Write Along
Movie Review | Movie Talk | Writer | Blogger
เพจเล่าเรื่องที่กลายเป็นเพจหนังเต็มตัว แชร์ความรู้สึกและมุมมองต่อหนังแต่ละเรื่อง จากนักเขียนโนเนมผู้ชอบหนังและการ์ตูน
27/01/2026
ว่าด้วยเรื่องการออกหมายจับเว็บหนังเถื่อน
เรื่องชวนตกใจคือ คนที่ถูกออกหมายจับเป็นเจ้าของ #เนรมิตรหนังฟิล์ม
โดยบริษัท ไททัน แคปปิตอล กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จํากัด ได้เข้าซื้อกิจการ บริษัท เนรมิตรหนัง ฟิล์ม จำกัด ในช่วงเดือนมิถุนายน 2566
ลิงก์ข่าวในคอมเมนต์ จากเว็บเนรมิตรหนังฟิล์มเองเลย
UPDATE : ศาลอาญาอนุมัติหมายจับ ‘แทนไท’ ซีอีโอไททัน แคปปิตอล ฐานสมคบฟอกเงิน พัวพันเว็บหนังเถื่อน-พนันออนไลน์ พบความเสียหายกว่า 4.5 พันล้านบาท
วันนี้ (26 มกราคม) ศาลอาญาได้อนุมัติหมายจับ แทนไท ณรงค์กูล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไททัน แคปปิตอล กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด เมื่อวันที่ 22 มกราคม ที่ผ่านมา ตามคำร้องของพนักงานสอบสวนกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ในความผิดฐานสมคบโดยการตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดฐานฟอกเงิน และได้มีการกระทำความผิดฐานฟอกเงินเพราะเหตุที่ได้มีการสมคบกัน โดยศาลพิจารณาเห็นว่าผู้ต้องหาน่าจะกระทำความผิดอาญาที่มีอัตราโทษจำคุกสูงเกินกว่า 3 ปี อีกทั้งมีเหตุอันควรเชื่อว่าจะหลบหนีและไม่มีที่อยู่เป็นหลักแหล่ง จึงให้อำนาจพนักงานสอบสวนจับกุมตัวภายในอายุความ 15 ปี
สำหรับคดีดังกล่าว สืบเนื่องจากการขยายผลการสอบสวนกรณีการกล่าวหา นุวัฒน์ ยงยุทธ กับพวกรวม 7 คน ในความผิดฐานร่วมกันฟอกเงิน ซึ่งมีมูลเหตุมาจากการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาที่มีลักษณะเป็นการค้า โดยก่อนหน้านี้ อธิวัฒน์ พุทธะโรจน์ธรรม ผู้รับมอบอำนาจจากเจ้าของลิขสิทธิ์ภาพยนตร์และโสตทัศน์วัสดุต่างประเทศ ได้เข้าร้องทุกข์ต่อดีเอสไอให้ดำเนินคดีกับเว็บไซต์ www.moviebfree. com ซึ่งเผยแพร่ภาพยนตร์ละเมิดลิขสิทธิ์
จากการสืบสวนพบเส้นทางการเงินและความเชื่อมโยงว่า นุวัฒน์ ได้ร่วมกับ แทนไท จัดทำเว็บไซต์พนันออนไลน์และนำโฆษณามาฝังไว้ในเว็บไซต์ดูหนังเถื่อนดังกล่าว ในรูปแบบคลิปวิดีโอโฆษณาที่ปรากฏก่อนการฉายภาพยนตร์ โดยมีนุวัฒน์ทำหน้าที่ดำเนินการเรื่องการติดต่อโฆษณาและการรับเงินทั้งหมด
นอกจากนี้ พนักงานสอบสวนยังได้รวบรวมพยานหลักฐานสำคัญจากพยานที่เป็นเจ้าของเว็บไซต์อีกแห่งหนึ่ง ซึ่งให้การว่าเคยติดต่อขอซื้อไฟล์ภาพยนตร์จากเว็บไซต์ moviebfree ผ่านแอปพลิเคชันไลน์กับบัญชีผู้ใช้ชื่อ tantaiz1688 โดยพยานจดจำได้ว่าเป็นแทนไท ซึ่งเคยติดต่อลงโฆษณาเว็บพนัน www.ufa678n. com บนหน้าเว็บไซต์ของตน
จากพยานหลักฐานทั้งหมด ดีเอสไอจึงเชื่อได้ว่าแทนไทกับพวก ได้ร่วมกันกระทำความผิดเกี่ยวกับการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาเพื่อการค้า ซึ่งถือเป็นความผิดมูลฐานตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542 มาตรา 3(13), มาตรา 5, มาตรา 9 และมาตรา 60 ส่งผลให้เกิดความเสียหายแก่เจ้าของลิขสิทธิ์และระบบเศรษฐกิจ คิดเป็นมูลค่าความเสียหายรวมสูงถึง 4,518,790,200 บาท (สี่พันห้าร้อยสิบแปดล้านเจ็ดแสนเก้าหมื่นสองร้อยบาท) นำไปสู่การออกหมายจับเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
