Bookdance

Bookdance

แชร์

imagination
knowledge
dance together

29/04/2026

ขอบคุณ FC ที่ส่งภาพนี้มาให้นะคะ 😊

💞Things That Matter สิ่งที่สำคัญ

หนังสือที่จะปลุกให้คุณกล้ากลับมามีชีวิตที่ ‘ใช่’ อีกครั้ง Joshua Becker ชวนเราตั้งคำถามง่าย ๆ แต่สำคัญว่า “สิ่งที่มีความหมายในชีวิตของคุณคืออะไร” และ “คุณกำลังใช้เวลาทั้งชีวิตเพื่ออะไร”

ในยุคที่ผู้คนวุ่นวายกับความสำเร็จภายนอก โจชัวไม่ได้บอกให้เราทิ้งทุกอย่าง แต่เขาชวนมองลึกเข้าไปว่าอะไรกำลังเบี่ยงเบนเราออกจากสิ่งที่สำคัญในชีวิตจริง ๆ

เราจะไม่มีวันค้นพบสิ่งที่มีความหมายจริง ๆ
ถ้าเรายังไม่เคลียร์สิ่งที่ไม่สำคัญออกไปก่อน
จงกล้าพอที่จะไม่ใช้ชีวิตตามความคาดหวังของคนอื่น
การเติบโตภายในไม่ใช่สิ่งที่คุณมีแต่คือ “คุณเป็นใคร”
นี่คือ “คู่มือจัดระเบียบใจ” เพื่อตัดสิ่งรบกวน
และพุ่งไปยัง “ชีวิตที่คุณเกิดมาเพื่อใช้จริงๆ”

#สิ่งที่สำคัญ

28/04/2026

ชวนอ่านรีวิวจากเพจลาไปอ่านหนังสือ...ขอบคุณมากนะคะ

หลายปีที่ผ่านมา ส่วนตัวมักจะได้ยินและสัมผัส... ถึงความยากลำบากในการชีวิตด้วยตัวเอง นับจากวันที่เราต้องเผชิญหน้ากับการทำงาน และยืนด้วย 'ตัวของตัวเอง' ภาระหน้าที่ ความรับผิดชอบมากมาย จู่ๆ ก็โถมเข้ามาพร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมาย

ทั้งที่... การเริ่มต้นทำงานควรจะเป็นจุดที่เรามีโอกาสเก็บเกี่ยวประสบการณ์ และความรู้เพื่อเป็นรากฐานในการเติบโตตามสายงาน แต่... ด้วยทุกสิ่งที่โถมเข้ามาพร้อมๆ กัน ทำให้เราไม่มีเวลามากพอจะคิดและวางแผน 'การเงิน' เราจึงใช้ชีวิตในแบบที่ใช้ไปในแต่ละวัน
- เราไม่รู้ว่า ค่าใช้จ่าย ของเรามีมากน้อยเท่าไหร่
- เราไม่ค่อยใส่ใจกับ 'หนี้บัตรเครดิต' ในแต่ละเดือน
- เราเผลอตัวไปกับ 'ของแบรนด์เนม' เพื่อตอบสนองความสุขแบบปัจจุบันทันด่วน
- เราคิดว่า 'เงินเดือน' จากการทำงานคือความมั่งคง จนลืมไปว่า 'หากวันหนึ่งเราเกิดเหตุฉุกเฉิน' ขึ้น เราแทบไม่มีเงินสำรองเพียงพอเลย
- เราไม่เคยออมเงิน... ในแต่ละเดือนเลย

จริงๆ แล้วยังมีปัญหาอีกมากที่เราไม่ได้นึกถึง... จนวันหนึ่งเราก็พบว่า 'เรามีหนี้มาก... ที่จ่ายเพียงขั้นต่ำ' หรือ 'เรามีเงินเก็บไม่เพียงพอต่อ... ความฉุกเฉินที่เกิดขึ้นจากอุบัติเหตุ การรักษาตัว รวมถึงการตกงาน'

ความจริงพวกนี้โหดร้ายมาก แล้วโดยเฉพาะเมื่อเราเจอกับความคิดเห็นของบางคนที่พุ่งตรงมายัง 'การใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน' ของเราด้วยแล้ว ยิ่งรู้สึกแย่ไปอีก เช่น หากไม่กินกาแฟ หรืองดดูหนัง หรือไปเที่ยว... คุณก็มีเงินเก็บเพิ่มขึ้นแล้ว ประเด็นคือ 'ทุกคนยังต้องใช้ชีวิต' และชีวิตก็สั้นเกินกว่าจะปล่อยให้เราต้องอดทุกอย่าง เพื่อเก็บเงิน

