GoodshapeGoodhealth
แนะนำการดูแลรูปร่าง สุขภาพ และการท?
03/03/2021
คุณเคยเจอปัญหาแบบนี้ไหมคะ … “อยากออกกำลังกาย แต่เริ่มต้นไม่ได้สักที” … “ออกกำลังกายได้สักช่วงหนึ่ง แล้วก็เริ่มเบื่อ เริ่มขี้เกียจ สุดท้ายก็เลิกออกกำลังกาย” …หรือ… “ออกกำลังกายไปสักพัก ชักจะเริ่มอ่อนหล้า แล้วก็ค่อย ๆ พัก พักนาน ๆ เข้าก็หยุดออกกำลังกาย” … ซึ่งปัญหาเหล่านี้ส่วนใหญ่เกิดจากการขาดการเริ่มต้นหรือการเตรียมตัวที่ดีก่อนออกกำลังกายค่ะ
การเริ่มต้นหรือการเตรียมตัวก่อนออกกำลังกายเป็นสิ่งสำคัญมากค่ะ เพราะจะช่วยกระตุ้นให้เราออกกำลังกายได้สม่ำเสมอ ออกกำลังกายได้ถูกต้องและส่งผลที่ดีต่อสุขภาพด้วย ทุกคนลองเริ่มต้นตามนี้ได้นะคะ
1. กำหนดเป้าหมายในการออกกำลังกาย
คนส่วนใหญ่มักจะออกกำลังกายตามที่ตัวเองสนใจ หรือเป็นที่นิยม ซึ่งผลที่ตามมาอาจไม่ตรงตามที่เราต้องการ และเป็นเหตุให้เราหยุดหรือเลิกออกกำลังกายไป ดังนั้นสิ่งสำคัญอันดับแรกก่อนที่จะออกกำลังกายก็คือ “ต้องรู้ก่อนค่ะว่าเราต้องการผลแบบไหนจากการออกกำลังกาย” การกำหนดเป้าหมายจะทำให้เราเลือกวิธีออกกำลังกายและวางแผนการกำลังกายได้ถูกต้อง และเหมาะสมกับความต้องการของเราค่ะ แล้วผลของการออกกำลังกายหรือเป้าหมายในการออกกำลังกายมีอะไรบ้าง ไปดูกันค่ะ
- เพื่อสุขภาพแข็งแรง โดยจะเน้นการออกกำลังกายที่ช่วยสร้างความแข็งแรงของระบบหัวใจ หลอดเลือด และปอด อย่างการคาร์ดิโอ หรือการออกกำลังกายแบบแอโรบิก เช่น การวิ่งเหยาะ เดินเร็ว ว่ายน้ำ ปั่นจักรยาน หรือการเต้นแอโรบิก ควรทำอย่างน้อยวันละ 30 นาที 3 – 5 วันต่อสัปดาห์ และไม่ควรหักโหมมากเกินไปจนเวียนหัว หรือแน่นหน้าอก
- เพื่อลดน้ำหนัก เป้าหมายนี้จะต้องปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกินควบคู่กับการออกกำลังกายไปด้วย โดยเริ่มจากหลีกเลี่ยงการกินของทอด ของมัน ของเค็มหรือรสจัด ของหวาน เช่น น้ำอัดลม น้ำหวานต่าง ๆ ขนมขบเขี้ยว เป็นต้น ส่วนการออกกำลังกาย จะเน้นการออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอก่อน เพื่อเพิ่มความแข็งแรงของร่างกายและเพิ่มการเผาผลาญไขมันในร่างกาย หลังจากที่หุ่นเริ่มลดลงแล้วก็จะเน้นการออกกำลังกายแบบ Weight Training เพื่อเพิ่มมวลกล้ามเนื้อ สร้างกล้ามเนื้อให้แข็งแรง และเพิ่มระบบการเผาผลาญในร่างกาย เพราะกล้ามเนื้อเป็นเหมือนเตาเผาไขมันแม้เราจะไม่ได้ออกแรงทำอะไรก็ตาม
- เพื่อสร้างหุ่น หรือสร้างกล้ามเนื้อ การสร้างหุ่นเป็นได้ทั้งการเพิ่มขนาดตัวสำหรับคนที่ผอมเกินไป หรือคนตัวเล็ก และการฟิตหุ่นให้เฟิร์มกระชับสำหรับคนที่ไม่ได้อ้วนมาก แต่มีกล้ามเนื้อน้อย เป้าหมายนี้จะเน้นการออกกำลังกายแบบ Weight Training แต่จะคาร์ดิโอน้อยกว่า เพื่อเน้นการทำงานของกล้ามเนื้อ เมื่อกล้ามเนื้อมีการทำงานเพิ่มขึ้น มวลกล้ามเนื้อก็จะเพิ่มขึ้น แข็งแรงขึ้น และเห็นมวลกล้ามเนื้อชัดขึ้นนั่นเอง
2. วางแผนการออกกำลังกาย
เมื่อเรารู้เป้าหมาย และวิธีการออกกำลังกายที่เหมาะสมกับเป้าหมายแล้ว เราก็จะมาวางแผนกันว่าเราจะออกกำลังกายวันละกี่นาที สัปดาห์ละกี่วัน จะออกกำลังกายวันไหนบ้าง ช่วงเวลาไหนที่เราสะดวกหรือเหมาะสม ถ้าหากกลัวเบื่อก็อาจจะจัดกิจกรรมออกกำลังในแต่ละวันให้ต่างกัน แต่ยังคงเป็นไปตามเป้าหมายของเราอยู่ เช่น เรามีเป้าหมายเพื่อสร้างหุ่นสร้างกล้ามเนื้อ วันนี้เราอาจเน้นสร้างกล้ามเนื้อส่วนขาและหน้าท้อง แล้วพรุ่งนี้ไปเน้นส่วนหลังและแขน เป็นต้น การวางแผนหรือจัดตารางออกมาจะเป็นการฝึกให้เราออกกำลังกายได้สม่ำเสมอ และไปถึงเป้าหมายได้ในที่สุดค่ะ
3. ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกิน
การกินถือว่าสำคัญมาก ๆ สำหรับทุกเป้าหมายเลยค่ะ เพราะมันส่งผลต่อสุขภาพโดยรวมอย่างมากเลย หลายคนอาจรู้สึกว่าการที่ต้องคอยคำนวณแคลอรี่ในทุก ๆ วันมันเป็นเรื่องยาก (ถึงมันจะสำคัญมากก็ตาม) งั้นเรามาเริ่มต้นง่าย ๆ กันก่อน ก็คือ งดของกินที่ไม่จำเป็นหรือไม่มีประโยชน์ เช่น น้ำอัดลม น้ำหวาน ขนมขบเคี้ยว ของหวานหรือขนมหวานต่าง ๆ เป็นต้น จากนั้นเราก็มาลดพวกของทอด ของมัน หรืออาหารรสจัดรสเค็ม และทานอาหารให้ครบทั้ง 5 หมู่ เลือกทานเนื้อสัตว์ที่มีมันน้อย ทานผักผลไม้เยอะขึ้น และที่สำคัญคือ ไม่อดอาหาร แม้ว่าการอดอาหารจะทำให้เราผอมได้ในช่วงแรก แต่ก็นำมาซึ่งสุขภาพที่แย่ลง เพราะร่างกายได้รับสารอาหารไม่เพียงพอนั่นเอง
สิ่งสำคัญสำหรับมือใหม่
1.ควรอบอุ่นร่างกายทั้งก่อนและหลังออกกำลังกาย เพื่อเตรียมร่างกายให้พร้อม และลดความเสี่ยงการบาดเจ็บจากการออกกำลังกาย
2.ผู้เริ่มต้นที่ไม่คุ้นชินกับการออกกำลังกาย ควรเริ่มจากออกกำลังกายต่อเนื่อง 5-10 นาที/ครั้ง วันละ 2-3 ครั้ง เมื่อเริ่มคุ้นชินก็ค่อยเพิ่มเป็น 30-45 นาที/วัน สัปดาห์ละ 3-5 วัน และไม่ควรออกกำลังกายนานเกินไป (2-3 ชั่วโมง) เพราะจะทำให้ร่างกายเครียด อ่อนหล้า และไม่พัฒนา
3.หากเกิดการบาดเจ็บ ก็ควรหยุดพัก เพราะยิ่งทำทั้ง ๆ ที่ยังเจ็บอยู่ อาการเจ็บนั้นก็ยิ่งหายช้า
4.เมื่อมีอาการคลื่นไส้ วิงเวียนศีรษะ หรือมีอาการบาดเจ็บเกิดขึ้น ควรหยุดออกกำลังกายทันที
เป็นอย่างไรกันบ้างคะ แม้ว่าการเริ่มต้นทำสิ่งใหม่จะยากสักนิด แต่ถ้าเรามีเป้าหมาย เตรียมตัว และวางแผน ก็จะช่วยเราอย่างมากเลยค่ะ ค่อย ๆ ทำสม่ำเสมอ เชื่อว่าทุกคนทำได้แน่นอนค่ะ เป็นกำลังใจให้ทุกคนมีสุขภาพที่ดียิ่งขึ้นนะคะ
02/03/2021
เราจะเห็นได้ว่า หลายคนรอบ ๆ ตัวเราเริ่มตื่นเช้าออกมาวิ่ง หรือร่วมรายการแข่งวิ่งต่าง ๆ แล้ว “การวิ่งดีอย่างไร ทำไมหลายคนถึงออกมาวิ่งกัน?”
