Flow State
Flow state (สภาวะลื่นไหล) รักศรัทธาตถาคต
05/05/2026
ว่าด้วยเรื่อง ยอดมหาโจร
ภิกษุผู้กล่าวอวดอุตตริมนุสสธรรม อันไม่มีอยู่ อันไม่เป็นจริง (การอวดอ้างคุณวิเศษหรือการบรรลุธรรมที่ไม่มีในตน) จัดว่าเป็น "ยอดมหาโจร" ตามคำสอนของพระพุทธองค์
พระองค์ทรงจัดให้ภิกษุที่ประพฤติเช่นนี้เป็นยอดมหาโจรในโลก พร้อมทั้งเทวโลก มารโลก พรหมโลก และในหมู่สัตว์พร้อมท้ังสมณะพราหมณ์ เทวดา และมนุษย์
สาเหตุที่ทรงจัดว่าเป็นยอดโจรนั้น เพราะ ภิกษุรูปนั้นได้ฉันก้อนข้าวของชาวบ้านในแว่นแคว้นด้วยอาการของคนขโมย (เป็นการหลอกลวงผู้อื่นเพื่อบริโภคปัจจัย) ซึ่งเมื่ออวดอ้างไปแล้ว แม้จะออกตัวสารภาพผิดในภายหลัง ก็ต้องอาบัติปาราชิก ขาดจากความเป็นภิกษุทันที
ที่มา: เรื่องมหาโจร ๕ จำพวก
อ้างอิงจาก: พระไตรปิฎก ฉบับสยามรัฐ (บาลี มหา. วิ. ๑/๑๖๙/๒๓๐)
03/05/2026
สำหรับ "ราคะ" กับ "โลภะ" นั้น ในทางธรรมมีความหมายอยู่ในกลุ่มเดียวกัน คือเป็นกิเลสในฝั่งของ "ความอยาก ความติดใจ หรือความยึดติด" เหมือนกัน แต่พระพุทธเจ้าได้ทรงอธิบายความลึกซึ้งและจุดเชื่อมโยงที่แตกต่างกันเอาไว้ให้เห็นภาพชัดเจนขึ้นครับ
อธิบายให้เข้าใจง่ายๆ แบบนี้ครับ:
1. โลภะ (ความโลภ): อาการที่แสดงออกให้เห็น "โลภะ" คือ อาการของความอยากได้ ความเพ่งเล็งอยากได้วัตถุสิ่งของหรือทรัพย์ของผู้อื่นมาเป็นของตน (อภิชฌา) พระพุทธองค์ตรัสว่า โลภะนี้แหละที่เป็นเหตุให้คนเราไปสร้างกรรม หรือทำพฤติกรรมต่างๆ โลภะเปรียบเสมือนกิเลสหรืออารมณ์ความอยากที่ลอยเข้ามากระทบและ "ครอบงำจิตใจเราเป็นครั้งคราว" ครับ
2. ราคะ (ความกำหนัดยินดี): รากที่ฝังลึกอยู่ภายใน "ราคะ" คือ ความรู้สึกติดใจ เพลิดเพลิน หวงแหน หรือความยึดติดที่ฝังรากลึกอยู่ภายในใจของเรา ซึ่งลบออกจากใจได้ยากและใช้เวลาคลายออกได้ช้ามาก
ความสัมพันธ์ของ "ราคะ" กับ "โลภะ" มีเรื่องราวหนึ่งที่อธิบายความสัมพันธ์ของสองคำนี้ได้ชัดเจนมากครับ คือเหตุการณ์ที่เจ้าศากยะพระนามว่า "มหานาม" ได้ไปทูลถามพระพุทธเจ้าว่า: ท่านก็รู้ว่าโลภะ โทสะ โมหะ เป็นอุปกิเลสที่ทำให้ใจเศร้าหมอง แต่ทำไมบางครั้ง "โลภธรรม" (ความโลภ) ก็ยังสามารถโผล่มาครอบงำจิตใจของท่านได้เป็นบางครั้งบางคราว? มีธรรมอะไรหรือที่ท่านยังละไม่ได้เด็ดขาดอยู่ข้างใน?
