Booster Analytics

Booster Analytics

IF YOU’RE LOOKING FOR ADVANCED BIG DATA TECHNOLOGICAL SOLUTIONS AND CONSULTATION SERVICES TO HELP YOU ACHIEVE YOUR BUSINESS GOALS, WE ARE YOUR SOLUTION.

Our mission at Booster Analytics is to be your Big Data partner by offering you data analytics solutions which will enable you to achieve your business goals. Our dedicated team of skilled and professional staff will work with you to identify and design smart solutions for your business needs.

เปิดเหมือนปกติ

17/11/2020

Good judgment comes from experience, and a lot of that comes from bad judgment

Spark 3.0 Overview 29/06/2020

Spark 3.0 Overview

Spark 3.0 น่าสนใจมากจริงๆ ยิ่งหลายๆที่ก็ใช้ Sparkอยู่แล้วด้วย
ทิศทางการพัฒนาของSpark ดูเหมือนว่าจะยิ่งพยายามเข้ามาเป็น unified processing engine มากขึ้นเรื่อยๆ ทั้ังเน้นfeaturesที่เหมาะมากขึ้น มีประสิทธิภาพมากขึ้นในการที่จะทำ SQL Analytics แล้วยังมีทั้ง GPU ทั้ง Kubernetes และยังทำงานได้ดีขึ้นกับdeep learning อีกด้วย ลองฟังดูน่ะครับผม

Spark 3.0 Overview Spark 3.0 new features and possible direction

Types of Data Products 10/06/2020

Types of Data Products

คลิปนี้ทำสั้นๆ หลังฝนตก ชวนกันมาทำData Products กันดีกว่าไหมครับ มีให้เลือกทำกว้างๆอยู่5ชนิด

Ps0ลองใช้มือถือดู

Types of Data Products There are several types of data products

Photos from DishCovery Bangkok's post 31/05/2020

Photos from DishCovery Bangkok's post

Takeaways from O'Reilley- The AI Adoption from the Enterprise 2020 27/05/2020

Takeaways from O'Reilley- The AI Adoption from the Enterprise 2020

เมื่อปลายปี 2019 O'Reilley ทำsurveyประจำปีออกมาเกี่ยวกับ การadoption ของ AI ในองค์กร แน่นอนว่าsurveyอันนี้เป็นที่US แต่ก็น่าจะมีประโยขน์ให้เราเห็นถึงทิศทางและปัญหาของเขา เพื่อเราจะได้วางแผนที่ดีขึ้นจากประสพการณ์ที่ได้จากsurvery

Takeaways from O'Reilley- The AI Adoption from the Enterprise 2020 AI Adoption in the Enterprise 2020 Contact me on @Facebook https://www.facebook.com/alexaboutdata/ https://www.facebook.com/Aj.AlexP @Work Business Analytics...

