Go Easy

Go Easy

แชร์

ชีวิตของสาวเท่ห์แต่ไม่มีงานทำ
"มันง่าย" ถ้าเราบอกว่า "ง่าย"

06/07/2023

เรามักอิจฉาคนที่ “โชคดี” พร้อมเกิดความรู้สึกว่าทำไมตัวเองไม่โชคดีแบบคนโน้นคนนี้บ้าง แต่รู้หรือไม่ว่าจริงๆ แล้ว คุณเองก็สามารถเป็นคนที่โชคดีได้เหมือนกัน และนี่คือ 21 เหตุผลที่จะทำให้คุณโชคดีกว่าคนอื่นๆ เพราะว่าคนโชคดีนั้น....
1. ทำงานหนักอย่างเงียบ ๆ โดยไม่โอ้อวดกับใคร พวกเขาแค่ทำงานอย่างหนักอย่างเต็มที่ โดยไม่โพสต์ลง Facebook หรือ Instagram
2. คุณสร้างสภาพแวดล้อมหรือเอาตัวเองไปอยู่ท่ามกลางคนที่คิดบวก แทนที่จะเอาตัวเองไปอยู่ท่ามกลางคนที่ไม่เคยสนับสนุนอะไรคุณเลย แค่ใช้ชีวิตก็ยากแล้วอย่าทำให้ตัวเองต้องมานั่งกังวลว่าใครจะทำให้คุณเดินไปข้างหน้าได้ช้าลงเลย
3. เพิ่มพลังบวกให้ตัวเองด้วยคำพูดและการกระทำที่ดีต่อตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นการคิดบวก การฝึกสมาธิ การออกกำลังกาย ออกไปเที่ยวพักผ่อน หรือแม้แต่การเอ่ยปากชื่นชมตัวเอง
4. ต่อสู้กับความคิดมากของตัวเองในแต่ละวัน เพื่อเข้าใจว่าคุณไม่ได้อยู่คนเดียวและคนที่มีความสุขมากกว่าคือคนที่ไม่คิดมากจนเกินไป
5. มีจุดมุ่งหมายชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นอนาคตของตัวเอง การงาน ครอบครัว หรือแผนการทำธุรกิจให้ประสบความสำเร็จ และไม่ว่าเหตุผลอะไร คนโชคดีมักจะมีแม่เหล็กดึงดูดตัวเองเข้าสู่ความสำเร็จเสมอ
6. ยอมรับความไม่สมบูรณ์แบบได้ จะไม่พูดว่า “ยังไม่ถึงเวลา” หรือ “เวลานี้ยังไม่เหมาะสม” แต่จะพูดว่า “มันเป็นช่วงเวลาที่ดีในตอนนี้และเวลานี้” คุณรู้ว่าเวลาที่เหมาะสมจะไม่มีวันมาถึง แต่จะออกไปทำให้มันเป็นเวลาที่เหมาะสมด้วยตัวเอง
7. คุณไม่นินทาหรือให้ความสนใจกับคำวิจารณ์เหล่านั้น คนโชคดีจะไม่ถูกกวนใจจากคนที่อิจฉา เกลียดชัง หรือสงสัยในสิ่งที่คุณทำ เพราะคุณจะไม่ยอมให้ความคิดเชิงลบเหล่านั้นมามีผลต่อจิตใจ แถมไม่ตอบโต้แต่จะยิ้มรับและเดินหน้าต่ออีกด้วย
8. คุณใช้ความรู้สึกมากกว่าที่ตัวเองคิด บ่อยครั้งที่คนเราปล่อยให้ความคิดเป็นตัวนำทาง แต่บางครั้งที่ต้องเผชิญหน้ากับสถานการณ์ที่ยากลำบากความคิดกับความรู้สึกก็ขัดแย้งกัน แต่คนที่โชคดีนั้นดูเหมือนจะใช้ความรู้สึกจากหัวใจแทนการใช้สมอง
9. คณมุ่งเน้นไปที่เป้าหมาย มากกว่าแผนการ เพราะแผนการสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตลอด แต่เป้าหมายจะคงที่ และถ้าหากเป้าหมายที่มีนั้นมั่นคง ไม่ว่าจะด้วยวิธีการอะไรก็จะสามารถพาตัวเองไปถึงเป้าหมายได้อย่างแน่นอน
10. คุณลงมือทำสิ่งต่าง ๆ มากมาย แม้ว่าจะล้มเหลวแต่ก็พร้อมที่จะลองทำ คุณเลือกที่จะสร้างความแน่นอนด้วยการก้าวไปข้างหน้ามากกว่าการนั่งนิ่ง ๆ
