The Ranong Association

The Ranong Association

แชร์

สมาคมชาวระนอง is a community association for the families of people of Ranong.

สมาคมนี้มีชื่อว่า “สมาคมชาวระนอง” ใช้อักษรย่อว่า “สชร.” ชื่อภาษาอังกฤษว่า “ The Ranong Association” ใช้อักษรย่อว่า “ R.A.”

Photos from Journeycalls Official's post 14/07/2026
27/06/2026

◉ แลนบริดจ์ ทำลายป่าโบราณทะเลระนอง - รัฐแลกมรดกโลกกับท่าเรือที่ไม่มีใครสนใจ? - ทำลายความมั่นคงอาหาร อาชีพ เศรษฐกิจ
ย้อนกลับไปในเดือนมิถุนายน พ.ศ. 2565 องค์การ UNESCO ได้บรรจุ "เขตอนุรักษ์ธรรมชาติทะเลอันดามันของไทย" ลงในบัญชีรายชื่อเบื้องต้นมรดกโลกทางธรรมชาติ ครอบคลุมพื้นที่สำคัญตั้งแต่ป่าชายเลนระนองผืนใหญ่ที่สุดในประเทศ อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะระนอง อุทยานแห่งชาติแหลมสน ไปจนถึงพื้นที่ทะเลอุดมสมบูรณ์ที่มีสิ่งมีชีวิตทางทะเลกว่า 300 สายพันธุ์ รวมถึงพะยูน สัตว์ทะเลใกล้สูญพันธุ์ที่แทบจะไม่เหลืออยู่ที่ใดในอ่าวไทยและอันดามันอีกต่อไป
นั่นคือข่าวดีของประเทศที่สะท้อนให้เห็นว่าไทยมีแหล่งทรัพยากรอันทรงคุณค่าของโลกอยู่ในพื้นที่ภาคใต้ของไทยแบบที่หาไม่ได้จากที่ใดในโลก
แต่ข่าวร้ายคือ รัฐบาลไทยกำลังเดินหน้าโครงการแลนด์บริดจ์ระนอง-ชุมพร โดยอาจเตรียมเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาในเดือนมิถุนายน-กรกฎาคม พ.ศ. 2569 ซึ่งจะวางท่าเรือน้ำลึกขนาดใหญ่ไว้บนพื้นที่ชายฝั่งระนองที่แม้แต่ UNESCO เองก็ยังถือว่าควรได้รับการคุ้มครองสูงสุดในระดับนานาชาติ
คำถามไม่ใช่ว่า โครงการนี้ดีหรือไม่ดี คำถามที่แท้จริงคือ ทำไมรัฐบาลที่ได้ชื่อว่าพัฒนาประเทศจึงเลือกทำลายทรัพยากรที่ไม่สามารถสร้างขึ้นใหม่ได้ เพื่อแลกกับโครงการที่นักวิชาการและสถาบันวิจัยอิสระหลายแห่งชี้ว่าไม่คุ้มทุนและนักลงทุนต่างชาติก็ยังไม่แน่ใจว่าจะใช้จริง
❋ ป่าโบราณแห่งอาเซียน สิ่งที่ไทยกำลังจะสูญเสีย
สงวนชีวมณฑลระนอง (Ranong Biosphere Reserve) ได้รับการประกาศโดย UNESCO ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2540 ครอบคลุมพื้นที่ราว 30,000 เฮกตาร์ โดย 40% เป็นพื้นที่ทะเล ประกอบด้วยแนวป่าชายเลนต่อเนื่องจากอุทยานแห่งชาติแหลมสนและเขตนิเจาลงมาสู่ทะเล หาดหญ้าทะเลในระดับความลึก 10 เมตร และระบบนิเวศที่เปลี่ยนผ่านจากภูเขาสู่ชายฝั่งอย่างสมบูรณ์แบบอย่างที่ไม่พบที่ใดในภูมิภาคอีกต่อไป
