GT-R MAXx
2 wheels or 4 wheels, let it be a car. - GT-R MAXx ON WAVE
FM89.5MHz @SAT 21.00PM
- www.gtrmaxx.com
14/09/2026
เผื่อใคร อยากสนุก ลงทุนต่ำ ของเล่นเยอะ ขับคล่องตัว ไม่ต้องคิดเยอะ ลองดู Body นี้ ยาริสตัวแรก!
12/09/2026
🚘✨ เรนวูด ปาร์ค ทุ่มกว่า 150 ล้านบาท เปิด “TOPAZ & TP1” ที่ PARK11 ดึงมาตรฐานดูแลรถจากอังกฤษ เติมเต็ม Premium Automotive Lifestyle
⚡️เรนวูด ปาร์ค (Reignwood Park) เดินหน้าขยายประสบการณ์ไลฟ์สไตล์ เปิดตัว TOPAZ & TP1 at Reignwood Park บนพื้นที่กว่า 2,200 ตร.ม. ด้วยงบลงทุนกว่า 150 ล้านบาท ภายใน PARK11 ไลฟ์สไตล์คอมมูนิตี้มอลล์บริเวณด้านหน้าโครงการ ซึ่งเปิดให้บุคคลทั่วไปเข้าใช้บริการได้
🇬🇧 ยกมาตรฐาน Automotive Detailing จากอังกฤษสู่ไทย
TOPAZ แบรนด์ผู้เชี่ยวชาญด้าน Automotive Detailing และ Paint Protection จากสหราชอาณาจักร นำบริการดูแลรถระดับพรีเมียมมาให้บริการครบทั้ง Paint Protection Film (PPF), Ceramic Coating, Car Detailing และ Paint Protection โดยทีมงานในประเทศไทยผ่านการฝึกอบรมจาก TOPAZ UK
TOPAZ Detailing ก่อตั้งที่กรุงลอนดอนในปี 2009 มีความเชี่ยวชาญในการดูแลรถ Luxury, Supercar และ Hypercar พร้อมพัฒนากระบวนการทำงานตั้งแต่การตรวจสภาพรถ การดูแลพื้นผิว ไปจนถึงการออกแบบ Pattern สำหรับ PPF และระบบ Topaz Control เพื่อควบคุมคุณภาพในทุกขั้นตอน
🚗 TOPAZ & TP1 สองบริการสำหรับคนรักรถ
TOPAZ เน้นงาน Premium Automotive Detailing ที่มีความละเอียดสูงตามมาตรฐานจากอังกฤษ ขณะที่ TP1 นำองค์ความรู้ของ TOPAZ มาต่อยอดเป็น Premium Car Detailing ที่ผสาน Technology, Expertise, Premium Materials และ Craftsmanship พร้อมบริการ Premium PPF เพื่อช่วยปกป้องสีรถจากรอยขีดข่วน สภาพแวดล้อม และรังสี UV
นอกจากนี้ Reignwood Park ยังวางแนวทางพัฒนา PARK11 ให้กลายเป็น จุดหมายใหม่ของกลุ่มคนรักรถ โดยสามารถต่อยอดกิจกรรมอย่าง Car Community, Morning Drive, Car Gathering และ Automotive Experiences รวมถึงความร่วมมือกับแบรนด์รถยนต์ระดับพรีเมียมในอนาคต
🎉 Exclusive Opening Campaign เฉพาะสาขา Reignwood Park เมื่อลูกค้าเข้ารับบริการติดตั้งฟิล์มปกป้องสีรถ Paint Protection Film (PPF) รับฟรีบริการติดตั้ง Interior Film สำหรับปกป้องจุดเสี่ยงภายในห้องโดยสาร เช่น หน้าจอ คอนโซล และแผงประตู
