Token Wealth RWA

Token Wealth RWA

แชร์

Real World Asset 😎 Tokenize as a service

27/05/2026

Ditto

DITTO ปลุก Blu Green Token 480 ล้าน ป่าชายเลน 1.7 หมื่นไร่ กลายเป็นคริปโต ลิสต์ Q3 นี้
เมื่อพูดถึงคำว่า "ลงทุนสีเขียว" นักลงทุนไทยส่วนใหญ่จะนึกถึงกองทุน ESG หรือหุ้นสายพลังงานสะอาด แต่ในวันที่ 26 พฤษภาคม 2569 ตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลของไทยมีสิ่งที่ไม่เคยเห็นมาก่อน ป่าชายเลน 17,531 ไร่ ทอดยาวตามแนวชายฝั่งของประเทศ ถูกแปลงเป็นโทเคนดิจิทัลที่ซื้อขายได้บน Exchange
ภาพรวมของดีลคือ บริษัท สยาม ทีซี เทคโนโลยี (STCT) ซึ่งเป็นบริษัทลูกของ บริษัท ดิทโต้ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ DITTO เตรียมเสนอขาย Blu Green Token จำนวน 400 ล้านโทเคน ราคา 1.20 บาทต่อโทเคน รวมมูลค่าระดมทุนไม่เกิน 480 ล้านบาท โดยมีคาร์บอนเครดิตจากป่าชายเลน 400,000 ตันเป็นสินทรัพย์อ้างอิง ถือเป็น Investment Token กลุ่มสิ่งแวดล้อมโครงการแรกของไทยที่ผ่านการอนุญาตจาก ก.ล.ต. เรียบร้อย
คำถามที่หลายคนสงสัยคือ ทำไมโครงการระดับนี้ถึงเลือกระดมทุนผ่านโทเคนแทนการออกหุ้นเพิ่มทุนหรือกองทุน และทำไมรัฐถึงไฟเขียวให้ป่าชายเลนกลายเป็นสินทรัพย์อ้างอิงคริปโตได้ คำตอบมาจากเรื่องราวที่ดำเนินมาตั้งแต่ปี 2565
1) ปี 2565 จุดเริ่มต้นสายสีเขียวของ DITTO
DITTO เริ่มต้นจากธุรกิจให้เช่าเครื่องถ่ายเอกสารและระบบจัดการเอกสาร แต่ในปี 2565 บริษัทตัดสินใจขยายธุรกิจไปยังเทคโนโลยีสิ่งแวดล้อม (Green and Climate Technology) ผ่านบริษัทลูก STCT โดยเริ่มจากการดำเนินงานพิพิธภัณฑ์ป่าชายเลน ก่อนเข้าร่วมโครงการปลูกป่ากับ กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.)
2) ปี 2566 รับจัดสรรพื้นที่ล็อตแรก 11,448 ไร่
STCT ได้รับการจัดสรรพื้นที่ปลูกป่าชายเลนล็อตแรกจาก ทช. จำนวน 11,448.30 ไร่ ระยะเวลา 30 ปี ป่าชายเลนมีคุณสมบัติพิเศษคือดูดซับคาร์บอนได้มากกว่าป่าบกถึง 10 เท่า จึงถูกจัดอยู่ในประเภท Blue Carbon (คาร์บอนเครดิตจากระบบนิเวศชายฝั่ง) ซึ่งเป็นที่มาของชื่อ "Blu" ในตัวโทเคน
3) ต้นปี 2567 ดึง Token X เข้ามาเป็น ICO Portal
DITTO ลงนามแต่งตั้ง บริษัท Token X ในเครือ SCB 10X เป็นผู้ให้บริการระบบเสนอขายโทเคนดิจิทัล (ICO Portal คือผู้ตรวจสอบและให้บริการเสนอขาย ICO ภายใต้กรอบ ก.ล.ต.) ตอนนั้นวางเป้าออกโทเคนภายในกลางปี 2567 แต่กระบวนการตรวจสอบและออกหลักเกณฑ์โทเคนกลุ่มความยั่งยืนต้องใช้เวลานานกว่าที่คาด ทำให้ตัวโทเคนต้องเลื่อนออกมาเกือบ 2 ปี
