Enlight Knowledge

Enlight Knowledge

แชร์

สถาบันสอนภาษาอังกฤษและเคมีสำหรับ นักเรียนและวัยทำงาน

สถาบันสอนภาษาอังกฤษและเคมีสำหรับ นักเรียน นักศึกษา และวัยทำงาน
สถานที่: Century Movie Plaza ชั้น 4
ติดต่อ: 083-53-1804 (ภาษาอังกฤษ)
086-372-9097(เคมี)

Photos 26/01/2015

3 เคล็ดลับง๊ายง่าย ออกเสียงให้เหมือน Native Speaker

ก่อนนอนคืนนี้แอดมินมีเคล็ดลับง่ายๆ 3 อย่าง ที่จะทำให้การออกเสียงภาษาอังกฤษของเรา มีความคล้ายคลึงกับเจ้าของภาษา(Native Speaker) มากขึ้นครับ

เคล็ดลับที่ 1: Connecting Words การเชื่อมคำ
เคล็ดลับแรกที่จะทำให้เราพูดอังกฤษเหมือนกับ native speaker มากขึ้น
ก็คือการเชื่อมคำครับ

ลองนึกถึงเวลาที่เราพูดคำว่า ‘โรงพยาบาล’ ดูสิครับ ด้วยความที่เราคุ้นเคยกับภาษาไทยมาก เราจึงไม่ค่อยออกเสียงกันเต็มยศว่า (โรง-พา-ยา-บาล) แต่จะรวบคำๆนี้และออกเสียงเป็น (โรง-บาล) แทน ซึ่งจุดนี้ชาวต่างชาติเองเขาก็ทำเช่นกันครับ

โดยเราสามารถเชื่อมเสียงของคำสองคำได้ ในกรณีที่คำสองคำนั้นมีเสียงพยัญชนะที่เหมือนกันครับ (ถ้าอยู่ๆเชื่อมเลย อันนั้นเรียกมั่วครับ ^^)

เช่น
Black coffee
ทั้งตัว K และ ตัว C ออกเสียง ‘เคอะ’ เหมือนกัน ดังนั้นเวลาเราพูด เราจะไม่ออกเสียงว่า (black-coffee)
แต่เราจะเชื่อมคำ และออกเสียงเป็น (bla-coffee) แทน ก็จะทำให้ดูเป็นธรรมชาติมากขึ้น

หรืออย่างเช่นประโยคว่า

What do you do

What และ do แม้ว่าจะมีพยัญชนะที่ต่างกันคือ t และ d แต่เวลาออกเสียงกลับมีเสียงที่ใกล้เคียงกันมาก ดังนั้นเราจึงออกเสียงประโยคนี้เป็น
( wha do you do) ไม่ใช่ (What do you do)
และ ถ้าให้เนียนขึ้นกว่าเดิม เราจะไม่ออกเสียง /u/(อู) เต็มๆ แต่เราจะออกเสียงเป็น /e/ (เอ) แทนครับ ืทำให้เวลาเราพูดประโยคนี้เร็วๆ เราจะออกเสียงเหมือนกับเราพูดว่า
(wha de ye do)

2.Squeezing Word

สำหรับเคล็ดลับที่ 2 นี้ ถ้าเปรียบเทียบง่ายๆ ก็เหมือนกับคำว่า 'หมากขาม' ในบ้านเราที่เรามักจะออกเสียงกันเป็น 'มะขาม' นั่นแหละครับ

ในภาษาอังกฤษเองก็มีหลายคำอยู่เหมือนกัน ที่เจ้าของภาษาเขากร่อนเสียงไปเลย แต่คนที่ไม่ใช่เจ้าของภาษาอาจจะอ่านเต็มสูบ เช่นคำว่า

Comfortable ที่หลายๆคนชอบอ่านว่า (com-for-ta-ble) ซึ่งถือว่าไม่ถูกต้องครับ เวลาเราอ่านคำนี้ เราจะไม่ออกเสียง or แต่จะอ่านเป็น (comf-table) ไปเลยครับ

คำว่า Interesting ก็เป็นอีกตัวอย่างนึงครับ
เราจะไม่พูดว่า (in-ter-res-ting) แต่จะออกเสียงเป็น (in-tres-ting) เลย
ดูเนียนกว่ากันเยอะ