06/09/2019

คนร้ายใช้ A.I. เลียนแบบเสียงผู้บริหารใหญ่ โทรหลอกให้โอนเงิน

BRIEF: บริษัทแห่งหนึ่งเสียเงินไปกว่า 7 ล้าน หลังคนร้ายใช้ A.I. เลียนแบบเสียงผู้บริหารใหญ่ โทรมาหลอกซีอีโอให้โอนเงินเข้าบัญชี
.
พวกเรากำลังอยู่ในยุคสมัยที่ ‘เสียง’ ของเราถูกเลียนแบบได้อย่างแนบเนียนมากขึ้นเรื่อยๆ ผ่านเทคโนโลยี A.I. แน่นอนว่ามันก็มีประโยชน์ในหลายเรื่อง แต่ในทางกลับกัน มันก็นำไปสู่การก่ออาชญากรรมได้เหมือนกัน
.
ประเด็นก็คือว่า Wall Street Journal ได้รายงานเรื่องที่ซีอีโอบริษัทด้านธุรกิจพลังงานแห่งหนึ่งในอังกฤษ ได้รับโทรศัพท์จากคนปลายสายที่เสียงเหมือนกับเจ้านายจากบริษัทแม่ของเขา ซึ่งโทรมาบอกให้โอนเงินจำนวนกว่า 220,000 ยูโร (ราวๆ 7.4 ล้านบาท) ไปให้กับบัญชีธนาคารในฮังการี
.
โฆษกของบริษัทประกันภัยที่ดูแลความเสียหายให้กับคดีนี้ อธิบายว่า ในตอนแรกนั้น ซีอีโอที่ถูกหลอกไม่ได้รู้สึกสงสัยอะไรเท่าไหร่นัก เพราะว่าเสียงจากอีกฝ่ายที่เขาได้ยินนั้น มันแทบจะเป็นเสียงของเจ้านายของเขาแน่ๆ คือมันแม้กระทั่งการพูดภาษาอังกฤษในสำเนียงเยอรมัน
.
คนร้ายโทรเข้ามาอยู่ 3 ครั้งทั้งเพื่อสั่งงาน รวมไปถึงติดตามผลของการโอนเงิน รวมถึงขอให้โอนเงินอีกรอบ ในจุดนี้เองที่ซีอีโอคนดังกล่าวเริ่มรู้สึกสงสัยว่า มันต้องมีอะไรแปลกๆ เกิดขึ้นแล้วแน่นอน เขาจึงปฏิเสธไปและลองโทรกลับไปหาเบอร์จริงๆ ของผู้บริหารคนนี้ ก่อนที่จะรู้ตัวว่ากำลังถูกหลอกอยู่
.
อย่างไรก็ดี ความเสียหายก็ได้เกิดขึ้นไปแล้ว เงินถูกโอนต่อจากธนาคารฮังการี ไปสู่ธนาคารในเม็กซิโก และกระจายไปตามบัญชีต่างๆ อีกมากมาย
.
หลังจากเกิดเหตุการณ์นี้ขึ้น ก็ได้มีการตรวจสอบที่น่าจะยืนยันได้ว่า คนที่ปลายสายไม่ใช่เจ้านายจริงๆ และเมื่อวิเคราะห์เสียงที่ได้พูดคุยกันแล้ว จึงเชื่อได้ว่าเสียงที่ว่ามันมาจากการใช้ A.I. สร้างขึ้นมาเพื่อเลียนแบบ
.
ด้านสำนักข่าวใหญ่อย่าง The Washington Post รายงานว่า คดีนี่น่าจะเป็นคดีแรกๆ ของโลกที่คนร้ายใช้ A.I. เป็นเครื่องมือปลอมแปลงเสียงเพื่อหลอกลวงเงินจากบริษัทเอกชน
.
ทั้งนี้ เสียงของซีอีโอหลายคน อาจถูกเก็บบันทึกได้จากคลิปในยูทูบหรือเว็บไซต์ เช่น คลิปการเสนอวิสัยทัศน์ในงานประชุม หรือการให้สัมภาษณ์ต่างๆ
.
บริษัทด้านความมั่นคงปลอยภัยทางไซเบอร์อย่าง Symantec ได้เปิดเผยว่า มีคดีทำนองนี้เกิดขึ้นแล้วอย่างน้อย 3 ครั้ง โดยคนร้ายได้ใช้เทคโนโลยีปลอมแปลงเสียง และได้เงินไปรวมแล้วกว่าหลายล้านดอลลาร์สหรัฐฯ
.
ที่ผ่านมา ในแวดวงเทคโนโลยีนั้นได้มีความกังวลต่อสิ่งที่เรียกว่า ‘Deepfake’ ที่ A.I. สามารถตัดต่อทั้งคลิปวิดีโอ ใบหน้า และเสียงของผู้คนให้สลับกันได้อย่างแนบเนียนมากขึ้นเรื่อยๆ ท่ามกลางข้อสังเกตว่า ซอฟต์แวร์เหล่านี้ก็ถูกส่งต่อไปยังกลุ่มคนที่เป็นอาชญากรได้
.
ขณะเดียวกัน ก็มีผู้พัฒนา A.I. อีกจำนวนไม่น้อยที่สร้าง A.I. ขึ้นมาเพื่อจับผิด Deepfake เหล่านี้อยู่ควบคู่กันไปด้วย อย่างล่าสุดที่เฟซบุ๊กประกาศแคมเปญที่จะมอบเงินรางวัลกว่า 10 ล้านดอลลาร์ให้กับทีมนักพัฒนาที่สามารถตรวจจับ Deepfake ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด
.
.
อ้างอิงจาก

https://www.wsj.com/articles/fraudsters-use-ai-to-mimic-ceos-voice-in-unusual-cybercrime-case-11567157402

https://www.washingtonpost.com/technology/2019/09/04/an-artificial-intelligence-first-voice-mimicking-software-reportedly-used-major-theft/

https://www.forbes.com/sites/jessedamiani/2019/09/03/a-voice-deepfake-was-used-to-scam-a-ceo-out-of-243000/#16ec6f952241

https://www.vice.com/en_us/article/8xwqp3/facebook-deepfake-detection-challenge-dataset

#Brief #TheMATTER

บริษัทจากสิงคโปร์โชว์ "หุ่นยนต์ทำก๋วยเตี๋ยว" ใช้เวลาผลิต 1 ชาม แค่ 45 วินาทีเท่านั้น 01/08/2019

บริษัทจากสิงคโปร์โชว์ "หุ่นยนต์ทำก๋วยเตี๋ยว" ใช้เวลาผลิต 1 ชาม แค่ 45 วินาทีเท่านั้น

บริษัทจากสิงคโปร์โชว์ "หุ่นยนต์ทำก๋วยเตี๋ยว" ใช้เวลาผลิต 1 ชาม แค่ 45 วินาทีเท่านั้น ไปดู Sophie หุ่นยนต์ทำก๋วยเตี๋ยวจากสิงคโปร์ที่ผลิต 1 ชาม ภายในระยะเวลาเพียง 45 วินาทีเท่านั้น (ใน 1 ชั่วโมงสามารถผ...

เจาะลึกเบื้องหลัง แชมป์ 6 สมัยของ “ลิเวอร์พูล” กลับมาผงาดได้อีกครั้งเพราะ Data Analytics | Brand Buffet 17/07/2019

เจาะลึกเบื้องหลัง แชมป์ 6 สมัยของ “ลิเวอร์พูล” กลับมาผงาดได้อีกครั้งเพราะ Data Analytics | Brand Buffet

เจาะลึกเบื้องหลัง แชมป์ 6 สมัยของ “ลิเวอร์พูล” กลับมาผงาดได้อีกครั้งเพราะ Data Analytics | Brand Buffet ที่ผ่านมา ต้องยอมรับว่า “สถิติ” และ Data มีผลต่อการแข่งขันของนักกีฬาอาชีพอย่างมาก เห็นได้จากเกมการแข่งขันเ.....