การเปิด TOPAZ & TP1 จึงเป็นอีกก้าวของ Reignwood Park ในการเติมเต็ม Premium Automotive Lifestyle ให้ PARK11 เป็นพื้นที่ที่เชื่อมทั้งการดูแลรถ กิจกรรม และคอมมูนิตี้ของคนรักรถไว้ในจุดเดียว
10/09/2026
ทำทดสอบคันนี้ไว้นานแล้วติดภารกิจหลายอย่างกว่าจะได้ออนคลิป ใครสนใจรุ่นนี้ลองไปดูนะ ผมว่ามันค่อนข้างจะเหมาะกับสภาพการใช้รถของเมืองไทย ไม่ต้องเสียเวลาที่หัวชาร์จและก็สามารถใช้ระบบ EV ได้
08/09/2026
🚗⚡ OMODA & JAECOO ขึ้นแท่นอันดับ 1 ยอดจดทะเบียนรถยนต์นั่งแบรนด์จีน เดือนสิงหาคม 2569 พร้อมคว้าอันดับ 3 รวมทุกแบรนด์ในไทย
OMODA & JAECOO ประกาศความสำเร็จครั้งสำคัญ หลังคว้า อันดับ 1 ยอดจดทะเบียนรถยนต์นั่งส่วนบุคคล (Passenger Car) แบรนด์จีนในประเทศไทย ประจำเดือนสิงหาคม 2569 พร้อมขยับขึ้นสู่ อันดับ 3 ของตลาดรถยนต์นั่งส่วนบุคคลรวมทุกแบรนด์ในไทย
📊 ยอดจดทะเบียนรวม 4,004 คัน เติบโต 23.16% เมื่อเทียบเดือนต่อเดือน (MoM) จากเดือนกรกฎาคม 2569 ซึ่งแบรนด์ทำยอดจดทะเบียนยานยนต์ไฟฟ้า (EV) รวมทุกประเภทไว้ที่ 3,251 คัน
⚡ หนึ่งในแรงขับเคลื่อนสำคัญคือ JAECOO 5 EV ที่ครองสัดส่วนยอดจดทะเบียนสูงสุดของแบรนด์ถึง 65.31% สะท้อนกระแสตอบรับของ Compact SUV พลังงานไฟฟ้าที่มุ่งตอบโจทย์ทั้งคนรุ่นใหม่และครอบครัวยุคใหม่
🏆 ความสำเร็จครั้งนี้ยังสะท้อนถึงการเติบโตของ OMODA & JAECOO ในตลาดไทย ควบคู่กับการขยายเครือข่ายโชว์รูมและศูนย์บริการที่ปัจจุบันครอบคลุม กว่า 100 แห่งทั่วประเทศ พร้อมเสริมความมั่นใจด้วย Lifetime Warranty Package ครอบคลุมแบตเตอรี่ มอเตอร์ และระบบควบคุมไฟฟ้า เพื่อดูแลลูกค้าตลอดอายุการใช้งาน
การเติบโตต่อเนื่องของยอดจดทะเบียน ตอกย้ำกระแสตอบรับของ OMODA & JAECOO และการขยายบทบาทของแบรนด์ในตลาดรถยนต์ไทย โดยเฉพาะกลุ่มรถยนต์พลังงานไฟฟ้าที่กำลังเติบโตอย่างต่อเนื่อง 🚙⚡
07/09/2026
🚗⚡ นิสสันส่งออก KICKS e-POWER ใหม่ จากไทยสู่ฟิลิปปินส์ ตอกย้ำฐานการผลิตคุณภาพมาตรฐานญี่ปุ่น
นิสสันประกาศส่งออก Nissan KICKS e-POWER ใหม่ ที่ผลิตจากโรงงานนิสสัน ประเทศไทย สู่ประเทศฟิลิปปินส์อย่างเป็นทางการ หลังเปิดตัวในฟิลิปปินส์เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 2569 สะท้อนบทบาทสำคัญของไทยในฐานะหนึ่งในฐานการผลิตและส่งออกหลักของนิสสันในภูมิภาคอาเซียน 🇹🇭🇵🇭
⚡ จุดเด่นสำคัญของ KICKS e-POWER ใหม่
• ขับเคลื่อนด้วย มอเตอร์ไฟฟ้า 100%
• เทคโนโลยี e-POWER เอกสิทธิ์เฉพาะของนิสสัน
• เครื่องยนต์ทำหน้าที่ผลิตกระแสไฟฟ้า จึง ไม่ต้องเสียบปลั๊กหรือรอชาร์จ
