Boon Honey
น้ำผึ้งแท้และผลิตภัณฑ์จากผึ้ง
สินค้าออนไลน์ผ่านแอพ shopee,ติ๊กต๊อก,ลาซาด้า น้ำผึ้งแท้และผลิตภัณฑ์จากผึ้ง
น้ำผึ้งแม่เพิ่มทรัพย์
น้ำผึ้งดอกไม้ป่านานาพันธุ์
#น้ำผึ้งแท้ #น้ำผึ้ง
05/09/2025
ดอกไม้ผึ้งชอบ บางอย่างให้เกสรบางอย่างให้น้ำหวานแก่ผึ้ง มาปลูกดอกไม้กันเถอะ🌼
ต่อไปนี้เป็นข้อเท็จจริงที่น่าสนใจ 20 ประการเกี่ยวกับความสำคัญของน้ำผึ้งและผึ้ง:
1. คุณรู้หรือไม่ว่าน้ำผึ้งไม่เคยเน่าเสีย? นักโบราณคดีค้นพบหม้อน้ำผึ้งในสุสานอียิปต์โบราณที่มีอายุมากกว่า 3,000 ปีและยังคงกินได้อย่างสมบูรณ์!
2. คุณรู้หรือไม่ว่าผึ้งมีความสำคัญต่อการปลูกอาหารหลายชนิดของเรา พวกมันผสมเกสรประมาณหนึ่งในสามของอาหารที่เรากิน รวมถึงผลไม้ ผัก และถั่ว
3. คุณรู้หรือไม่ว่าน้ำผึ้งมีคุณสมบัติในการรักษาตามธรรมชาติ..? น้ำผึ้งช่วยบรรเทาอาการเจ็บคอและยังช่วยเร่งการสมานแผลและแผลไฟไหม้ด้วยคุณสมบัติต้านเชื้อแบคทีเรีย
4. คุณรู้ไหมว่าผึ้งผลิตน้ำผึ้งจำนวนเล็กน้อยในช่วงชีวิตของพวกเขา..? ผึ้งงานตัวเดียวผลิตน้ำผึ้งได้เพียงประมาณ 1/12 ของช้อนชาตลอดชีวิตของเธอ แต่เมื่อรวมกันแล้วพวกมันก็สร้างได้มาก!
5. คุณรู้ไหมว่าผึ้งสื่อสารผ่านการเต้น...? พวกเขาแสดง "การเต้นรำโยกเยก" เพื่อบอกผึ้งตัวอื่นว่าจะหาดอกไม้ที่ดีที่สุดได้ที่ไหน
6. คุณรู้ไหมว่าน้ำผึ้งสามารถช่วยสมองของคุณได้..? มีสารต้านอนุมูลอิสระที่อาจสนับสนุนสุขภาพสมองและปรับปรุงความจำ
7. คุณรู้หรือไม่ว่าขี้ผึ้งที่ผลิตโดยผึ้งนั้นถูกนำมาใช้ในผลิตภัณฑ์หลายอย่างในชีวิตประจำวัน พบได้ในสิ่งต่างๆ เช่น เทียน ลิปบาล์ม และแม้แต่บรรจุภัณฑ์อาหารบางประเภท
8. คุณรู้หรือไม่ว่าน้ำผึ้งสามารถช่วยเพิ่มพลังงานตามธรรมชาติได้ น้ำผึ้งให้พลังงานอย่างรวดเร็วเพราะเต็มไปด้วยน้ำตาลธรรมชาติ
9. คุณรู้หรือไม่ว่ามีน้ำผึ้งมากกว่า 300 ชนิดในสหรัฐอเมริกาเพียงประเทศเดียว? รส สี และกลิ่นขึ้นอยู่กับดอกไม้ที่ผึ้งมาเยี่ยมเยียน
10. คุณรู้หรือไม่ว่าการเลี้ยงผึ้งช่วยชุมชนต่างๆ ทั่วโลกได้ เป็นการสร้างรายได้ สนับสนุนการเกษตร และช่วยปรับปรุงความมั่นคงทางอาหารในหลายภูมิภาค
11. คุณรู้หรือไม่ว่าน้ำผึ้งสามารถใช้เป็นสารกันบูดตามธรรมชาติได้? เนื่องจากมีคุณสมบัติในการต้านเชื้อแบคทีเรีย น้ำผึ้งจึงถูกนำมาใช้เพื่อถนอมผลไม้และอาหารอื่นๆ มานานหลายศตวรรษ
12. คุณรู้ไหมว่าผึ้งบางตัวสามารถจดจำใบหน้ามนุษย์ได้..? จากการศึกษาพบว่าผึ้งสามารถจดจำและจดจำใบหน้าของมนุษย์ได้ เช่นเดียวกับที่พวกมันจำดอกไม้ต่างๆ ได้
13. คุณรู้ไหมว่าน้ำผึ้งช่วยให้การนอนหลับของคุณดีขึ้นได้..? น้ำผึ้งหนึ่งช้อนก่อนนอนสามารถส่งเสริมการผ่อนคลายและการนอนหลับดีขึ้นโดยการเพิ่มอินซูลินเล็กน้อยและปล่อยให้ทริปโตเฟนเข้าสู่สมอง
14. คุณรู้ไหมว่าผึ้งตาบอด "สีแดง" ผึ้งสามารถมองเห็นแสงอัลตราไวโอเลต ซึ่งมนุษย์ไม่สามารถมองเห็นได้ แต่พวกมันไม่สามารถมองเห็นสีแดงได้ พวกมันกลับมองว่ามันเป็นสีดำ
15. คุณรู้หรือไม่ว่าน้ำผึ้งสามารถช่วยแก้อาการแพ้ตามฤดูกาลได้..? เชื่อกันว่าการบริโภคน้ำผึ้งในท้องถิ่นจะช่วยสร้างภูมิคุ้มกันต่อละอองเกสรดอกไม้ในท้องถิ่นและลดอาการภูมิแพ้ได้