การวิ่งเป็นการออกกำลังที่ง่าย ไม่ต้องใช้อุปกรณ์ ไม่มีค่าใช้จ่ายใด ๆ เพียงแค่มีสถานที่ที่เหมาะสม มีอากาศถ่ายเท และยังมีประโยชน์ต่อสุขภาพมากมาย
ประโยชน์จากการวิ่ง
1.ระบบต่าง ๆ ของร่างกายทำงานได้ดีขึ้น
การวิ่งเป็นการออกกำลังกายที่กระตุ้นการทำงานของปอด หัวใจและหลอดเลือด ทำให้หัวใจสูบฉีดเลือด และไหลเวียนเลือดไปส่วนต่าง ๆ ของร่างกายได้ดีขึ้น และช่วยรักษาระดับความดันเลือดให้เป็นปกติ ทั้งยังช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันให้ดีขึ้นด้วย เมื่อระบบต่าง ๆ ของร่างกายทำงานดีขึ้น ก็ทำให้ลดความเสี่ยงในการเกิดโรคต่าง ๆ เช่น โรคความดันโลหิต โรคเบาหวาน โรคหัวใจ เป็นต้น นอกจากนี้ยังช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงให้กระดูกและข้อต่อ เพราะการวิ่งช่วยให้ร่างกายได้รับออกซิเจนมากขึ้น ทำให้ช่วยเพิ่มความหนาแน่นของมวลกระดูกและกระดูกแข็งแรงนั่นเอง
2.เสริมสร้างกล้ามเนื้อ และเพิ่มการเผาผลาญไขมัน
การวิ่งทำให้กล้ามเนื้อหลายส่วนได้ทำงาน กล้ามเนื้อจึงพัฒนาขึ้น แข็งแรงขึ้น เมื่อวิ่งในระยะเวลา 30 นาทีขึ้นไป ร่างกายจะนำเอาไขมันมาใช้เป็นพลังงาน ดังนั้นถ้าจะวิ่งเพื่อเผาผลาญไขมันก็ควรจะวิ่งอย่างน้อย 30-45 นาที โดยวิ่งด้วยความเร็วที่พอเหมาะ คงที่ และไม่ฝืนตัวเองจนเกินไป สามารถพูดประโยคสั้น ๆ ได้โดยไม่ปนหอบ หากวิ่งอย่างสม่ำเสมอ และควบคุมอาหารอย่างถูกต้องไปด้วย ก็จะมีส่วนช่วยลดน้ำหนักได้ดีอีกด้วย
3.ช่วยลดความเครียด และการนอนหลับดีขึ้น
การวิ่งหรือการออกกำลังกายทุกชนิดจะช่วยเพิ่มระดับเซโรโทนิน ซึ่งมีหน้าที่ควบคุมความรู้สึก อารมณ์ต่าง ๆ และการนอนหลับให้เป็นปกติ และยังหลั่งสารเอ็นโดรฟินที่เป็นสารแห่งความสุข ทำให้รู้สึกมีความสุข สดชื่น กระปรี้กระเปร่า ผ่อนคลาย ทั้งยังช่วยบรรเทาอาการเจ็บปวด และคลายความเครียด บรรเทาอาการโรคซึมเศร้าได้อีกด้วย
แม้ว่าการวิ่งจะมีประโยชน์มากมาย แต่ถ้าหากวิ่งไม่ถูกต้องก็จะเสี่ยงต่อการบาดเจ็บได้ ท่าวิ่งที่ถูกต้องเป็นอย่างไร ไปดูกันเลยค่ะ
ท่าวิ่งที่ถูกต้อง
1.การวางศีรษะ
วางศีรษะให้ตรง ตามองตรงไปข้างหน้า ไม่ควรมองต่ำจนเกินไป หรือเงยคางขึ้นมากเกินไป เพราะจะทำให้กล้ามเนื้อที่คอและบ่าไหล่เกร็ง ซึ่งอาจทำให้เกิดการปวดหลังได้
2.ไหล่และแขน
ไม่ห่อไหล่ หรือยกไหล่สูง และไม่โยกขณะวิ่ง ควรปล่อยไหล่ให้เป็นธรรมชาติ ผ่อนคลาย ควรงอแขนทำมุม 90 องศา แกว่งแขนให้สัมพันธ์กับจังหวะการวิ่ง มืออยู่ประมาณระดับเอว กำมือหลวม ๆ ให้มือรู้สึกผ่อนคลาย หากกำแน่นหรือเกร็งมือมากเกินไป อาจทำให้หลังและไหล่เกิดอาการตึงได้
3.ลำตัว
ตั้งลำตัวให้ตรง หลังตรงแต่ไม่เกร็งหลัง ไม่ห่อตัวหรือโก่งตัว และไม่ควรโยกหรือส่ายตัวขณะวิ่ง การตั้งลำตัวให้ตรงจะส่งผลให้การหายใจของเรามีประสิทธิภาพ และปอดได้ขยายอย่างเต็มที่
4.เข่าและเท้า
ไม่ควรยกเข่าสูงเกินไป ไม่เหยียดจนสุด และไม่ก้าวยาวเกินไป เวลาเท้าลงพื้นควรปล่อยเข่าให้สบาย ๆ ไม่เกร็งเข่า เพื่อช่วยลดแรงกระแทก การลงเท้าให้บริเวณระหว่างส้นเท้าและกลางฝ่าเท้าสัมผัสพื้นก่อน และตามด้วยปลายเท้าเพื่อส่งแรงถีบไปข้างหน้า ที่สำคัญคือไม่ควรลงเท้าแรง ๆ จนเกิดเสียงดัง และไม่จิกปลายเท้า
5.การหายใจ
ไม่ว่าจะเป็นการหายใจทางจมูกหรือปาก ควรหายใจให้ลึกและเป็นจังหวะ ไม่ควรหายใจสั้นหรือเร็วเกินไป ตามปกติแล้วเมื่อเราวิ่งไปสักพักร่างกายจะปรับการหายใจให้เข้ากับจังหวะการวิ่งเองตามธรรมชาติ หรือหายใจตามจังหวะที่เท้าลงสัมผัสพื้นก็ได้ เช่น หายใจเข้าออกทุกครั้งที่เท้าขวาลงพื้น หรือช่วงหายใจเข้าเท้าลงพื้น 3 ครั้ง และหายใจออกช่วงเท้าลงพื้น 2 ครั้ง เป็นต้น ซึ่งกายหายใจให้ถูกก็จะช่วยให้เราวิ่งได้นานขึ้น และไม่เกิดอาการจุก
นอกจากท่าทางการวิ่ง และการหายใจที่ถูกต้องแล้ว สิ่งสำคัญอีกอย่างก็คือ การอบอุ่นร่างกายก่อนวิ่งอย่างน้อย 5-10 นาที เพื่อเตรียมร่างกายให้พร้อมก่อนวิ่ง คูลดาวน์หลังวิ่งอย่างน้อย 5-10 นาที เพื่อให้ร่างกายได้ผ่อนคลาย และปรับให้ร่างกายค่อย ๆ เย็นลงหลังวิ่ง และยืดเหยียดกล้ามเนื้ออย่างน้อย 5-10 นาทีเช่นเดียวกัน เพื่อผ่อนคลายกล้ามเนื้อและเส้นเอ็น และลดความเสี่ยงต่อการบาดเจ็บจากการวิ่ง
02/03/2021
