SIAM FOREX

SIAM FOREX

แชร์

เที่ยวถ่ายรูป รอบรู้ข่าวสารและกลวิธีการลงทุนอสังหาริมทรัพย์ โครงการใหม่ ทำเลดีมีศักยภาพ

11/08/2024

AUDNZD

ใน TF D1 ราคายก low ยก High ยังมองเป็นเทรนขาขึ้นอยู่
เล่นหน้า BUY มีโอกาสชนะมากว่า จุดตัดขาดทุนสั้นมาก ตามรูป

หลวงปู่โต๊ะ วัดประดู่ฉิมพลี | ไปเที่ยวกัน 04/08/2023

หลวงปู่โต๊ะ วัดประดู่ฉิมพลี
เกจิ อาจารย์ ผู้สร้าง วัตถุมงคลเลื่องชื่อ พระปิดตา มูลค่าหลักล้าน

หลวงปู่โต๊ะ วัดประดู่ฉิมพลี | ไปเที่ยวกัน หลวงปู่โต๊ะ วัดประดู่ฉิมพลี เกจิ อาจารย์ ผู้สร้าง วัตถุมงคลเลื่องชื่อ พระปิดตา มูลค่าหลักล้าน

ไอเดียปลูกไม้เลื้อยซุ้มบังแดด-ปลูกง่ายได้ร่มเงา 24/02/2023

ไอเดียปลูกไม้เลื้อยซุ้มบังแดด-ปลูกง่ายได้ร่มเงา สำหรับใครที่ปลูกบ้านหันหน้าไปทางทิศตะวันออกหรือทิศตะวันตก ปัญหาที่มักพบได้บ่อยคือแสงแดดส่องเข้ามาทำใ.....

10-ปัญหายอดฮิตที่มักพบบ่อยภายในบ้าน 05/02/2023

ทริคดีๆ

10-ปัญหายอดฮิตที่มักพบบ่อยภายในบ้าน บ้าน คือสถานที่ที่ปลอดภัยที่สุด อยู่แล้วสบายใจที่สุด เป็นที่ที่พร้อมให้เราทิ้งตัวได้แบบไร้กังวล แต่ในข.....