21/01/2026
จากเกมที่ถูกขนานนามว่า "ภาคที่ดีที่สุด" สู่การเป็นหนัง Live Action ที่เคารพเมสเสจหลักของต้นฉบับ
Return to Silent Hill ถ่ายทอดเรื่องราวของเจมส์ที่ต้องเข้าไปตามหาแมรี่ผู้เป็นภรรยาในเมือง Silent Hill ได้อย่างตรงไปตรงมา ไม่มีตกหล่น
กลับกันแล้ว ต้องบอกว่าตัวหนังชูความเป็นจิตวิทยาอย่างเข้มข้นเลยด้วยซ้ำ ทั้งสภาพจิตใจที่ต้องรับมือกับความสูญเสีย ความยึดติดที่ทำให้มูฟออนไม่ได้
และสิ่งที่ผู้กำกับทำมากกว่าเวอร์ชั่นเกม คือความสัมพันธ์ของเจมส์กับแมรี่ ที่มี Screen time ค่อนข้างเยอะ เพื่อให้คนดูเข้าใจถึงความผูกพันและความรู้สึกของตัวละคร
ในฝั่งของมอนสเตอร์ก็เรียกได้ว่าจัดมา (เกือบ) ครบทุกตัว โดยเฉพาะมอนสเตอร์ไอคอนิกของเกม ซึ่งเราได้เห็นไปแล้วในเทรลเลอร์
และแน่นอนว่ายังมีมอนสเตอร์ตัวอื่นๆ ที่ไม่ได้โชว์ตัวในเทรลเลอร์ด้วย
แต่เนื่องจากเวลาของหนังมีจำกัด และผู้กำกับค่อนข้างเทน้ำหนักไปยัง Background ของตัวละคร ด้วยเหตุนี้ Screen time ของเหล่ามอนสเตอร์จึงเหลือค่อนข้างน้อย
ถึงจะยกทัพมอนสเตอร์มาเกือบครบทุกชนิด แต่มอนสเตอร์แต่ละตัวโผล่มาโชว์ตัวแค่ 1-2 ครั้ง
และนี่ก็นำไปสู่ข้อสังเกตสำคัญที่อาจทำให้คนดูเสียแตกได้ง่ายๆ นั่นก็คือฉากแอ็กชั่นที่น้อยจนน่าใจหาย
เนื่องจากตัวเกมเป็นแนว Survival Horror ผสม Psychological อาจทำให้คนดูบางกลุ่มคาดหวังถึงฉากแอ็กชั่นที่มากกว่านี้
เมื่อหนังที่ออกมาเน้น Psychological มากกว่า ก็อาจทำให้คนดูกลุ่มนี้ไม่ค่อยถูกใจได้
เพราะถ้าให้นับกันตามจริง จำนวนครั้งที่เจมส์บวกกับมอนสเตอร์นี่เรียกว่านับนิ้วได้เลย
(ถึงอย่างนั้นการใส่ฉากแอ็กชั่นมาเยอะๆ ก็อาจกลายเป็นการทำลายเสน่ห์ของแฟรนไชส์ได้ ซึ่งในโลกภาพยนตร์ก็มีตัวอย่างให้เห็นมาแล้ว)
สำหรับใครที่ตามแฟรนไชส์ SH จะรู้ดีว่ามอนสเตอร์พวกนี้มีสัญญะซ่อนอยู่แน่ๆ
ทั้งความรุนแรงทางร่างกาย ความรุนแรงทางเพศ
ซึ่งจุดที่น่าเสียดายสำหรับ Return to Silent Hill คือการที่สัญญะอีกมากมายยังไม่ได้รับการบอกเล่าหรือเฉลยในตอนท้าย
มันเลยรู้สึกเหมือนไม่สุด
เพราะถึงแม้นี่จะเป็นหนังจากเกมที่เคารพต้นฉบับสูงมาก แต่ก็มีรายละเอียดปลีกย่อยบางอย่างที่ถูกปรับเปลี่ยน (แต่ไม่กระทบกับเนื้อหาหลัก)
ด้วยเหตุนี้ มันเลยทำให้เกิดข้อสงสัยเล็กๆ ว่า สัญญะของมอนสเตอร์ตัวนั้น...ตัวนั้นอ่ะ!! จะสื่อถึงใครกันแน่
(ถ้าคิดจากเนื้อเรื่องของหนังก็อาจจะหมายถึงเจมส์แหละนะ)
แต่นี่ก็คือเสน่ห์ของแฟรนไชส์ SH ล่ะนะ การที่ไม่เฉลยทั้งหมดแต่ปล่อยให้คนเล่น/คนดูได้คิดวิเคราะห์เอง
สุดท้าย อยากจะส่งคำเตือนเล็กๆ ถึงคนที่กำลังจะไปดู
1. มีฉากน่าขยะแขยงหลายฉาก โดยเฉพาะคนที่กลัวแมลงสาบเตรียมตัวให้ดี
2. มีฉาก Jumpscare ทั้งหมด 1 ครั้ง ตกใจมากจริงๆ
3. เป็นอีกเรื่องที่ปิดตาระหว่างดูบ่อยมาก แต่ไม่ใช่เพราะกลัวมอนสเตอร์นะ เป็นเพราะอีตาเจมส์สาดไฟใส่หน้าคนดูบ่อยมากกกก สาดทีแสบตาลืมตาไม่ขึ้น
ป.ล. สัมผัสได้ถึงความตั้งใจให้เป็นไปตามต้นฉบับ เพราะสถานที่มาครบ และบางจังหวะมีการใช้มุมกล้องแบบ first person ให้ความรู้สึกเหมือนกำลังเล่นเกม
02/01/2026
ถ้าจะมี Live Action เรื่องไหนที่โคตรจะเคารพต้นฉบับก็ต้อง How to Train Your Dragon นี่แหละ!!