ที่กล่าวมาข้างต้นเป็นปัญหา... ที่หนังสือ Rich AF หรือรวยให้สุด จะเข้ามาช่วยจัดระเบียบและปรับชุดความคิดของเราใหม่ทั้งหมด

แน่นอนว่า 'การลดค่าใช้จ่าย' เป็นเรื่องที่ควรทำเป็นอย่างแรก แต่... ไม่จำเป็นที่เราต้องอด 'กาแฟ' หรือมื้อโปรด แค่ให้เริ่มต้นที่การจัดหมวดหมู่ของค่าใช้จ่ายทั้งหมดใหม่
- หมวดจำเป็น ตัดออกไม่ได้ เช่น ค่าเช่าบ้าน ค่าเดินทาง
- หมวดที่เป็นค่าใช้จ่ายที่อาจจะปรับลดได้บ้าง เช่น ค่าอาหาร ค่ากาแฟ ค่าสาธารณูปโภค
- หมวดที่เป็นค่าใช้จ่ายฟุ่มเฟือย เช่น กระเป๋าใบใหม่ รองเท้าใหม่ รถใหม่

เมื่อเราเห็นค่าใช้จ่ายทั้งหมด... ในแต่ละเดือนอย่างชัดเจน สิ่งต่างๆ จะง่ายขึ้น เรารู้รายรับของเราอยู่แล้ว เมื่อหักด้วยค่าใช้จ่ายแล้ว หากผลออกมาเป็นบวก เท่ากับว่า 'เรามีเงินเกินดุลอยู่' ซึ่งนับว่าโอเค แต่... ถ้าไม่ใช่ อันนี้ต้องเริ่มต้นที่การปรับลดค่าใช้จ่ายโดยด่วน

ถัดมาให้กำหนดและสร้างแต่ละบัญชีใหม่จากการแบ่งรายได้ในแต่ละเดือนขึ้นมาดังนี้
1. บัญชีรายจ่าย เท่ากับ 50% ของรายได้
2. บัญชีสิ่งของที่อยากได้ เท่ากับ 30% ของรายได้
3. บัญชีสำหรับการออม เท่ากับ 20% ของรายได้

นี่เป็นจุดเริ่มต้นที่จะปฏิวัติชุดความคิดของเราให้ได้ โดยทำให้เรามีพื้นที่มากพอจะหายใจได้ทั่วท้อง... ในขณะเดียวกัน หากเรารู้สึกว่ารายได้ไม่เพียงพอต่อค่าใช้จ่าย แม้ว่าจะปรับลดแล้วก็ตาม สิ่งที่หนังสือเล่มนี้แนะนำ ซึ่งเป็นบริบทที่อาจจะไม่ได้เหมาะกับเราขนาดนั้น... ก็คือ 'ให้ต่อรอง' เรื่องเงินเดือนกับที่ทำงาน (ในกรณีที่เราเก่งพอ หรือมีทักษะที่หาคนทดแทนได้ยาก) หรือไม่ก็หาโอกาสในการทำงานที่ใหม่ เพื่อปรับเงินเดือนให้สูงขึ้น คู่ขนาดกันไป อาจจะมีค่าใช้จ่ายบางอย่างที่เราสามารถปรับลดได้ ด้วยการ 'ต่อรอง' กับผู้ใช้บริการ อาจจะเป็นส่วนลดประกันชีวิต ค่าโทรศัพท์ เป็นต้น

ข้อคิดที่ชอบก็คือ 'ถ้าเราไม่ต่อรอง แปลว่าเราไม่ได้' แต่ถ้าลองดู ก็มีโอกาสที่เราจะได้รับสิ่งนั้น

แค่... รู้รายจ่าย มีบัญชีการออม ก็ไม่ได้หมายถึงเราจะรวยได้ เพราะเงินออมก็คงเป็นเงินออมเท่านั้นแหละ จนกว่าเราจะใช้ 'เงินทำงาน' แทนเรา จากบัญชีการออม ให้แบ่งเงินบางส่วนเป็นเงินสำรองฉุกเฉิน และอีกส่วนหนึ่งเป็นเงินลงทุนผ่านสินทรัพย์ต่างๆ

ทุกวันนี้
ความรู้เกี่ยวกับการลงทุนหาได้ไม่ยากเลย สินทรัพย์ที่ให้เราเลือกลงทุนก็มีมากมาย ตั้งแต่กองทุนรวม ไปจนถึงการลงทุนเองผ่านตลาดหลักทรัพย์ แต่.. จะลงทุนในสินทรัพย์อะไร สิ่งสำคัญคือเราต้องรู้ว่าเราแบกรับความเสี่ยงได้มากน้อยแค่ไหน และเราคาดหวังผลตอบแทนเท่าไหร่ต่อปีด้วย