11. คุณเปิดใจในการพบปะกับผู้คนตลอดเวลา พร้อมพูดคุยอย่างเปิดเผยและพร้อมที่จะรับฟังความคิดของผู้อื่นแม้จะเป็นคนแปลกหน้า เพื่อที่จะได้เปิดมุมมองของตัวเองในด้านที่อาจไม่เคยนึกถึง
12. ใช้ชีวิตแบบจดจ่อกับปัจจุบันโดยปล่อยวางเรื่องในอดีต คนโชคดีจะสนใจกับสิ่งที่สามารถควบคุมได้ในปัจจุบัน โดยไม่ต้องกังวลในเรื่องของเมื่อวานหรือวันพรุ่งนี้
13. คุณเจ็บปวดกับความล้มเหลวและความพ่ายแพ้พอ ๆ กับคนอื่น แต่ก็เลือกที่จะเดินหน้าต่อ เพราะรู้ว่าตัวเองจะต้องผ่านมันไปได้ ด้วยความเชื่อที่ว่าหากอดทนและพยายามมากพอจะสามารถผ่านความล้มเหลวไปได้
14. คุณเชื่อในตัวเอง ไม่ใช่การหยิ่งยโส แต่เป็นการเชื่อมั่นจากข้างในจิตใจว่าตัวเองจะสามารถบรรลุสิ่งที่ยิ่งใหญ่ได้
15. คุณอยากรู้อยากเห็นอยู่ตลอดเวลา โดยมักจะถามคำถามง่าย ๆ กับทุกคนที่รู้จัก เพราะต้องการจะรู้และเข้าใจว่าสิ่งต่าง ๆ นั้นมีกระบวนการทำงานอย่างไร พวกเขายินดีที่จะรับแนวคิด ความคิด หรือข้อสังเกตใหม่ ๆ อยู่เสมอ
16. คุณรู้ว่าการเดินทางไปสู้ความสำเร็จไม่ได้ง่าย ไม่ใช่ว่าเดินทางเป็นเส้นตรงแล้วจะถึงเป้าหมายเลย แต่เป็นเส้นทางที่เต็มไปด้วยทางโค้งและทางแยก ซึ่งคนโชคดีมักเดินไปตามทางของตัวเองแม้จะเป็นเส้นทางที่ไม่รู้จักก็ตาม
17. คุณรู้จักสำนึกในบุญคุณ และปฏิบัติต่อคนอื่นด้วยความอ่อนน้อมถ่อมตน
18. คุณยอมรับความตัวเองไม่ได้ฉลาดขนาดนั้น คนที่โชคดีมักจะเรียนรู้ด้วยการพยายามลองผิดลองถูก ด้วยการอ่าน ทำงานอย่างหนัก หากทำผิดก็ยอมรับและแก้ไขเพื่อเดินหน้าต่ออย่างรวดเร็ว และตระหนักได้ว่าความสุขและความสำเร็จในชีวิตนั้นมาจากการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง
19. คุณทำเพื่อคนอื่น ตั้งแต่การทำธุรกิจไปจนถึงชีวิตแต่งงาน คนที่โชคดีมักจะช่วยเหลือและทำเพื่อคนอื่นทั้งเรื่องงาน อาชีพ ธุรกิจและเรื่องส่วนตัว โดยคุณจะทำให้ตัวเองแน่ใจว่าผู้อื่นนั้นได้สิ่งที่จำเป็นก่อนสิ่งที่ตัวเองต้องการหรือไม่
20. คุณรู้ดีว่าไม่ได้เกิดมาโชคดี คุณโชคดีได้จากการเรียน การทำงาน และการฝึกฝน คุณไม่ได้เกิดมาแล้วฉลาดเลย แต่กลายเป็นคนฉลาดได้จากการอ่าน พัฒนา ปลูกฝังและเติบโต และคนโชคดีจะไม่นับว่าตัวเองโชคดี แต่เลือกที่จะคิดต่างและลงมือทำ
21. คุณมีความหิวกระหาย และมีความมุ่งมั่นที่จะทำในสิ่งที่ตัวเองต้องการให้สำเร็จให้ได้ คนโชคดีจะรีบลุกตื่นแต่เช้าและยอมทิ้งความสุขบางอย่าง(การเล่นโซเชียล, ดูหนัง ,ดูซีรีย์ ฯลฯ) เพื่อจะได้ทำงานที่ตัวเองตั้งเป้าหมายไว้ให้สำเร็จ
จะเห็นได้ว่าการเป็นคนโชคดีนั้นไม่ใช่แค่โชค แต่คุณเองก็สามารถกลายเป็นคนที่โชคดีได้เหมือนกัน ถ้าอยากโชคดี เริ่มเลยตั้งแต่วันนี้ แล้วคุณจะกลายเป็นคนที่โชคดีที่สุดคนนึงอย่างแน่นอน
ที่มา : https://bit.ly/3XA45xc
#อายุน้อยร้อยล้าน
#อายุน้อยร้อยล้านNEWS
#ธุรกิจ #ไอเดียธุรกิจ

