Nancoff
Nancoff เป็นผู้ผลิตกาแฟที่มุ่งเน้นการพัฒนาคุณภาพของเมล็ดกาแฟตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงมือผู้บริโภค
21/08/2026
ช่วงนี้เรื่องกระแส
“น้ำท่วม–เขาหัวโล้น–การตัดไม้ทำลายป่า”
ของจังหวัดน่านถูกพูดถึงค่อนข้างมาก
ในฐานะคนที่อยู่น่านเราเข้าใจมุมของคนนอกนะคะ
เพราะถ้าขับรถผ่านน่าน สิ่งที่สะดุดตาที่สุด
น่าจะเป็นภูเขาบางช่วงที่เปิดโล่ง
หรือพื้นที่เกษตรตามไหล่เขา
ภาพแบบนี้สะดุดตา และอยู่ในความทรงจำของภาพน่านมาหลายทศวรรษ
อาจทำให้หลายคนรู้สึกว่า น่านเต็มไปด้วยเขาหัวโล้น
และในฐานะคนที่อยู่ที่นี่
เราอยากชวนมองอีกด้านหนึ่งด้วย
น่านเป็นจังหวัดที่มีพื้นที่ภูเขา
และพื้นที่ลาดชันประมาณ 85%
และยังมีพื้นที่ป่าไม้อยู่มากกว่าครึ่งหนึ่งของจังหวัด
ประมาณ 61%
เราไม่ได้ปฏิเสธว่าในอดีตมีการแผ้วถางป่า
มีการปลูกข้าวโพด
และมีพื้นที่เกษตรเชิงเดี่ยวจำนวนหนึ่งเกิดขึ้นจริง
แต่สิ่งที่อยากบอกคือ
ภาพของน่านวันนี้ ไม่ได้หยุดอยู่ที่ภาพเดิมนั้นแล้ว
หลายปีที่ผ่านมา
รูปแบบการใช้ที่ดินของเกษตรกรหลายพื้นที่ค่อย ๆ เปลี่ยนไป
บางพื้นที่จากพืชไร่อายุสั้น เปลี่ยนไปเป็นยางพารา
บางพื้นที่เปลี่ยนไปเป็นไม้ผล
บางพื้นที่เริ่มปลูกไม้ยืนต้นมากขึ้น
บางพื้นที่เริ่มทำเกษตรแบบผสมผสาน
หรือปลูกพืชหลายชนิดร่วมกัน
แน่นอนว่า สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่ป่าธรรมชาติ
และเราก็ไม่ได้บอกว่ามันทดแทนป่าได้
แต่ในอีกมุมหนึ่ง มันก็คือการเปลี่ยนจากพื้นที่เกษตร
ที่เปิดโล่งและต้องปลูกใหม่ทุกปี
ไปสู่พื้นที่ที่มีไม้ยืนต้นมากขึ้น มีร่มเงามากขึ้น
และมีโครงสร้างของพืชที่หลากหลายมากขึ้น
ลดการเผา ลดฝุ่น และเพิ่มพื้นที่สีเขียว
และ ส่วนในพื้นที่ของเราเอง “บ้านสันเจริญ ”
การเปลี่ยนแปลงที่เห็นชัดมากคือการเปลี่ยนจากพืชไร่
มาเป็นกาแฟ
เราเล่าในฐานะที่