ป่าชายเลนในพื้นที่นี้มีเนื้อที่รวมถึง 189,431 ไร่ ซึ่งเป็นป่าชายเลนที่ได้รับการอนุรักษ์อยู่ในสภาพดีที่สุดแห่งหนึ่งในโลก มีพันธุ์โกงกางมากกว่า 50 ชนิด และทำหน้าที่เป็นทั้งแหล่งฟักไข่ของสัตว์น้ำ เนิร์สเซอรีของลูกปลาและกุ้ง แนวป้องกันคลื่นพายุ และคลังกักเก็บคาร์บอนขนาดมหึมาที่ยากจะประเมินมูลค่า
ในเดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2569 นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ นำโดย ผศ.ดร.ศักดิ์อนันต์ ปลาทอง นายกสมาคมวิทยาศาสตร์ทางทะเลแห่งประเทศไทย ร่วมกับกรีนพีซ มูลนิธินิติธรรมสิ่งแวดล้อม (EnLAW) กลุ่ม Beach for Life และมูลนิธิภาคใต้สีเขียว ได้เปิดเผยผลการสำรวจสัตว์ทะเลหน้าดินจากพื้นที่ก่อสร้างท่าเรือระนองที่เสนอในโครงการแลนด์บริดจ์ พื้นที่บริเวณแหลมอ่าวอ่างและดอนตาแพ้ว พบสัตว์ทะเลหน้าดินรวมทั้งสิ้น 10 ไฟลัม 447 ชนิด ด้วยความหนาแน่นเฉลี่ย 1,884 ตัวต่อตารางเมตร โดยที่บางจุดในพื้นที่ดอนตาแพ้วพบความหนาแน่นสูงถึงกว่า 3,000 ตัวต่อตารางเมตร ประกอบด้วยหนอนปล้อง 217 ชนิด สัตว์ข้อปล้อง 136 ชนิด และมอลลัสกหรือกลุ่มหอย 64 ชนิด
สัตว์หน้าดินเหล่านี้ไม่ใช่แค่สิ่งมีชีวิตเล็กๆ ในโคลน แต่คือรากฐานของห่วงโซ่อาหารทั้งระบบนิเวศ พวกมันคือแหล่งอาหารของลูกกุ้ง ลูกปลา ปูม้า และสัตว์น้ำพาณิชย์นับร้อยชนิดที่ชาวประมงพื้นบ้านระนองและชุมพรออกเรือหามาหลายชั่วอายุคน
❋ EHIA ที่สอบตก ตัวเลขโกหกขนาดอุตสาหกรรม
นี่คือหัวใจของปัญหาที่ทำให้นักวิชาการและภาคประชาสังคมพูดตรงๆ ว่ารายงานฉบับนี้สอบตก
รายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ (EHIA) ฉบับร่างที่จัดทำโดยสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) ระบุว่าพื้นที่ก่อสร้างท่าเรือระนองมีสัตว์หน้าดินเพียง 1 ชนิด 7 ตัวต่อตารางเมตร
ขัดแย้งกับผลการสำรวจอิสระของนักวิทยาศาสตร์ทางทะเลพบว่า มีถึง 447 ชนิด 1,884 ตัวต่อตารางเมตร นั่นคือความต่างคือ 269 เท่าในด้านความหนาแน่น
ผศ.ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ รองคณบดีคณะประมง มหาวิทยาเกษตรศาสตร์ ได้คำนวณผลกระทบที่แท้จริงจากตัวเลขที่ถูกต้อง พบว่าหาก EHIA ใช้ตัวเลขความหนาแน่น 1,685 ตัวต่อตารางเมตรซึ่งยังต่ำกว่าที่วัดได้จริง ในพื้นที่ได้รับผลกระทบ 32 ล้านตารางเมตรตามที่โครงการระบุ จะมีสัตว์หน้าดินที่สูญหายไปถาวรจากการขุดลอกและถมทะเลมากกว่า 53,000 ล้านตัว ไม่ใช่ 1,524 ล้านตัวอย่างที่ EHIA อ้าง
ความต่างของตัวเลขนี้ไม่ใช่ความผิดพลาดเชิงเทคนิค แต่คือการนำเสนอข้อมูลที่บิดเบือนรากฐานการตัดสินใจทั้งหมด เพราะจากตัวเลขที่ต่ำเกินจริงนั้น รายงาน EHIA จึงสรุปว่าผลกระทบต่อระบบนิเวศอยู่ในระดับที่รับได้ ทั้งที่ความเป็นจริงคือการทำลายฐานห่วงโซ่อาหารทางทะเลขนาดมหาศาล