หากเราคาดหวังผลตอบแทนน้อย... อาจจะเลือกลงทุนในสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงต่ำ เช่น กองทุนตราสารหนี้ระยะสั้น แต่.. โลกปัจจุบัน หากนับผลตอบแทนเฉลี่ยย้อนหลัง และมองว่าเศรษฐกิจในระยะยาวจะเติบโตได้เช่นนี้ต่อไป แม้จะมีวิกฤติเกิดขึ้นเป็นครั้งคราว การลงุทนในกองทุนดัชนีของประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่ๆ อย่างสหรัฐ (S&P500) ก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่ง

นอกจากจัดการค่าใช้จ่ายแล้ว มีการลงทุนแล้ว สิ่งที่ยังต้องกังวลสำหรับหลายคนก็คือ 'การส่งเงินให้กับพ่อแม่' เพื่อเป็นการตอบแทนบุญคุณ หรืออาจจะเป็นการช่วยเหลือเลี้ยงดู ซึ่งหากเป็นการเริ่มต้นทำงานใหม่ๆ หรือแม้แต่ทำงานเป็นระยะเวลานานแล้วก็ตาม การกำหนดขอบเขตในการบอกกล่าวไว้นั้นสำคัญมาก ให้ได้เท่าที่ให้... ที่ไม่เดือดร้อนกับตัวเอง

สุดท้าย เรื่องของการลดหย่อนภาษี เป็นอีกเรื่องที่สำคัญมากๆ เพราะใช่ที่เรามีหน้าที่ต้องเสียภาษี แต่.. ก็ไม่ใช่ที่เราจะไม่ใช้สิทธิลดหย่อนภาษี เพราะงั้นคิดและวางแผนให้ดี ปัจจุบันในไทยเองมี กองทุนลดหย่อนภาษีให้เลือกมากมาย ทั้ง RMF และ THAIESG ซึ่งสิทธิประโยชน์และการยกเว้นอาจจะแตกต่างกันในเชิงระยะเวลา (ต้องศึกษาเพิ่มเติม)

โดยรวมหนังสือเล่มนี้
เป็นเล่มที่น่าสนใจมากๆ เริ่มจากปรับชุดความคิด และตีแผ่ความคิดของคนรวย การปรับลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ สร้างพอร์ตการลงทุน และสุดท้ายทั้งหมดก็เพื่อทำให้เราได้ใช้ชีวิตในแบบที่เราต้องการ
'มีเงินพอจะซื้อสิ่งต่างๆ ได้ แต่เราก็ไม่ได้ซื้อทุกอย่างเพียงเพราะอยากได้'

ปล. ในเล่มอ้างอิงบริบทของ US ทั้งหมด ทำให้เรื่องเกี่ยวกับภาษีและการลงทุนจะเป็นรายละเอียดที่อยู่บนฐานของ US ครับ

Bookdance

14/04/2026

ชวนอ่านรีวิวจากเพจลาไปอ่านหนังสือ ดีต่อใจมากๆ

ชีวิตนี้...​ สั้นนัก เอาเข้าจริง แต่ละคนมีเวลาอยู่อย่างจำกัด ในโลกและสังคมที่มุ่งเน้น 'ผลิตผล' กันอย่างหนักหน่วง การเปรียบเทียบและการพยายามจะผลักดันให้ 'ตัวเอง' หลุกพ้นจากกับดักและวัฏจักรของการดิ้นรนนั้น ไม่ใช่เรื่องง่าย หลายคนรวมถึงผมเอง มองหาความมั่งคั่งและความมั่งคงจาก 'ฐานะการเงินที่เพียงพอต่อการดำรงชีวิต และหล่อเลี้ยงจิตใจ' และสำหรับคนอีกจำนวนมาก ไม่ได้มีเพียงแค่ 'ตัวเราเพียงลำพัง' ยังมีผู้คนรอบข้างที่เราต้องดูแลและให้การสนับสนุน

ชีวิตที่เป็นลักษณะนี้... ดูเหมือนจะมีความหมาย แต่เรากลับขาด 'ความสุข' ที่ใฝ่ฝันในหลายขณะเลย... แล้ว 'ชีวิตที่มีความสุข' กับ 'ชีวิตที่มีความหมาย' ในความเป็นจริงแล้วต้องเป็นแบบไหนกัน เราถึงจะ 'สัมผัสกับชีวิตที่แท้จริงได้' เวลาก็จำกัด ทรัพยากรอื่นๆ ในชีวิตที่มีก็จำกัด นั่นเป็นความยากที่บางทีเราก็ไม่สามารถนิยามหรือให้คำจำกัดความได้อย่างถูกต้องและเหมาะสมเลย