4) ทยอยเพิ่มพื้นที่จนแตะ 175,196 ไร่
ในช่วงปี 2566 ถึง 2568 STCT ทยอยรับการจัดสรรพื้นที่เพิ่มจาก ทช. หลายล็อต รวมแล้วได้รับสิทธิดูแลป่าชายเลนทั้งหมด 175,196.05 ไร่ เป็นระยะเวลา 30 ปี ทำให้กลายเป็นเอกชนรายใหญ่ที่สุดในโครงการคาร์บอนเครดิตป่าชายเลนของไทย
5) ตัดเฉพาะ 17,531 ไร่ เป็นสินทรัพย์อ้างอิงโทเคน
จากพื้นที่ทั้งหมด STCT เลือกพื้นที่ปลูกใหม่เพียง 17,531.04 ไร่ ระยะเวลา 7 ปี มาเป็นโครงการอ้างอิงสำหรับ Blu Green Token พื้นที่ดังกล่าวคาดว่าจะผลิตคาร์บอนเครดิตได้ เกิน 1 ล้านตัน ภายใน 7 ปี แต่นำมาอ้างอิงโทเคนเพียง 400,000 ตัน ส่วนที่เหลืออีกกว่า 600,000 ตัน เก็บเป็น Buffer (บัฟเฟอร์ หรือกันชน) รองรับเหตุสุดวิสัย เช่น ภัยธรรมชาติหรือไฟไหม้ป่า
6) 22 พ.ค. 2569 ข่าวยื่นไฟลิ่งหลุดออกมา
สำนักข่าว efinanceThai รายงานว่า STCT ยื่นไฟลิ่งขออนุญาตเสนอขาย ICO ต่อ ก.ล.ต. มูลค่าไม่เกิน 480 ล้านบาท จากนั้น ก.ล.ต. อนุญาตอย่างเป็นทางการภายใต้กฎเกณฑ์โทเคนดิจิทัลกลุ่มความยั่งยืน ซึ่งอ้างอิงจาก Framework สำหรับ Green Financing (เงินทุนสีเขียวเพื่อสิ่งแวดล้อม) ระดับสากล
7) 26 พ.ค. 2569 แถลงข่าวเปิดตัวอย่างเป็นทางการ
นายฐกร รัตนกมลพร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร DITTO และนายชัยทัด กุลโชควนิช รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารและ CFO เปิดเผยโครงสร้างโทเคน พร้อมยืนยันว่า DITTO ในฐานะบริษัทแม่ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ มีรายได้ปีล่าสุดกว่า 3,000 ล้านบาท กำไรสุทธิราว 600 ล้านบาท แทบไม่มีเงินกู้ จึงพร้อมสนับสนุนทางการเงินแก่ STCT หากเกิดเหตุไม่คาดฝัน
8) กลไกผลตอบแทน 2 ทาง
ผู้ถือ Blu Green Token จะได้รับผลตอบแทนใน 2 รูปแบบ
กรณีปกติ คาร์บอนเครดิตเริ่มทยอยขายตั้งแต่ปีที่ 5 ของโครงการ ผู้ถือโทเคนได้ส่วนแบ่งกำไรแบบ Upside ไม่จำกัด ขึ้นกับราคาตลาดคาร์บอนในขณะนั้น
กรณีขายคาร์บอนเครดิตไม่ได้ ผู้ลงทุนจะได้รับเงินต้นคืน พร้อมผลตอบแทนทบต้น 3 เปอร์เซ็นต์ต่อปี เปรียบเสมือนตราสารหนี้ที่มีหลักประกันเป็นป่าชายเลน
9) มุมของ Token X ในฐานะ ICO Portal
นายวันรบ บุญธรรม CIO ของ Token X ระบุว่า Blu Green Token เป็นกรณีศึกษาที่ผสาน Real World Asset (RWA คือสินทรัพย์ในโลกจริงที่นำมา Tokenize) เข้ากับ Green Financing ได้อย่างลงตัว และเป็นนวัตกรรมระดมทุนสีเขียวระดับภูมิภาคที่น่าจับตา
