Token Wealth RWA

Token Wealth RWA

แชร์

Real World Asset 😎 Tokenize as a service

11/04/2026

Gold Tokenization

บริษัท แม่ทองสุกเซ็นทรัล จำกัด (Mae Thong Suk Central) ในกลุ่มบริษัท ในเครือ เอ็มทีเอส โกลด์ (แม่ทองสุก) ผู้ดำเนินธุรกิจทองคำครบวงจรชั้นนำของประเทศไทย แต่งตั้ง บริษัท คิวบิกซ์ ดิจิทัล แอสเสท จำกัด (kubix) ภายใต้ ออร์บิกซ์ กรุ๊ป บริษัทในกลุ่มธุรกิจทางการเงินของธนาคารกสิกรไทย เป็นผู้ให้บริการระบบเสนอขายโทเคนดิจิทัล (ICO Portal) อย่างเป็นทางการ และได้ยื่นคำขออนุญาตเสนอขายโทเคนดิจิทัลโครงการ MTS Gold Investment Token เพื่อการลงทุนในธุรกิจค้าทองคำแท่งรายแรกของประเทศไทย มูลค่าการระดมทุนรวมไม่เกิน 2,000 ล้านบาท ต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เมื่อวันที่ 10 เมษายน 2569 โดยคาดว่าจะเปิดให้จองซื้อได้ภายในต้นไตรมาส 3 ปีนี้
หมายเหตุ: โทเคนดิจิทัลมีความเสี่ยงสูง โปรดศึกษาและลงทุนให้เหมาะสมกับระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้และข้อมูลที่เปิดเผยอ้างอิงตามแบบแสดงรายการข้อมูลและร่างหนังสือชี้ชวนซึ่งอยู่ในระหว่างขั้นตอนการขอพิจารณาอนุมัติจากสำนักงาน ก.ล.ต. อาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ในอนาคต
อ่านต่อได้ที่: https://techsauce.co/pr-news/mts-gold-kubix-investment-token-gold-business-2000m

Photos from TravelHolic ชีวิตติดเที่ยว's post 04/04/2026

เซียงไฮ้

04/04/2026

Kunawong House Museum

03/04/2026

สวนลุม

ไม่อ่อมค่ะ.. ไม่อ่อม.. ใครจะไปคิดว่า "ลานเต้นแอโรบิค" จะกลายเป็นพื้นที่การตลาดทรงพลังที่สุดในไทยตอนนี้?
สวนลุมพินี ต้นปี 2026 ไม่ใช่แค่ที่ออกกำลังกายของผู้สูงอายุอีกต่อไปแล้ว เพราะข้อมูลจาก Wisesight (Thailand) ผ่านเครื่องมือ Zocial Eye ช่วง 1 มกราคม ถึง 2 เมษายน 2569 เพิ่งเผยตัวเลขที่ทำให้นักการตลาดต้องหยุดฟังตรงนี้
ยอด Engagement จากกระแส "แอโรบิคสวนลุม" และกิจกรรมที่เกี่ยวข้อง พุ่งสูงถึง 9.8 ล้านครั้ง (เกือบ 10 ล้านเลยนะ) จากข้อความเพียงสองหมื่นกว่าข้อความเท่านั้น
แล้วมันเกิดขึ้นได้ยังไง?

👉 ส่วนหนึ่งที่น่าสนใจมากคือมันไม่ได้ดังแค่ในแพลตฟอร์มเดียว แต่เป็นการ "ประสานพลัง" ข้ามแพลตฟอร์มอย่างลงตัวจนน่าทึ่ง

• TikTok คือโรงงานผลิต Viral ด้วย Engagement เกือบ 4 ล้านครั้ง Dance Challenge บนแอปนี้ทำให้ภาพจำการเต้นแอโรบิคดู "เท่" และ "คูล" ในสายตา Gen Z ไปเลย

• Facebook กลายเป็น "สภากาแฟดิจิทัล" ที่คนมานัดรวมกลุ่ม แชร์ตารางกิจกรรม และถกเรื่องนโยบายพื้นที่สาธารณะ

• Instagram ก็ทำหน้าที่ตบท้ายสวยๆ ด้วยรูปถ่ายและ Reels ที่เปลี่ยนสวนลุมฯ ให้กลายเป็น Must-visit Destination ในสายตาคนทั่วโลก
👉 แต่สิ่งที่จุดชนวนให้ไวรัลจริงๆ มันมาจากหลายทิศทางมากกว่าที่คิด