คาสิโน มาเก๊าไฮเทค ใช้ระบบตรวจจับใบหน้า บิ๊กดาต้า และ AI วิเคราะห์หาลูกค้าขาพนันตัวจริง 01/07/2019

คาสิโน มาเก๊าไฮเทค ใช้ระบบตรวจจับใบหน้า บิ๊กดาต้า และ AI วิเคราะห์หาลูกค้าขาพนันตัวจริง

คาสิโน มาเก๊าไฮเทค ใช้ระบบตรวจจับใบหน้า บิ๊กดาต้า และ AI วิเคราะห์หาลูกค้าขาพนันตัวจริง บลูมเบิร์ก เผย คาสิโน ชั้นนำหลายแห่งในมาเก๊า ใช้เทคโนโลยีในการติดตาม และคาดการณ์ ว่าลูกค้ารายไหน คือขาพน.....

สรุปหนังสือ Big Data ดัดจริต เรียบเรียงจาก Everybody Lies - อ่านแล้วเล่า 21/06/2019

สรุปหนังสือ Big Data ดัดจริต เรียบเรียงจาก Everybody Lies - อ่านแล้วเล่า

สรุปหนังสือ Big Data ดัดจริต เรียบเรียงจาก Everybody Lies - อ่านแล้วเล่า สรุปหนังสือ Big Data ดัดจริต ที่จะเผยความลับของมนุษยชาติให้คุณรู้ ว่าแท้จริงแล้วเราส่วนใหญ่มีรสนิยมอย่างไรใน...

16/06/2019

ถึงจุดที่มี App ทวงหนี้แชร์ค่าข้าวจากเพื่อน

BRIEF: มื้อนี้ต้องคิดค่าข้าวยังไง? KBTG เตรียมเปิดให้ใช้แอพฯ ‘ขุนทอง’ ช่วยหารค่าข้าว แถมทวงเงินได้ด้วย
.
เวลาไปกินข้าวกับเพื่อน/พี่/น้องที่ออฟฟิศ กินเสร็จต้องเจอช่วงเวลาหารค่าข้าวกันอยู่เสมอๆ เมื่อแต่ละคนกินไม่เหมือนกัน บางคนสั่งน้ำ สั่งข้าว บางคนก็กินของตัวเอง เราอาจรับมือเรื่องแบบนี้ได้ง่ายขึ้นกับเทคโนโลยีใหม่ๆ
.
ล่าสุด KBTG (Kasikorn Business Technology Group) ได้เปิดตัวระบบ Chatbot ชื่อว่า ‘ขุนทอง’ (ใช่แล้วนกขุนทองนั่นแหละ) โดยฟังก์ชั่นหลักๆ ที่จะทำให้ชีวิตผู้ใช้บริการง่ายขึ้น คือการช่วยทวงเงินผ่าน LINE และยังสามารถจ่ายผ่านบริการ Mobile Banking ของบางธนาคารได้ในทันที
.
นอกจากนั้น ขุนทองยังจะมีความสามารวิเคราะห์รูปภาพสลิปหรือใบเสร็จต่างๆ ตัวอย่างที่ยกขึ้นมาพูดภายในงาน Beyond Agile คือเรื่อง ‘Pay What You Eat’ ซึ่งจะวิเคราะห์ใบเสร็จค่าข้าว แล้วให้ผู้ใช้งานแต่ละคนเลือกว่าตัวเองกินอะไรไปบ้าง ก่อนจะนำมาหารว่ามื้อข้าวนั้นใครต้องจ่ายเท่าไหร่บ้าง ไม่เพียงแค่นั้น ขุนทองยังสามารถทวงเงินคนที่ยังไม่จ่ายได้อีกด้วย!
.
สำหรับวิธีการใช้งานเบื้องต้นนั้น เว็บไซต์ Techsauce รายงานว่ามี 4 ขั้นตอน
.
1) ดึงขุนทองเข้ากรุ๊ปไลน์
.
2) ถ้าต้องการให้เรียกเก็บเงิน ให้พิมพ์คำสั่ง และ Tag เช่น #เก็บเงิน พร้อมกับชื่อเพื่อนและเงินที่ต้องการจะเรียกเก็บ หรือในกรณีจะหารเงินจากใบเสร็จ ก็ต้องอัพโหลดรูปใบเสร็จเข้าไปในกรุ๊ป แล้วขุนทางจะวิเคราะห์จากรูปที่ส่งเข้าไป เพื่อให้ผู้ใช้ในกรุ๊ปเลือกรายการของตัวเอง
.
3) หลังจากนั้นผู้ใช้งานก็กดชำระเงินได้ทันที หรือจะจ่ายผ่าน Mobile Banking ก็ได้
.
ตอนนี้ KBTG กำลังอยู่ในช่วงพัฒนา Chatbot และคาดว่าจะเปิดให้ใช้บริการได้แบบเต็มรูปแบบเร็วๆ นี้
.
.
อ้างอิงจาก

https://www.blognone.com/node/110358

https://techsauce.co/tech-and-biz/project-apollo-innovatio-by-kbtg/

#Brief #TheMATTER

Spyce ร้านอาหารแห่งอนาคต ที่ทลายความเหน็ดเหนื่อยของงานครัว - Forbes Thailand 01/06/2019

Spyce ร้านอาหารแห่งอนาคต ที่ทลายความเหน็ดเหนื่อยของงานครัว - Forbes Thailand

Spyce ร้านอาหารแห่งอนาคต ที่ทลายความเหน็ดเหนื่อยของงานครัว - Forbes Thailand Spyce ร้านอาหารแห่งอนาคต ที่ใช้หุ่นยนต์ในการทำทุกขั้นตอน ไม่ว่าจะเป็นการปรุงอาหาร ที่ลูกค้าปรับเปลี่ยนได้ต...