16. คุณรู้หรือไม่ว่านมผึ้งที่ผลิตโดยผึ้งงานนั้นถูกเลี้ยงให้กับตัวอ่อนของผึ้งทุกตัว? อย่างไรก็ตาม เฉพาะผู้ที่ถูกกำหนดให้เป็นราชินีเท่านั้นที่จะได้รับนมผึ้งตลอดพัฒนาการ
17. คุณรู้หรือไม่ว่าน้ำผึ้งมีประโยชน์ทางการแพทย์ที่แตกต่างกันไปในวัฒนธรรมต่างๆ ตัวอย่างเช่น ในการแพทย์อายุรเวช น้ำผึ้งใช้รักษาปัญหาทางเดินอาหาร และในอียิปต์โบราณใช้รักษาบาดแผล
18. คุณรู้หรือไม่ว่าผึ้งมี GPS ในตัว พวกเขาใช้ตำแหน่งของดวงอาทิตย์ สนามแม่เหล็กของโลก และความทรงจำเกี่ยวกับสถานที่สำคัญต่างๆ เพื่อนำทางและหาทางกลับไปยังรังผึ้ง
19. คุณรู้ไหมว่าผึ้งเป็นแมลงชนิดเดียวที่ผลิตอาหารที่มนุษย์กิน..? พวกเขามีเอกลักษณ์เฉพาะในการผลิตน้ำผึ้งซึ่งเป็นอาหารหลักของมนุษย์มาเป็นเวลาหลายพันปี
20. คุณรู้หรือไม่ว่าน้ำผึ้งอาจมีรสชาติและเนื้อสัมผัสที่แตกต่างกันอย่างมาก? ชนิดของดอกไม้ที่ผึ้งผสมเกสรส่งผลต่อรสชาติ สี และเนื้อสัมผัสของน้ำผึ้ง น้ำผึ้งบางชนิดอาจเป็นครีมหรือเผ็ดก็ได้!
ขอบคุณ"ผึ้ง"อันล้ำค่า!
เครดิตข้อความ: Earth Unreal/NPS.
26/05/2024
วีรบุรุษสิงห์รถบรรทุก
คน Gen X-Gen Y รู้จักใบหน้าดีทั้ง 3 คนเนื่องจากพบเห็นได้ตามท้ายรถบรรทุก ทั้ง 3 คนคือใครบ้าง
1 “เช เกวารา”
ลืมตาขึ้นมาดูโลกที่เมืองโรซาริโอ ประเทศอาร์เจนตินา โดยมีชื่อจริงว่า “เออร์เนสโต ราฟาเอล เกวาราเด ลา เซร์นา” ซึ่งเขาเป็นลูกชายคนโตในหมู่ลูกๆ ทั้งหมด 5 คน ของเซเลีย เด ลา เซร์นา มารดาชาวสเปน และเออร์เนสโต เกวารา ลินช์ บิดาชาวไอริช แม้หลักฐานในสูติบัตรจะระบุว่า เออร์เนสโต เช เกวาราเกิดเมื่อวันที่ 14 มิถุนายน 1928 แต่ความจริงแล้ววันเกิดของเขาคือวันที่ 14 พฤษภาคม 1928 ซึ่งการที่ต้องปกปิดวันเกิดที่แท้จริง ก็เพราะทางครอบครัวต้องการปกป้องมารดาของเขาจากคำครหานินทา เนื่องจากในตอนที่แม่ของเขาเข้าพิธีแต่งงานนั้น ท่านตั้งครรภ์ได้ 3 เดือนแล้ว
ครอบครัวของเกวาราเป็นครอบครัวชนชั้นกลางที่ค่อนข้างจะมีฐานะ และมีแนวคิดซ้ายจัด ซึ่งตัว เช เกวาราเอง ก็มีแนวคิดเช่นนี้มาตั้งแต่ยังเด็ก ความจริงแล้ว หากจะบอกว่าเด็กหนุ่มคนนี้เป็นคนที่มีความสามารถรอบด้านก็คงไม่ผิด แม้จะเป็นโรคหอบหืด แต่เขาก็เป็นนักกีฬามากความสามารถ แถมยังสอบเข้าศึกษาในคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยบัวโนไอเรส ได้ในปี 1948
เกวารา มักจะใช้เวลาในวันหยุดของเขา ไปกับการเดินทางท่องเที่ยวไปในทวีปอเมริกากลาง และในปี 1951 เกวาราพร้อมด้วยเพื่อนเก่าที่ชื่อ อัลเบอร์โต กรานาโด ซึ่งเป็นนักชีวเคมีและเป็นผู้มีแนวคิดรุนแรงทางการเมือง ได้ออกเดินทางสำรวจทวีปอเมริกาใต้ด้วยกัน หลังจากที่เคยพูดคุยเกี่ยวกับการเดินทางครั้งนี้มาเป็นเวลาหลายปี
การเดินทางในตำนานของทั้งคู่เกิดขึ้น โดยมีมอเตอร์ไซค์ นอร์ตัน 500 ซีซี ซึ่งมีชื่อเล่นว่า “ลา โปเดโรซา” (จอมพลัง) เป็นพาหนะ ระหว่างการเดินทาง หนุ่มไฟแรงสองคนวางแผนว่าจะไปเป็นอาสาสมัครช่วยผู้ป่วยโรคเรื้อนริมแม่น้ำอเมซอน ในประเทศเปรูราว 2-3 สัปดาห์ ซึ่งช่วงนั้นนี่เอง ที่เกวาราได้พบเห็นด้วยตัวของเขาเองว่า มีประชาชนจำนวนมากที่ยากจนและไร้ซึ่งอำนาจใดๆ เขาจึงเริ่มเชื่อว่า หนทางเดียวที่จะแก้ปัญหาความไม่เท่าเทียมกันทางสังคมในอเมริกากลางก็คือ การปฏิวัติ