• ให้ทั้งสมรรถนะ ความประหยัดน้ำมัน และความสะดวกในการเดินทาง
การส่งออกครั้งนี้ยังสะท้อนถึงความเชื่อมั่นของนิสสันต่อ ศักยภาพโรงงานและบุคลากรไทย ในการผลิตรถยนต์คุณภาพมาตรฐานญี่ปุ่น เพื่อส่งมอบให้ลูกค้าทั่วภูมิภาคอาเซียน 🌏
อีกหนึ่งก้าวที่ตอกย้ำว่า ประเทศไทยยังคงมีบทบาทสำคัญในเครือข่ายการผลิตและส่งออกของนิสสันในอาเซียน
03/09/2026
🚗✨ ฮุนไดจัดแคมเปญพิเศษ “ดาวน์ 0%” สำหรับ 13 กลุ่มอาชีพ พร้อมต่อเวลา Hyundai Game On, Deal On ถึง 30 ก.ย. 2569
ฮุนได โมบิลิตี้ ประเทศไทย เดินหน้ากระตุ้นตลาดรถยนต์ครึ่งปีหลัง เปิดแคมเปญ “ดาวน์ 0%” สำหรับลูกค้า 13 กลุ่มอาชีพพิเศษ ครอบคลุมรถฮุนได 5 รุ่น ทั้งเบนซิน ดีเซล ไฮบริด และรถไฟฟ้า พร้อมขยายแคมเปญ Hyundai Game On, Deal On** ถึงวันที่ **30 กันยายน 2569
👩⚕️ 13 กลุ่มอาชีพพิเศษ ครอบคลุม อาทิ ทันตแพทย์ สัตวแพทย์ เภสัชกร อัยการ ผู้พิพากษา นักบิน ข้าราชการ ทหาร ตำรวจ ผู้ตรวจสอบบัญชี รวมถึงผู้บริหารและพนักงานในระดับที่กำหนด โดยสามารถรับสิทธิ์ ดาวน์ 0% ตามเงื่อนไขของสถาบันการเงินที่ร่วมรายการ
🔥 5 รุ่นที่ร่วมแคมเปญ แบบจุใจ
🚙 The new STARGAZER
รถอเนกประสงค์ 6 ที่นั่ง 3 แถว พร้อมเทคโนโลยีความปลอดภัยรอบคัน อัตราประหยัดน้ำมันจากการทดสอบโดยสื่อสูงสุด 18.7 กม./ลิตร
• Trend 6 ราคา 719,000 บาท
• Smart 6 ราคา 799,000 บาท
พร้อมดอกเบี้ยพิเศษ 1.99% และฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง + พ.ร.บ. 1 ปี
🚐 Hyundai STARIA Diesel
MPV 11 ที่นั่ง เน้นพื้นที่กว้างและการใช้งานอเนกประสงค์ มีข้อเสนอครบ 4 รุ่นย่อย
• Essence เริ่ม 1.249 ล้านบาท
• Elite เริ่ม 1.409 ล้านบาท
• Elite Plus 1.799 ล้านบาท
• Premium 1.999 ล้านบาท
🏔️ Hyundai PALISADE Diesel
Premium Large SUV 7 ที่นั่ง เครื่องยนต์ดีเซล 2.2 ลิตร เลือกรับส่วนลดเงินสดสูงสุด 500,000 บาท หรือดอกเบี้ยพิเศษ 0% ตามเงื่อนไข
• Exclusive (2WD) เหลือ 1.799 ล้านบาท
• Prestige (AWD) เหลือ 1.999 ล้านบาท
🌿 Hyundai all-new SANTA FE Hybrid
SUV ไฮบริดทรง Boxy แบบ 6 ที่นั่ง พร้อม Captain Seat แถว 2
• Exclusive ราคาพิเศษ 1.509 ล้านบาท
• Prestige ราคาพิเศษ 1.649 ล้านบาท
• Inspiration (AWD) 1.799 ล้านบาท พร้อมดอกเบี้ยพิเศษ 1.79% ตามเงื่อนไข
⚡ The new 2026 IONIQ 5 N Line