10) Q3 2569 เตรียมลิสต์ Exchange
ตามแผนของบริษัท จะมีการเปิดจองและเข้าจดทะเบียนในศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลภายในไตรมาสที่ 3 ของปีนี้ หมายความว่าผู้ลงทุนรายย่อยจะสามารถซื้อขายโทเคนได้ในตลาดรองผ่าน Exchange ที่ได้รับใบอนุญาตจาก ก.ล.ต.
โครงการนี้เกิดขึ้นในช่วงที่ประเทศไทยปล่อยก๊าซเรือนกระจกราว 380 ล้านตันคาร์บอนต่อปี ขณะที่ พ.ร.บ. การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ หรือ พ.ร.บ. โลกร้อน ผ่านความเห็นชอบจาก ครม. แล้ว และกำลังเข้าสู่การพิจารณาของสภา ซึ่งจะเปลี่ยนตลาดคาร์บอนเครดิตไทยจากภาคสมัครใจไปสู่ภาคบังคับ ขณะเดียวกัน มาตรการ CBAM (Carbon Border Adjustment Mechanism หรือกลไกปรับราคาคาร์บอนข้ามพรมแดน) ของสหภาพยุโรปกำลังบีบให้ผู้ส่งออกไทยต้องชดเชยการปล่อยคาร์บอน ความต้องการคาร์บอนเครดิตในประเทศจึงมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
ในวงนักลงทุนคริปโตและสายตลาดทุนของไทย ปฏิกิริยาแยกเป็นสองฝั่งชัดเจน ฝั่งที่เห็นด้วยมองว่า เป็นการเปิดประตูให้นักลงทุนรายย่อยเข้าถึงสินทรัพย์ RWA ที่เคยจำกัดอยู่กับสถาบันการเงิน บวกกับโครงสร้างการันตี 3 เปอร์เซ็นต์ จากบริษัทแม่ในตลาดหลักทรัพย์ ทำให้ความเสี่ยงต่ำกว่าโทเคนทั่วไปอย่างมีนัยสำคัญ ขณะที่ฝั่งสงสัยตั้งคำถามว่า ผลตอบแทนการันตี 3 เปอร์เซ็นต์ต่อปี เทียบกับดอกเบี้ยพันธบัตรรัฐบาลในบางช่วงแทบไม่ต่างกัน แล้วทำไมต้องล็อกเงินไว้กับคาร์บอนเครดิตที่เริ่มขายในปีที่ 5 รวมถึงประเด็นเรื่องสภาพคล่องในตลาดรองว่าจะมี Volume เพียงพอหรือไม่ (ความเห็นข้างต้นเป็นการรวบรวมจากการพูดคุยในแวดวงนักลงทุนเชิงตัวแทน มิได้อ้างอิงจากบุคคลใดบุคคลหนึ่งโดยเฉพาะ)
ความน่าสนใจของ Blu Green Token ไม่ได้อยู่ที่ตัวโทเคนเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่การเป็นกรณีทดสอบสำคัญของ ก.ล.ต. ในการเปิดทางให้โทเคนกลุ่ม Green Asset เข้าสู่ตลาดทั่วไป หากโครงการนี้สามารถเปิดจอง ลิสต์ Exchange และซื้อขายในตลาดรองได้ราบรื่น มีโอกาสสูงที่จะเห็นโทเคนสิ่งแวดล้อมประเภทอื่นทยอยตามมาในกรอบเวลาไม่กี่ปีข้างหน้า
ติดตามต่อในช่วง Q3 ว่าราคาเปิดจอง การกระจายผู้ถือโทเคน และ Volume ตลาดรอง จะเดินไปในทิศทางใด
การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลให้ครบถ้วนก่อนตัดสินใจลงทุน
#คาร์บอนเครดิต

