Absolute LAW

Absolute LAW

แชร์

หลักกฎหมาย
คำพิพากษาฎีกา
คู่มือทวนสอบ
กฎหมาย
นิติศาสตร์
เตรียมสอบ

หลักกฎหมายและคำพิพากษาฎีกา
เตรียมสอบนิติศาสตร์ เนติบัณฑิตไทย ผู้ช่วยผู้พิพากษา อัยการผู้ช่วย
นิติศาสตร์ กฎหมาย
-------------------------------------------------
*หาดต้องการสั่งซื้อ*
กรุณาแจ้งรายละเอียดก่อน แล้วจึงชำระเงินเข้าบัญชีของ absolute law แล้วกรุณาส่งหลักฐานการโอนเงิน(ถ่ายรูปสลิปใบโอนเงิน/หรือหลักฐานการโอนเงิน)
พร้อมทั้งแจ้งชื่อที่อยู่เบอร์ติดต่อในการจัดส่งให้ถูกต้อง
--------------------------------

Photos from Absolute LAW's post 26/06/2026

#เคสชื่อดังไหมนะ 🎁

ประเด็น : ผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมถูกกล่าวโทษทางด้านจริยธรรมแห่งวิชาชีพเวชกรรม ประเด็นโฆษณาการประกอบวิชาชีพเวชกรรมและผลิตภัณฑ์สุขภาพในลักษณะเข้าข่ายโอ้อวดเกินความเป็นจริง ซึ่งคดีดังกล่าวแพทยสภาได้รับเรื่องแล้วและอยู่ระหว่าง กระบวนการพิจารณาตามข้อบังคับแพทยสภาว่าด้วยวิธีพิจารณาจริยธรรมผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมฯ
ต่อมา สมาชิกผู้นั้นได้ลาออกจากการเป็นสมาชิก แพทยสภา แพทยสภายังมีอำนาจดำเนินการพิจารณาทางด้านจริยธรรมฯ ต่อไปจนเสร็จสิ้นได้หรือไม่

คำตอบ : พ.ร.บ.วิชาชีพเวชกรรมฯ และกฎหมายที่เกี่ยวข้องไม่มีบทบัญญัติที่ให้อำนาจแพทยสภาดำเนินกระบวนพิจารณาทางด้านจริยธรรมกับบุคคลผู้ถูกกล่าวหาหรือผู้ถูกกล่าวโทษทางด้านจริยธรรมแห่งวิชาชีพเวชกรรมในขณะที่บุคคลนั้นเป็นผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมและต่อมาภายหลังได้ลาออกจากการเป็นผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมแล้ว แพทยสภาจึงไม่มีอำนาจที่จะดำเนินการพิจารณาทางด้านจริยธรรมแห่งวิชาชีพเวชกรรมกับบุคคลดังกล่าว

ข้อเสนอแนะ : คณะกรรมการกฤษฎีกา (คณะที่ 10) มีข้อสังเกตว่า โดยที่ปัจจุบันไม่มีบทบัญญัติของกฎหมายให้อำนาจแพทยสภาในการดำเนินกระบวนพิจารณาทางด้านจริยธรรรมแก่บุคคลผู้ถูกกล่าวหาหรือผู้ถูกกล่าวโทษทางด้านจริยธรรมแห่งวิชาชีพเวชกรรมในขณะที่บุคคลนั้นเป็นผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม และต่อมาภายหลังได้ลาออกจากการเป็นผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม จึงเป็นการสมควรที่จะได้เร่งดำเนินการให้มีการแก้ไขเพิ่มเติมพ.ร.บ.วิชาชีพเวชกรรมฯ และกฎหมายที่เกี่ยวข้องออกมาใช้บังคับเพื่อแก้ปัญหาดังกล่าวโดยเร็ว

#บันทึกสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา เรื่อง การสิ้นสุดสมาชิกภาพของสมาชิกแพทยสภา และการดำเนินการทางด้านจริยธรรมแก่ผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมซึ่งได้ลาออกจากการเป็นสมาชิกแพทยสภา (เรื่องเสร็จที่ 556/2569)

23/06/2026

แม้ตาม ป.พ.พ. มาตรา 657 บัญญัติว่า "อันว่าฝากทรัพย์นั้น คือสัญญาซึ่งบุคคลหนึ่ง เรียกว่าผู้ฝาก ส่งมอบทรัพย์สินให้แก่บุคคลอีกคนหนึ่ง เรียกว่า ผู้รับฝาก และผู้รับฝากตกลงว่าจะเก็บทรัพย์สินนั้นไว้ในอารักขาแห่งตน แล้วจะคืนให้" แต่ถ้าเป็นการฝากเงิน ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่า ผู้รับฝากไม่พึงต้องส่งคืนเป็นเงินอันเดียวกันกับเงินที่ฝาก แต่จะต้องคืนเงินให้ครบจำนวนตามมาตรา 672 วรรคหนึ่ง

ดังนี้ เมื่อมีการฝากเงินไว้กับธนาคารจำเลย เงินที่ฝากย่อมตกเป็นของจำเลย แต่จำเลยมีหน้าที่ต้องคืนเงินให้ครบจำนวนแก่ผู้ฝากตามมาตรา 665 วรรคหนึ่ง

เมื่อข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่า โจทก์ไม่ได้มีเจตนาฝากเงิน 31,000 บาท เข้าบัญชีเงินฝากของ ซ. แต่โจทก์โอนเงินโดยผิดพลาด ซ. จึงไม่ใช่ผู้ฝากเงินดังกล่าว ทั้งการฝากเงินโดยผิดพลาด หาใช่เป็นการฝากเงินแทน ซ. ไม่ ตราบใดที่ ซ. ยังไม่ได้ถอนหรือเบิกเงินหรือโอนเงินออกจากบัญชี เงินดังกล่าวย่อมอยู่ในความครอบครองของจำเลย และจำเลยไม่มีหน้าที่ต้องคืนเงินให้แก่ ซ. ซึ่งไม่ใช่ผู้ฝากเงิน