3.Squeeze letters
Squeezing letters นี้ก็จะเหมือนกับ Squeezing word นั่นแหละครับ แต่จะเป็นการบีบเสียงตัวอักษรแทน
เช่น คำว่า hundred เราจะไม่พูดว่า (hun –dr- red)
ตัวอักษร d และ r ในคำๆนี้ จะบีบรวมกันและออกเสียงคล้ายๆ ตัว j ดังนั้นเวลาเราพูดคำนี้ เราควรจะออกเสียงเป็นว่า (hun-jred)
ไปเลยครับ

ทั้งหมดนี้ก็คือ เคล็ดลับง่ายๆ 3 อย่าง ที่จะช่วยให้การออกเสียงของเรามีความคล้ายคลึงกับเจ้าของภาษามากขึ้นครับ
ลองฝึกกันดูนะครับ :)

Mobile uploads 23/12/2014

เอาจริงๆ ก็ว่าจะไม่กล่าวอะไรถึง อาจารย์ท่านนึงที่ออกมาวิจารณ์ โค้ชซิโก้ ต่างๆนาๆแล้วแหละครับ

แต่พอเห็นประโยคว่า 'ภาษาอังกฤษ สำเนียงเมียเช่าฝรั่งพัทยา' เท่านั้นแหละครับ ผมนี่ของขึ้นเลย

'สำเนียงเมียเช่าแล้วยังไง(วะ)ครับ'

ก่อนอื่นเลย ต้องขอบอกกับทุกท่านที่ติดตามเพจนี้ก่อนครับว่า เป้าหมายของภาษาคือ 'การสื่อสาร' นะครับ

นั่นหมายความว่า ถ้าคุณสามารถสื่อสาร ให้อีกฝ่ายเข้าใจได้ คุณทำถูกแล้วครับ

เวลาผมไปเดิน MBK หรือข้าวสาร
แทบจะทุกครั้งเลยที่ผมจะเห็นคนขับสามล้อพูดภาษาอังกฤษ ที่สำเนียงไม่ถูกต้องตามหลักสัทศาสตร์ แต่ทำไมเขาถึงยังได้ลูกค้าชาวต่าวชาติอยู่เรื่อยๆล่ะ

ก็เพราะว่าเขาคุยกันรู้เรื่อง... แค่นั้นเองครับ

เรื่องสำนงสำเนียงนั้น เอาจริงๆมันเป็นแค่ออพชั่นเสริมครับ ถ้ามี...ก็หล่อมาก
ถ้าไม่มี... แต่คุณสามารถสื่อสารได้อย่างถูกต้อง
คุณก็ไม่ผิดครับ

ยิ่งคุณซิโก้ ที่เป็นโค้ชฟุตบอล ไม่ใช่ครูสอนภาษาอังกฤษด้วยแล้ว เขายิ่งไม่มีความจำเป็นที่จะมีออพชั่นตัวนี้เลย

เพราะฉะนั้น คุณจะสำเนียงเมียเช่า เมียซื้อ หรือสำเนียงแบบโคตร Native ถ้าคุณสื่อสารให้คนที่รับสารเข้าใจได้
ไม่มีใครสามารถ(และไม่มีสิทธิ์)ว่าคุณได้ครับ

แนวคิดที่คอยแต่จะติเตียนกันแบบนี้ คือปัญหาตัวเป้งเลย ที่ทำให้คนไทยหลายๆคน พูดอังกฤษไม่ได้เสียที บางคนกลัวพูดแล้ว คนอื่นหาว่าผิดบ้าง กลัวพูดแล้ว คนอื่นว่าสำเนียงไม่ไพเราะบ้าง สารพัดจะกลัว ก็เพราะมีคนคอยจับผิด แบบนี้แหละครับ คนอื่นๆเลยไม่ได้พัฒนากันเสียที

ผมมักจะบอกกับนักเรียน ของผมเสมอๆว่า อยากพูดอังกฤษได้ ขั้นแรก ต้องกล้าพูด ทิ้งแกรมม่า ทิ้งสำเนียงไปก่อน ถ้าคุณกล้าพูด ที่เหลือเดี๋ยวมันจะมาเอง แต่ถ้าคุณไม่กล้าพูด คุณก็จะไม่มีวันที่จะพูดได้ 100% ครับ

