Nextwider

Nextwider

แชร์

nextwider.com เว็บไซต์บทความข่าวสารด้านเทคโนโลยี

09/08/2026

หนึ่งในแผนการของ SpaceX ที่หลายคนอาจยังไม่ค่อยรู้ คือการใช้แท่นขนาดใหญ่กลางทะเล (offshore platforms) สำหรับปล่อยและรับจรวด Starship ที่สามารถนำกลับมาใช้ซ้ำได้เต็มรูปแบบ

แนวคิดนี้คือการสร้างหรือดัดแปลงแท่นปล่อยจรวดที่ลอยน้ำได้ หรือใช้โครงสร้างเดิมบน Outer Continental Shelf เพื่อให้สามารถตั้งตำแหน่งหรือเคลื่อนย้ายไปยังจุดต่าง ๆ ในมหาสมุทร เพื่อปล่อยจรวดขึ้นสู่อวกาศ และจับจรวดกลับมาได้อย่างรวดเร็ว แนวคิดนี้ท้าทายขีดจำกัดด้านวิศวกรรมอย่างมาก เพราะต้องรับมือกับคลื่นลมทะเล การกัดกร่อนจากน้ำเค็ม และการขนส่งเชื้อเพลิงในสภาพแวดล้อมที่รุนแรง ซึ่งยังไม่เคยมีใครทำในระดับนี้มาก่อน

ใช่แล้วครับ หมายถึงจรวดและยานอวกาศ reusable ที่ในระยะยาวจะช่วยให้ SpaceX ปล่อยจรวดได้บ่อยครั้งเหมือนเครื่องบินโดยสาร และอาจเปิดทางสู่การเดินทาง Earth-to-Earth ได้ด้วย

SpaceX เคยสำรวจแนวคิดนี้จริงจัง โดยซื้อแท่นขุดเจาะน้ำมันเก่าสองลำ (ตั้งชื่อ Phobos และ Deimos) เมื่อปี 2020 เพื่อแปลงเป็น Floating spaceports แต่ในปี 2023 ตัดสินใจขายทิ้ง เพราะเห็นว่าไม่ใช่แพลตฟอร์มที่เหมาะสม

ล่าสุด เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2026 บริษัท SpaceX ได้ส่งจดหมายแสดงความคิดเห็นอย่างเป็นทางการไปยัง Bureau of Ocean Energy Management (BOEM) ของรัฐบาลสหรัฐฯ สนับสนุนการใช้แพลตฟอร์มบน Outer Continental Shelf หรือ พื้นที่พื้นทะเลและดินใต้พื้นทะเลที่อยู่ภายใต้การควบคุมของรัฐบาลกลางสหรัฐอเมริกา ทั้งแบบสร้างใหม่และดัดแปลงจากของเดิม สำหรับการ ปล่อยและจับ Starship

โดยระบุว่ากฎหมายที่มีอยู่แล้ว (OCSLA) ครอบคลุมการเช่าพื้นที่ได้ และควรปล่อยให้ FAA เป็นผู้ให้ใบอนุญาตปล่อยจรวดต่อไป เพื่อสนับสนุนการบินที่มีความถี่สูง (high cadence) ให้การบินอวกาศกลายเป็นเรื่องปกติเหมือนการบินพาณิชย์

ปัจจุบัน SpaceX ยังโฟกัสหลักที่แท่นปล่อยบนบกและระบบจับด้วยแขนกลที่ Starbase และฐานปล่อยจรวดในฟลอริดา แต่แผนการใช้แท่นกลางทะเลยังคงเป็นวิสัยทัศน์ระยะยาวที่บริษัทกำลังผลักดันกรอบกฎระเบียบอย่างจริงจัง