02/11/2022

อายุไม่ใช่ข้อจำกัดของการพัฒนาตัวเองและเริ่มต้นใหม่ในสายงานใหม่อีกครั้ง! “Gazali Ahmad” คนขับแท็กซี่ชาวสิงคโปร์วัย 53 ปัจจุบันผันตัวมาเป็น “วิศวกรคอมพิวเตอร์” และสามารถทำรายได้เพิ่มขึ้น 3 เท่า ภายในเวลาเพียง 9 เดือน!
โดยก่อนหน้านี้ Gazali Ahmad เคยผ่านการทำงานมาหลายอย่าง หนึ่งในนั้นคือ การศึกษาและการเงิน ก่อนที่จะมาทำอาชีพเป็นคนขับแท็กซี่เป็นเวลากว่า 6 ปี แต่ด้วยความรู้สึกไม่พอใจกับอาชีพการงาน จึงตัดสินใจลงทะเบียนในโปรแกรมที่ยืนยันว่าจะฝึกฝนเขาให้เป็น “วิศวกรคอมพิวเตอร์” ภายใน 9 เดือน
โดยเขาบอกว่า เขามีความสนใจคอมพิวเตอร์อยู่เสมอ แต่ไม่เคยทำอย่างจริงจังสักครั้ง ในขณะเดียวกันระหว่างที่เป็นคนขับแท็กซี่เขาเองก็มองภาพตัวเองในการขับรถแท็กซี่ไปจนถึงอายุเยอะ ๆ ไม่ออก ดังนั้น เมื่อเห็นโปรแกรมนี้ เขาจึงบอกกับตัวเองว่า “ทำไมไม่ลองดู”
เมื่อเวลาผ่านไป 9 เดือน จนตอนนี้ Gazali Ahmad ในวัย 53 ปี ได้กลายเป็นวิศวกรคอมพิวเตอร์หรือนักพัฒนาเว็บอย่างเต็มรูปแบบ (Full-Stack Developer) โดยทำงานให้กับบริษัทเทคโนโลยีระดับโลก รวมถึงเขายังมีทักษะในการเขียนโปรแกรมหลายภาษา ซึ่งอาชีพนี้ทำให้เขาสามารถทำรายได้ได้มากกว่าตอนเป็นคนขับแท็กซี่ถึง 3 เท่า
ทั้งนี้ สำหรับหลักสูตรที่เขาลงทะเบียนนั้น ดำเนินการโดย Generation Singapore ซึ่งเป็นองค์กรไม่แสวงหาผลกำไรที่เริ่มต้นในสิงคโปร์ในปี 2019 และมุ่งเน้นไปที่การเพิ่มทักษะการทำงาน พร้อมกับมีตำแหน่งงานในบริษัทต่างประเทศอีกมากมาย เวลา 3 เดือนในการเรียนทฤษฎีเร่งรัด และใช้เวลาอีก 6 เดือนในการฝึกทำงานจริง
ซึ่งในตอนแรกเขารู้สึกกังวลใจ เนื่องจากเพื่อนร่วมหลักสูตรของเขาส่วนใหญ่เป็นหนุ่มสาวอายุ 30 ปี หรือบางคนอาจจะเป็นลูกชายและลูกสาวของเขาเลยก็ว่าได้ ที่สำคัญเขายังกังวลด้วยว่า จะไม่มีใครรับเขาเข้าทำงานเนื่องจากอายุของเขา แม้จะสามารถเรียนจบหลักสูตรได้ก็ตาม
แต่แม้จะกังวลใจ เขาก็ยังคงยืนกรานที่จะเดินไปข้างหน้า ด้วยความเชื่อว่างานใหม่ จะทำให้เขาสามารถทำงานได้ทุกที่ในโลกนี้ เขาทุ่มเทให้เวลาพิเศษในวันหยุดสุดสัปดาห์และหลังเลิกเรียน ในไม่ช้าผลลัพธ์ก็เริ่มแสดงให้เห็น และช่วยให้เขาได้งานที่อยากมีส่วนร่วมและรู้สึกคุ้มค่ากับความพยายามที่ผ่านมา
Walter Theseira รองศาสตราจารย์ มหาวิทยาลัย Singapore University กล่าวว่า “ปัญหาของตลาดแรงงานผู้สูงอายุ คือ ทักษะของผู้สูงอายุไม่ตรงกับความต้องการของนายจ้างในปัจจุบัน บางคนขาดทักษะบางอย่างหรือเป็นทักษะที่ล้าสมัยเกินไป และด้วยเหตุนี้ทำให้หลักสูตรสั้น ๆ หลักสูตรนี้จะสามารถช่วยแก้ปัญหาได้
อย่างไรก็ตาม Gazali Ahmad ยังได้กล่าวไว้อีกว่า งานใหม่ของเขาทำให้เขาสามารถทำงานจากทุกที่กับเพื่อนร่วมงานจากทั่วโลกได้ ซึ่งในอีก 10 ปีข้างหน้า หรือตอนเขาอายุ 63 ปี แม้เทคโนโลยีทุกอย่างจะเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา แต่เขาก็จะยังสนใจเรื่องของคอมพิวเตอร์และเป็นวิศวกรคอมพิวเตอร์ต่อไป ทั้งหมดนี้แสดงให้เห็นว่า ไม่ว่าคุณจะอายุเท่าไร หรืออาจจะอายุมากเหมือนกับชาวสิงคโปร์คนนี้ แต่ถ้ามีใจที่อยากจะพัฒนาตัวเอง เริ่มต้นใหม่ หรือเปลี่ยนงานใหม่ที่คิดว่าใช่และตอบโจทย์ตัวเองมากกว่า ไม่มีคำว่าสายเกินไปแน่นอน!
ที่มา : https://bit.ly/3FwO5Ff
#อายุน้อยร้อยล้าน #อายุน้อยร้อยล้านNEWS #คนขับแท็กซี่ #วิศวกรคอมพิวเตอร์ #วิศวกร #นักพัฒนา #เปลี่ยนอาชีพ #เริ่มต้นใหม่ #รายได้ #สิงคโปร์

20/10/2022

17 บทเรียนชีวิตจากหนังสือเล่มล่าสุดของนิ้วกลม

1. หากอยากเป็นหนุ่มเป็นสาวอยู่เสมอ ให้พาตัวเองไปอยู่ในจุดที่โง่บ่อยๆ

2. เมื่อบอกว่า 'เป็นไปไม่ได้' เรากำลังประเมินตัวเองจาก 'ตอนนี้' เสมอ

3. ความสำคัญอาจอยู่ที่ระหว่างทาง ความสำเร็จเล็กๆ ในแต่ละวัน ตอนเช้าได้ซ้อมวิ่ง รู้สึกว่าเราชนะตัวเองแล้ว ฉะนั้น วันที่เรายืนอยู่ตรงจุดสตาร์ต จบหรือไม่จบเราไม่รู้หรอก แต่เราจะทำให้ดีที่สุด และสิ่งที่เราได้จะเป็นของแถมทั้งหมด เพราะแก่นของเรื่องมันสำเร็จไปแล้วในช่วงที่เราซ้อม

4. การวิ่งทำให้เรามีความโลภอยากได้นั่นอยากได้นี่น้อยลง เพราะเรานับถือตัวเองได้ผ่านความสำเร็จบนเส้นทางวิ่ง

5. ทางไกลก็คือทางใกล้ที่เชื่อมต่อเข้าด้วยกัน ระยะเวลายาวนานคือระยะเวลาสั้นๆ ต่อเข้าด้วยกัน เราเหนื่อยเพราะเราคิดถึงทั้งหมด เราหยิบอนาคตมาเหนื่อยล่วงหน้า

6. เราจะต้องรบรากับความยากของโลกภายนอก หรือความอ่อนแอของโลกภายในกันแน่?

