CDC ONLINE

CDC ONLINE

แชร์

Who What When Where Why

Photos from CDC ONLINE's post 26/09/2021

โรงพยาบาลพญาไท นวมินทร์ เตือนโรงหลอดเลือดสมองคร่าชีวิตคนไทยปี 63 กว่า 41,000 คน พร้อมชูศักยภาพการรักษา Medical Technology

นพ. ยงยุทธ มัยลาภ ผู้อำนวยการ รพ.พญาไท นวมินทร์ เปิดเผยว่า “โรงพยาบาลพญาไท นวมินทร์ มุ่งเน้นกลยุทธ์เครือข่ายโรงพยาบาลพญาไท ซึ่งนับว่าเป็นจุดแข็งของโรงพยาบาลฯ และด้วยเพราะทุกเสี้ยววินาทีคือความอยู่รอดหรือการสูญเสีย จึงได้นำรถพยาบาลนวัตกรรม ‘Mobile Stroke Unit’ ซึ่งเป็นคันแรกของเอเชีย โดยออกให้บริการผู้ป่วยในย่านนวมินทร์ รถนี้จะใช้รักษาผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองเฉียบพลัน ซึ่งโรคหลอดเลือดสมองเป็นปัญหาสำคัญทั่วโลกและเป็นสาเหตุการตายอันดับต้นๆ ของประเทศไทย”
ทั้งนี้การรักษาโรคหลอดเลือดสมองตีบมีปัจจัยสำคัญที่สุดในการรักษาเมื่อเกิดการอุดตันของหลอดเลือดเนื้อสมองในบริเวณที่เป็นศูนย์กลางการขาดเลือดจะเกิดการตายอย่างเฉียบพลันซึ่งบริเวณดังกล่าวจะขยายขนาดใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ เมื่อเวลาผ่านไปส่วนเนื้อสมองบริเวณโดยรอบที่ขาดเลือดไปเลี้ยงจะหยุดทำงานและตายไปในที่สุดถ้าไม่ได้รับการเปิดหลอดเลือดอย่างทันท่วงที ด้วยเหตุนี้โรงพยาบาลฯ จึงเล็งเห็นความสำคัญ จึงได้นำรถ ‘Mobile Stroke Unit’ มา ช่วยเหลือผู้ป่วยให้รอดชีวิตและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น


พญ. ลลิตพรรณ สุดประเสริฐ อายุรแพทย์เฉพาะทางด้านระบบประสาทและสมอง กล่าวว่า โรคหลอดเลือดสมอง เป็นโรคในกลุ่มประสาทวิทยาที่พบบ่อยที่สุดโรคหนึ่ง เกิดจากความเสื่อมสภาพสะสมของเซลล์ในร่างกายที่กำหนดโดยยีน ซึ่งเริ่มตั้งแต่ช่วงวัย 20 ปี และจะแสดงอาการชัดเจนในช่วงวัย 50 ปี โดยการดำเนินของโรคนั้นขึ้นกับปัจจัยภายนอกที่จะเข้าไปเร่งให้การเสื่อมสภาพเร็วขึ้น อาทิ ลักษณะนิสัยการกิน สภาพแวดล้อม ความดันโลหิต การดื่มสุรา หรือการสูบบุหรี่

“จากข้อมูลกรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ปี 2563 ประเทศไทยมีผู้ป่วยด้วยโรคหลอดเลือดสมอง จำนวน 800,749 รายและเสียชีวิตด้วยโรคนี้ จำนวนถึง 41,840 ราย ซึ่งสาเหตุใหญ่ของความพิการและเสียชีวิตของผู้ป่วยก็เนื่องจากการขาดความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการรับมือกับอาการที่เกิดอย่างปัจจุบันทันด่วน ทั้งนี้รวมไปถึงการตัดสินใจกำหนดวิธีรักษาของแพทย์ด้วย เพราะภาวะของโรคหลอดเลือดสมองนี้ แม้ว่าผู้ป่วยจะมาถึงทันเวลาและอยู่ในมือแพทย์ที่ดีที่สุด แต่ความเสี่ยงจากการเสียชีวิตก็ยังมีอยู่ถึง 6 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งขึ้นอยู่ที่การวินิจฉัยของแพทย์เป็นสำคัญ”

นพ.ประณต นิพัทธสัจก์ แพทย์เฉพาะทางด้านประสาทศัลยศาสตร์ กล่าวเพิ่มเติม “โดยทั่วไปเมื่อผู้ป่วยมาด้วยภาวะสมองขาดเลือดเฉียบพลัน ถ้าอาการเกิดยังไม่ถึง 4.5 ชั่วโมง แพทย์อาจจะพิจารณาให้ยาละลายลิ่มเลือด เพื่อสลายก้อนเลือดที่อุดตัน แต่ด้วยความเสี่ยงต่อผลร้ายที่อาจตามมาจากการใช้ยาละลายลิ่มเลือดในผู้ป่วยบางกลุ่ม ทำให้บางกรณีแพทย์ก็จำเป็นต้องตัดสินใจงดยานี้ทั้งที่ยังอยู่ในช่วงเวลาที่สามารถให้ได้”

ข้อห้ามที่จะให้ยาละลายลิ่มเลือดประการหนึ่งคือเรื่องขนาดของ Stroke เพราะยิ่งเราเห็นว่า Stroke ใหญ่เท่าไหร่ ก็ยิ่งอันตรายสำหรับการให้ยาละลายลิ่มเลือดมากขึ้นเท่านั้น



อย่างไรก็ตาม ‘หลอดเลือดสมอง’ เป็นโรคเกี่ยวกับความเสื่อมที่มีปัจจัยภายนอกเป็นตัวเร่ง โดยผู้อยู่ในกลุ่มเสี่ยงสามารถควบคุมได้ด้วยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมบางอย่าง เช่นลดการดื่มสุรา สูบบุหรี่ หมั่นออกกำลังกายเป็นประจำ โดยเฉพาะผู้มีโรคประจำตัวในกลุ่มของความดันโลหิตสูง เบาหวาน และไขมันในหลอดเลือด ซึ่งต้องดูแลตัวเองเป็นพิเศษและควรได้รับคำปรึกษาจากแพทย์ตามวาระ เพราะทั้งหมดนี้มีผลโดยตรงกับการชะลอความเสื่อมของร่างกาย และช่วยลดความเสี่ยงจากภาวะสมองขาดเลือดเฉียบพลันได้ดีที่สุด

Photos from CDC ONLINE's post 09/09/2021

โรงพยาบาลเปาโลพหลโยธินก้าวเข้าสู่ทศวรรษที่ 5 แห่งความสำเร็จ สู่การเป็นผู้นำด้านการแพทย์วิถีใหม่ “new normal” ไปสู่ “new future”

เป็นเวลาเกือบ 2 ปีได้ ที่ประเทศไทยรวมถึงทั่วโลกได้พบกับศึกใหญ่หลวงนัก นั่นคือ การระบาดของไวรัสโควิด-19 ซึ่งมีผลกระทบทางเศรษฐกิจรุนแรง จนกลายเป็นมหาวิกฤตทางสาธารณสุขโลก ภาครัฐในหลายประเทศ และแม้แต้ประเทศไทยเอง วิกฤตครั้งนี้ได้สร้างความเสียหายในวงกว้าง เศรษฐกิจโลกหดตัวรุนแรงที่สุดในรอบหลายสิบปี รูปแบบการใช้ชีวิตประจำวันที่เปลี่ยนไป แต่นั่นก็นับเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้คนสนใจสุขภาพมากขึ้น ทั้งในด้านการดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน การส่งเสริมสุขภาพ และการรักษาโรคที่มีความซับซ้อน และถึงแม้ว่าเศรษฐกิจช่วงนี้จะชะลอตัวลงก็ตาม โรงพยาบาลเปาโล พหลโยธิน ก็ไม่ได้หยุดนิ่ง เรายังคงเตรียมความพร้อมและยกระดับศักยภาพในเชิงการแพทย์อยู่ตลอดเวลา