ยิ่งไปกว่านั้น ดอนตาแพ้ว ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ชุมชนประมงรู้จักกันดีว่าเป็นขุมทรัพย์กลางทะเลระนองไม่ได้ถูกรวมอยู่ในขอบเขตการศึกษา EHIA ของรัฐเลยแม้แต่น้อย ทั้งที่พื้นที่นี้คือแหล่งทำมาหากินหลักของชาวประมงพื้นบ้านหลายร้อยครัวเรือน
❋ ห่วงโซ่อาหารที่พังทลายจากรากฐาน
เมื่อสัตว์หน้าดินสูญหายถาวรจากการขุดลอกร่องน้ำและการถมทะเลเพื่อก่อสร้างท่าเรือ ผลกระทบไม่ได้หยุดอยู่ที่พื้นทะเลเท่านั้น
ระดับที่ 1 สัตว์หน้าดินจะสูญหายถาวรตั้งแต่วันแรกของการขุดลอก ระบบนิเวศพื้นทะเลอาจใช้เวลา 10-20 ปีหรือมากกว่าในการฟื้นตัว หากฟื้นตัวได้เลย เพราะโครงสร้างพื้นฐานท่าเรือจะยืนอยู่ถาวร
ระดับที่ 2 ต่ออ่อนสัตว์น้ำทั้งแพลงก์ตอนพืชลดลงเมื่อตะกอนแขวนลอยจากการขุดลอกบดบังแสงแดดที่ส่องลงสู่ทะเล กระทบการสังเคราะห์แสง ทำให้ห่วงโซ่อาหารเบื้องต้นทั้งหมดอ่อนแอลง กุ้ง หอย ปูม้า และลูกปลาทุกชนิดที่อาศัยแพลงก์ตอนและสัตว์หน้าดินเป็นอาหารจะหายไปจากพื้นที่
ระดับที่ 3 ป่าชายเลนจะเสียหาบจากน้ำเสียและน้ำมันจากเรือบรรทุกสินค้า สารเคมีจากนิคมอุตสาหกรรม และตะกอนจากการก่อสร้างจะซึมเข้าสู่ระบบรากของป่าชายเลน ซึ่งเป็นแหล่งฟักไข่และอนุบาลสัตว์น้ำที่สำคัญที่สุดในภูมิภาค ตั้งแต่กุ้งกุลาดำไปจนถึงปลาหมอทะเล
ระดับที่ 4 การทำลายระบบนิเวศทะเลขนาดใหญ่จากการปนเปื้อนของตะกอนและสารเคมีจากท่าเรืออุตสาหกรรมมีศักยภาพแพร่กระจายตามกระแสน้ำไปถึงแนวปะการังและหญ้าทะเลของเกาะพยาม หมู่เกาะระนอง ไปจนถึงอุทยานแห่งชาติสุรินทร์และสิมิลัน ซึ่งเป็นแหล่งดำน้ำระดับโลกที่สร้างรายได้จากการท่องเที่ยวมากกว่าปีละหลายพันล้านบาทซึ่งจะเป็น "คำพิพากษาประหาร" ของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวทั้งภาค
❋ วิถีชีวิตที่สูญหายของชาวประมงและชุมชนมอแกน
พื้นที่ชายฝั่งระนองที่โครงการแลนด์บริดจ์กำหนดจะพัฒนานั้นเป็นที่อยู่อาศัยและแหล่งทำมาหากินของประชากรหลายกลุ่ม ทั้งชาวประมงพื้นบ้านระนอง ชุมชนมอแกนบนเกาะเหลา กลุ่มชาติพันธุ์ "ชาวเลอันดามัน" ที่มีวัฒนธรรมและภูมิปัญญาทางทะเลสะสมมากว่าหลายร้อยปี เครือข่ายรักษ์ระนอง และเครือข่ายรักษ์พะโต๊ะ
ในปี พ.ศ. 2566 รายได้จากการท่องเที่ยวในพื้นที่บริเวณแหลมอ่าวอ่างสูงถึงกว่า 6,000 ล้านบาท ขณะที่รายได้จากการประมงพื้นบ้านในพื้นที่โครงการท่าเรือระนองอยู่ที่กว่า 500 ล้านบาทต่อปีในปี พ.ศ. 2567 แหล่งรายได้สองทางนี้จะหายไปพร้อมกันเมื่อท่าเรืออุตสาหกรรมเข้ามา