ทั้งการแคสต์นักแสดงที่ไม่ได้ดูผิดที่ผิดทาง การใส่คนดำเข้ามาแบบมี back up story และไม่ได้เอามาใช้ 'แทน' ตัวละครหลัก
ตัวละครหลักเกือบทุกตัวตรงตามต้นฉบับหมด ยกเว้นฝาแฝด 'รัฟนัท-ทัฟนัท' ฝั่งหญิงที่เลือกใช้คนอ้วนแทนคนผอม ในต้นฉบับจะเป็นฝาแฝดที่ผอมมากทั้งชายหญิงเพื่อให้ตรงกับคาแรกเตอร์ของมังกรที่ขี่ (มังกร 2 หัวคอยาวและผอมแห้ง) แต่ดูแล้วก็ไม่ได้ติดขัดอะไร
สิ่งที่ประทับใจคือการที่เรื่องราวเป็นไปตามต้นฉบับเป๊ะๆ แถบจะฉากต่อฉาก คำพูดต่อคำพูด ไม่มีการดัดแปลงแก้ไขใส่ความคิดส่วนตัวลงไปจนผลลัพธ์ออกมาเละเทะ ทำให้เรื่องราวน่ารักระหว่างฮิกคัพกับเขี้ยวกุดยังคงสวยงามและทรงคุณค่าในแบบที่มันเป็น
ซีจีที่ทำก็เนียนกริบจนนึกว่ามีมังกรอยู่ในฉากจริงๆ ทำให้ได้เห็นเขี้ยวกุดเวอร์ชั่นที่มีเนื้อมีหนัง มีชีวิต มีงกรตัวอื่นๆ ก็ทำรูปลักษณ์ออกมาได้ตรงตามต้นฉบับด้วย ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญมาก เพราะมังกรแต่ละตัวจะสะท้อนบุคลิกของฮิกคัพกับแก๊งวัยรุ่นแต่ละคน
เมสเสจเรื่อง 'ลูกที่ต้องการการยอมรับจากพ่อ' ก็ทำออกมาได้โดดเด่น ครบถ้วน และสวยงาม ไม่ได้ถูกความเป็นแฟนตาซีกลบจนจมหาย
เรียกว่าเป็น Live Action ที่ยกขึ้นหิ้งทั้งในแง่ความสนุก ความคุ้มค่า การเป็นหนังที่มีคุณค่า และการเคารพต้นฉบับเลย
How to Train Your Dragon สตรีมแล้วทาง HBO Max
17/12/2025
A Knives Out Mystery เป็นแฟรนไชส์ที่เราชอบมากกกก
และหลังจากรอ Knives Out 3: Wake Up Dead Man มานาน (เพราะประเทศไทยเป็นกลุ่มที่เข้าฉายทีหลัง) ในที่สุดก็ได้ดู แล้วรู้สึกว่าคุ้มค่ากับเวลา (และค่าสมาชิก Netflix) ที่เสียไปมากๆ
การทำหนังแนวสืบสวนสอบสวนมันทำได้ยาก เพราะตัวละครหลักต้องเห็นเบาะแสเพื่อใช้ประกอบการไขคดี ซึ่งถ้าคนดูเห็นเบาะแสไปพร้อมๆ กับตัวละครก็จะพอเดาเนื้อเรื่องได้ ทำให้สูญเสียความลึกลับน่าค้นหาไป
แต่ถ้าเก็บงำเบาะแสไว้ไม่ให้คนดูเห็นก็เป็นการกระทำที่ไม่จริงใจต่อคนดู เพราะเสน่ห์ที่สำคัญของหนังสืบสวนคือการที่คนดูได้ร่วมไขคดีไปพร้อมๆ กับตัวละคร
ไม่ว่าจะเลือกทางไหนก็มีผลเสียตามมา
แต่ Knives Out ก็ทำได้ และทำได้ดีมาตลอด
แฟรนไชส์นี้โชว์เบาะแสทุกอย่างที่มีให้คนดูเห็น เบนัวต์ บลองค์ได้เบาะแสอะไรมาเราก็จะได้เบาะแสนั้นด้วย แต่ถึงอย่างนั้นคนดูก็ยังสับสนไปกับความซับซ้อนที่วางไว้อย่างแยบยล
เหมือนมีจิ๊กซอว์ครบทุกชิ้นอยู่ตรงหน้า แต่เราก็ยังไม่สามารถประกอบมันให้ถูกที่ถูกทางแบบ 100% ได้
และที่น่าสนใจสำหรับภาคนี้ (หรืออย่างน้อยก็น่าสนใจในความเห็นเรา) คือการที่หนังวางแผนไว้หลายชั้นหลายปม เมื่อเราแก้ปมหนึ่งได้ก็จะไปเจออีกปม แล้วปมหลายๆ อันนั้นก็ไม่ได้อยู่แยกกันเป็นเอกเทศ แต่มัดกันไปกันมาจนตาลาย
ส่วนตัวเรารู้สึกว่าภาคนี้ทำได้ดีกว่าภาคแรก เพราะความซับซ้อนมากกว่า เหมือนบทของภาคนี้ทำมาเพื่อหลอกล่อคอหนังสืบสวน ยิ่งดูหนังสืบสวนบ่อยเท่าไหร่ก็ยิ่งโดนหลอกล่อง่ายเท่านั้น
ต่อไปนี้ #มีสปอยล์
ในจังหวะแรกที่ยังไม่สามารถปะติดปะต่อเรื่องราวได้ เราคิดว่ามาร์ธาเป็นคนร้าย ที่ลงมือเพราะทนให้ศาสนาแปดเปื้อนต่อไปไม่ไหว
พอเริ่มได้เบาะแสมานิดหน่อย เราก็คิดว่ามาร์ธาร่วมมือกับหลวงพ่อเพื่อสร้างปาฏิหารย์หลอกๆ ขึ้นมา คนจะได้นับถือและทุ่มเทเงินให้
แล้วพอดำเนินเรื่องไปอีกหน่อย เราก็คิดว่าหรือจริงๆ มาร์ธาแค่บ้าศาสนา แต่ตัวการคือหลวงพ่อ หมอ แล้วก็ลูกชายกันนะ
จังหวะที่เรามั่นใจว่าต้องเป็นหลวงพ่อกับหมอแน่ๆ หนังก็ปล่อยฉากอ่างอาบน้ำในห้องใต้ดินออกมา ซึ่งเป็นหลุมพรางอันใหญ่ แล้วเราก็ดันตกลงไปซะด้วย
เพราะจังหวะนี้สมองของเราถูกความมั่นใจเรื่องแผนสร้างปาฏิหารย์ไปแล้ว เราเลยเอาแต่คิดว่าหรือลูกชายจะเป็นผู้สมรู้ร่วมคิดจริงๆ แล้ววางแผนหักหลัง? แล้วแผนที่ใช้คืออะไรล่ะ?