03/05/2026

Investment Token

XSpring Digital จับมือ AssetWise เสนอขาย “Aquarous Investment Digital Token” เพื่อการลงทุนผลตอบแทน 7% ต่อปี มี Luxury Condominium : Aquarous Jomtien Pattaya หนุนหลัง

Token มูลค่ารวม 400 ล้านบาท ให้ผลตอบแทน 7% ต่อปี ตลอดอายุโครงการ 3 ปี พร้อมจ่ายผลตอบแทนทุกไตรมาส

Aquarous Investment Token - Investment Token ที่มีลักษณะคล้ายหนี้ (Debt-liked Token) ซึ่งออกและเสนอขายโดยบริษัท ไวส์ เอสพีวี 2 จำกัด

โดยผลตอบแทนและเงินลงทุนเริ่มต้นจะได้รับจากผลประกอบการที่มาจากโครงการคอนโดมิเนียม Aquarous Jomtien Pattaya ระดับ Luxury มูลค่ากว่า 5,000 ล้านบาท ที่พัฒนาโดยกลุ่มบริษัท แอสเซทไวส์ จำกัด (มหาชน) หรือ ASW โดยการเสนอขายโทเคนดิจิทัลครั้งนี้เปิดจองซื้อไปแล้วเมื่อวันที่ 23 – 29 เมษายนที่ผ่านมา

พบว่าได้รับกระแสตอบรับจากนักลงทุนเป็นอย่างดี ทำให้สามารถเสนอขายในรูปแบบ Private Placement มูลค่ารวม 400 ล้านบาทได้ทั้งหมด โดยนักลงทุนที่เข้ามาลงทุนในครั้งนี้จะได้รับผลตอบแทน 7% ต่อปี ตลอดอายุโครงการ 3 ปี พร้อมจ่ายผลตอบแทนทุกไตรมาส และมีโครงสร้างคุ้มครองนักลงทุน รวมถึงการสนับสนุนทางการเงินจาก AssetWise และกลไกบริหารกระแสเงินสดที่ให้นักลงทุนได้รับชำระผลตอบแทนที่มั่นคง

11/04/2026

Gold Tokenization

บริษัท แม่ทองสุกเซ็นทรัล จำกัด (Mae Thong Suk Central) ในกลุ่มบริษัท ในเครือ เอ็มทีเอส โกลด์ (แม่ทองสุก) ผู้ดำเนินธุรกิจทองคำครบวงจรชั้นนำของประเทศไทย แต่งตั้ง บริษัท คิวบิกซ์ ดิจิทัล แอสเสท จำกัด (kubix) ภายใต้ ออร์บิกซ์ กรุ๊ป บริษัทในกลุ่มธุรกิจทางการเงินของธนาคารกสิกรไทย เป็นผู้ให้บริการระบบเสนอขายโทเคนดิจิทัล (ICO Portal) อย่างเป็นทางการ และได้ยื่นคำขออนุญาตเสนอขายโทเคนดิจิทัลโครงการ MTS Gold Investment Token เพื่อการลงทุนในธุรกิจค้าทองคำแท่งรายแรกของประเทศไทย มูลค่าการระดมทุนรวมไม่เกิน 2,000 ล้านบาท ต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เมื่อวันที่ 10 เมษายน 2569 โดยคาดว่าจะเปิดให้จองซื้อได้ภายในต้นไตรมาส 3 ปีนี้
หมายเหตุ: โทเคนดิจิทัลมีความเสี่ยงสูง โปรดศึกษาและลงทุนให้เหมาะสมกับระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้และข้อมูลที่เปิดเผยอ้างอิงตามแบบแสดงรายการข้อมูลและร่างหนังสือชี้ชวนซึ่งอยู่ในระหว่างขั้นตอนการขอพิจารณาอนุมัติจากสำนักงาน ก.ล.ต. อาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ในอนาคต
อ่านต่อได้ที่: https://techsauce.co/pr-news/mts-gold-kubix-investment-token-gold-business-2000m