ทุกวันนี้หลาย ๆ คนหันมาสนใจดูแลสุขภาพ และการออกกำลังกายมากขึ้น รวมถึงการดูแลรูปร่างหรือลดน้ำหนักค่ะ เราจะเห็นได้ว่าอาหารเสริมเริ่มมีบทบาทมากขึ้นในการดูแลสุขภาพ ออกกำลังกาย และลดน้ำหนัก เพราะการดำรงชีวิตของหลายคนส่วนใหญ่ยุ่งอยู่กับการทำงาน กิจการธุรกิจ หรือดูแลครอบครัว เวลาที่จะไปออกกำลังกาย หรือดูแลสุขภาพอาจจะมีไม่มากนัก และอาจไม่สม่ำเสมอ อาหารเสริมจึงเป็นตัวช่วยที่ดีมากสำหรับคนกลุ่มนี้ค่ะ
เราคงปฏิเสธไม่ได้ว่า “อาหารเสริมลดน้ำหนัก” นั้น ช่วยลดน้ำหนักได้จริง ด้วยนวัตกรรมและการวิจัยต่าง ๆ ที่ได้พัฒนามากขึ้นกว่าสมัยก่อน ทำให้อาหารเสริมลดน้ำหนักมีความปลอดภัยมากขึ้นและเห็นผลได้จริง แต่…ก็ยังคงมีคนที่ลดได้แล้ว ก็ต้องกลับมาลดอีก หรือที่เราเรียกกันว่า “โยโย่” นั่นเอง ซึ่งอาจจะมาจากคุณภาพของตัวอาหารเสริมเอง อาจจะไปเจอสินค้าปลอม หรือเป็นที่ตัวเราเองที่กินอาหารเสริมด้วยความเข้าใจผิด ๆ
ผู้เขียนเชื่อว่าหลาย ๆ คนสามารถเลือกซื้อสินค้าอาหารเสริมลดน้ำหนักที่ดีได้ เพราะทุกวันนี้มีอาหารเสริมลดน้ำหนักหลายแบรนด์ และมีการรีวิวสินค้ามากมาย นอกจากข้อมูลของตัวอาหารเสริมลดน้ำหนักให้เราพิจารณาแล้ว ก็ยังมีรีวิวจากผู้บริโภคจริงให้เราได้พิจารณาอีกด้วย ดังนั้นผู้เขียนจึงขอพูดถึงความเข้าใจผิด ๆ ในการกินอาหารเสริมลดน้ำหนักค่ะ เพื่อให้ทุกคนไม่ต้องลดน้ำหนักบ่อย ๆ นะคะ
ก่อนอื่นเรามารู้จักกับอาหารเสริมลดน้ำหนักในปัจจุบันกันค่ะ โดยอาหารเสริมลดน้ำหนักส่วนใหญ่จะเป็นประเภทบล็อกแป้งและน้ำตาล เร่งการเผาผลาญ และลดความอยากอาหาร ให้เปรียบเทียบง่าย ๆ ก็เหมือนกับที่เราคุมอาหารเองค่ะ เช่น คุมปริมาณแคลอรี่ต่อวัน คุมปริมาณการกินข้าว ลดกินของหวาน ของทอด ของมัน เป็นต้น แล้วเราก็ไปออกกำลังกายมากขึ้น เพื่อเพิ่มการเผาผลาญให้กับร่างกาย ส่วนของการลดความอยากอาหารจะช่วยให้เรารู้สึกโหวง โหย ไม่มีแรง มือสั่นใจสั่น หรือเพลียน้อยลง ซึ่งเป็นตัวช่วยที่เหมาะมาก ๆ สำหรับคนที่ไม่ค่อยมีเวลาไปออกกำลังกาย หรือคุมอาหารด้วยตัวเองค่อนข้างยาก แต่อยากจะลดน้ำหนัก ลดหุ่นให้ได้ค่ะ
แต่หลายคนก็ติดกับดักหนึ่งค่ะ ก็คือ “ความเร่งรีบ” ของเรา เป็นเรื่องปกติมาก ๆ ที่เมื่อเราตั้งเป้าหมายแล้ว เราก็จะอยากให้เป้าหมายของเราสำเร็จเร็ว ๆ เมื่อเราเร่งรีบอยากจะผอมเร็ว ๆ สิ่งที่ตามมาก็คือ การกินอาหารเสริมแบบผิด ๆ ค่ะ นั่นก็คือ การที่เรากินอาหารเสริมลดน้ำหนักแทนมื้ออาหาร หรือกินอาหารเสริมลดน้ำหนักพร้อมกันคุมอาหารด้วย และออกกำลังกายหักโหมไปด้วย และผลที่ตามมาก็คือ เราน้ำหนักลดลง และผอมลงค่ะ แต่เมื่อทำไปสักพักเราจะเริ่มรู้สึกอ่อนเพลีย ไม่มีเรี่ยวแรง รู้สึกโหวง ๆ พอหิว ในหัวก็จะนึกถึงพิซซ่า ไก่ทอด เบอร์เกอร์ หรือบุฟเฟ่ต์ต่าง ๆ พอเราทนไม่ไหว ตบะแตกเลยค่ะ เราก็กลับมากินเหมือนเดิม หรือมากกว่าเดิมด้วยซ้ำ และสุดท้ายก็กลับมาอ้วนเหมือนเดิมหรือมากกว่าเดิมนั่นเอง
ดังนั้น การกินอาหารเสริมลดน้ำหนักที่ถูกต้องก็คือ กินตามในฉลากข้างกล่องบอก กินอาหารตามปกติ ครบทั้ง 5 หมู่ หรือถ้าใครอยากออกกำลังกายควบคู่ไปด้วย ก็ไม่ควรหักโหมมากเกินไป เช่น จากที่ไม่เคยออกกำลังกายเลย ก็เปลี่ยนไปออกกำลังกายทุกวัน แบบนี้คือหักโหมเกินไป อาจจะเริ่มจากออกกำลังกาย 3 ครั้งต่ออาทิตย์ ครั้งละ 30 นาที ถึง 1 ชั่วโมง และเลือกวิธีการออกกำลังกายให้เหมาะสมกับความต้องการของเราด้วยนะคะ
และสิ่งสำคัญอีกอย่างหนึ่งที่จะทำให้เราไม่โยโย่ ก็คือ หลังจากที่เราลดน้ำหนัก ลดหุ่น หรือได้หุ่นตามที่เราต้องการแล้ว เราก็ควร “สร้างกล้ามเนื้อ” เพิ่มค่ะ เพราะกล้ามเนื้อจะเป็นตัวเผาผลาญไขมันส่วนเกินออกไป แม้ว่าเราจะนั่ง ๆ กิน ๆ นอน ๆ ไม่ทำอะไร กล้ามเนื้อก็ยังคนเผาผลาญไขมันอยู่ค่ะ ดังนั้นอย่าลืมสร้างกล้ามเนื้อด้วยนะคะ เพื่อที่เราจะไม่กลับมาอ้วนอีก และไม่ต้องมาเหนื่อยลดน้ำหนักหรือลดหุ่นหลายครั้งค่ะ
02/03/2021
ใครที่เป็นสายออกกำลังกาย เข้าฟิตเนส ก็ต้องรู้จักเวย์โปรตีนแน่นอนค่ะ ยิ่งตอนนี้เทรนสุขภาพ ออกกำลังกายยังคงแรงอยู่ ก็จะมีเวย์โปรตีนหลายแบรนด์ หลายแบบมาให้เลือกกัน แต่สำหรับใครที่เพิ่งจะรู้จัก หรือยังไม่รู้จักว่าเวย์โปรตีนคืออะไร มีกี่ชนิด แล้วแต่ละชนิดเหมาะกับใครบ้าง ไปดูกันเลยค่ะ
ก่อนอื่นมาทำความรู้จักกับเวย์โปรตีนว่าคืออะไรกันค่ะ
เวย์โปรตีน คือ โปรตีนคุณภาพสูง ที่อาจได้จากนมวัว หรือพืช โดยจะสกัดเอาคาร์โบไฮเดรต ไขมัน และเคซีนโปรตีนออก เพื่อให้ได้โปรตีนบริสุทธิ์เข้มข้น และนำไปทำให้แห้งและเป็นผง ทำให้สามารถเก็บไว้ได้นาน และชงทานได้ง่ายขึ้น