เราไม่รู้ว่าคนอื่นเป็นเหมือนกันมั้ย แต่หนังทำให้เราออกห่างจากมาร์ธาไปทีละนิดๆ
แล้ววิธีการลงมือต่างๆ เราก็ไขไม่ออก เช่น คนร้ายจิ้มหลังหลวงพ่อยังไง
หรือบางอย่างเราคิดว่าเป็นวิธีหนึ่ง แต่จริงๆ เป็นอีกวิธีที่ง่ายกว่านั้นมาก เช่น เราคิดว่าหมอให้หลวงพ่อดื่มยาสลบที่กดชีพจร แล้วตอนหมอปิดโลงก็แอบเอายาให้หลวงพ่อกินเพื่อให้หลวงพ่อฟื้น
ก็...ประมาณนี้
นอกจากความซับซ้อนในการสืบสวน สิ่งที่แฟรนไชส์นี้ทำได้ดีเสมอคือรสชาติอันกลมกล่อม ความตลกที่สอดแทรกเข้ามาแบบมีชั้นเชิง ไม่ยัดเยียด และเป็นความตลกที่เข้ากับบริบท เข้ากับจังหวะของเนื้อเรื่อง มันเลยดูลื่นไหลเป็นธรรมชาติ
แล้วถ้าสังเกตดีๆ ทั้ง 3 ภาคจะใช้การเล่าเรื่องที่ต่างกันออกไป เลยทำให้รู้สึกสนุกและจดจ่อกับเนื้อหาได้
เสน่ห์เหล่านี้ ทำให้ Knives Out ได้เปลี่ยนจาก ‘ชื่อหนัง’ มาเป็น ‘ชื่อแฟรนไชส์’
จากตอนแรกที่จะเป็นหนัง Stand Alone ก็กลายเป็นหนังที่มีภาคต่อที่ประสบความสำเร็จออกมา
ในความคิดเรา (อีกครั้ง) เรารู้สึกว่า Knives Out เป็นแฟรนไชส์ที่อยู่ระดับท็อปของหนังแนวสืบสวนสอบสวนเลยแหละ
และก็คาดหวังว่าจะมีภาคต่อไปออกมาอีก
10/12/2025
ปกติเวลาพูดถึงหนังแนวเอาชีวิตรอด (Survival) โลเคชั่นหลักๆ ก็จะเป็นพวกป่า เกาะ หรือทะเล อะไรทำนองนั้น เพราะเป็นที่ที่เต็มไปด้วยอันตรายถึงชีวิต ทั้งสัตว์ดุร้าย ทั้งเสบียงอาหารที่ขาดแคลน และหนีออกไปจากสถานที่นั้นได้ยาก
แต่เรื่องนี้โลเคชั่นกลับเป็น ‘บ้าน’
The Shrinking Man (2025) เล่าเรื่องของ ‘พอล’ ผู้ชายคนหนึ่งที่มีครอบครัวอบอุ่น แต่แล้ววันหนึ่ง หลังจากที่พบกลุ่มเมฆประหลาดตอนว่ายน้ำในทะเล ตัวของพอลก็เริ่มหดเล็กลงเรื่อยๆ โดยที่การแพทย์ก็หาสาเหตุและวิธีรักษาไม่ได้
จากนั้นบ้านแสนอบอุ่นที่เคยเป็น Safe Zone มันก็ไม่ Safe อีกต่อไป
ข้าวของที่ขนาดใหญ่กว่าตัวเอง ทำให้พอลเริ่มใช้ชีวิตลำบาก แต่ที่แย่กว่าความลำบากคือ ‘สิ่งมีชีวิต’ ภายในบ้าน
ทั้งแมวที่เคยเป็นสัตว์เลี้ยงแสนน่ารัก ตอนนี้กลับกลายเป็นนักล่าที่ไซส์ใหญ่กว่าพอลหลายเท่า
ทั้งแมงมุมที่พอลเคยมองว่าไม่มีพิษภัย (กลับกันยังช่วยกำจัดยุงให้ด้วยซ้ำ) ตอนนี้กลับกลายเป็นสัตว์อันตรายที่พร้อมจะจับพอลกินได้ทุกเมื่อ
แล้วยังมีมด ยุง หนู และอื่นๆ ที่มาทดแทนสัตว์ร้ายในป่าใหญ่หรือท้องทะเล (ยิ่งฉากเผชิญหน้ากับแมงมุมนี่ชวนให้นึกถึง ‘โฟรโด vs ชีล็อบ’ สุดๆ)
และถึงแม้ว่าโลเคชั่นคือบ้าน ซึ่งไม่น่าจะมีปัญหาเรื่องเสบียงอาหาร แต่หนังก็ชาญฉลาดพอที่จะถ่ายทอดเสน่ห์ของการจัดการเสบียงได้ ดังนั้นเราจะเห็นพอลอดอยากและพยายามหาอาหารอย่างสมเหตุสมผลแน่นอน
สิ่งที่เป็นปัญหาสำหรับ The Shrinking Man (2025) คือพาร์ท ‘หนีไปจากที่นี่’ ที่รู้สึกว่าหนังทำได้อ่อนไป เราเกิดคำถามว่า “ทำไมไม่ทำแบบนั้น ทำไมไม่ทำแบบนี้” อยู่ตลอดเวลา
มันทำให้ภาพรวมออกมาเหมือนพอลไม่ได้มีความตั้งใจจะหนีออกไปด้วยตัวเองตั้งแต่แรก จนเข้าสู่ช่วงท้ายของหนัง พอลถึงจะมาตั้งใจหาทางหนีจริงๆ จังๆ
ซึ่งเอาจริงๆ มันเข้าใจได้นะ คนที่ตกอยู่ในสถานการณ์แบบนี้ต้องมีความหดหู่แว่บขึ้นมาบ้าง แต่ก็นั่นแหละ มันเลยทำให้บางช่วงบางตอนของหนังรู้สึกเอื่อยๆ ไปหน่อย
ถึงอย่างนั้น โดยภาพรวมหนังก็ถือว่าทำออกมาได้ดีเลยนะ เพราะทำให้คนดูลุ้นไปกับพอลได้
ป.ล. แม้จะมีให้เห็นเล็กน้อย แต่หนังก็ถ่ายทอดสถานการณ์ครอบครัวที่เปลี่ยนไปเมื่อสูญเสียหัวหน้าครอบครัวไปได้ดีเลย