ผศ.นพ.วีรยะ เภาเจริญ ผู้อำนวยการ โรงพยาบาลเปาโล พหลโยธิน กล่าวว่า “เราอาจจะต้องอยู่กับ COVID-19 กันไปปีกว่าหรือสองปี เราจึงต้องรักษาสุขภาพให้ดีและแข็งแรง เพื่อรับมือกับการอาศัยในสภาวะที่โรคระบาดนี้ยังคงดำเนินอยู่”

ฉะนั้น การรักษาที่มีคุณภาพได้มาตรฐานและครอบคลุมทั้งระบบ เชื่อมโยงตั้งแต่ขั้นตอนการตรวจวินิจฉัย ให้คำปรึกษา เลือกวิธีการรักษาที่เหมาะสม จนถึงการติดตามผลหลังการรักษา จึงเป็นสิ่งสำคัญ เพราะต้องอาศัยความรู้ ประสบการณ์ และความชำนาญการของแพทย์แต่ละสาขา ทั้งยังจำเป็นต้องมีบุคลากรทางการแพทย์จากหลากหลายสาขาวิชาชีพที่ชำนาญการเฉพาะทาง คอยสนับสนุนการทำงานของแพทย์ในทุกขั้นตอน เพื่อให้ผู้ป่วยกลับมามีคุณภาพชีวิตที่ดี และสามารถดำรงชีวิตได้ยาวนานมากขึ้น

ผศ.นพ.วีรยะ กล่าวต่อว่า โควิด-19 นับเป็นวิกฤตที่สอนให้เราได้เรียนรู้ ปรับตัว และพัฒนา จนเกิดเป็น ‘New Normal’ หรือความปกติใหม่นั้น เป็นการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในชีวิตหลายด้าน ในหลายวงการสาขาอาชีพ รวมถึงวงการแพทย์ และ New Normal ที่ว่านี้ สำหรับ โรงพยาบาลเปาโล พหลโยธิน ได้มีการพัฒนายกระดับการให้บริการต่างๆ เพื่อให้สอดคล้องรับกับพฤติกรรมของผู้มาใช้บริการที่เปลี่ยนไปอย่างครอบคลุมในทุกๆ มิติ ได้แก่

1.การแยกพื้นที่บริการเพื่อลดความเสี่ยงการติดเชื้อ สำหรับผู้มาใช้บริการ ภายใต้มาตรฐานคุณภาพและความปลอดภัย

2.Homecare services เช่น บริการฉีดวัคซีน บริการจัดส่งยา (Drug delivery) เพื่อให้ผู้ป่วย ได้รับบริการอย่างรวดเร็ว ถึงง่าย และปลอดภัยสูงสุด

3.Virtual Care โทรเวช หรือ Telemedicine โรงพยาบาล เปาโล พหลโยธิน ได้นำ Telemedicine มาใช้เพื่อตอบโจทย์การรักษาพยาบาลผู้ป่วย ถือเป็นการสร้างโอกาสการเข้าถึงบริการทางการแพทย์ได้ง่ายขึ้น สะดวกขึ้น และปลอดภัยสูง การดูแลรักษาที่มีทั้งผ่านทางออนไลน์อย่างเดียว หรือผสมผสานออนไลน์เข้ากับ offline ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความสะดวกหรือพฤติกรรมการใช้บริการของผู้รับบริการทุกช่วงอายุ บางท่านสะดวก online บางท่านยังต้องการแบบ offline อยู่ หรือบางท่านก็เป็นแบบผสม เรียกได้ว่าเราสามารถที่จะให้บริการได้หมดทุกวิถีทาง เข้าถึงความต้องการของลูกค้าต้องการทุกกลุ่มอายุ กลุ่มประเภท โดยมีบริการต่างๆ อาทิ บริการเจาะเลือดที่บ้านแล้วสามารถฟังผลออนไลน์ การให้คำปรึกษาทางการแพทย์แบบออนไลน์ การนัดการดูแลติดตามอาการผู้ป่วยเรื้อรัง การดูแลผู้ป่วยโรคหัวใจ เป็นต้น

4.การจัดสัมมนาออนไลน์ ถ่ายทอดองค์ความรู้และความชำนาญทางการแพทย์ให้กับทีมแพทย์ จะเห็นได้ว่าโรงพยาบาลฯ มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ไม่หยุดยั้งไม่ว่าจะอยู่ในสถานการณ์ใดก็ตามโรงพยาบาลเปาโล พหลโยธิน มีการการถ่ายทอดองค์ความรู้ (Knowledge sharing) ต่างๆ ทางด้านประสบการณ์ด้านการแพทย์ เช่น ทันตกรรมดิจิทัล ของ Digital Dental Center ที่ได้รับความนิยมอย่างมาก โดยเฉพาะ สาขาทันตกรรมรากเทียม โรงพยาบาลฯ จึงเล็งเห็นความสำคัญขึ้น จัดตั้งสถาบันการเรียนรู้แก่ทันตแพทย์ที่สนใจทั้งภายในและนอกโรงพยาบาล เปิดหลักสูตรการเรียนการสอนเพื่อเพิ่มประสบการณ์ พัฒนาความรู้ความสามารถอยู่ตลอดเวลา ซึ่งนับว่าเป็นภาพลักษณ์อันดีต่อองค์กร

และในอนาคต ด้วยศักยภาพของทีมแพทย์สาขากระดูกและข้อ โรงพยาบาลฯ มีวางแผนไว้ว่าเราจะตั้งเป็นสถาบันกระดูกและข้อขึ้นมา ด้วยประสบการณ์ของทีมแพทย์ ที่ได้ดูแลรักษาคนส่วนใหญ่ โดยเฉพาะกลุ่มวัยทำงานที่มารับบริการจะมาด้วยปัญหา office syndrome การเจ็บปวดจากความผิดปกติที่กระดูกสันหลัง โดยจุดเด่นของสถาบันของเราคือ จะครอบคลุม ทั้งด้านการรักษาพยาบาลแก่ผู้ป่วยทั่วไป การศึกษาวิจัยทางการแพทย์ และการฝึกอบรมแก่แพทย์ โดยจะมีแพทย์ผู้ชำนาญการของโรงพยาบาลฯ เป็นผู้ให้การฝึกอบรมให้แก่แพทย์จากทั่วประเทศรวมถึงต่างประเทศด้วย โดยจะเน้นไปที่การผ่าตัดกระดูกสันหลังผ่านกล้อง Endoscope การผ่าตัดแบบแผลเล็กที่ใช้เวลาในการผ่าตัดและพักฟื้นไม่นาน ช่วยลดข้อจำกัดทุกด้านของการผ่าตัดแบบเก่า รวมถึงผลข้างเคียงที่แทบไม่ปรากฏ ทำให้ได้รับการยอมรับอย่างสูงในวงการแพทย์ทั่วโลก รวมถึงในภูมิภาคเอเชีย นับว่าเป็นการแสดงให้เห็นถึงศักยภาพและความชำนาญการของแพทย์ไทยในระดับสากล ในด้านวิทยาการทางการแพทย์ในปัจจุบัน

ผศ.นพ.วีรยะ กล่าวต่ออีกว่า โรงพยาบาลฯ ให้บริการทางการแพทย์ครอบคลุมทุกมิติ กว่า 24 สาขา โดยหลักๆ จะเน้นให้บริการกลุ่มโรคหลัก ดังนี้ 1. โรคหัวใจ 2. โรคกระดูกและข้อ 3. ทันตกรรม รากเทียม ด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล 4. โรคมะเร็ง 5. โรคระบบประสาทและสมอง 6. การดูแลสุขภาพจิต (Let’s Talk Center) 7. การผ่าตัดแผลเล็ก 8. เทคโนโลยีการรักษาด้วยออกซิเจนบรรยากาศสูง (HBO)