พระพุทธเจ้าได้ตรัสตอบไขข้อข้องใจนี้ว่า: มหานาม! ธรรมนั้นนั่นแหละ คือ (ราคะ โทสะ โมหะ) ที่ท่านยังละไม่ได้เด็ดขาดในภายใน ซึ่งเป็นเหตุให้โลภธรรมก็ดี โทสธรรมก็ดี โมหธรรมก็ดี ยังครอบงำจิตของท่านไว้ได้เป็นบางครั้งบางคราว
สรุปให้เห็นภาพง่ายๆ ก็คือ: ราคะ เป็นเหมือน "รากต้นไม้" ที่ฝังลึกเหนียวแน่นอยู่ในใจของเรา (กิเลสภายในที่ยังถอนไม่หมด) โลภะ เป็นเหมือน "ดอกผล" (อาการอยากได้) ที่แสดงออกมาให้เห็นภายนอกเป็นครั้งคราว
เพราะเรายังมี "ราคะ" เป็นเชื้อที่ยึดติดหวงแหนซ่อนอยู่ลึกๆ มันจึงเป็นสาเหตุผลักดันให้เกิดอาการ "โลภะ" โผล่ขึ้นมาครอบงำจิตใจเราในชีวิตประจำวันนั่นเองครับ ซึ่งพระพุทธเจ้าตรัสสอนว่า ทั้งโลภะและราคะนี้ เราจะละทิ้งด้วยการใช้กำลังบังคับกายหรือวาจาไม่ได้ แต่ต้อง "อาศัยการพิจารณาให้เห็นความจริงด้วยปัญญา" เท่านั้น มันจึงจะดับและละทิ้งไปได้ครับ
อ้างอิงจาก: หนังสือพุทธวจน ฉบับ "สกทาคามี" และ "ปฐมธรรม"
02/05/2026
สวัสดีครับ! มาครับ จะอธิบายเรื่อง "ราคะ โทสะ โมหะ" ให้ฟังง่ายๆ เหมือนเล่าให้เด็กอนุบาลฟังเลยนะครับ
พระพุทธเจ้าสอนว่า ทั้ง 3 อย่างนี้เปรียบเหมือน "ไฟ" (ไฟคือราคะ ไฟคือโทสะ ไฟคือโมหะ) ที่คอยทำให้ใจของเราเร่าร้อน และถ้าเราปล่อยให้ไฟ 3 กองนี้เข้ามาในใจ มันจะทำให้เราเผลอทำตัวไม่น่ารักครับ
มาทำความรู้จักไฟทั้ง 3 กองนี้กันครับ:
1. ราคะ (หรือ โลภะ): คือ "ความอยากได้และหวงแหน" เปรียบเหมือนเวลาที่หนูๆ ไปเล่นปั้นทรายหรือปั้น "เรือนน้อยๆ ที่ทำด้วยดิน" แล้วหนูก็รู้สึกรัก รู้สึกหวง อยากได้มาเป็นของตัวเองคนเดียว ไม่ยอมปล่อย ไฟราคะนี้เกิดขึ้นเพราะหนูๆ ไปมองเห็นว่าสิ่งนั้นมันสวยงามน่ารักถูกใจเราไปเสียหมดครับ พระพุทธเจ้าบอกว่า ราคะเป็นสิ่งท่ี "มีโทษน้อย แต่ติดหนึบและหายช้า" ครับ
วิธีแก้ไฟราคะ 🔥 : หนูๆ ต้องหัดมองความจริงว่า ของเล่นหรือสิ่งของเหล่านั้น สักวันมันก็ต้องพังและไม่ได้สวยงามตลอดไป (เจริญอสุภะ) เพื่อให้ใจเรายอมปล่อยวางและไม่ดื้ออยากได้ครับ