หลังเดินทางกลับอาร์เจนตินา เกวารามุ่งมั่นรีบเรียนให้จบให้เร็วที่สุด เพื่อได้ออกเดินทางผจญภัยรอบทวีปอเมริกาใต้อีกครั้ง หนุ่มเรียนดีระดับนักเรียนทุนคนนี้สำเร็จการศึกษาในเดือนมีนาคม 1953
จากผู้สังเกตการณ์ทางการเมือง ชีวิตของเช เกวารา มาถึงจุดเปลี่ยนที่ทำให้เขาลงสนามเอง หลังเรียนจบในปี 1953 เช เกวารา เดินทางไปกัวเตมาลา ซึ่งในขณะนั้นเกิดรัฐประหารล้มล้างรัฐบาลของประธานาธิบดีคาโกบา อาร์เบนซ์ กุซมัน ซึ่งมีแนวคิดเอียงซ้ายมุ่งปฏิรูปสังคม
การล้มล้างรัฐบาลโดยคณะปฏิวัติที่ได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานสืบราชการลับกลางสหรัฐฯ (ซีไอเอ) ทำให้เช เกวารา มองรัฐบาลสหรัฐฯ เป็นพวกจักรวรรดินิยมที่พยายามต่อต้านรัฐบาลที่พยายามกล่าวถึงปัญหาความไม่เท่าเทียมทางสังคมและเศรษฐกิจ ในประเทศละตินอเมริกาและประเทศกำลังพัฒนาทั่วโลก
ช่วงที่อยู่ในกัวเตมาลานี่เอง ที่เช เกวาราได้ชื่อเล่นอันโด่งดังว่า “เช” ซึ่งในภาษาสเปนมักใช้แทนการกล่าวถึงเพื่อน
หลังรัฐประหาร เชเดินทางกลับอาร์เจนตินาเป็นเวลาสั้นๆ จากนั้นเดินทางต่อไปเม็กซิโก ซึ่งที่นั่น เขาได้พบกับฟิเดล คาสโตร ซึ่งลี้ภัยอยู่ที่นั่น เชได้เข้าร่วมเป็นสมาชิก “กลุ่ม 26 กรกฎาคม” กลุ่มก่อการปฏิวัติประเทศคิวบา ของฟิเดล คาสโตร และกองกำลังของคาสโตร 80 คน ที่มีเช เกวารา อยู่ด้วยได้ต่อสู้อย่างกล้าหาญ จนสามารถเอาชนะกองกำลังของพลเอกฟุลเกนซิโอ บาติสตา ผู้นำคิวบาที่กดขี่ข่ม
เหงชาวคิวบาผู้ยากไร้ได้
เมื่อคาสโตรได้ขึ้นเป็นผู้นำคิวบา เชก็ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นทั้งรัฐมนตรีและประธานธนาคารแห่งชาติของคิวบา นอกจากจะมีอิทธิพลในทางนโยบายแล้ว เชยังมีอิทธิพลต่อแนวคิดของประชาชน และเป็นที่รู้จักยิ่งขึ้นไปอีก หลังตีพิมพ์หนังสือเรื่อง “การทำสงครามแบบกองโจร” ซึ่งเขาเขียนขึ้นจากประสบการณ์ที่เรียนรู้มาจากการสู้รบ โดยในหนังสือเล่มนี้พูดถึงกลวิธีที่คนกลุ่มเล็กสามารถเอาชนะกองทัพที่เป็นระบบระเบียบของรัฐบาลได้ ด้วยการสนับสนุนจากชาวบ้านทั่วๆ ไป
หลังกลับจากเดินทางทัวร์จีน อียิปต์ แอลจีเรีย และ คองโก นาน 3 เดือน เชก็หายตัวไปอย่างลึกลับ เขาไม่ปรากฏตัวในคิวบาเลยนับตั้งแต่เดือนเมษายนปี 1965 ทำให้เกิดข่าวลือต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นข่าวว่าเขาหลบหน้าเพราะนโยบายที่วางไว้สมัยเป็นรัฐมนตรีอุตสาหกรรมล้มเหลว หรือว่าคาสโตรซึ่งใกล้ชิดกับโซเวียตไม่พอใจที่เชหันเข้าหาจีนมากขึ้น ไปจนถึงเรื่องที่เชได้รับความนิยมมาก จนคาสโตรเห็นว่าเขาเป็นภัยคุกคาม
วันที่ 3 ตุลาคมปีเดียวกัน คาสโตรออกมาเปิดเผยว่าได้รับจดหมายไม่ลงวันที่ ซึ่งเชส่งมาให้เขาเมื่อหลายเดือนก่อน ระบุว่า เช เกวารายังมุ่งมั่นในการปฏิวัติคิวบา แต่ได้ตัดสินใจเดินทางไปช่วยเหลือและร่วมต่อสู้แบบกองโจรในต่างประเทศ และขอประกาศลาออกจากตำแหน่งทั้งหมดในพรรค ในรัฐบาล และในกองทัพ อีกทั้งยังสละสิทธิพลเมืองคิวบา ที่ได้รับมาหลังร่วมปฏิวัติในปี 1959 ด้วย