ไม่ใช่เพียงตัวเลขทางเศรษฐกิจเท่านั้น แต่การสูญเสียพื้นที่ทำกินหมายถึงการสูญสิ้นของวิถีชีวิตที่สืบทอดมาหลายชั่วอายุคน ชาวมอแกนที่เคยกำหนดเส้นทางชีวิตตามฤดูกาลสัตว์น้ำ การวางอวนปูม้าบนพื้นโคลนดอนตาแพ้ว การขุดหอยจากป่าชายเลน สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่แค่วิธีหาเงิน แต่คือเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมที่ไม่อาจทดแทนด้วยเงินชดเชยใดๆ
❋ ความมั่นคงทางอาหาร ผลกระทบที่กินกว้างกว่าระนอง
ป่าชายเลนและระบบนิเวศปากแม่น้ำระนองไม่ได้เลี้ยงแค่ชาวประมงในพื้นที่ แต่เป็นแหล่งผลิตสัตว์น้ำที่หมุนเวียนไปเลี้ยงผู้คนในห่วงโซ่อาหารตั้งแต่ตลาดสดในระนอง ชุมพร สุราษฎร์ธานี ไปจนถึงซัพพลายเชนอาหารทะเลแช่แข็งที่ส่งออกต่างประเทศ
ทุกปีมีสัตว์น้ำนับพันชนิดเข้ามาวางไข่ในป่าชายเลนระนอง ลูกปลา ลูกกุ้ง และสัตว์น้ำวัยอ่อนอาศัยพื้นโคลนและรากโกงกางเป็นที่หลบภัยก่อนออกสู่ทะเลใหญ่ กระบวนการนี้คือต้นทางของห่วงโซ่อาหารทางทะเลทั้งหมดในอ่าวไทยตอนบนและทะเลอันดามัน
เมื่อฐานของห่วงโซ่นี้พังทลาย ความเสียหายไม่จำกัดอยู่แค่ระนอง แต่จะส่งผลเป็นลูกโซ่ต่อความสมบูรณ์ของสัตว์น้ำในวงกว้าง กระทบความมั่นคงทางอาหารของประชากรหลายล้านคนที่พึ่งพาอาหารทะเลเป็นโปรตีนหลัก ในประเทศที่อาหารทะเลยังมีราคาถูกและเข้าถึงได้สำหรับคนทุกระดับรายได้
Chulalongkorn University Academic Service Centre ได้ทำการศึกษาสรุปว่า โครงการแลนด์บริดจ์ "ไม่มีความเป็นไปได้ทางเศรษฐกิจและไม่คุ้มค่าที่จะสร้าง" โดยอ้างว่าโครงการจะกระทบป่าสงวนแห่งชาติและพื้นที่คุ้มครองระดับชาติ ขณะที่วุฒิสภาในปี พ.ศ. 2565 เองก็เคยศึกษาเรื่องความเป็นไปได้ของเส้นทางขนส่งเชื่อมสองฝั่งทะเลและพบว่าการขยายท่าเรือที่มีอยู่เดิมในมาเลเซียและสิงคโปร์คือคู่แข่งโดยตรงที่ท่าเรือแลนด์บริดจ์ยากจะสู้ได้
แต่รัฐบาลกำลังเตรียมเสนอ ครม. อนุมัติโครงการมูลค่า 1 ล้านล้านบาทภายในกลางปี 2569 โดย EHIA ที่ใช้เป็นฐานการตัดสินใจนั้นนักวิชาการชั้นนำหลายคนระบุว่ามีข้อมูลที่คลาดเคลื่อนจากความเป็นจริงอย่างมีนัยสำคัญ
สิ่งที่สังคมไทยกำลังจะสูญเสียจากการตัดสินใจนี้มิใช่แค่ป่าชายเลนและสัตว์น้ำ แต่คือโอกาสในการได้รับการรับรองมรดกโลกทางธรรมชาติที่จะนำมาซึ่งการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน การยกระดับภาพลักษณ์ประเทศ และการคุ้มครองทรัพยากรระยะยาวที่ไม่มีราคาจำกัด เหมือนที่มาเลเซียทำกับอุทยานคินาบาลูและป่ากูนุงมูลู หรือที่อินโดนีเซียทำกับมรดกโลกโคโมโด
❋ ความสงสัยเรื่องใครได้ประโยชน์?