เวย์โปรตีน นอกจากจะช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อ และซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอแล้ว ก็ยังมีกรดอะมิโนจำเป็นสำหรับร่างกายที่สร้างความแข็งแรงและช่วยในการทำงานของกล้ามเนื้อ กระดูก และผิวหนังอีกด้วยนะคะ
เวย์โปรตีน มี 3 ชนิดค่ะ
1.เวย์โปรตีนคอนเซนเทรต Whey Protein Concentrate (WPC)
คือการนำเวย์โปรตีนมาผ่านกระบวนการแยกน้ำตาลแลคโตสและไขมันที่ผสมอยู่ออกไป ทำให้เวย์โปรตีนชนิดนี้มีความเข้มข้นสูงประมาณ 70 – 80% มีลักษณะเป็นผงสีครีมอ่อน มีกลิ่นและรสตามธรรมชาติของนม และยังมีกรดอะมิโนที่ร่างกายสร้างเองได้และกรดอะมิโนจำเป็นที่ร่างกายไม่สามารถสร้างเองได้ โดยมีน้ำตาลแลคโตสและไขมันเพียงเล็กน้อย
เวย์โปรตีนคอนเซนเทรต เหมาะสำหรับคนที่ต้องการเสริมสร้างกล้ามเนื้อ เสริมโปรตีน และคนที่ต้องการเพิ่มน้ำหนักหรือเพิ่มขนาดของรูปร่าง อย่างที่เราเห็นคนที่มีหุ่นล่ำ ๆ ตัวใหญ่ ๆ ส่วนใหญ่ก็จะทานเวย์โปรตีนชนิดนี้กันค่ะ
2.เวย์โปรตีนไอโซเลท Whey Protein Isolate (WPI)
เป็นการนำเวย์โปรตีนคอนเซนเทรตมาทำการแยกน้ำตาลแลคโตสและไขมันออกเพิ่มเติม เพื่อให้มีปริมาณน้ำตาลแลคโตสและไขมันน้อยที่สุด และมีโปรตีนบริสุทธิ์สูงประมาณ 80 – 90% แต่ยังหลงเหลือน้ำตาลแลคโตสและไขมันน้อยมาก ๆ
เวย์โปรตีนไอโซเลท เหมาะสำหรับคนที่ต้องการเสริมสร้างกล้ามเนื้อ ต้องการเสริมโปรตีน และคนที่ต้องการคุมน้ำหนัก หรือกระชับสัดส่วน ให้ดูเฟิร์ม สำหรับสาว ๆ หนุ่ม ๆ ที่ต้องคุมน้ำตาลและไขมัน และอยากให้เห็นกล้ามเนื้อชัดเจน เวย์ชนิดนี้เหมาะมาก ๆ เลยค่ะ
3.เวย์โปรตีนไฮโดรไลซ์ Whey Protein Hydrolyze (WPH)
คือการนำเวย์โปรตีนคอนเซนเทรตหรือเวย์โปรตีนไอโซเลทมาผ่านกระบวนการไฮโดรไลซ์ เพื่อย่อยโมเลกุลของเวย์โปรตีนให้มีขนาดเล็กมาก ๆ ซึ่งร่างกายจะดูดซึมไปใช้งานได้ง่ายและรวดเร็วที่สุด
เวย์โปรตีนชนิดนี้เหมาะสำหรับผู้ที่แพ้นม แพ้น้ำตาลแลคโตส เวย์ชนิดนี้จึงมีราคาสูงมากค่ะ
ได้รู้จักเวย์โปรตีนมากขึ้นแล้ว ก็อย่าลืมเลือกทานเวย์โปรตีนให้เหมาะกับความต้องการของเราด้วยนะคะ
02/03/2021
เราจะเห็นกลุ่มคนออกกำลังกาย และลดน้ำหนักให้ความสำคัญมากกับการกินโปรตีนในแต่ละวัน เพราะร่างกายของเราต้องการโปรตีนต่อวันในปริมาณมากพอ ๆ กับคาร์โบไฮเดรตและไขมันค่ะ ซึ่งโปรตีนนั้นจะช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงให้กับกระดูก กล้ามเนื้อ และผิวหนัง และยังช่วยซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอด้วย
ที่สำคัญก็คือ “โปรตีน” เป็นสารอาหารที่ร่างกายไม่สามารถสะสมไว้ใช้ในภายหลังได้ ดังนั้นการได้รับโปรตีนให้เพียงพอต่อวันจึงสำคัญมาก ๆ ค่ะ
หลาย ๆ คนเชื่อกันว่า การเน้นกินโปรตีนจากเนื้อสัตว์จะช่วยลดหุ่น หรือลดน้ำหนักได้ เพราะเนื้อสัตว์นอกจากจะให้สารอาหารสำคัญอย่างโปรตีนแล้ว ยังช่วยให้อิ่มท้องนานกว่ากินข้าวนั่นเอง ทำให้ไม่ต้องกินจุบจิบระหว่างมื้ออาหาร
แต่!!! หลายคนก็ไม่ระมัดระวังในการเลือกกินเนื้อสัตว์ ตัวอย่างเช่น กินสเต็ก ไก่ทอด หมูทอด เป็นต้น ซึ่งเมนูเนื้อสัตว์บางอย่างก็มีปริมาณไขมันและคอเลสเตอรอลเยอะ หากไม่ระวังก็อาจได้ไขมันเพิ่มขึ้นได้
ดังนั้นเราควรเลือกกินเนื้อสัตว์ที่มีไขมันต่ำ เช่น อกไก่ไม่ติดหนัง หมูไม่ติดมัน เนื้อปลา เป็นต้น และควรหลีกเลี่ยงการปรุงอาหารที่ทำให้มีไขมันและคอเลสเตอรอลสูง อย่างการทอด การย่าง และลดเครื่องปรุงที่ให้โซเดียมสูง แต่ถ้าเราเน้นกินเนื้อสัตว์มากเกินไปโดยไม่กินอย่างอื่นเลยก็อาจทำให้ขาดสารอาหารบางอย่าง วิตามินและแร่ธาตุที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายได้ และอาจทำให้เกิดอาการท้องผูก หรือส่งผลต่อสุขภาพของ สำไส้ได้ ดังนั้นเราก็ควรกินอาหารให้ครบทั้ง 5 หมู่ในปริมาณที่เพียงพอในแต่ละวันด้วยนะคะ
02/03/2021
เราปฏิเสธไม่ได้เลยว่า “โปรตีน” สำคัญต่อร่างกายมาก เพราะร่างกายของเราต้องการโปรตีนมากพอ ๆ กับคาร์โบไฮเดรตและไขมันเลย แต่สิ่งที่ต่างกันก็คือ โปรตีนไม่สามารถเก็บสะสมไว้ใช้ภายหลังได้ ดังนั้นการได้รับโปรตีนให้เพียงพอในแต่ละวันเป็นเรื่องที่สำคัญมาก ๆ ค่ะ โดยปริมาณโปรตีนที่ร่างกายต้องการต่อวันก็จะขึ้นอยู่กับเพศ อายุ น้ำหนัก และสุขภาพ แต่ละคนจึงต้องการโปรตีนในปริมาณที่ต่างกัน จึงมีสูตรคำนวณมากมาย แต่ก็มีวิธีคิดง่าย ๆ ก็คือ ปริมาณโปรตีน 1 กรัมต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัมค่ะ
แล้วโปรตีนสำคัญอย่างไรบ้าง?
