Motivational Physics
ข่าวสารทางวิทยาศาสตร์
mPEC Forum - ฟิสิกส์ ฟิสิกส์โอลิมปิก ฟิสิกส์สอวน. Thai Physics Olympiad mPEC Forum - ฟิสิกส์ ฟิสิกส์โอลิมปิก ฟิสิกส์สอวน. Thai Physics Olympiad
03/12/2021
03/12/2021
นิทานดาวกลับมาแล้วววว สัปดาห์นี้ชวนมาอ่านตำนานเรื่องราวของราชาแห่งวงแหวนอันสุดแสนโชกโชนกันครับ
#ดาวเสาร์
“ดาวเสาร์” เป็นดาวเคราะห์ลำดับที่ 6 และเป็นดาวเคราะห์แก๊สที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับสองในระบบสุริยะ มีระยะห่างจากโลกประมาณ 1,283 ล้านกิโลเมตร ค้นพบครั้งแรกในปี ค.ศ. 1610 โดยกาลิเลโอ กาลิเลอี ใช้กล้องโทรทรรศน์สังเกตการณ์แล้วพบว่าเป็นดาวที่มีหูจับด้านข้าง ภายหลังในปี ค.ศ. 1659 นักดาราศาสตร์ที่ชื่อว่า คริสเตียน ฮอยเกนส์ ใช้กล้องโทรทรรศน์ที่มีประสิทธิภาพสูงกว่าและพบว่าดาวเสาร์ล้อมรอบไปด้วยวงแหวนแบน ๆ
ดาวเสาร์ใช้เวลาในการหมุนรอบตัวเอง 10.7 ชั่วโมง ใช้เวลาในการโคจรรอบดวงอาทิตย์ 29.4 ปีบนโลก ดาวเสาร์มีแกนเอียงเป็นมุม 26.73 องศา ใกล้เคียงกับแกนโลก จึงคาดว่าดาวเสาร์อาจจะมีการเปลี่ยนแปลงฤดูกาลคล้ายกับโลก สำหรับชื่อ “แซทเทิร์น” (Saturn) ในภาษาอังกฤษ ตั้งชื่อตาม "เทพโครนอส (Cronus) ในภาษากรีก หรือที่รู้จักกันในภาษาโรมันว่า แซทเทิร์น นั่นเอง
#โครนอส เป็นหนึ่งในคณะเทพไททัน ที่มีทั้งหมด 12 องค์ ที่มีรูปร่างใหญ่มหึมา โครนอสเป็นลูกของอูรานอส (Ouranos) หรือ ยูเรนัส (Uranus) กับไกอา (Gaia) ปรากฏรูปเป็นชายที่มือหนึ่งถือเคียวเป็นอาวุธและอีกมือถือนาฬิกาทราย ได้รับความนับถือให้เป็นเทพแห่งกาลเวลา และเทพแห่งการเกษตร
โครนอสเคยถูกจับขังอยู่ในนรกทาร์ทารัสโดยอูรานอส พ่อของตน ในตอนนั้นไกอาโกรธอูรานอสมาก ที่ไม่ว่าจะมีลูกด้วยกันกี่คน อูรานอสก็จับลูกโยนลงไปในทาร์ทารัสทั้งหมด ไกอาจึงเดินทางไปในทาร์ทารัส และขอให้ลูกสักคนหนึ่งไปช่วยกำจัดอูรานอส คนที่อาสาในตอนนั้นคือโครนอสนั่นเอง
ไกอามอบเคียวให้แก่โครนอสเพื่อใช้เป็นอาวุธไปต่อสู้กับอูรานอส ซึ่งโครนอสก็สามารถจัดการอูรานอสได้สำเร็จ จากนั้นก็ยึดครองสวรรค์ ขึ้นครองบัลลังก์แทนพ่อ และปล่อยพี่น้องไททันของตนออกจากทาร์ทารัส มอบหมายหน้าที่ต่าง ๆ ให้ช่วยกันดูแลโลก รวมทั้งแต่งตั้งเทพีรีอา (Rhea) หนึ่งในพี่น้องไททันของตนเองเป็นราชินี
อย่างไรก็ตาม ในทาร์ทารัสยังมีพี่น้องกลุ่มอื่นของโครนอสอยู่อีกนอกจากเหล่าเทพไททัน แต่โครนอสไม่ยอมปล่อยออกมา ทำให้ผู้เป็นแม่อย่างไกอาโกรธมาก สาปแช่งโครนอสให้เจอชะตากรรมเดียวกับอูรานอส นั่นคือถูกลูกโค่นบัลลังก์ (บางตำนานก็บอกว่าอูรานอสเป็นคนสาปแช่งเองตอนที่ถูกโค่นบัลลังก์) โครนอสกลัวว่าคำสาปแช่งจะเป็นจริง ดังนั้นเมื่อรีอาให้กำเนิดลูกคนใดก็ตาม โครนอสก็จะจับกลืนลงท้องเสีย จนกระทั่งมาถึงลูกคนสุดท้องอย่าง เทพซูส (Zeus) รีอาได้วางแผนกับไกอาให้โครนอสกลืนก้อนกินแทน และนำซูสไปซ่อนไว้ จนกระทั่งซูสเติบโตมาเป็นชายหนุ่ม ก็ได้วางแผนกับรีอาและไกอา ทำน้ำยาสำรอกให้โครนอสดื่ม เพื่อสำรอกเอาพี่ ๆ ออกมา และต่อสู้กับโครนอส จนสามารถโค่นอำนาจได้สำเร็จ ท้ายที่สุดโครนอสก็ถูกซูสจับโยนกลับลงไปในทาร์ทารัสและอยู่ในนั้นดังเดิม