Photos from TravelHolic ชีวิตติดเที่ยว's post 04/04/2026

เซียงไฮ้

04/04/2026

Kunawong House Museum

03/04/2026

สวนลุม

ไม่อ่อมค่ะ.. ไม่อ่อม.. ใครจะไปคิดว่า "ลานเต้นแอโรบิค" จะกลายเป็นพื้นที่การตลาดทรงพลังที่สุดในไทยตอนนี้?
สวนลุมพินี ต้นปี 2026 ไม่ใช่แค่ที่ออกกำลังกายของผู้สูงอายุอีกต่อไปแล้ว เพราะข้อมูลจาก Wisesight (Thailand) ผ่านเครื่องมือ Zocial Eye ช่วง 1 มกราคม ถึง 2 เมษายน 2569 เพิ่งเผยตัวเลขที่ทำให้นักการตลาดต้องหยุดฟังตรงนี้
ยอด Engagement จากกระแส "แอโรบิคสวนลุม" และกิจกรรมที่เกี่ยวข้อง พุ่งสูงถึง 9.8 ล้านครั้ง (เกือบ 10 ล้านเลยนะ) จากข้อความเพียงสองหมื่นกว่าข้อความเท่านั้น
แล้วมันเกิดขึ้นได้ยังไง?

👉 ส่วนหนึ่งที่น่าสนใจมากคือมันไม่ได้ดังแค่ในแพลตฟอร์มเดียว แต่เป็นการ "ประสานพลัง" ข้ามแพลตฟอร์มอย่างลงตัวจนน่าทึ่ง

• TikTok คือโรงงานผลิต Viral ด้วย Engagement เกือบ 4 ล้านครั้ง Dance Challenge บนแอปนี้ทำให้ภาพจำการเต้นแอโรบิคดู "เท่" และ "คูล" ในสายตา Gen Z ไปเลย

• Facebook กลายเป็น "สภากาแฟดิจิทัล" ที่คนมานัดรวมกลุ่ม แชร์ตารางกิจกรรม และถกเรื่องนโยบายพื้นที่สาธารณะ

• Instagram ก็ทำหน้าที่ตบท้ายสวยๆ ด้วยรูปถ่ายและ Reels ที่เปลี่ยนสวนลุมฯ ให้กลายเป็น Must-visit Destination ในสายตาคนทั่วโลก
👉 แต่สิ่งที่จุดชนวนให้ไวรัลจริงๆ มันมาจากหลายทิศทางมากกว่าที่คิด

เรื่องแรกที่พลาดไม่ได้คือ Taeyong NCT ที่เดินเข้ามาเต้นแอโรบิคที่สวนลุมแล้วบอกว่า "ท่าเต้นยากและท้าทายมาก" แค่ประโยคเดียวก็ดึงแฟนคลับทั่วโลกให้หันมามองลานเต้นกลางแจ้งของไทยในมุมใหม่ทันที นี่คือ Soft Power ที่ไม่ได้วางแผนไว้ล่วงหน้า แต่ทรงพลังกว่าแคมเปญหลายล้านบาทเสียอีก

อีกเรื่องที่หลายคนอาจไม่ทันสังเกตคือกระแส Pet Community ที่ Engagement พุ่งไปกว่า 2.6 ล้านครั้ง คอนเทนต์ "แมวสวนลุม" และ Dog Park กลายเป็น Healing Content ที่คนเมืองโหยหา สะท้อนให้เห็นว่าพื้นที่สีเขียวที่เป็นมิตรกับสัตว์เลี้ยงคือแม่เหล็กดึงดูดใจคนรุ่นใหม่ที่แบรนด์หลายเจ้ายังมองข้ามอยู่

แล้วก็มี Netflix One Piece Event ที่เลือกสวนลุมฯ เป็นสถานที่จัดงานในเดือนมีนาคม สร้าง Engagement กว่า 1.1 ล้านครั้ง บวกกับมาสคอทไก่เบญจาของแบรนด์ U Farm เครือซีพี ที่มาโผล่ร่วมเต้นแอโรบิคกับพี่ๆ ในสวนด้วย เรียกสายตาได้ทั้งคนไทยและต่างชาติแบบไม่ต้องง้อสปอนเซอร์หนักๆ เลย
แต่สิ่งที่ทำให้นักการตลาดตื่นเต้นที่สุดอาจไม่ใช่ตัวเลข Engagement

มันคือ Sentiment ที่ Neutral 100% ซึ่งฟังดูธรรมดา แต่จริงๆ แล้วนี่คือสัญญาณ Brand Safety ระดับสูงสุด เพราะทุกบทสนทนาเกี่ยวกับสวนลุมฯ ล้วนเป็นการแชร์ความสุข รายงานสถานการณ์ และไลฟ์สไตล์ส่วนตัว โดยไม่มีดราม่าหรือความขัดแย้งเจือปน