ครอบครัวเราเองก็ผ่านจุดนั้นมาเหมือนกัน
จากพื้นที่ที่เคยทำพืชไร่ข้าว ข้าวโพด
เพราะเมื่อก่อนเราไม่ได้มีทางเลือก ไม่มีตลาด
และในวันนี้เราเลือกทำกาแฟในระบบวนเกษตร
กาแฟของเราไม่ได้อยู่กลางพื้นที่โล่ง
แต่มันอยู่ร่วมกับต้นไม้ใหญ่ ไม้ป่า มะคาเดเมีย อะโวคาโด และไม้ผลชนิดอื่น
บางคนปลูกต้นไม้เพิ่มเพื่อให้ร่มเงากาแฟ
บางคนเพิ่มไม้ผลเพื่อกระจายรายได้
บางสวนค่อย ๆ ปรับพื้นที่ให้กลับมามีต้นไม้หลายระดับมากขึ้น
เราเป็นเกษตรกร เราก็ต้องใช้พื้นที่สร้างรายได้
แต่ในขณะเดียวกัน เราก็เป็นคนที่ต้องพึ่งพาป่า
พึ่งพาน้ำ พึ่งพาดิน และพึ่งพาระบบนิเวศนี้เหมือนกัน
เพราะฉะนั้น สำหรับเรา
การทำเกษตรกับการรักษาป่า
ไม่จำเป็นต้องเป็นเรื่องที่อยู่คนละฝั่งเสมอไป
ทุกวันนี้กาแฟเป็นหนึ่งในพืชเศรษฐกิจที่มีมูลค่าสูง
และจากที่เราได้มีโอกาสทำงาน
ร่วมกับทั้งหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน
รวมถึงคนที่ทำงานกับเกษตรกรในพื้นที่
เราก็เห็นว่า หลายฝ่ายพยายามผลักดันให้เกษตรกรลดการทำพืชเชิงเดี่ยว และเปลี่ยนไปสู่พืชที่เป็นไม้ยืนต้น
พืชมูลค่าสูง หรือระบบวนเกษตรมากขึ้นจริง ๆ
แต่ก็นะ..การเปลี่ยนแบบนี้มันก็ไม่ได้เกิดขึ้นง่าย ๆ
เพราะสิ่งที่คนข้างนอกอาจเห็นว่า
“ก็แค่เลิกปลูกข้าวโพด แล้วเปลี่ยนไปปลูกกาแฟสิ”
ในชีวิตจริง มันไม่ใช่คำว่า “แค่”
ข้าวโพดใช้เวลาไม่กี่เดือนก็ได้เงิน
แต่กาแฟ ไม้ผล หรือไม้ยืนต้นหลายชนิด ต้องใช้เวลา 3–5 ปี หรือมากกว่านั้นกว่าจะสร้างรายได้อย่างจริงจัง
ช่วงเวลาระหว่างนั้นคือช่วงที่ยากที่สุด
คนยังต้องกินข้าว
ลูกยังต้องเรียน
หนี้ยังต้องจ่าย
ครอบครัวยังต้องดูแล
พูดง่ายๆคือ...คนยังต้องใช้เงิน
แต่ระหว่างรอคือการลงทุนที่แทบไม่มีรายได้
เพราะฉะนั้น บางทีคำถามที่ควรถามอาจไม่ใช่เพียงว่า
“ทำไมเกษตรกรไม่เปลี่ยน?”
แต่อาจต้องถามว่า
“ถ้าเขาเปลี่ยนแล้ว เขาจะอยู่ยังไงระหว่างทาง?”