Life in Three Dimension หรือชีวิตในสามมิติ เป็นหนังสือที่อธิบายเรื่อง 'ความสุข' และ 'ความหมาย' ของชีวิตได้อย่างละเอียดและน่าสนใจมาก (เป็นเล่มที่ใช้เวลาอ่านหลายวันเลย เพราะอ้างอิงงานวิชาการจำนวนมาก ส่วนตัวเลยต้องค่อยๆ อ่านและทำความเข้าใจไปด้วย)

ชีวิตที่มีความสุข : นับตั้งแต่เราลืมตาขึ้นมาบนโลกใบนี้ สิ่งแรกๆ โดยส่วนใหญ่ที่เราได้รับการปลูกฝังก็คือ 'ใช้ในชีวิตอย่างมีความสุข'

ความสุขที่ได้ทำ
ความสุขที่ได้กิน
ความสุขที่ได้มี... แล้วก็อีกมากมาย จนเรารู้สึกอยู่บ่อยครั้งว่า 'เราต้องมีความสุข' กับทุกเรื่องจริงๆ หรือ แล้วคนอื่นๆ ที่เรามองเห็น พวกเขาเหล่านั้นก็ดูจะมีความสุขอยู่ตลอดจริงๆ หรือ ทั้งหมดนี้จึงเหมือนกับเราถูกกดดันว่า 'ชีวิตที่ดีต้องมีความสุข' ทำให้เราก้มหน้า... และใช้ชีวิตต่อไปเรื่อยๆ ไม่ว่าเราจะใช้มันเพื่อสิ่งใด แต่.. ใดๆ คือ 'เราต้องมีความสุข'

กับดักที่น่ากลัว.... ว่าวันหนึ่งเราจะพบกับความจริงว่า 'เราไม่ได้มีความสุขกับทุกเรื่องราวเลย' เราแค่ปล่อยผ่านให้มันเป็นไปอย่างที่มันเป็น โดยที่เราไม่ได้ลงทำสิ่งใดเพื่อตัวเองเลย สุดท้ายในวันที่ 'เวลา' เหลืออยู่ไม่มาก เราจะพบกับความเสียใจและคำถามที่เกิดขึ้นอยู่ตลอดช่วงเวลาที่เหลือว่า 'ทำไมเราถึงได้ไม่ทำสิ่งนั้น... ในตอนที่ยังทำได้'

ชีวิตที่มีความหมาย : เมื่อมนุษย์เริ่มยืนขึ้นได้ และมีความคิดเป็นของตัวเอง เราก็มักจะตั้งเป้าหมายว่า 'จะทำสิ่งใดสิ่งหนึ่ง' ให้สัมฤทธิ์ผล เมื่อเราทำได้สำเร็จ ก็เหมือนกับชีวิตนั้นมีความหมายขึ้นมาทันที แล้วเราก็วิ่งไล่ไขว้คว้าสิ่งต่างๆ อยู่ตลอดเวลา สร้างสรรค์ ก้าวไปข้างหน้า ไม่หยุดยั้ง เวลาที่มีถูกใช้ไปกับ 'การค้นหาความหมาย' ของชีวิต

วันหนึ่ง... ในอนาคต
แน่นอนว่าเราอาจจะไม่เสียใจกับสิ่งที่ผ่านไป แต่นั้นเป็นความหมายที่แท้จริงของชีวิตจริงหรือ ยังไม่นับกับดักบางอย่างที่หลายคนเจอ ทั้งภาวะหมดไฟ ความเครียดสะสม และอื่นๆ ที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาวะทางจิตใจ

พออ่านมาถึงตรงนี้
ความสุขก็อย่างหนึ่ง
ความหมายของชีวิตก็อีกอย่างหนึ่ง มนุษย์เราต้องเลือกที่จะทำหรือเป็นอย่างใดอย่างหนึ่งจริงๆ หรือ เรามีความสุขไปพร้อมกับการมีความหมายในชีวิตได้หรือไม่.. แน่นอนว่า 'เราเลือกได้' แต่... ประเด็นสำคัญก็คือ เรายังมีทางเลือกที่สามที่จะ 'สร้างความทรงจำที่ดี' ให้กับตัวเอง ไปพร้อมๆ กับการมีความสุขและยังต้องความหมายของชีวิตไปพร้อมๆ กันได้ด้วย หรือบางทีการคงอยู่ของแนวทางที่สาม อาจจะช่วยเติมเต็ม 'ชีวิต' ให้เรารู้สึกถึงสิ่งที่เรียกว่า 'ความรุ่มรวยทางจิตวิทยา' ได้ ที่ซึ่งเกิดขึ้นจาก Curiosity หรือความสงสัยใคร่รู้.... ในสิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้นนั้น 'ติดตัว' เรามาตั้งแต่วัยเด็ก เมื่อเราคิดย้อนกลับไปแม้แต่สิ่งของเพียงเล็กน้อย ก็สร้างความประหลาดใจให้กับเราได้อย่างน่าอัศจรรย์ แต่... น่าเสียดายที่คุณสมบัตินี้ค่อยๆ จางหายไปเมื่อเราเติบใหญ่ขึ้น นั่นทำให้เรามีทางเลือกในชีวิตลดลง

