Growth Master
ข้อมูลการติดต่อ, แผนที่และเส้นทาง,แบบฟอร์มการติดต่อ,เวลาเปิดและปิด, การบริการ,การให้คะแนนความพอใจในการบริการ,รูปภาพทั้งหมด,วิดีโอทั้งหมดและข่าวสารจาก Growth Master, Blogger, Bangkok.
06/05/2020
ทำความรู้จัก F-Pattern หลักการพื้นฐานสำหรับการจัดการคอนเทนต์บนหน้าเว็บไซต์
F-Pattern เทคนิคพื้นฐานในการจัดการคอนเทนต์บนหน้าเว็บ F-Pattern เป็นพื้นฐานที่เรายังหยิบมาใช้ในงานเขียนบนช่องทางดิจิทัลได้ตลอด เพราะเป็นพฤติกรรมการอ่านที่จะเกิดข....
14/08/2019
CHEETAH UPDATE
ไม่มีข่าวดี ๆ จาก Netflix ให้เราเห็นกันนานพอสมควร แถมยังมีซีรีส์ดัง ๆ อีกหลายเรื่องที่จะพากันตีจากไปหาผู้ให้บริการรายใหม่ ๆ ในปีหน้า พร้อมกับข่าวเงินลงทุนจำนวนมากที่ Netflix เตรียมจะใช้ และจำนวนผู้ใช้งานในอเมริกาที่เริ่มหดหายไปทุกขณะ
ท่ามกลางสถานการณ์ที่ไม่เป็นผลดีกับ Netflix ความเคลื่อนไหวล่าสุดนี้ก็น่าจะทำให้แฟน ๆ Netflix ได้ชื่นใจกันบ้าง มันคือการปิดดีลระหว่าง Netflix กับ David Benioff และ D.B. Weiss สองผู้สร้าง Game of Thrones โดยดีลนี้มีมูลค่า200 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือกว่า 6 พันล้านบาท
ว่าแต่เงินหกพันล้านนี้จะคุ้มค่าการลงทุนสำหรับ Netflix หรือเปล่า เรื่องนี้อาจจะตอบไม่ได้ในทันที แต่ถ้าดูจากผลงานของทั้งคู่ที่ทำเอาไว้กับ HBO ก็เรียกได้ว่าเป็นความเคลื่อนไหวที่น่าสนใจ
นอกจากนี้ Netflix ยังต้องการออริจินัลคอนเทนต์ชั้นยอดที่จะมาช่วยเติมความสามารถในการแข่งขันกับคู่แข่งหน้าใหม่ที่มีทั้งคอนเทนต์ระดับแม่เหล็กและกำลังจะมีแพลตฟอร์มสตรีมมิ่งของตัวเอง
การเข้ามาของแพลตฟอร์มสตรีมมิ่งรายใหม่ ๆ (แต่หน้าเก่า) อย่าง HBO, Disney, NBC Universal รวมไปถึง Apple ทำให้สถานการณ์ของ Netflix ค่อนข้างตึงเครียดกว่าที่ผ่าน ๆ มา ในการที่จะรักษาไว้ทั้งคอนเทนต์และจำนวนผู้ชม โดยคู่แข่ง 3 รายแรกเป็นผู้ผลิตคอนเทนต์ที่มีของในสต็อกอยู่มาก ในขณะที่ Apple ก็คว้าตัวผู้ผลิตคอนเทนต์เจ๋ง ๆ เอาไว้ในมือเรียบร้อยแล้ว ไม่ว่าจะเป็น Steven Spielberg, Jennifer Aniston, Reese Witherspoon, หรือแม้แต่ Oprah Winfrey
จากสถานการณ์ที่ว่ามาทั้งหมดนี้ Netflix ก็ไม่น่าจะมีทางเลือกมากไปกว่าการพยายามล็อกตัวกลุ่มคนที่มีความสามารถในวงการนี้มาเป็นแม่เหล็กดึงดูดสมาชิกให้ยังคงอยู่ต่อ และหวังว่าจะนำมาซึ่งสมาชิกรายใหม่