EV รุ่นประกอบไทย ดีไซน์สปอร์ต โดยราคาเปิดตัว 1.399 ล้านบาท สำหรับ 400 คันแรก ใกล้ครบจำนวนแล้ว ฮุนไดจึงเพิ่มข้อเสนอสำหรับคันที่ 401–600 ในราคา 1.449 ล้านบาท อีก 200 คัน จากราคาปกติ 1.699 ล้านบาท พร้อมสิทธิประโยชน์และโฮมชาร์จเจอร์ตามเงื่อนไข
🎮 นอกจากนี้ แคมเปญ “Hyundai Game On, Deal On” ยังขยายเวลาถึง 30 กันยายน 2569 ครอบคลุมข้อเสนอทั้งราคาพิเศษ ส่วนลดเงินสด ดอกเบี้ยพิเศษ และสิทธิประโยชน์แตกต่างกันในแต่ละรุ่น
📍 ผู้สนใจสามารถสัมผัสรถจริงและทดลองขับได้ที่โชว์รูมฮุนไดทั่วประเทศ โดยทั้งแคมเปญสำหรับกลุ่มอาชีพพิเศษและ Hyundai Game On, Deal On สามารถ จองและรับรถได้ถึงวันที่ 30 กันยายน 2569 ตามเงื่อนไขที่บริษัทและสถาบันการเงินกำหนด
02/09/2026
🚙 Mitsubishi เปิดตัว “All-New Pajero” ครั้งแรกของโลก คืนชีพเรือธงสายลุย! ดีเซล 2.4 ลิตร แรงบิด 480 นิวตันเมตร พร้อม S-AWC และ Super Select 4WD-II
✨ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส เปิดตัว “ออล-นิว มิตซูบิชิ ปาเจโร (All-New Mitsubishi Pajero)” รถยนต์ครอสคันทรีเอสยูวีรุ่นเรือธงเจเนอเรชันใหม่ ครั้งแรกของโลก พร้อมวางประเทศไทยเป็นตลาดแรก 🇹🇭 โดยรถรุ่นใหม่นี้ผลิตจากฐานการผลิตของมิตซูบิชิ มอเตอร์สในประเทศไทย ก่อนเตรียมขยายสู่ประเทศญี่ปุ่นและออสเตรเลียภายในปีงบประมาณ 2569 และมากกว่า 100 ประเทศทั่วโลกตั้งแต่ปีงบประมาณ 2570 เป็นต้นไป 🌍
‼️การกลับมาครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญของชื่อ Pajero ที่อยู่คู่กับมิตซูบิชิมาตั้งแต่ปี 2525 และมียอดการผลิตสะสมจาก 4 เจเนอเรชันมากกว่า 3.29 ล้านคัน พร้อมฐานผู้ใช้งานในกว่า 170 ประเทศทั่วโลก‼️
All-New Pajero ยังคง DNA สำคัญ 3 ด้าน ได้แก่ Confidence – ความมั่นใจในการขับขี่, Comfort – ความสะดวกสบาย และ Prestige – ความเหนือระดับ พร้อมยกระดับทุกองค์ประกอบให้เหมาะกับการเป็น SUV เรือธงยุคใหม่ ทั้งสมรรถนะออฟโรด ความหรูหราภายใน และเทคโนโลยีช่วยเหลือผู้ขับขี่ ✨
🎨ดีไซน์ใหม่ “Grand Charisma” แข็งแกร่งแต่หรูหรา
ตัวรถได้รับการออกแบบภายใต้แนวคิด “Grand Charisma” ถ่ายทอดบุคลิกทรงพลังผ่านสัดส่วนตัวถังในแนวตั้ง เส้นสายแนวนอน ซุ้มล้อขนาดใหญ่ และพื้นผิวตัวถังที่มีมิติ
🚘 ด้านหน้าได้รับแรงบันดาลใจจาก “เคนโด้ (Kendo)” ศิลปะการต่อสู้แบบดั้งเดิมของญี่ปุ่น พร้อมกระจังหน้าให้เลือก 2 รูปแบบ ได้แก่ แบบซี่แนวนอนที่เน้นความประณีตแบบงานฝีมือญี่ปุ่น และแบบลายรังผึ้งที่ให้ภาพลักษณ์สปอร์ตแข็งแกร่ง เสริมด้วยไฟหน้ารูปตัว T อันเป็นเอกลักษณ์