ปัจจุบัน ดาวเสาร์เป็นดาวเคราะห์ที่มีดาวบริวารมากที่สุดในระบบสุริยะ ซึ่งมีดาวบริวารทั้งหมด 82 ดวง ชื่อของดวงจันทร์บางดวงของดาวเสาร์ ก็มีที่มาจากเทพรอบตัวของโครนอสทั้งนั้น เช่น ดวงจันทร์ไททัน (Titan) ดวงจันทร์ของดาวเสาร์ดวงแรกที่มีการค้นพบ มีชื่อมาจากกลุ่มยักษ์ไททัน พี่น้องของโครนอสนั่นเอง ดวงจันทร์รีอา ก็มาจากชื่อชายาของโครนอส (รีอาเป็นเทพแห่งพิภพในสมัยที่โครนอสครองบัลลังก์อีกด้วย) ดวงจันทร์ไดโอนี (Dione) ชื่อพี่น้องในกลุ่มไททันของโครนอส และดวงจันทร์เอนเซลาดัส (Enceladus) ชื่อของยักษ์ที่ไกอาเนรมิตขึ้นมาเพื่อสู้กับซูสในสงครามหนึ่ง ในตอนนั้นไกอาโกรธที่ซูสจับลูก ๆ ไททันของนางโยนกลับไปในทาร์ทารัสอีกครั้ง ท้ายที่สุดเอนเซลาดัสก็ถูกจับฝังไว้ใต้เกาะซิซิลีโดยฝีมือของเทพีอธีนา เทพีแห่งปัญญา ว่ากันว่า แผ่นดินไหวบนเกาะซิซิลีนั้นเกิดจากการที่เอนเซลาดัสขยับตัว และภูเขาไฟที่ระเบิดจะเกิดขึ้นตอนที่เอนเซลาดัสโกรธ นั่นเอง
------------------
พบกับซีรีส์ #เรื่องเล่าจากระบบสุริยะ ที่จะนำพาทุกท่าน ไปสนุกกับตำนานของดาวแต่ละดวงในระบบสุริยะของเรา ติดตามอ่านตอนก่อนหน้านี้ได้ที่ >>
EP.1 #กำเนิดระบบสุริยะ
https://www.facebook.com/NARITpage/posts/4561281730602072
EP.2 #ดวงอาทิตย์
https://www.facebook.com/NARITpage/posts/4584581634938748
EP.3 #ดาวพุธ
https://www.facebook.com/NARITpage/posts/4607433222653589
EP.4 #ดาวศุกร์
https://www.facebook.com/NARITpage/posts/4628213763908868
EP.5 #โลก
https://www.facebook.com/NARITpage/posts/4651343541595890
EP.6 #ดาวอังคาร
https://www.facebook.com/NARITpage/posts/4672783552785222
EP.7 #ดาวพฤหัสบดี
https://www.facebook.com/NARITpage/posts/4696053670458210
------------------
เรียบเรียง : พัชริดา ยั่งยืนเจริญสุข - เจ้าหน้าที่สารสนเทศดาราศาสตร์
ภาพ : นงคราญ สมใจ - เจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์
ที่มา :
[1] หนังสือ ตำนานกรีก-โรมัน. สำนักพิมพ์พิมพ์คำ, พิมพ์ครั้งที่ 7 พ.ศ. 2553
[2] หนังสือ เทพกรีกและหมู่ดาว. บริษัท ไทยควอลิตี้บุ๊คส์ (2006) จำกัด, ปีที่พิมพ์ พ.ศ. 2561
01/12/2021
#แบ่งปันคุณครูทั่วจักรวาล
18/11/2021
PhET Interactive Simulations Founded in 2002 by Nobel Laureate Carl Wieman, the PhET Interactive Simulations project at the University of Colorado Boulder creates free interactive math and science simulations. PhET sims are based on extensive education and engage students through an intuitive, game-like environment where studen...