รัฐบาลอ้างว่าโครงการแลนด์บริดจ์จะสร้างงาน 280,000 ตำแหน่งและเพิ่ม GDP 1.5% แต่ไม่เคยตอบคำถามอย่างโปร่งใสว่างาน 280,000 ตำแหน่งนั้นจะมาจากไหน ใครจะเป็นผู้รับจ้างก่อสร้างโครงการขนาด 1 ล้านล้านบาท และเหตุใดสัมปทานท่าเรืองจึงต้องอาศัยโครงสร้างกฎหมายพิเศษอย่างร่าง พ.ร.บ.ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคใต้ (SEC) ที่ภาคประชาชนภาคใต้ต่อต้านอย่างกว้างขวาง โดยกล่าวหาว่ากฎหมายดังกล่าว "ไม่ให้ค่าคนใต้ แต่สนองนักลงทุน"
ประสบการณ์จากโครงการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ของไทยในอดีตไม่ว่าจะเป็นโรงไฟฟ้าถ่านหินหินกรูด โครงการมาบตาพุด หรือแม้แต่โครงการโฮปเวลล์ สะท้อนรูปแบบซ้ำๆ ที่นักวิชาการต่างสรุปตรงๆ ว่า โครงการขนาดใหญ่เหล่านี้ "มักนำมาซึ่งผลประโยชน์ไม่สมส่วนแก่บริษัทใหญ่กลุ่มเล็กที่มีสายสัมพันธ์ทางการเมือง ขณะที่ประชาชนธรรมดาได้รับเพียงการเข้าถึงงานที่สัญญาไว้อย่างจำกัด"
ในกรณีแลนด์บริดจ์ ความสงสัยนี้ทวีความเข้มข้นเมื่อพิจารณาว่าร่าง EHIA ที่มีข้อมูลคลาดเคลื่อนอย่างชัดเจนกลับผ่านกระบวนการพิจารณาเบื้องต้นมาได้โดยไม่ถูกตั้งคำถาม จนกระทั่งนักวิทยาศาสตร์ภาคเอกชนต้องลงทุนเก็บข้อมูลเองเพื่อพิสูจน์ว่าตัวเลขรัฐบาลผิดไป 269 เท่า
❋ ทรัพยากรที่ไม่มีวันสร้างใหม่ กับโครงการที่ยังไม่รู้ว่าจะมีคนใช้จริง
ป่าชายเลนอายุหลายร้อยปี สังคมสัตว์หน้าดินที่ใช้เวลาสะสมความหลากหลายมาตลอดยุคสมัย แนวปะการังและหญ้าทะเลที่เป็นบ้านของสัตว์น้ำนับพันสายพันธุ์ วิถีชีวิตของชาวมอแกนและชาวประมงพื้นบ้านที่อยู่คู่กับทะเลอันดามันมาช้านาน สิ่งเหล่านี้ไม่สามารถสร้างขึ้นใหม่ได้แม้จะมีเงินเท่าไรก็ตาม
ขณะที่นักลงทุนต่างชาติยังคงลังเลว่าจะใช้ท่าเรือแลนด์บริดจ์จริงหรือไม่ เมื่อพิจารณาว่าสิงคโปร์และมาเลเซียกำลังขยายท่าเรือที่มีประสิทธิภาพสูงกว่าอยู่แล้ว รัฐบาลไทยกลับเร่งเดินหน้าโครงการ 1 ล้านล้านบาทบนฐานรายงาน EHIA ที่นักวิชาการสาธารณะประกาศว่าสอบตกโดยไม่สั่งการให้มีการศึกษาใหม่อย่างโปร่งใสและมีส่วนร่วม
❋ ความผิดพลาดบางอย่างแก้ได้ แต่การทำลายมรดกธรรมชาติระดับมรดกโลกไม่ใช่หนึ่งในนั้น
หากโครงการแลนด์บริดจ์เดินหน้าต่อด้วยกระบวนการที่เป็นอยู่ สิ่งที่จะถูกจดจำในประวัติศาสตร์ไม่ใช่ตัวเลขตู้สินค้าผ่านท่า แต่คือภาพของป่าชายเลนที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประเทศถูกปักธงอุตสาหกรรม บนพื้นที่ที่ UNESCO กำลังจะประกาศว่าเป็นสมบัติของมวลมนุษยชาติ
นั่นไม่ใช่การพัฒนา แต่คือการจำนองอนาคตของประเทศเพื่อประโยชน์ระยะสั้นของคนกลุ่มเล็ก