ความเป็นไปของเช เกวารา เป็นความลับอยู่นานถึง 2 ปี ในปี 1967 จึงปรากฏแน่ชัดว่าเขาไปปรากฏตัวอยู่ที่โบลิเวียเพื่อนำการปฏิวัติต่อต้านประธานาธิบดี เรเน บาร์เรียนโตส ที่นั่นเชเผชิญกับภารกิจยากลำบาก ในการนำกลุ่มกองโจรต่อสู้กับกองทัพโบลิเวียที่ได้รับการฝึกและสนับสนุนเป็นอย่างดีจากซีไอเอ
ในวันที่ 8 ตุลาคม 1967 เชถูกกองทัพโบลิเวียจับกุมตัวได้ ประธานาธิบดีบาร์เรียนโตสสั่งการให้สังหารเขาทันทีที่รู้ข่าว เขาถูกนำตัวเข้าไปในอาคารของโรงเรียนสภาพเก่าแห่งหนึ่ง ก่อนจะถูกมัดตัวติดกับแผ่นกระดาน ว่ากันว่าผู้ปลิดชีพบุคคลที่เป็นสัญลักษณ์แห่งการต่อสู้ เป็นเพียงทหารระดับนายสิบที่ไปช่วยในการจับไม้สั้นไม้ยาว
เช เกวาราจบชีวิตลงเมื่ออายุ 39 ปี ร่างของเขาถูกนำถ่ายภาพและนำไปจัดแสดง อีกทั้งมีการพิมพ์ลายนิ้วมือของเขาเก็บไว้เป็นหลักฐาน จากนั้นมือทั้งสองข้างของเขาถูกตัดส่งไปให้ฟิเดล คาสโตร ซึ่งออกมาประกาศข่าวการเสียชีวิต พร้อมสั่งชาวคิวบาทั่วประเทศไว้อาลัยเป็นเวลา 3 วัน เมื่อวันที่ 15 ตุลาคม
หลังการจากไปของเช ไม่มีใครรู้ว่าศพของเขาอยู่ที่ไหน จนกระทั่งไป 1995 จอน ลี แอนเดอร์สัน ผู้เขียนชีวประวัติของ เช เกวารา ได้ไปสัมภาษณ์ ทหารระดับพลเอกของโบลิเวียคนหนึ่ง จนได้ทราบว่า ศพของเช ถูกฝังอยู่ที่รันเวย์แห่งหนึ่ง นอกเมืองวัลเลกรองด์ ในโบลิเวีย
ปี 1997 มีการนำศพเช เกวารา กลับคิวบา หลังการตรวจสอบทางดีเอ็นเอพบว่าเป็นร่างของเขาจริง ฟิเดล คาสโตรจึงสั่งการจัดพิธีศพยิ่งใหญ่สมเกียรตินักปฏิวัติ ก่อนจะนำร่างของเช ฝังที่เมืองซานตา คลารา ซึ่งเป็นเมืองที่เขาชนะสงครามการปฏิบัติคิวบา
การเผยแพร่ภาพศพของเช เกวารา ทำให้ตำนานของเขาเป็นที่กล่าวขวัญ และกระตุ้นให้เกิดการเดินขบวนประท้วงการสังหารเขาทั่วโลก มีการเขียนบทความและบทกลอนอุทิศให้การจากไปของบุรุษนักปฏิวัติ แม้แต่คนที่ไม่เห็นด้วยกับแนวคิดคอมมิวนิสต์ก็ยังชื่นชมการอุทิศตนของเขา
ชาวตะวันตกรุ่นหนุ่มสาวหลายคนยกย่องเช เพราะเขาละทิ้งชีวิตสบายๆ ไปต่อสู้เพื่อการเปลี่ยนแปลง และเมื่อมีอำนาจในคิวบา เขาก็ยังยอมสละตำแหน่งต่างๆ เพื่อไปต่อสู้เพื่ออุดมการณ์ จนกระทั่งเสียชีวิต
เช เกวารา กลายเป็นสัญลักษณ์ของอิสรภาพและเสรีภาพ ภาพถ่ายเขาที่ อัลเบอร์โต กอร์ดา ช่างภาพชาวคิวบา บันทึกไว้ช่วงทศวรรษ 1960 กลายเป็นหนึ่งในภาพที่ผู้คนจดจำได้มากที่สุดในรอบศตวรรษ
ที่น่าเสียดายก็คือ เช เกวารา กลายเป็นวัตถุทางการค้า ภาพของเขาไปปรากฏอยู่บนสินค้าต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเสื้อยืด หมวก สติกเกอร์ โดยมีคนไม่มากนักที่เข้าใจหรือพยายามเรียนรู้ เกี่ยวกับสิ่งที่เขาต่อสู้เรียกร้องมาโดยตลอด
2 Sepico
‘แกะดำ’ แห่งวงการตำรวจ แฟรงค์ เซอร์ปีโก ตำรวจหนุ่มแห่งมหานครนิวยอร์ก ผู้สร้างประวัติศาสตร์สะเทือนวงการตำรวจทั่วสหรัฐอเมริกา เรื่องจริงของตำรวจ ‘ตงฉิน’ ที่ทนไม่ได้ต่อการคอรัปชั่นทุกรูปแบบในวงการ ไม่ว่าจะเป็นการรีดไถเงิน การโกงกินโดนมิชอบด้วยกฎหมายของคนในชุดเครื่องแบบเดียวกัน เซอร์ปีโกพยายามต่อสู้อย่างถึงที่สุดกับความเลวร้ายทุกรูปแบบของบุคคลผู้สวมชุดยูนิฟอร์มในความยึดมั่นถือมั่นและศรัทธาในอาชีพตำรวจของเขา