เพราะเป้าหมายที่แท้จริงของภาษา คือการสื่อสาร ไม่ใช่ความไพเราะ ฉนั้น สำเนียงจะดีเลวยังไว ถ้าคุณคุยกันรู้เรื่อง ก็โอเคแล้วครับ

#โค้ชนะครับไม่ใช่นักร้อง

Photos 19/12/2014

Another และ Other

เรื่องการใช้ Another กับ Other เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่น้องๆหลายคนมักถามผมเวลาอยู่ในคลาสครับ

สาเหตุก็เพราะว่า คำสองคำนี้มีควาหมายที่คล้ายคลึงกันมาก

ถ้าเราเปิด พจนานุกรมทั่วไป(เอาของ Longdo ละกันเนอะ น่าจะใช้กันบ่อย อิอิ) เราจะพบว่าสองคำนี้ มีความหมายคล้ายๆกัน คือแปลว่า 'อื่นๆ' หรือ 'สิ่งอื่นๆ'

ซึ่งก็ด้วยความคล้ายคลึงนี้แหละครับ ที่ทำให้เจ้าสองตัวนี้มักจะเป็นปัญหาอยู่บ่อยๆ

อย่างไรก็ตาม แม้ว่า Another และ Other จะมีความหมายที่คล้ายกันแต่สองคำนี้มีรายละเอียดการใช้งานที่ต่างกันนะครับ

ซึ่งรายละเอียดที่ว่านั้นก็มีดังนี้ครับ

1. ใช้ Another + singular noun เพื่อบอกว่า 'อีกอันหนึ่ง'
เช่น
Would you like another cup of coffee?
รับกาแฟอีกแก้วไหมคะ

2. ใช้ Other + plural noun เพื่อบอกว่า 'อีกที่เหลือ' (แบบไม่เจาะจง)
I love reading, but other people love hanging out.
ฉันชอบอ่านนังสือ แต่คนอื่นๆชอบออกไปเที่ยว
(ไม่้จาะจงว่าคนอื่นๆน่ะใคร)

3. ใช้ The other + singular noun มีความหมายว่า 'อันที่เหลืออยู่'
(กล่าวถึงสิ่งที่เจาะจง ซึ่งคนฟังและคนพูดรู้กันว่าหมายถึงอันไหน)
เช่น
I have two cars. One is a van, the other is an eco-car.
ฉันมีรถอยู่สองคัน คันนึงเป็นรถตู้ อีกคันเป็นรถประหยัดพลังงาน
(the other กล่าวถึงรถของผู้พูด ซึ่งคนฟังรู้ว่า หมายถึงรถอีกคันจากสองคันในตอนแรก)

4. The other + plural noun หรือ the others แปลว่า
'อีกหลายอันที่เหลืออยู่'
(แบบเจาะจง และคนฟังกับคนพูดรู้้กันว่าหมายถึงอันไหน)
เช่น
I chose this place because the other restaurants were not quite good.
ฉันเลือกที่นี้เพราะว่า ร้านอื่นๆที่เหลือนั้นไม่ค่อยดีเท่าไหร่
(the others กล่าวถึงร้านอื่นๆที่เหลืออยู่ ซึ่งคนฟังจะรู้กันว่าร้านไหน)

แต่ถ้าประโยคนี้กลายเป็น

I chose the place because other restaurants were not quite good.
จะแปลเหมือนกันกับประโยคข้างบน แต่จะไม่มีการเจาะจงว่าร้านไหนบ้าง

ป.ล. รูปข้างล่างไม่ได้เกี่ยวอะไรกับโพสต์นี้ซักเท่าไหร่นะครับ ผมแค่ชอบเล่น KOF 55555+

Mobile uploads 17/10/2014

พบกับหนังสือของพี่แอดมินได้ที่ บูธสำนักพิมพ์พราว โซน Atrium # W17 นะคร้าบบบบ

Mobile uploads 11/10/2014

พักหลัง แอดมิน B2 ไม่ค่อยได้อัพโพสอะไร ก็ไม่ได้หายไปไหนนะครับ แต่แอบไปซุ่มทำหนังสือเล่มนี้ต่างหาก!!! พบกันได้ที่งานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติที่ศูนย์ประชุมแห่งชาติศิริกิติ์ ที่บูธสำนักพิมพ์พราวเลยนะครับ ;)