เพราะการเปลี่ยนระบบเกษตร
ไม่ได้ต้องการเพียงต้นกล้าหรือคำแนะนำ
มันต้องมีตลาด
มีเงินทุน
มีความรู้
มีคนรับซื้อ
และที่สำคัญคือ
ต้องมีรายได้พอให้ครอบครัวอยู่รอดในช่วงเปลี่ยนผ่าน
เราไม่ได้กำลังบอกว่า
ให้ใช้ความลำบากเป็นข้ออ้างเพื่อไม่เปลี่ยน
ตรงกันข้าม เราคิดว่าการเปลี่ยนยังจำเป็น
แต่ถ้าอยากให้มันเกิดขึ้นจริง
เราต้องเข้าใจชีวิตของคนที่ต้องเป็นฝ่ายเปลี่ยนด้วย
เพราะบางครั้งที่เรามองแล้วรู้สึกว่า
“ทำไมไม่ทำแบบนั้น ทำไมไม่เปลี่ยนแบบนี้”
อาจเป็นเพราะเราไม่เคยอยู่ในจุดเดียวกับเขา
เราอาจไม่เคยต้องเลือกระหว่างสิ่งที่ดีต่อสิ่งแวดล้อมในอีกสิบปี กับเงินที่ต้องใช้เลี้ยงครอบครัวในเดือนหน้า
วันนี้ปัญหาการบุกรุกป่า การตัดไม้
และพื้นที่เกษตรเปิดโล่งอาจจะยังยังมีอยู่
แต่ในเวลาเดียวกัน เราก็อยากให้เห็นว่า
มีคนอีกจำนวนมากที่กำลังพยายามเปลี่ยน
มีเกษตรกรที่ปลูกต้นไม้เพิ่ม
มีชุมชนที่ปรับจากพืชไร่ไปสู่ไม้ผลและไม้ยืนต้น
มีคนที่เปลี่ยนจากพืชเชิงเดี่ยวไปสู่ระบบเกษตรที่หลากหลายมากขึ้น
และมีคนจำนวนไม่น้อยที่พยายามหาวิธี “อยู่กับป่า”
โดยไม่ต้องทิ้งอาชีพของตัวเอง
คนเหล่านี้มีอยู่จริง
และเราอยากให้เขาถูกมองเห็นด้วย
เพราะเวลาพูดถึงน่าน
เราไม่อยากให้เห็นเพียงภาพของ “เขาหัวโล้น”
เราอยากให้เห็นทั้งปัญหาที่ยังมีอยู่
และการเปลี่ยนแปลงที่กำลังเกิดขึ้นพร้อมกัน
ไม่ใช่เพื่อปฏิเสธอดีต
แต่เพื่อให้เราเข้าใจปัจจุบันได้ครบขึ้น
และถ้าเราอยากรักษาป่าต้นน้ำให้ยั่งยืนจริง ๆ
คำถามอาจไม่ใช่แค่
“จะทำอย่างไรให้คนหยุดตัดป่า?”
แต่อาจต้องถามพร้อมกันว่า
“จะทำอย่างไรให้คนที่อยู่กับป่า มีอาชีพ มีรายได้ และมีเหตุผลมากพอที่จะรักษาป่านั้นเอาไว้?”
เพราะสุดท้าย ถ้าอยากให้ป่าอยู่ได้ในระยะยาว
คนที่อยู่กับป่า ก็ต้องอยู่ได้เหมือนกัน
#น่าน #เขาหัวโล้น #ป่าต้นน้ำน่าน #เกษตรกรน่าน #เกษตรกับป่า #อยู่ร่วมกับป่า #วนเกษตร #เกษตรยั่งยืน #กาแฟน่าน #กาแฟดอยสวนยาหลวง #บ้านสันเจริญ #เกษตรมูลค่าสูง #เปลี่ยนผ่านการเกษตร #รักษาป่าต้นน้ำ #คนกับป่าต้องอยู่ได้
19/08/2026
จำต้นกาแฟที่เราเคยเล่าว่า มันหลงอยู่ในสวนได้ไหม
ต้นที่เราเห็นแล้วสงสัยว่า
“เอ๊ะ…นี่มันต้นอะไร?”