7. ไม่เร็วก็ได้ ขอแค่อย่าหยุด พักบ้างก็ได้ ขอแค่อย่าเลิก

8. เหนื่อย พักแป๊บเดียวก็หาย แต่ความทรงจำดีๆ จะอยู่ไปตลอด

9. การหัดเผชิญหน้ากับเรื่องยากจะบ่มเพาะหัวใจที่มีคุณภาพแบบใหม่ ไม่สำออยเกินจำเป็น แล้วเรื่องที่เคยทำให้ร้องไห้จะทำอะไรเราไม่ได้เหมือนเดิม

10. บางที เรื่องสนุกของชีวิตก็เป็นเรื่องเดียวกับที่เรากลัวที่สุดนั่นแหละ

11. ความสำเร็จของแต่ละคนนั้นมีปัจจัยร้อยพันที่แตกต่าง เมื่อมองโดยละเอียดย่อมทราบว่าการเปรียบเทียบเป็นเพียงภาพลวงตาไร้สาระ ในเมื่อต้นทุนและเงื่อนไขของแต่ละคนแตกต่างกันไป

12. ทุกสิ่งในสนามจริงคือผลลัพธ์ของสนามซ้อม ถ้าผลดีแปลว่าซ้อมมาดี ถ้าผลแย่แปลว่าซ้อมมาห่วย ไม่ต้องโทษอย่างอื่น โทษตัวเองสถานเดียว

13. เอาแต่ครุ่นคิดย่อมกังวล เมื่อลงมือทำใจจะเบา

14. จุดมุ่งหมายสูงส่งยิ่งเงยหน้ามองยิ่งท้อใจ สิ่งที่ควรทำคือมองต่ำเข้าไว้แล้วก้าวไปทีละขั้น ก้าวไปเรื่อยๆ สลับกับหันมองย้อนลงไป จะเห็นว่าเราขึ้นสูงมาจากเดิมไม่น้อยเลย

15. เมื่อเราก้าวไปเรื่อยๆ โดยไม่หยุด ภูเขาสูงจะค่อยๆ เตี้ยลง จุดหมายแสนไกลจะค่อยๆ ใกล้ขึ้น ทีละก้าวนั่นเองที่จะบดภูเขาเสียดฟ้าให้เตี้ยลงได้

16. จงสม่ำเสมอแล้วผลลัพธ์จะปรากฏ ไม่มีเส้นทางไหนไกลเกินความสม่ำเสมอของเรา

17. ตราบที่ยังพยายาม แปลว่าเรายังมีความหวังว่าจะมีพรุ่งนี้ที่ดีกว่าเดิม

-----

ขอบคุณบทเรียนชีวิตจากหนังสือ Ultraman เส้นชัยไร้เหตุผล นิ้วกลม เขียน สำนักพิมพ์ KOOB
https://anontawong.com/2022/10/17/roundfinger-latest-book-lessons/

14/10/2022

ความสำเร็จใหญ่ๆ ล้วนเกิดจากการสะสมของการกระทำที่ถูกต้องเล็กๆน้อยๆ ทั้งสิ้น
แค่เพียงลุกมาเก็บที่นอนก็ถือว่าทำงานได้สำเร็จ
และเป็นแรงส่งให้ทำภารกิจถัดๆไป สำเร็จตาม
บางคนคิดว่ากิจกรรมเล็กๆ แค่นี้คงจะไม่ส่งผลกระทบต่อชีวิตมากนัก แต่ที่จริงแล้ว มันสะท้อนให้เห็นถึงอะไรหลายๆอย่างในตัวคนนั้น เช่น ทัศนคติ และนิสัย ซึ่งส่งผลกระทบไปยังการทำกิจกรรมและการทำงานที่ใหญ่ขึ้น
ความสำเร็จในหน้าที่การงานและการทำธุรกิจเริ่มจากสิ่งเล็กๆ ที่ทำเป็นประจำทุกวันจนสะสมเป็นพลังที่ยิ่งใหญ่
วันนี้ผมขอนำเคล็ดลับและทัศนคติที่สร้างความสำเร็จ ซึ่งล้วนแล้วแต่เริ่มต้นจากการทำสิ่งเล็กๆ อย่าง "การเก็บที่นอน" จากหนังสือ "Make Your Bed" มาเล่าให้ฟังกัน ว่าสิ่งเล็กๆ นี้ส่งต่อวิธีคิดอะไรให้กับเราได้บ้าง
1. เริ่มต้นวันใหม่ด้วยการเก็บที่นอนให้เรียบร้อย เป็นการแสดงว่าเราทำงานได้อย่างลุล่วงไปแล้วหนึ่งอย่างของวัน แม้มันจะดูเล็กน้อยก็ตาม นอกจากนี้ยังแสดงถึงความใส่ใจ และมีวินัยของเราเอง
2. ความสำเร็จของเราต้องอาศัยคนอื่นๆ คอยช่วยเหลือเกื้อกูล ในเวลาที่ยากลำบาก หาใครสักคนมาแบ่งปันเรื่องราว ผูกมิตรให้มากเข้าไว้
3. ความอึดและความมุ่งมั่น ย่อมสำคัญกว่าความสามารถพิเศษ ขนาดของหัวใจเราสำคัญมาก เป็นตัวตัดสินว่าเราจะประสบความสำเร็จได้ไหม
4. ชีวิตนั้นไม่ยุติธรรม คนที่จะประสบความสำเร็จจะไม่โทษความอยุติธรรม เขาจะไม่บ่น ไม่โทษว่าโชคร้าย แต่จะยืนหยัด มองไปอนาคต และพยายามต่อไป
5. ความล้มเหลวจะสอนเราให้แข็งแกร่งขึ้น รับมือกับช่วงเวลาโหดๆ ของชีวิต ถ้าเรากัดฟันสู้ต่อ ไม่ยอมแพ้ไปก่อน และเรียนรู้จากความล้มเหลวนั้น
6. กล้าเสี่ยงดูบ้าง หัดขยายขีดจำกัดของตัวเอง อย่ากลัวล้มเหลว ขายหน้า หรือลำบาก ถ้าไม่กล้าเสี่ยง เราจะไม่รู้เลยว่าอะไรบ้างที่เป็นไปได้จริงในชีวิตเรา
7. หากไม่มีความกล้าหาญ เราจะถูกคนอื่นกำหนดเส้นทางให้ พร้อมไหลไปกับสิ่งเย้ายวน ความกล้าหาญจะช่วยให้เราบรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้
8. ในช่วงเวลาที่ยากลำบาก จงเป็นเราในแบบที่ดีที่สุด พยายามให้เต็มที่
9. จงมีความหวัง และมอบความหวังให้กับคนรอบข้างในเวลาที่ลำบาก
10. การเลิกล้มไม่เคยทำให้อะไรง่ายขึ้นเลย อย่าเลิกล้มเด็ดขาด
11. ชีวิตเต็มไปด้วยช่วงเวลายากๆ แต่ก็ยังมีคนอื่นที่ลำบากกว่าเราเสมอ
12. ไม่ว่าจะเตรียมตัวมาดีแค่ไหน ก็มักจะมีสิ่งที่ไม่คาดคิดเกิดขึ้นได้เสมอ จงยอมรับและฟันฝ่าให้ได้
หวังว่าข้อคิดจากบทความนี้จะเป็นกำลังใจให้ทุกคนผ่านพ้นอุปสรรคต่างๆ ทั้งในการทำงานและการใช้ชีวิต และไม่มองข้ามนิสัยเล็กๆน้อยที่กระทำอยู่ทุกวัน สิ่งเล็กน้อยในชีวิตนั้นสำคัญ ถ้าเราทำงานเล็กๆน้อยๆ ให้เสร็จไม่ได้ เราไม่มีทางทำงานใหญ่ให้ดีได้เลย