Thailand Flood Monitoring System 26/02/2022

เลือกซื้อที่ดิน บ้าน ให้ห่างไกลจากน้ำท่วม
1. โซนผังเมือง : โซนสีต่างๆ ที่ปรากฎในผังเมืองเป็นตัวบ่งชี้ว่า เมืองนั้นๆ กําหนดแนวทางการใช้พื้นที่ดินแต่ละเขตเป็นอย่างไร มีการใช้งานในลักษณะใดบ้าง เช่น พาณิชยกรรม ที่อยู่อาศัย หรือพื้นที่เกษตรกรรม เป็นต้น
จากกรณีน้ำท่วม เราจึงเห็นได้ว่าพื้นที่ฝั่งตะวันออกของกรุงเทพฯ เช่น เขตหนองจอก มีนบุรี คลองสามวา ลาดกระบัง ซึ่งเป็นพื้นที่ที่กําหนดเป็นโซนสีเขียวและเขียวทแยง ซึ่งเป็นพื้นที่ชนบทและเกษตรกรรม และพื้นที่ชนบทอนุรักษ์และเกษตรกรรม จึงได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมเป็นจํานวนมากเนื่องจากอยู่ในเส้นทางการระบายน้ำและรัฐมิได้กําหนดให้เป็นพื้นที่อยู่อาศัย
2. แนวคันกั้นน้ำ : ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลจะมีการวางตําแหน่งคันกั้นน้ำ เพื่อการบริหารจัดการน้ำอย่างมีประสิทธิภาพ ตั้งแต่เหนือจรดใต้และครอบคลุมทั้งสองฝั่งตะวันออกและตะวันตก โดยแนวคันกั้นน้ำจะมีความสูงต่ำแตกต่างกันและมีลักษณะซ้อนกันเป็นชั้นๆ ที่สัมพันธ์กับตําแหน่งคู คลองธรรมชาติ เพื่อป้องกันน้ำจากทางตอนเหนือเข้าท่วมบริเวณพื้นที่กรุงเทพชั้นกลางและชั้นใน ดังนั้นการเลือกซื้อบ้านหรือที่ดินที่อยู่ภายในแนวคันกั้นน้ำก็จะช่วยลดความเสี่ยงเรื่องน้ำท่วมได้ระดับหนึ่ง
3. ตําแหน่งคู คลอง แหล่งน้ำธรรมชาติ : เส้นทางการเคลื่อนที่หลักๆ ของน้ำจะเอ่อล้นมาจากเส้นทางน้ำธรรมชาติคือ คู คลองต่างๆ ที่มีอยู่ทั่วเมืองและจากท่อระบายน้ำต่างๆตามถนนหนทางหน้าบ้านของเรา และการมาของน้ำทั้งสองทางนี้จะป้องกันได้ยากที่สุด
4. ความสูงต่ำของที่ดิน/ ที่ตั้ง (Topography) : หากเลือกที่ดินสําหรับปลูกบ้าน ในพื้นที่ที่มีระดับสูงกว่าจะมีความเสี่ยงจาก น้ำน้อยกว่า สําหรับข้อมูลส่วนนี้สามารถแสดงให้เข้าใจง่ายด้วยภาพตัดขวางแสดงระดับถนนภายนอกโครงการเข้าสู่ถนนซอยภายในจนถึงระดับความสูงของที่ดินแต่ละแปลง และระดับพื้นชั้นล่างของบ้านแต่ละหลัง
5. เส้นทางน้ำไหล : เมื่อฝนตกลงบนผิวดิน น้ำส่วนหนึ่งจะซึมลงไปในดิน และอีกส่วนหนึ่งจะเป็นอยู่บนผิวดิน ส่วนที่เป็นน้ำบนผิวดินจะไหลลงสู่ที่ต่ำและไหลลงไปสู่แม่น้ำลําคลอง ฉะนั้นการเลือกตําแหน่งในการปลูกสร้างบ้านเรือนต้องไม่ขวางทางที่น้ำไหลผ่าน ก่อนจะสร้างบ้านหรือซื้อที่ดินต้องลองสังเกตว่าเมื่อฝนตกลงมาแล้ว เส้นทางการไหลของน้ำฝนได้ผ่านแนวที่ดินของเราหรือไม่ หากน้ำไหลผ่านให้ควรหลีกเลี่ยง
6. มาตรการป้องกันน้ำท่วม : ข้อมูลนี้เป็นประเด็นสําคัญที่ลูกค้าควรสอบถาม เพื่อความมั่นใจในยุคหลังน้ำท่วมครั้งนี้ว่า แต่ละโครงการได้มีการเตรียมการหรือมีแผนรองรับเหตุน้ำท่วมที่อาจเกิดขึ้นได้ในอนาคต ในเรื่องของตัวบ้านและตัวโครงการไว้อย่างไรบ้าง อาทิ การจัดเตรียมพื้นที่หน่วงน้ำ การจัดทําเขื่อนหรือคันกั้นน้ำในโครงการ รูปแบบการระบายน้ำในโครงการ ไปจนถึงการเตรียมความพร้อมเพื่อการอพยพหนีน้ำ ในกรณีวิกฤต ซึ่งแนวทางเหล่านี้จะมีระดับมากน้อยเพียงใดก็ขึ้นอยู่กับความเสี่ยงกับระดับน้ำท่วมว่ามากเพียงใด
ปัจจัยดังกล่างเป็นเพียงข้อพิจารณาพื้นฐาน เบื้องต้น ซึ่งมีปัจจัยอื่นๆ ประกอบอีกด้วยโดยจากประเด็นพิจารณาเหล่านี้ เป็นหน้าที่ของเราในฐานะผู้ซื้อบ้านหรือที่ดินใหม่ในอนาคต ควรศึกษาข้อมูลให้ถี่ถ้วนก่อนตัดสินใจ เพราะประเด็นเหล่านี้จะบอกถึงความเสี่ยงในเรื่องของน้ำ ที่อาจจะต้องพบเจอในปีต่อๆ ไปได้ว่า บ้านของเรามีโอกาสน้ำท่วมหรือไม่หรือท่วมมากแค่ไหน เพื่อรับมือได้อย่างถูกต้อง
ศึกษาข้อมูลในย่านที่จะไปซื้อบ้านอย่างละเอียดว่าอยู่ในเขตที่เสี่ยงน้ำท่วมหรือไม่ ตรวจสอบอย่างละเอียดได้จากเว็บไซต์