เพราะหน้าตามันแตกต่างจากต้นอื่นในแปลง
แต่ที่ทำให้เราเลือกเก็บมันไว้ ไม่ใช่แค่ความแปลก
มันให้ผลผลิตค่อนข้างสูงกว่าเกชา
ต้นแข็งแรง
ทนทาน และดูจะรับมือกับโรคได้ดีกว่า Geisha ที่เราปลูกอยู่พอสมควร
ตอนนั้นเรายังไม่รู้หรอกว่ามันคืออะไร
รู้แค่ว่า ต้นนี้มีอะไรบางอย่างที่น่าตามต่อ
เราเลยเก็บมันไว้ ทดลองเก็บผล ทดลอง process ชิม และเฝ้าดูมันมาเรื่อย ๆ
ก่อนจะตั้งชื่อให้มันง่าย ๆ ว่า
Suanyaluang 01 — สวนยาหลวง 01
แล้วปีนี้ เราเอากาแฟจากต้นนี้มารวมกับ Geisha Bronze Tip ส่งประกวดในเวที Southeast Asia Green Coffee Competition
ผลคือ
อันดับ 1 — 87.91 คะแนน
และถ้ามองในตาราง Variety จะเห็นชื่อ
Gesha + Suanyaluang 01
เห็นชื่อนี้อยู่ตรงนั้นแล้วรู้สึกแปลกดีเหมือนกัน
เพราะอีกชื่อคือ Geisha
สายพันธุ์ที่คนในโลกกาแฟรู้จักกันดี
แต่อีกชื่อหนึ่ง
เป็นชื่อของต้นกาแฟที่เราเจออยู่ในสวนตัวเอง
และเป็นชื่อที่เราตั้งให้มันเอง
ยังมีอีกหลายอย่างที่เราต้องศึกษาต้นนี้ต่อ
แต่ผลครั้งนี้อย่างน้อยก็ทำให้เรารู้ว่า
สิ่งที่เราเคยเห็น potential ในต้นกาแฟต้นหนึ่ง
มันอาจไม่ได้เป็นแค่ความรู้สึกของเรา
และนี่แหละคือเหตุผลที่ช่วงหลังเราสนใจเรื่อง Genetics มากขึ้นเรื่อย ๆ
บางทีของน่าสนใจ
อาจไม่จำเป็นต้องไปหาจากที่ไหนไกล
แต่อาจยืนอยู่ในสวนของเรามาตลอดก็ได้
17/08/2026
วันที่ 2 ที่ฝอซาน วันนี้เราเล่าเรื่อง Processing กันต่อ ☕️🇨🇳
ถ้าวันแรกเราชิมเพื่อดูว่า “สายพันธุ์” ทำให้กาแฟต่างกันยังไง
วันนี้ก็ลองเปลี่ยนมาดูว่า ถ้าเราเปลี่ยนวิธีการโปรเสส คาแรคเตอร์ในถ้วยจะเปลี่ยนไปได้แค่ไหน
เราเตรียมกาแฟมาให้ทุกคนคัปปิ้งเปรียบเทียบกัน 6 แบบ
ทั้ง Washed, Natural, Honey, Anaerobic, Semi-carbonic Maceration และ Yeast Fermentation
นอกจากนั้นยังมีอีกคู่ที่เราอยากให้ลองมาก คือ Washed เหมือนกัน แต่ตากต่างกัน
ตัวหนึ่งเป็น Sun Dry และอีกตัวเป็น LTLH — Low Temperature, Low Humidity
ส่วนที่เราชอบของวันนี้คือ ทุกคนไม่ได้แค่ฟัง แต่ได้ชิมแล้วคุยกันไปพร้อมๆ กันว่าแต่ละถ้วยต่างกันตรงไหน อย่างไร
พอเอากาแฟมาวางเทียบกันแบบนี้ เรื่อง Processing ที่ดูเหมือนจะเป็นเรื่องเทคนิค ก็เข้าใจง่ายขึ้นเยอะ เพราะสุดท้ายรสชาติในถ้วยมันเป็นคนตอบเอง