รายละเอียดจาก Pajero รุ่นในตำนานยังถูกนำกลับมาตีความใหม่ ทั้ง เสา C ที่ได้แรงบันดาลใจจากโรลบาร์ของ Pajero รุ่นแรก และลวดลายทรงหกเหลี่ยม Hexagonal Motif ซึ่งได้แรงบันดาลใจจากตำแหน่งยางอะไหล่ด้านท้ายของ Pajero รุ่นก่อน
🕹️สีตัวถังไฮไลต์มี 2 สี ได้แก่ Armor Copper ให้ความรู้สึกแข็งแกร่งแบบโลหะ และ Phantom Blue สีฟ้าอมเทาที่แฝงประกายสีทองและเปลี่ยนมิติไปตามแสง ✨
🖥️ ห้องโดยสาร 7 ที่นั่ง พร้อมจอคู่ 14.3 นิ้ว
ภายในมาในรูปแบบ 3 แถว 7 ที่นั่ง พร้อมนำเอกลักษณ์แผงหน้าปัดแนวนอนของ Pajero รุ่นแรกกลับมาตีความใหม่ ผ่าน Monolithic Display ที่เชื่อมหน้าจอขนาด 14.3 นิ้ว จำนวน 2 จอ เข้าด้วยกันอย่างไร้รอยต่อ
- หน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่มีธีมพื้นหลังให้เลือกถึง 16 รูปแบบ และสามารถเปลี่ยนตามช่วงเวลาของวันแบบเรียลไทม์ พร้อม Multi Meter ที่นำมาตรวัด 3 ช่องอันเป็นเอกลักษณ์ของ Pajero มาพัฒนาใหม่ สามารถแสดงระดับความสูง ทิศทาง อุณหภูมิ ความชัน ความเอียง และสถานะระบบ Active Yaw Control (AYC)
- ระบบ Smartphone-link Display Audio รองรับการเชื่อมต่อสมาร์ตโฟนแบบไร้สาย 📱 สำหรับใช้งานระบบนำทาง เพลง และแอปพลิเคชันที่รองรับ
- งานตกแต่งเลือกใช้หนังสังเคราะห์คุณภาพสูง พร้อมเทคนิคงานหัตถศิลป์ญี่ปุ่น Kimekomi รวมถึงตะเข็บรูปตัว S บริเวณแผงประตู เพิ่มรายละเอียดและความประณีตของห้องโดยสาร โดยมีโทนสี Camel จับคู่กับสีดำเพื่อสร้างบรรยากาศพรีเมียมและยังเหมาะกับการใช้งานจริง
- ด้านความเงียบ มิตซูบิชิเพิ่ม Acoustic Glass นอกเหนือจากกระจกบังลมหน้าไปยังประตูทั้งด้านหน้าและด้านหลัง พร้อมติดตั้งวัสดุซับเสียงตามจุดต่าง ๆ ของตัวรถ เพื่อลดเสียงลมและเสียงเครื่องยนต์ 🔇
⚙️ ขุมพลังดีเซล 2.4 ลิตร แรงบิดสูงสุด 480 นิวตันเมตร
✨ All-New Pajero ใช้เครื่องยนต์ คลีนดีเซล 2.4 ลิตร ที่ได้รับการพัฒนาใหม่ พร้อมเทอร์โบแปรผัน Single Variable-Geometry Turbocharger (VGT) ให้แรงบิดสูงสุด 480 นิวตันเมตร
✨ จับคู่เกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด (8AT) รุ่นใหม่ พร้อม Sport Mode เน้นการเปลี่ยนเกียร์ที่ต่อเนื่องและราบรื่น พร้อมรองรับทั้งการใช้งานบนถนนทั่วไปและเส้นทางออฟโรด
✨ โครงสร้างรถยังคงความเป็นสายลุยด้วย Ladder Frame ที่เพิ่มสัดส่วนเหล็กกล้าความแข็งแรงสูง เพื่อเพิ่มความทนทานต่อแรงบิดและแรงดัด 💪