Thailand Flood Monitoring System

19/02/2022

มาตรการ LTV จาก ธปท. กระตุ้นตลาดอสังหาฯ บ้านหลังที่ 2
กู้ได้เต็ม 100% ตั้งแต่วันนี้ - 31 ธ.ค. 65
สำหรับคนที่กำลังจะซื้อบ้านซื้อคอนโด อย่างที่รู้กันว่า ปกติในการซื้อบ้าน เราก็มักจะซื้อด้วยเงินกู้และทยอยผ่อนจ่าย แต่เคยสงสัยมั้ยว่า ทำไมถึงกู้ได้แค่ 70-90% ? ทำไมกู้เต็มไม่ได้ จะได้ไม่ต้องวางเงินดาวน์ ?
ตรงนี้ก็เพราะว่ามีมาตรการ LTV ซึ่งมันก็คือ เกณฑ์พิจารณาสินเชื่อ ที่เป็นตัวกำหนดวงเงินที่ผู้กู้จะสามารถกู้ได้ โดยคำนวณจากความสามารถในการชำระหนี้ เช่น มีรายได้อยู่เท่านี้ จะสามารถก่อหนี้ได้จำนวนเท่าไหร่
และจากที่ ธปท. ออกมาตรการมารอบนี้ แน่นอนว่าต้องเป็นเรื่องดี เพราะจากเดิมที่เคยกู้ได้ที่ 70-90% ตอนนี้ปรับให้กู้ได้เต็ม 100% แล้ว โดยเริ่มตั้งแต่วันนี้ - 31 ธ.ค. 65

ที่มาข้อมูล : ธนาคารแห่งประเทศไทย

19/02/2022

ขายอสังหาฯอย่างไรให้ได้ไว ราคาดี

ใครๆก็อยากขายอสังหาฯให้ได้ไว แต่อย่างที่ทราบกันดีว่าราคาของอสังหาฯนั้นค่อนข้างสูง
การตัดสินใจซื้ออสังหาฯค่อนข้างนาน แต่ถ้าเราเจอกลุ่มที่ต้องการหรือมีทุนอยู่แล้ว
หากมีการประชาสัมพันธ์ถึงกลุ่มเป้าหมาย อสังหาฯนั้นจะถูกขายออกได้ง่าย
โดยส่วนใหญ่แล้วการพิจารณาซื้อ หรือตัดสินใจซื้อนั้นมักเกิดจากสิ่งต่อไปนี้