ที่มาของรูปภาพ https://x.com/DimaZeniuk/status/2086192730787434731

Photos from Nextwider's post 08/08/2026

ทีมกู้คืนของ SpaceX ยังคงปฏิบัติการกู้ซาก Starship จากเที่ยวบินที่ 13 ในมหาสมุทรอินเดียอย่างต่อเนื่อง โดยต้องเผชิญกับสภาพอากาศที่ยากลำบากและคลื่นที่สูงขึ้นเรื่อย ๆ ขณะพยายามนำยานอวกาศความยาว 52 เมตรกลับเข้าสู่ท่าเรือ

ที่มาของภาพ https://x.com/SpaceX/status/2085786988225925349

Photos from Nextwider's post 08/08/2026

ศิลปินช่างปั้นชาวฝรั่งเศสจาก Atelier Missor กำลังสร้างรูปปั้นไทเทเนียมสูง 30 เมตร เทพโพรมีธีอุส เทพเจ้าไททันของกรีก ที่ทางเข้า Starbase เมืองฐานของ SpaceX ซึ่งตั้งอยู่ทางตอนใต้ของรัฐเท็กซัส ใกล้กับชายแดนเม็กซิโก

ที่มาของภาพ https://x.com/CerfiaFR/status/2085850744767332639

08/08/2026

กราฟจาก SemiAnalysis แสดงให้เห็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของ SpaceX จากบริษัทอวกาศและดาวเทียม ไปสู่บริษัทด้าน AI Compute ภายในเวลาเพียง 8 ไตรมาส

โดยรายได้ประจำปีแบบ run-rate เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดจากประมาณ 19 พันล้านดอลลาร์ในไตรมาส 1 ปี 2026 ไปถึง 305 พันล้านดอลลาร์ในไตรมาส 4 ปี 2027

ส่วนที่เติบโตเร็วที่สุดคือ AI Compute ซึ่งเริ่มจากเกือบเป็นศูนย์ แล้วพุ่งขึ้นจนกลายเป็นสัดส่วนหลักถึง 77% ของรายได้ทั้งหมด หรือราว 235 พันล้านดอลลาร์ในปลายปี 2027 ขณะที่รายได้จาก Connectivity และ AI Applications เพิ่มขึ้นในอัตราที่ช้ากว่า ส่วนธุรกิจ Space ยังคงอยู่ในระดับต่ำ

ข้อมูลปี 2026 อ้างอิงจากสัญญาจริงที่ลงนามแล้ว ส่วนปี 2027 เป็นการประมาณการแบบสมมติตามเส้นทาง 10 กิกะวัตต์ โดยแบ่งครึ่งหนึ่งให้ Grok และอีกครึ่งเป็นสัญญาในราคา 50 ดอลลาร์ต่อวัตต์ต่อปี สะท้อนมุมมองของ SemiAnalysis ที่มองว่า SpaceX กำลังกลายเป็นผู้เล่นสำคัญในตลาด AI Compute

07/08/2026

อีลอน มัสก์ (Elon Musk) เดินหน้าวิสัยทัศน์ครั้งใหญ่ด้วยโครงการ Terafab โรงงานผลิตชิปและเซมิคอนดักเตอร์ขนาดมหึมาที่ถูกวางให้เป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของยุคปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในอนาคต โครงการนี้เกิดจากความร่วมมือระหว่าง เทสลา (Tesla), สเปซเอ็กซ์ (SpaceX) และ เอ็กซ์เอไอ (xAI) โดยมีเป้าหมายสร้างกำลังการผลิตชิปประสิทธิภาพสูงเพื่อรองรับทั้งรถยนต์ไร้คนขับ หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ และศูนย์ข้อมูลในอวกาศ

