Z2H Intech Co.,Ltd.

Z2H Intech Co.,Ltd.

แชร์

Sales & Service SMT Machine, Sale SMT Feeder , SMT spare parts, Maintenance and CPK certified for SMT

Sales / Service SMT machine, SMT Feeder, Nozzle, Filter, SMT Spare part, Consumable part in SMT

09/04/2025

ประเภทของ SMT Machine หลัก ๆ

1) Pick and Place Machine (เครื่องหยิบ-วางชิ้นส่วน)
หยิบชิ้นส่วนเล็ก ๆ จากรีลหรือถาด แล้ววางลงบน PCB ด้วยความแม่นยำสูง เป็นเครื่องที่เร็วมาก วางได้หลายหมื่นชิ้นต่อชั่วโมง

2) Solder Paste Printer (เครื่องพิมพ์ครีมบัดกรี)
พิมพ์ครีมบัดกรีลงบนตำแหน่งของแผงวงจรที่ต้องวางชิ้นส่วน

3) Reflow Oven (เตาอบรีโฟลว์)
ใช้ความร้อนทำให้ครีมบัดกรีละลาย และยึดติดชิ้นส่วนกับแผง PCB

4) AOI (Automated Optical Inspection)
เครื่องตรวจสอบความถูกต้องของการวางชิ้นส่วนด้วยกล้องและซอฟต์แวร์

5) PCB Converyor (สายพานลำเลียงแผง PCB)
ลำเลียง PCB ระหว่างเครื่องจักรหลัก

6) PCB Magazine Loader / Unloader
- Loader ใช้สำหรับ load PCB ออกจาก magazine เข้าเครื่องจักรลำดับต่อไป
- Unloader ใช้รับแผง PCB ที่เสร็จแล้ว ที่ท้ายไลน์การผลิต
ใส่ Magazine

07/04/2025

Brand เครื่องจักร Pick and Place ที่เป็นที่นิยมในอุตสาหกรรม SMT

ในการประกอบแผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์แบบ Surface Mount Technology (SMT) เครื่อง Pick and Place (เครื่องวางชิ้นส่วนอัตโนมัติ) หรือ SMT Mounting machine ถือเป็นหัวใจสำคัญของสายการผลิต โดยเครื่องเหล่านี้ทำหน้าที่หยิบชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ขนาดเล็ก (ชิป, IC ฯลฯ) จากตัวป้อน (feeder) แล้ววางลงบนบอร์ด PCB อย่างรวดเร็วและแม่นยำตามตำแหน่งที่กำหนดไว้ แต่ละแบรนด์ผู้ผลิตเครื่อง Pick and Place จะมีจุดเด่นเฉพาะตัว ทั้งในด้านความเร็วในการวางชิ้นส่วน (วัดเป็น CPH หรือจำนวนชิ้นส่วนต่อชั่วโมง), ความแม่นยำในการติดตั้ง (ระดับไมครอน), ขนาด/ประเภทชิ้นส่วนที่รองรับ, ความยืดหยุ่นในการปรับไลน์ผลิต, ตลอดจนค่าใช้จ่ายและการซ่อมบำรุง

Brand เครื่องจักร Pick and Place ในอุตสาหกรรม SMT มีทั้งบริษัทขนาดใหญ่ระดับโลกที่เน้นสายการผลิตปริมาณสูง และบริษัทรายย่อยที่เน้นเครื่องขนาดเล็กสำหรับงานต้นแบบหรือการผลิตจำนวนน้อย ข้อมูลต่อไปนี้สรุปรายชื่อแบรนด์ยอดนิยม จุดเด่นหลัก ระดับราคาคร่าว ๆ และการใช้งานที่เหมาะสม เพื่อช่วยให้เข้าใจความแตกต่างของแต่ละยี่ห้อได้อย่างรวดเร็ว

ผู้ผลิตรายใหญ่ (แบรนด์หลักในตลาด SMT)
แบรนด์ต่อไปนี้เป็นผู้ผลิตเครื่อง Pick and Place รายใหญ่ที่ได้รับความนิยมและถูกใช้งานอย่างแพร่หลายในโรงงานอิเล็กทรอนิกส์ขนาดกลางถึงขนาดใหญ่:

Yamaha (ญี่ปุ่น)
จุดเด่น: มีผลิตภัณฑ์ครบวงจรในงาน SMT ตั้งแต่เครื่องพิมพ์บัดกรีไปจนถึงเครื่องวางชิ้นส่วน โดยเฉพาะเครื่อง Pick and Place ของ Yamaha ขึ้นชื่อว่ามีความน่าเชื่อถือสูงและรองรับการผลิตหลากหลายรูปแบบ (high mix, high volume) ทั้งยังมีรุ่นให้เลือกหลากหลายตามงบประมาณ “Wide Range” ของผลิตภัณฑ์และราคาที่จับต้องได้ทำให้ Yamaha มีตัวเลือกตอบโจทย์ทุกระดับความต้องการ

ความเร็ว/ความแม่นยำ: รุ่นระดับสูงของ Yamaha (เช่น YSM/YRM series) มีความเร็วในการวางชิ้นสูงสุดประมาณ ~90,000 CPH (ชิ้นส่วนต่อชั่วโมง) และความแม่นยำประมาณ ±0.035 มม. (35 ไมครอน)