โปรตีนเป็นองค์ประกอบหลักสำคัญของเซลล์ต่าง ๆ ในร่างกาย ไม่ว่าจะเป็นกระดูก กล้ามเนื้อ ผิวหนัง เลือด เส้นผมเป็นต้น และในโปรตีนมีกรดอะมิโนจำเป็นที่ครบถ้วนและเพียงพอต่อร่างกาย โดยกรดอะมิโนจำเป็นจะต้องได้รับจากการกินอาหารเข้าไป เพราะร่างกายของเราไม่สามารถสังเคราะห์ขึ้นมาเองได้ กรดอะมิโนจำเป็นมีหน้าที่สร้างความแข็งแรง และยังช่วยในการทำงานของกล้ามเนื้อ กระดูก และผิวหนัง ทั้งยังช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อ และซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ นอกจากนี้โปรตีนยังช่วยในเรื่องการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน ช่วยเสริมสร้างการเจริญเติบโต ช่วยสังเคราะห์เอนไซม์ ฮอร์โมน และสารต่าง ๆ และยังรักษาสมดุลระดับน้ำในเซลล์และหลอดเลือดให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมอีกด้วย
เราจะได้โปรตีนจากอะไรได้บ้าง?
1. เนื้อสัตว์ ได้แก่ เนื้อไก่ เป็ด หมู วัว แกะ ปลา โดยเลือกรับประทานส่วนที่ติดมันน้อย หรือเนื้อไก่และเป็ดก็เลือกส่วนอกที่ไม่ติดหนังเพื่อหลีกเลี่ยงไขมันอิ่มตัว ส่วนเนื้อปลาบางชนิดแม้ว่าจะมีไขมันสูงแต่ก็ดีต่อสุขภาพ เช่น ปลาแซลมอนและทูน่า
2. ไข่ โดยไข่ 1 ฟองมีโปรตีนประมาณ 7 กรัม นอกจากมีโปรตีนแล้ว ก็ยังอุดมไปด้วยวิตามิน แร่ธาตุและไขมันที่มีประโยชน์ โดยคนที่มีสุขภาพดีควรรับประทานอย่างน้อยวันละ 1 ฟอง ส่วนคนที่มีปัญหาคอเลสเตอรอลสูงก็ควรปรึกษาแพทย์ก่อน
3. นมและผลิตภัณฑ์จากนม อุดมไปด้วยโปรตีน วิตามิน และแร่ธาตุ (แคลเซียมและฟอสฟอรัส) สำหรับผู้สูงอายุ คนที่มีปัญหาเรื่องความอ้วน และคนที่มีปัญหาไขมันในเลือดสูง ควรเลือกผลิตภัณฑ์จากนมที่มีไขมันต่ำ นมพร่องมันเนย หรือนมขาดมันเนย
4. ถั่ว และธัญพืช เป็นแหล่งโปรตีนจากธรรมชาติที่ให้โปรตีนสูง ซึ่งนอกจากจะมีวิตามิน และแร่ธาตุแล้ว ก็ยังมีไฟเบอร์ที่ดีที่ช่วยให้อิ่มท้องนาน และยังนำไปเป็นส่วนผสมของเมนูอาหารต่าง ๆ ได้หลากหลายอีกด้วย และควรหลีกเลี่ยงถั่วและธัญพืชที่ถูกแปรรูป เช่น การทอด อบกรอบ เคลือบน้ำตาล หรือโรยเกลือมากเกินไป
5. ผักและผลไม้ สำหรับกลุ่มคนที่ไม่ทานเนื้อสัตว์ สามารถได้รับโปรตีนจากผัก และผลไม้ได้เช่นกัน
และนี่ก็คือแหล่งโปรตีนจากธรรมชาติที่เราสามารถหาได้รอบตัวค่ะ นอกจากนี้ยังมีเวย์โปรตีนที่เป็นผลิตภัณฑ์อาหารเสริมที่ให้ปริมาณโปรตีนสูง เหมาะสำหรับคนที่ไม่ค่อยมีเวลาทำอาหารเอง หรือกลุ่มคนออกกำลังกายและนักกีฬาที่ต้องการโปรตีนมากกว่าคนสุขภาพดีทั่วไปค่ะ
02/03/2021
อาหารเสริมที่ลดหุ่นมีหลายประเภทมาก ๆ ไม่ว่าจะเป็น ลดความอยากอาหาร หรือ บล็อกแป้ง น้ำตาล ไขมัน หรือช่วยเร่งการเผาผลาญ เร่งการสร้างกล้ามเนื้อหลังออกกำลังกาย ซึ่งผมจะขอพูดแบ่งตามความเข้าใจของผมแบบนี้นะครับ
1. อาหารเสริมประเภทเสริมสร้างกล้ามเนื้อที่เรารู้จักกันในชื่อ เวย์โปรตีน
เวย์โปรตีนจะช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อ ยิ่งตอนหลังเล่นกีฬากล้ามเนื้อสึกหรอ ถ้าได้ทานเวย์โปรตีนเข้าไปด้วยจะยิ่งช่วยทำให้ดูดซึมเข้าร่างกายได้ง่ายขึ้น และเร่งผลลัพธ์ได้เร็วขึ้น เมื่อกล้ามเนื้อเรามีมัดกล้ามที่ใหญ่ขึ้นก็จะช่วยในการเผาผลาญพลังงานมากขึ้น ลองนึกภาพว่าเหมือนเรามีเตาพลังงานสำรองที่ไม่ว่าจะหลับ หรือนั่งเฉย ๆ ก็ยังสามารถเผาผลาญพลังงานได้อยู่ตลอด เปรียบเทียบกับคนที่มีกล้ามเนื้อน้อย การเผาผลาญของเค้าก็จะไม่มากเท่าคนที่มีกล้ามเนื้อมาก ดังนั้นจึงสังเกตเห็นพวกที่เล่นกีฬาหรือนักกีฬา ที่ซ้อมสม่ำเสมอจะมีร่างกายที่ลีน มีสัดส่วนของไขมันน้อย บางคนทานเยอะแต่ไม่อ้วน เพราะร่างกายเค้ามีกล้ามเนื้อมากช่วยเผาผลาญพลังงานนั้นเองครับ
ซึ่งการทานเวย์โปรตีนคงไม่เหมาะกับกลุ่มที่มีภาวะอ้วนอยู่ และสัดส่วนของกล้ามเนื้อน้อย เพราะการลดสัดส่วนจะช้า ดังนั้นควรลดสัดส่วนให้ได้หุ่นที่ตัวเองพอใจก่อนจึงเริ่มทานเวย์โปรตีนและออกกำลังกายเพื่อสร้างกล้ามเนื้อ ลองนึกภาพนะครับว่า ถ้าวันนี้คุณมีหุ่นที่พอใจแล้ว และร่างกายยังคงได้รับโปรตีนอย่างสม่ำเสมอเพื่อสร้างกล้ามเนื้อ ตัวคุณเองก็ทานอาหารตามปกติ คุณจะไม่มีวันอ้วนอีกเลย เพราะเตาพลังงานสำรองที่ว่านี้ละครับ (ยกเว้นกรณีมีอาการอ้วนของโรคเกิดขึ้นนะครับ)