12/06/2026

ขอน้อมถวายความอาลัย
ธ สถิตในดวงใจตราบชั่วนิรันดร์
12 มิถุนายน 69
ฟ้าผ่ากลางใจปวงชน
สำนักพระราชวังประกาศ
สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา สิ้นพระชนม์
เมื่อวันที่ 11 มิถุนายน 69 เวลา 19.48 น. ด้วยพระอาการสงบ
สิริพระชนมพรรษาปีที่ 47

03/06/2026

ขอพระองค์ทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน เนืาองในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา ครบ ๔ รอบ พระราชินี สุทิดา วันที่ ๓ มิถุนายน ๒๕๖๙ ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม ขอเดชะ ข้าพระพุทธเจ้า คณะกรรมการผู้บริหาร และสมาชิกสมาคมชาวระนอง

15/05/2026

เรียนเชิญคณะกรรมการและสมาขิกสมาคมขาวระนองเข้าร่วมประชุมสามัญประจำปี 2569

15/05/2026
Photos from The Ranong Association's post 12/05/2026

งานระนองสามัคคี ครั้งที่ 8 วันที่ 10 พฤษภาคม 2569 https://drive.google.com/drive/folders/1ZEpooIru8loxUKwg-YuLC9AqjuFoYylE?usp=sharing

