น้ำแข็ง

🔅1:16 - 1:18 (Balanced/Sweet): เป็นช่วงสีทอง (Golden Ratio) ที่ดึงรสหวานและกลิ่นออกมาได้สมดุลที่สุดสำหรับ Filter Coffee

🔅1:20+ (Light/Tea-like): กาแฟจะมีความใสคล้ายชา รสสัมผัสบางลง

2. ความสัมพันธ์กับการสกัด (Extraction)การเลือก Ratio ไม่ใช่แค่เรื่องความเข้ม แต่ส่งผลต่อการ "ดึง" รสชาติออกมาด้วย:Ratio น้อย (น้ำน้อย): มักจะดึงสารละลายออกมาได้ไม่หมด (Under-extraction) แต่กาแฟที่ได้จะมีความเข้มข้นสูง (High TDS) รสชาติอาจจะติดเปรี้ยวหรือเค็มRatio มาก (น้ำมาก): น้ำจะมีโอกาสชะล้างสารในกาแฟออกมาได้มากขึ้น (Over-extraction) กาแฟอาจจะมีรสขม ฝาด หรือมีกลิ่นไหม้ แต่ความเข้มข้นโดยรวมจะจางลง (Low TDS)

3. การปรับใช้ตาม "ระดับการคั่ว"เพื่อให้ได้การสกัดที่สมบูรณ์แบบ เรามักปรับ Ratio ตามประเภทของเมล็ด:ระดับการคั่วRatio ที่แนะนำเหตุผลคั่วอ่อน (Light)1:16 - 1:17เมล็ดมีความหนาแน่นสูง สกัดออกยาก ต้องใช้น้ำช่วยดึงรสหวานคั่วกลาง (Medium)1:15 - 1:16มาตรฐานทั่วไป ปรับตามความชอบของ Bodyคั่วเข้ม (Dark)1:13 - 1:14สกัดออกง่ายมาก ใช้น้ำน้อยลงเพื่อเลี่ยงความขม/ฝาดที่มากเกินไป

4. ตัวแปรที่ต้องระวังน้ำหนัก vs ปริมาตร: แนะนำให้ใช้เครื่องชั่งดิจิทัล (กรัม) แทนการใช้ตวงเป็นปริมาตร (มล.) เพราะครีม่าหรือฟองอากาศอาจทำให้ปริมาตรคลาดเคลื่อนได้Total Dissolved Solids (TDS): แม้ Ratio จะเท่ากัน แต่ถ้าบดละเอียดเกินไป กาแฟก็จะเข้มกว่าปกติ ดังนั้น Ratio ต้องทำงานคู่กับ Size การบด และ อุณหภูมิน้ำ เสมอ

Tips: หากรู้สึกว่ากาแฟ "เปรี้ยวโดด" ลองขยับ Ratio ให้กว้างขึ้น (เช่นจาก 1:15 เป็น 1:16) เพื่อให้น้ำช่วยดึงส่วนความหวานมากลบเปรี้ยวครับ แต่ถ้า "ขมฝาด" ให้ลด Ratio ลงค่ะ

#นนทบุรี #ของกิน #โรงคั่วกาแฟ #คาเฟ่ #ปากเกร็ด #ของดี

ต้องการให้ธุรกิจของคุณ ธุรกิจ ขึ้นเป็นอันดับหนึ่ง ร้านอาหาร ใน Nonthaburi?
คลิกที่นี่เพื่อเป็นสมาชิก?

ประเภท

เว็บไซต์

ที่อยู่


84/190 ห้อง A7 ติวานนท์
Nonthaburi
11120

เวลาทำการ

จันทร์ 06:00 - 17:00
อังคาร 06:00 - 17:00
พุธ 06:00 - 17:00
พฤหัสบดี 06:00 - 17:00
ศุกร์ 06:00 - 17:00
เสาร์ 09:00 - 17:00
อาทิตย์ 09:00 - 17:00