Terafab ถูกออกแบบให้เป็นโรงงานผลิตชิปแบบครบวงจร หรือ Vertical Integration ที่รวมทุกขั้นตอนของการผลิตไว้ในสถานที่เดียว ตั้งแต่การออกแบบชิป กระบวนการลิโทกราฟี (Lithography) การผลิตหน่วยความจำ การบรรจุชิป ไปจนถึงการทดสอบคุณภาพ ช่วยลดระยะเวลาการขนส่งชิ้นส่วนระหว่างโรงงาน และเพิ่มประสิทธิภาพของสายการผลิตอย่างมาก โดยโรงงานตั้งเป้าใช้เทคโนโลยีการผลิตระดับ 2 นาโนเมตร (2 nm) ซึ่งเป็นหนึ่งในเทคโนโลยีการผลิตชิปที่ล้ำหน้าที่สุดในปัจจุบัน พร้อมตั้งเป้าสร้างกำลังการประมวลผล AI รวมสูงถึง 1 เทราวัตต์ต่อปี

อีกหนึ่งจุดเด่นของ Terafab คือขนาดโครงการที่ใหญ่กว่าที่เคยมีมา พื้นที่รวมของโรงงานถูกประเมินไว้ที่ประมาณ 100–110 ล้านตารางฟุต หรือราว 10 ล้านตารางเมตร ซึ่งใหญ่กว่าโรงงาน กิกะแฟกทอรี เท็กซัส (Giga Texas) ของเทสลาประมาณ 10 เท่า และใหญ่กว่าโรงงานผลิตชิป TSMC Fab 18 ในไต้หวันในระดับใกล้เคียงกัน หากเทียบกับอาคารเพนตากอนของสหรัฐฯ Terafab จะมีพื้นที่มากกว่าราว 15 เท่า สะท้อนให้เห็นถึงขนาดโครงการที่แตกต่างจากโรงงานเซมิคอนดักเตอร์แห่งอื่นในโลกอย่างชัดเจน

มัสก์วางแผนให้กำลังประมวลผลจาก Terafab ประมาณ 20–25% ใช้สนับสนุนการพัฒนาระบบขับขี่อัตโนมัติ Full Self-Driving (FSD) และหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ Optimus ของเทสลา ส่วนอีก 75–80% จะถูกนำไปใช้กับโครงการ Orbital Data Centers หรือศูนย์ข้อมูลบนอวกาศของสเปซเอ็กซ์ ซึ่งเป็นแนวคิดสร้างโครงสร้างพื้นฐานด้าน AI นอกโลกเพื่อรองรับการประมวลผลข้อมูลในอนาคต หากเป้าหมายดังกล่าวเกิดขึ้นจริง Terafab จะเป็นหนึ่งในฐานการผลิตชิปที่มีบทบาทสำคัญต่อทั้งอุตสาหกรรม AI และโครงการสำรวจอวกาศ

โครงการแบ่งการก่อสร้างออกเป็น 2 ระยะ ระยะแรกเป็นโรงงานต้นแบบในเมืองออสติน รัฐเท็กซัส ซึ่งเริ่มก่อสร้างตั้งแต่เดือนเมษายน 2026 เพื่อใช้พัฒนาและทดสอบชิป AI รุ่นใหม่ของเทสลา ส่วนโรงงานขนาดเต็มจะตั้งอยู่ในเขตไกรมส์ (Grimes County) รัฐเท็กซัส บนพื้นที่หลายพันเอเคอร์ ใกล้อ่างเก็บน้ำ Gibbons Creek โดยพื้นที่ดังกล่าวได้รับการอนุมัติมาตรการลดหย่อนภาษีแล้ว

ด้านการลงทุน Terafab ถือเป็นหนึ่งในโครงการอุตสาหกรรมที่มีมูลค่าสูงที่สุดของโลก โดยใช้งบลงทุนระยะแรกประมาณ 55,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 1.93 ล้านล้านบาท (คำนวณที่อัตราแลกเปลี่ยนราว 35 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ) และอาจขยายการลงทุนรวมในระยะยาวเป็น 119,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 4.17 ล้านล้านบาท