ยกตัวอย่าง ตัวผมเองตั้งแต่เด็กจนถึงก่อนอายุ 30 ก็เป็นคนเล่นกีฬามาตลอด ซ้อมสม่ำเสมอ ซึ่งผมสูง 182 แต่น้ำหนัก 70 แต่ร่างกายค่อนข้างจะเล็กเลยครับ เพราะสัดส่วนไขมันน้อย กล้ามเนื้อที่สะสมมาตลอดชีวิตเยอะกว่า ทำให้ทานเท่าไหร่ก็ไม่อ้วน ซึ่งตัวผมก็เคยเป็นกังวลจากเรื่องนี้ เพราะไม่รู้จะทำยังไง และมันมีผลต่อการเป็นนักกีฬาของผม เพราะตัวผมบางเกินไป แต่พอหลังจากอายุ 30 ผมเริ่มซ้อมน้อยลง กินของที่มีแป้งและไขมันเยอะมากๆ (เริ่มปล่อยตัวเอง) จึงทำให้ผมบวมขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเลยครับจึงเป็นที่มาของการดูแลสุขภาพของผมมากขึ้น
2. อาหารเสริมประเภท บล็อก แป้ง น้ำตาล เร่งการเผาผลาญ และลดความอยากอาหาร
ผมขอเปรียบเทียบการบล็อกแป้ง น้ำตาล เหมือนกับการที่เราคุมอาหาร การเร่งการเผาผลาญ เหมือนการที่เราออกกำลังกายให้มากขึ้น ส่วนเรื่อของการลดความอยากอาหารจะช่วยในเรื่องการลดภาวะน้ำตาลตก อาหารโหวง อาการมือสั่นใจสั่น ไม่มีแรง เพลีย ง่วง ซึ่งอาหารเสริมประเภทนี้เหมาะกับคนที่ต้องการเริ่มปรับเปลี่ยนพฤติกรรมชีวิตครับ อย่างที่กล่าวข้างต้นเป็นเรื่องที่ยากสำหรับหลายๆคนในการที่จะคุมอาหาร หรือหาเวลาออกกำลังกาย บางครั้งทำได้ บางครั้งก็ทนไม่ไหว เพราะอาการโหยทำให้ต้องตบะแตกอยู่เรื่อย การที่เราทานอาหารเสริมประเภทนี้เข้าไป อันดับแรกจะช่วยลดความอยากอาหารก่อนครับ ซึ่งช่วยในเรื่องการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการทานของเรา ทำให้เราทานอาหารเป็นปกติได้โดยไม่โหยอีก จากบางคนกินจุบจิบตลอดทั้งวัน ก็จะเหลือการทาน วันละ 3 – 4 ครั้งในมื้อหนัก ก็ถือว่าดีมากแล้วครับ หลังจากนั้นของที่เราทานเข้าไปจะเค้าก็จะบล็อกแป้งน้ำตาลไว้ เพื่อไม่ให้เกิดการสะสมใหม่ ร่างกายจะได้ดึงเอาไขมันส่วนเกินออกมาใช้ได้ เพื่อเป็นการลดไขมันส่วนเกิน และสุดท้ายคือการเร่งการเผาผลาญให้ร่างกายเผาผลาญเยอะขึ้น
อาหารเสริมประเภทนี้ก็มีให้เลือกซื้อเยอะครับ แต่ต้องดูให้ดีด้วยว่า การบล็อกแป้งและน้ำตาลของบางแบรนด์เค้าบล็อกเยอะขนาดไหน ถ้าบล็อกทั้งหมด เร่งการเผาผลาญมากเกินไป คงไม่พ้นอาหารโหยตามมา และเกิดโยโย่เอฟเฟกต์ ซึ่งมันก็ไม่ต่างอะไรกับการที่คุณคุมอาหารและออกกำลังกายมากเกินไป ยิ่งในส่วนของการลดความอยากอาหารต้องดูให้ดีว่า ไม่ใช้สารพวกกดประสาทแต่ใช้สารสกัดจากธรรมชาติจริงๆ ตัวผมเองก็ผ่านการทานอาหารเสริมประเภทนี้มาครับ ซึ่งก่อนที่ผมจะเลือกทานผมก็ได้ศึกษาและดูรายละเอียดของสินค้านี้อย่างดีแล้วจึงตัดสินใจทาน
การทานอาหารเสริมในปัจจุบันไม่ใช่เรื่องอันตราย หรือต้องหลีกเลี่ยงครับ หากเราเลือกทานตรงกับความต้องการ หรือตรงเป้าหมายของเรา อย่าพึ่งผลลัพธ์จากการทานอาหารเสริมอย่างเดียว ควรใส่ใจการทานอาหารครบ 5 หมู่ และออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอเป็นหลักครับ
02/03/2021
คุณรู้ไหมครับว่า สิ่งที่ร่างกายแสดงออกมาให้เราเห็นเค้ากำลังบอกกับเราทางอ้อมถึงการใช้ชีวิตที่ผ่านมาของเรา วันนี้ถ้าร่างกายเราปกติดี แสดงว่าเราได้ดูแลร่างกายอย่างดีในเวลาที่ผ่านมา แต่ถ้าวันนี้ร่างกายเริ่มส่งสัญญาณที่ไม่ปกติบางอย่างออกมา แสดงว่าเค้าอยากจะบอกให้เราเริ่มดูแลสุขภาพของเราเอง ความอ้วนก็เป็นสิ่งที่ร่างกายกำลังบอกกับเราว่า เราควรเริ่มใส่ใจดูแลเค้าให้มากขึ้น
เคยสงสัยไหมครับว่า ความอ้วนมีสาเหตุจากอะไร
หลายคนอาจจะบอกว่า เป็นเพราะเรากินของหวานของมันเยอะไง หรือ เป็นเพราะไม่ออกกำลังกาย หรือบางคนอาจจะบอกว่าเป็นเพราะโรคบางอย่าง ใช่ครับที่หลายคนบอกแบบนั้นคือสิ่งที่ถูกต้องแล้วครับ แต่นั้นผมมองว่ามันยังไม่ใช่ต้นเหตุตัวแรกสุดครับ เพราะสาเหตุที่แท้จริงมาจากความไม่รู้ครับ เพราะความไม่รู้จักร่างกายของเราดีพอครับ เราถึงอ้วน วันนี้ผมจะพาทุกคนไปรู้จักกระบวนการเผาผลาญของร่างกาย และสาเหตุที่ทำให้ร่างกายเกิดความอ้วนกันครับ
ทุกอย่างเริ่มที่กระบวนการเผาผลาญครับ ร่างกายของเรามีระบบการเผาผลาญพลังงานอยู่ 2 ทางครับ ทางแรกคือ การสลาย ทางที่สอง คือ การสร้าง วันนี้ถ้าร่างกายเราได้รับคาร์โบไฮเดรตเข้าไป ไม่ว่าจะเป็นแป้ง ข้าว หรือ ขนมปัง ร่างกายจะย่อยให้มีขนาดเล็กลง เช่น น้ำตาลกลูโคส และร่างกายมีฮอร์โมนที่เราเรียกว่า Insulin จะทำหน้าที่ส่งน้ำตาลไปที่เซลล์เพื่อใช้เป็นพลังงานให้กับร่างกาย ส่วนโปรตีนถูกย่อยให้เป็นกรดอะมิโน และเข้าไปสร้างกล้ามเนื้อ หรือ ซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอของกล้ามเนื้อครับ แต่ในกรณีที่ร่างกายขาดพลังงาน ร่างกายสามารถย่อยโปรตีนมาใช้เป็นพลังงานได้ครับ ร่างกายคนเรามีอัตราการเผาผลาญไม่เท่ากัน ในผู้หญิงปกติที่ไม่ได้ออกกำลังกายอาจจะน้อยกว่าผู้ชายที่ไม่ได้ออกกำลังกาย หรือพออายุมากขึ้นการเผาผลาญพลังงานอาจจะลดลงตามอายุได้ครับ