14/04/2026

มีเรื่องเล่าว่า ป่าชายเลนเก่าแก่ของระนอง ซึ่งเป็นชายเลนดั้งเดิมผืนสุดท้ายของภูมิภาคนี้ อยู่รอดปลอดภัยมาได้เพราะบารมีโจรป่า ทำให้คนในยุคของเรามีโอกาสได้เห็นแสมทะเลต้นใหญ่ที่สุดในโลก ต้นตะบูนดำที่มีเส้นผ่าศูนย์กลางกว่า 6 เมตร และโกงกางยักษ์ที่ผ่านกาลเวลามากว่า 200 ปี
ในปี 2567 ที่ผ่านมา ป่าโบราณผืนนี้ ซึ่งอยู่ในเขตพื้นที่สงวนชีวมณฑลระนอง และเป็นส่วนหนึ่งของพื้นที่แหล่งอนุรักษ์ทะเลอันดามัน กำลังจะก้าวเข้าสู่ขั้นตอนสุดท้ายของการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก #หากไม่มีเมกะโปรเจกต์แลนบริดจ์?
ป่าชายเลนกำเนิดจากความทรหดอดทน ณ จุดที่แผ่นดินบรรจบกับทะเล ที่พื้นดินเต็มไปด้วยโคลนตม มีปริมาณออกซิเจนต่ำ น้ำเค็มท่วม คลื่นลมแรง เป็นสภาพแวดล้อมที่พืชอื่นไม่อาจรอดชีวิต พืชป่าชายเลนวิวัฒนาการขึ้นจากสภาพแวดล้อมนี้ สร้างระบบกรองเกลือหลากหลายรูปแบบ พร้อมโครงสร้างรากค้ำยันที่ซับซ้อน ช่วยส่งออกซิเจนให้รากใต้ดิน พร้อมทั้งยึดลำต้นไว้ ต้านลมและคลื่น เปลี่ยนสภาพแวดล้อมสุดโหดให้เป็นแหล่งกำเนิดชีวิต เป็นถิ่นฐานของสรรพสัตว์ และกลายเป็นเงื่อนไขความสมบูรณ์ของท้องทะเล
เรื่องราวของป่าอายุร่วม 300 ปี ผู้สร้างความอุดมให้ชายฝั่งและท้องทะเลอันดามันตอนบน ที่ไม่ปรากฏในรายงานผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ (EHIA) อันเนื่องจากโครงการแลนด์บริดจ์ ด้วยเหตุผลที่ว่า ตั้งอยู่นอกเหนือพื้นที่โครงการและรัศมีห้ากิโลเมตร
ในขณะที่การขอขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก ไม่อาจละเลยโครงการแลนบริดจ์ สะท้อนให้เห็นมุมมองต่อพื้นที่ที่แตกต่างกัน “เมื่อมีโครงการแลนด์บริดจ์ ก็ต้องเพิ่มข้อมูลผลกระทบจากโครงการนี้ เข้าไปในเอกสารนำเสนอ (Nomination Dossier) เพื่อขอขึ้นทะเบียนมรดกโลก ซึ่งทำเสร็จก่อนจะมีโครงการแลนด์บริดจ์” ศักดิ์อนันต์ ปลาทอง อาจารย์ประจำคณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ หนึ่งในคณะผู้วิจัยเพื่อจัดทำเอกสารนำเสนอพื้นที่มรดกโลก ชี้ที่มาของปัญหาและย้ำให้เห็นความสำคัญ
#อ่านแลต๊ะ “ป่าชายเลนโบราณผืนสุดท้าย ใต้เงาแลนด์บริดจ์” ในคอมเมนต์ ⬇️

เรื่องโดย THE REGION เครือข่ายสื่อสาธารณะท้องถิ่น
ขอบคุณภาพ ศูนย์วิจัยป่าชายเลนและพื้นที่สงวนชีวมณฑลระนอง.
#ป่าชายเลน #ป่าโบราณ #มรดกโลก #แลนด์บริจ์ #รองนอง #ชุมพร #แลต๊ะแลใต้

ต้องการให้ธุรกิจของคุณ องค์กร ขึ้นเป็นอันดับหนึ่ง องค์กรไม่แสวงหาผลกำไร ใน Bangkok?
คลิกที่นี่เพื่อเป็นสมาชิก?

เว็บไซต์

ที่อยู่


21/11-14 ซอยสุขุมวิท 18 ถนนสุขุมวิท แขวงคลองเตย เขตคลองเตย
Bangkok
10110