แม้โครงการ Terafab ยังอยู่ในช่วงเริ่มต้น แต่หากสามารถดำเนินการได้ตามแผน ก็อาจกลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์โลก ด้วยการสร้างห่วงโซ่การผลิตชิปที่ครบวงจร รองรับความต้องการด้าน AI ที่เติบโตอย่างรวดเร็ว พร้อมเป็นรากฐานของเทคโนโลยีรถยนต์อัตโนมัติ หุ่นยนต์ และโครงสร้างพื้นฐานด้านข้อมูลในอวกาศ ซึ่งเป็นหนึ่งในวิสัยทัศน์ระยะยาวของอีลอน มัสก์

หนังสือภาษาอังกฤษ】Elon Musk: Tesla, SpaceX, and the Quest for a Fantastic Future https://s.shopee.co.th/6pzimipw5w

07/08/2026

🚀 TERAFAB ของงานชิปคอมพิวเตอร์ของอีลอน มัสก์ ขนาดยักษ์ 100 ล้านตารางฟุต

ภาพเปรียบเทียบขนาดที่ทำให้เห็นภาพชัดเจนมาก
อาคาร TERAFAB ที่ออกแบบมาในอนาคต มีพื้นที่รวมมากกว่า 100 ล้านตารางฟุต ซึ่งใหญ่กว่าสิ่งก่อสร้างที่มีชื่อเสียงเหล่านี้หลายเท่า:

Giga Texas ของ Tesla → 10 ล้านตารางฟุต
เพนตากอน สหรัฐฯ → 6.6 ล้านตารางฟุต
Mall of America → 5.6 ล้านตารางฟุต
Apple Park → 2.82 ล้านตารางฟุต

หนังสือภาษาอังกฤษ】Elon Musk: Tesla, SpaceX, and the Quest for a Fantastic Future https://s.shopee.co.th/6pzimipw5w

เพียงแค่ดูภาพเปรียบเทียบก็รู้เลยว่า TERAFAB ใหญ่ขนาดไหน ถ้าสร้างจริงคงเป็นหนึ่งในอาคารโรงงานที่ใหญ่ที่สุดในโลกเลยทีเดียว



ที่มาของรูป https://x.com/niccruzpatane/status/2085485425376760239

06/08/2026

Terafab คือโครงการโรงงานผลิตชิปเซมิคอนดักเตอร์ขนาดใหญ่ที่ อีลอน มัสก์ (Elon Musk) ประกาศพัฒนาร่วมกันระหว่าง บริษัท เทสลา (Tesla), บริษัท สเปซเอ็กซ์ (SpaceX) และ บริษัท xAI โดยมี บริษัท อินเทล (Intel) เป็นพันธมิตรด้านเทคโนโลยีการผลิตชิป

เมื่อวันที่ 6 สิงหาคม 2026 อีลอน มัสก์ ได้โพสต์ภาพและวิดีโอเรนเดอร์ของโครงการ Terafab บนแพลตฟอร์ม X พร้อมระบุว่า "Terafab Texas will be the largest and most valuable building on Earth by far. And it will be stunningly beautiful." หรือหมายความว่า โรงงานแห่งนี้จะเป็นอาคารที่ใหญ่ที่สุดและมีมูลค่าสูงที่สุดในโลก พร้อมทั้งมีการออกแบบที่โดดเด่นสวยงาม

สาเหตุสำคัญที่มัสก์ตัดสินใจสร้างโรงงานผลิตชิปเอง เพราะเขาประเมินว่ากำลังการผลิตชิปทั่วโลกในปัจจุบันสามารถรองรับความต้องการของกลุ่มบริษัทของเขาในอนาคตได้เพียงประมาณ 2% เท่านั้น โดยเฉพาะความต้องการจากหุ่นยนต์ Optimus, รถยนต์ไร้คนขับ Cybercab และศูนย์ข้อมูล AI ในอวกาศ จึงต้องลงทุนสร้างโรงงานของตนเองเพื่อลดปัญหาคอขวดด้านการผลิต