16/11/2021
16 พฤศจิกายน ค.ศ. 2018
#นิยามกิโลกรัมเปลี่ยนแล้ว!
ในโลกวิทยาศาสตร์ การวัดปริมาณต่างๆ ให้แม่นยำนั้นเป็นสิ่งสำคัญมาก แต่สิ่งที่สำคัญไม่แพ้กันคือการกำหนดนิยามของปริมาณต่างๆ ให้ชัดเจนและเหมาะสม ซึ่งปริมาณที่มีปัญหาในการนิยามที่สุดอย่างหนึ่งคือมวล (Mass) ที่เราวัดกันในหน่วยกิโลกรัม
โลหะที่เห็นในภาพนี้คือ มวลมาตรฐาน 1 กิโลกรัมที่ถูกครอบเก็บไว้อย่างดีไม่ให้อากาศเล็ดลอดเข้าออกได้
มวลก้อนนี้มีชื่อว่า Le Grand K หรือ International Prototype Kilogram (IPK) ถูกเก็บไว้ที่สำนักงานชั่งตวงวัดระหว่างชาติ (BIPM) ในประเทศฝรั่งเศส มันถูกสร้างขึ้นจากโลหะผสมระหว่างแพลตินัม 90% และอิริเดียม 10% เป็นรูปทรงกระบอกเล็กๆ ที่มีเส้นผ่านศูนย์กลางและความสูง 3.917 เซนติเมตร
เหตุผลที่ใช้โลหะแพลตินัมก็เพราะ แพลตินัมเป็นโลหะที่มีคุณสมบัติเหมาะสมหลายอย่าง หนึ่งในนั้นคือการเกิดปฏิกิริยาออกซิเดชันกับออกซิเจนและน้ำในอากาศได้ยากมาก ผลของปฏิกิริยาดังกล่าวส่งผลให้โลหะเกิดสนิมและเกิดการสึกกร่อนนั่นเอง ส่วนที่เติมอิริเดียมเข้าไปก็เพื่อให้มันมีความแข็งมากขึ้น
ที่ผ่านมา เครื่องชั่งต่างๆทั่วโลกล้วนอ้างอิงมาตรฐานจากมวลสารก้อนนี้มาโดยตลอด แม้ว่าโดยทฤษฎีแล้ว การนิยามมวลมาตรฐานจากอะตอมน่าจะชัดเจนและพื้นฐานที่สุด แต่เนื่องจากก่อนหน้านี้นักวิทยาศาสตร์ยังไม่สามารถหาวิธีวัดและสร้างมวลของสิ่งเล็กๆ ในระดับอะตอมให้รวมกันได้ 1 กิโลกรัมอย่างเที่ยงตรงเท่ากับการวัดมวลของสิ่งใหญ่ๆ ให้แม่นยำ
ทว่านิยามกิโลกรัมโดยการกำหนดมวลมาตรฐานในลักษณะนี้มีปัญหาหลักๆ 2 ข้อ
ปัญหาแรกคือ การเลียนแบบ (copy)
กล่าวคือ เมื่อนักฟิสิกส์สร้างก้อนมวลมาตรฐานแรกขึ้นมาได้ พวกเขาต้องสร้างมวลมาตรฐานก้อนใหม่เลียนแบบขึ้นมาแล้วส่งมวลสำเนาดังกล่าวกระจายไปยังสถานที่ต่างๆ บนโลกเพื่อความสะดวกในการใช้งาน และที่สำคัญคือเพื่อความปลอดภัย เผื่อไว้กรณีที่มวลมาตรฐานที่ฝรั่งเศสเกิดเหตุเภทภัยใดๆ โลกจะได้มีมวลสำรองก้อนอื่นๆ ไว้ใช้งานแทนไปก่อน
แต่นักฟิสิกส์ยังไม่สามารถทำการสร้างมวลสารเลียนแบบให้มีมวลเท่ากับมวลมาตรฐานที่กำหนดไว้อย่างสมบูรณ์แบบได้