Amazon Echo เก่งเท่ายาม จับได้บ้านถูกบุก 15/05/2019

Amazon Echo เก่งเท่ายาม จับได้บ้านถูกบุก

Amazon Echo เก่งเท่ายาม จับได้บ้านถูกบุก

Amazon Echo เก่งเท่ายาม จับได้บ้านถูกบุก อุปกรณ์อัจฉริยะสำหรับบ้านอย่าง “เอคโค่” (Amazon Echo) กำลังมีฟีเจอร์ใหม่ที่สามารถทำงานได้เหมือนยามเฝ้าบ้าน เพรา....

Starbucks เริ่มนำ IoT มาใช้ในร้าน เก็บข้อมูลเครื่องชงทุกช็อตกาแฟ อัพเดตสูตรอัตโนมัติผ่านคลาวด์ | 12/05/2019

Starbucks เริ่มนำ IoT มาใช้ในร้าน เก็บข้อมูลเครื่องชงทุกช็อตกาแฟ อัพเดตสูตรอัตโนมัติผ่านคลาวด์ |

Starbucks เริ่มนำ IoT มาใช้ในร้าน เก็บข้อมูลเครื่องชงทุกช็อตกาแฟ อัพเดตสูตรอัตโนมัติผ่านคลาวด์ | ปีที่แล้ว ไมโครซอฟท์เปิดตัว Azure Sphere โซลูชัน IoT ครบวงจร เพราะไมโครซอฟท์ออกแบบชิปเอง และทำระบบปฏิบัติการลินุกซ.....

10/05/2019

NEWS: ไทยติดอันดับโลก
เชื่อข้อมูลในโลกออนไลน์ได้ง่ายดายที่สุด
.
ปกติคุณเสพข่าวจากไหน ?
แล้วคุณเชื่อแหล่งข่าวจากไหนกันมากที่สุด ?
.
เชื่อว่าโซเชียลมีเดียคงเป็นพื้นที่ชั้นยอดที่คนไทยหลายล้านคนใช้ในการเสพข่าว เพราะทั้งเร็วและทันสมัย แต่อย่างไรก็ตาม ในช่วงที่ผ่านมาสำนักข่าว The Guardian ได้มีการนำเสนอความเชื่อถือในการเสพข้อมูลผ่านโซเชียลมีเดียของคนแต่ละประเทศ และดูเหมือนว่าประเทศเราอาจน่าเป็นห่วงกว่าที่คิด
.
ถึงแม้เนื้อหาจะมุ่งประเด็นไปที่สหราชอาณาจักรเป็นหลัก แต่ผลสำรวจความเชื่อถือของคนแต่ละชาติเมื่อได้ข้อมูลจากโซเชียลมีเดีย กับตัวเลขของประเทศอื่น ๆ ก็พอสะท้อนอะไรออกมาได้อยู่บ้าง
.
🇬🇧 สหราชอาณาจักร: 12%
🇩🇪 เยอรมนี: 20%
🇺🇸 สหรัฐฯ: 23%
🇨🇦 แคนาดา: 28%
🇵🇱 โปแลนด์: 51%
🇮🇳 อินเดีย: 52%
🇸🇦 ซาอุฯ: 52%
🇹🇭 ไทย: 52%
.
ตัวเลขนี้สะท้อนผลลัพธ์ได้ใน 2 แง่มุม สื่อออนไลน์ในสหราชอาณาจักรไม่มีความน่าเช่ือถือ ไม่มีความโปร่ง คนเลยไม่เชื่อ ? (เพราะชาวสหราชอาณามากกว่า 60% มีการเรียกร้องให้ควบคุมสื่อออนไลน์มากกว่านี้อีก) หรือว่าคนไทยเป็นกลุ่มคนที่เชื่ออะไรในโลกออนไลน์ง่ายเกินไปกันแน่ ?
.
สำหรับประเทศไทย นับว่าเป็นหนึ่งในประเทศที่โดดเด่นและขึ้นชื่อเรื่องการใช้งานโซเชียลมีเดียกันอยู่แล้ว (ส่วนจะขึ้นชื่อในด้านดีหรือร้ายก็เป็นอีกประเด็น) เพราะถึงแม้จะเป็นประเทศเล็ก ๆ แต่ในวงการโซเชียลพวกเราก็สร้างปรากฏการณ์มาอยู่เสมอ ทั้งใน Facebook Twitter และแพลตฟอร์มวิดิโอแบบ Youtube ซึ่งจากตัวเลขดังกล่าวเราก็จะเห็นชัดเลยว่าคนไทยกว่าครึ่งพร้อมที่จะเชื่อทุกสิ่งทุกอย่างในโลกโซเชียลมีเดีย
.
ในช่วงเวลาที่การเมืองกำลังเข้มข้นอยู่แบบนี้ก็นับว่าเป็นสถานการร์ที่น่าเป็นห่วงมาก การเชื่อสิ่งต่าง ๆ ในโลกโซเชียลที่ง่ายเกินไป จะทำให้การสาดโคลน ป้อนข้อมูลผิด ๆ เกิดขึ้นได้ง่ายขึ้น เพราะหากใครบางคนมีประสงค์ร้าย และอยากที่โยนข้อมูลผิด ๆ ให้สังคม พฤติกรรมของพวกเราก็พร้อมเชื่อสิ่งเหล่านั้นและพร้อมกระจายข่าวนั้นไปอย่างไม่ระมัดระวังเลยด้วยซ้ำ
.
แล้วถ้าหากย้อนกลับไปดูสหราชอาณาจักร ถ้าพวกเขาไม่เชื่อข้อมูลในโลกโซเชียล แล้วพวกเขาเชื่อข้อมูลจากที่ไหนกันแน่ ? ดูเหมือนว่าพวกเขายังมีความเชื่อมั่นในสื่อเก่าอยู่ เพราะพวกเขาเชื่อมั่นข้อมูลจากข่าวในโทรทัศน์ถึง 63% และสำนักข่าวท้องถิ่นมากถึง 54%
.
ชาวสหราชอาณาเพียง 24% ระบุว่าพวกเขาใช้ Facebook เพื่อเสพข่าว และ 14% ที่เลือกใช้งาน Twitter เพื่อเสพข่าวเช่นกัน ซึ่งน่าจะตรงข้ามกับประเทศไทย เพราะดูเหมือนว่าพวกเรามีพฤติกรรมเสพข่าวจาก Facebook และ Twitter กันมากเป็นพิเศษ จนมันกล่าวเป็นแหล่งข่าวอันดับต้น ๆ ที่เราเลือกที่จะเสพกันอยู่แล้ว
.
ณ ที่นี้ เราไม่ได้กำลังจะสื่อว่าสื่อเก่านั้นเป็นสื่อที่ดีที่สุด แต่อย่างไรก็ตาม หลักสำคัญก็ควรมีการตั้งคำถาม การเช็กถึงแหล่งอ้างอิง และเปรียบเทียบข้อมูลจากหลายแหล่งที่มา ไม่ใช่ใครโพสต์อะไรก็เชื่อตามไปกันเสียหมด
.
เพราะในช่วงเดือนที่ผ่านมา ได้มีกลุ่มคนนำเอาดาราภาพยนตร์ผู้ใหญ่ มาใส่กับข้อความคม ๆ และใส่ยศมั่ว ๆ (ที่แน่นอนว่าเขาเองก็ไม่น่าจะพูดสิ่งนั้น) คนก็เชื่อแห่กันกดไลก์กดแชร์กันไปเป็นพันเป็นหมื่น
.
เอาเป็นว่าเจออะไรในโลกโซเชียลก็ให้ตั้งคำถามแล้วก็ไม่เชื่อไว้ก่อนละกันเนอะ!
.
อ้างอิง: https://bit.ly/2LlgVy9
.
#BrandThink #News #Social #Media #Trust
อัปเดตและติดตามข่าวสารได้ที่
Line: @BrandThink (มี @ ด้วยนะครับ)
Instagram: instagram.com/brandthink.me/
Website: www.brandthink.me/
Twitter: twitter.com/BrandThinkme