นอกจากนี้ โรงพยาบาลฯ ยังมีระบบการบริหารจัดการด้านการแพทย์ด้วยโมเดลธุรกิจแบบ Networking ที่มีระบบเครือข่ายร่วมกันกับโรงพยาบาลในเครือ ได้แก่ โรงพยาบาลพญาไท 1 และ โรงพยาบาลพญาไท 2 ในด้านการรักษาโรคหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง (Stroke) การรักษาโรคมะเร็ง เป็นต้น โดยมีเจตนาในการส่งมอบคุณภาพการรักษาที่ได้มาตรฐานที่ดีที่สุดแก่ผู้ป่วย เพื่อเสริมพลัง สร้างศักยภาพให้มีการรักษาอย่างมีประสิทธิภาพ ในกลุ่มลูกค้าระดับกลาง ไปจนถึงระดับบน ถือเป็นทางเลือกที่ช่วยแบ่งเบาภาระแก่โรงพยาบาลภาครัฐ และเกิดผลดีต่อภาพลักษณ์ของประเทศไทยอีกด้วย

ประเทศไทยผ่านหลายวิกฤต เราไม่เคยเป็นผู้แพ้ แต่ตรงกันข้ามเราพยายามสู้เอาตัวรอดมาได้อย่างสวยงามทุกครั้งจนมาถึงการระบาดของโควิด-19 หากมองว่าโควิด-19 เป็นวิกฤต วิกฤตนี้ก็นับเป็นโอกาส ความท้าทายให้กลายเป็นสิ่งที่ต้องทำ การเดินหน้าต่อยอดให้บริการด้านการแพทย์อย่างมุ่หงมั่น ปรับมุมมองให้โรงพยาบาลฯ เป็นสถานที่ปลอดภัยที่สุด เพื่อรองรับผู้ป่วยที่มารับการรักษา ท่ามกลางการแข่งขันที่เกิดขึ้นแบบรอบทิศ การดูแลรักษาพยาบาลที่เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และน่าประทับใจ ตลอดจนความใส่ใจในรายละเอียดเพื่อมาตรฐานคุณภาพ และความปลอดภัย ซึ่งทั้งหมดเป็นวัฒนธรรมองค์กรที่เราสืบทอดกันมาอย่างต่อเนื่อง ตลอดระยะเวลาเกือบ 50 ปี

“เชื่อว่าทุกโรงพยาบาลต่างเฟ้นหานวัตกรรมและเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ทันสมัยและดีที่สุด มาใช้รักษาผู้ป่วยให้กลับมามีคุณภาพชีวิตเหมือนเดิม แต่สิ่งที่สำคัญและเป็นกุญแจแห่งความสำเร็จ ในการดูแลผู้ป่วยในแบบที่โรงพยาบาลเปาโล พหลโยธิน ทำก็คือการทำงานสอดประสานกันอย่างลงตัว ระหว่างแพทย์ที่เปี่ยมไปด้วยประสบการณ์ และบุคลากรที่ทำงานด้วยความทุ่มเท รวมถึงเทคโนโลยีที่คัดสรรอย่างดีที่สุด โดยทั้งหมดทำงานร่วมกันเป็นหนึ่งเพื่อให้การรักษาผู้ป่วยได้ผลลัพธ์ที่ดีเยี่ยม และความตั้งใจเขาเรา คือ ต้องคำนึงถึง ‘Value-based care’ คือ การมุ่งเป้าไปสู่ผู้ป่วยทุกราย จะต้องได้รับการรักษาพยาบาลที่มีคุณภาพและคุ้มค่า ภายใต้มาตรฐาน เปาโล พหลโยธิน ผู้ป่วยแต่ละรายจะได้รับการรักษาในราคาที่สมเหตุผล ไม่ต้องนอนโรงพยาบาลนาน ไม่ต้องกลับมารักษาซ้ำโดยไม่จำเป็น” ผศ.นพ.วีรยะ กล่าวสรุป

กล่าวได้ว่านับตั้งแต่โรงพยาบาลเปาโล พหลโยธิน เปิดบริการในปี พ.ศ.2515 จนมาวันนี้ได้ก้าวเข้าสู่ทศวรรษที่ 5 การพัฒนาในทุกด้านอย่างไม่หยุดยั้ง ทำให้เปาโล พหลโยธิน กลายโรงพยาบาลเอกชนที่ได้รับความเชื่อมั่นและความไว้วางใจจากผู้มารับบริการทั้งชาวไทยและต่างประเทศเป็นจำนวนมาก ในอนาคตมองว่าอุตสาหกรรมทางการแพทย์ มีแนวโน้มเติบโตรวมถึงธุรกิจโรงพยาบาล จะถูกยกระดับความสำคัญและเป็นที่จับตามองมากยิ่งขึ้น สิ่งสำคัญที่สุดที่โรงพยาบาลฯ ยึดมั่น เป็นหัวใจสำคัญที่นำไปสู่ความสำเร็จอย่างยั่งยืน นั่นคือ การพัฒนาด้านคุณภาพและมาตรฐานความปลอดภัย และนี่คือบทพิสูจน์ที่แสดงถึงศักยภาพทางการแพทย์ อย่างมืออาชีพ กับความสำเร็จที่ต้องแลกมาด้วยประสบการณ์โรงพยาบาลเปาโลพหลโยธินก้าวเข้าสู่ทศวรรษที่ 5 แห่งความสำเร็จ สู่การเป็นผู้นำด้านการแพทย์วิถีใหม่ “new normal” ไปสู่ “new future”

เป็นเวลาเกือบ 2 ปีได้ ที่ประเทศไทยรวมถึงทั่วโลกได้พบกับศึกใหญ่หลวงนัก นั่นคือ การระบาดของไวรัสโควิด-19 ซึ่งมีผลกระทบทางเศรษฐกิจรุนแรง จนกลายเป็นมหาวิกฤตทางสาธารณสุขโลก ภาครัฐในหลายประเทศ และแม้แต้ประเทศไทยเอง วิกฤตครั้งนี้ได้สร้างความเสียหายในวงกว้าง เศรษฐกิจโลกหดตัวรุนแรงที่สุดในรอบหลายสิบปี รูปแบบการใช้ชีวิตประจำวันที่เปลี่ยนไป แต่นั่นก็นับเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้คนสนใจสุขภาพมากขึ้น ทั้งในด้านการดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน การส่งเสริมสุขภาพ และการรักษาโรคที่มีความซับซ้อน และถึงแม้ว่าเศรษฐกิจช่วงนี้จะชะลอตัวลงก็ตาม โรงพยาบาลเปาโล พหลโยธิน ก็ไม่ได้หยุดนิ่ง เรายังคงเตรียมความพร้อมและยกระดับศักยภาพในเชิงการแพทย์อยู่ตลอดเวลา

ผศ.นพ.วีรยะ เภาเจริญ ผู้อำนวยการ โรงพยาบาลเปาโล พหลโยธิน กล่าวว่า “เราอาจจะต้องอยู่กับ COVID-19 กันไปปีกว่าหรือสองปี เราจึงต้องรักษาสุขภาพให้ดีและแข็งแรง เพื่อรับมือกับการอาศัยในสภาวะที่โรคระบาดนี้ยังคงดำเนินอยู่”

ฉะนั้น การรักษาที่มีคุณภาพได้มาตรฐานและครอบคลุมทั้งระบบ เชื่อมโยงตั้งแต่ขั้นตอนการตรวจวินิจฉัย ให้คำปรึกษา เลือกวิธีการรักษาที่เหมาะสม จนถึงการติดตามผลหลังการรักษา จึงเป็นสิ่งสำคัญ เพราะต้องอาศัยความรู้ ประสบการณ์ และความชำนาญการของแพทย์แต่ละสาขา ทั้งยังจำเป็นต้องมีบุคลากรทางการแพทย์จากหลากหลายสาขาวิชาชีพที่ชำนาญการเฉพาะทาง คอยสนับสนุนการทำงานของแพทย์ในทุกขั้นตอน เพื่อให้ผู้ป่วยกลับมามีคุณภาพชีวิตที่ดี และสามารถดำรงชีวิตได้ยาวนานมากขึ้น