ปัญหาที่สองเป็นปัญหาใหญ่กว่าปัญหาข้อแรกมาก เพราะหลังจากมวลมาตรฐานและมวลเลียนแบบถูกสร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1889 นักฟิสิกส์ได้นัดกันเอามวลสารดังกล่าวมาชั่งเปรียบเทียบกัน และนักฟิสิกส์ต้องตกใจ เพราะผลจากการชั่งเปรียบเทียบในปี 1989 (ผ่านมา 100 ปี) พบว่ามวลที่เอามาชั่งเทียบกันมีการเปลี่ยนแปลง!
ความเปลี่ยนแปลงดังกล่าวอยู่ในระดับไมโครกรัม ซึ่งน้อยมากๆ สำหรับชีวิตประจำวัน แต่สำหรับนักฟิสิกส์นั้นเป็นเรื่องใหญ่และซีเรียส เพราะนักฟิสิกส์ต้องการนิยามที่แม่นยำสมบูรณ์แบบ แบบเป๊ะๆ เพราะถ้ามาตรฐานเกิดเปลี่ยนเสียเองแล้วจะเชื่อถือสิ่งใดได้เล่า ปัญหานี้ทำให้นักฟิสิกส์เริ่มเกิดอาการวิตกจริต พารานอยด์ และพยายามมองหาสาเหตุของความเปลี่ยนแปลงดังกล่าว
ปัญหาดังกล่าวทำให้ทุกวันนี้นักฟิสิกส์ด้านการชั่งตวงวัด หรือมาตรวิทยา (Metrology) เริ่มมองหาวิธีการกำหนดมวลสารที่มีประสิทธิภาพกว่าเดิม เพราะปัญหาการเปลี่ยนแปลงของมวลสารดังกล่าวนับเป็นเรื่องใหญ่
งานประชุม The 26th General Conference on Weights and Measures ในเดือนพฤศจิกายน ปี ค.ศ. 2018 มีการนิยามกิโลกรัมขึ้นใหม่ด้วยอุปกรณ์ที่เรียกว่า Kibble balance
อุปกรณ์ดังกล่าวเป็นเครื่องชั่งที่ไม่ได้ชั่งน้ำหนักเหมือนเครื่องชั่งอื่นๆ แต่มันเป็นเครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์ที่เชื่อมโยงมวลเข้ากับค่าคงที่ของพลังค์ (Planck’s constant) ซึ่งเป็นค่าคงที่พื้นฐานในธรรมชาติ
แน่นอนว่าอุปกรณ์นี้สามารถนำไปใช้เพื่อทำการตั้งค่ามาตรฐานให้กับตาชั่งอื่นๆ ได้ทั่วโลกด้วยความแม่นยำและละเอียดสูงมาก
หลักการทำงานคือ เมื่อวางมวลที่ต้องการวัดค่าลงไปที่ด้านหนึ่งของตาชั่ง (ซึ่งสามารถวางได้ตั้งแต่ระดับมิลลิกรัมจนถึงหนึ่งกิโลกรัม) อีกด้านหนึ่งจะมีการถ่วงให้เกิดสมดุลด้วยแรงทางไฟฟ้า ซึ่งแรงทางไฟฟ้านั้นเชื่อมโยงกับค่าคงที่ของพลังค์ซึ่งนักฟิสิกส์ทราบค่าอยู่แล้ว จากนั้นจึงเชื่อมโยงไปเพื่อหามวลที่ต้องการวัดค่าได้
สุดท้ายฝากเกร็ดน่าสนใจไว้อย่างหนึ่ง
นั่นคือ ถึงแม้นิยามกิโลกรัมที่อยู่มานานนับร้อยปีจะเปลี่ยนไป
แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าน้ำหนักของตัวเราจะเปลี่ยนตามนะ
(จบ)
15/11/2021
#สรุป หลุมดำคืออะไรและมีประเภทใดบ้าง?