อย่างไรก็ตาม ผู้ชมของ Netflix คงจะไม่ได้ดูซีรีส์ดี ๆ จากสองผู้สร้าง Game of Thrones ในเร็ววันนี้ เพราะทั้งคู่ยังติดสัญญาสร้างหนัง Star Wars ให้กับ Disney นั่นแปลว่ากว่าดีลนี้จะได้เริ่ม ทั้งคู่ก็ต้องทำงานกับ Disney ให้จบเสียก่อน
ดีลที่ยืดเยื้อในลักษณะนี้ไม่เป็นผลดีกับ Netflix อย่างแน่นอน แต่ก็ดูเหมือนจะเป็นเรื่องที่ช่วยไม่ได้ เพราะนอกจากดีลนี้แล้วก็ยังมีอีกหลายดีลที่ Netflix ปิดมาแล้ว แต่งานยังไม่ออกเลย
ยกตัวอย่างเช่น สัญญามูลค่า 300 ล้านเหรียญสหรัฐที่ทำไว้กับ Ryan Murphy ผู้สร้างซีรีส์ Glee รวมไปถึงดีลเมื่อ 2 ปีที่แล้วกับ Shonda Rhimes ผู้สร้างซีรีส์ Grey’s Anatomy แต่ยังไม่มีอะไรคลอดออกมาเช่นกัน
นั่นแปลว่า Netflix อาจจะกำลังใช้เงินมากมายไปกับการได้มาซึ่ง "ชื่อ" ของนักสร้างหนังที่การันตีความเจ๋งของออริจินัลคอนเทนต์ แต่ความสำเร็จที่ผ่าน ๆ มาของพวกเขาก็ไม่อาจเป็นเครื่องรับประกันความสำเร็จของ Netflix
ย้อนกลับมาที่ดีลล่าสุดกับสองผู้สร้าง Netflix ข้อมูลจาก Inc ระบุว่า ข้อสันนิษฐานข้างต้นดูจะมีความเป็นไปได้สูง เมื่อดูจากเสียงวิพากษ์วิจารณ์ของ Game of Thrones ในภาคล่าสุดที่พวกเขาไม่ได้ทำงานจากบทดั้งเดิมของ George R.R. Martin ผู้ประพันธ์ Game of Thrones เวอร์ชั่นหนังสือ
ข้อมูลจาก Inc ยังระบุอีกว่า กลยุทธ์ของ Netflix ในเวลานี้ไม่มีอะไรมากไปกว่าการล็อกตัวนักสร้างซีรีส์ดัง ๆ มาร่วมทีมด้วย แต่ไม่ใช่เพื่อผลงานของพวกเขาจะมาปรากฏบน Netflix หากแต่เป็นเพื่อป้องกันไม่ใช้คู่แข่งมาคว้าตัวไปได้ก่อนเท่านั้นเอง
ที่มา https://www.inc.com/jason-aten/netflix-just-made-a-200-million-deal-with-creators-of-game-of-thrones-its-either-totally-brilliant-or-really-desperate.html?fbclid=IwAR1VirisOVkME1me6R6tWJaT1WI4xalAYFxUM9X8ks09EGmThDh4p8aPTHA
12/08/2019
อีกหนึ่งตัวอย่างที่น่าสนใจจากบราซิล กับการสร้างประสบการณ์แบบ Seamless experience ให้กับผู้บริโภค สื่อออฟไลน์อย่างหนังสือพิมพ์ก็ใช้ Programmatic Ads เพื่อเสิร์ฟโฆษณาได้นะ
3 แบรนด์ฟาสต์ฟู้ดในบราซิล ทดลอง Programmatic Ads บนหน้าหนังสือพิมพ์ - Cheetah Marketing เวลานี้ในบราซิล ดิจิทัลเอเจนซี่ Isobar กำลังทดลอง Programmatic Ads แต่ไม่ใช่ในช่องทางที่เป็นดิจิทัลอย่างที่เราคุ้นเคยก...