ซึ่งถือว่ารวดเร็วมากโดยไม่ลดทอนความแม่นยำ
การรองรับชิ้นส่วน: หัวจับแบบหลายหัว (multi-nozzle) รองรับตั้งแต่ชิ้นส่วนจิ๋ว 0201 (0.25×0.125 มม.) ไปจนถึงชิ้นส่วนขนาดใหญ่ เช่น คอนเน็กเตอร์หรือ BGA ได้อย่างยืดหยุ่น

การซ่อมบำรุง: ระบบเครื่องกลและซอฟต์แวร์ของ Yamaha ออกแบบให้ผู้ใช้ปรับตั้งค่าและบำรุงรักษาได้ง่าย อินเทอร์เฟซใช้งานง่ายช่วยลดเวลาในการตั้งโปรแกรมงานใหม่

ระดับราคา: ปานกลางถึงสูง (รุ่นมาตรฐานราคาอยู่ในหลักล้านบาท แต่ยังถูกกว่าแบรนด์ไฮเอนด์บางราย) ถือว่า คุ้มค่า เมื่อเทียบประสิทธิภาพที่ได้รับ

เหมาะกับงาน: สายการผลิตขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ที่ต้องการทั้งความเร็วและความยืดหยุ่น และยังเหมาะกับโรงงานที่ต้องการโซลูชันครบวงจรทั้งไลน์จากผู้ผลิตรายเดียว (Yamaha มีทั้งเครื่องวางชิ้นส่วนและระบบตรวจสอบในไลน์เดียวกัน)

Juki (ญี่ปุ่น)
จุดเด่น: Juki เป็นผู้ผลิตที่มีประสบการณ์ยาวนาน เดิมมีพื้นฐานจากจักรเย็บผ้า ทำให้เครื่องมีความทนทานทางกลที่ดี ชื่อเสียงของ Juki โดดเด่นด้านความ เรียบง่ายและเสถียร ของเครื่อง — เครื่องทำงานต่อเนื่องได้อย่างมั่นใจและซ่อมบำรุงง่าย นอกจากนี้ Juki ยังขึ้นชื่อเรื่อง ความคุ้มค่า (price-performance สูง) ทำให้ได้รับความนิยมทั้งในโรงงานเอเชียและทั่วโลก

ความเร็ว/ความแม่นยำ: รุ่นเรือธงปัจจุบันอย่าง Juki RX-8 มีอัตราการวางชิ้นสูงสุด ~100,000 CPH

พร้อมความแม่นยำในการติดตั้ง ±0.04 มม.ซึ่งถือว่าสูสีคู่แข่งระดับท็อป
การรองรับชิ้นส่วน: รองรับชิ้นส่วนขนาดเล็กถึง 01005 ได้ดี หัวจับความเร็วสูงออกแบบมาให้หยิบจับชิ้นส่วนได้หลากหลาย Juki ยังมีระบบป้อนชิ้นส่วน (feeder) ที่เชื่อถือได้และเปลี่ยนง่าย ทำให้ เปลี่ยนรุ่นการผลิตได้รวดเร็ว

การซ่อมบำรุง: การบำรุงรักษาทำได้สะดวก อะไหล่หาง่าย และช่างทั่วไปคุ้นเคยกับเครื่อง Juki ค่อนข้างมาก เนื่องจากมีใช้งานแพร่หลาย

ระดับราคา: ปานกลาง (เครื่องใหม่หลักล้านบาท และมีตลาดเครื่องมือสองกว้างขวาง) จึงเข้าถึงได้สำหรับโรงงานขนาดกลาง

เหมาะกับงาน: การผลิตระดับกลางถึงสูง ทั้งโรงงาน OEM ที่รับผลิตหลากหลายรุ่น (เพราะปรับไลน์ง่าย) และโรงงานขนาดใหญ่ที่ต้องการเครื่องหลายตัวในไลน์ผลิตเพื่อเพิ่มกำลังการผลิต

Panasonic (ญี่ปุ่น)
จุดเด่น: Panasonic เป็นบริษัทที่มีชื่อเสียงในวงการ SMT มานานกว่า 100 ปี มีโซลูชันครบวงจรทั้งสายการผลิต SMT จุดเด่นคือเทคโนโลยีระดับ ไฮเอนด์ ที่เน้นความเร็วสูงสุดและการควบคุมคุณภาพในกระบวนการผลิตแบบอัจฉริยะ (Smart Factory) เครื่องรุ่นใหม่ ๆ มาพร้อมระบบซอฟต์แวร์เปิดและรองรับการเชื่อมต่อระบบไอทีเพื่อการวิเคราะห์การผลิต

ความเร็ว/ความแม่นยำ: เครื่องรุ่น NPM และ CM Series ของ Panasonic ขึ้นชื่อว่าเป็น “ตัวท็อปความเร็ว” เช่น Panasonic NPM-D3 มีความเร็วในการวางชิ้นส่วนสูงถึง 84,000 CPH และความแม่นยำ ±25 ไมครอน

ซึ่งเป็นระดับความแม่นยำสูงมากในอุตสาหกรรม
การรองรับชิ้นส่วน: หัวจับความเร็วสูง 12-16 หัว สามารถวางชิ้นส่วนได้ตั้งแต่ไซส์ไมโคร 03015 (0.3×0.15 มม.) ไปจนถึงชิ้นส่วนขนาดใหญ่ 100×90 มม. สูงสุดถึง 28 มม.