1.ราคาเหมาะสม
จุดนี้สำคัญ ลองสำรวจดูว่ารอบ ๆ บ้านบนทำเลที่อยู่เขาขายบ้านกันที่ราคาเท่าไหร่ หรือไม่ก็ลองหาจากประกาศขายทางอินเทอร์เน็ตเพื่อศึกษาราคาตลาดจะได้ไม่สูงเกินไปจะได้ขายออกได้ง่าย
2.ประชาสัมพันธ์เข้าถึง
ยุคนี้แค่ติดป้ายประกาศไม่พอราะบางทีการ “ลงโฆษณาฝากขายตามเว็บไซต์” ต่าง ๆ จะช่วยให้เข้าถึงลูกค้าได้มากกว่า
3.รูปถ่ายอสังหาฯต้องสวย ชักจูงโดดเด่นให้อยากซื้อ
ลงไฟล์คุณภาพดี และตรงกับสภาพปัจจุบัน ยิ่งภาพสวยเท่าไหร่ ก็ยิ่งดึงดูดลูกค้าได้มากขึ้นเท่านั้น
4.“สร้างจุดขาย”
โดยวิธีที่ดีที่สุดก็คือ ตั้งราคาให้ต่ำกว่าราคาตลาด แต่ถ้าไม่อยากลดราคา เราก็ต้องสร้างความแตกต่างให้บ้านดูโดดเด่นจนลูกค้าเห็นแล้วรู้สึกอยากครอบครองหรืออยากเป็นเจ้าของ
5.ทำเลดี
อยู่ใกล้ความสะดวกสบาย เช่น โรงเรียน, โรงพยาบาล, ห้าง, ตลาด, ร้านค้า, ธนาคาร หรือสถานที่สำคัญต่าง ๆ ก็ควรระบุให้ชัดเจนลงในประกาศขาย
6.“สัญญาจ้างซื้อขาย”
เป็นเอกสารที่สำคัญมากในการซื้อขายบ้าน จึงต้องตรวจสอบอย่างละเอียดรอบคอบ ซึ่งสัญญาที่ดีนั้นต้องประกอบไปด้วย ขนาดและราคาซื้อขาย, วันนัดโอนกรรมสิทธิ์, การรับผิดชอบค่าใช้จ่าย, เบี้ยปรับเมื่อผิดสัญญา รวมไปถึงข้อตกลงและเงื่อนไขอื่น ๆ ที่จะคุ้มครองทั้งผู้ซื้อและผู้ขาย
7.“เลือกนายหน้าที่ใช่”
หากจะจ้างนายหน้า ก็ควรเลือกคนที่น่าเชื่อถือ และสามารถเจาะกลุ่มลูกค้าที่เราต้องการได้ เพราะจะช่วยให้เราเข้าถึงลูกค้าได้มากขึ้น

13/02/2022

หากมีเงินอยู่ก้อนหนึ่ง ถ้าเป็นคุณจะเลือกปลดหนี้อะไรก่อนครับ ? คำถามนี้หลายคนก็ตั้งข้อสงสัย การนำเงินก้อนมาโปะ หรือปิดหนี้จะช่วยให้ลดภาระรายจ่ายจำพวกการผ่อนชำระต่อเดือนลงไปได้มาก ทำให้เรามีสภาพคล่องเพิ่มขึ้น และถ้าเลือกปิดหนี้ถูกก้อน ก็จะประหยัดดอกเบี้ยลงไปมากทีเดียว อีกทั้งยังช่วยให้หนี้หมดไวขึ้นด้วย
คนส่วนใหญ่มักคิดว่าวิธีปลดหนี้สินที่เร็วที่สุดคือ มีเงินเท่าไหร่ก็เอาไปโปะให้หมด ยิ่งหมดเร็วก็ยิ่งดี แต่สำหรับคนที่มีหนี้สินหลายก้อนก็อาจจะไม่รู้ว่าจะเอาไปโปะก้อนไหนก่อนดี หนี้สินจะได้หมดเร็ว ๆ ซึ่งวันนี้ผมก็เลยนับทริคดี ๆ จากแบงก์กรุงศรีฯ มาแชร์ให้กับทุกคนครับ
🔴 ขั้นที่ 1 สำรวจหนี้และรวบรวมข้อมูล : ก่อนจะวางแผนปลดหนี้ ต้องรู้จักหนี้ของตัวเองก่อนว่ามีหนี้สินอะไรบ้าง ทั้งหนี้บ้าน หนี้รถ หนี้บัตรเครดิต รวมไปถึงหนี้นอกระบบ รวบรวมรายละเอียดต่าง ๆ ใส่ลงตาราง เช่น มีรายการหนี้อะไรบ้าง อัตราดอกเบี้ยต่อปี ยอดหนี้คงเหลือเท่าไหร่ ยอดที่ต้องชำระในแต่ละเดือน รวมถึงจำนวนงวดที่เหบือ เป็นต้น เพื่อให้มองเห็นยอดรวมของหนี้ที่มีได้ชัดเจน และวางแผนจัดการหนี้สินง่ายขึ้น
🔴 ขั้นที่ 2 จัดลำดับการปิดหนี้สิน : หลังจากสำรวจหนี้สินทั้งหมดเรียบร้อยแล้ว ลำดับต่อมาก็คือการจัดลำดับการปิดหนี้สิน โดยหนี้สินที่เราควรจัดการปิดก่อนเป็นอันดับแรกก็คือ หนี้ที่คิดอัตราดอกเบี้ยมากที่สุด เพราะจะช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายเรื่องดอกเบี้ยนั่นเอง
🔴 ขั้นที่ 3 วางแผนการนำเงินก้อนไปปลดหนี้ : เมื่อรู้แล้วว่าจะปิดหนี้ก้อนไหนก่อนดี สิ่งที่ควรทำก่อนไปปลดหนี้ก็คือ เช็คสุขภาพการเงินของตัวเอง เช่น มีเงินสำรองฉุกเฉินเพียงพอหรือไม่ ถ้ายังไม่พอก็ควรจะแบ่งเงินส่วนหนึ่งจากเงินก้อนที่เราได้รับมา แล้วค่อยนำเงินส่วนที่เหลือไปปลดหนี้ ซึ่งตามหลักแล้ว ควรมีเงินสำรองฉุกเฉิน 3-6 เท่าของค่าใช้จ่ายต่อเดือน หรือในสถานการณ์วิกฤตอาจจะเผื่อไว้ 6-12 เท่าก็ได้เช่นกัน
แล้วถ้ามีเงินก้อน จะนำไปลงทุนดีไหม ? ถ้าเป็นการลงทุนที่ได้ผลตอบแทนสูงกว่าดอกเบี้ยที่ต้องจ่าย และรู้หลักการลงทุน ก็ควรนำเงินไปลงทุน แต่ถ้ายังไม่มีความรู้ด้านการลงทุน ก็ควรนำเงินไปปลดหนี้ดีกว่า