✨ ช่วงล่างด้านหน้าเป็นแบบ Double Wishbone อิสระ ส่วนด้านหลังใช้ Rigid Axle แบบ 5-Link ที่พัฒนาขึ้นใหม่ เพื่อรักษาการสัมผัสพื้นของล้อ พร้อมสร้างสมดุลระหว่างความสามารถบนเส้นทางออฟโรดและความนุ่มนวลบนถนนปกติ ภายใต้แนวคิด “Off-Road Comfort”
🛞 S-AWC + Super Select 4WD-II พร้อม 7 Drive Modes
- อีกหนึ่งไฮไลต์คือการติดตั้ง Super-All Wheel Control (S-AWC) ระบบควบคุมการขับเคลื่อนเอกสิทธิ์ของมิตซูบิชิ ทำงานร่วมกับระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ Super Select 4WD-II (SS4-II)
- ผู้ขับขี่สามารถเลือกการขับเคลื่อนได้ 4 รูปแบบ คือ 2H ขับเคลื่อนล้อหลัง, 4H ขับเคลื่อน 4 ล้อแบบ Full-Time, 4HLc ขับเคลื่อน 4 ล้อพร้อมล็อกเฟืองกลาง และ 4LLc ขับเคลื่อน 4 ล้อพร้อมล็อกเฟืองกลางและเกียร์อัตราทดต่ำ
- S-AWC ยังทำงานร่วมกับ Active Yaw Control (AYC), Active Stability and Traction Control (ASTC) และ ABS เพื่อบริหารแรงขับเคลื่อนและแรงเบรกของล้อทั้ง 4 ให้เหมาะกับสถานการณ์
- พร้อม Drive Mode 7 รูปแบบ ได้แก่ Normal, Eco, Gravel, Snow, Mud, Sand และ Rock 🏔️ รองรับสภาพเส้นทางหลากหลาย ขณะที่ระบบเบรกใช้จานเบรกขนาด 18 นิ้ว ร่วมกับหม้อลมเบรกไฟฟ้า
📏 มิติตัวถังใหญ่ พร้อมระยะใต้ท้อง 230 มม.
- All-New Mitsubishi Pajero มีตัวถังยาว 4,920 มม. กว้าง 1,925 มม. สูง 1,910 มม. ระยะฐานล้อ 2,870 มม. และความกว้างช่วงล้อหน้า-หลัง 1,630 มม.
- ระยะต่ำสุดจากพื้นอยู่ที่ 230 มม. พร้อม มุมไต่ 30.4 องศา มุมคร่อม 22.6 องศา และมุมจาก 25.8 องศา รวมถึงการกระจายน้ำหนักหน้า-หลังในสัดส่วน 52:48 รองรับการขับขี่บนเส้นทางทุรกันดารได้เต็มรูปแบบ
🛋️ 7 ที่นั่ง เน้นความสบายทุกแถว
- ห้องโดยสารได้รับการออกแบบให้รองรับผู้โดยสารทั้ง 7 คนอย่างจริงจัง เบาะคนขับติดตั้งในตำแหน่งสูงเพื่อเพิ่มทัศนวิสัยและช่วยให้กะระยะตัวรถได้ง่าย
- เบาะแถวที่ 2 สามารถ เลื่อนได้ 150 มม. พร้อมระบบพับเบาะแบบจังหวะเดียว ขณะที่เบาะแถวที่ 3 ออกแบบพื้นที่เหนือศีรษะและบริเวณวางเท้าให้รองรับผู้โดยสารผู้ใหญ่ได้ดีขึ้น
- เบาะคู่หน้าและแถวที่ 2 รองรับสรีระ พร้อม ระบบระบายอากาศที่เบาะนั่ง ❄️ และระบบปรับอากาศอัตโนมัติแบบ 3 โซน ที่สามารถควบคุมอุณหภูมิแยกกันตั้งแต่ด้านหน้าจนถึงผู้โดยสารแถวที่ 3
🛡️ เทคโนโลยีความปลอดภัย 360 องศา พร้อม MI-PILOT
- ด้านความปลอดภัยจัดเต็มด้วยระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่หลายรายการ อาทิ Forward Collision Mitigation (FCM) ตรวจจับรถ คนเดินเท้า จักรยาน และรถจักรยานยนต์ พร้อมระบบช่วยเบรกเมื่อเลี้ยวผ่านทางแยก