12/10/2022

📣เด็กกิจกรรมอยากเรียน #มธ ห้ามพลาด!!

#โควตาพิเศษ
"โครงการรับนักเรียนพลเมืองจิตอาสา ม.ธรรมศาสตร์"
เป็นโครงการที่เปิดโอกาสให้นักเรียน ม.6 ปวช.3 หรือเด็กซิ่วที่มีผลงานร่วมกิจกรรมด้านจิตอาสา สนใจอยากเข้าเรียน ป.ตรี ม.ธรรมศาสตร์ โดยจะมีเกณฑ์การคัดเลือก เช่น ผลงานจิตอาสาที่เคยเข้าร่วม, มีคะแนนสอบตามที่คณะกำหนด เปิดรับใน TCAS รอบ 2 โควตา

ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
📌http://sa.tu.ac.th
📍https://www.tuadmissions.in.th

เกณฑ์ขั้นต่ำแต่ละโครงการ
�https://www.tuadmissions.in.th/img/2022100308491051.pdf

#ธรรมศาสตร์ #มธ

Photos from บันทึกนึกขึ้นได้'s post 11/10/2022
04/10/2022

5 ทัศนคติส่วนตัว ที่มีแล้วรู้สึกว่าชีวิตเบาขึ้น

1. ไม่มีใครสนใจเราจริงๆ หรอก
เราต่างสนใจตัวเองแล้วก็มีเรื่องราวของคนอื่นมาเป็นโฆษณามาคั่นนิดหน่อยเท่านั้น

เลิกสนใจสายตาคนอื่น
เลิกคิดว่าคนอื่นจะคิดยังไงกับเรา
มันไม่มีใครคิดอะไรขนาดนั้นหรอก
หรือถ้ามีจริงๆ ก็ไม่ต้องสนใจก็ได้ว่าคนอื่นจะคิดยังไงก็ได้
ถ้าสิ่งที่เป็น ทำ อยากจะทำ มันยังอยู่บนพื้นฐานของความพอใจ

ใครจะรู้สึกยังไง มันก็เป็นปัญหาของเขา
แค่เราไม่ปล่อยให้ความคิดเหล่านั้นมาทำให้เรารู้สึกแย่กับตัวเองก็พอ

2. ความสัมพันธ์ที่ดีกับตัวเอง
มีชีวิตอยู่ด้วยสิ่งที่ตัวเองต้องการ

ความสัมพันธ์ที่อยู่กับเรานานที่สุด และมีผลกับชีวิตเราที่สุด คือความสัมพันธ์ที่เรามีกับตัวเอง

ใจดีกับตัวเองบ้าง เลิกโบยตีตัวเองได้แล้ว
อะไรแบบนี้แหละที่มันคือความสัมพันธ์กับตัวเอง

มันเหมือนพูดกับตัวเองยังไงในวันที่ชีวิตมันดี
ในวันที่มันแย่ เราปลอบใจตัวเอง
ให้กำลังใจตัวเองยังไง
หรือจริงๆ เราเองก็มองว่าตัวเองไม่มีค่า
ไม่มีทางทำในสิ่งที่เราวาดหวังเอาไว้ได้หรอก

เลิกโบยตี แล้วพูดดีๆ กับตัวเองได้แล้ว

3.อย่าเพิ่งมองหาผลลัพธ์ ทำทุกๆ วันให้เต็มที่ก่อน

ทุกอย่างมันต้องการเวลา
อย่าเพิ่งมองหาผลลัพธ์ อย่าเพิ่งมองหาการเปลี่ยนแปลง
อย่าใจร้อนกับเรื่องที่ต้องใช้เวลามากนัก
ทุกอย่างจะมาในวันที่เราพร้อมและทำมันอย่างสม่ำเสมอ

ถ้าวันนี้เต็มที่แล้ว ก็คงไม่ต้องกังวลอะไร

4.ลำดับความสำคัญคนและสิ่งที่ต้องทำในชีวิต

ทุกอย่างต้องการเวลาจากเรา
Netflix / ความสัมพันธ์ / หน้าที่การงาน / โลกโซเชียล /สุขภาพ

บางอย่างให้เวลากับมันมากไป ก็ไม่ได้เกิดประโยชน์อะไรขึ้นมา
แต่บางอย่างถ้าจัดการเวลากับมันดีๆ ก็ส่งผลให้ตัวเองมีชีวิตแล้วก็สุขภาพจิตที่ดีขึ้น