เรื่องแรกที่พลาดไม่ได้คือ Taeyong NCT ที่เดินเข้ามาเต้นแอโรบิคที่สวนลุมแล้วบอกว่า "ท่าเต้นยากและท้าทายมาก" แค่ประโยคเดียวก็ดึงแฟนคลับทั่วโลกให้หันมามองลานเต้นกลางแจ้งของไทยในมุมใหม่ทันที นี่คือ Soft Power ที่ไม่ได้วางแผนไว้ล่วงหน้า แต่ทรงพลังกว่าแคมเปญหลายล้านบาทเสียอีก

อีกเรื่องที่หลายคนอาจไม่ทันสังเกตคือกระแส Pet Community ที่ Engagement พุ่งไปกว่า 2.6 ล้านครั้ง คอนเทนต์ "แมวสวนลุม" และ Dog Park กลายเป็น Healing Content ที่คนเมืองโหยหา สะท้อนให้เห็นว่าพื้นที่สีเขียวที่เป็นมิตรกับสัตว์เลี้ยงคือแม่เหล็กดึงดูดใจคนรุ่นใหม่ที่แบรนด์หลายเจ้ายังมองข้ามอยู่

แล้วก็มี Netflix One Piece Event ที่เลือกสวนลุมฯ เป็นสถานที่จัดงานในเดือนมีนาคม สร้าง Engagement กว่า 1.1 ล้านครั้ง บวกกับมาสคอทไก่เบญจาของแบรนด์ U Farm เครือซีพี ที่มาโผล่ร่วมเต้นแอโรบิคกับพี่ๆ ในสวนด้วย เรียกสายตาได้ทั้งคนไทยและต่างชาติแบบไม่ต้องง้อสปอนเซอร์หนักๆ เลย
แต่สิ่งที่ทำให้นักการตลาดตื่นเต้นที่สุดอาจไม่ใช่ตัวเลข Engagement

มันคือ Sentiment ที่ Neutral 100% ซึ่งฟังดูธรรมดา แต่จริงๆ แล้วนี่คือสัญญาณ Brand Safety ระดับสูงสุด เพราะทุกบทสนทนาเกี่ยวกับสวนลุมฯ ล้วนเป็นการแชร์ความสุข รายงานสถานการณ์ และไลฟ์สไตล์ส่วนตัว โดยไม่มีดราม่าหรือความขัดแย้งเจือปน

แปลว่าผู้บริโภคที่นี่กำลังอยู่ในสภาวะ "เปิดรับ" อย่างเต็มที่ ถ้าแบรนด์ไหนแทรกตัวเข้าไปได้อย่างแนบเนียน โอกาสที่จะเปลี่ยนจาก "เห็น" เป็น "รัก" นั้นสูงกว่าพื้นที่ที่มีดราม่าอยู่ตลอดเวลามาก
ชวนขบคิด.. สำหรับนักการตลาดที่อ่านอยู่ตอนนี้ ลองถามตัวเองดูว่าแบรนด์เราเป็น "ผู้สนับสนุนความสุข" หรือแค่ "คนโฆษณา"?

เพราะบทเรียนจากสวนลุมฯ บอกชัดมากว่าแบรนด์ที่เข้าไป Enable ประสบการณ์ของคนจะได้รับความเอ็นดูกลับมามากกว่าแบรนด์ที่เข้าไปเพื่อ Interrupt ความสุขของเขา

วันนี้สวนลุมพินีพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าพื้นที่สาธารณะเก่าแก่ที่มีอายุหลายสิบปี สามารถ Rebrand ตัวเองเป็น Dynamic Platform ที่เชื่อมโยงบันเทิง ไลฟ์สไตล์ และวัฒนธรรมร่วมสมัยได้โดยไม่ต้องใช้งบประมาณมหาศาล แค่ "คน" และ "โมเมนต์" ที่ใช่ก็เพียงพอแล้ว แบรนด์ของคุณพร้อมขึ้นสเตจนี้แล้วหรือยัง? เอ้า! ฮึบ..ฮึบ..