Mobile uploads 04/09/2014

เป็นโพสที่ดีมากๆเลยครับ ลองดูกันนะครับว่าใช้ถูกกันหรือเปล่า
:)

Credit: www.manager.co.th

Mobile uploads 03/08/2014

คำที่เรียกต่างกันใน British English และAmerican English :)

เครดิต: grammarly.com

Photos 14/07/2014

TOEIC Vocabulary
คำศัพท์ในข้อสอบโทอิค

Photos 09/07/2014

วันนี้มีภาพบรรยากาศการเรียนคลาส
Intensive English Listening & Speaking มาฝากค่า

คลาส speaking ของเราจะเป็นกลุ่มเล็กๆน่ารักๆไม่เกินหกคน เพื่อที่นักเรียนทุกคนจะได้เรียนและใช้ภาษาอังกฤษกันได้อย่างทั่วถึง

ทุกรอบสอนสดโดยอาจาร์ยชาวไทยและต่างประเทศผู้เปี่ยมด้วยความรู้และประสบการณ์ ที่จะเรียกทั้งเสียงหัวเราะ เสียงฮา และทำให้ทุกท่าน ฟุดฟิดฟอไฟเป็นภาษาอังกฤษได้อย่างมั่นใจ

สำหรับท่านที่สนใจจะฝึกพูดภาษาอังกฤษในบรรยากาศเป็นกันเอง รอบนี้ยังเหลืออีกสองที่นะคะ

แต่หากอยากยกแก๊งค์พาเพื่อนๆมาเรียนก็สามารถสอบถามรายละเอียดได้ทางแฟนเพจของ enlight knowledge หรืทาง line id : enlightknowlege ค่า

Enlight Knowledge 07/07/2014

คอร์สตะลุยโจทย์ข้อสอบโทอิค
4 ชั่วโมง เพียง 690.-
(จากปกติ 2,590)

ติวกันสุดเข้มกับโจทย์โทอิคทั้ง part reading และ listening ครบเครื่องทุกรายละเอียดและกลยุทธ์การทำคะแนนในข้อสอบ

ในคอร์สนี้ทุกท่านจะได้พบกับ
1.เทคนิคการจับใจความpart listening
ฟังอย่างไรและเตรีมตัวอย่างไรให้ตรงจุด!
2.กฏไวยากรณ์ที่สำคัญและออกบ่อยที่สุดในโทอิค ที่จะทำให้ทุกท่าน
มองโจทย์ปุ้บ ตอบได้ปั้บ!

3.เทคนิคการอ่านแบบรวดเร็ว ประหยัดเวลา แต่ได้ใจความครบถ้วน!

4.ชุดคำศัพท์ที่ออกในข้อสอบโทอิค
100%หมดปัญหาเรื่องไม่รู้ศัพท์อีกต่อไป!

รับประกันคุณภาพการสอนและความเข้มข้นโดย พี่แบงค์
-TOEIC 980/990
- ป.ตรี คณะมนุษยศาสตร์ เอกภาษาอังกฤษ ม.เกษตร

โดยมีให้เลือกสี่รอบ ดังนี้
1. วันจันทร์ที 4 สิงหาคม
เวลา 16:00-20:00

2.วันจันทร์ที่ 11สิงหาคม
เวลา 16:00-20:00

3.วันจันทร์ที่ 18 สิงหาคม
เวลา 16:00-20:00

4.วันจันทร์ที่ 25 สิงหาคม
เวลา 16:00-20:00

ราคาเพียง 790 จาก 2,590.-

*พิเศษ* สำหรับแฟนเพจ
enlight knowledge เพียงแชร์โพสนี้
และจองที่นั่งกับทางเพจโดยตรง เหลือเพียง 690.- เท่านั้น!!