01/10/2025
การถอดสัญญะใน Silent Hill f เป็นเรื่องที่ทำได้ค่อนข้างยาก เพราะนอกจากจะ #มีสปอยล์ เนื้อหาแล้ว ยังต้องอาศัยความรู้ความเข้าใจในภาษาและวัฒนธรรมของญี่ปุ่นค่อนข้างสูง (ทั้งการเล่นคำ หรือพิธีกรรมใดๆ) ซึ่งเราไม่เชี่ยวชาญในด้านนี้จึงอาจมีจุดผิดพลาดได้ หากใครมีความรู้มาช่วยเสริมให้จะขอบคุณมากเลยค่ะ
บ่อน้ำหน้าศาลเจ้า (Temizuya)
เทะมิซึยะคือบ่อน้ำที่ตั้งอยู่หน้าศาลเจ้าเพื่อให้ผู้มาเยือนชำระล้างร่างกายและจิตใจให้บริสุทธิ์ก่อนเข้าไปข้างในศาลเจ้า (เพราะศาลเจ้าคือที่สถิตของเทพเจ้า) วิธีการชำระล้างที่บ่อน้ำนี้มีชื่อเรียกว่า ‘เทะมิซึ (Temizu)’ ซึ่งขั้นตอนจะเหมือนที่เจ้าบ่าวจิ้งจอกทำ เริ่มจากโค้งคำนับ และไปจบที่ล้างด้ามจับกระบวยแล้ววางไว้ที่เดิม
ในฉากนี้มีผู้เล่นหลายคนตีความว่าการที่น้ำ (อนุมานว่า) ศักดิ์สิทธิ์กลายเป็นลาวาลวกปากฮินาโกะจนต้องอ้วกออกมาหมายถึงความทรมานในการแพ้ท้อง ซึ่งเข้าใจได้และเมกเซนส์ด้วย
แต่เมื่อเราลองพิจารณาดูองค์ประกอบอื่นๆ รวมกัน เช่น ช่วงเวลาที่เกิดเหตุการณ์นี้ คำพูดที่เกิดขึ้นก่อนหน้าเหตุการณ์นี้ มันทำให้เราคิดทฤษฎีใหม่ขึ้นมา
“มันคือความลำบากในการเตรียมตัวเป็นเจ้าสาว”
สำหรับพวกเราที่อาศัยอยู่ในปี 2025 การเตรียมตัวเป็นเจ้าสาวอาจหมายถึงการวิ่งวุ่นหาสถานที่ จ้างทีมเวดดิงแพลนเนอร์ คิดธีม หรือตัดชุดอะไรทำนองนั้น แต่ในสมัยก่อนการเตรียมตัวเป็นเจ้าสาวหมายถึงการเข้าไป ‘เรียน’ วิธีการเป็นภรรยาที่ดีก่อนเข้าพิธีวิวาห์
การเป็นภรรยาที่ดีประกอบไปด้วยการดูแลปรนนิบัติสามี (รวมถึงครอบครัวของสามี) การวางตัวอย่างไรเพื่อไม่ให้เกียรติและศักดิ์ศรีของตระกูลสามีต้องมัวหมอง มารยาทที่พึงปฏิบัติในตระกูลสามี ลำดับญาติของตระกูลสามี
ตลอดจนวิธีการร่วมรักเพื่อให้สามีพึงพอใจและให้กำเนิดทายาท (อ่านไม่ผิดค่ะ คนยุคนั้นมาสอนการมีเพศสัมพันธ์กันก่อนแต่งงานนี่แหละ และเพศสัมพันธ์มีเพียง 2 วัตถุประสงค์คือทำให้ฝ่ายชายพึงพอใจ และให้กำเนิดทายาท ส่วนฝ่ายหญิงไม่มีสิทธิ์เรียกร้องความเอนจอยจากกิจกรรมนี้)
ซึ่งในเคสของฮินาโกะ คอร์สการเตรียมตัวเป็นเจ้าสาวนี้ยังรวมถึง ‘การขจัดความคิดขบถออกไปจากหัวของเธอ’ ด้วย
เหตุผลแรกที่เราขอยกมาสนับสนุนการวิเคราะห์ในทิศทางนี้คือระยะเวลาตามไทม์ไลน์ของเรื่อง ตอนนี้คือช่วงที่พ่อแม่ของฮินาโกะเพิ่งตกลงเรื่องการแต่งงานหมาดๆ เห็นได้จากซีนก่อนหน้าที่ฮินาโกะต่อสู้กับบอสซาคุโกะ ซึ่งระหว่างที่สู้กันบอสซาคุโกะก็เอาแต่สาปส่งฮินาโกะว่า ‘คนโกหก คนทรยศ’ (ส่วนฮินาโกะก็ยังไม่รู้เรื่องว่าตัวเองทำอะไรผิด)
และก่อนจะเข้าคัตซีน บอสซาคุโกะได้พูดว่า “ยิ่งเธอต่อต้านเท่าไหร่ก็ยิ่งเจ็บปวดเท่านั้น” ตรงนี้อาจสื่อได้ว่ายิ่งฮินาโกะสู้ ซาคุโกะก็ยิ่งปวดใจ หรืออีกทางหนึ่งอาจเป็น clue ที่ทางผู้พัฒนาหย่อนมาให้ผู้เล่นเพื่อเตือนว่า ‘ยิ่งฮินาโกะต่อต้านขนบของสังคมมากเท่าไหร่ เธอก็จะยิ่งเจ็บปวดเท่านั้น’ ก็ได้
หลังจากพูดประโยคนี้เกมก็ตัดเข้าคัตซีนที่เจ้าบ่าวจิ้งจอกเข้ามาช่วยฮินาโกะ และนั่นก็นำไปสู่เหตุผลที่สอง ซึ่งก็คือคำพูดของคุณจิ้งจอกที่บอกว่า “การใช้ชีวิตอยู่บนโลกนี้ก็เหมือนการเดินอยู่ท่ามกลางสิ่งโสมมพวกนี้ แต่เราขจัดมันออกไปได้” (ในเกมใช้คำว่า Impurities ซึ่งแปลได้ทั้งสิ่งโสมม และสิ่งไม่บริสุทธิ์)