ดังนี้ แม้โจทก์และจำเลยจะไม่มีนิติสัมพันธ์ระหว่างกันในเรื่องสัญญาฝากทรัพย์

แต่จำเลยในฐานะผู้ประกอบธุรกิจอันเป็นที่ไว้วางใจของประชาชน ต้องกระทำด้วยความสุจริตโดยคำนึงถึงมาตรฐานทางการค้าที่เหมาะสมภายใต้ระบบธุรกิจที่เป็นธรรม โดยกฎหมายกำหนดให้ผู้ประกอบธุรกิจใช้ความพยายามอย่างดีที่สุดในการปฏิบัติตามมาตรฐานทางการค้าที่เหมาะสม โดยคำนึงถึงประโยชน์ของผู้บริโภคประกอบด้วย

เมื่อข้อเท็จจริงได้ความว่า โจทก์โอนเงิน 31,000 บาท ผิดบัญชีไปเข้าบัญชีเงินฝากของ ซ. ประกอบกับไม่มีหลักฐานแสดงว่า โจทก์มีนิติสัมพันธ์กับ ซ. เจ้าของบัญชีที่โจทก์โอนเงินไปอย่างไร ทั้งโจทก์ได้แจ้งความต่อเจ้าพนักงานตำรวจสถานีตำรวจไว้ เจ้าพนักงานตำรวจออกหมายอายัดเงินบัญชีเงินฝากของ ซ. ส่งไปถึงจำเลย และจำเลยอายัดเงิน 31,000 บาท ในบัญชีดังกล่าวไว้แล้ว โดยมาตรฐานทางการค้าที่เหมาะสม จำเลยควรต้องติดต่อไปยังเจ้าของบัญชีที่โจทก์อ้างว่าโอนเงินผิดพลาดให้แสดงตนหรือโต้แย้งคัดค้านเพื่อแสดงหลักฐานถึงสิทธิในเงินดังกล่าว เพื่อมิให้เกิดภาระแก่ผู้บริโภคในการดำเนินการติดตามทรัพย์สินคืนเพียงฝ่ายเดียวเกินสมควร

เมื่อจำเลยให้การและนำสืบรับว่า จำเลยได้รับโอนเงินดังกล่าวจากโจทก์จริง และเงินที่โจทก์โอนเข้าบัญชีเงินฝากของ ซ. ยังอยู่ในความครอบครองของจำเลย โดยไม่ปรากฏว่า ซ. ได้โต้แย้งเกี่ยวกับเงินที่มีการโอนผิดพลาดไปดังกล่าวแต่อย่างใด โจทก์ย่อมมีสิทธิที่จะติดตามเอาเงินดังกล่าวคืนจากจำเลยได้ตามมาตรา 1336

เมื่อโจทก์ทวงถามแล้ว แต่จำเลยเพิกเฉยไม่คืนเงินให้แก่โจทก์

การกระทำของจำเลยจึงเป็นการโต้แย้งสิทธิของโจทก์ โจทก์มีอำนาจฟ้อง

22/06/2026

การที่จำเลยข่มขืนกระทำชำเราโจทก์ร่วมจนสำเร็จความใคร่เสร็จแล้วตามฟ้องข้อ 1.1

และยังคงนอนอยู่ใกล้ ๆ ตัวโจทก์ร่วม

เมื่อโจทก์ร่วมรู้สึกตัว จำเลยใช้มือล้วงเข้าไปในกางเกงในโจทก์ร่วมแล้วใช้นิ้วสอดเข้าไปในอวัยวะเพศของโจทก์ร่วม และพยายามสอดใส่อวัยวะเพศเข้าไปในอวัยวะเพศของโจทก์ร่วมอีกครั้งหนึ่งแต่ทำไม่สำเร็จอันเป็นความผิดฐานกระทำอนาจารโดยการล่วงล้ำตามฟ้องข้อ 1.2

ความผิดฐานกระทำอนาจารโดยการล่วงล้ำตามฟ้องข้อ 1.2 จึงเป็นการกระทำต่อเนื่องจากเจตนาเดิมเกี่ยวพันกันกับการข่มขืนกระทำชำเราโจทก์ร่วมในครั้งแรกตามฟ้องข้อ 1.1

การกระทำทั้งสองครั้งจึงเป็นความผิดกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบทตาม ป.อ. มาตรา 90

04/04/2026
30/03/2026

เมื่อสำนักอบรมกฏหมายแห่งเนติบัณฑิตยสภา

ปรับตัว ครั้งใหญ่

ยกเลิกผลิตหนังสือรวมคำบรรยาย

ใช้ระบบไฟล์อิเล็กทรอนิกส์แทน 100%

Photos from พนักงานอัยการ - Public Prosecutor's post 12/03/2026

บันทึกไว้/.

ต้องการให้ธุรกิจของคุณ บุคคลสาธารณะ ขึ้นเป็นอันดับหนึ่ง บุคคลสาธารณะ ใน Bangkok?
คลิกที่นี่เพื่อเป็นสมาชิก?

ประเภท

เบอร์โทรศัพท์

เว็บไซต์

ที่อยู่


แขวง/เขต สายไหม กรุงเทพฯ
Bangkok
10220

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Absolute LAWผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

สมัคร

เราจะแจ้งให้คุณทราบในกรณีที่มีการอับเดทข้อมูลใน Bangkok.