07/02/2022

เลือกผู้รับเหมาแบบไหนไม่โดนหลอก
* เลือกผู้รับเหมาที่มีประสบการณ์รู้ปัญหาและสามารถให้คำแนะนำได้
* มีผลงานเชื่อถือและตรวจสอบได้รวมถึงลูกค้าที่ใช้บริการสามารถตรวจสอบได้
*มีประกันผลงานเป็นลายลักษณ์อักษณ์ ประกันโครงสร้าง ประกันวัสดุก๋อสร้างฯลฯ
*มีการเงินที่มั่นคง
*ให้ผู้รับเหมาทำการประเมินราคาเป็นลายลักษณ์อักษณ์และเทียบหลายๆเจ้าเพื่อประเมินรายละเอียดของงาน
*มีทีมงานมีวิศวกร สถาปนิคร่วมปฎิบัติงาน
*หาบริษัทที่มั่นคงควบคุมงานได้ต้องไม่เป็นช่างหรือเจ้าของงานพร้อมกันเพราะจะวุ่นวายไปหมด
*มีหลักแหล่งหากมีปัญหาสามารถตรวจสอบติดตามได้
เพราะหนึ่งในการทำอสังหาฯคือการก่อสร้างดังนั้นต้องเลือกทีมก่อสร้างอสังหาที่ดีไม่หนีงานและรับผิดชอบต่องานทำให้งานอสังหาฯออกมามีคุณภาพสูง