ช่วงท้ายเรามีให้ทุกคนเอาเหรียญไปโหวตด้วยว่า จากทั้งหมด ชอบตัวไหนมากที่สุด
ผลออกมา ตัวที่คนจีนชอบมากที่สุดคือ
SCM — Semi-carbonic Maceration
อันนี้ก็สนุกดี เพราะทำให้เราได้เห็นเหมือนกันว่า คาแรคเตอร์แบบไหนที่คนจีนกลุ่มนี้ตอบรับ และอะไรในคาแรกเตอร์ ที่ทำให้เขารู้สึกว่าน่าสนใจเป็นพิเศษ
จริงๆ เรื่อง Process
สำหรับเราไม่ได้มีคำตอบว่าต้องทำแบบไหนถึงจะดีที่สุด
แต่มันคือการรู้จักวัตถุดิบของตัวเอง
แล้วเลือกว่าจะจัดการมันยังไง
เพื่อดึงสิ่งที่เราต้องการออกมาให้ได้มากที่สุด
สองวันนี้เลยต่อกันพอดี
วันแรกพูดเรื่อง Genetics
วันที่สองพูดเรื่อง Processing
แล้วก็ได้เอากาแฟไทยมาให้ทุกคนชิมกันแบบจริงจังอีกวัน
สนุกตรงที่พอชิมจบ ทุกคนเริ่มมีคำถามต่อเองว่า
“ตัวนี้ทำยังไง”
“ทำไมตัวนี้ต่างจากอีกตัว”
หรือ “ถ้าเปลี่ยนวิธีตาก
รสชาติเปลี่ยนได้ขนาดนี้เลยเหรอ”
แค่นี้ก็รู้สึกว่าของที่เตรียมมาทั้งหมด
มันทำหน้าที่ของมันแล้ว 🙂
#กาแฟไทย #กาแฟน่าน #ดอยสวนยาหลวง #ผู้ผลิตกาแฟไทย #กาแฟสเปเชียลตี้
Day 1 — Foshan, China 🇨🇳 | Genetics is the Variable
วันแรกที่ Foshan ณ HOOD Coffee
เราเริ่มต้นด้วยเรื่อง Genetics — สายพันธุ์ส่งผลต่อ character ของกาแฟอย่างไร
วันนี้เราเตรียมกาแฟจากฟาร์มมา 6 ตัว
ใช้ process เดียวกันทั้งหมด คือ Natural Process
แต่สิ่งที่ต่างกันคือ Variety
Geisha / Java / Catimor / SL34 / Orange Bourbon / Robusta
เราอยากให้ทุกคนได้ชิมแบบเปรียบเทียบจริง ๆ ว่า
เมื่อ process เหมือนกัน แต่ genetics ต่างกัน
กลิ่น รส acidity, sweetness, body และ character ในถ้วยสามารถแตกต่างกันได้แค่ไหน
นอกจากกาแฟจากไทยแล้ว ยังมีตัวอย่างกาแฟจากประเทศอื่นมาให้ชิมเปรียบเทียบกันด้วย ทำให้ session นี้ไม่ได้มีแค่การฟัง แต่ทุกคนได้ลองชิม ลองคิด และแลกเปลี่ยนกันจากสิ่งที่อยู่ตรงหน้าในถ้วยจริง ๆ
สิ่งที่เราประทับใจมากคือ หลายคนบอกว่าแทบไม่เคยรู้จักหรือมีโอกาสชิมกาแฟไทยมาก่อน
แต่พอได้ชิมวันนี้ หลายคนค่อนข้าง surprised กับคุณภาพและความหลากหลายของกาแฟไทย
สำหรับเรา นี่คือสิ่งที่อยากเอามาเล่าที่จีนมากที่สุด
ไม่ใช่แค่บอกว่า “Thailand has good coffee.”