2. โทสะ: คือ "ความโกรธและอยากทำร้าย" ไฟกองนี้คือการที่หนูๆ รู้สึกโดนขัดใจ หงุดหงิด แล้วพาลโกรธเพื่อนๆ หรืออยากจะไปตีเขา พระพุทธเจ้าบอกว่า โทสะเป็นสิ่งที่ "มีโทษรุนแรงมาก แต่โชคดีที่มันหายไปได้เร็ว" ครับ
วิธีแก้ไฟโทสะ 🔥 : แก้ได้ง่ายๆ โดยการให้หนูๆ มี "ความเมตตา" คือการรู้จักให้อภัย ใจดี และยิ้มแย้มให้เพื่อนๆ เท่านี้ความโกรธก็จะสลายไปครับ
3. โมหะ: คือ "ความหลงและไม่ยอมคิดให้รอบคอบ" ไฟกองนี้คือการที่หนูๆ เผลอใจลอย มึนงง หรือทำเรื่องดื้อๆ ลงไปโดยไม่ยอมคิดพิจารณาให้ดีก่อน พระพุทธเจ้าเตือนว่า โมหะนี่อันตรายมากๆ เพราะ "มีโทษมาก และยังหายไปได้ช้าด้วย" ครับ
วิธีแก้ไฟโมหะ 🔥 : หนูๆ ต้องฝึกให้เป็นคนมี "ปัญญา" หรือมีเหตุผล คอยคิดให้ดีก่อนพูดหรือทำอะไรเสมอ ความหลงมึนงงก็จะหายไปครับ
สรุปง่ายๆ ก็คือ หนูๆ ต้องระวังอย่าให้ไฟ 3 กองนี้มาลวกใจ โดยการไม่ดื้ออยากได้ของคนอื่น (ละราคะ) ไม่โกรธและรังแกเพื่อน (ละโทสะ) และไม่ทำอะไรตามใจโดยไม่คิด (ละโมหะ) ถ้าทำได้เท่านี้ หนูๆ ก็จะเป็นเด็กดีที่ใจเย็นและมีความสุขที่สุดเลยล่ะครับ!
อ้างอิงจาก: หนังสือพุทธวจน ฉบับ "สกทาคามี" และ "ปฐมธรรม"
01/05/2026
ยานอันประเสริฐ โดย ตถาคต
18/10/2019
18 ตุลาคม 2562 รีวิวโดยรวม ทั่วๆไป เจอ 1 ตัว เอามาแชร์ให้ไปทำการบ้านกันต่อ ....
15/01/2019
ชีวิตมีดับมีเกิด วัฏจักรวงจรราคาหุ้นก็เช่นกัน ดับ เกิด ดับ เกิด #นักลงทุนผู้ได้สดับ #พุทธวจน
13/02/2018
ด้วยความไร้พรหมแดนของการรับรู้ข้อมูลข่าวสาร ความรวดเร็วของข้อมูล ทำให้สภาวะตลาดเคลื่อนไหวไปในทิศทางที่สอดรับกัน
08/02/2018
Indicator ไม่จำเป็นสำหรับคนที่ดูมันออกและใช้เป็น
Indicator จำเป็นสำหรับคนดูไม่ออกใช้ไม่เป็น
ปฏิบัติตามนั้น ใช้indicatorก่อนให้เข้าใจ เมื่อเข้าใจหลักของ trend ตัวindicator ก็ไม่จำเป็นอีกต่อไป
06/02/2018
แถมให้ สำหรับค่ำคืนนี้ เอาไปทำการบ้านกันเองนะครับ ราตรีสวัสดิ์
06/02/2018
ไม่เกินความสามารถของคุณหรอกครับ สำหรับการเรียนรู้เรื่องการลงทุน /ไม่เหนือวิสัยของคนที่จะทำได้
คลิกที่นี่เพื่อเป็นสมาชิก?
ประเภท
ติดต่อ โรงเรียนนี้
เบอร์โทรศัพท์
เว็บไซต์
ที่อยู่
Dusit
10300