09/08/2019
เผื่อใครมีโอกาสไป Seattle แล้วอยากรู้ว่าการสัมภาษณ์งานกับ Amazon มันเป็นยังไง กำเงินแสนแล้วพุ่งตัวไปจองที่ Airbnb ได้เลย เป็นประสบการณ์ที่น่าสนใจมาก เพราะจะได้รับฟีดแบ็กจากผู้สัมภาษณ์ (ซึ่งเป็นคนของ Amazon) โดยตรง ทำให้เห็นทั้งจุดเด่นและจุดที่ต้องปรับปรุง เวิร์กชอปนี้กินเวลาถึง 5 ชั่วโมงเชียวนะ
เวิร์กชอปสัมภาษณ์งานกับ Amazon ประสบการณ์ที่ซื้อได้ใน Airbnb - Cheetah Marketing shares Facebook LINE Twitter Google+อย่างที่รู้กันว่าจุดขายของ Airbnb ไม่ใช่ที่พัก หากแต่เป็น “ประสบการณ์” โดยจะเห็นได้ว่า นอกจากที่...
08/08/2019
ได้แต่คิดแล้วก็สงสัย
มาเช็กกันได้ที่นี่ จะได้รู้สักทีว่าจริง ๆ แล้วเราแค่ขี้เกียจหรือเราหมดไฟจริงๆ
คุณกำลัง "หมดไฟ" หรือแค่ "ขี้เกียจ" กันแน่? - Cheetah Marketing shares Facebook LINE Twitter Google+อยากอยู่นิ่ง ๆ ไม่อยากทำอะไร หมดใจ หมดเรี่ยวแรงกับงานที่อยู่ตรงหน้า อาการแบบนี้หรือเปล่าที่....
03/04/2019
เมื่อวานนี้ LINE@ ประกาศผ่านเว็บไซต์ว่าจะมีการปรับปรุงครั้งยิ่งใหญ่ นอกจากชื่อที่จะเปลี่ยนเป็น LINE Official Account แล้ว ฟีเจอร์ข้างในก็เปลี่ยนไปเยอะเหมือนกัน ถือว่าฟังเสียงผู้ใช้งานแล้วเก็บไปพัฒนาได้ค่อนข้างดี
รายละเอียดจะเป็นยังไง อ่านได้ที่นี่เลย
พรีวิว LINE@ ที่จะเปลี่ยนเป็น LINE Official Account อัดแน่นด้วยฟีเจอร์ที่ควรมี (มานานแล้ว) - Cheetah Marketing shares Facebook LINE Twitter Google+หลังจากปล่อย LINE@ มาเป็นโซลูชั่นสำหรับธุรกิจขนาดกลางและขนาดเล็กมาได้สักพัก ล่าสุด LINE ก็ออกมาปร....
31/03/2019
ในวัย 64 ผู้หญิงคนนี้ว่ายน้ำข้ามมหาสมุทรได้สำเร็จ จากคิวบาไปจนถึงฟลอริดา ระยะทางกว่า 100 ไมล์ ใช้เวลา 53 ชั่วโมง
เมื่อขึ้นมาถึงฝั่ง เธอให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนว่า จงอย่ายอมแพ้ จงไล่ตามความฝันของคุณ ไม่ว่าจะมีอายุเท่าไรก็ตาม และความสำเร็จนี้คือความพยายามของทีมงานที่อยู่เบื้องหลัง
นี่คือความทะเยอทะยานที่ถ่อมตน มันคือแรงบันดาลใจที่น่ารักจนทำให้เราอมยิ้มและน้ำตาซึมไปพร้อม ๆ กัน เราจึงอยากแบ่งปันให้ทุกคนได้ดู
[TED] จ้วงแขนให้ถึงขอบฟ้ากับ Diana Nyad มนุษย์ที่ว่ายน้ำข้ามมหาสมุทรในวัย 64 ปี - Cheetah Marketing shares Facebook LINE Twitter Google+การว่ายน้ำข้ามมหาสมุทรระยะทางกว่า 100 ไมล์ เป็นความฝันอันสูงสุดของนักว่ายน้ำหลาย ๆ คนมาตั้งแต....