แต่อยากให้เขาได้ชิมด้วยตัวเองว่า
กาแฟไทยมี genetics มี terroir และมี character ที่เราสามารถพัฒนาและออกแบบต่อไปได้อีกเยอะมาก
ทุกคนดูตื่นเต้น สนใจ และตั้งใจชิมกันมากกว่าที่คิด
ส่วนเราเองก็ตื่นเต้นไม่แพ้กัน 😆
และอีกเรื่องที่ต้องพูดถึงคือ คนจีนที่เราได้เจอในทริปนี้น่ารักและสุภาพกับพวกเรามากจริง ๆ
ทำให้วันแรกที่ต้องพูดเรื่องค่อนข้าง technical กลายเป็นบรรยากาศที่สนุกและเป็นกันเองมาก
Day 1 ผ่านไปด้วยดี
และดีใจที่วันนี้ “Thai Coffee” ได้สร้าง surprise ให้ใครหลายคน 🇹🇭☕️
16/08/2026
Day 1 — Foshan, China 🇨🇳 | Genetics is the Variable
วันแรกที่ Foshan ณ HOOD Coffee
เราเริ่มต้นด้วยเรื่อง Genetics — สายพันธุ์ส่งผลต่อ character ของกาแฟอย่างไร
วันนี้เราเตรียมกาแฟจากฟาร์มมา 6 ตัว
ใช้ process เดียวกันทั้งหมด คือ Natural Process
แต่สิ่งที่ต่างกันคือ Variety
Geisha / Java / Catimor / SL34 / Orange Bourbon / Robusta
เราอยากให้ทุกคนได้ชิมแบบเปรียบเทียบจริง ๆ ว่า
เมื่อ process เหมือนกัน แต่ genetics ต่างกัน
กลิ่น รส acidity, sweetness, body และ character ในถ้วยสามารถแตกต่างกันได้แค่ไหน
นอกจากกาแฟจากไทยแล้ว ยังมีตัวอย่างกาแฟจากประเทศอื่นมาให้ชิมเปรียบเทียบกันด้วย ทำให้ session นี้ไม่ได้มีแค่การฟัง แต่ทุกคนได้ลองชิม ลองคิด และแลกเปลี่ยนกันจากสิ่งที่อยู่ตรงหน้าในถ้วยจริง ๆ
สิ่งที่เราประทับใจมากคือ หลายคนบอกว่าแทบไม่เคยรู้จักหรือมีโอกาสชิมกาแฟไทยมาก่อน
แต่พอได้ชิมวันนี้ หลายคนค่อนข้าง surprised กับคุณภาพและความหลากหลายของกาแฟไทย
สำหรับเรา นี่คือสิ่งที่อยากเอามาเล่าที่จีนมากที่สุด
ไม่ใช่แค่บอกว่า “Thailand has good coffee.”
แต่อยากให้เขาได้ชิมด้วยตัวเองว่า
กาแฟไทยมี genetics มี terroir และมี character ที่เราสามารถพัฒนาและออกแบบต่อไปได้อีกเยอะมาก
ทุกคนดูตื่นเต้น สนใจ และตั้งใจชิมกันมากกว่าที่คิด
ส่วนเราเองก็ตื่นเต้นไม่แพ้กัน 😆
และอีกเรื่องที่ต้องพูดถึงคือ คนจีนที่เราได้เจอในทริปนี้น่ารักและสุภาพกับพวกเรามากจริง ๆ
ทำให้วันแรกที่ต้องพูดเรื่องค่อนข้าง technical กลายเป็นบรรยากาศที่สนุกและเป็นกันเองมาก
Day 1 ผ่านไปด้วยดี
และดีใจที่วันนี้ “Thai Coffee” ได้สร้าง surprise ให้ใครหลายคน 🇹🇭☕️