สำหรับผม
ชีวิตที่เต็มไปด้วย 'ความรุ่มรวยทางจิตวิทยา' นี้น่าสนใจ... ตรงที่เราเองก็ไม่ค่อยได้สังเกตถึงสิ่งนี้เสียเท่าไหร่ ทั้งที่เอาเข้าจริงแล้ว ส่วนตัวพบว่า 'เหตุการณ์จำนวนมากที่เกิดขึ้นกับชีวิตเราทั้งประจำวันและเฉพาะกิจ' นั้น มีรูปแบบของสิ่งนี้แฝงอยู่ภายในเสมอ

โดยส่วนมากแล้วจะเกิดขึ้นกับ 'เหตุการณ์ที่แปลกใหม่ ซับซ้อน และเปลี่ยนความคิดจากการตั้งแง่ในตอนต้นสู่บทสรุปที่น่าสนใจในตอนท้าย' ตัวอย่างเช่น เราอาจจะพบกับการท่องเที่ยวที่มีการเปลี่ยนแปลงโปรแกรมกระทันหัน แล้ว.. เราบังเอิญได้เจอกับสิ่งที่ดีกว่า หรือเราเจอกับอุปสรรคในการทำงาน.... แต่สามารถค้นหาวิธีการที่แก้ไขจนนำไปสู่ผลสำเร็จ เป็นต้น

เหล่านี้ล้วนแต่สร้าง 'ความประทับใจ' ในความทรงจำที่ดี ซึ่งนับว่า 'ความรุ่มรวยทางจิตวิทยา' นี้ช่วยเสริมให้เรามองเห็น ไปพร้อมกับการสัมผัสทั้งคุณค่าและความสุข... ได้ดีเลย

ในขณะเดียวกัน
เรายังพบการแก้ไขปัญหาบางอย่างเกี่ยวกับการมุ่งเน้นเพียง 'ความหมายของชีวิต' เพียงอย่างเดียวได้ จากการลดความจริงจังลดลง ผ่อนคลายด้วยการพักผ่อน หรือลดเวลาการทำงาน... ลง ซึ่งจะช่วยให้เราไม่ต้องเผชิญหน้ากับความเครียดสะสม ไปจนถึงภาวะหมดไฟอย่างที่กล่าวไว้ในตอนต้น อีกด้านหนึ่ง 'หากเราตระหนักว่าความสุขนั้น... ไม่จำเป็นต้องมีอยู๋ในทุกช่วงเวลาแล้ว' เราจะลดแรงกดดันจากการเปรียบเทียบ หรือความอิจฉาซึ่งเป็นอารมณ์ความรู้สึกที่เกิดขึ้นได้ง่ายมาก เมื่อเราได้รับแรงกระตุ้นจากโซเชียลมีเดีย

โดยรวมหนังสือเล่มนี้
มีความน่าสนใจ และนำเสนอแนวทางที่มากกว่าการค้นหาความหมายของชีวิต หรือเพียงแค่ใช้ชีวิตอย่างมีความสุข โดยที่เราไม่รู้เลยว่า 'ปลายทางของความสุขนั้นจะนำไปสู่สิ่งใด' เช่นเดียวกับ 'ความหมายของชีวิต' เพราะเชือกที่ดึงจนตึงสักวันก็จะขาด... เมื่อวันนั้นมาถึง บางทีเราอาจจะพบว่า 'ททุกสิ่งล้วนไร้สาระ' และหาแก่นสารไม่เจอ อย่างไรก็ตาม ทุกอย่างล้วนมีช่องว่างระหว่างบรรทัดเสมอ หากเราเรียนรู้ และลดอัตตา พร้อมๆ กับอคติบางอย่างลง เราอาจจะเติมเต็ม 'ส่วนผสม... ที่ทำให้ชีวิตมีความรุ่มรวยทางจิตใจผ่านสิ่งที่ต่างออกไป' ก็น่าจะดีไม่น้อย