ผศ.นพ.วีรยะ กล่าวต่อว่า โควิด-19 นับเป็นวิกฤตที่สอนให้เราได้เรียนรู้ ปรับตัว และพัฒนา จนเกิดเป็น ‘New Normal’ หรือความปกติใหม่นั้น เป็นการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในชีวิตหลายด้าน ในหลายวงการสาขาอาชีพ รวมถึงวงการแพทย์ และ New Normal ที่ว่านี้ สำหรับ โรงพยาบาลเปาโล พหลโยธิน ได้มีการพัฒนายกระดับการให้บริการต่างๆ เพื่อให้สอดคล้องรับกับพฤติกรรมของผู้มาใช้บริการที่เปลี่ยนไปอย่างครอบคลุมในทุกๆ มิติ ได้แก่

1.การแยกพื้นที่บริการเพื่อลดความเสี่ยงการติดเชื้อ สำหรับผู้มาใช้บริการ ภายใต้มาตรฐานคุณภาพและความปลอดภัย

2.Homecare services เช่น บริการฉีดวัคซีน บริการจัดส่งยา (Drug delivery) เพื่อให้ผู้ป่วย ได้รับบริการอย่างรวดเร็ว ถึงง่าย และปลอดภัยสูงสุด

3.Virtual Care โทรเวช หรือ Telemedicine โรงพยาบาล เปาโล พหลโยธิน ได้นำ Telemedicine มาใช้เพื่อตอบโจทย์การรักษาพยาบาลผู้ป่วย ถือเป็นการสร้างโอกาสการเข้าถึงบริการทางการแพทย์ได้ง่ายขึ้น สะดวกขึ้น และปลอดภัยสูง การดูแลรักษาที่มีทั้งผ่านทางออนไลน์อย่างเดียว หรือผสมผสานออนไลน์เข้ากับ offline ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความสะดวกหรือพฤติกรรมการใช้บริการของผู้รับบริการทุกช่วงอายุ บางท่านสะดวก online บางท่านยังต้องการแบบ offline อยู่ หรือบางท่านก็เป็นแบบผสม เรียกได้ว่าเราสามารถที่จะให้บริการได้หมดทุกวิถีทาง เข้าถึงความต้องการของลูกค้าต้องการทุกกลุ่มอายุ กลุ่มประเภท โดยมีบริการต่างๆ อาทิ บริการเจาะเลือดที่บ้านแล้วสามารถฟังผลออนไลน์ การให้คำปรึกษาทางการแพทย์แบบออนไลน์ การนัดการดูแลติดตามอาการผู้ป่วยเรื้อรัง การดูแลผู้ป่วยโรคหัวใจ เป็นต้น

4.การจัดสัมมนาออนไลน์ ถ่ายทอดองค์ความรู้และความชำนาญทางการแพทย์ให้กับทีมแพทย์ จะเห็นได้ว่าโรงพยาบาลฯ มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ไม่หยุดยั้งไม่ว่าจะอยู่ในสถานการณ์ใดก็ตามโรงพยาบาลเปาโล พหลโยธิน มีการการถ่ายทอดองค์ความรู้ (Knowledge sharing) ต่างๆ ทางด้านประสบการณ์ด้านการแพทย์ เช่น ทันตกรรมดิจิทัล ของ Digital Dental Center ที่ได้รับความนิยมอย่างมาก โดยเฉพาะ สาขาทันตกรรมรากเทียม โรงพยาบาลฯ จึงเล็งเห็นความสำคัญขึ้น จัดตั้งสถาบันการเรียนรู้แก่ทันตแพทย์ที่สนใจทั้งภายในและนอกโรงพยาบาล เปิดหลักสูตรการเรียนการสอนเพื่อเพิ่มประสบการณ์ พัฒนาความรู้ความสามารถอยู่ตลอดเวลา ซึ่งนับว่าเป็นภาพลักษณ์อันดีต่อองค์กร

และในอนาคต ด้วยศักยภาพของทีมแพทย์สาขากระดูกและข้อ โรงพยาบาลฯ มีวางแผนไว้ว่าเราจะตั้งเป็นสถาบันกระดูกและข้อขึ้นมา ด้วยประสบการณ์ของทีมแพทย์ ที่ได้ดูแลรักษาคนส่วนใหญ่ โดยเฉพาะกลุ่มวัยทำงานที่มารับบริการจะมาด้วยปัญหา office syndrome การเจ็บปวดจากความผิดปกติที่กระดูกสันหลัง โดยจุดเด่นของสถาบันของเราคือ จะครอบคลุม ทั้งด้านการรักษาพยาบาลแก่ผู้ป่วยทั่วไป การศึกษาวิจัยทางการแพทย์ และการฝึกอบรมแก่แพทย์ โดยจะมีแพทย์ผู้ชำนาญการของโรงพยาบาลฯ เป็นผู้ให้การฝึกอบรมให้แก่แพทย์จากทั่วประเทศรวมถึงต่างประเทศด้วย โดยจะเน้นไปที่การผ่าตัดกระดูกสันหลังผ่านกล้อง Endoscope การผ่าตัดแบบแผลเล็กที่ใช้เวลาในการผ่าตัดและพักฟื้นไม่นาน ช่วยลดข้อจำกัดทุกด้านของการผ่าตัดแบบเก่า รวมถึงผลข้างเคียงที่แทบไม่ปรากฏ ทำให้ได้รับการยอมรับอย่างสูงในวงการแพทย์ทั่วโลก รวมถึงในภูมิภาคเอเชีย นับว่าเป็นการแสดงให้เห็นถึงศักยภาพและความชำนาญการของแพทย์ไทยในระดับสากล ในด้านวิทยาการทางการแพทย์ในปัจจุบัน

ผศ.นพ.วีรยะ กล่าวต่ออีกว่า โรงพยาบาลฯ ให้บริการทางการแพทย์ครอบคลุมทุกมิติ กว่า 24 สาขา โดยหลักๆ จะเน้นให้บริการกลุ่มโรคหลัก ดังนี้ 1. โรคหัวใจ 2. โรคกระดูกและข้อ 3. ทันตกรรม รากเทียม ด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล 4. โรคมะเร็ง 5. โรคระบบประสาทและสมอง 6. การดูแลสุขภาพจิต (Let’s Talk Center) 7. การผ่าตัดแผลเล็ก 8. เทคโนโลยีการรักษาด้วยออกซิเจนบรรยากาศสูง (HBO)

นอกจากนี้ โรงพยาบาลฯ ยังมีระบบการบริหารจัดการด้านการแพทย์ด้วยโมเดลธุรกิจแบบ Networking ที่มีระบบเครือข่ายร่วมกันกับโรงพยาบาลในเครือ ได้แก่ โรงพยาบาลพญาไท 1 และ โรงพยาบาลพญาไท 2 ในด้านการรักษาโรคหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง (Stroke) การรักษาโรคมะเร็ง เป็นต้น โดยมีเจตนาในการส่งมอบคุณภาพการรักษาที่ได้มาตรฐานที่ดีที่สุดแก่ผู้ป่วย เพื่อเสริมพลัง สร้างศักยภาพให้มีการรักษาอย่างมีประสิทธิภาพ ในกลุ่มลูกค้าระดับกลาง ไปจนถึงระดับบน ถือเป็นทางเลือกที่ช่วยแบ่งเบาภาระแก่โรงพยาบาลภาครัฐ และเกิดผลดีต่อภาพลักษณ์ของประเทศไทยอีกด้วย