Britons less trusting of social media than other major nations 07/05/2019

Britons less trusting of social media than other major nations

The Guardian สื่อชั้นนำของอังกฤษรายงานผลสำรวจความเชื่อถือของคนแต่ละชาติเมื่อได้ข้อมูลจากโซเชียลมีเดีย

พบว่าคนไทย, คนซาอุ, คนอินเดีย, คนโปแลนด์ เชื่อข้อมูลที่ได้จากโซเชียลมีเดียมากเกินครึ่ง ต่างจากคนในประเทศที่พัฒนาแล้ว

จึงไม่น่าแปลกใจที่ “ข่าวปลอม” ในไทยถึงเกลื่อนไปทั่ว โดยพร้อมจะแชร์ข่าวปลอมแบบไม่มีรีรอเลย

% of people who trust information found via social media
🇬🇧 UK: 12%
🇩🇪 Germany: 20%
🇺🇸 US: 23%
🇨🇦 Canada: 28%
🇵🇱Poland: 51%
🇮🇳 India: 52%
🇸🇦Saudi Arabia: 52%
🇹🇭Thailand: 52%

https://amp.theguardian.com/world/2019/may/03/britons-less-trusting-of-social-media-than-other-major-nations-facebook-twitter?__twitter_impression=true

Britons less trusting of social media than other major nations Majority in UK favour stronger regulation of tech companies such as Facebook and Twitter

สายลับวงการลูกหนัง มาร์เซโล บิเอลซา จากข้อหาคนโกงสู่การเปิดชั้นเรียนลูกหนังระดับมาสเต 06/05/2019

สายลับวงการลูกหนัง มาร์เซโล บิเอลซา จากข้อหาคนโกงสู่การเปิดชั้นเรียนลูกหนังระดับมาสเต

Big data ในวงการฟุตบอล

สายลับวงการลูกหนัง มาร์เซโล บิเอลซา จากข้อหาคนโกงสู่การเปิดชั้นเรียนลูกหนังระดับมาสเต “ผมสอดแนม…ทุกทีม”   ประโยคดังกล่าวไม่ได้มาจา …

AI ปลุกเสียงคนตายคืนชีพ | Rabbit Today 06/04/2019

AI ปลุกเสียงคนตายคืนชีพ | Rabbit Today

อีกหนึ่งประโยชน์ล่าสุดของ AI

AI ปลุกเสียงคนตายคืนชีพ | Rabbit Today เคยไหมครับเวลาคนที่เรารักจากไปอย่างไม่มีวันหวนกลับ เรากลับอยากคุยกับเขามากทั้งๆ ที่ตอนที่เขายังอยู่เร....