Reference Data: Wisesight (Thailand) / Zocial Eye (1 Jan – 2 Apr 2026)

#สวนลุม #แอโรบิกแดนซ์ #กระแสไวรัล

03/04/2026

Great

[𝗣𝗿𝗼𝗽 𝗨𝗽𝗱𝗮𝘁𝗲]
“ศูนย์ราชการใหม่” ริม ถ.เจริญนคร
ที่จะเสร็จปี 70 จะช่วยเปลี่ยนหน้าตา
“เจริญนคร” ยังไงบ้าง ?
ช่วงนี้ ถ้าใครผ่านโซนถนนเจริญนคร
จะเริ่มเห็นความเคลื่อนไหวของพื้นที่
แปลงใหญ่ริมแม่น้ำ

นั่นคือ
“ศูนย์ราชการกระทรวงมหาดไทย”
ที่กำลังก่อสร้างต่อเนื่อง และเริ่มเป็นรูป
เป็นร่างมากขึ้น

และมีอีกจุดที่น่าสนใจมากคือ
“ท่าเรือส่วนตัวริมแม่น้ำเจ้าพระยา”
โดยภาพรวม
โครงการตั้งเป้าแล้วเสร็จในปี 2570
#แล้วโครงการนี้คืออะไร
ศูนย์ราชการกระทรวงมหาดไทยแห่งใหม่
ตั้งอยู่บน ถ.เจริญนคร ซึ่งประกอบด้วย
อาคารสำนักงาน 6 อาคาร

รวมพื้นที่กว่า 220,000 ตร.ม. บน
เนื้อที่ 19 ไร่ ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่ง
ถือว่าเป็นพื้นที่ที่ใหญ่กว่าห้างฯ
ขนาดกลาง 3 ห้างรวมกัน
#แล้วน่าสนใจยังไง
เป็นเรื่องของทำเล เพราะถึงแม้ว่า
“เจริญนคร” จะไม่ใช่ทำเลใหม่
แต่เป็นทำเลที่เมื่อ รถไฟฟ้าสาย
สีทองเข้ามา

รวมทั้ง ไอคอนสยามเปิด
ก็ทำให้ย่านเจริญนครมีความ
เจริญมากขึ้น ราคาที่ดินก็เพิ่มขึ้น

และ
มีคอนโดระดับ Luxury เกิดขึ้น
หลายโครงการ

หรือแม้แต่ กระทรวงมหาดไทย
กำลังจะตามมาในอนาคตก็หมาย
ความว่ามีข้าราชการหลักพันคน
ที่จะต้องการที่อยู่อาศัยใกล้ที่ทำงาน

ทุกเช้าวันจันทร์ถึงศุกร์ คนพวกนี้
จะต้องกินข้าว จอดรถ เช่าคอนโด
ใช้ร้านค้าทุกอย่างนั้นคือเม็ดเงิน
ที่ไหลลงมาในย่าน

ซึ่งตัวอย่างนี้เคยเกิดขึ้นมาแล้ว
ที่ “พระราม 9” ก่อน MRT
ราคาธรรมดามาก พอมีรถไฟฟ้า
พอมีออฟฟิศใหญ่เข้ามา ราคา
กระโดดหลายเท่า

ซึ่งเจริญนครต่างออกไปตรง
ที่มีแม่น้ำเจ้าพระยาเป็นพื้นหลัง
ที่ดินที่จะนำมาพัฒนาหายาก

และราคาสูงขึ้นต่อเนื่องริมน้ำ
มีแค่เส้นเดียว ผลิตเพิ่มไม่ได้

ก็รอลุ้นกันว่าเมื่อ
“ศูนย์ราชการกระทรวงมหาดไทย”
สร้างแล้วเสร็จในปี 2570 จะช่วย
ผลักดันย่านเจริญนครไปใน
ทิศทางไหนบ้าง
Reference:
- สำนักข่าวอิศรา
- มติชนออนไลน์
#ศูนย์ราชการกระทรวงมหาดไทย

#แลนด์มาร์กใหม่
#อสังหา
#อสังหาริมทรัพย์

03/04/2026

Disneyland news

รายงานความคืบหน้าล่าสุดจาก Bangkok Post (อ่านลิงค์เต็มได้ใน comment)
อ้างอิงการให้สัมภาษณ์ นาย พิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม มีประเด็นที่น่าสนใจคือ