ประเทศไทยผ่านหลายวิกฤต เราไม่เคยเป็นผู้แพ้ แต่ตรงกันข้ามเราพยายามสู้เอาตัวรอดมาได้อย่างสวยงามทุกครั้งจนมาถึงการระบาดของโควิด-19 หากมองว่าโควิด-19 เป็นวิกฤต วิกฤตนี้ก็นับเป็นโอกาส ความท้าทายให้กลายเป็นสิ่งที่ต้องทำ การเดินหน้าต่อยอดให้บริการด้านการแพทย์อย่างมุ่หงมั่น ปรับมุมมองให้โรงพยาบาลฯ เป็นสถานที่ปลอดภัยที่สุด เพื่อรองรับผู้ป่วยที่มารับการรักษา ท่ามกลางการแข่งขันที่เกิดขึ้นแบบรอบทิศ การดูแลรักษาพยาบาลที่เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และน่าประทับใจ ตลอดจนความใส่ใจในรายละเอียดเพื่อมาตรฐานคุณภาพ และความปลอดภัย ซึ่งทั้งหมดเป็นวัฒนธรรมองค์กรที่เราสืบทอดกันมาอย่างต่อเนื่อง ตลอดระยะเวลาเกือบ 50 ปี

“เชื่อว่าทุกโรงพยาบาลต่างเฟ้นหานวัตกรรมและเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ทันสมัยและดีที่สุด มาใช้รักษาผู้ป่วยให้กลับมามีคุณภาพชีวิตเหมือนเดิม แต่สิ่งที่สำคัญและเป็นกุญแจแห่งความสำเร็จ ในการดูแลผู้ป่วยในแบบที่โรงพยาบาลเปาโล พหลโยธิน ทำก็คือการทำงานสอดประสานกันอย่างลงตัว ระหว่างแพทย์ที่เปี่ยมไปด้วยประสบการณ์ และบุคลากรที่ทำงานด้วยความทุ่มเท รวมถึงเทคโนโลยีที่คัดสรรอย่างดีที่สุด โดยทั้งหมดทำงานร่วมกันเป็นหนึ่งเพื่อให้การรักษาผู้ป่วยได้ผลลัพธ์ที่ดีเยี่ยม และความตั้งใจเขาเรา คือ ต้องคำนึงถึง ‘Value-based care’ คือ การมุ่งเป้าไปสู่ผู้ป่วยทุกราย จะต้องได้รับการรักษาพยาบาลที่มีคุณภาพและคุ้มค่า ภายใต้มาตรฐาน เปาโล พหลโยธิน ผู้ป่วยแต่ละรายจะได้รับการรักษาในราคาที่สมเหตุผล ไม่ต้องนอนโรงพยาบาลนาน ไม่ต้องกลับมารักษาซ้ำโดยไม่จำเป็น” ผศ.นพ.วีรยะ กล่าวสรุป

กล่าวได้ว่านับตั้งแต่โรงพยาบาลเปาโล พหลโยธิน เปิดบริการในปี พ.ศ.2515 จนมาวันนี้ได้ก้าวเข้าสู่ทศวรรษที่ 5 การพัฒนาในทุกด้านอย่างไม่หยุดยั้ง ทำให้เปาโล พหลโยธิน กลายโรงพยาบาลเอกชนที่ได้รับความเชื่อมั่นและความไว้วางใจจากผู้มารับบริการทั้งชาวไทยและต่างประเทศเป็นจำนวนมาก ในอนาคตมองว่าอุตสาหกรรมทางการแพทย์ มีแนวโน้มเติบโตรวมถึงธุรกิจโรงพยาบาล จะถูกยกระดับความสำคัญและเป็นที่จับตามองมากยิ่งขึ้น สิ่งสำคัญที่สุดที่โรงพยาบาลฯ ยึดมั่น เป็นหัวใจสำคัญที่นำไปสู่ความสำเร็จอย่างยั่งยืน นั่นคือ การพัฒนาด้านคุณภาพและมาตรฐานความปลอดภัย และนี่คือบทพิสูจน์ที่แสดงถึงศักยภาพทางการแพทย์ อย่างมืออาชีพ กับความสำเร็จที่ต้องแลกมาด้วยประสบการณ์

Photos from CDC ONLINE's post 23/08/2021

#ผู้นำท้องถิ่นดูแลประชาชนใจถึงพึ่งได้ #วัคซีนฟรีจากเทศบาลเมืองศรีราชา #ฉีดวัคซีนให้ฟรีโ่ดยโรงพยาบาลพญาไทศรีราชา
นายกเทศมนตรี เทศบาลเมืองศรีราชา นายฉัตรชัย ทิมกระจ่าง นำทีมสมาชิกสภาเทศบาลและคณะผู้บริหาร ได้จัดซื้อวัคซีน ซิโนฟาร์ม จากราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ มาฉีดให้กับประชาชนในเขตเทศบาล ที่ยังไม่มีโอกาสเข้าถึงวัคซีนโควิด 19 โดย นพ. ชาญชัย ลี้สมประสงค์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลพญาไทศรีราชา ได้ให้การสนับสนุน จัดหน่วยบริการฉีดวัคซีนให้กับประชาชน ณ โรงเรียนเทศบาลบ้านศรีมหาราชา โดยไม่คิดค่าบริการฉีดแต่อย่างใด ทั้งนี้ โดยนโยบายสอดคล้องกับ ท่านผู้นำท้องถิ่นที่ต้องการให้ประชาชน ได้รับวัคซีนให้ได้มากที่สุด เร็วที่สุดเพื่อชุมชนจะได้ก้าวผ่านวาระวิกฤติ นี้ไปด้วยกัน

ทั้งนี้ นายฉัตรชัย ทิมกระจ่าง นายกเทศมนตรีเมืองศรีราชา พร้อมคณะผู้บริหาร และทีมบุคลากรทางการแพทย์โรงพยาบาลพญาไทศรีราชา ได้เดินทางไปฉีดวัคซีนให้กับผู้ป่วยถึงบ้าน สำหรับผู้สูงอายุ ผู้ป่วยติดเตียง ผู้พิการที่ไม่สามารถเดินทางมารับวัคซีนที่จุดบริการฉีดวัคซีนได้
และทางโรงพยาบาลพญาไทศรีราชา ยังได้จัดให้บริการฉีดวัคซีนแบบ Drive Thru สำหรับผู้สูงอายุที่มีครอบครัวพามารับวัคซีน แต่ไม่สะดวกลงจากรถ

ซึ่งในวันนี้ทั้งคณะทีมงานบริหารของนายกปื๊ด และ เจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาลพญาไทศรีราชา ต่างก็เหน็ดเหนื่อย แต่อิ่มใจ ในการให้ครั้งนี้ และประชาชนที่ได้รับการจัดสรรวัคซีนชิโนฟาร์มในรอบแรก ต่างรู้สึกประทับใจ ในการบริการ ได้รับทั้งความสะดวก รวดเร็ว และได้มาตรฐาน

#ฉีดวัคซีนกับพญาไทศรีราชามั่นใจได้
#เราจะผ่านวิกฤตนี้ไปด้วยกัน
#โรงพยาบาลพญาไทศรีราชา

13/06/2021

นอกจากเป็นผู้บริหารหนุ่มหล่อไฟแรงที่ฝีมือฉกาจแล้ว “อัฐ ทองแตง” ประธานเจ้าหน้าที่บริหารเครือโรงพยาบาลพญาไท-เปาโล ยังมีจิตใจที่อ่อนโยนสุดๆ เพราะเพิ่งผุดโครงการ “Smile For All” ยิ้มนี้เพื่อคุณ เพื่อส่งต่อความรักความห่วงใยไปยังคนไทยทุกคน เริ่มต้นจากการยกระดับการบริการแบบ 360 องศา ทุ่มงบพัฒนาด้านเทคโนโลยีการรักษาเต็มที่ แถมยังดูแลคนในองค์กรดี๊ดี เพราะเชื่อว่าหากคนในองค์กรมีความสุข ก็จะดูแลผู้ป่วยให้ยิ้มได้เช่นกัน ล่าสุดยังฝากความห่วงใยไปถึง “ผู้ป่วยโควิด-19” ที่กำลังรักษาตัวอยู่ขณะนี้ ขอเป็นกำลังใจให้ทุกคนหายป่วยในเร็ววัน แล้วเราทุกคนจะผ่านวิกฤตนี้ไปด้วยกัน