เป้าหมายของ Terafab คือการผลิตชิปที่มีกำลังประมวลผล AI รวมกันมากกว่า 1 เทราวัตต์ (Terawatt) ต่อปี ซึ่งมัสก์ระบุว่าเป็นกำลังการผลิตที่สูงกว่าการผลิตชิปทั้งหมดของสหรัฐอเมริกาในปัจจุบันหลายเท่า

โรงงานแห่งนี้จะใช้แนวคิด Vertical Integration หรือรวมทุกขั้นตอนการผลิตไว้ในอาคารเดียว ตั้งแต่การออกแบบชิป การสร้าง Photomask การผลิตชิปประมวลผล (Logic Chip) และหน่วยความจำ (Memory) ไปจนถึงการประกอบบรรจุภัณฑ์ (Packaging) และการทดสอบ (Testing) เพื่อให้สามารถพัฒนาและปรับปรุงชิปรุ่นใหม่ได้อย่างรวดเร็วแบบต่อเนื่อง

ในด้านสถานที่ โรงงานต้นแบบหรือศูนย์วิจัย (Research Fab) ตั้งอยู่ภายใน North Campus ของ Giga Texas เมืองออสติน รัฐเท็กซัส ซึ่งเริ่มก่อสร้างมาตั้งแต่เดือนเมษายน 2026 ส่วนโรงงานขนาดเต็มรูปแบบจะตั้งอยู่ที่ Grimes County รัฐเท็กซัส ใกล้เมือง College Station ทางตะวันตกเฉียงเหนือของเมืองฮิวสตัน บนพื้นที่รวมมากกว่า 100 ล้านตารางฟุต

* ตัวอาคารอาจมีความยาวได้มากถึง 10 กิโลเมตร หากสร้างเสร็จสมบูรณ์

โครงการ Terafab จะใช้เงินลงทุนระยะแรกประมาณ 16,800 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 554,400 ล้านบาท (คำนวณที่อัตราแลกเปลี่ยนประมาณ 33 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ) โดยเป็นการลงทุนร่วมกันระหว่างเทสลาและสเปซเอ็กซ์ ทั้งนี้ ก่อนหน้านี้มัสก์เคยกล่าวว่าโครงการอาจขยายการลงทุนไปสู่ระดับหลายหมื่นล้านจนถึงแสนล้านดอลลาร์ในระยะยาว

ด้านเทคโนโลยีการผลิต โรงงานจะใช้กระบวนการผลิตชิป Intel 14A ซึ่งมีขนาดประมาณ 1.4 นาโนเมตร ถือเป็นหนึ่งในเทคโนโลยีการผลิตเซมิคอนดักเตอร์ที่ล้ำสมัยที่สุดของอินเทล

สำหรับชิปที่ผลิตจาก Terafab จะมีทั้งชิปประมวลผลสำหรับอุปกรณ์ Edge AI และงาน Inference เพื่อใช้งานกับหุ่นยนต์ Optimus และรถ Cybercab รวมถึงชิปประสิทธิภาพสูงที่ออกแบบมาให้ทำงานในสภาพแวดล้อมอวกาศ เพื่อรองรับศูนย์ข้อมูลบนดาวเทียมของสเปซเอ็กซ์ โดยมัสก์ประเมินว่า กำลังการประมวลผลที่ผลิตได้ประมาณ 25% จะถูกใช้กับ Optimus และอีก 75% จะถูกนำไปใช้กับยานอวกาศ AI และศูนย์ข้อมูลในอวกาศ

ในแง่ผลกระทบทางเศรษฐกิจ โครงการ Terafab คาดว่าจะสร้างงานอย่างน้อย 3,000 ตำแหน่ง ในพื้นที่ Grimes County และ Brazos County ของรัฐเท็กซัส พร้อมได้รับสิทธิประโยชน์ด้านภาษีจากรัฐบาลรัฐเท็กซัส เพื่อสนับสนุนการลงทุนด้านอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์