พร้อมกล้องหลายมุมมอง (3D recognition) ช่วยตรวจจับความถูกต้องของการวางชิ้นในตัว
การซ่อมบำรุง: ด้วยความที่เป็นเครื่องจักรซับซ้อนระดับสูง การซ่อมบำรุงต้องทำโดยผู้เชี่ยวชาญหรือตามสัญญาบริการจาก Panasonic อย่างไรก็ดี เครื่องถูกออกแบบให้รองรับการ เปลี่ยนหัวจับ และ ถาดป้อนชิ้นส่วน ได้อย่างรวดเร็ว (quick-change carts) ลด downtime ในสายการผลิต

ระดับราคา: สูง (เครื่องระดับไฮเอนด์ ราคาหลายล้านบาทต่อเครื่อง) เหมาะกับสายการผลิตที่มองเรื่องผลตอบแทนระยะยาวจากความเร็วและคุณภาพที่เพิ่มขึ้น

เหมาะกับงาน: โรงงานขนาดใหญ่ ที่ต้องการกำลังการผลิตสูงสุด เช่น การผลิตสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ปริมาณมหาศาล (สมาร์ทโฟน, ทีวี, ยานยนต์) หรือโรงงานที่ต้องการระบบผลิตอัตโนมัติเต็มรูปแบบและการติดตามคุณภาพแบบเรียลไทม์

Fuji (ญี่ปุ่น)
จุดเด่น: Fuji เป็นอีกแบรนด์ญี่ปุ่นที่อยู่แถวหน้าด้านเทคโนโลยี SMT โดยเฉพาะระบบ โมดูลาร์ (modular) เช่นซีรีส์ NXT ที่สามารถเพิ่ม-ลดโมดูลเครื่องจักรตามความต้องการผลิตได้อย่างยืดหยุ่น ความโดดเด่นคือการผสมผสานความเร็วและความแม่นยำเข้ากับระบบ Smart เช่น การตรวจสอบการวางชิ้นส่วนแบบเรียลไทม์และการปรับปรุงกระบวนการอัตโนมัติ

ความเร็ว/ความแม่นยำ: เครื่อง Fuji รุ่นใหม่อย่าง Fuji NXTR มีความแม่นยำสูงถึง ±25 µm

พร้อมเทคโนโลยีหัวจับและสายพานที่ปรับปรุงการวางให้รวดเร็ว โดยหัววางหลายหัวของ Fuji สามารถทำงานพร้อมกัน ทำให้อัตราการวางชิ้นต่อพื้นที่สูงมาก (high placement per area)
คุณสมบัติพิเศษ: Fuji นำเสนอฟังก์ชันล้ำสมัย เช่น ระบบตรวจเช็คตำแหน่งชิ้นส่วนระหว่างการวาง (placement checks) ภายในเครื่อง และการเปลี่ยนหัวจับด้วยปุ่มเดียว (single-action head exchange) สำหรับรุ่น NXTR เพื่ออำนวยความสะดวกในการบำรุงรักษาและลดเวลาหยุดเครื่อง

อีกทั้งการออกแบบแบบโมดูลาร์ช่วยให้โรงงานสามารถค่อย ๆ ลงทุนเพิ่มกำลังการผลิตทีละโมดูลได้ตามต้องการ
ระดับราคา: สูง (เครื่อง Fuji มักมีราคาใกล้เคียงหรือสูงกว่า Panasonic/ASM) แต่ถือเป็นการลงทุนสำหรับเทคโนโลยีล้ำหน้าและ ความเสถียรสูง ในระยะยาว

เหมาะกับงาน: เหมาะสำหรับโรงงาน ผลิตปริมาณสูงมาก ที่ต้องการทั้งความเร็วและการควบคุมคุณภาพสุดละเอียด เช่น โรงงานผลิตชิ้นส่วนยานยนต์หรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ระดับไฮเอนด์ นอกจากนี้ระบบโมดูลาร์ยังดีสำหรับสายการผลิตที่ต้องการความยืดหยุ่นในการขยายกำลังการผลิตในอนาคต

ASM (SIPLACE) (ยุโรป/สิงคโปร์)
จุดเด่น: ASM Assembly Systems (เดิมคือ Siemens SIPLACE) เป็นผู้นำจากเยอรมนี/สิงคโปร์ที่ขึ้นชื่อเรื่องความ แม่นยำและคุณภาพระดับสูง เครื่อง Siplace ของ ASM มักถูกใช้ในสายการผลิตที่ต้องการความแม่นยำสูงพิเศษหรือผลิตภัณฑ์ที่ซับซ้อน จุดขายสำคัญคือเทคโนโลยีหัววางและระบบควบคุมที่แม่นยำมาก รวมถึงการออกแบบเครื่องที่ประหยัดพื้นที่เมื่อเทียบกับความสามารถ (high performance in compact footprint)