การเคลื่อนไหวของเขาส่งผลกระทบในวงกว้างต่อวงการตำรวจ กระทั่งทางการได้จัดกรรมการสอบสวนพิเศษขึ้น ผลการสอบสวนในครั้งนั้นทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจหลายคน รวมถึงนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ตกเป็นจำเลยในคดีทุจริตโกงกินครั้งยิ่งใหญ่ของอเมริกา และมีผลให้ผู้บัญชาการตำรวจแห่งมหานครนิวยอร์กต้องลาออกจากตำแหน่ง
เซอร์ปิโก ถูกยิงเข้าที่ใบหน้าขณะปฏิบัติหน้าที่ โดยที่เขาเองก็ไม่สามารถระบุตัวตนผู้กระทำได้ เขาบาดเจ็บสาหัสอาการปางตาย แต่เขากลับรอดชีวิตราวปาฏิหาริย์ การถูกยิงของเซอร์ปิโกส่งผลให้วงการตำรวจเคลื่อนไหวลุกลี้ลุกลนกันยกใหญ่ เนื่องด้วยข้อสันนิษฐานของสังคมที่ว่า เป็นการกระทำของผู้ร้ายจริงๆ หรือเป็นการกระทำของคนในเครื่องแบบเดียวกัน ที่ต้องมีข้อถกเถียงกันอันเนื่องมาจากนิสัยความเถรตรงของเซอร์ปิโก้ ก่อเกิดศัตรูที่เป็นทั้งอาชญากรร้าย และศัตรูที่แฝงเร้นกายอยู่ในชุดสีเดียวกัน เขาโดดเดี่ยว หัวเดียวกระเทียบลีบ เหตุการณ์ครั้งนั้นทำให้ต้องมีการแต่งตั้งขณะกรรมการสอบสวนขึ้นเพื่อไขความจริง
ความสำเร็จของภาพยนตร์เรื่อง Serpico มาจากความศรัทธาในตัวผู้ชม รวมไปถึงก้นบึ้งของประชาชนทั่วไปที่กำหมดหวัง เหนื่อยหน่าย และเอือมระอาต่อสภาพสังคมยุคนั้น-- Serpico ได้มอบทางออกที่เป็นรูปธรรมอันชัดเจนแก่พวกเขา เป็นฮีโร่ในแบบฉบับของคนดี เป็นตัวอย่างแก่พลเมืองในการยึดถือเป็นแบบอย่าง
‘Godfather’ ทำลายความเชื่อของอเมริกันชนว่า การเป็นบุคคลที่ประสบความสำเร็จนั้น ไม่จำเป็นต้องเป็นสุจริตชนและมีอาชีพที่ถูกต่อกฎหมาย เป็นการทำให้สังคมอเมริกันหวาดผวาครั้งใหญ่หลวง แต่การมาถึงของ ‘Sepico’ เป็นการดึงศรัทธาของประชาชนกลับมาให้เชื่อถือและยึดมั่นในความดีงาม การปฏิบัติหน้าที่ตามครรลองและไม่ขัดต่อกฎหมายศีลธรรมบ้านเมือง ภาพยนตร์ทั้งสองเรื่องมีนักแสดงระดับตำนานถ่ายทอดไว้อย่างยอดเยี่ยม
‘อัล ปาซิโน’ รับบท ‘แฟรงค์ เซอร์ปิโก’ เขาได้รับรางวัลนักแสดงนำชายยอดเยี่ยมปาล์มทองคำจากเมืองคานส์ อัล ปาซิโน กับ แฟรงค์ เซอร์ปิโก ตัวจริงต่างก็มีหน้าตาที่คล้ายคลึงกันมาก เขาทั้งสองมีการพบปะกันก่อนการถ่ายทำ โดยที่ปาชิโนนั้นได้มีการพูดคุยและร่วมนั่งรถสายตรวจไปพร้อมๆ กับเซอร์ปีโก เพื่อศึกษาท่าทาง ทัศนคติ และการใช้ชีวิตประจำวัน เพื่อเป็นประโยชน์แก่การแสดงของเขา ปาซิโนทราบดีอยู่ตลอดเวลาว่าบทบาทของเขาจะกลายเป็นอมตะ และมันจะถูกกล่าวขวัญไปอีกยาวนาน เขาต้องการให้การแสดงของเขาในบทตำรวจนั้นอยู่ในใจของคน มากกว่าการเป็นตำรวจอย่างผิวเผิน หลังจากที่หนังออกฉายในเวลาต่อมา Sepico ก็กลายเป็นภาพยนตร์อมตะที่ทรงอิทธิพลอย่างสูงต่ออเมริกา นานาชาติ รวมไปถึงในประเทศไทยเราด้วย
(บริบททางสังคมในยุคสมัยนั้น สังเกตได้จากการติดรูปของอัล ปาชิโน ในบทบาทของแฟรงค์ เซอร์ปีโกไว้ที่บังโคลนรถบรรทุกอย่างแพร่หลาย ซึ่งในความหมายลึกๆ นั้นต้องลองตีความกันเอาเอง)