หากเราลองอนุมานโดยตัดความหลอนยาของฮินาโกะออกไป เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในโลกความเป็นจริงคือซาคุโกะอาละวาดเมื่อรู้ข่าวว่าฮินาโกะจะแต่งงาน ฮินาโกะก็สู้กลับ แล้วคุณจิ้งจอกก็มาช่วยฮินาโกะ
(Remark: เมื่อคิดแบบนี้ก็จะสอดคล้องกับตอนต้นเกมที่ชูสงสัยว่าทำไมฮินาโกะไม่ตอบโต้ซาคุโกะเลย ทั้งๆ ที่ปกติฮินาโกะไม่ยอมคน นั่นก็เพราะเธอตอบโต้แล้วในโลกความเป็นจริง ในโลกมโนจิตเธอเลยอยากแก้ไขเผื่อจุดจบจะเปลี่ยนไป)
ย้อนกลับไปที่ Lore ของเกมภาคนี้ ซาคุโกะคือบุคคลที่แปลกแยกจากสังคม ดังนั้นคำพูดของคุณจิ้งจอกจึงหมายความว่า “ในสังคมมีคนแปลกแยก (รวมถึงความคิดแปลกแยก) แต่เราขจัดความแปลกแยกออกไปได้”
แล้วคนแปลกแยกของสังคมตาม Lore ของเกมมีใครอีกบ้างล่ะ? คำตอบคือ...ฮินาโกะ
เมื่อพูดประโยคนี้เสร็จคุณจิ้งจอกก็เดินนำฮินาโกะไปยังศาลเจ้าจิ้งจอก และเป็นอีกครั้งที่เราจะขอให้ทุกคนกลับไปยัง Lore ของเกม ตระกูลจิ้งจอกคือตระกูลขุนนางเก่า ซึ่งคนยุคนั้นมองขุนนางว่าอยู่สูงกว่าตนเองและมีอำนาจที่ทำให้ทุกคนต้องยำเกรง เสมือนเป็นเทพเจ้ากลายๆ เมื่อมองมุมนี้ศาลเจ้าจิ้งจอกจึงหมายถึงคฤหาสน์ของตระกูลจิ้งจอกนั่นเอง
คำพูดต่อมาของคุณจิ้งจอกคือ “ที่นี่คือเขตแดนศักดิ์สิทธิ์ ก่อนเข้าไปต้องชำระล้างร่างกายและจิตใจให้สะอาด” ซึ่งเมื่อมองย้อนกลับไปว่า ‘สิ่งไม่บริสุทธิ์’ ในทัศนคติของคุณจิ้งจอกคือ ‘คนแปลกแยก’ ประโยคนี้จึงไม่ได้หมายความตรงตัวถึงการทำเทะมิซึ แต่มันหมายความว่า...
“ก่อนที่ฮินาโกะจะก้าวเข้าสู่ตระกูลจิ้งจอก จะต้องขจัดความแปลกแยกออกไปก่อน”
เราจะเห็นว่าคุณจิ้งจอกเป็นคนเรียกน้ำศักดิ์สิทธิ์มา อุปมาอุปไมยได้ว่าทั้งครูผู้สอนและบทเรียนที่ฮินาโกะต้องเรียนคือสิ่งที่ตระกูลจิ้งจอกจัดเตรียมไว้ ดังนั้นการที่คุณจิ้งจอกไม่โดนน้ำลวก เป็นเพราะ ‘น้ำ’ คือคนของตระกูลจิ้งจอก และที่สำคัญคือคุณจิ้งจอกเองก็ไม่ได้รู้สึกว่า ‘น้ำ’ (ทั้งในแง่ของผู้สอนและเนื้อหาที่สอน) คือสิ่งที่ผิดอะไร
ในขณะที่คนหัวสมัยใหม่อย่างฮินาโกะกลับรู้สึกว่าบทเรียนการเป็นเจ้าสาวมันช่างทุกข์ทรมาน เธอต้องเรียนรู้ในสิ่งที่ขัดกับความเชื่อทั้งชีวิตของเธอ
จากคนที่มีความคิดอ่านเป็นของตัวเองต้องการเป็นคนสงบปากสงบคำเชื่อฟังสามี
จากคนที่มีอิสระที่จะทำอะไรก็ได้ตามใจต้องการเป็นคนที่ต้องรอให้สามีอนุญาตเสมอ
จากคนที่สามารถทำอะไรเพื่อตัวเองได้ต้องการเป็นคนที่ทำเพื่อสามีและครอบครัวของสามี
ผนวกรวมกับความกลัวที่ฮินาโกะมีต่อเพศชาย (ฮินาโกะมองว่าผู้ชายคือพวกชอบใช้กำลัง ชอบคุกคามผู้หญิง) และความกลัวที่ต้องอุ้มท้องทายาทของสามี มันทำให้ฮินาโกะเครียดกับการเตรียมตัวเป็นเจ้าสาวจนอ้วกออกมา (เมื่อพิจารณาจากอาการปวดหัวของฮินาโกะแล้ว คาดว่าเป็นไมเกรน ซึ่งเมื่อเครียดมากๆ ปวดหัวมากๆ ก็จะทำให้อ้วกได้)
และใช่ค่ะ ในขณะที่ฮินาโกะทุกข์ทรมานมากจนถึงกับอ้วก หนุ่มจิ้งจอกก็ยังมองเธอแบบไม่สะทกสะท้าน อารมณ์ประมาณว่าการขจัดฮินาโกะที่หัวขบถออกไปเป็นสิ่งที่สมควรแล้ว (รักเธอนะ แต่ไม่รักที่เธอเป็นตัวของตัวเองอ่ะ) มันน่านัก!! ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมน้องตุ๊กตาถึงเตือนไม่ให้เชื่อใจนาง
เห็นมีบางคนแชร์โพสต์ #สรุปเนื้อเรื่อง ไปแล้วพูดในเชิงว่า สิ่งที่เราเขียนไม่ควรค่าแก่การอ่าน เพราะเราไม่ได้เล่นเอง
คุณกำลังจะบอกว่า "ถ้าไม่เล่นเองก็ไม่มีทางรู้เนื้อเรื่อง" หรอ?