ความเร็ว/ความแม่นยำ: เครื่องรุ่นท็อปของ ASM อย่าง SIPLACE TX สามารถวางชิ้นส่วนได้เร็วถึง 78,000 CPHภายในพื้นที่เครื่องเพียง ~2.3 ตร.ม. และรองรับการวางชิ้นส่วนจิ๋วระดับ 0201 metric ที่ความเร็วสูงสุดโดยยังคงความแม่นยำระดับ ±22 µm (ที่ 3σ)

ซึ่งเป็นหนึ่งในเครื่องที่แม่นยำที่สุดในตลาด
การรองรับชิ้นส่วน: รองรับตั้งแต่ชิ้นส่วน 01005 ไปจนถึงชิ้นส่วนขนาดใหญ่พิเศษ (บางรุ่นรองรับชิ้นส่วนยาวถึง 200×125 มม. ด้วยหัว TwinHead สำหรับกำลังสูงพิเศษ)

มีตัวเลือกหัววางหลายแบบ (SpeedStar, MultiStar, TwinHead ฯลฯ) เพื่อปรับสมดุลความเร็วกับขนาดชิ้นส่วนที่ต้องการวาง
การซ่อมบำรุง: ASM มีโปรแกรมสัญญาดูแลรักษาและคาลิเบรตเครื่องให้รักษาสเปคความแม่นยำตลอดอายุการใช้งาน

เครื่องถูกออกแบบแบบโมดูลาร์เช่นกัน ทำให้ การเปลี่ยนหัวหรือเพิ่มโมดูลทำได้รวดเร็ว เพื่อปรับตัวกับงานใหม่
ระดับราคา: สูงมาก (ระดับไฮเอนด์ราคาเครื่องหลายล้านบาท) เทียบเท่าหรือสูงกว่า Panasonic/Fuji เล็กน้อย แต่แลกกับ สมรรถนะสูงสุด ทั้งด้านความเร็วและความแม่นยำ เหมาะกับโรงงานที่เน้นคุณภาพเป็นพิเศษ

เหมาะกับงาน: โรงงานอุตสาหกรรม ชั้นนำขนาดใหญ่ ที่ผลิตสินค้าซับซ้อนหรือมูลค่าสูง เช่น อุปกรณ์การแพทย์, อากาศยาน, โทรคมนาคม ที่ต้องการความแม่นยำสูงมากและ downtime ต่ำที่สุด

Hanwha (Samsung) (เกาหลีใต้)
จุดเด่น: Hanwha Precision Machinery (ชื่อเดิม Samsung Techwin) เป็นผู้ผลิตจากเกาหลีที่มีจุดแข็งด้าน ความคุ้มค่าและนวัตกรรม ผสมผสานกัน โดยนำประสบการณ์ด้านอิเล็กทรอนิกส์ของซัมซุงมาพัฒนาเครื่อง SMT ที่ประสิทธิภาพสูงแต่ต้นทุนต่อเครื่องไม่แพงเท่าคู่แข่งญี่ปุ่น เครื่องของ Hanwha ได้รับการยอมรับเพิ่มขึ้นในอุตสาหกรรม โดยเฉพาะในสายการผลิตที่ต้องการลดต้นทุนแต่ยังคงได้เทคโนโลยีระดับสูง

ความเร็ว: รุ่นเรือธงของ Hanwha เช่น XM520 ทำความเร็วได้ถึง 100,000 CPH (optimum) ในขณะที่รุ่นยอดนิยมอื่นอย่าง SM481 Plus ให้ความเร็ว ~40,000 CPH (พร้อมกล้อง Fly+Fix)

ความเร็วโดยรวมของเครื่อง Hanwha อยู่ในระดับใกล้เคียงกับแบรนด์ญี่ปุ่น แต่ราคาย่อมเยากว่า
ความแม่นยำ: ความแม่นยำการวางชิ้นส่วนอยู่ที่ราว ±0.05 มม. (50 µm) ซึ่งเพียงพอสำหรับชิ้นส่วนทั่วไป รวมถึงการติดตั้งชิ้นส่วนขนาด 01005 ได้

การรองรับชิ้นส่วน: หัววางความเร็วสูงแบบแถว (gang pick) รองรับชิ้นส่วนตั้งแต่ 0201 ไปจนถึงชิ้นส่วนใหญ่ระดับคาปาซิเตอร์แท่ง, คอนเน็กเตอร์ใหญ่ ๆ ได้ รุ่นใหม่อย่าง Decan F2 เน้นความ อเนกประสงค์ สามารถใช้ได้ทั้งเป็น chip shooter และวางอุปกรณ์ขนาดใหญ่ในเครื่องเดียว

การซ่อมบำรุง: เนื่องจาก Samsung เป็นผู้ผลิตอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เองมาก่อน การออกแบบเครื่องจึงคำนึงถึงความง่ายในการดูแลรักษาและอะไหล่หาได้สะดวกในภูมิภาคเอเชีย นอกจากนี้ Hanwha มีการพัฒนา ซอฟต์แวร์ช่วยการผลิต เพื่อให้การตั้งค่าและตรวจสอบสถานะเครื่องทำได้ง่าย

ระดับราคา: ปานกลาง (ถูกกว่าแบรนด์ญี่ปุ่นและยุโรปประมาณ 20-30%) ทำให้ ROI สูง สำหรับโรงงานที่งบประมาณจำกัด