30/03/2019
ช่วงต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา Apple เปิดตัว 4 บริการใหม่ นั่นก็คือ Apple TV+, Apple News, Apple Arcade และ Apple Card เรียกเสียงฮือฮาจากวงการได้เป็นอย่างดี เพราะเท่ากับว่า Apple จะลงแข่งในอุตสาหกรรมสตรีมมิ่ง รวมทั้งมีโอกาสเป็นผู้นำในธุรกิจโมบายล์เพย์เมนต์
ในฐานะที่ปู่ Buffett เป็นนักลงทุน และถือหุ้นของ Apple อยู่ 5.5% นักข่าวของ CNBC ก็เลยถามว่า คิดยังไงกับการเปิดตัวในครั้งนี้ เรามาดูคำตอบของเขาทีละประเด็นเลยดีกว่า
- Apple TV+ จะประสบความสำเร็จได้ยังไง เรื่องนี้ยังมีคำถาม เช่น จำนวนชั่วโมงรับชมจะถูกจำกัดด้วยเวลา 24 ชั่วโมงในแต่ละวัน และในอุตสาหกรรมนี้มีผู้เล่นรายใหญ่ 2 - 3 เจ้าที่ลงทุนอย่างมหาศาล
- นั่นแปลว่า Apple จะต้องสู้กับผู้เล่นที่ลงสนามมาก่อน เพื่อแย่ง Eyeballs จากผู้ชม
"คุณมีคนฉลาด ๆ ที่มีทรัพยากรมหาศาล และพยายามเวลาอีกครึ่งชั่วโมงไปจากคุณ เป็นผมคงไม่เล่นในเกมนี้นะ" เขาสรุป
Apple TV+ มีกำหนดการเปิดตัวในช่วงไตรมาสที่ 3 ของปี และคู่แข่งเบอร์ใหญ่ ๆ ที่จะต้องเจอก็คือ Netflix, Hulu, Amazon และ Disney
การคาดการณ์ของ Buffett อาจจะต่างไปจากกูรูท่านอื่น ๆ ที่เห็นว่า Apple น่าจะไปได้สวยในธุรกิจสตรีมมิ่ง แต่สิ่งที่เขาเห็นตรงกันก็คือ ผู้ชนะในเกมนี้ก็คือคนดู ที่จะได้รับบริการที่ดีที่สุด เมื่อผู้เล่นต้องแข่งกันปรับตัวให้ทันกับความต้องการของผู้บริโภค
พอนักข่าวถามว่า คิดยังไงกับ Apple Card เขาก็ตอบว่า "ใครก็อยากครองตลาดเพย์เมนต์ทั้งนั้นแหละ" เพราะบริษัทของ Buffett ก็ถือหุ้น 18% ใน American Express
ทั้งนี้ ในระหว่างการสัมภาษณ์ ปู่ Buffett หยิบมือถือขึ้นมาโชว์นักข่าว 1 ครั้ง มันไม่ใช่ iPhone แต่เป็นมือถือพับรุ่นเก่า ๆ ซะอย่างนั้น
ที่มา https://www.cnbc.com/2019/03/28/buffett-on-apples-entertainment-push-the-can-afford-to-make-a-mistake-or-two-that-or.html?fbclid=IwAR1qhGdXfrYer-uNmVu0CjZFYITPwTC-pL6orCJxvJ2MO7P81Ak3gSFABPw
27/03/2019
Tagline กับ Slogan เป็นคำศัพท์ที่ใช้ปน ๆ กันจนเหมือนจะมีความหมายเหมือนกัน แต่ถ้าย้อนกลับไปดูทฤษฎีเกี่ยวกับแบรนด์ ทั้ง 2 คำนี้มีความหมายต่างกัน
แท็กไลน์คืออะไร สโลแกนคืออะไร อ่านได้ที่นี่เลย
Tagline vs Slogan ต่างกันยังไง? - Cheetah Marketing shares Facebook LINE Twitter Google+เชื่อว่านักการตลาดส่วนมากจะใช้คำว่า “สโลแกน” และ “แท็กไลน์” ในความหมายเดียวกัน เรามักจะใช้ศ....