“กสิกรไทย” นำร่องเอาเทคโนโลยีเปรียบเทียบใบหน้า (Face Recognition) มาเปิดบัญชีเงินฝาก 27/03/2019

“กสิกรไทย” นำร่องเอาเทคโนโลยีเปรียบเทียบใบหน้า (Face Recognition) มาเปิดบัญชีเงินฝาก

Face Recognition เทคโนโลยีล่าสุดที่ธนาคารนำมาใช้ เปิดบัญชีเงินฝาก

“กสิกรไทย” นำร่องเอาเทคโนโลยีเปรียบเทียบใบหน้า (Face Recognition) มาเปิดบัญชีเงินฝาก

16/03/2019

News: รู้หรือไม่ ทุกวันนี้สำนักข่าวชั้นนำของโลกใช้ AI เขียนข่าวแทนคนกันเป็นปกติแล้ว
.
ในโลกปัจจุบัน หากใครตามข่าวเทคโนโลยีกันอยู่บ้างก็จะเห็นประเด็นหนึ่งที่จะโผล่ขึ้นมาเรื่อย ๆ ซึ่งมันคือประเด็นเรื่องการใช้ AI หรือ “ปัญญาประดิษฐ์” ในการทำงานแบบที่ต้องใช้ความคิดแทนมนุษย์ ซึ่งนี่ก็คือขั้นกว่าของการใช้ “เครื่องจักร” มาทำงานใช้แรงงานแทนมนุษย์ที่เกิดขึ้นมาเรื่อย ๆ เป็นร้อย ๆ ปีแล้ว
.
หลาย ๆ คนอาจคิดว่าเราใจเย็น ๆ ก็ได้ นี่เป็นเรื่องของอนาคต หรือบางคนก็อาจบอกว่าไม่ต้องไปสนใจเพราะ “งานสร้างสรรค์” คือสิ่งที่ AI ทำแทนมนุษย์ไม่ได้
.
คำถามคือจริงเหรอ ? และคำตอบจากคนที่ติดตามเทคโนโลยีก็คือ จริง แต่มันอาจไม่ใช่ง่าย ๆ แบบที่คิดกัน และที่สำคัญที่สุด การพัฒนา “ปัญญาประดิษฐ์” ในการทำงานแต่ละอย่างนั้นมีสปีดในการพัฒนาไม่ได้เท่ากัน ดังนั้น มันพูดรวม ๆ ยาก ต้องพูดแยก
.
และในคราวนี้เราจะมาว่ากันด้วยเรื่องการใช้ AI เขียนข่าว
.
หากใครตามข่าวของอุตสาหกรรมข่าวมาสักพัก สิ่งที่เราจะเห็นเป็นเทรนด์ร่วมกันแทบทั้งโลกก็คือ การลดการจ้างงาน
.
แน่นอนว่าปฏิเสธไม่ได้ ว่ามันเกิดจากการที่รายได้ของอุตสาหกรรมข่าวที่อยู่กับการ “ขาย Ads” ลดลง เพราะโดนแพลตฟอร์มออนไลน์ต่าง ๆ แย่งเงินโฆษณาไปหมด แต่อีกส่วนหนึ่ง การลดจำนวนคนลง แต่ข่าวก็ต้องทำเหมือนเดิม สิ่งที่เป็นเหตุเป็นผลตามมาก็คือ สำนักข่าวใหญ่ ๆ ในโลก เริ่มใช้ AI เขียนข่าวกันแล้ว และเราก็อาจเคยอ่านด้วย แต่เราไม่รู้ตัว
.
ตัวอย่างเช่น สำนักข่าวการเงินอันดับต้นของโลกอย่าง Bloomberg ใช้ AI ชื่อ Cyborg เขียนข่าวการเงินมาในปี 2018 เป็นพันข่าว ทาง Forbes ก็ใช้ AI ชื่อ Bertie เขียนข่าวร่างแรกให้นักข่าวไปปรับต่อ ส่วนทาง Washington Post ก็ใช้ AI ชื่อ Heliograf เขียนข่าวไปเกือบพันข่าว หรืออย่าง LA Times ก็ใช้ปัญญาประดิษฐ์ในการเขียนข่าวอย่างข่าวแผ่นดินไหวหรือข่าวฆาตกรรม
.
พูดง่าย ๆ ทุกวันนี้สำนักข่าวใหญ่ ๆ ใช้ AI เขียนข่าวกันเป็นปกติ
.
แต่ทำไมเขาถึงยังไม่ใช้ AI เขียนข่าวทั้งหมดกันล่ะ ? คำตอบง่าย ๆ คือ เพราะตอนนี้ “ปัญญาประดิษฐ์” ที่ใช้ ๆ กันในอุตสาหกรรม มันใช้สำหรับเขียนข่าวง่าย ๆ ทื่อ ๆ ที่มีรูปแบบชัดเจนเท่านั้น พูดง่าย ๆ ถ้าข่าวการเงินเป็นเรื่องหุ้นขึ้นลง รูปแบบข่าวมันชัดเป็นบล็อก ๆ ว่าต้องรายงานเรื่องอะไรบ้างในข่าว ซึ่งการใช้ “ปัญญาประดิษฐ์” จับตาข้อมูลต่าง ๆ แบบ Real Time และเปลี่ยนข้อมูลดิบมาเป็นบทความข่าวก็เป็นเทคนิค ในการผลิตข่าวที่มีประสิทธิภาพกว่าให้คนมานั่งตามข้อมูลหน้าจอตลอดเวลาแล้วเขียนข่าวออกมา หรือข่าวฆาตกรรมก็เช่นกัน รูปแบบมันก็ซ้ำ ๆ ว่าต้องรายงานว่า ใครตาย อายุเท่าไร เพศอะไร ตายด้วยสาเหตุอะไร ตายที่ไหน เจ้าหน้าที่ตำรวจที่ไปถึงพื้นที่เป็นใคร ฯลฯ ซึ่งถ้าป้อนข้อมูลดิบ ๆ ไป แล้ว AI สามารถเขียนข่าวได้อย่างอัตโนมัติ มันก็ย่อมจะเขียนได้เร็วกว่าคนอยู่แล้ว
.
กล่าวโดยสรุปคือ ณ ตอนนี้ AI ที่ใช้กันในอุตสาหกรรมข่าว เขียนข่าวเชิงสร้างสรรค์หรือเขียนข่าวที่ซับซ้อนยังไม่ได้
.
...แต่นั่นเป็นคนละเรื่องกับว่าเทคโนโลยี AI ตอนนี้ทำแบบนั้นไม่ได้
.