Photos from CDC ONLINE's post 11/06/2021

“พญาไท” ร่วม ”แฮ็ปปี้เอ็มพีเอ็ม”
แจกถุงปันสุขซับน้ำตาโควิด-19

สน.พญาไท - วันพฤหัสบดีที่ 10 มิถุนายน 2564 หทัยทัต ศุภศิริสินธุ์ ผู้อำนวยการฝ่ายบริหารอาวุโส โรงพยาบาลพญาไท 2 , ศุภณัฐ พงษ์เสริม ผู้อำนวยการประจำสำนักงานประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้อำนวยการฝ่ายกฎหมาย, สุปวีย์ ตันสกุล ที่ปรึกษาด้านบริหารสื่อมวลชนสัมพันธ์ เครือโรงพยาบาลพญาไท- เปาโล พร้อมด้วย ณพวิทย์ สัตย์เพริศพราย ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาด และ ณพวัฒน์ สัตย์เพริศพราย ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ บริษัท แฮ็ปปี้ เอ็มพีเอ็ม จำกัด ร่วมจัดกิจกรรมเพื่อสังคม เนื่องในโอกาสครบรอบ 22 ปีของการก่อตั้งบริษัทแฮ็ปปี้เอ็มพีเอ็ม จัดมอบถุงปันสุขจำนวน 500 ชุดให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจและประชาชนในชุมชนเขตพญาไทและราชเทวี ที่ได้รับความเดือดร้อนจากวิกฤตโควิด-19 โอกาสนี้ได้รับเกียรติจาก พ.ต.อ.บวรภพ สุนทรเรขา ผกก.สน.พญาไท และไพฑูรย์ ฤกษ์นิธี รองผู้อำนวยการด้านอำนวยการ โรงพยาบาลสงฆ์ ร่วมเป็นประธานและสักขีพยานในการรับมอบเพื่อนำถุงปันสุขส่งมอบต่อไปยังประชาชนในขุมชนต่างๆที่ได้รับความเดือดร้อนจากวิกฤตในครั้ง ทั้งนี้ยังได้รับการสนับสนุนอาหารกลางวันอีกจำนวน 30 ชุดจากร้านอิ่มหมี เพื่อดูแลเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ร่วมปฏิบัติหน้าที่ดูแลประชาชนในครั้งนี้ด้วย

Photos from CDC ONLINE's post 07/06/2021

BDMS MV21 ขอเป็นส่วนหนึ่ง ในการผนึกกำลังสร้างภูมิคุ้มกันให้ประชาชนรอดพ้นจากโควิด-19

BDMS นำโดย คุณอัฐ ทองแตง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารเครือโรงพยาบาลพญาไท-เปาโล พร้อมด้วยทีมผู้บริหารเครือโรงพยาบาลฯ นำทีมจิตอาสา BDMS MV21 เดินหน้าให้บริการฉีดวัคซีนโควิด-19 แก่ประชาชนทั่วกรุงเทพฯ ณ หอประชุม มหิศร ธนาคารไทยพาณิชย์ สำนักงานใหญ่ จำนวนกว่า 500 คนต่อวัน โดยร่วมมือกับ กรุงเทพมหานคร หอการค้าไทย และ ธนาคารไทยพาณิชย์ โดยในงาน พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้ให้เกียรติเยี่ยมหน่วยบริการฉีดวัคซีน และให้กำลังใจทีมบุคลากรทางการแพทย์ที่ได้ปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มที่ ทั้งนี้ได้ยึดมั่นบนมาตรฐานความปลอดภัยในทุกจุดการให้บริการ สามารถรองรับการฉีดวัคซีนได้สูงสุด 7,000 คนต่อวัน โดยเปิดให้บริการตั้งแต่วันที่ 7 มิถุนายน 2564 เป็นต้นไป เวลา 8.00 น. – 17.00 น.

บุคคลในภาพ (จากขวา) – นพ. อนันตศักดิ์ อภัยรัตน์ ผู้อำนวยการใหญ่ฝ่ายแพทย์ เครือโรงพยาบาลพญาไท-เปาโล, นายอัฐ ทองแตง ตำแหน่ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารเครือโรงพยาบาลพญาไท-เปาโล, นางอภิพันธ์ เจริญอนุสรณ์ ผู้จัดการใหญ่ ธนาคารไทยพาณิชย์, พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร, นางศิลปสวย ระวีแสงสูรย์ ปลัดกรุงเทพมหานคร, นายสนั่น อังอุบลกุล ประธานกรรมการหอการค้าไทย และสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ดร.กฤษณะ วจีไกรลาศ กรรมการเลขาธิการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย


สื่อมวลชนสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่:
ฝ่ายสื่อสารการตลาดองค์กร และการจัดการภาวะวิกฤต เครือโรงพยาบาลพญาไท และโรงพยาบาลเปาโล
คุณสุปวีย์ ตันสกุล ที่ปรึกษาส่วนงานประชาสัมพันธ์ M: 081-900-8261

Photos from CDC ONLINE's post 26/05/2021

“Mobile CT & Stroke Treatment Unit” หน่วยรักษาอัมพาตเฉียบพลันเคลื่อนที่ รพ.พญาไท 1 เชฟชีวิตพิชิตอันตราย

ด้วยสภาพการจราจรในกรุงเทพมหานครที่ติดขัด อาจสร้างผลเสียให้กับการดำเนินงานหลาย ๆ อย่าง โดยเฉพาะเกี่ยวกับการช่วยเหลือผู้ป่วยที่อยู่ในภาวะวิกฤตที่ต้องเดินทางไปเข้ารับการรักษาตัวในโรงพยาบาลอย่างเร่งด่วน จะด้วยรถส่วนตัว รถแท็กซี่ หรือ รถโรงพยาบาล หากเจอสภาพการจราจรเช่นนี้คงจะไม่ทันการณ์ ซึ่งเรียกได้ว่าทุกวินาทีมีค่าต่อชีวิตกันเลยทีเดียว

“Mobile CT & Stroke Treatment Unit” หน่วยรักษาอัมพาตเฉียบพลันเคลื่อนที่ คือหนึ่งในทางเลือกของการรักษาชีวิตและลดอาการวิกฤตของผู้ป่วยก่อนที่จะถึงมือแพทย์ของ โรงพยาบาลพญาไท 1

พญ.นภาศรี ชัยสินอนันต์กุล ผู้อำนวยการศูนย์หลอดเลือดสมอง โรงพยาบาลพญาไท 1 กล่าวว่า Mobile CT & Stroke Treatment Unit” หรือ หน่วยรักษาอัมพาตเฉียบพลันเคลื่อนที่ โรงพยาบาลพญาไท 1 เป็นรถพยาบาลนวัตกรรมการรักษาผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง มีตัวอย่างที่ประสบความสำเร็จมาแล้วในประเทศเยอรมนีและอเมริกาว่าสามารถรักษาผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองอุดตันได้รวดเร็วกว่ารถพยาบาลทั่วไป หน่วยรักษาอัมพาตเฉียบพลันเคลื่อนที่ ถือว่า เป็นเพิ่มประสิทธิภาพในการรักษาโรคหลอดเลือดสมองที่ดีกว่าในบริการระบบ “โทรเวชกรรม” (telemedicine) คือ การรักษาผู้ป่วยผ่านระบบอินเตอร์เน็ตและ video conference ) ซึ่งแตกต่างจากการรักษาในระบบเดิมที่ต้องรีบนำผู้ป่วยฝ่าการจราจรที่ติดขัดมารับการรักษาที่โรงพยาบาล