- เสริมด้วย Predictive Forward Collision Warning (PFCW), Emergency Assist for Pedal Misapplication (EAPM), Front Cross Traffic Alert (FCTA) และ Emergency Lane Assist (ELA) ซึ่งติดตั้งใน Pajero เป็นครั้งแรก สามารถตรวจจับความเสี่ยงเมื่อรถกำลังออกนอกช่องทาง พร้อมแจ้งเตือนและช่วยควบคุมพวงมาลัย
- ระบบ MI-PILOT ช่วยการขับขี่บนทางหลวง โดยทำงานร่วมกับ Adaptive Cruise Control (ACC) และ Lane Keep Assist (LKA) ช่วยรักษาระยะห่างจากรถคันหน้าและประคองรถให้อยู่กึ่งกลางเลน ลดภาระของผู้ขับขี่ระหว่างการเดินทางไกล
- ตัวรถติดตั้ง ถุงลมนิรภัย 8 ตำแหน่ง รวมถึงถุงลม SRS ตรงกลางระหว่างผู้โดยสารคู่หน้าเป็นครั้งแรกของ Pajero
📷 กล้องรอบคัน 3 มิติ มองเห็นใต้ท้องรถ
- กล้องมองภาพรอบคันแบบ 3 มิติ ใช้ภาพจากกล้อง 4 ตัวร่วมกับภาพจำลองตัวรถ แสดงผลแบบเรียลไทม์ประมาณ 30 เฟรมต่อวินาที ช่วยทั้งการจอดรถ การควบคุมในพื้นที่จำกัด และการขับออฟโรด
- อีกหนึ่งฟังก์ชันสำคัญคือ ภาพใต้ท้องรถด้านหน้า 👀 ช่วยให้ผู้ขับมองเห็นพื้นที่ซึ่งปกติเป็นมุมอับ โดยระบบจะแสดงภาพอัตโนมัติเมื่อใช้งานโหมด 4HLc หรือ 4LLc และสามารถเรียกดูด้วยตนเองได้
🎵 MITSUBISHI CONNECT และเครื่องเสียง Yamaha 12 ลำโพง
- ระบบ MITSUBISHI CONNECT รองรับการตรวจสอบสถานะรถและควบคุมระบบปรับอากาศจากระยะไกลผ่านสมาร์ตโฟน รวมถึงฟังก์ชัน SOS Call สำหรับติดต่อศูนย์ปฏิบัติการในกรณีฉุกเฉิน
- ด้านความบันเทิงมาพร้อม Dynamic Sound Yamaha Ultimate ซึ่งพัฒนาร่วมกับ Yamaha Corporation ประกอบด้วย ลำโพง 12 ตำแหน่ง และแอมพลิฟายเออร์ 2 ชุด 🔊 พร้อมเทคโนโลยีชดเชยเสียงรบกวนที่สามารถปรับระดับเสียงและการจูนตามความเร็วของรถโดยอัตโนมัติ
💥การกลับมาของ All-New Mitsubishi Pajero จึงไม่ใช่เพียงการนำชื่อระดับตำนานกลับมาอีกครั้ง แต่เป็นการยกระดับ Pajero สู่การเป็น Cross-Country SUV ระดับพรีเมียมรุ่นเรือธง ที่ยังคงหัวใจสำคัญด้านความแข็งแกร่งและสมรรถนะออฟโรด พร้อมเพิ่มเติมความหรูหรา ความสะดวกสบาย และเทคโนโลยีสำหรับการใช้งานในยุคใหม่อย่างเต็มรูปแบบ 🚙✨
01/09/2026
🚗⚡ OMODA & JAECOO มาแรง! กวาดยอดจองกว่า 5,028 คัน ใน BIG MOTOR SALE 2026
OMODA & JAECOO (ประเทศไทย) ประกาศความสำเร็จจากงาน BIG MOTOR SALE 2026 หลังทำยอดจองรวมกว่า 5,028 คัน ตลอดวันที่ 21–30 สิงหาคม 2569 สะท้อนกระแสตอบรับของตลาดยานยนต์พลังงานใหม่ในไทย