26/03/2019
เมื่อคืนนี้ Apple จัดอีเวนท์เปิดตัว 4 โปรดักต์ใหม่ ประกอบไปด้วย
- Apple TV+
- Apple News
- Apple Arcade
- Apple Card
โปรดักต์แต่ละตัวมีรายละเอียดดังนี้
Apple TV+ เป็นบริการสตรีมมิ่ง ออกมาชนกับ Netflix และ Disney+ เต็ม ๆ โดยที่ Apple จะมีออริจินัลคอนเทนต์ และคอนเทนต์จาก HBO และผู้ผลิตคอนเทนต์รายอื่น ๆ มาให้ชม แต่ยังไม่มีการพูดถึงค่าบริการบนเวที และจะเริ่มเปิดตัวอย่างเป็นทางการในเดือนกันยายน
Apple News บริการคอนเทนต์ที่เริ่มใช้งานได้แล้ว โดยมีค่าบริการ 9.99 เหรียญต่อเดือน (เฉพาะในอเมริกา) ซึ่งเป็นการดึงเอาคอนเทนต์จากนิตยสารชื่อดังมาเสิร์ฟบนหน้าจอ อาทิ Wired, Popular Science และ National Geographic
ทาง Apple เคลมว่าจะมีนิตยสารมากกว่า 300 หัวมารวมอยู่ใน Apple News
Apple Arcade บริการเกมในรูปแบบ Subscription ความคุ้มอยู่ตรงที่มีเกมใหม่ ๆ เพิ่มเข้ามาให้เล่นตลอดเวลา แถมยังไม่ใช่เกมไก่ก่า แต่เป็นเกมจากผู้ผลิตชื่อดัง เช่น Konami, Cartoon Network, Sega และ Lego
จะเปิดตัวอย่างเป็นทางการในเดือนกันยายนเช่นกัน และยังไม่ได้บอกราคา
Apple Card บริการบัตรเครดิตโดย Apple ที่น่าจะเป็น Game changer เพราะประกาศชัดเจนว่าจะเป็นบริการบัตรเครดิตที่คิดดอกเบี้ยต่ำที่สุดในตลาด ไม่มีค่าธรรมเนียมรายปี ไม่มีค่าปรับเมื่อจ่ายช้า และจะไม่มีการแชร์ข้อมูลจาก Mastercard มาให้ Apple ใช้ในการโฆษณาด้วย
ผู้ใช้งานสามารถจัดการข้อมูลของตัวเองผ่านแชทบอทในแอป Wallet ไม่ต้องต่อสายหาคอลเซนเตอร์
ความน่าสนใจอยู่ที่ตลาด Mobile payment ยังไม่มีผู้นำที่ชัดเจน และ Apple ก็มีผู้ใช้งานมือถือหลายร้อยล้านคนทั่วโลก การออกบัตรเครดิตของตัวเองจึงเป็นโอกาสของ Apple ที่จะทำให้การใช้งานเป็น seamless experince มากขึ้น
จบการรายงานข่าวประจำวันจากชีตาห์
คลิกที่นี่เพื่อเป็นสมาชิก?
ประเภท
ทีมทำอาหาร
เสื้อผ้า
ติดต่อ บุคคลสาธารณะ
เว็บไซต์
ที่อยู่
Bangkok