แปลว่าผู้บริโภคที่นี่กำลังอยู่ในสภาวะ "เปิดรับ" อย่างเต็มที่ ถ้าแบรนด์ไหนแทรกตัวเข้าไปได้อย่างแนบเนียน โอกาสที่จะเปลี่ยนจาก "เห็น" เป็น "รัก" นั้นสูงกว่าพื้นที่ที่มีดราม่าอยู่ตลอดเวลามาก
ชวนขบคิด.. สำหรับนักการตลาดที่อ่านอยู่ตอนนี้ ลองถามตัวเองดูว่าแบรนด์เราเป็น "ผู้สนับสนุนความสุข" หรือแค่ "คนโฆษณา"?

เพราะบทเรียนจากสวนลุมฯ บอกชัดมากว่าแบรนด์ที่เข้าไป Enable ประสบการณ์ของคนจะได้รับความเอ็นดูกลับมามากกว่าแบรนด์ที่เข้าไปเพื่อ Interrupt ความสุขของเขา

วันนี้สวนลุมพินีพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าพื้นที่สาธารณะเก่าแก่ที่มีอายุหลายสิบปี สามารถ Rebrand ตัวเองเป็น Dynamic Platform ที่เชื่อมโยงบันเทิง ไลฟ์สไตล์ และวัฒนธรรมร่วมสมัยได้โดยไม่ต้องใช้งบประมาณมหาศาล แค่ "คน" และ "โมเมนต์" ที่ใช่ก็เพียงพอแล้ว แบรนด์ของคุณพร้อมขึ้นสเตจนี้แล้วหรือยัง? เอ้า! ฮึบ..ฮึบ..

Reference Data: Wisesight (Thailand) / Zocial Eye (1 Jan – 2 Apr 2026)

#สวนลุม #แอโรบิกแดนซ์ #กระแสไวรัล

03/04/2026

Great

[𝗣𝗿𝗼𝗽 𝗨𝗽𝗱𝗮𝘁𝗲]
“ศูนย์ราชการใหม่” ริม ถ.เจริญนคร
ที่จะเสร็จปี 70 จะช่วยเปลี่ยนหน้าตา
“เจริญนคร” ยังไงบ้าง ?
ช่วงนี้ ถ้าใครผ่านโซนถนนเจริญนคร
จะเริ่มเห็นความเคลื่อนไหวของพื้นที่
แปลงใหญ่ริมแม่น้ำ

นั่นคือ
“ศูนย์ราชการกระทรวงมหาดไทย”
ที่กำลังก่อสร้างต่อเนื่อง และเริ่มเป็นรูป
เป็นร่างมากขึ้น

และมีอีกจุดที่น่าสนใจมากคือ
“ท่าเรือส่วนตัวริมแม่น้ำเจ้าพระยา”
โดยภาพรวม
โครงการตั้งเป้าแล้วเสร็จในปี 2570
#แล้วโครงการนี้คืออะไร
ศูนย์ราชการกระทรวงมหาดไทยแห่งใหม่
ตั้งอยู่บน ถ.เจริญนคร ซึ่งประกอบด้วย
อาคารสำนักงาน 6 อาคาร

รวมพื้นที่กว่า 220,000 ตร.ม. บน
เนื้อที่ 19 ไร่ ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่ง
ถือว่าเป็นพื้นที่ที่ใหญ่กว่าห้างฯ
ขนาดกลาง 3 ห้างรวมกัน
#แล้วน่าสนใจยังไง
เป็นเรื่องของทำเล เพราะถึงแม้ว่า
“เจริญนคร” จะไม่ใช่ทำเลใหม่
แต่เป็นทำเลที่เมื่อ รถไฟฟ้าสาย
สีทองเข้ามา

รวมทั้ง ไอคอนสยามเปิด
ก็ทำให้ย่านเจริญนครมีความ
เจริญมากขึ้น ราคาที่ดินก็เพิ่มขึ้น