หนังสือ AI AGENT WITH Claude สร้างทีม AI ทำงานแทนอัตโนมัติ ฉบับไม่ต้องเขียนโค้ด : ธุรกิจ ปัญญาประดิษฐ์ AI สำหรับมือใหม่ https://s.shopee.co.th/9KgtMlBfqy

โดยสรุป Terafab เป็นโครงการโรงงานผลิตชิป AI ขนาดยักษ์ที่อีลอน มัสก์ตั้งเป้าพัฒนาให้เป็นหนึ่งในอาคารที่ใหญ่ที่สุดและมีมูลค่าสูงที่สุดของโลก เพื่อรองรับความต้องการชิป AI ของบริษัทในเครือ ทั้งสำหรับการใช้งานบนโลกและในอวกาศในอนาคต

ที่มาของรูปภาพ https://x.com/elonmusk/status/2085381095248318721

05/08/2026

ไทยย้ำไม่เปิดทาง SpaceX ถือหุ้น 100% Starlink ชี้กระทบอธิปไตย

รัฐบาลไทยยืนยันจุดยืนไม่เปิดทางให้บริษัท สเปซเอ็กซ์ (SpaceX) ถือหุ้น 100% ในธุรกิจบริการอินเทอร์เน็ตผ่านดาวเทียมวงโคจรต่ำ (LEO) หรือ Starlink ในประเทศไทย โดยระบุว่าเป็นประเด็นที่เกี่ยวข้องกับอธิปไตยของชาติและโครงสร้างพื้นฐานด้านโทรคมนาคมที่มีความสำคัญต่อความมั่นคง แม้ประเด็นดังกล่าวจะกลายเป็นหนึ่งในหัวข้อสำคัญของการเจรจาการค้าระหว่างไทยกับสหรัฐอเมริกาที่กำลังจะมีขึ้นในช่วงปลายเดือนสิงหาคม 2569 ก็ตาม

นางกิริฎา เภาพิจิตร ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ธุรกิจโทรคมนาคมผ่านดาวเทียมวงโคจรต่ำเป็นเพียงภาคธุรกิจเดียวที่รัฐบาลไทยยังไม่พร้อมเปิดให้ต่างชาติเข้าถือหุ้นทั้งหมด เนื่องจากเป็นโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัลที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงและอธิปไตยของประเทศโดยตรง

ปัจจุบันกฎหมายของไทยกำหนดให้ต่างชาติถือหุ้นในกิจการโทรคมนาคมบางประเภทได้ไม่เกิน 49% ส่งผลให้ข้อเสนอของ SpaceX ที่ต้องการจัดตั้งบริษัทย่อยและถือหุ้นทั้งหมดในประเทศไทยไม่สามารถดำเนินการได้ โดยข้อเสนอลักษณะเดียวกันนี้เคยถูกปฏิเสธมาแล้วเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2568 และรัฐบาลยังคงยืนยันจุดยืนเดิมอย่างต่อเนื่อง

แม้ SpaceX จะเร่งผลักดันการให้บริการ Starlink ในประเทศไทย หลังจากเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์เมื่อเดือนมิถุนายน 2569 แต่รัฐบาลไทยยังคงย้ำว่า การลงทุนด้านโทรคมนาคมผ่านดาวเทียมเป็น "เส้นแดง" ที่ไม่สามารถผ่อนปรนได้ เนื่องจากมีผลกระทบต่อการบริหารจัดการโครงสร้างพื้นฐานด้านการสื่อสารของประเทศในระยะยาว

จุดยืนดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงที่ไทยกำลังเตรียมเจรจาการค้ารอบใหม่กับสหรัฐฯ ภายใต้รัฐบาลของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ โดยรัฐบาลไทยตั้งเป้ารักษาอัตราภาษีนำเข้ารวมให้อยู่ต่ำกว่า 19% เพื่อรักษาขีดความสามารถในการแข่งขันของผู้ส่งออกไทย ท่ามกลางแรงกดดันจากมาตรการทางการค้าของสหรัฐฯ ทั้งการตรวจสอบตามมาตรา 301 (Section 301) และข้อกล่าวหาเกี่ยวกับการใช้แรงงานบังคับ ซึ่งปัจจุบันส่งผลให้สินค้าจากไทยบางส่วนต้องเผชิญภาษีนำเข้าที่ระดับ 12.5%

เพื่อเพิ่มโอกาสในการบรรลุข้อตกลง ไทยจึงเตรียมใช้มาตรการเปิดตลาดสินค้าและเพิ่มการนำเข้าสินค้าจากสหรัฐฯ ในหลายกลุ่ม ทั้งเครื่องบินพาณิชย์ ก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ถั่วเหลือง และข้าวโพด รวมถึงปรับลดภาษีนำเข้าสินค้าบางประเภทเหลือ 0% และยอมรับมาตรฐานสินค้าของสหรัฐฯ สำหรับเนื้อวัว เนื้อแกะ และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์

อย่างไรก็ตาม รัฐบาลยังคงยืนยันว่าจะไม่เปิดสิทธิพิเศษในการนำเข้าเนื้อหมู และจะไม่เปลี่ยนแปลงจุดยืนเรื่องการถือหุ้นในกิจการดาวเทียมของ SpaceX เนื่องจากมองว่าเป็นประเด็นที่เกี่ยวข้องกับผลประโยชน์ด้านความมั่นคงของประเทศ

นักวิเคราะห์มองว่า ท่าทีของรัฐบาลไทยสะท้อนความพยายามรักษาสมดุลระหว่างการปกป้องอธิปไตยทางดิจิทัลกับการรักษาผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจ โดยเลือกเปิดกว้างในภาคพลังงานและสินค้าเกษตรเพื่อใช้เป็นแต้มต่อในการเจรจา ขณะที่ยังคงรักษาจุดยืนอย่างชัดเจนในธุรกิจโครงสร้างพื้นฐานด้านโทรคมนาคม

ผลการเจรจาที่จะมีขึ้นในช่วงปลายเดือนสิงหาคมนี้จึงถูกจับตามองอย่างใกล้ชิด เนื่องจากอาจเป็นปัจจัยสำคัญที่กำหนดทิศทางความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจระหว่างไทยและสหรัฐฯ ในระยะต่อไป รวมถึงจะสะท้อนว่าไทยสามารถรักษาสมดุลระหว่างการเปิดรับการลงทุนจากต่างประเทศกับการคุ้มครองอธิปไตยทางดิจิทัลได้มากน้อยเพียงใด

หนังสือ AI AGENT WITH Claude สร้างทีม AI ทำงานแทนอัตโนมัติ ฉบับไม่ต้องเขียนโค้ด : ธุรกิจ ปัญญาประดิษฐ์ AI สำหรับมือใหม่ https://s.shopee.co.th/9KgtMlBfqy

05/08/2026

นักบินอวกาศจีน “ปลูกข้าวบนอวกาศ” สำเร็จ ท้าทายสภาวะแรงโน้มถ่วงต่ำ

02/08/2026

อีลอน มัสก์ เผย SpaceX เตรียมใช้แขนหุ่นยนต์จับยานอวกาศ Starship เป็นครั้งแรกในเที่ยวบินที่ 14

ที่มาของภาพ https://x.com/spaceandtech_/status/2083926761520480420

ต้องการให้ธุรกิจของคุณ ธุรกิจ ขึ้นเป็นอันดับหนึ่ง บริษัท สื่อ ใน Bangkok?
คลิกที่นี่เพื่อเป็นสมาชิก?

เว็บไซต์

ที่อยู่


Bangkok


Impact-Site-Verification: 5f7e650c-011a-4d7e-b989-d3fe8f74c47e