🩷มีการระบุว่ารัฐบาลส่งจดหมายไปถึง CEO คนใหม่ของ Disney แล้ว เพื่อแสดงเจตจำนงในการเชิญชวนมาแสวงหาโอกาสการลงทุนในประเทศไทย (แสดงว่าเพิ่งส่งไปไม่นาน เนื่องจาก CEO คนใหม่เพิ่งรับตำแหน่ง 18 มีนาคม)

🧡พื้นที่ที่เตรียมไว้สำหรับสวนสนุกคือ 2,700 ไร่ ขนาดประมาณเซี่ยงไฮ้ดิสนีย์แลนด์

💛มีการกล่าวถึงผู้ประกอบการธุรกิจสวนสนุกระดับโลกที่มีแฟรนไชส์ในสิงคโปร์สนใจเข้ามาทำธุรกิจในไทย (อาจจะเป็น Universal แต่คิดว่าน่าจะเป็น Resorts World มากกว่า)

💚นักลงทุนรายใหญ่จากสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์สนใจร่วมลงทุนด้วย

อย่างไรก็ตาม ถือว่าเป็นเรื่องราวเล่าสู่กันฟังก่อน เพราะยังไม่มีความคืบหน้าหรือความคิดเห็นจากทาง Disney ออกมาแต่อย่างใด

03/04/2026

RWA

📌ตลาด RWA Tokenization ไทยมีโอกาสโตทะลุ 1.7 ล้านล้านบาท ภายในปี 2573 โลกกำลังผสานบล็อกเชนมาใช้เพิ่มประสิทธิภาพในตลาดทุน

03/04/2026

Great 👍

ดีลใหญ่วงการแว่นตาไทย EssilorLuxottica เข้าซื้อหุ้น “แว่นท็อปเจริญ” /โดย ลงทุนแมน
ทุกวันนี้ไม่ว่าเราจะเดินไปมุมไหนของประเทศไทย เรามักจะเห็นร้านแว่นตาสีน้ำเงินสดใสที่มีชื่อว่า "แว่นท็อปเจริญ" ตั้งอยู่แทบทุกหัวระแหง

แต่รู้ไหมว่า ล่าสุดยักษ์ใหญ่เบอร์ 1 ของโลกในอุตสาหกรรมแว่นตาอย่าง EssilorLuxottica เพิ่งประกาศเข้าซื้อหุ้นในสัดส่วนที่มีนัยสำคัญ ในแว่นท็อปเจริญอย่างเป็นทางการ

ทำไมยักษ์ใหญ่ระดับโลก ถึงยอมลงมาเล่นในสนามค้าปลีกไทย ?
แล้วดีลนี้จะเปลี่ยนหน้าประวัติศาสตร์วงการแว่นตาบ้านเราไปอย่างไร ?
ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง

ถ้าในโลกของซอฟต์แวร์มี Microsoft ในโลกของแว่นตาก็ต้องมี EssilorLuxottica
บริษัทนี้เกิดจากการควบรวมกิจการระหว่าง Essilor เบอร์ 1 ด้านเลนส์สายตาจากฝรั่งเศส และ Luxottica เบอร์ 1 ด้านกรอบแว่นจากอิตาลี ในปี 2018 จนกลายเป็นอาณาจักรแว่นตาที่ครบวงจรที่สุดในโลก

ปัจจุบัน EssilorLuxottica มีมูลค่ากว่า 88,000 ล้านยูโร หรือ 3.3 ล้านล้านบาท

ซึ่งแบรนด์อย่าง Ray-Ban, Oakley, Persol, Oliver Peoples หรือเลนส์ Transitions และ Varilux ทั้งหมดนี้ล้วนอยู่ในเครือของพวกเขาแทบทั้งสิ้น

โดยในปี 2025 ที่ผ่านมา EssilorLuxottica ทำรายได้สูงถึง 28,491 ล้านยูโร หรือประมาณ​ 1.1 ล้านล้านบาท
และมีกำไรสุทธิ 2,315 ล้านยูโร หรือประมาณ​ 9 หมื่นล้านบาท

ในขณะที่ EssilorLuxottica ครองโลก
แว่นท็อปเจริญ ก็ครองไทยมาอย่างยาวนานกว่า 79 ปี เริ่มต้นในจังหวัดสระบุรี จนปัจจุบันมีสาขากว่า 2,000 แห่ง ทั่วประเทศไทย