การต่อสู้ของ แฟรงค์ เซอร์ปิโก ถือเป็นการต่อสู้ครั้งสำคัญของยุคสมัย เขาหันหน้าชนกับความสกปรกโสมมทั้งหลายทั้งปวงที่เกิดขึ้นในวงการตำรวจสหรัฐอเมริกา ด้วยศรัทธาและอุดมการณ์ที่แน่วแน่ในการวาดฝันตั้งแต่วัยเด็กของเขาว่าโตขึ้นจะเป็นตำรวจที่ดี เป็นตำรวจในแบบที่ประชาชนรักและต้องการให้มีอยู่เพื่อปกป้องพวกเขา การมีผู้พิทักษ์สันติราษฎร์แบบเซอร์ปีโกอยู่สักเพียงหนึ่งคน
เซอร์ปีโก มีเนื้อหาที่สอดคล้องกับเมืองไทยในหลายๆ อย่าง ความจริงที่ไม่เคยปรากฏ ความอยุติธรรมบนความเหลื่อมล้ำของกฎหมาย และในท้ายที่สุดแล้ว นายตำรวจคนหนึ่งสามารถเปลี่ยนแปลงสังคมได้ ด้วยการแลกความดีงามกับการเฉียดซึ่งความตาย เราไม่สามารถปฏิเสธเรื่องจริงที่เกิดขึ้นได้ และขอน้อมรับเรื่องราวภาพยนตร์เรื่องนี้ไว้เป็นอุทาหรณ์ซึ่งยุคหนึ่งมันเคยส่งอิทธิพลต่อโลกของผู้พิทักษ์สันติราษฎร์อย่างมหาศาล
“ข้าพเจ้าเชื่อว่าการทุจริตจะไม่บังเกิดขึ้น ถ้าผู้ใหญ่ไม่ยินยอมให้เกิดขึ้น”
-คำพูดตอนหนึ่งของเซอร์ปีโก้ ที่สะท้อนเข้าไปในหัวใจของอเมริกันชน-
(ข้อมูลบางส่วนจากหนังสือเรื่อง Sepico ของ Peter Maas)
และสาเหตุที่เป็นขวัญใจรถบรรทุกเนื่องจาก Serpico เป็นตำรวจตงฉิน ซึ่งตรงข้ามกับตำรวจทั่วไปที่ชอบรีดไถตามท้องถนน ทำให้ ภาพ Serpico มักติดอยู่ตามท้ายรถบรรทุกในสมัยช่วงที่หนังเรื่องนี้กำลังดัง
35 ปี Cobra (1986) ชายผู้อยู่ท้ายรถบรรทุก
ปีที่ออกฉาย: 23 พฤษภาคม 1986
แนวหนัง: Action
ความยาว: 87 นาที
เรทติ้ง: R
นักแสดง: ซิลเวสเตอร์ สตอลโลน (ร่วมเขียนบท), บริตจิต นีลสัน, เรนี่ ซานโตนี่, แอนดรูว์ โรบินสัน, ไบรอัน ทอมป์สัน ฯลฯ
ผู้กำกับ: จอร์จ พี. คอสมาตอส
สร้างจาก: หนังสือนิยายของพอลล่า กอสลิ่งในชื่อว่า Fair Game ซึ่งตอนหลังถูกนำไปสร้างเป็นภาพยนต์แนวแอ็คชั่นที่นำแสดงโดย
วิลเลี่ยม บอลวินด์ และซินดี้ ครอว์ฟอร์ด ในชื่อเรื่องเดียวกันในปี 1995
เรื่องย่อ: กลุ่มโจรคลั่งลัทธินีโอ-ฟาสซิสต์, นำโดยผู้นำที่เรียกตัวเองว่า "ไนท์ สแลชเชอร์" (ไบรอัน ทอมป์สัน) เริ่มก่อคดีปล้นและฆาตกรรมต่อเนื่องอย่างรุนแรงจนสร้างความหวาดผวาให้กับผู้คนในพื้นที่ ต่อมามีโจรบุกยิงในร้านค้าสะดวกซื้อแห่งหนึ่งและมีการจับตัวประกันเอาไว้ ทางตำรวจได้เรียกตัวนักสืบมือดี หมวดแมเรียน "คอบร้า" โคเบรติ (ซิลเวสเตอร์ สตอลโลน) ผู้ซึ่งเป็นตำรวจพันธ์โหดและไม่ยอมจับเป็นโจรหน้าไหนทั้งสิ้น เพื่อเข้ามาคลี่คลายสถานการณ์ตึงเครียดนี้ ส่วนโจรก็เอาแต่พรั่งพรูถึงแนวคิดหลุดโลกของ "โลกใหม่" และขณะที่มันกำลังจะยิงคอบร้า เขาก็ขว้างมีดใส่โจรก่อนที่จะยิงโจรจอมโหดคนนี้เมื่อมันไม่ยอมวางอาวุธ ต่อมา ก็เกิดคดีในลักษณะเดียวกันอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งเป็นฝีมือของไนท์ สแลชเชอร์ และยังคงมีอยู่อย่างต่อเนื่อง ทว่าคราวนี้มีพยานเห็นเหตุการณ์ ซึ่งเป็นหญิงสาวนามว่า อิงกริด นุตเซ่น (บริตจิต นีลสัน) ซึ่งเธอก็สามารถหลบพ้นเงื้อมมือของพวกมันได้ก่อนที่มันจะลงมือ แต่ก็ไม่นานก่อนที่พวกมันจะเริ่มหันมาเล่นงานทั้งเธอและโคเบรติ ดังนั้นเขาจึงตัดสินใจที่จะพาเธอไปหลบซ่อนตัวในที่ปลอดภัยนอกเมือง แต่พวกมันกลับใช้ข้อมูลภายในเพื่อค้นหาทั้งสองคน คราวนี้เองที่คอบร้าจะต้องปกป้องเธอจากพวกโจรที่เหี้ยมเกีรยมที่สุดเท่าที่เคยเจอมา...