Bookdance

10/04/2026

ชวนอ่านรีวิวจากหมอแพมชวนอ่านค่ะ....ดีต่อใจมากๆ ขอบคุณนะคะ

#5หลักการเลี้ยงลูกให้ได้ดี
(The 5 principles of parenting)
เป็นหนังสืออีกเล่ม
ที่แนะนำ หากคุณพ่อคุณแม่เชื่อว่า
"การเลี้ยงลูกแบบทางสายกลาง" ดีที่สุด
แต่ไม่รู้จะเริ่มจากตรงไหน
และไม่รู้ว่า คำว่า "กลาง"
เอาอะไรมาชี้วัด
Dr.Aliza Pressman
นักจิตวิทยาพัฒนาการ
คุณแม่ผู้มีประสบการณ์ตรง
ทั้งการเลี้ยงลูกตนเอง
และ คอยให้คำแนะนำแก่ครอบครัวที่มีปัญหา
จะค่อยๆแนะนำเพื่อให้เรา
เป็นพ่อแม่ที่ "รู้ตัวไว"
ว่าพอดีของตัวเรา
และดีพอสำหรับลูกเราทำอย่างไร
จริงๆหลักการ
ก็เป็นสิ่งที่ทุกคน (เหมือนจะ) รู้
คือ ไม่ว่าอย่างไร
#ต้องเริ่มจากตัวคุณพ่อคุณแม่
(ผู้เลี้ยงดูหลัก)ก่อน
เด็กทุกคนมีช่วงวัยพัฒนาการเหมือนกัน
แต่กระนั้น พื้นฐานอารมณ์เฉพาะตัว
อาจจะทำให้พฤติกรรม
ของเด็ก หรือแม้แต่ตัวผู้เลี้ยงดูเอง
มีความยูนีค เฉพาะตัว
เหมือนความน่าจะเป็นนั่นแหละ
เรากับลูกมาเจอกัน
ก็จะเป็นส่วนผสมของประสบการณ์ที่ไม่เหมือนบ้านใดเลย
ดังนั้น เราจะไม่มีคำตอบ
ปัญหาที่แก้ได้กับทุกเรื่องของเรา
เราต้องทำความเข้าใจในหลักการ
เลข 5 ของหนังสือเล่มนี้
คือ 5R ได้แก่
● Relationships - สายสัมพันธ์อันดี พื้นที่ปลอดภัย
● Reflection - ไตร่ตรอง ทบทวนสิ่งที่ได้เรียนรู้ร่วมกันเสมอ
● Regulation - ควบคุมตนเอง (ของผู้เลี้ยงดู) แล้วเด็กจะเรียนรู้ที่จะควบคุมตัวเอง
● Rules - กฏเกณฑ์ที่จะทำให้การอยู่ร่วมกันในครอบครัว ราบรื่น
● Repair - ซ่อมแซม จริงๆหนังสือจะสื่อว่า เราสามารถแก้ไขได้ในทุกๆความผิดพลาด
หนังสือเล่มนี้ ไม่ได้เสนอวิธีการรับมือกับพฤติกรรมเด็ก
แต่ให้คุณได้ใช้เวลาใคร่ครวญ
และบอกแนวทางที่เป็น #หลักการสำคัญ เพื่อให้คุณ เป็นคนที่พร้อมจะเลี้ยงดูมนุษย์คนหนึ่งได้อย่างดี

เราอาจจะควบคุมสถานการณ์
หรือ สิ่งที่จะเกิดไม่ได้ทั้งหมด
เพราะในการเลี้ยงดูเด็ก
เราต้องเจอกับสถานการณ์"หน้างาน" เสมอ
แต่ #เลือกวิธีการตอบสนองที่เหมาะสมได้
เมื่อเกิดปัญหา เด็กร้องไห้ โวยวาย พี่น้องหยุมหัวกัน ฯลฯ
เราส่วน มีชุดความรู้ว่า
การตอบสนองที่เรียกว่า เลี้ยงลูกเชิงบวก
เป็นอย่างไร

แต่!
ทุกคนคงเคยมีประสบการณ์
ต่อให้มีความรู้มากมายเท่าไหร่
ไม่ง่ายเลยที่เราจะตอบสนองได้อย่างที่ ความรู้เหล่านั้นบอกไว้