รวมถึงดำเนินธุรกิจภายใต้หลายแบรนด์ ได้แก่ แว่นท็อปเจริญ (Top Charoen), Luxoptic, Eye Class, Eye Bright, Eye Sport, Big C Optical, Robinson Optical และ Beautiful Optic
นอกจากนี้ ยังมีธุรกิจอีคอมเมิร์ซด้านแว่นตาผ่านแพลตฟอร์มของตนเอง และผ่านมาร์เก็ตเพลสท้องถิ่นบางแห่ง

ความแข็งแกร่งของท็อปเจริญ จึงไม่ใช่แค่จำนวนสาขา แต่คือ Network ที่เข้าถึงทุกชุมชน ตั้งแต่ห้างหรูในเมือง ไปจนถึงตึกแถวในอำเภอห่างไกล ซึ่งเป็นสิ่งที่คู่แข่งรายใดก็เลียนแบบได้ยาก

สำหรับผลประกอบการของ แว่นท็อปเจริญ ภายใต้บริษัท ร่วมเจริญพัฒนา จำกัด (มหาชน)
ปี 2024 มีรายได้ 5,949 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 402 ล้านบาท

ดีลนี้ใครได้อะไร ?

- สำหรับ EssilorLuxottica จะได้ทางลัด เข้าสู่หัวใจคนไทย
เพราะการจะขยายสาขาเองให้ได้ 2,000 แห่ง อาจต้องใช้เวลาเป็นสิบปี แต่การเข้าถือหุ้นในท็อปเจริญ ทำให้พวกเขาสามารถส่งสินค้า High-end และนวัตกรรมใหม่ ๆ เช่น Smart Eyewear อย่าง Ray-Ban Meta หรือเทคโนโลยีเลนส์ขั้นสูง ลงสู่หน้าร้านทั่วไทยได้ทันที

- ส่วนแว่นท็อปเจริญ จะได้การยกระดับมาตรฐานธุรกิจ
เพราะการเป็นพันธมิตรกับเบอร์ 1 ของโลก หมายถึงการเข้าถึง Supply Chain ระดับโลกโดยตรง รวมถึงการได้รับการถ่ายทอดเทคโนโลยีการตรวจวัดสายตาที่แม่นยำขึ้น และอาจรวมถึงสิทธิพิเศษในการจำหน่ายสินค้า Exclusive ที่หาจากร้านอื่นไม่ได้

- ขณะที่ผู้บริโภคอย่างเรา ๆ อาจได้นวัตกรรม ในราคาที่เข้าถึงง่ายขึ้น
โดยเราอาจได้เห็นแว่นตาอัจฉริยะหรือเลนส์เฉพาะทางวางขายในอำเภอใกล้บ้าน พร้อมบริการหลังการขายที่เป็นมาตรฐานสากลมากขึ้น

ดีลนี้สะท้อนให้เห็นว่า ทำเลหน้าร้าน (Physical Store) ยังคงมีความสำคัญมาก ในธุรกิจแว่นตา เพราะเป็นสินค้าที่ผู้บริโภคยังต้องการสัมผัส ลองใส่ และตรวจวัดด้วยผู้เชี่ยวชาญ จริง ๆ

การที่ EssilorLuxottica เลือกลงทุนในไทย เพราะมองว่าไทยคือ Strategic Hub ของภูมิภาค ทั้งในแง่การผลิตและการบริโภค ที่มีแนวโน้มเติบโตตามสังคมผู้สูงวัย และพฤติกรรมการใช้หน้าจอที่เพิ่มขึ้นของคนรุ่นใหม่

สุดท้ายแล้ว การขยับตัวครั้งนี้ของยักษ์ใหญ่ทั้งสองฝั่ง กำลังบอกเราว่าโลกของการค้าปลีกในอนาคต ไม่ใช่แค่การมีสินค้าที่ดีที่สุด แต่คือการมีช่องทางที่ใกล้ชิดลูกค้าที่สุด ควบคู่ไปกับเทคโนโลยีที่ล้ำสมัย

ก็น่าติดตามว่า หลังจากนี้ "แว่นท็อปเจริญ" ในโฉมใหม่ที่มีพลังของยักษ์โลกหนุนหลัง จะเปลี่ยนโฉมวงการสายตาในเมืองไทยไปได้ไกลแค่ไหน..