07/02/2022

ก่อนซื้ออสังหาฯต้องพิจารณาดังนี้ค่ะ
*ผังเมืองเป็นส่วนสำคัญว่าเป็นพื้นที่สีอะไรสามารถทำอะไรได้บ้างไม่ใช่ซื้อมาแล้วไม่ตรงกับจุดประสงค์ที่เราทำหรือกฎหมายห้ามเอาไว้ แบบนี้ไม่สามารถทำประโยชน์กับที่ดินได้เลยค่ะ
*ระบบคมนาคมยิ่งเดินทางสะดวกยิ่งดีค่ะราคายิ่งขึ้น
*โครงการภาครัฐเอกชนยิ่งมีโครงการสร้างเช่นห้างสรรพสินค้า โรงเรียน รพ ตลาด หรือแหล่งความเจริญต่างๆทำให้มูลค่าที่ดินเพิ่มขึ้นแน่นอนค่ะ
*แนวเวนคืนอันนี้ต้องเช็คดีๆ ไม่ใช่ซื้อไปแล้วถูกเวนคืนที่ดินทำให้ไม่สามารถสร้างอสังหาฯตามที่ต้องการได้เลยนะคะ
*เอกสิทธิ์ที่ดินนั้นสำคัญหากเป็นโฉนด น.ส4 ซื้อขายได้คล่องเลยค่ะ
*ความต้องการของตลาดยิ่งมีนักศึกษา นักท่องเที่ยว โรงงานหรือแหล่งชุมชนจัดว่ามีความต้องการของตลาดมีคนอาศัยอยู่เยอะลงทุนอสังหาฯ ไม่ขาดทุนแน่นนอนค่ะ ก่อนจะลงทุนอสังหาฯที่ใดลองพิจารณาทั้ง7ข้อข้างต้นนี้ให้ดีๆนะคะเพื่อลดความเสี่ยงในการลงทุนนั่นเองค่ะ

30/01/2022

ลงทุนอสังหา เริ่มยังไง?
1. ซื้อมาขายไป เก็งกำไรกันดีกว่า
การลงทุนอสังหาริมทรัพย์ในรูปแบบนี้ค่อนข้างได้รับความนิยมในวงกว้างและเป็นที่พบเห็นกันได้ทั่วไปในประเทศไทย โดยเฉพาะการซื้อขายใบจองคอนโดในกรุงเทพฯ ซึ่งหลักการก็ง่าย ๆ เพียงแค่ทำการซื้อใบจองคอนโดจากบริษัทผู้พัฒนาโครงการ ซึ่งราคาก็จะแตกต่างกันไปตามที่แต่ละโครงการกำหนด จากนั้นก็นำใบจองนี้ไปขายต่อในราคาที่สูงขึ้นเพื่อทำกำไร ดังนั้น วิธีนี้จึงให้ผลตอบแทนได้ภายในระยะเวลาที่ค่อนข้างรวดเร็ว แถมยังใช้เงินลงทุนไม่สูงมากนัก เมื่อเทียบกับรูปแบบอื่น ๆ

เหมาะกับนักลงทุนสไตล์ไหน?

- ต้องการได้รับผลตอบแทนกลับคืนมาภายในระยะเวลาสั้น ๆ ประมาณ 1 เดือน

- มีเงินลงทุนเริ่มต้นที่ประมาณ 50,000 บาทขึ้นไป

- มีความรู้เรื่องมูลค่าและช่วงระยะเวลาในการจองคอนโด ซึ่งจะสามารถทำกำไรได้แตกต่างกันในแต่ละช่วง เช่น ช่วงพรีเซล ช่วงกำลังก่อสร้าง หรือช่วงสร้างเสร็จแล้ว

2. ปรับตัวรับเมกะเทรนด์เมืองท่องเที่ยว โดยการปล่อยเช่ารายวัน
ไหน ๆ ประเทศไทยก็เป็นจุดหมายปลายทางยอดฮิตจากนักท่องเที่ยวทั่วโลกอยู่แล้ว เพราะฉะนั้น คงจะดีไม่น้อยถ้าเราสามารถสร้างรายได้จากอสังหาริมทรัพย์ที่มีอยู่ ให้เติบโตงอกเงยไปกับเทรนด์เหล่านี้ได้ด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนที่มีบ้านหรือคอนโดที่อยู่ใกล้สถานที่ท่องเที่ยว

ต้องการให้ธุรกิจของคุณ ธุรกิจ ขึ้นเป็นอันดับหนึ่ง ตัวแทน / บริการด้านอสังหาริมทรัพย์ ใน Bangkok?
คลิกที่นี่เพื่อเป็นสมาชิก?

เบอร์โทรศัพท์

เว็บไซต์

ที่อยู่


Bangkok