(จัดทำโดย ณัฐพร ธุวะคำ)
25/10/2021
#สรุป ธาตุที่มีมากที่สุดในเปลือกโลก 10 อันดับแรกมีอะไรบ้าง? (โดยมวล)
24/10/2021
เราควรเรียนแบบท่องจำหรือเข้าใจ
ตอนที่ผมเรียนมัธยม ผมพบว่าปัญหาสำคัญอย่างยิ่งในการเรียนคือ สิ่งที่ต้องท่องจำนั้นมีเยอะมาก มากจนสมองผมไม่สามารถบรรจุเนื้อหาเหล่านั้นได้ทุกอย่างแม้จะพยายาม 'ยัด' และ 'ตอก' มันลงไปแล้วก็ตาม วิชาที่เกี่ยวข้องกับการคำนวณอย่างฟิสิกส์ก็ยังต้องท่องเนื้อหามากมาย ไม่แพ้ชีววิทยา หรือเคมี
วันหนึ่งผมจึงตัดสินใจถามอาจารย์ผู้สอนฟิสิกส์ว่า
" ผมต้องจำสูตรให้ได้ หรือ ต้องพิสูจน์มันให้ได้ "
อาจารย์นิ่งคิดไปสักครู่ก่อนจะตอบกลับมาว่า " ต้องทำให้ได้ทั้งสองอย่าง"
...............................................................
จริงๆแล้วเด็กทุกคนก็คงอยากจะทำเช่นนั้นให้ได้
การท่องจำ จะช่วยทำให้สมองมีวัตถุดิบที่ดึงออกมาได้ทันที
ส่วนความเข้าใจและการพิสูจน์ จะฝึกความละเอียดรอบคอบ เสริมกระบวนการคิด ที่สำคัญคือ ถ้าเราลืมสูตร การพิสูจน์จะช่วยให้เราสร้างมันขึ้นมาใหม่ได้อีกครั้ง
พูดง่ายๆว่ามันสำคัญทั้งคู่ แต่แตกต่างกันไป
อย่างไรก็ตาม ในบริบทของโลกทุกวันนี้
สมาร์ทโฟนและอินเทอร์เน็ตทำให้แม้ความจำในหลายๆเรื่องมีความสำคัญน้อยลงจนไม่จำเป็นต้องมานั่งท่อง
แต่ข้อสอบประเภทความจำนั้นยังคงมีอยู่เป็นจำนวนมาก (อาจจะเป็นเพราะมันเป็นข้อสอบที่ออกง่ายและตรวจง่าย) ทำให้เด็กๆยังต้องมาท่องจำเรื่องไม่จำเป็นกันอยู่
ปัญหาจริงๆคือ เด็กมีเวลาน้อยเกินไป เมื่อเทียบกับปริมาณบทเรียนและข้อสอบที่ต้องเจอ
การสอนพิเศษทำให้ผมพบว่าทุกวันนี้นักเรียนมีภาระที่หนักมากกว่าสมัยที่รุ่นผมเรียนมาก เพราะวิชาและเนื้อหาที่ต้องเรียนมีเพิ่มขึ้น
ไหนจะงานกลุ่ม งานกิจกรรม งานอะไรต่อมิอะไร ฯลฯ
ทำให้การสมดุลระหว่างท่องกับเข้าใจเป็นโจทย์ที่ยากเข้าไปอีก
เมื่อรวมกับความกดดันที่ได้รับจากโซเชียล หรือทางผู้ปกครอง
ทำให้ความเครียดและปัญหาทางจิตใจเพิ่มขึ้น
(แม้ความลำบากทางกายจะลดลงมากก็ตาม)
ข้อสอบหลายๆแห่งมีปัญหาด้านการวัดผล
เพราะข้อสอบทั้งชุดมีแค่ 2 ระดับคือ ยาก กับโคตรยาก
ข้อสอบแบบนี้จะคัดเด็ก(ทำข้อสอบ)เก่งออกมาได้
แต่เด็กที่เหลือจะกองรวมกันหมดเพราะทำข้อสอบไม่ได้เลย
ทั้งเด็กที่ตั้งใจอ่านหนังสือและไม่อ่านหนังสือเลย
ชวนให้เกิดความท้อถอยเข้าไปอีก
สมัยที่ผมเรียนมหาวิทยาลัย ผมจึงพยายามสร้างกฎการเรียนขึ้นมาคือ พยายามสมดุลระหว่าง
- การเรียนเพื่อเรียนรู้
- เรียนเพื่อทำข้อสอบ
โดยการเรียนเพื่อทำข้อสอบนั้นผมจะทำพอให้เกรดผ่านเงื่อนไขการรับทุนและการเรียนต่อให้ได้ แต่จะเน้นหนักไปที่การเรียนเพื่อเรียนรู้มากกว่า
.