และ
มีคอนโดระดับ Luxury เกิดขึ้น
หลายโครงการ

หรือแม้แต่ กระทรวงมหาดไทย
กำลังจะตามมาในอนาคตก็หมาย
ความว่ามีข้าราชการหลักพันคน
ที่จะต้องการที่อยู่อาศัยใกล้ที่ทำงาน

ทุกเช้าวันจันทร์ถึงศุกร์ คนพวกนี้
จะต้องกินข้าว จอดรถ เช่าคอนโด
ใช้ร้านค้าทุกอย่างนั้นคือเม็ดเงิน
ที่ไหลลงมาในย่าน

ซึ่งตัวอย่างนี้เคยเกิดขึ้นมาแล้ว
ที่ “พระราม 9” ก่อน MRT
ราคาธรรมดามาก พอมีรถไฟฟ้า
พอมีออฟฟิศใหญ่เข้ามา ราคา
กระโดดหลายเท่า

ซึ่งเจริญนครต่างออกไปตรง
ที่มีแม่น้ำเจ้าพระยาเป็นพื้นหลัง
ที่ดินที่จะนำมาพัฒนาหายาก

และราคาสูงขึ้นต่อเนื่องริมน้ำ
มีแค่เส้นเดียว ผลิตเพิ่มไม่ได้

ก็รอลุ้นกันว่าเมื่อ
“ศูนย์ราชการกระทรวงมหาดไทย”
สร้างแล้วเสร็จในปี 2570 จะช่วย
ผลักดันย่านเจริญนครไปใน
ทิศทางไหนบ้าง
Reference:
- สำนักข่าวอิศรา
- มติชนออนไลน์
#ศูนย์ราชการกระทรวงมหาดไทย

#แลนด์มาร์กใหม่
#อสังหา
#อสังหาริมทรัพย์

03/04/2026

Disneyland news

รายงานความคืบหน้าล่าสุดจาก Bangkok Post (อ่านลิงค์เต็มได้ใน comment)
อ้างอิงการให้สัมภาษณ์ นาย พิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม มีประเด็นที่น่าสนใจคือ

🩷มีการระบุว่ารัฐบาลส่งจดหมายไปถึง CEO คนใหม่ของ Disney แล้ว เพื่อแสดงเจตจำนงในการเชิญชวนมาแสวงหาโอกาสการลงทุนในประเทศไทย (แสดงว่าเพิ่งส่งไปไม่นาน เนื่องจาก CEO คนใหม่เพิ่งรับตำแหน่ง 18 มีนาคม)

🧡พื้นที่ที่เตรียมไว้สำหรับสวนสนุกคือ 2,700 ไร่ ขนาดประมาณเซี่ยงไฮ้ดิสนีย์แลนด์

💛มีการกล่าวถึงผู้ประกอบการธุรกิจสวนสนุกระดับโลกที่มีแฟรนไชส์ในสิงคโปร์สนใจเข้ามาทำธุรกิจในไทย (อาจจะเป็น Universal แต่คิดว่าน่าจะเป็น Resorts World มากกว่า)

💚นักลงทุนรายใหญ่จากสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์สนใจร่วมลงทุนด้วย

อย่างไรก็ตาม ถือว่าเป็นเรื่องราวเล่าสู่กันฟังก่อน เพราะยังไม่มีความคืบหน้าหรือความคิดเห็นจากทาง Disney ออกมาแต่อย่างใด

03/04/2026

RWA

📌ตลาด RWA Tokenization ไทยมีโอกาสโตทะลุ 1.7 ล้านล้านบาท ภายในปี 2573 โลกกำลังผสานบล็อกเชนมาใช้เพิ่มประสิทธิภาพในตลาดทุน

ต้องการให้ธุรกิจของคุณ ธุรกิจ ขึ้นเป็นอันดับหนึ่ง ตัวแทน / บริการด้านอสังหาริมทรัพย์ ใน Bangkok?
คลิกที่นี่เพื่อเป็นสมาชิก?

เว็บไซต์

ที่อยู่


777
Bangkok
12120

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Token Wealth RWAผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

สมัคร

เราจะแจ้งให้คุณทราบในกรณีที่มีการอับเดทข้อมูลใน Bangkok.