เหมาะกับงาน: โรงงานขนาดกลางถึงใหญ่ที่ต้องการทางเลือกนอกจากแบรนด์ญี่ปุ่น โดยยังได้ความเร็วระดับสูง ในนิคมอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์เอเชียมีการนำเครื่อง Hanwha/Samsung ไปใช้ในสายการผลิตโทรทัศน์, อุปกรณ์สมาร์ทโฮม และสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ทั่วไปอย่างแพร่หลาย

Universal Instruments (สหรัฐอเมริกา)
จุดเด่น: Universal Instruments เป็นผู้ผลิตเก่าแก่จากสหรัฐ (ก่อตั้งปี 1919) ที่ยังคงอยู่ในอุตสาหกรรม SMT โดยนำเสนอเครื่องที่ ทนทานและยืดหยุ่น มีไลน์ผลิตภัณฑ์ครอบคลุมตั้งแต่รุ่นราคาย่อมเยาไปจนถึงรุ่นสมรรถนะสูง เพื่อรองรับความต้องการที่หลากหลายของลูกค้า บริษัทนี้มีชื่อเสียงเรื่องความ อึด ของเครื่องจักรและการรองรับการอัปเกรดในอนาคต

รุ่นเครื่อง: ซีรีส์หลักของ Universal ได้แก่ Fuzion Platform ซึ่งเป็นเครื่องรุ่นสูงที่ใช้เทคโนโลยีหัวและระบบป้อนล่าสุด มีรุ่นย่อยถึง 9 รุ่น เพื่อตอบโจทย์งานเฉพาะด้านต่าง ๆ

และอีกซีรีส์คือ Advantis ซึ่งเป็นเครื่องระดับกลาง/ระดับเริ่มต้นที่ราคาประหยัดแต่ยังคงประสิทธิภาพดี
ความเร็ว/ความแม่นยำ: เครื่อง Universal รุ่นท็อปสามารถทำความเร็วได้ในระดับ ~30,000-60,000 CPH ต่อโมดูล (ขึ้นอยู่กับจำนวนหัวและการจัดวาง) และความแม่นยำประมาณ ±0.05 มม. ซึ่งเพียงพอสำหรับชิ้นส่วนส่วนใหญ่ นอกจากนี้ยังสามารถเพิ่มโมดูลเครื่องเป็นหลายโมดูลในสายพานเดียวกันเพื่อเพิ่ม throughput ได้

จุดเด่นอื่น: รองรับงานได้หลากหลาย ตั้งแต่การเป็น chip shooter ความเร็วสูงไปจนถึงเครื่องวางชิ้นส่วนขนาดใหญ่หรือชิ้นส่วนเฉพาะทาง ทำให้บางโรงงานใช้เครื่อง Universal เป็น “all-in-one” สำหรับสายการผลิตที่มีชนิดบอร์ดแตกต่างกันมาก

ระดับราคา: มีตั้งแต่ระดับปานกลางไปจนถึงสูง ขึ้นอยู่กับรุ่น (รุ่น Advantis ราคาหลักล้านต้น ๆ ส่วนรุ่น Fuzion ราคาหลายล้านบาท)

เหมาะกับงาน: โรงงานที่ต้องการ ความยืดหยุ่น เป็นหลัก เช่น โรงงานรับประกอบแผงวงจร (EMS) ที่ผลิตงานให้ลูกค้าหลากหลายอุตสาหกรรม เนื่องจากเครื่อง Universal สามารถปรับให้เหมาะกับงานได้หลากหลายรูปแบบ และยังนิยมในตลาดอเมริกาเหนือที่ต้องการเครื่องที่เสถียรและบริการหลังการขายในพื้นที่

ผู้ผลิตรายย่อย/เฉพาะทาง (สำหรับงานเฉพาะหรือปริมาณน้อย)
นอกจากยี่ห้อหลักด้านบน ยังมีผู้ผลิตเครื่อง Pick and Place รายอื่นที่เน้นตลาดเฉพาะทางหรือเครื่องขนาดเล็กสำหรับธุรกิจขนาดเล็ก/งานต้นแบบ ดังนี้:

Mycronic (Mydata) (สวีเดน)
จุดเด่น: Mycronic เป็นผู้ผลิตจากสวีเดนที่เชี่ยวชาญด้านเครื่อง High Mix/Low Volume คือรองรับการผลิตที่มีความหลากหลายของชนิดชิ้นส่วน/บอร์ดสูง แต่จำนวนต่อรุ่นไม่มาก เครื่องของ Mycronic (ชื่อเดิม Mydata) ออกแบบให้ ปรับเปลี่ยนรุ่นการผลิตได้รวดเร็ว โดยไม่ต้องหยุดสายการผลิตนาน มาพร้อมซอฟต์แวร์บริหารจัดการวัสดุและคลังชิ้นส่วนอัจฉริยะที่ช่วยลดความผิดพลาดของคนในการเปลี่ยนชิ้นส่วน