ดังนั้นเริ่มที่การควบคุมตัวเอง
Dr.Aliza เสนอหลักการ BALANCE ถ้าให้หมอเล่าง่ายๆคงประมาณ
คาถาเรียกสติ ขั้นตอน ดึงให้อารมณ์เดินทางช้าลง สติปัญญาที่จะแก้ไขจะได้มาทัน
ฺB: breathing หายใจเข้าออกลึกๆ เวลาอารมณ์ปั่นป่วนกับเหตุการณ์ตรงหน้า หายใจเข้าออกยาวๆ เหมือนเป็นการใส่ password ให้ สติ ของตัวเราเอง
A: acknowledge ยอมรับ และประเมินเร็วๆว่า เรารับมือกับอะไรอยู่
L: let it go ปล่อยวาง ภาระทางใจเสียบ้าง
A: assess ประเมิน ตัวเรา และ ลูก ว่าอยู่ในภาวะไหน
์N: notice สังเกตร่างกาย ตัวเรา และลูก
C: connect เชื่อมต่อกับลูกให้ได้ก่อน
E: engage ตอบสนอง
หมอมีประโยคทองของหนังสือ ที่อ่านแล้วชอบมาก
หลายหน้ามากค่ะ จะเล่าเป็น Highlight
"งานวิจัย ไม่เคยหยุดนิ่ง
การศึกษาทดลองทั้งหลายดำเนินตามบริบทบางอย่าง ซึ่งนั่นไม่ใช่บริบท
เฉพาะของครอบครัวคุณ....
คำตอบแบบตายตัว อาจชวนให้สบายใจ เหมือนว่ามีบางวิธีที่ใช้เลี้ยงลูกให้บรรลุผลได้ ถ้าเพียงแค่คุณกับลูกทำตัวให้เป๊ะ ทำนองว่า โอ้ ดีจัง มีคำตอบที่ชัดเจนเสียที
ภาพลวงตาของความแน่นอน
ดึงดูดใจอย่างเหลือเชื่อ
แต่อย่างที่คุณรู้ ไม่มีคำตอบที่แน่นอนสำหรับปัญหาการเลี้ยงลูกของคุณบอกไว้หรอก
ทางสายกลางอาจจะไม่เร้าใจ
แต่เชื่อเถอะ ว่าไปต่อได้ง่ายกว่า"
"ใครๆก็อยากให้ลูกตัวเองมีชีวิตที่ราบรื่นสุขสบาย ไม่ค่อยเจ็บปวด ได้หัวเราะรื่นเริง
แต่มันไม่มีทางเป็นแบบนั้นได้ทุกวันหรอก ชีวิตจริงย่อมต้องเผชิญปัญหาและอุปสรรค อย่างไม่อาจเลี่ยง
เราไม่จำเป็นต้องทำให้วัยเด็ก
เป็นเหมือนวัยผู้ใหญ่ได้ทันที
แต่เราช่วยให้ลูกยอมรับความจริง
ของการมีชีวิตในโลกที่ไม่สมบูรณ์แบบได้....วิทยาศาสตร์บอกให้เรารู้ว่าการเลี้ยงดูของพ่อแม่ มีอิทธิพลที่สุดต่อสุขภาวะของลูก ซึ่งเราเป็นพ่อแม่ที่ควบคุมพฤติกรรมตัวเองได้ "บ่อยกว่า" ไม่ได้ นั่นก็เพียงพอแล้ว (เราจะพัฒนาได้เรื่อยๆ)"
พ่อแม่สมัยนี้ ตระหนักว่าสายสัมพันธ์เป็นเรื่องสำคัญ และพวกเขาก็หวาดกลัวว่าการทำพลาดเพียวครั้งเดียวจะทำลายสายใยนั้น.....ยืนยันกับคุณตรงนี้เลยว่า
เด็กส่วนใหญ่ สร้างสายสัมพันธ์ที่มั่นคงได้ แม้พ่อแม่จะมีตารางงาน
หรือเวลานอนที่แตกต่างกัน
แม้พ่อแม่จะมีการตอบสนองต่อความเครียดตามประสามนุษย์ก็เถอะ
วิทยาศาสตร์บอกเราว่า
หากผู้ดูแลตอบสนองต่อความต้องการของทารก ไ ด้ บ่ อ ย ก ว่ า ไ ม่ ไ ด้
นั่นก็เพียงพอแล้ว ต่อการสร้างสายสัมพันธ์ที่มั่นคง
นี่เป็นตัวอย่าง
หมอคิดว่าถ้อยคำในหนังสือ
ไม่ได้ปลอบประโลม แบบโลกสวย
แต่มีหลักฐานยืนยัน
ซึ่งพอเราอ่านแล้ว ใจความสำคัญคือ
แค่เรา ทำได้ มากกว่ ทำไม่ได้
ควบคุมตัวเอง เข้าใจตัวเองและลูก
เราก็เป็นพ่อแม่ที่ดีพอสำหรับลูกของเราแล้ว
หนังสือดีค่ะ ลองไปหามาอ่านกัน
หมอแพม