3 Cobra (1986) ชายผู้อยู่ท้ายรถบรรทุก
ปีที่ออกฉาย: 23 พฤษภาคม 1986
แนวหนัง: Action
ความยาว: 87 นาที
เรทติ้ง: R
นักแสดง: ซิลเวสเตอร์ สตอลโลน (ร่วมเขียนบท), บริตจิต นีลสัน, เรนี่ ซานโตนี่, แอนดรูว์ โรบินสัน, ไบรอัน ทอมป์สัน ฯลฯ
ผู้กำกับ: จอร์จ พี. คอสมาตอส
สร้างจาก: หนังสือนิยายของพอลล่า กอสลิ่งในชื่อว่า Fair Game ซึ่งตอนหลังถูกนำไปสร้างเป็นภาพยนต์แนวแอ็คชั่นที่นำแสดงโดย
วิลเลี่ยม บอลวินด์ และซินดี้ ครอว์ฟอร์ด ในชื่อเรื่องเดียวกันในปี 1995
เรื่องย่อ: กลุ่มโจรคลั่งลัทธินีโอ-ฟาสซิสต์, นำโดยผู้นำที่เรียกตัวเองว่า "ไนท์ สแลชเชอร์" (ไบรอัน ทอมป์สัน) เริ่มก่อคดีปล้นและฆาตกรรมต่อเนื่องอย่างรุนแรงจนสร้างความหวาดผวาให้กับผู้คนในพื้นที่ ต่อมามีโจรบุกยิงในร้านค้าสะดวกซื้อแห่งหนึ่งและมีการจับตัวประกันเอาไว้ ทางตำรวจได้เรียกตัวนักสืบมือดี หมวดแมเรียน "คอบร้า" โคเบรติ (ซิลเวสเตอร์ สตอลโลน) ผู้ซึ่งเป็นตำรวจพันธ์โหดและไม่ยอมจับเป็นโจรหน้าไหนทั้งสิ้น เพื่อเข้ามาคลี่คลายสถานการณ์ตึงเครียดนี้ ส่วนโจรก็เอาแต่พรั่งพรูถึงแนวคิดหลุดโลกของ "โลกใหม่" และขณะที่มันกำลังจะยิงคอบร้า เขาก็ขว้างมีดใส่โจรก่อนที่จะยิงโจรจอมโหดคนนี้เมื่อมันไม่ยอมวางอาวุธ ต่อมา ก็เกิดคดีในลักษณะเดียวกันอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งเป็นฝีมือของไนท์ สแลชเชอร์ และยังคงมีอยู่อย่างต่อเนื่อง ทว่าคราวนี้มีพยานเห็นเหตุการณ์ ซึ่งเป็นหญิงสาวนามว่า อิงกริด นุตเซ่น (บริตจิต นีลสัน) ซึ่งเธอก็สามารถหลบพ้นเงื้อมมือของพวกมันได้ก่อนที่มันจะลงมือ แต่ก็ไม่นานก่อนที่พวกมันจะเริ่มหันมาเล่นงานทั้งเธอและโคเบรติ ดังนั้นเขาจึงตัดสินใจที่จะพาเธอไปหลบซ่อนตัวในที่ปลอดภัยนอกเมือง แต่พวกมันกลับใช้ข้อมูลภายในเพื่อค้นหาทั้งสองคน คราวนี้เองที่คอบร้าจะต้องปกป้องเธอจากพวกโจรที่เหี้ยมเกีรยมที่สุดเท่าที่เคยเจอมา...
Cobra ความเท่ห์และความรุนแรงตัวแทนที่คนขับรถบรรทุกอยากจะบอกกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ เขาจึงได้ถูกอัญเชิญไปท้ายรถบรรทุกด้วยเช่นกัน
ที่มา เจาะเวลาหาอดีต
บันทึก..ผึ้งเริ่มเข้ารังครั้งใหม่ 26/5/67
14/05/2024
ส่งน้ำผึ้งจ้า
หมานๆเฮงๆ
14/05/2024
น้ำผึ้งคืออ้วกของผึ้ง และมันมีอายุเป็นอมตะ (ตราบที่ยังไม่ได้เปิดขวด)
🍯🐝
#น้ำผึ้ง
ความหวานบริสุทธิ์ที่ว่านี้ มีกรรมวิธีการผลิตที่ค่อนข้างซับซ้อน เริ่มต้นจากการที่ผึ้งงานผู้มีหน้าที่ออกหาน้ำหวานจะบินออกไปเก็บน้ำหวานดอกไม้ ผึ้งแต่ละชนิดมีรัศมีและระดับความสูงในการออกหาน้ำหวานต่างกัน เพราะฉะนั้นมันจึงได้น้ำหวานจากดอกไม้ต่างชนิดกัน และให้น้ำผึ้งที่มีรสชาติต่างกันไปด้วย หลังจากเจอน้ำหวานแล้ว ผึ้งจะเก็บน้ำหวานไว้ในกระเพาะพิเศษที่เรียกว่ากระเพาะน้ำผึ้ง (Honey Stomach หรือ Crop) ซึ่งเป็นกระเพาะที่แยกต่างหาก ไม่เกี่ยวกับกระเพาะอาหาร ดังนั้นน้ำหวานเหล่านี้จึงจะไม่ปนเปื้อนกับอาหารในตัวผึ้งอย่างแน่นอน
หลังจากเก็บน้ำหวานได้แล้ว ผึ้งที่ทำหน้าที่หาอาหารก็จะบินกลับมาที่รังแล้ว ‘สำรอก’ เอาน้ำหวานในกระเพาะน้ำผึ้งออก ถ่ายเทลงไปในปากของผึ้งอีกตัวที่ทำหน้าที่เก็บรักษาน้ำผึ้ง ก่อนที่มันจะสำรอกน้ำผึ้งส่งต่อๆ ไปยังผึ้งตัวสุดท้ายที่ทำหน้าที่บรรจุน้ำผึ้งลงในรังผึ้ง แล้วปิดรูที่มีน้ำผึ้งบรรจุอยู่เต็มด้วยไขผึ้งให้สนิท เพื่อเก็บเป็นเสบียงสำหรับผึ้งทั้งรังในช่วงฤดูหนาว