เพราะล่าสุดในตอนกลางเดือนกุมภาพันธ์ 2019 ที่ผ่านมาทาง Open AI ซึ่งเป็นสถาบันวิจัยที่มุ่งจะพัฒนา AI ที่เป็นมิตรกับมนุษย์ (ถ้าใครจำได้ หนึ่งในผู้ก่อตั้ง Open AI คือ Elon Musk เจ้าเก่าของเรานี่เอง) ก็ได้เปิดเผย AI สำหรับเขียนข่าวหรือบทความตัวใหม่ ที่ชื่อ GPT-2 ขึ้นมา
.
และสิ่งที่ “น่ากลัว” ก็คือ Open AI ไม่กล้าเปิดเผยโค้ดหรืออัลกอริธึ่มที่ GPT-2 ใช้ เพราะ GPT-2 ทำงานได้ดีเกินไป
.
ดีแต่ไหน ? ดีระดับที่ ถ้าโยนประโยคไปประโยคหนึ่ง GPT-2 สามารถเอาประโยคมาต่อเป็นบทความจนจบได้ภายใน 10 วินาที และบทความนั้นก็ดูสมเหตุสมผลด้วย
.
เราอาจไม่รู้สึกว่านี่เป็นสิ่งแปลกใหม่ แต่ในทางเทคโนโลยีนี่คือเทคโนโลยีอีกขั้นเลย เพราะในขณะที่ AI เขียนข่าวของสำนักข่าวต่าง ๆ นั่นคือ AI ที่เรียกว่า “ผ่านการเรียนรู้โดยมีมนุษย์กำกับ” แต่ GPT-2 น่าจะเป็น AI ตัวแรก ๆ ที่ใช้เขียนข่าวที่ “ไม่ได้ผ่านการเรียนรู้โดยมีมนุษย์กำกับ”
.
อธิบายง่าย ๆ คือ AI แบบเดิมที่ใช้กัน มันต้องใช้มนุษย์สอน หรือคอยบอกมันว่าอะไรถูกอะไรผิด (ในกรณีนี้คือการเขียนข่าว ว่าเขียนประโยคแบบนี้ได้มั้ย) ซึ่งในทางปฏิบัติคือ สมมติจะให้ AI เขียนข่าวกีฬา เราก็ต้องให้ตัวอย่างข้อมูลที่จะเป็นข่าวกีฬาได้ ประกอบกับตัวบทความข่าวกีฬาที่เกิดจากข้อมูลนั้น ๆ ให้ AI เรียนรู้ว่าข้อมูลแบบนี้ เขียนข่าวมาได้แบบนี้ แล้วให้ AI มันลองเขียนข่าวมาแล้ว เราก็ค่อยบอกมันว่าเขียนแบบนี้ถูกมั้ย แต่ GPT-2 เกิดจากการที่มนุษย์โยนบทความในอินเทอร์เน็ตกว่า 8 ล้านบทความให้มันไปเรียนรู้การเขียนเอง
.
ดังนั้น ในแง่นี้ AI เขียนข่าวแบบดั้งเดิม มันจึงจะไม่สามารถเขียนในสิ่งที่มันไม่เคยเรียนรู้ได้ (เช่น AI เขียนข่าวกีฬา ก็ไปเขียนข่าวการเงินหรืออาชญากรรมไม่ได้) แต่ GPT-2 มันมีความสามารถในการเขียนแบบแทบไม่จำกัด เพราะมันได้อ่านบทความกว่า 8 ล้านบทความ ซึ่งมีเนื้อหาแบบครอบจักรวาล และมันก็ทำความเข้าใจรูปแบบว่าเริ่มประโยคแบบนี้มา ประโยคต่อไปต้องเป็นอะไร เขียนไปกี่ประโยคถึงจะจบย่อหน้า กี่ย่อหน้าถึงจะจบบทความ และแน่นอนมันเรียนรู้ด้วยว่าการเขียนประโยคปิดบทความคืออะไร
.
และความโหดของมันคือ มันเป็น AI สำหรับ “เขียนเรื่อง” โดยเฉพาะ มันไม่ได้รู้ว่าเรื่องอะไรจริงไม่จริง สมมติเราใส่ประโยคที่ไม่มีความจริงไปเลย 1 ประโยค มันก็จะหยิบโน่นนี่มาเขียนต่อจนจบ ออกมาเป็นบทความเรื่องที่ไม่มีความจริง 1 บทความได้ภายใน 10 วินาที
.
ตรงนี้ปัญหาของมันก็คือ GPT-2 มันสามารถจะถูกใช้ในการสร้าง “ข่าวปลอม” จำนวนมากออกมาได้สบาย ๆ เพราะตัวมันไม่รู้จักความจริงความไม่จริง มันถูกสร้างมาเพื่อเขียนเรื่องให้จบ
.
และนี่เป็นเหตุผลที่ทางผู้สร้าง GPT-2 ยังไม่ยอมเปิดเผยโค้ด เพราะมันอาจสามารถจะถูกนำไปใช้ในทางที่ผิดได้แน่ ๆ ดังที่ว่านี่เอง
.
แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น การเกิดขึ้นของ GPT-2 มันก็มีนัยยะว่า เทคโนโลยีทำนองนี้ อีกไม่นานจะแพร่หลายแน่ ๆ และมันจะแพร่หลายในเวอร์ชั่นพี่พัฒนาไปมากกว่านี้อีก
.
และในแง่นี้ คนทุกคนที่ทำมาหากินด้วยการเขียนเพียว ๆ ก็เรียกได้ว่าควรจะหนาวเลย เพราะถ้าเทคโนโลยีมันมาแบบนี้ หลังจากนี้อีกไม่เกิน 10-20 ปี งาน “เขียนข่าว” อาจหายไปจากโลก และเต็มที่ก็อาจเหลืองานบรรณาธิการข่าวที่จะคอยตรวจ “บทความ” ที่ AI เขียนเป็นขั้นตอนสุดท้ายก่อนจะตีพิมพ์เผยแพร่เท่านั้นเอง
.
ป.ล. เผื่อจะสงสัย ข่าวนี้ไม่ได้เขียนโดย AI นะครับ
.
อ้างอิง: http://bit.ly/2u8qgO8
.
#BrandThink #News #AI #วารสาร #สิ่งพิมพ์
อัปเดตและติดตามข่าวสารได้ที่
Line: @BrandThink (มี @ ด้วยนะครับ)
Instagram: instagram.com/brandthink.me/
Website: brandthinkbiz.com
Twitter: twitter.com/BrandThinkme