ในปัจจุบันเราปฏิเสธไม่ได้ว่าอาหารจำพวก พิซซ่า เบอร์เกอร์ ชานมไข่มุก หรืออาหารที่มีความหวาน มัน เป็นอาหารที่อร่อยถูกปากคนยุคใหม่ และยังหาทานได้ง่ายมากด้วย และอาหารเหล่านี้มีปริมาณ แป้ง น้ำตาล และไขมันที่มากตามมาด้วย เมื่อเราทานของเหล่านี้เป็นปกติ ร่างกายจึงได้รับปริมาณของคาร์โบไฮเดรตมากเกินไป ร่างกายจึงเปลี่ยนน้ำตาลกลูโคส สะสมเป็นพลังงานสำรองในรูปของไขมันเอาไว้ใช้ยามฉุกเฉิน เมื่อร่างกายเผาผลาญพลังงานตามปกติ และในทุกวันเราได้สะสมไขมันส่วนเกินไว้ แน่นอนครับว่าในอนาคตต้องอ้วนแน่ และมีโอกาสเสี่ยงที่จะเป็นโรคเบาหวาน และสิ่งที่ทุกคนคิดก็คือ ฉันจะต้องลดความอ้วนแล้ว เพราะฉะนั้นฉันจะคุมอาหาร และ ออกกำลังกายให้เยอะขึ้น ซึ่งเป็นทางเลือกที่ถูกต้องเลยครับ แต่ทุกคนลืมคิดไปว่ากว่าร่างกายจะสะสมความอ้วนมาขนาดนี้ใช้เวลานานหลายสัปดาห์ หรือหลายเดือน การลดความอ้วนลดหุ่นก็ต้องอาศัยเวลาเหมือนกัน เราจึงอยากลดน้ำหนักกลับมาหุ่นดีเร็ว ๆ ภายในไม่กี่อาทิตย์ จึงเกิดการคุมอาหารมากเกินไป และออกกำลังกายมากเกินไป จากที่เคยทานอาหารหนัก ทานข้าว กินของจุบจิบตลอดวัน ทีนี้หักดิบเลย ฉันจะทานอาหารสามมื้อ วันละครึ่งจานพอ แถมลดแป้งอีก และจะออกกำลังกายอาทิตย์ละ 5 วัน วันละหนึ่งชั่วโมงไปเลย สิ่งที่จะตามมาคือ น้ำหนักลงเร็วมากครับเพราะร่างกายได้รับพลังงานไม่พอจึงดึงไขมันออกมาใช้ ช่วงนั้นเราจะดีใจมาก โห! ใกล้ความจริงแล้ว แต่ผ่านไปสักพักนึง ร่างกายจะเริ่มฟ้องแล้วว่า เค้าดึงพลังงานสำรองมามากเกินไป แสดงว่า อาจจะใกล้ตายแล้วแน่ๆ จึงเข้าสู่โหมดประหยัดพลังงาน ดึงไขมันมาใช้เป็นพลังงานสำรองน้อยลง น้ำหนักเราจะเริ่มคงที่ ทีนี้ร่างกายจะเริ่มบังคับเราให้กลับมาทานเยอะขึ้น จึงเริ่มเกิดอาการโหย โหวง ไม่มีแรง และตามมาด้วยกลับมาทานของหนัก ๆ เหมือนเดิม เราเรียกสภาวะนี้ว่า โยโย่เอฟเฟกต์ครับหลายคนจึงไม่สามารถลดหุ่นได้ดั่งใจสักที (ตัวผมเองก็เคยเป็นแบบนั้นมาก่อนจึงเข้าใจมากๆเลยครับ)
เมื่อเรารู้แล้วว่าสาเหตุคือแบบนี้ วิธีการแก้ง่ายมากเลยครับ
เราก็แค่อย่าคุมอาหาร ออกกำลังกายเยอะเกินไป หรือแค่ค่อย ๆ ลดค่อย ๆ ออกกำลังกาย พอร่างกายเริ่มชินมากขึ้นก็ค่อย ๆ เพิ่มการคุมอาหาร และออกกำลังกายมากขึ้น แต่วิธีนี้จะต้องใช้วินัยและความตั้งใจมาก ๆ เลยครับ และต้องใช้เวลานาน บางคนอาจจะใช้เวลาเป็นครึ่งปี หรือเป็นปี และยังต้องหาอาหารสุขภาพอีก อาหารสุขภาพที่ซื้อตามร้าน บางครั้งราคาแพงกว่าอาหารปกติ แถมรสชาติ ก็ไม่ถูกปากเรา หรือจะเข้าฟิตเนสดี ๆ สักที่ต้องจ่ายค่าสมาชิก และบางครั้งกลัวมีวินัยไม่พอ ก็ยอมจ่ายค่าคอร์สเทรนเนอร์เป็นหมื่น ๆ แต่ถ้าคุณเป็นคนชอบท้าทายตัวเอง และรักการดูแลสุขภาพและออกกำลังกาย วิธีนี้คือวิธียอดเยี่ยมมากเลยครับ มันจะสร้างการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมให้กับคุณไปตลอดเลย แต่คนทั่วไปอย่างผม บางครั้งทำงาน กลับบ้านมาต้องดูแลครอบครัว จะหาเวลาไปออกกำลังกายก็ยาก บางครั้งอยากคุมอาหาร แต่ระหว่างช่วงเวลาเร่งรีบก็ต้องรีบทานรีบกลับไปทำงานต่อ และยังชอบกินของอร่อยอีก เราเองก็อยากลดหุ่นนะ แต่ก็อยากทานของอร่อยด้วย ถ้าคุณเป็นคนประเภทนี้มีอีกทางเลือกนึงครับที่จะช่วยคุณได้ นั่นก็คือ “อาหารเสริม”
หลาย ๆ คนอาจจะคิดว่า อาหารเสริมที่หมายถึงนี้ คือ พวกอาหารเสริมลดความอ้วนใช่ไหมครับ ผมจะบอกแบบนี้ครับว่า ในสมัยก่อนมียา หรือ อาหารเสริมประเภทนึงที่โฆษณาว่า สามารถลดความอ้วนได้ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นจริงคือ เมื่อลดได้ในระดับนึง ก็กลับมาอ้วนเหมือนเดิม และมีผลข้างเคียงที่เกิดขึ้นอาจทำให้ถึงตายได้ ทำให้คนส่วนใหญ่ในสมัยก่อนมีการห้ามใช้ยาลดน้ำหนักประเภทนี้กันมาก แต่ในสมัยนี้วิทยาการก้าวไกลมากขึ้นทำให้อาหารเสริมประเภทลดหุ่นมีอยู่มากมาย และหลาย ๆ แบรนด์ก็ปราศจากผลข้างเคียงทำให้คนเริ่มกลับมาสนใจอาหารเสริมมากขึ้น แต่ถึงแม้อาหารเสริมจะดีขนาดไหน ถ้าคนที่ทานไม่รู้ว่ากระบวนการทำงานของอาหารเสริมทำงานอย่างไร ไม่มีความรู้เรื่องการดูแลสุขภาพที่กล่าวมาข้างต้น ไม่มีความรู้ด้านการทานอาหารเสริม เพียงแต่ดูว่าผลที่ได้จากคนที่รีวิวนั้นดีเลยซื้อมาใช้กับตัวเอง บางครั้งเราอาจจะไม่ได้ผลลัพธ์อย่างที่เค้ากล่าวไว้ เพราะตัวเราเองยังมีพฤติกรรมการดูแลสุขภาพที่ขัดแย้งกับการลดหุ่นอยู่นั่นเองครับ
คุณสามารถอ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับประเภทของอาหารเสริมลดหุ่น และวิธีการเลือกอาหารเสริมได้ที่ลิงค์ด้านล่างครับ