ดังนั้นถ้าเรานับว่าการสำรอกอะไรสักอย่างกลับออกมาทางปากหมายถึงการอ้วกล่ะก็ น้ำผึ้งก็คืออ้วกของผึ้งที่อ้วกส่งต่อกันเป็นทอดๆ หลายๆ ตัวมารวมกันนั่นแหละ (แต่มันก็ถือว่าเป็นอ้วกที่รสชาติดีทีเดียวนะ)
นอกจากการอ้วกไปอ้วกมาจะช่วยให้เหล่าผึ้งสามารถสร้างระบบจัดเก็บอาหารที่มีประสิทธิภาพได้แล้ว ในกระเพาะน้ำผึ้งของผึ้งแต่ละตัวยังเป็นแหล่งผลิตและส่งต่อเอนไซม์สำคัญที่ช่วยเปลี่ยนองค์ประกอบของน้ำหวานให้ข้นหนืดขึ้นได้ เอนไซม์เหล่านี้เองเชื่อว่าเป็นเคล็ดลับสำคัญที่ทำให้น้ำผึ้งเป็น ‘อาหารที่มีชีวิต’ ซึ่งดีต่อสุขภาพของมนุษย์
นอกจากเอนไซม์แล้ว การสำรอกน้ำหวานแบบปากต่อปาก เปลี่ยนจากกระเพาะผึ้งตัวนี้ไปกระเพาะผึ้งตัวโน้น ยังทำให้ค่า pH ของน้ำผึ้งอยู่ในระดับที่เก็บรักษาไว้ได้นาน เพราะไม่เหมาะกับการเจริญเติบโตของแบคทีเรียตัวร้ายที่จะทำให้อาหารเน่าเสีย น้ำผึ้งที่ถูกเก็บไว้ในรังแล้วปิดตายด้วยไขผึ้งจึงถือเป็นอาหารที่มีอายุเป็นอมตะ ไม่ว่าจะเก็บไว้นานแค่ไหนก็ไม่มีวันเสีย (แต่ก็อาจจะมีรสชาติที่เปลี่ยนไปได้ โดยเฉพาะเมื่อมันเกิดกระบวนการหมักขึ้นตามธรรมชาติ)
นอกจากเอมไซม์จากกระเพาะผึ้งและค่า pH ที่ไม่เหมาะกับการเจริญเติบโตของจุลินทรีย์ชนิดเลวแล้ว น้ำผึ้งยังมีคุณสมบัติเป็นอมตะเพราะมีความชื้นอยู่น้อย ซึ่งก็เป็นคุณูปการจากเหล่าผึ้งตัวจิ๋วที่จะช่วยกัน ‘กระพือปีก’ เพื่อไล่ความชื้นออกจากน้ำผึ้งให้เหลือน้อยที่สุด คืออยู่ที่ประมาณ 20-25 เปอร์เซ็นต์ เท่านั้น เหล่าผึ้งจะมีสัญชาตญาณในการ QC หรือตรวจสอบคุณภาพน้ำผึ้งที่แม่นยำมาก เพราะโดยธรรมชาติแล้วน้ำผึ้งก็คือคลังอาหารสำรองสำหรับผึ้งทั้งรัง มันจึงต้องอยู่ในสภาพที่สามารถเก็บรักษาไว้ได้นานที่สุดเท่าที่จะนานได้นั่นเอง
และแน่นอนว่ามนุษย์ก็ได้ใช้ประโยชน์จากคลังอาหารของผึ้งด้วยเช่นกัน โดยน้ำผึ้งที่ถูกเก็บเกี่ยวและบรรจุอย่างเป็นมาตรฐาน ปิดผนึกแน่นหนาแบบไม่ให้อากาศภายนอกเข้าไปในบรรจุภัณฑ์ได้ ก็จะมีอายุแทบจะเป็นอมตะเช่นเดียวกับน้ำผึ้งที่ถูกเก็บรักษาไว้ในรังที่ปิดผนึกแล้ว
อย่างไรก็ตาม ความรู้ทางวิทยาศาสตร์และโภชนศาสตร์ก็ได้พิสูจน์ข้อเท็จจริงใหม่แล้วว่า น้ำผึ้งไม่ใช่อาหารที่บริสุทธิ์และปลอดภัยเสมอไป แม้จะถูกเก็บรักษาไว้เป็นอย่างดีก็ยังเกิดการปนเปื้อนได้ โดยเฉพาะเชื้อแบคทีเรียคลอสทริเดียมโบทูลินัม (Clostridium botulinum) ที่เป็นอันตรายกับเด็กทารก ดังนั้นจึงไม่แนะนำให้เด็กที่อายุน้อยกว่า 1 ปีกินอาหารที่มีน้ำผึ้งเป็นส่วนประกอบโดยสิ้นเชิง ส่วนในวัยผู้ใหญ่ เชื้อที่ว่านี้จะถูกกำจัดออกไปจากร่างกายได้ก่อนที่มันจะเพิ่มจำนวนจนเป็นพิษ ดังนั้นจึงสามารถบริโภคได้โดยไม่เป็นอันตราย แต่ก็ควรบริโภคแต่พอดี เพราะยังไงน้ำผึ้งก็ยังถือว่าเป็นน้ำตาลชนิดหนึ่งที่สามารถส่งผลต่อสุขภาพได้ไม่ต่างจากน้ำตาลสังเคราะห์อื่นๆ เลย
🐝🐝🐝🐝🐝🐝🐝
💪💪💪💪💪💪
💖💖💖💖💖💖
นี่คือเหตุผลที่เรามีน้ำผึ้งจากดอกสับปะรด
05/05/2024
จัดส่งเมื่อวาน
ปลายทางเชียงใหม่🙏💖
คลิกที่นี่เพื่อเป็นสมาชิก?
ประเภท
เว็บไซต์
ที่อยู่
Chiang Rai
57180