🔥 2 รุ่นหลักที่ขับเคลื่อนยอดจอง
- JAECOO 5 EV ครองสัดส่วนสูงสุด 53% รถไฟฟ้า 100% ที่โดดเด่นด้านความคุ้มค่าและตอบโจทย์การใช้งานยุคใหม่
- JAECOO 6T REEV ตามมาที่ 28% ตอกย้ำกระแสตอบรับของเทคโนโลยี REEV ในประเทศไทย
พร้อมกันนี้ OMODA & JAECOO เริ่มทยอย ส่งมอบรถให้ลูกค้าแล้ว และตั้งเป้าส่งมอบ JAECOO 5 EV และ JAECOO 6T REEV ให้ครบภายใน สิ้นเดือนกันยายน 2569
นอกจากนี้ ยังเดินหน้ายกระดับบริการหลังการขาย รองรับลูกค้าผ่านเครือข่ายโชว์รูม กว่า 100 แห่งทั่วประเทศ 🚘✨
31/08/2026
🚗CHERY กระแสแรง! กวาดยอดจอง BIG MOTOR SALE 2026 กว่า 2,200 คัน พร้อม iCAUR V27 REEV มาแรงเกินคาด
CHERY Thailand ประเดิม BIG MOTOR SALE 2026 ครั้งแรกด้วยกระแสตอบรับคึกคัก กวาดยอดจองและจองสิทธิ์รวม 2,289 คัน นำโดย Chery Q และ Chery V23 ขณะที่ iCAUR V27 REEV ที่เผยโฉมครั้งแรกในไทยได้รับความสนใจเกินคาด*
🚗 Chery Q – V23 สองรุ่นเด่นหนุนยอดจอง
Chery Q รถ City EV ภายใต้คอนเซปต์ “คิวท์เกินคาด ครบเกินคลาส” ยังคงได้รับความนิยม ด้วยดีไซน์โดดเด่น ฟังก์ชันครบ และความคล่องตัวสำหรับการใช้งานในเมือง โดยปัจจุบัน CHERY ส่งมอบให้ลูกค้าทั่วประเทศแล้วกว่า 1,000 คัน
ด้าน Chery V23 รถ SUV ไฟฟ้าดีไซน์ทรงกล่อง เดินหน้าสร้างฐานในไทย ล่าสุดเริ่มส่งมอบรถที่ผลิตจาก โรงงานจังหวัดระยอง พร้อมใช้ชิ้นส่วนในประเทศ (Local Content) 40% ตอกย้ำแผนการผลิตและการลงทุนระยะยาวของ CHERY ในประเทศไทย
⚡ iCAUR V27 REEV กระแสแรงตั้งแต่ยังไม่เปิดราคา
อีกหนึ่งไฮไลต์คือ iCAUR V27 REEV ที่เผยโฉมครั้งแรกในประเทศไทย ด้วยดีไซน์ที่ผสานความคลาสสิกเข้ากับเทคโนโลยีพลังงานใหม่ สามารถสร้างยอดจองสิทธิ์ ทะลุเป้าหมายภายในงาน แม้ยังไม่มีการประกาศราคาอย่างเป็นทางการ โดยเตรียมเปิดตัวและประกาศราคาในไทยเร็ว ๆ นี้
🎯 เดินหน้าสู่ “Top Choice for Thai Family Users”
CHERY เตรียมเดินหน้าขยายตลาดไทยต่อเนื่อง ทั้งด้านผลิตภัณฑ์ การผลิตในประเทศ และบริการหลังการขาย ปัจจุบันมีเครือข่ายโชว์รูมและศูนย์บริการ 57 แห่งทั่วประเทศ พร้อมมุ่งสู่เป้าหมาย “Top Choice for Thai Family Users”
บูธนี้น่าสนใจเผื่อใครไปงาน Bangkok Auto salon ที่ไบเทคแล้วไม่รู้จะซื้ออะไร แนะนำให้มาที่นี่ ยังไงต้องเสียตังค์แน่นอน
วันที่ 26-30 สิงหาคมนี้..รีบหน่อยนะ 👍
คลิกที่นี่เพื่อเป็นสมาชิก?
ประเภท
ติดต่อ ธุรกิจของเรา
ที่อยู่
Bangkok
10170