สอบถามรายละเอียดหรือสำรองที่นั่งได้ที่ 083-5431804 และ Line id: enlightknowledge

แล้วพบกันนะครับ :) :)

www.ensogo.com/bangkok/enlight-knowledge-07072014.html

Enlight Knowledge ส่อง Light เติมไฟให้ฝัน! มั่นใจในสนามสอบกับหลักสูตร TOEIC เข้มข้น 4 ชม. – อนุสาวรีย์ฯ

Photos 07/07/2014

All right หรือ Alright

เมื่อไม่กี่วันก่อน ผมได้สอนคลาส Basic Listening-Speaking มาครับ ในคลาสนั้นก็มีการพูดถึงคำว่า All right (มีความหมายว่า ก็ดี ตกลง เอาเถอะ) ซึ่งระหว่างที่ผมสอนอยู่นั้นก็มีน้องคนหนึ่งถามขึ้นมาว่า ' ทำไมเป็น all right ล่ะครับ ทำไมไม่ใ่ช่ alright'

คำถามนี้เป็นคำถามที่ดีมากเลยครับ อันที่จริงตัวผมเองสมัยก่อนก็สงสัยอยู่เหมือนกันแหละว่าไอคำว่า All right กับ Alright เนี่ยจริงๆแล้วมันต่างกันหรือเปล่า

คำตอบคือมันต่างกันครับ

นักไวยากรณ์ภาษาอังกฤษ Bill Walsh ได้กล่าวไว้ในหนังสือ Lapsing into Comma ว่า " We word nerds have known since second grade that alright is not all right"
ซึ่งมีความหมายว่า พวกเราหนอนหนังสือรู้กันตั้งแต่ป.2 แล้วว่า (คำว่า)Alrigth มันไม่ All right (พูดง่ายๆก็คือ Alright มันเป็นคำที่ผิด!)

เช่นกันกับที่ Brian Garner ทนายความและนักเขียนหนังสือภาษาอังกฤษชื่อดังกล่าวไว้ว่า Alright เป็นคำที่ไม่ถูกต้อง และคำที่ถูกต้องคือ All right

แล้วคำว่า Alright มันมาจากไหนกันล่ะ

จริงๆแล้คำว่า Alright เป็นคำี่ที่มาจากความเพี้ยนของภาษา อารมณ์ประมาณคำว่า บ่องตง ที่มาจาก บอกตรงๆของบ้านเรานั่นแหละครับ
เพียงแต่่วา Alright ในปัจจุบันนี้เริ่มเป็นที่ยอมรับมากขึ้น บางตำราก็เริ่มมีการอนุโลมให้ใช้ Alright แทน All right ได้บ้างแล้ว

อย่างไรก็ตามโดยส่วนตัวแล้ ผมเสนอว่าใช้ All right แทน Alright จะดีกว่าครับ เพราะยังไงมันก็ถูก 100% ในขณะที่ Alright (อาจจะ)ถูกสำหรับการเขียนแบบไม่เป็นทางการ (Informal Writing) แต่ผิดเต็มประตูสำหรับการเขียนแบบทางการ (Formal Writing)

ดังนั้น อย่าลืมนะครับว่า คำว่า Alright มันไม่ All right

Photos 06/07/2014

"ผมเคยร้องให้เพราะไม่มีรองเท้าใส่เล่นฟุตบอลกับเพื่อน....ต่อมาผมเห็นชายคนหนึ่งที่ไม่มีแม้กระทั่งเท้าทั้งสองข้าง....ตอนนั้นเองที่ผมตระหนักได้ว่า...ผมโชคดีสุดๆแล้ว"

ซีดานเจ้าของท่า"โหม่ง"อันลือลั่น

ตามกระแสบอลโลกซักนิดนึงนะครับ อิอิ

ต้องการให้ธุรกิจของคุณ โรงเรียน ขึ้นเป็นอันดับหนึ่ง โรงเรียน ใน Bangkok?
คลิกที่นี่เพื่อเป็นสมาชิก?

เว็บไซต์

ที่อยู่


Bangkok

เวลาทำการ

จันทร์ 10:30 - 20:30
อังคาร 10:30 - 20:30
พุธ 10:30 - 20:30
พฤหัสบดี 10:30 - 20:30
ศุกร์ 10:30 - 20:30
เสาร์ 10:30 - 20:30
อาทิตย์ 10:30 - 20:30