เพราะในโลกธุรกิจ บางครั้งการเลือก "พาร์ตเนอร์" ที่ถูกต้อง
ก็สำคัญไม่แพ้การมี "สินค้า" ที่ดีเลย..

02/04/2026

Token Coffee

Genius Coffee ใน Hong Kong เปิดตัว GCT (Genius Coffee Token) ที่เชื่อมโลกของ “กาแฟจริง” เข้ากับ “สินทรัพย์ดิจิทัล”
แนวคิดของ GCT เรียบง่ายแต่ทรงพลัง Token หนึ่งหน่วยไม่ได้เป็นเพียงตัวแทนของมูลค่า แต่เป็น “สิทธิในการแลกเมล็ดกาแฟคั่วสด” ที่มีอยู่จริง ผู้บริโภคสามารถซื้อ token ถือครองไว้ และเลือกจังหวะในการแลกเป็นสินค้าจริงที่ถูกจัดส่งถึงมือได้ทันที ​
สิ่งที่เกิดขึ้นไม่ใช่แค่การ tokenize สินค้า แต่คือการ redefine ความสัมพันธ์ระหว่างแบรนด์กับผู้บริโภค จากเดิมที่เป็นเพียง “ซื้อ-ขาย” กลายเป็น “ถือครอง-แลกเปลี่ยน-มีส่วนร่วม” ใน ecosystem เดียวกัน ผู้บริโภคไม่ได้เป็นแค่ลูกค้าอีกต่อไป แต่กลายเป็นผู้ถือสิทธิ์ในสินค้า และสามารถบริหารจัดการ timing ในการใช้ประโยชน์จากสินทรัพย์นั้นได้เอง​​
โมเดลนี้สะท้อนการขยายตัวของ RWA จากโลกการเงินเข้าสู่ “consumer goods และ lifestyle economy” อย่างชัดเจน เพราะสินค้าในชีวิตประจำวันอย่างกาแฟ ซึ่งเดิมไม่เคยถูกมองว่าเป็นสินทรัพย์ กลับสามารถถูกแปลงให้มีคุณสมบัติคล้าย financial instrument ได้ ไม่ว่าจะเป็นการถือครองล่วงหน้า การเก็งมูลค่า หรือแม้แต่การโอนสิทธิ์ในอนาคต​​
ในอีกมุมหนึ่ง GCT ยังเป็นตัวอย่างของสิ่งที่เรียกว่า “phygital commerce” ที่ผสานโลก physical และ digital เข้าด้วยกันอย่างแนบเนียน สินค้ายังคงเป็นของจริงที่จับต้องได้ แต่ประสบการณ์การเป็นเจ้าของถูกย้ายมาอยู่บน blockchain ซึ่งเปิดโอกาสให้เกิด use case ใหม่ๆ ทั้งในด้าน loyalty program, secondary market หรือแม้แต่การสร้าง community รอบสินค้า​​
ในอนาคต สินค้าทุกชิ้นที่เราบริโภค อาจสามารถ “กลายเป็นสินทรัพย์” ได้หรือไม่ และถ้าเป็นเช่นนั้นจริง เส้นแบ่งระหว่าง commerce กับ finance อาจค่อยๆ เลือนหายไป​
ท้ายที่สุด RWA อาจไม่ได้เป็นเรื่องของสินทรัพย์ขนาดใหญ่เพียงอย่างเดียวอีกต่อไป แต่จะกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน ตั้งแต่แก้วกาแฟในมือ ไปจนถึงทุกประสบการณ์ที่เราบริโภค​

–​
ติดตามข่าวสารและข้อมูลเพิ่มเติมจาก Token X ได้ที่: https://linktr.ee/tokenx_official​

Ref​
​- CoinDesk — Genius Coffee Launches Tokenized Coffee Redemption Model in Hong Kong​
- Reuters — Tokenization Expands Beyond Finance Into Consumer Goods and Retail Use Cases​
- Bloomberg — Phygital Commerce Gains Traction as Brands Merge Digital Tokens With Physical Products

ต้องการให้ธุรกิจของคุณ ธุรกิจ ขึ้นเป็นอันดับหนึ่ง ตัวแทน / บริการด้านอสังหาริมทรัพย์ ใน Bangkok?
คลิกที่นี่เพื่อเป็นสมาชิก?

เว็บไซต์

ที่อยู่


777
Bangkok
12120