12/08/2026
13–17 สิงหาคมนี้ ช่วงนี้ไม่ได้อยู่น่านนะคะ
ไป กวางโจว ประเทศจีน 🇨🇳
ครั้งนี้ได้รับเชิญจากพาร์ตเนอร์ชาวจีน
ให้ไปแชร์ประสบการณ์เรื่องการทำกาแฟ
ในฐานะ เกษตรกร และ Producer
จริง ๆ แล้วไม่เคยคิดเลยว่า�อาชีพทำไร่ทำสวนที่เมื่อก่อนเราเคยรู้สึกว่า
“ไม่อยากทำและไม่เคยคิดจะทำ”
เพราะมันเหนื่อยมาก ตากแดด ตากฝน ใช้แรงงาน
มันดูไม่เท่ ดูไม่รวย และไม่ติดแกลม 😛
�วันหนึ่งจะมีคนมองเห็นคุณค่าของสิ่งที่เราทำ
และพาเราเดินทางมาไกลขนาดนี้
ไกลถึงขั้นที่มีคนจากอีกประเทศ
ยอมออกค่าเครื่องบิน ค่าที่พัก ค่าเดินทาง
และค่าใช้จ่ายต่าง ๆ
เพื่อให้เราไปนั่งเล่าเรื่อง “การทำกาแฟ”
และแชร์ประสบการณ์...ให้เขาฟังไม่กี่ชั่วโมง
สำหรับเรา เรื่องนี้มีความหมายมากกว่าการได้ไปต่างประเทศ
เพราะมันทำให้เห็นว่า
ความรู้ของเกษตรกรมีมูลค่า
ประสบการณ์ที่เกิดจากการลงมือทำจริง
มีคนอยากฟัง และอาชีพเกษตรกร
ก็สามารถได้รับการยอมรับ
และให้เกียรติได้ไม่ต่างจากอาชีพอื่น
ที่สำคัญทำให้เรารู้สึกชัดขึ้นอีกครั้งว่า�ไม่ใช่แค่ในประเทศไทย แต่ในต่างประเทศก็มีคนที่มองเห็นคุณค่าของความรู้และประสบการณ์จาก
“คนทำเกษตร” เหมือนกัน
บางทีปัญหาอาจไม่ใช่ว่า อาชีพเกษตรกรไม่มีคุณค่า�แต่มันคือภาพจำ
และระบบที่ทำให้คนต้นน้ำสร้างมูลค่าได้ยาก
ถ้าเราทำให้เกษตรกรมีความรู้
เข้าใจสิ่งที่ตัวเองทำ
พัฒนาคุณภาพ
สร้างเรื่องราว
และต่อยอดสิ่งที่ปลูกให้มีมูลค่ามากขึ้น
วันหนึ่งคนอาจไม่ได้มองเราแค่เป็น “คนทำไร่”
แต่เป็นคนที่มีความรู้ มีทักษะ และมีบางอย่างที่คนอื่นอยากเดินทางมาหาเพื่อเรียนรู้
ครั้งนี้เราไม่ได้ไปจีนในฐานะนักท่องเที่ยว
แต่ไปในฐานะ คนปลูกกาแฟจากน่าน
แค่นี้ก็รู้สึกดีมากแล้ว
See you, Guangzhou. 🇨🇳☕️
10/08/2026
เอาจริง ๆ สวนยาหลวงในฤดูฝนสวยมากนะ 🌿⛰️
ทะเลหมอก ภูเขา แล้วก็แปลงกาแฟที่อยู่บนสันดอย บางวันมองไปแทบไม่เห็นปลายทาง แต่พอหมอกเปิด วิวมันสวยมากจริง ๆ
แต่คำถามคือ…จะมีสักกี่คนที่มีโอกาสขึ้นมาเห็นความสวยแบบนี้ด้วยตาตัวเอง
เพราะการขึ้นสวนยาหลวงในฤดูฝนไม่ใช่เรื่องง่ายเลย ระยะทางจากหมู่บ้านขึ้นมาบนดอยกว่าสิบกิโลเมตร เจอทั้งโคลน ทางลื่น หลุมลึก หิน และบางช่วงฝนตกหนักจนดินสไลด์ปิดทาง รถขึ้นไม่ได้เลย