วิดีโอทั้งหมด (แสดงผลทั้งหมด)

เบอร์โทรศัพท์

เว็บไซต์

ที่อยู่


Bangkok
10210

เวลาทำการ

จันทร์ 09:00 - 17:00
อังคาร 09:00 - 17:00
พุธ 09:00 - 17:00
พฤหัสบดี 09:00 - 17:00
ศุกร์ 09:00 - 17:00

ที่ปรึกษาวิจัยด้านการตลาด อื่นๆใน Bangkok (แสดงผลทั้งหมด)
Marketing Think Tank Marketing Think Tank
888/8-9 (3rd Fl. Of Story Teller Ad Agency)
Bangkok, 10330

เพจการตลาด"เชิงกลยุทธ์" เน้นด้าน marketing strategy, Product Strategy, Innovation strategy ผ่านการวิเคราะห์ target and market insight

D-Online ศูนย์การเรียนรู้ เครื่อง D-Online ศูนย์การเรียนรู้ เครื่อง
242 ศูนย์พัฒนาบุคลาการด้านออนไลน์ อาคารวาฬทอง แขวงมีนบุรี เขตมีนบุรี
Bangkok, 10510

สอนการใช้เครื่องมือออนไลน์ เฟสบุค ไลน์ ยูทูป เวปไซต์ ทำโฆษณา

Global Travel and Blogger with Alex Global Travel and Blogger with Alex
230 Ratchaprarop Rd., Ratchathewi, Bangkok 10400 Thailand
Bangkok, 10400

Hi everyone,my name is Tran or you can call me Alex Group leader.Travel Photography and Network Marketing Check out my pics and supporting on my Blogger

ABC Consulting - Global Unlimited ABC Consulting - Global Unlimited
Bangkok, 10110

creative agency with a focus on A for Art, B for Business and C-for CSR or compassion, co-existence and children (we help charities, NGOs and UN) to focus

สวัสดีเงินล้าน Hacknumber หมอดูมีก สวัสดีเงินล้าน Hacknumber หมอดูมีก
Bangkok, 11230

คิดหาเงินล้านแรก คิด ค้นหา ที่สวัสดีเงินล้าน

Teak Research Teak Research
5th Floor, Chavanich Building, No 38 Soi Sukhumvit 69,, Sukhumvit Road, Prakanong Nua, Wattana
Bangkok, 10110

We are a product development research consultancy. We research, we create, and we consult.

ARDI ARDI
27 Charoen Nakorn 14, Klongtonsai, Klongsan
Bangkok, 10600

ARDI Social Monitoring is a business unit of Advanced Research Group (ARG)

DW The Thinking Agency DW The Thinking Agency
Ploenchit
Bangkok

Strategy and Marketing Consulting firm- work closely to drive the best for your business. From consu

TERRA BKK TERRA BKK
71 อาคาร G.P.House ชั้น 6 ห้อง 6/1 ถนนทรัพย์ แขวงสี่พระยา เขตบางรัก
Bangkok, 10500

TERRABKK.COM - Property knowledge you can trust ติดต่อลงโฆษณา 099-254-6663

FernFreelance FernFreelance
Bangkok, 10160

รับจ้างสร้างเว็บไซต์ เขียนเว็บแอพ ทำการตลาดออนไลน์ เขียนบทความ

Advance Intelligent Service Advance Intelligent Service
Bangkok, 10900

Marketing Management / Event / Market Reserch / Marketing Database / Outsource