เหตุผลง่ายๆ คือ การเรียนเพื่อเรียนรู้จะอยู่กับเราไปตลอดชีวิตและคะแนนจากการสอบนั้นเป็นคุณค่าที่เกิดจากคนไม่กี่คน (คนที่ออกข้อสอบ) มาตัดสินเรา
ส่วนเวทีแห่งชีวิตนั้นไม่ใช่แค่การสอบ
มันกว้างใหญ่และมีอีกหลายสิ่งที่รอให้เราเข้าไปพิชิตมัน
ขอแค่เรารักการเรียนรู้...............................................
อาจวรงค์
22/10/2021
ศุกร์หรรษานิทานดาว! ล้อมวงกันเข้ามาฟังเรื่องราวในซีรีส์ #เรื่องเล่าจากระบบสุริยะ กัน วันนี้เรามาถึงคิวดาวเคราะห์แดงแรงฤทธิ์แห่งระบบสุริยะกันแล้ว
#ดาวอังคาร
“ดาวอังคาร” เป็นดาวเคราะห์หินลำดับที่ 4 ในระบบสุริยะ มีขนาดเล็กกว่าโลกประมาณครึ่งหนึ่ง มีสภาพคล้ายกับพื้นที่แห้งแล้งบนโลก บริเวณขั้วดาวมีน้ำแข็งอยู่จำนวนมาก และยังมีภูเขาไฟที่ใหญ่ที่สุดในระบบสุริยะ ชื่อว่า “ภูเขาไฟโอลิมปัส” (Olympus Mons) มีความสูงมากกว่ายอดเขาเอเวอร์เรสต์ถึง 3 เท่า นอกจากนี้บนพื้นผิวของดาวอังคารยังปกคลุมไปด้วยฝุ่นของสนิมเหล็ก เมื่อมองจากโลกจะเห็นเป็นสีแดง จึงเป็นที่มาของชื่อ “Mars” ตามเทพเจ้าแห่งสงคราม
เทพแอร์รีส (Ares) มีชื่อในภาษาโรมันว่า เทพมาร์ส (Mars) เป็นเทพแห่งสงคราม ว่ากันว่า เทพแอร์รีสมีนิสัยโหดร้าย ป่าเถื่อน ชอบการสงคราม และความดุเดือดเลือดพล่านเป็นชีวิตจิตใจ จึงไม่เป็นที่นิยมชมชอบและไม่เป็นที่เลื่อมใสของชาวกรีกโบราณซึ่งรักสันติ ผิดกับชาวโรมัน ที่นับถือเทพแอร์รีส เพราะว่าชาวโรมันเป็นชาตินักรบ
แอร์รีส เป็นลูกของเทพซูส (Zeus) และ เทพีเฮรา (Hera) จึงเป็นพี่น้องแท้ ๆ ของเทพฮีฟีสทัส (Hephaetus) เทพแห่งการครองช่างโลหะและหัตถกรรม สามีของเทพีอะโฟรไดท์ (Aphrodite) เทพแห่งความงามและความรัก แอร์รีสแอบมีความสัมพันธ์กับอะโฟรไดท์ พี่สะใภ้ของตัวเองจนทำให้เกิดเรื่องราวที่ทำให้ต้องอับอาย เพราะโดนฮีฟีสทัสจับได้ และถูกนำไปประจานให้เหล่าเทพหัวเราะเยาะเทพทั้งสอง แอร์รีสและอะโฟรไดท์มีลูกด้วยกันหลายคน เช่น อีรอส (Eros) หรือ คิวปิด (Cupid) แอนติรอส (Anteros) เทพผู้บันดาลให้เกิดการรักตอบ นางเฮอร์ไมโอนี (Hermione) และนางอัลซิปเป (Alcippe)