บางทีเราก็อดคิดไม่ได้ว่า ถ้าวันหนึ่งเส้นทางขึ้นมาบนนี้ดีและปลอดภัยกว่านี้ สวนยาหลวงน่าจะไม่ได้เป็นแค่แหล่งปลูกกาแฟ แต่สามารถเป็นอีกหนึ่งจุดหมายของคนที่อยากมารู้จักน่านในอีกมุมหนึ่งได้เลย
ของสวยเรามีอยู่แล้ว
เหลือแค่ทำยังไงให้คนมีโอกาสขึ้นมาเห็นมัน 🌿
ขออนุญาตเจ้าของภาพ
#สวนยาหลวง #ดอยสวนยาหลวง #กาแฟน่าน #น่าน #เที่ยวไทย #ท่องเที่ยวน่าน
📢 แจ้งวันหยุดโรงคั่ว
ทางโรงคั่วจะปิดให้บริการระหว่างวันที่ 12–17 สิงหาคม ค่ะ
หากลูกค้าท่านใดต้องการสั่งกาแฟ หรือมีออเดอร์ที่ต้องการรับก่อนช่วงวันหยุด รบกวนแจ้งและสั่งซื้อ ภายในวันที่ 11 สิงหาคม เพื่อให้ทางเราจัดเตรียมและจัดส่งได้ทันค่ะ
ขอบคุณลูกค้าทุกท่านที่เข้าใจและสนับสนุน Nancoff เสมอมาค่ะ 🙏☕
09/08/2026
🏆 𝐍𝐨.𝟏 𝐀𝐫𝐚𝐛𝐢𝐜𝐚
𝐒𝐨𝐮𝐭𝐡𝐞𝐚𝐬𝐭 𝐀𝐬𝐢𝐚 𝐆𝐫𝐞𝐞𝐧 𝐂𝐨𝐟𝐟𝐞𝐞 𝐂𝐨𝐦𝐩𝐞𝐭𝐢𝐭𝐢𝐨𝐧 🇹🇭☕️
From Doi Suan Ya Luang, Nan
to the Southeast Asia Green Coffee Competition.
We didn’t start with perfect conditions.
We started with what we had — then learned, measured, adapted, and kept improving.
This win is more than a ranking.
It is proof that origin gives us potential,
but people decide how far that potential can go.
For Doi Suan Ya Luang.
For Nan.
For Thai coffee. 🇹🇭☕️
จากดอยสวนยาหลวง จังหวัดน่าน
สู่ อันดับ 1 ประเภท Arabica แห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
เวที Southeast Asia Green Coffee Competition
เราอาจไม่ได้เริ่มต้นจากเงื่อนไขที่ดีที่สุด
แต่เราเชื่อมาตลอดว่า คุณภาพไม่ได้ถูกกำหนดด้วยต้นทุนที่มีเพียงอย่างเดียว
ข้อมูล ความรู้ การทดลอง และการปรับตัว
สามารถพากาแฟหนึ่งตัวไปได้ไกลกว่าที่เราเคยคิด
รางวัลครั้งนี้จึงไม่ได้มีความหมายแค่คำว่า “ชนะ”
แต่มันเป็นหลักฐานอีกชิ้นว่า
ศักยภาพของแหล่งปลูก จะไปได้ไกลแค่ไหน ขึ้นอยู่กับว่าเราพามันไปไกลแค่ไหน
ฟาร์มเล็ก ๆ แต่เรามีความฝันที่ยิ่งใหญ่
และเบื้องหลังทุกเมล็ดคือการทำงานหนักอย่างมาก
เพื่อ สันเจริญ,ดอยสวนยาหลวง
เพื่อ เกษตรกรผู้ปลูกกาแฟน่าน
เพื่อ กาแฟไทย
คลิกที่นี่เพื่อเป็นสมาชิก?
ประเภท
ติดต่อ ธุรกิจของเรา
เบอร์โทรศัพท์
เว็บไซต์
ที่อยู่
ดอยสวนยาหลวง บ้านสันเจริญ
Nan
55140