“ซึ่งเมื่อรถไปถึงบ้านผู้ป่วยหรือที่ผู้ป่วยอยู่ทีมแพทย์เวชศาสตร์ฉุกเฉินจะทำการตรวจวินิจฉัยผู้ป่วยทันที ทำการถ่ายภาพสมองด้วยเครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ที่ติดตั้งอยู่ในรถ วิเคราะห์ผลเลือดอย่างรวดเร็วด้วยเครื่องปฏิบัติการเคลื่อนที่ (mobile laboratory) ส่งภาพสมองผ่านระบบอินเตอร์เน็ตและทำการ video conference เพื่อพิจาณาการให้ยาละลายลิ่มเลือด กับทีม ประสาทแพทย์ stroke โรงพยาบาลพญาไท 1 ซึ่งสั่งสมประสบการณ์ในการรักษาผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองจากการรักษาทางไกลในโรงพยาบาลเครือข่ายโรคหลอดเลือดสมองของโรงพยาบาลกว่า 15 แห่ง มาเป็นเวลากว่า 4 ปี ทั้งนี้เพื่อความมั่นใจในประสิทธิภาพที่ดีและความปลอดภัยขั้นสูงให้ได้มาตรฐานเดียวกันกับการรักษาผู้ป่วยในหน่วยรักษาอัมพาตเฉียบพลันเคลื่อนที่ โรงพยาบาลพญาไท 1”

พญ.นภาศรี ได้กล่าวถึงระบบ telemedicine ในการรักษาผู้ป่วยอัมพาตเฉียบพลัน ด้วยหน่วยรักษาอัมพาตเฉียบพลันเคลื่อนที่ ว่า ในกรณีผู้ป่วยมีอาการหลอดเลือดสมองขนาดใหญ่อุดตันแพทย์จะสั่งถ่ายภาพหลอดเลือดสมองด้วยเครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ (CTA brain) เพื่อการตรวจวินิจฉัยที่แม่นยำ และที่สำคัญคือใหญ่โรงพยาบาลเตรียมทีมในการรักษาผู้ป่วยด้วยวิธีการลากลิ่มเลือดออกจากสมองด้วยอุปกรณ์พิเศษ (clot retrieval) ในระหว่างผู้ป่วยเดินทางกลับโรงพยาบาลช่วยให้ผู้ป่วยได้รับการลากลิ่มเลือดได้อย่างรวดเร็วที่สุดเมื่อมาถึงโรงพยาบาล รวมถึงการเตรียมทีมผ่าตัดในกรณีที่ผู้ป่วยจำเป็นต้องผ่าตัดเร่งด่วน

“ทั้งนี้ภายในรถ Mobile CT & Stroke Treatment Unit ประกอบด้วย 1. เครื่องถ่ายภาพเอกซเรย์คอมพิวเตอร์สมองและหลอดเลือดสมองเคลื่อนที่ (CT scan) 2. ห้องปฏิบัติการเคลื่อนที่ (Mobile laboratory) สามารถตรวจวิเคราะห์ผลเลือดที่จำเป็นในการรักษาโรคหลอดเลือดสมอง 3. ยาและเวชภัณฑ์ที่จำเป็นในการรักษาโรคหลอดเลือดสมองโดยเฉพาะยาละลายลิ่มเลือด ชนิดฉีดเข้าหลอดเลือดดำ 4. เครื่องมือสื่อสารผ่านเครือข่ายอินเตอร์เน็ตและผ่านระบบ video conference (Telemedicine equipment)” พญ.นภาศรี กล่าวในท้ายที่สุด
สำหรับวิธีการขอรับบริการ Mobile CT & Stoke Treatment Unit นั้นหากมีอาการใดอาการหนึ่งปากเบี้ยว แขนขาไม่มีแรง พูดไม่อออก หรือหลายอาการหรือสงสัยว่าเป็นโรคหลอดเลือดสมอง โทร 1772 กด 7 เรียกใช้บริการหน่วยรักษาอัมพาตเฉียบพลันเคลื่อนที่ (Mobile CT & Stoke Treatment Unit) โรงพยาบาลพญาไท 1 และ ศูนย์โรคหลอดเลือดสมองพญาไท โรงพยาบาลพญาไท 1 อาคาร 3 ชั้น 5 โทร.0-2201-4600 ต่อ 2688, 2690

12/05/2021
Photos from CDC ONLINE's post 26/04/2021

(กกต.) มีมติเห็นชอบจัดตั้ง พรรคมิติใหม่ อย่างเป็นทางการ

วันนี้ (26เม.ย.64) เวลา 10:30น. ที่ประชุมคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.)เห็นชอบให้นายทะเบียนพรรคการเมืองมอบ ประกาศจัดตั้งพรรคมิติใหม่ อย่างเป็นทางการ โดยมี นายปรีชา ไข่แก้ว (ประธานที่ปรึกษา พรรคมิติใหม่) เป็นผู้แทนพรรคมิติใหม่เข้ารับมอบ ณ ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ อาคารรัฐประศาสนภักดี

ทั้งนี้ที่ประชุมคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.)ได้มีมติเห็นชอบให้นายทะเบียนพรรคการเมืองรับจดทะเบียนจัดตั้ง พรรคมิติใหม่ ตามที่เสนอ ตั้งแต่วันที่ 31 มี.ค.64 ก่อนที่จะประกาศในราชกิจจานุเบกษา และแถลงการถึงนโยบายของพรรคดังกล่าวในวาระต่อไป

15/04/2021

รพ.พญาไท นวมินทร์ เดินหน้ายกระดับการให้บริการทางการแพทย์ พร้อมดูแลสุขภาพให้กับผู้ใช้บริการในย่านถนนเกษตร-นวมินทร์ และรามอินทรา โดยความร่วมมือกับเครือรพ.กรุงเทพดุสิตเวชการ หรือ BDMS และเครือรพ.พญาไท-เปาโล จัดทัพทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ กว่า 16 ท่าน ผนึกกำลังกันเพื่อยกระดับความเข้มข้นสูงสุดทางด้านการรักษาของรพ.พญาไท นวมินทร์ ให้ครบวงจรและครอบคลุมการรักษาทุกด้าน ทุกสาขา โดยเฉพาะอย่างยิ่งทีมศัลยแพทย์เฉพาะทาง อาทิ ศัลยกรรมกระดูก (ผ่าตัด) ศัลยแพทย์อาวุโสเฉพาะทางด้านการผ่าตัดส่องกล้อง (ผ่าตัด) สูตินรีแพทย์-ผ่าตัดผ่านกล้องทางนรีเวช (ผ่าตัด) ศัลยกรรมประสาท (ผ่าตัด) และศัลยกรรมศาสตร์-ตับ ตับอ่อนและทางเดินน้ำดี (ผ่าตัด) เป็นต้น

ทั้งนี้ ทัพทีมแพทย์ดังกล่าว พร้อมให้บริการประจำตามศูนย์ต่างๆ นับตั้งแต่เดือนมีนาคม 2564 เป็นต้นไป เพื่อตอบสนองการรักษาที่ทันสมัยและครบวงจร ตอกย้ำความแข็งแกร่งของรพ.พญาไท นวมินทร์ เพื่อยกระดับมาตรฐานสู่เบอร์หนึ่งของโรงพยาบาลเอกชนขนาดใหญ่ในย่านนวมินทร์ และเสริมความมั่นใจแก่ผู้เข้ารับบริการ ทั้งเก่าและใหม่ ให้เห็นถึงศักยภาพและความพร้อมอย่างสูงสุดในการให้บริการของรพ.พญาไท นวมินทร์