Photos from Bookdance's post 08/04/2026

🌍 มัดรวมคู่มืออยู่รอดในโลกยุคใหม่
โดยยังคงหัวใจ 'มนุษย์' ไว้

โลกเปลี่ยนเร็ว เทคโนโลยีเปลี่ยนเร็ว กระแสเปลี่ยนเร็ว
แต่มีอยู่อย่างหนึ่ง ที่เราไม่อยากให้เปลี่ยน
💙 "ความเป็นมนุษย์"

ยุคนี้ไม่ขาดข้อมูล ไม่ขาดเครื่องมือ ไม่ขาดโอกาส
แต่หลายคนรู้สึกว่า... ตัวเองกำลังหายไป

หายไปในความเร่งรีบ
หายไปในเสียงรบกวน
หายไปในชีวิตที่ยุ่งแต่ไร้ทิศทาง 🌀

Bookdance จึงมัดรวม 7 เล่ม คู่มืออยู่รอดในโลกยุคใหม่
ที่ไม่ได้สอนให้เราแข่งกับโลก
แต่สอนให้เรา กลับมาหาตัวเอง 🫶

✨ รอดด้วยการค้นพบความรุ่มรวยทางจิตใจ
💚 รอดด้วยการเข้าใจร่างกายตัวเอง
💛 รอดด้วยการสร้างความมั่งคั่งที่ลึกกว่าตัวเลข
🤍 รอดในฐานะพ่อแม่ที่ไม่สมบูรณ์ แต่รักลูกสุดใจ
🌿 รอดด้วยการไม่ละทิ้งสิ่งที่สำคัญจริงๆ ในชีวิต
🌸 รอดด้วยการค้นพบความสุขที่แท้จริงสามประการ
🕊️ และรอดด้วยความสงบนิ่ง ท่ามกลางโลกที่วุ่นวาย

เพราะการอยู่รอดที่ดีที่สุด
คืออยู่รอด - โดยยังเป็น "มนุษย์" อยู่ 💙

ด้านล่างนี้ เราได้มัดรวมคู่มืออยู่รอดในโลกยุคใหม่
โดยยังคงหัวใจของความเป็นมนุษย์ไว้

📖 คลิกอ่านและแชร์ได้เลย

#อ่านไปเต้นไป #อ่านไปเต้นไปกับBookdance

07/04/2026

"เก็บให้ครบทุกเรื่องใหม่ที่เล็งไว้!
ซื้อ E-Book ของ Bookdance ที่ Pinto คุ้มกว่าเดิม
ลดสูงสุด 15% เลือกอีบุ๊กเลยที่ > https://pintobook.short.gy/oZpjpm
โค้ดพิเศษ! เฉพาะแฟนสำนักพิมพ์
ใส่โค้ด BOOKDANCE15 ลดเพิ่ม 15%
ลดสูงสุด 100.- เมื่อซื้อขั้นต่ำ 300.-
*โค้ดใช้ได้เฉพาะสำนักพิมพ์ Bookdance เท่านั้น
และมีโค้ดอื่นๆ ให้เลือกใช้อีกเพียบ!
วันนี้ - 17 เม.ย. 69
ช้อปเลยที่ pintobook.com
"

06/04/2026

เจอกันใหม่นะคะ 😊

06/04/2026

🎉🎉ประกาศ ประกาศ สายอ่าน E-BOOK มาทางนี้
หนังสือของ BOOKDANCE สามารถอ่านในรูปแบบ E-BOOK ผ่านสามช่องทางนี้ค่ะ

✅MEB

https://shorturl.asia/FYByU

✅ปิ่นโต อีบุ๊ก

https://shorturl.asia/xR4dP

✅นายอินทร์
https://shorturl.asia/dM2zt

อ่านให้สนุกกันนะคะ 😊

Photos from นายแพทย์ประเสริฐ ผลิตผลการพิมพ์'s post 06/04/2026

🤗💥คู่มือพ่อแม่ที่ทุกคนรอคอย วางแผงแล้วนะคะ

#5หลักการเลี้ยงลูกให้ได้ดี

04/04/2026

คุณไอซ์ รักชนก
กับหนังสือสามเล่มใหม่ของ bookdance

ถุงผ้า dance with book มีที่บูธ H14

อ่านให้สนุกนะคะ

ต้องการให้ธุรกิจของคุณ ธุรกิจ ขึ้นเป็นอันดับหนึ่ง บริษัท สื่อ ใน Bangkok?
คลิกที่นี่เพื่อเป็นสมาชิก?

เว็บไซต์

ที่อยู่


315/8 ซอยลาดพร้าว 94 (ปัญจมิตร) แขวงพลับพลา เขตวังทองหลาง
Bangkok
10310