ความเร็ว/ความแม่นยำ: ความเร็วสูงสุดของรุ่น MY300 อยู่ประมาณ 40,000 CPH

(ซึ่งน้อยกว่าเครื่องไฮเอนด์ของแบรนด์ใหญ่ แต่เพียงพอกับงานจำนวนไม่มาก) จุดเด่นอยู่ที่สามารถรักษาความแม่นยำในการวางชิ้นส่วนขนาดเล็กได้ดีและสม่ำเสมอ
การรองรับชิ้นส่วน: เครื่อง Mycronic รองรับ จำนวน Feeder มากเป็นพิเศษ — รุ่น MY300 ใส่ตลับป้อนชิ้นส่วนได้ถึง ~192 ตำแหน่ง

ทำให้สามารถโหลดชิ้นส่วนได้เป็นร้อยๆ ชนิดพร้อมกัน เหมาะกับการผลิตบอร์ดหลายแบบสลับกัน (ไม่ต้องเปลี่ยนฟีดเดอร์บ่อย) นอกจากนี้ยังรองรับชิ้นส่วนตั้งแต่ 01005 ไปจนถึงคอนเน็กเตอร์ขนาดใหญ่ได้ในเครื่องเดียว
การซ่อมบำรุง: อินเทอร์เฟซใช้งานง่าย ออกแบบมาสำหรับ งานโปรโตไทป์ ที่ช่างเทคนิคหรือวิศวกรสามารถควบคุมเครื่องได้โดยตรง การปรับเปลี่ยนเซ็ตอัปทำได้รวดเร็ว

ระดับราคา: ปานกลางถึงสูง (เครื่อง Mycronic ค่อนข้างแพงเมื่อเทียบกับความเร็ว เพราะคุณจ่ายเพื่อความยืดหยุ่นและระบบอัตโนมัติของคลังชิ้นส่วน) เช่น รุ่น MY300 ราคาประมาณหลายล้านบาทต่อชุดพร้อมอุปกรณ์เสริม

เหมาะกับงาน: ศูนย์วิจัยพัฒนา (R&D), โรงงานต้นแบบ, โรงงานผลิตสินค้าหลากหลายแต่ล็อตเล็ก ที่ต้องการเปลี่ยนรุ่นบ่อย ๆ และให้ความสำคัญกับการลดเวลาหยุดเครื่องและความผิดพลาดในการเปลี่ยนชิ้นส่วน

เครื่องตั้งโต๊ะ/เครื่องขนาดเล็ก (Desktop PnP) – เช่น NeoDen, DDM Novastar, Charmhigh (จีน) เป็นต้น
จุดเด่น: กลุ่มเครื่องจักรประเภทนี้เป็น เครื่อง Pick and Place ขนาดเล็ก สำหรับตั้งบนโต๊ะหรือสายการผลิตขนาดเล็ก เหมาะกับผู้เริ่มต้นหรือธุรกิจขนาดเล็ก เน้นราคาถูกและใช้งานง่าย รุ่นยอดนิยมเช่น NeoDen4, NeoDen K1830 จากจีน มักมีราคาหลักหมื่นถึงแสนบาท (เช่น NeoDen4 ราคาราว $10-15k หรือ ~3-5 แสนบาท) ซึ่งถูกกว่ารุ่นใหญ่หลายเท่า

ความเร็ว/ความแม่นยำ: โดยทั่วไปความเร็วจะอยู่ในช่วง ~5,000-10,000 CPH (บางรุ่นเคลมสูงสุด ~16,000 CPH) ซึ่งต่ำกว่าเครื่องโรงงานใหญ่มาก

และความแม่นยำอยู่ที่ประมาณ ±0.1 มม. หรือมากกว่า เหมาะสำหรับงานที่ไม่ต้องการความละเอียดสูงสุด ตัวเลขเหล่านี้ถือว่ายอมรับได้สำหรับการผลิตขนาดเล็กหรือการทำต้นแบบ
การรองรับชิ้นส่วน: ส่วนใหญ่รองรับชิ้นส่วนถึงขนาด 0402 หรือ 0201 ได้ (ขึ้นกับรุ่นและระบบกล้อง) มีหัวจับ 2-4 หัว พร้อมกล้อง vision ในตัวสำหรับจัดศูนย์ชิ้นส่วน จำนวน feeder จำกัด (เช่น 20-30 ชนิดเทป) และอาจต้องป้อนชิ้นส่วนบางประเภทด้วยมือ (manual tray)

การซ่อมบำรุง: โครงสร้างเครื่องง่าย ไม่ซับซ้อน ผู้ใช้ทั่วไปสามารถบำรุงรักษาหรือซ่อมแซมเบื้องต้นเองได้ เช่น เปลี่ยนหัวสูญญากาศ หรือปรับแกนมอเตอร์ โดยผู้ผลิตมักมีคู่มือและชุมชนออนไลน์ช่วยเหลือ

ระดับราคา: ต่ำมาก เมื่อเทียบกับเครื่องอุตสาหกรรม (เริ่มต้นหลักแสนบาทหรือต่ำกว่า สำหรับบางรุ่นราคาต่ำกว่า $5k ก็มี)