https://goodshapegoodhealth.com/%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%a0%e0%b8%97%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%a1%e0%b8%94%e0%b8%b9%e0%b9%81/
ในส่วนตัวผมเองก็ผ่านการทานอาหารเสริมประเภทนี้มาครับ ซึ่งก่อนที่ผมจะเลือกทานผมก็ได้ศึกษาและดูรายละเอียดของสินค้านี้อย่างดีแล้วจึงตัดสินใจทาน ผลที่ได้ถือว่าเป็นที่น่าพอใจอย่างมากครับ ในการทานภายใน 5 วันแรกอาการโหยของผมลดลงเยอะมากครับ เริ่มทานอาหารตามปกติได้ และเริ่มเฉยๆ กับการทานอาหารพวกแป้งและไขมัน เพราะก่อนทาน ถ้าหิวมากจะคิดถึง เบอร์เกอร์ พิซซ่า ชา น้ำหวาน โค้ก และบุฟเฟต์ต่าง ๆ ตลอดเลยครับพอเวลาผ่านไป 2 เดือน น้ำหนักผมลดลงมา 2.5 กิโลกรัม (เพราะผมมีสัดส่วนกล้ามเนื้อเยอะเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว) แต่หุ่นของผมดีขึ้นมากอย่างเห็นได้ชัดเลยครับ
ถ้าคุณอยากประหยัดเวลาในการลดหุ่นลดน้ำหนัก การทานอาหารเสริมเป็นอีกทางเลือกที่ดีมาก และถ้าคุณไม่อยากเสียเวลาในการหาอาหารเสริมลดหุ่น และไม่อยากเสี่ยงกับอาหารเสริมลดหุ่นกระชับหุ่นที่มีผลข้างเคียงหรืออันตรายต่อสุขภาพของคุณ ก็สามารถเลือกทานอาหารเสริมตามที่ผมแนะนำได้ครับ เพราะผลได้ทานอยู่เป็นประจำ และเกิดผลลัพธ์ที่ดีต่อตัวเองมาแล้ว ลองเข้าไปดูรายละเอียดได้ตามลิงค์ด้านล่างนี้เลยครับ
https://goodshapegoodhealth.com/%e0%b8%ab%e0%b8%b8%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b8%94%e0%b8%b5%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%b0%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%81/
Happy New Year 2021🥳🎊🎉🎇
ขอให้ทุกท่านมีความสุข สมหวังทุกประการ มีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง ไม่เจ็บไม่ป่วย
ขอให้เป็นปีที่ดีของทุกท่านนะคะ
🎉🎄 Merry Christmas🎄🎉
19/12/2020
"ทำไมบางคนถึงรู้สึกหิวบ่อย ๆ?"
เคยสงสัยมั้ยคะว่า ทำไมบางครั้งเราหิวบ่อยจัง เพิ่งกินข้าวไป 2-3 ชั่วโมงก่อนเอง หิวอีกแล้ว จะอดทนไม่กิน ก็ไม่ได้ กินเยอะไปก็ไม่ดี เดี๋ยวอ้วนอีก หิวบ่อย ๆ ก็ทำให้รำคาญเหมือนกันนะเนี้ย
แอดจะพาทุกคนไปทำความรู้จักตัวที่ทำให้รู้สึกหิวกันค่ะ นั่นก็คือ Ghrelin (เกรลิน)
เกรลิน เป็นฮอร์โมนความหิวค่ะ เจ้าตัวนี้จะหลั่งออกมาจากกระเพาะอาหาร และส่งสัญญาณไปที่สมอง เพื่อบอกให้เราไปหาอะไรมากิน โดยเจ้าเกรลินจะหลั่งก่อนมื้ออาหาร และค่อย ๆ ลดลงเมื่อเราเริ่มกินอาหารเข้าไป
ซึ่งสาเหตุที่จะทำให้เจ้าเกรลินหลั่งออกมาบ่อย ๆ ก็คือ กินอาหารทีมีไขมันสูง นอนหลับดึก หรือนอนหลับไม่เพียงพอ หลายคนอาจจะเคยได้ยินว่า นอนดึก ๆ จะยิ่งหิวมากขึ้น เครียด
และวิธีการจะทำให้ เกรลิน หลั่งน้อยลง ก็คือ
1. หลีกเลี่ยงการกินอาหารที่มีไขมันสูง
2. นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ ไม่นอนหลับดึก
3. กินอาหารที่มีโปรตีนสูง เช่น ไข่ เนื้อสัตว์ ถั่ว เป็นต้น
4. คลายความเครียด เช่น ฟังเพลงที่ให้ความรู้สึกสบาย ๆ ออกกำลังกาย ดูหนัง ฟังเพลง เล่นเกมส์ เป็นต้น
ใครที่หิวบ่อย ๆ ก็ลองเอาไปทำกันนะคะ
16/12/2020
"ลดน้ำหนักอย่างไรไม่ให้เครียด"
เชื่อว่ามีหลายคนเมื่อต้องการลดน้ำหนักอย่างจริงจัง สิ่งที่มักจะโฟกัสกันก็คือ "ตัวเลขบนตราชั่ง"
ทุกครั้งที่เราได้ปรับเปลี่ยนตัวเองเพื่อลดน้ำหนัก ไม่ว่าจะเป็น การคุมอาหาร คำนวณแคลอรี่ในแต่ละมื้อ ออกกำลังกายพร้อมกับคำนวณแคลอรี่ที่เบิร์นออก หรืออื่น ๆ เราก็อดไม่ได้ที่จะไป "ชั่งน้ำหนัก" เพื่อตรวจเช็คความก้าวหน้า ซึ่งก็ไม่ได้ผิดอะไรค่ะ แต่...พอทำบ่อยเข้า สิ่งที่ตามมาโดยไม่รู้ตัว ก็คือ "ความเครียด" ค่ะ (ความเครียดก็ทำให้อ้วนได้นะคะ https://m.facebook.com/story.php?story_fbid=126890869243017&id=107927887805982)
ดังนั้น เพื่อไม่ให้เครียด เราก็อย่าไปโฟกัสที่ "น้ำหนัก" เลยค่ะ เรามาโฟกัสที่ "รูปร่าง" ที่เราต้องการดีกว่า ตัวอย่างคนที่มีหุ่นเฟิร์ม บางทีก็มีน้ำหนักมากกว่าตอนที่เค้ายังไม่เฟิร์มอีกค่ะ (รูปตัวอย่างอยู่ที่คอมเม้นต์นะคะ) เพราะกล้ามเนื้อมีน้ำหนักมากกว่าไขมันค่ะ เมื่อเรามีกล้ามเนื้อมากขึ้น ก็มีน้ำหนักจากกล้ามเนื้อเพิ่มขึ้น การเผาผลาญในร่างกายของเราก็เพิ่มขึ้น ทำให้เราเบิร์นไขมันส่วนเกินได้เยอะขึ้นนั่นเอง
ลองเปลี่ยนเป้าหมายจาก "ลดน้ำหนัก" มาเป็น "ลดหุ่น" กันดีกว่านะคะ จะได้ไม่เครียด
คลิกที่นี่เพื่อเป็นสมาชิก?
ติดต่อ ธุรกิจของเรา
เว็บไซต์
ที่อยู่
Chiang Rai