นอกจากทัศนคติจะเป็นสิ่งที่เลือกคนเข้ามาในชีวิตเราแล้ว
ถ้าเราลำดับความสำคัญของคนในชีวิตถูก ทิศทาง และคุณภาพชีวิตเราจะดีขึ้น

ชีวิตเราจะเป็นยังไง บางทีก็ขึ้นอยู่กับว่า เราแวดล้อมอยู่กับใคร
ถ้าตอนนี้มันดี ก็ยินดีด้วย
แต่ถ้าไม่ใช่ลองมองรอบๆ ดูให้ดี ว่าเราจัดลำดับผิดที่ผิดคนอยู่รึเปล่า

5. ช่างแม่ง

กับทุกอย่างที่พยายามแล้ว
ทุกอย่างที่ควบคุมไม่ได้

ถ้าอะไรแก้ไขได้ ก็แก้ไข
แต่ถ้าไม่ไหวจริงๆ ขอพักก่อน
อย่าเพิ่งมายุ่งกัน
ถ้าตั้งหลักได้ จะลุยใหม่
แต่ถ้าไม่ได้สำคัญขนาดนั้น
ก็บอกลากันดีกว่า

บันทึกนึกขึ้นได้ Podcast EP.80
5 ทัศนคติที่มีแล้วชีวิตจะดีขึ้น

สามารถฟังได้ทาง


https://apple.co/2EWPZ1R


https://spoti.fi/3CtjDdr

และทุก Application ที่คุณฟัง Podcast

instagram.com/sooooosleepy/

01/09/2022

ไปสอนหุ่นยนต์ อปท. ม.ต้น ถึงโรงเรียน ระยะทางไกลกว่า 817 กิโลเมตร
https://youtu.be/DVwIUp0IrEc

สนใจแบบนี้ทักมาที่เพจได้เลยครับ

25/07/2022

กรณีศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มีรายได้กว่า 20,000 ล้านบาทต่อปี /โดย ลงทุนแมน
22,126 ล้านบาท คือ ตัวเลขรายได้รวมของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยในปี 2563

โดยนอกจากมีรายได้มหาศาลเทียบเท่ากับบริษัทมหาชนแล้ว จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ยังเป็นเจ้าของที่ดินกว่า 1,000 ไร่ บนถนนพระรามที่ 1 จรดถนนพระรามที่ 4 ที่เป็นดั่งไข่แดงของกรุงเทพมหานคร

ที่ดินทำเลทองของมหาวิทยาลัย มีมูลค่ามากขนาดไหน​ ?
แล้วรายได้กว่า 20,000 ล้านบาทต่อปีนั้นมาจากอะไร ?
ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง
╔═══════════╗
ภาวะเงินเฟ้อ ตลาดผันผวนแบบนี้ ติดตามข่าวเศรษฐกิจแบบเน้น ๆ จากหลายเพจได้ใน Blockdit - คอนเทนต์แพลตฟอร์มที่มีผู้ใช้งานเป็นประจำ 2 ล้านคน ลองใช้ฟรี blockdit.com/download
╚═══════════╝
จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นสถาบันอุดมศึกษาแห่งแรกของประเทศไทย
มีจุดเริ่มต้นมาจาก "โรงเรียนสําหรับฝึกหัดวิชาข้าราชการฝ่ายพลเรือน"
ที่รัชกาลที่ 5 โปรดเกล้าฯ ให้จัดตั้งขึ้นเมื่อปี 2442

ต่อมารัชกาลที่ 6 ทรงมีพระราชดําริที่จะขยายการศึกษาให้กว้างขวางยิ่งขึ้น
จึงโปรดเกล้าฯ ให้ประดิษฐานขึ้นเป็นมหาวิทยาลัย และพระราชทานนามว่า
"จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย" เมื่อปี 2459

ผ่านมานับ 100 ปีจากจุดเริ่มต้น
ตอนนี้มหาวิทยาลัยแห่งนี้เป็นอย่างไรบ้าง ?

จากข้อมูลในปี 2563 จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มีบุคลากรทั้งข้าราชการ และพนักงานมหาวิทยาลัย รวม 8,138 คน และมีนิสิตทั้งสิ้น 37,626 คน โดย 70% เป็นนิสิตระดับปริญญาตรี ขณะที่อีก 30% เป็นนิสิตในระดับที่สูงกว่า

ซึ่งที่ดินของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มีขนาดพื้นที่กว่า 1,153 ไร่
เทียบเท่ากับสนามฟุตบอล 258 สนาม

โดยมีการแบ่งใช้ประโยชน์จากที่ดินเป็น
- พื้นที่การศึกษา 55%
- พื้นที่พาณิชย์ 34%
- พื้นที่ราชการยืมและเช่าใช้ 11%

แล้วที่ดินทำเลทอง ที่เป็นดั่งไข่แดงของกรุงเทพมหานครแห่งนี้ มีมูลค่าเท่าไร ?

จากราคาประเมินทุนทรัพย์ที่ดินเป็นรายถนนของกรมธนารักษ์ รอบบัญชีปี 2559-2562
ตั้งแต่ถนนพระรามที่ 1, ถนนพระรามที่ 4, ถนนบรรทัดทอง, ถนนพญาไท และถนนอังรีดูนังต์

พบว่ามีราคาประเมินตั้งแต่ 260,000-900,000 บาทต่อตารางวา หากให้ที่ดินของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มีราคา 900,000 บาทต่อตารางวา โดยไม่รวมมูลค่าสิ่งปลูกสร้างต่าง ๆ บนที่ดิน มูลค่าที่ดินทั้งหมด จะมีมูลค่าสูงถึง 415,000 ล้านบาท ซึ่งถือว่าเป็นมหาวิทยาลัยที่มีมูลค่าที่ดินสูงที่สุดในประเทศไทยเลยก็ว่าได้

หากลองมาดูผลประกอบการของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยจะพบว่า

- ปี 2561 รายได้ 23,333 ล้านบาท รายได้เหนือรายจ่าย 4,905 ล้านบาท
- ปี 2562 รายได้ 25,850 ล้านบาท รายได้เหนือรายจ่าย 5,148 ล้านบาท
- ปี 2563 รายได้ 22,126 ล้านบาท รายได้เหนือรายจ่าย 2,040 ล้านบาท

โดยในแต่ละปีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มีรายได้ไม่ต่ำกว่า 20,000 ล้านบาทต่อปี
แล้วมหาวิทยาลัยแห่งนี้ มีรายได้มาจากอะไรบ้าง ?