ถึงแม้ว่าแอร์รีสจะเป็นเทพแห่งสงครามแต่แอร์รีสกลับไม่ค่อยชนะสงคราม นั่นเป็นเพราะว่าแอร์รีสขาดการตัดสินใจที่ดี ขาดสติ จึงตกเป็นทาสแก่ความโหดเหี้ยมของตัวเองอยู่ประจำ เมื่อไม่พอใจใครก็รบราฆ่าฟันและพ่ายแพ้อยู่เรื่อยไป เช่นเมื่อครั้งสงครามกรุงทรอย ไดโอมีดิส (Diomedes) ได้ต่อสู้กับเทพแอร์รีส ในตอนแรกไดโอมีดิสขวัญเสียที่ต้องเผชิญหน้ากับเทพแห่งสงคราม แต่ได้เทพีอะธีนา (Athena) กับเทพีเฮรา มาช่วยปลอบขวัญให้กำลังใจ ทำให้ไดโอมีดิสสามารถสลัดความกลัว ฮึดสู้กับแอร์รีสได้ ไดโอมิดิสพุ่งหอกไปโดนหัวเข่าของแอร์รีสจนบาดเจ็บหนัก ส่งเสียงร้องโอดโอย และรีบเหาะหนีกลับเขาโอลิมปัสไปให้ซูสช่วยรักษา อีกหนหนึ่งคือเมื่อตอนที่แอร์รีสต่อสู้กับวีรบุรุษเฮอร์คิวลีส เพราะรับไม่ได้ที่ลูกชายของตนโดนเฮอร์คิวลิสฆ่า ผลการต่อสู้คือแอร์รีสบาดเจ็บที่ต้นขาอย่างหนักจนต้องรีบหนีไป
นอกจากอะโฟรไดท์แล้ว แอร์รีสยังมีลูกกับอีริส (Eris) เทพีแห่งความแตกแยก น้องสาวแท้ ๆ ของตัวเองอีก 2 คน คือ ไดมอส (deimos) ที่แปลว่า ความสยองขวัญ และโฟบอส (Phobos) แปลว่า ความกลัว ซึ่งต่อมาได้กลายมาเป็นชื่อของดวงจันทร์ของดาวอังคาร 2 ดวง ที่ค้นพบเจอในปี พ.ศ. 2420
------------------
พบกับซีรีส์ #เรื่องเล่าจากระบบสุริยะ ที่จะนำพาทุกท่าน ไปสนุกกับตำนานของดาวแต่ละดวงในระบบสุริยะของเรา ติดตามอ่านตอนก่อนหน้านี้ได้ที่ >>
EP.1 #กำเนิดระบบสุริยะ
https://www.facebook.com/NARITpage/posts/4561281730602072
EP.2 #ดวงอาทิตย์
https://www.facebook.com/NARITpage/posts/4584581634938748
EP.3 #ดาวพุธ
https://www.facebook.com/NARITpage/posts/4607433222653589
EP.4 #ดาวศุกร์
https://www.facebook.com/NARITpage/posts/4628213763908868
EP.5 #โลก
https://www.facebook.com/NARITpage/posts/4651343541595890
------------------
เรียบเรียง : พัชริดา ยั่งยืนเจริญสุข - เจ้าหน้าที่สารสนเทศดาราศาสตร์
ภาพ : นงคราญ สมใจ - เจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์
ที่มา: หนังสือ ตำนานกรีก-โรมัน. สำนักพิมพ์พิมพ์คำ, พิมพ์ครั้งที่ 7 พ.ศ. 2553
หนังสือ เทพกรีกและหมู่ดาว. บริษัท ไทยควอลิตี้บุ๊คส์ (2006) จำกัด, ปีที่พิมพ์ พ.ศ. 2561
คลิกที่นี่เพื่อเป็นสมาชิก?
ประเภท
เว็บไซต์
ที่อยู่
Nakhon Ratchasima
30000