การดิสเครดิตแบบนี้คงเมกเซนส์ถ้าเราเขียนอวยว่าเกมเพลย์มันดีเลิศแค่ไหน
แต่พอดีเราเขียนสรุปเนื้อเรื่องค่ะ #ไม่ได้เขียนรีวิวระบบการเล่นเกม
ดังนั้นประโยคที่ว่า "ไม่ควรค่าเพราะไม่ได้เล่นเอง" เลยเป็นตรรกะที่ผิดที่ผิดทาง
แน่นอนว่าคนเรามีสิทธิ์เลือกที่จะอ่านหรือไม่อ่านอะไรก็ได้ แต่อย่างน้อยถ้าจะดิสเครดิตใครก็ควรให้เหตุผลที่มัน valid เนอะ
และมันคงเป็นเรื่องที่น่าเศร้าหากจะบอกว่า " #ถ้าไม่ใช่เพลเยอร์ก็ไม่มีสิทธิ์เสพเนื้อเรื่อง"
เพราะถ้าการเสพเนื้อเรื่องถูกสงวนไว้ให้เพลเยอร์เท่านั้น เราคงไม่ได้เห็นอุตสาหกรรมเกมและการแคสต์เกมเฟื่องฟูเท่าทุกวันนี้
30/09/2025
วินาทีนี้คงไม่มีอะไรไวรัลไปกว่าเกม Survival Horror อย่าง ‘เขาเอฟของเงียบๆ’ ...เอ้ย!! ‘Silent Hill f’ แล้วล่ะ เพราะนอกจากระบบการเล่นที่ดี ภาพที่สวยโคตรๆ แล้วยังมีเนื้อเรื่องสุดเข้มข้นที่มีศักยภาพในการเป็นภาพยนตร์ดีๆ เรื่องหนึ่งได้เลย ดังนั้นวันนี้เราจะมาสรุปเนื้อเรื่องของเกมภาคนี้กัน
Disclaimer: โพสต์นี้เป็นการสรุปเนื้อเรื่องตามความเข้าใจของเราจากการดูพี่เอก Heartrocker เล่นทั้งหมด 7 EP (เนื่องจากเกมน่ากลัวเกินไป บวกกับเราไม่มีสกิลการเล่นเกมเลย) ดังนั้นอาจไม่ใช่เนื้อเรื่องที่ถูกต้องตามที่ผู้พัฒนาเกมตั้งใจไว้นะ และแน่นอนว่า #มีสปอยล์
‘ชิมิซึ ฮินาโกะ’ ตัวเอกของเกมภาคนี้คือเด็กผู้หญิงที่หัวสมัยใหม่มาก ท่ามกลางยุคที่สังคมเชื่อว่าคุณค่าและความสุขของผู้หญิงคือการออกเรือน คลอดลูก และทำหน้าที่แม่บ้าน ฮินาโกะกลับคิดต่างออกไป เธอเชื่อว่าความสุขของผู้หญิงไม่ได้ขึ้นอยู่กับผู้ชาย เธอเชื่อว่าผู้ชายกับผู้หญิงสามารถเป็นเพื่อนสนิทกันได้ ซึ่งนั่นทำให้ฮินาโกะถูกมองว่าแปลกแยกจนถึงขั้นหัวขบถ
อุปนิสัยนี้เองที่ทำให้ฮินาโกะมีปัญหากับพ่ออยู่เสมอ และก็อึดอัดใจกับแม่ที่ยอมโดนพ่อโขกสับแบบไร้ปากเสียง ไม่ยอมลุกขึ้นสู้ด้วยตัวเอง ในครอบครัวนี้ที่พึ่งเพียงหนึ่งเดียวของฮินาโกะก็คือพี่สาวอย่างจุนโกะ แต่สุดท้ายจุนโกะก็ต้องแต่งงานและออกจากครอบครัวนี้ไป เหลือไว้เพียงฮินาโกะกับพ่อแม่ที่สุดแสนจะ Toxic ในมุมมอของเธอ
ที่เดียวที่ฮินาโกะพอจะผ่อนคลายได้บ้างก็คือบ้านของ ‘ชู’ เพื่อนผู้ชายที่ฮินาโกะสนิทด้วย ทั้งคู่เล่นเกม (ที่เด็กผู้หญิงทั่วไปไม่เล่น) ด้วยกัน และชูยังเป็นคนช่วยปรุงยาแก้ปวดหัวให้ฮินาโกะ เนื่องจากฮินาโกะมีอาการปวดหัวจากความเครียดและความกดดันภายในครอบครัว
แน่นอนว่าการที่เด็กผู้หญิงสนิทกับเด็กผู้ชายในยุคนั้นไม่ใช่เรื่องปกติ คนรอบตัวของฮินาโกะไม่ชอบความสนิทสนมนี้ และหนึ่งในนั้นก็คือ ‘ริงโกะ’ เพื่อนผู้หญิงของฮินาโกะที่แอบชอบชูอยู่ นั่นทำให้ความสัมพันธ์ฉันท์เพื่อนกลายเป็นความสัมพันธ์ที่เต็มไปด้วยความอิจฉาริษยาและความเกลียดชัง
นอกจากชูกับริงโกะแล้ว ฮินาโกะมีเพื่อนอีกหนึ่งคนคือ ‘ซาคุโกะ’ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งคนที่มีความแปลกแยกจากสังคม (แต่ด้วยเหตุผลที่ต่างจากฮินาโกะ) จุดร่วมที่ฮินาโกะและซาคุโกะมีร่วมกันนี้ทำให้ซาคุโกะค่อนข้างยึดติดกับฮินาโกะ เธอคาดหวังว่าทั้งสองจะอยู่ด้วยกันตลอดไป ไม่มีวันทิ้งกัน ดังนั้นเมื่อมีเหตุการณ์ที่ทำให้ทั้งสองต้องแยกจากกัน ซาคุโกะจึงตราหน้าฮินาโกะว่าเป็นคนทรยศ