จากงบการเงินในปี 2563 พบว่ามีรายได้มาจาก 4 แหล่ง คือ

- 9,000 ล้านบาท จากรัฐบาล และหน่วยงานวิสาหกิจ
- 5,900 ล้านบาท จากการดำเนินงานของสำนักงานจัดการทรัพย์สิน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
- 3,600 ล้านบาท จากการจัดการศึกษา และบริการวิชาการ
- 3,500 ล้านบาท จากเงินอุดหนุน การลงทุน และอื่น ๆ

จะเห็นว่ารายได้หลักส่วนแรกมาจากเงินสนับสนุนจากรัฐบาล เช่น ค่าบุคลากร และเงินอุดหนุนทั่วไป
รวมถึง เงินได้จากหน่วยงานวิสาหกิจ เช่น ศูนย์หนังสือแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

และอีกส่วนหนึ่งคือ การดำเนินงานของสำนักงานจัดการทรัพย์สิน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
เช่น การจัดสรรที่ดินไปใช้ในเชิงพาณิชย์

แล้วทำไมมหาวิทยาลัยต้องใช้ที่ดินมาสร้างรายได้
แม้จะมีเงินสนับสนุนจากภาครัฐอยู่แล้ว ?

คำตอบก็คือ เพื่อนำเงินรายได้มาพัฒนาการศึกษาของมหาวิทยาลัย
โดยไม่ต้องพึ่งงบประมาณแผ่นดินเพียงอย่างเดียว

นี่จึงเป็นสาเหตุว่าทำไมจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ต้องจัดสรรที่ดินไปใช้ในเชิงพาณิชย์ อย่างเช่น สยามสแควร์, ศูนย์การค้า MBK Center และสามย่านมิตรทาวน์ ก็เพื่อนำเงินที่ได้มาปรับปรุงคุณภาพการศึกษา และลดการพึ่งพางบประมาณแผ่นดิน

อีกทั้งจากการที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐ หรือที่เรียกว่า มหาวิทยาลัยนอกระบบ ซึ่งมีอิสระในการบริหารและจัดการ โดยไม่อยู่ภายใต้กฎระเบียบราชการเหมือนมหาวิทยาลัยของรัฐ

ทำให้สามารถบริหารรายได้ที่มีกว่า 20,000 ล้านบาทต่อปี ได้อย่างอิสระ จึงสามารถพัฒนาคุณภาพการศึกษาของมหาวิทยาลัยได้อย่างต่อเนื่อง

และจากการที่ยังคงมีอีกหลายมหาวิทยาลัยที่มีพื้นที่เหลือใช้อยู่จำนวนมาก

ก็น่าสนใจว่าหากมหาวิทยาลัยเหล่านั้น สามารถต่อยอดและเพิ่มมูลค่าให้กับที่ดินได้มากขึ้น เราอาจจะมีมหาวิทยาลัยชั้นนำเพิ่มขึ้น รวมถึงเกิดแหล่งเศรษฐกิจใหม่ ๆ ล้อมรอบมหาวิทยาลัย เหมือนที่เกิดขึ้นกับพื้นที่ย่านปทุมวัน ของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยก็เป็นได้..

ปิดท้ายด้วยข้อมูลที่น่าสนใจ
ปัจจุบัน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้รับการจัดอันดับให้เป็นมหาวิทยาลัยอันดับ 1 ของไทยอีกครั้ง
ซึ่งถูกจัดอันดับโดยบริษัทจัดทําสถิติทางการศึกษา QS World University Rankings
ถือเป็นการครองอันดับ 1 ของประเทศ เป็นเวลา 14 ปีซ้อน..
╔═══════════╗
ภาวะเงินเฟ้อ ตลาดผันผวนแบบนี้ ติดตามข่าวเศรษฐกิจแบบเน้น ๆ จากหลายเพจได้ใน Blockdit - คอนเทนต์แพลตฟอร์มที่มีผู้ใช้งานเป็นประจำ 2 ล้านคน ลองใช้ฟรี blockdit.com/download
╚═══════════╝
ติดตามลงทุนแมนได้ที่
Website - longtunman.com
Blockdit - blockdit.com/longtunman
Facebook - facebook.com/longtunman
Twitter - twitter.com/longtunman
Instagram - instagram.com/longtunman
Line - page.line.me/longtunman
YouTube - youtube.com/longtunman
TikTok - tiktok.com/
Spotify - open.spotify.com/show/4jz0qVn1AL7tRMHiTvMbZH
Apple Podcasts - podcasts.apple.com/th/podcast/ลงทุนแมน/id1543162829
Soundcloud - soundcloud.com/longtunman
References
https://www.chula.ac.th/wp-content/uploads/2021/08/Chula_AnnualReport63_Oct2020-Sept2021.pdf
https://www.chula.ac.th/wp-content/uploads/2021/03/20210323_ChulaFinance62.pdf
https://www.chula.ac.th/wp-content/uploads/2014/01/20171003_CUFinan57.pdf
-https://th.wikipedia.org/wiki/จุฬาลงกรณมหาวิทยาลัย
-https://pmcu.co.th/?page_id=10798
-https://www.chula.ac.th/news/75120/
-https://www.tcijthai.com/news/2014/01/scoop/4063
-https://www.treasury.go.th
-https://prachatai.com/journal/2020/12/90811