“เป็นครั้งแรก! ของรพ.พญาไท นวมินทร์ กับการรวมตัวครั้งยิ่งใหญ่โดยทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญครอบคลุมทุกสาขาทุกด้านของการรักษาในเครือ BDMS และเครือรพ.พญาไท-เปาโล เพราะเรา.. ทุ่มเทการรักษา ทุกเวลาด้วยหัวใจ จึงต้องการยกระดับการดูแลสุขภาพของผู้รับบริการให้ได้รับการรักษา ได้รับการดูแลอย่างครอบคลุมด้วยการบริการทางการแพทย์ และมอบมาตรฐานการรักษาคุณภาพสูงสุด เราเตรียมความพร้อมรอบด้าน ทั้งด้านนวัตกรรมการรักษาและความรู้ทางการแพทย์ บุคลากรและเครื่องมือการแพทย์ที่ทันสมัย เราต้องการยกระดับมาตรฐานการแพทย์ของพื้นที่นวมินทร์สูงสุด ไม่แพ้มาตรฐานการรักษาของพื้นที่อื่นๆ ในกรุงเทพฯ และปริมณฑล”

ผู้ที่สนใจใช้บริการ สามารถเข้ารับบริการด้วยความใส่ใจ โดยทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญระดับมืออาชีพ ครบทุกสาขา ได้ทุกวันที่ รพ.พญาไท นวมินทร์ หรือ ติดต่อสอบถาม Call Center 1772 หรือ ศึกษารายละเอียดของการให้บริการเพิ่มเติม www.phyathai.com

Photos from CDC ONLINE's post 02/04/2021

เครือรพ.พญาไท’ ก้าวสู่ผู้นำดิจิทัลเฮลธ์แคร์ ฮับ ใหญ่ที่สุด ผนึกกำลัง ‘ช้อปปี้’ สร้างประสบการณ์ไร้รอยต่อเข้าถึงบริการเพื่อสุขภาพ

เครือรพ.พญาไทเดินหน้าสู่การเป็นผู้นำตลาดดิจิทัลเฮลธ์แคร์ ฮับ ใหญ่ที่สุด จับมือ ‘ช้อปปี้’ผู้นำแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และไต้หวัน เปิดตัวออฟฟิเชียลสโตร์ Phyathai Hospital เพิ่มช่องทางการซื้อแพ็กเกจสุขภาพออนไลน์ สะดวก ง่าย ประเดิมครั้งแรกในงานเมกะแคมเปญ Shopee 4.4 Mega Shopping Day ภายใต้แนวคิด Healthy Easy ที่มาพร้อมกับหลากหลายแพ็กเกจตรวจสุขภาพ ลดราคาพิเศษสูงสุดถึง 88%

รศ.คลินิก พญ.วารุณี จินารัตน์ ผู้อำนวยการแพทย์ รพ.พญาไท 3 เปิดเผยว่า อีกหนึ่งจุดแข็งสำคัญของ เครือรพ.พญาไท คือ การพัฒนากลยุทธ์และขับเคลื่อนองค์กรให้สอดรับต่อการเปลี่ยนแปลงของโลกอยู่เสมอ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับดิจิทัล ดิสรัปชั่น (Digital Disruption) ทั้งนี้อีคอมเมิร์ซเข้ามามีบทบาทสำคัญกับผู้บริโภคมากยิ่งขึ้นนับตั้งแต่เกิดสถานการณ์โควิด-19 เครือรพ.พญาไท จึงมุ่งปรับบริการให้สอดรับกับพฤติกรรมผู้บริโภคมากขึ้น และเดินหน้าสู่เป้าหมายการเป็นดิจิทัลเฮลท์แคร์ ฮับ ที่ใหญ่ที่สุด โดยประกาศความร่วมมือกับพันธมิตร “ช้อปปี้ (Shopee)” เปิดตัวออฟฟิเชียลสโตร์ (Official Store): Phyathai Hospital ครั้งแรกกับเมกะแคมเปญ Shopee 4.4 Mega Shopping Day ภายใต้แนวคิด Healthy Easy ที่มาพร้อมกับ 4 Health Easy Deal ให้คนไทยมีสุขภาพดีได้ง่ายในยุคดิจิทัล เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้บริโภคให้มีสุขภาพดีง่ายๆ ด้วยผลิตภัณฑ์เฮลท์แคร์ที่หลากหลาย ผ่านหน้าจอสมาร์ทโฟน

นายศุภกร พะวันนา ผู้อำนวยการฝ่ายบริหารการตลาด เครือโรงพยาบาลพญาไท-เปาโล ยืนยัน เครือรพ.พญาไท จึงพร้อมเดินหน้าสร้างประสบการณ์แบบไร้รอยต่อให้ผู้บริโภคเข้าถึงบริการทางด้านสุขภาพ ด้วยกลยุทธ์ O2O (Online to Offline) เชื่อมต่อการบริการทั้งช่องทางออฟไลน์และออนไลน์เข้าด้วยกัน โดยเชื่อมั่นว่าความร่วมมือกับช้อปปี้ จะช่วยขยายฐานลูกค้าใหม่ และเปิดโอกาสให้คนไทยทุกคนได้เข้าถึงบริการของรพ.พญาไทได้ง่ายยิ่งขึ้น ในราคาที่คุ้มค่า โดยแพ็กเกจสุขภาพของเครือรพ.พญาไท มีให้เลือกหลากหลาย อาทิ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ, แพ็กเกจความงามและเวชศาสตร์ชะลอวัย, แพ็กเกจวัคซีนต่างๆ รวมถึงแพ็กเกจดูแลสุขภาพสตรีโดยเฉพาะ

นางสาวสุชญา ปาลีวงศ์ ผู้จัดการอาวุโสฝ่ายการตลาด ช้อปปี้ (ประเทศไทย) กล่าวว่า “ในโอกาสเฉลิมฉลองมหกรรม Shopee 4.4 Mega Shopping Day ซึ่งถือเป็นวาระแห่งการช้อปใหม่ที่ใหญ่ที่สุดในระดับภูมิภาคของครึ่งปีแรก ช้อปปี้ เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองการเปิดออฟฟิเชียลสโตร์ในเมกะแคมเปญ Shopee 4.4 เครือ รพ.พญาไท ได้จัดเตรียมแพ็กเกจตรวจสุขภาพ มาให้เลือกถึง 4 หมวด ประกอบด้วย Check-up โปรแกรมตรวจสุขภาพ , Beauty & Anti-Aging โปรแกรมความงามและเวชศาสตร์ชะลอวัย , Womenโปรแกรมสุขภาพสำหรับสุภาพสตรี และ Protect โปรแกรมวัคซีน ในราคาพิเศษสุดกว่าทุกๆ ครั้งที่ผ่านมา โดยมอบส่วนลดสูงสุดถึง 88%
สามารถเลือกช้อปแพ็กเกจตรวจสุขภาพเครือรพ.พญาไท ราคาพิเศษฉลองแคมเปญ Shopee 4.4 Mega Shopping Day ที่ Phyathai Hospital บน Shopee Mall ได้ระหว่างวันที่ 1-4 เมษายน 2564 โดยแพ็กเกจสามารถเข้าใช้บริการได้ระหว่างวันที่ 1 เมษายน ถึง 30 มิถุนายน 2564 ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่

https://shopee.co.th/m/phyathai-hospital-44-21

ต้องการให้ธุรกิจของคุณ ธุรกิจ ขึ้นเป็นอันดับหนึ่ง บริษัท สื่อ ใน Bangkok?
คลิกที่นี่เพื่อเป็นสมาชิก?

เบอร์โทรศัพท์

เว็บไซต์

ที่อยู่


98/28 ซ. ลาดพร้าว 23
Bangkok
10900

เวลาทำการ

จันทร์ 09:00 - 20:00
อังคาร 09:00 - 20:00
พุธ 09:00 - 20:00
พฤหัสบดี 09:00 - 20:00
ศุกร์ 09:00 - 20:00