ค่าใช้จ่ายการดูแลรักษาก็ต่ำตามไปด้วย
เหมาะกับงาน: งานต้นแบบ, ธุรกิจสตาร์ทอัพ, โรงงานขนาดเล็ก ที่ผลิตบอร์ดจำนวนน้อยหรือไม่ต่อเนื่อง และผู้ที่ต้องการทำวิศวกรรมผลิตเองภายในโดยไม่ต้องลงทุนกับเครื่องใหญ่

หมายเหตุ: นอกจากที่กล่าวมา ยังมีแบรนด์เฉพาะทางอื่น ๆ ที่ได้รับความนิยมในกลุ่มผู้ผลิตบางกลุ่ม เช่น Europlacer(ฝรั่งเศส/UK) ที่ขึ้นชื่อเรื่องความยืดหยุ่นและจำนวน feeder สูงที่สุด – รุ่น iineo+ ของ Europlacer สามารถรองรับบอร์ดขนาดใหญ่พิเศษ (ถึง 1610×600 มม.) และมีหัววาง 2 หัว ๆ ละ 8 หรือ 12 หัวดูด ทำความเร็วได้ ~30,000 CPH

, Essemtec (สวิส) ที่เชี่ยวชาญเครื่องสำหรับงานโปรโตไทป์ความแม่นยำสูง, Mirae (เกาหลี) และ Kulicke & Soffa (Assembléon) ที่ยังมีใช้งานในบางอุตสาหกรรม เป็นต้น
เพื่อความเข้าใจที่ง่ายขึ้น ตารางต่อไปนี้สรุปการเปรียบเทียบ แบรนด์เครื่อง Pick and Place แต่ละรายในด้านคุณสมบัติหลัก ความเร็ว/ความแม่นยำ ระดับราคา และการใช้งานที่เหมาะสม:

อ้างอิง: ข้อมูลสเปคและจุดเด่นของแต่ละแบรนด์ถูกรวบรวมจากเอกสารและเว็บไซต์ผู้ผลิต รวมถึงแหล่งข้อมูลอุตสาหกรรมที่เชื่อถือได้ เช่น NextPCB ที่จัดอันดับเครื่อง SMT ชั้นนำ

nextpcb.com

และบทความเชิงเทคนิคต่าง ๆ
flason-smt.com
maximsmt.com

ผู้สนใจควรศึกษารุ่นเครื่องเฉพาะของแต่ละยี่ห้อเพิ่มเติม เนื่องจากแต่ละแบรนด์มีไลน์ผลิตภัณฑ์ย่อยหลายรุ่นรองรับความต้องการที่แตกต่างกัน ทั้งนี้ การเลือกเครื่อง Pick and Place ที่เหมาะสมควรพิจารณาจากปริมาณการผลิตที่ต้องการ ชนิดของชิ้นส่วนที่ใช้ งบประมาณที่มี และความพร้อมในการซ่อมบำรุง เพื่อให้การลงทุนคุ้มค่าและรองรับการผลิตได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด

11/03/2024

เนื่องด้วย มีมิจฉาชีพแอบอ้างใช้ ชื่อบริษัท และ หัวบิลของบริษัท โดยแจ้งว่าเป็นเจ้าหน้าที่ของ บริษัท แซดทูเอช อินเทค จำกัด เพื่อหลอกลวงลูกค้าในการทำธุรกรรม ซื้อ - ขาย สินค้าที่ทางบริษัทฯ ไม่ได้นำเข้ามาขาย ทางบริษัทฯ จึงขอแจ้งให้ทราบว่า บริษัทฯไม่มีนโยบายเรียกเก็บเงินจากลูกค้าล่วงหน้าในการ ซื้อ-ขาย สินค้าที่เป็นของบริษัท ฯ แต่อย่างใด และทางบริษัทฯ เองไม่มีนโยบายการโอนเงินเข้าบัญชีส่วนตัวของเจ้าหน้าที่ หรือ บัญชีบุคคลอื่นๆ ทั้งสิ้น (ถ้าจะโอนเงิน ซื้อ-ขาย ต้องโอนเข้าบัญชีของบริษัทเท่านั้น)
ทั้งนี้บริษัทฯได้ดำเนินการแจ้งความกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแล้ว เพื่อป้องกันไม่ให้มิจฉาชีพนำชื่อของบริษัทฯ ไปแอบอ้าง ในการกระทำความผิด กรณีมีข้อสอบถามเพิ่มเติมกรุณาติดต่อ ทางเพจหลักของทางบริษัท และ เบอร์โทรที่อยู่ในเพจเท่านั้น

สำหรับลูกค้าที่ถูกมิจฉาชีพหลอกโอนเงิน ทางบริษัทฯ ขอแนะนำให้รวบรวมหลักฐานต่าง ๆ ให้ครบถ้วนและเข้าแจ้งความที่สถานีตำรวจนครบาล หรือ สถานีตำรวจภูธร ณ ท้องที่เกิดเหตุ หรือ แจ้งที่กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ปอท.)
อาคารกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง เลขที่ 1106 ถ.พหลโยธิน แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900
สายด่วน โทร 1195
โทร 02-191-9191 ต่อ 7000
E-mail : [email protected]

11/03/2024

ขณะนี้มีมิจฉาชีพอ้างบริษัทของเรา ขายถังน้ำพลาสติก
และได้ให้เหยื่อโอนเงินมัดจำให้ก่อนในชื่อบัญชีบุคคลธรรมดา