24/07/2022

ทำไม KFC แต่ละสาขา ถึงมีการบริหาร ที่ไม่เหมือนกัน ? | BrandCase
ถ้าพูดถึง ร้านอาหารฟาสต์ฟูด ที่ได้รับความนิยมเป็นอันดับต้น ๆ ในประเทศไทย
แน่นอนว่าต้องพูดถึง ร้านไก่ทอด KFC
แต่เวลาที่เราเข้าไปใช้บริการร้าน KFC หากสังเกตดี ๆ จะพบว่า แต่ละสาขามักจะมีความแตกต่างกันหลายอย่าง

แล้วมีอะไรบ้างที่แตกต่างกัน แล้วทำไมถึงเป็นเช่นนั้น ?
BrandCase จะสรุปให้ฟัง

ปี 2527 KFC เข้ามาเปิดสาขาแรกในประเทศไทย ที่ห้างเซ็นทรัล ลาดพร้าว
37 ปีต่อมา จำนวนสาขาของ KFC ได้เติบโตอย่างต่อเนื่อง จนในวันนี้ มีสาขากว่า 900 สาขา กระจายอยู่ทั่วประเทศไทย

เรียกได้ว่า ในหลาย ๆ สถานที่ที่เราเดินทางไป ไม่ว่าจะเป็นตามห้างสรรพสินค้า ชุมชน ถนนเส้นหลัก สถานีบริการน้ำมัน เรามักจะเห็นร้าน KFC อยู่เสมอ

อย่างไรก็ตาม เราอาจแปลกใจที่จะพบว่า
ในร้านของ KFC หลาย ๆ ร้านนั้น จะมีบางอย่างที่ไม่เหมือนกัน อย่างเช่น

- ภาชนะสำหรับใส่อาหาร

ก่อนหน้านี้ บางสาขาของร้าน KFC มีการใช้จานกระดาษ มีดและส้อมแบบพลาสติก ขณะที่บางสาขากลับใช้จานเซรามิก มีดและส้อมแบบสเตนเลส

แต่ต้องบอกว่า บางสาขาที่ใช้จานเซรามิก มีดและส้อมแบบสเตนเลสนั้น ถือว่าหาได้ยาก เพราะปัจจุบันหลายร้านของ KFC ได้เปลี่ยนมาใช้จานกระดาษ มีดและส้อมแบบพลาสติก แทบทั้งหมดแล้ว

- รูปแบบการชำระเงิน

เวลาที่เราสั่งอาหารในร้าน KFC และกำลังจะจ่ายเงินนั้น
บางสาขาจะรับชำระเงินผ่านบัตรเครดิต บางสาขารับชำระด้วยแอปพลิเคชันกระเป๋าเงินออนไลน์ อย่าง Dolfin Wallet ขณะที่บางสาขา ยังรับชำระเฉพาะแค่เงินสด

- เครื่องดื่มภายในร้าน

เครื่องดื่มรีฟิลของร้าน KFC ในไทยจะไม่เหมือนกัน เช่น บางสาขามีชาลิปตัน บางสาขามีเฉพาะน้ำอัดลม

แล้วทำไมถึงแตกต่างกัน ?

คำตอบก็คือ ในประเทศไทย มีผู้บริหารแฟรนไชส์ร้าน KFC ถึง 3 ราย นั่นคือ
- บริษัท เซ็นทรัล เรสตอรองส์ กรุ๊ป จำกัด (CRG)
- บริษัท เรสเทอรองตส์ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (RD)
- บริษัท เดอะ คิวเอสอาร์ ออฟ เอเชีย จำกัด (QSA)

โดยทั้ง 3 รายที่ว่ามานี้ ได้รับสิทธิแฟรนไชส์จาก บริษัท ยัม เรสเทอรองตส์ อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) ซึ่งเป็นเจ้าของแบรนด์ และผู้ให้สิทธิแฟรนไชส์ร้าน KFC ในประเทศไทยนั่นเอง

พอเรื่องเป็นแบบนี้ จึงเป็นธรรมดาที่ร้าน KFC แต่ละสาขาจะมีอะไรหลายอย่างภายในร้านที่แตกต่างกัน

อย่างเช่นสาขาไหน ที่รับชำระด้วยแอปพลิเคชันกระเป๋าเงินออนไลน์ อย่าง Dolfin Wallet ก็เดาได้ไม่ยาก ว่าบริหารโดย บริษัท เซ็นทรัล เรสตอรองส์ กรุ๊ป จำกัด (CRG) ในเครือเซ็นทรัล
เพราะเครือเซ็นทรัล ก็เป็นเจ้าของ Dolfin Wallet ด้วย

ทีนี้มาถึงคำถามสำคัญว่า แล้วถ้าเราอยากรู้ว่า ร้าน KFC ที่เราใช้บริการอยู่นั้น เป็นของผู้บริหารแฟรนไชส์เจ้าไหน ต้องทำอย่างไร ?

วิธีสังเกตง่าย ๆ ก็คือ ดูได้จากป้ายด้านหน้าก่อนเข้าร้านเลย ที่มักจะมีโลโกของผู้บริหารแฟรนไชส์เจ้านั้นอยู่ใกล้กับป้ายของร้าน KFC
เช่น ถ้าเป็นสาขาที่ CRG บริหาร ก็จะมีโลโก CRG ติดอยู่

ส่วนอีกวิธีหนึ่งก็คือ หลังจากชำระเงินแล้ว ให้ลองดูที่ใบเสร็จรับเงิน
บางสาขา จะมีชื่อของบริษัทที่บริหารร้าน KFC สาขานั้น ปรากฏอยู่ เช่นกัน..

Reference
-https://www.kfc.co.th/aboutus

ต้องการให้ธุรกิจของคุณ ธุรกิจ ขึ้นเป็นอันดับหนึ่ง บริษัท สื่อ ใน Bangkok?
คลิกที่นี่เพื่อเป็นสมาชิก?

เว็บไซต์

ที่อยู่


Bangkok