ทางบริษัท แซดทูเอช อินเทค ไม่มีนโยบายในการโอนสินค้าให้ก่อนส่งของ
และจะดำเนินคดีกับผู้แอบอ้างชื่อบริษัทให้ถึงที่สุด

06/09/2021

สาเหตุที่แบรนด์ อิเล็กทรอนิกส์ญี่ปุ่น ได้รับความนิยมลดลง

03/08/2021

ศักยภาพการแข่งขันของอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ในไทย
อนาคตจะเป็นอย่างไร เราจะอยู่ตรงจุดไหน

Photos from Z2H Intech Co.,Ltd.'s post 30/07/2021

Juki เริ่มธุรกิจจักรเย็บผ้าสำหรับใช้ในบ้านในปี 1945 เครื่องแรกที่ผลิตในปี 1947 และทำการตลาดในญี่ปุ่นและประเทศอื่นๆ ทั่วโลก แม้ว่า Juki จะเติบโตจนกลายเป็นจักรเย็บผ้าอุตสาหกรรมยักษ์ใหญ่ ก็ยังมีเครื่องจักรเย็บผ้าภายในบ้านที่เป็นที่นิยม

ส่วนของ SMT นั้น Juki Automation ได้เริ่มทำเครื่องจักร SMT Placement เครื่องแรก ออกสู่ตลาดในปี 1987 และยังมีการพัฒนาเครื่องจักร SMT อย่างต่อเนื่อง จนกระทั่ง ปี 2012 ได้ มีการออก Total line solution มาให้ลูกค้าได้ใช้งาน

Juki มีเครื่อง SMT ทั้ง line ที่หลากหลาย เช่น Screen Printer , AOI/SPI, Insertion, ODD form insertion eg. JM20 , JM100

เครื่อง Placement เช่น KE-2060, KE-3020, FX-3 , RX-6 , RX-7 เป็นเครื่องที่ลูกค้าให้ความไว้วางใจ ในประสิทธิภาพและความคุ้มค่าเป็นอย่างมาก

cr. Fuji

Photos from Z2H Intech Co.,Ltd.'s post 29/07/2021

Yamaha คอร์ปอร์เรชั่น เป็นบริษัทจากญี่ปุ่น สำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่จังหวัดชิซุโอะกะ ผลิตสินค้าหลายอย่าง ได้แก่เครื่องดนตรี เช่น กีต้าร์ เบส คีย์บอร์ด เครื่องเสียง เครื่องจักร เช่น มอเตอร์ไซค์ และเครื่องยนต์เรือ ยามาฮ่าก่อตั้งในปี ค.ศ. 1887 โดยเริ่มจากการผลิตเปียโน และรี้ดออร์แกน ต่อมาช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่สองจึงได้ก่อตั้งบริษัทย่อยชื่อ ยามาฮ่า มอเตอร์ เพื่อผลิตและจำหน่ายรถจักรยานยนต์ ปัจจุบันเครื่องหมายการค้าของบริษัทยังบ่งบอกถึงจุดกำเนิด ว่ามาจากการเป็นผู้ผลิตเครื่องดนตรี คือเป็นรูปส้อมเสียง 3 ชิ้น ไขว้กันอยู่ [1] ยามาฮ่ามีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับโตโยต้า โดยการถือหุ้นบางส่วนไขว้กันของโตโยต้า มอเตอร์, ยามาฮ่าคอร์ปอร์เรชั่น และยามาฮ่า มอเตอร์ และมีความร่วมมือในส่วนการออกแบบวิจัยและพัฒนา และกิจกรรมการตลาด

ส่วนของอุตสาหรกรรม SMT นั้น - Yamaha SMT ก็ได้ทำเครื่องจักรออกมาหลายสิบปี ตั้งแต่ปี 1984 และหลายรุ่นเช่นกัน อาทิเช่น YV88 , YV100, YV200, YS24, YRM10 ,YSM10, YSM20, YSM40 ซึ่งได้มีการพัฒนาความเร็วและประสิทธิภาพออกมาได้ไม่แพ้เครื่องยี่ห้ออื่นๆ

หากลูกค้าต้องการ sparepart ต่างๆ ของเครื่อง SMT Yamaha ลองสอบถามมาได้ครับ

Photos from Z2H Intech Co.,Ltd.'s post 27/07/2021

ดูดน้ำต้องใช้หลอด ดูดอุปกรณ์ต้องใช้ nozzle ของเรา

Panasonic nozzle ของแท้ใหม่ ของเทียบ
ทุกรุ่น ทุกเบอร์ มีขายจ้า 😄😄

26/07/2021

Next Station...ทองหล่อ เอ๊ะไม่ใช่
Fuji H24 Nozzle Station ของแท้ใหม่
สอบถามมาได้ครับ

ต้องการให้ธุรกิจของคุณ ธุรกิจ ขึ้นเป็นอันดับหนึ่ง ร้านขายของ ใน Bangkok?
คลิกที่นี่เพื่อเป็นสมาชิก?

เบอร์โทรศัพท์

เว็บไซต์

ที่อยู่


8/38 Soi Chaiyapruke 33, Chaiyapruke Road Talingchan
Bangkok
10170