เหตุการณ์ที่ว่านี้คือการแต่งงานของฮินาโกะ ย้อนกลับไปก่อนหน้านี้พ่อของฮินาโกะหาเลี้ยงชีพด้วยการตกปลา เมื่อถึงจุดหนึ่งพ่อก็นำเงินมาลงทุนทำธุรกิจ แต่ธุรกิจนั้นก็ล้มเหลวไม่เป็นท่าจนทำให้พ่อต้องติดหนี้มากมาย อีกทั้งยังติดเหล้าและใช้ความรุนแรงในครอบครัวด้วย ปัญหาหนี้สินนี้ (คาดว่า) เป็นสาเหตุให้พี่สาวของฮินาโกะต้องแต่งงานออกเรือนไป และฮินาโกะเองก็หนีชะตากรรมนี้ไม่พ้นเช่นกัน
ว่าที่เจ้าบ่าวของฮินาโกะคือลูกนอกสมรสของตระกูลจิ้งจอกซึ่งเป็นตระกูลขุนนางเก่าแก่ (ทุกคนในตระกูลใส่หน้ากากจิ้งจอก และชื่อตระกูลเล่นคำแล้วได้คำว่าจิ้งจอก) ที่ค่อนข้างมีหน้ามีตาและมั่งคั่ง อย่างไรก็ตามเจ้าบ่าวก็ดูเหมือนจะมีความรู้สึกดีๆ ให้ฮินาโกะอยู่ด้วย เนื่องจากในสมัยเด็กฮินาโกะเคยช่วยเจ้าบ่าวไว้
ก่อนถึงวันงาน ทั้งสองแลกเปลี่ยนจดหมายกันเป็นบางครั้ง และเจ้าบ่าวก็กล่อมฮินาโกะให้ยินยอมเข้าพิธีวิวาห์ เสี้ยวหนึ่งในจิตใจของฮินาโกะเริ่มคล้อยตามคำพูดของเจ้าบ่าวเป็นอย่างมาก ในขณะเดียวกันพ่อของฮินาโกะก็กดดันอยู่เนืองๆ ขนาดพี่สาวที่เป็นที่พึ่งเดียวก็ยังบอกให้ฮินาโกะยอมแต่งงานและเปลี่ยนตัวเองให้เป็นผู้หญิงตามขนบสังคมสมัยนั้นด้วย
สิ่งที่เกิดขึ้นในช่วงนี้สร้างความไม่มั่นคงทางอารมณ์ให้กับฮินาโกะเป็นอย่างมาก ในหัวของเธอตีกันวุ่นไปหมด เธอจะต้องละทิ้งตัวตนที่หัวสมัยใหม่ถึงจะมีความสุขได้งั้นหรือ? จริงหรือ? ยิ่งความเครียดและความกดดันที่ฮินาโกะได้รับมีมากเท่าไหร่ เธอก็ยิ่งต้องการยาแก้ปวดของชูมากเท่านั้น ซึ่งชูเองก็ยินดีมอบให้เธอแม้จะรู้อยู่แก่ใจว่ามันมีผลข้างเคียงก็ตาม
ในขณะที่ฮินาโกะเผชิญความไม่มั่นคงในชีวิต ริงโกะกลับยินดีที่ฮินาโกะจะต้องแต่งงานกับคนอื่น เธอบอกชูให้ลืมฮินาโกะไปซะ และบอกด้วยว่าฮินาโกะได้ตา/ยไปจากชูแล้ว
เช้าวันแต่งงาน ฮินาโกะที่ดูเหมือนจะโดนเจ้าบ่าวกล่อมได้โดยสมบูรณ์ก็ใส่ชุดเจ้าสาวเข้าพิธีวิวาห์ ณ คฤหาสน์ของเจ้าบ่าว มีผู้คนมากินเลี้ยงเฉลิมฉลองกันมากมาย และก่อนที่พิธีวิวาห์จะเริ่มขึ้นพี่สาวของฮินาโกะได้เข้ามาพูดคุยเพื่อเมกชัวร์ว่าฮินาโกะลบความหัวขบถออกไปจนหมดแล้วจริงๆ แต่นั่นกลับกลายเป็นจุดทริกเกอร์ที่ทำให้ฮินาโกะคลุ้มคลั่งขึ้นมา
เธอหยิบยาแก้ปวดของชูยัดใส่ปากในปริมาณมาก พี่สาวของเธอพยายามห้ามแต่ก็ไม่เป็นผล ผลค้างเคียงที่สะสมมาตลอดระยะเวลาหลายปีจึงปะทุออกมาในคราวเดียว...นั่นคือภาวะหลอนประสาท สุดท้ายงานวิวาห์นี้จึงกลายเป็นวิวาห์สีเลือดด้วยน้ำมือของฮินาโกะเอง เธอคิลแขกทุกคนในงานและย้อมห้องจัดเลี้ยงด้วยเลือดสีแดงฉานก่อนจะหนีออกไปจากคฤหาสน์
ถึงจุดนี้ สภาพจิตใจของฮินาโกะบอบช้ำจนลบความทรงจำที่ผ่านมาทิ้งไปทั้งหมด (เป็นกระบวนการปกป้องตัวเองจากความเจ็บปวดทางจิตใจ) ดังนั้นฮินาโกะที่เราเห็นตอนเริ่มเกมก็คือฮินาโกะที่ความทรงจำหายไป (หลังจากชะโลมเลือดในงานแต่งเรียบร้อยแล้ว) แล้วเบาะแสต่างๆ ที่เจอก็ค่อยๆ เรียกความทรงจำกลับมา
การที่ฮินาโกะตีตัวออกห่างจากชู ยอมให้ริงโกะทำร้ายโดยไม่ตอบโต้ หรือยอมให้ซาคุโกะต่อว่าตามสบาย มันเป็นสิ่งที่เธอสร้างขึ้นมาเพื่อปลอบประโลมจิตใจของตัวเองโดยหวังว่าเมื่อเธอทำตัวไม่เหมือนเดิม ชีวิตของเธอก็จะมีตอนจบที่เปลี่ยนไป แต่ก็นั่นแหละ...มันเป็นเพียงสิ่งที่เกิดขึ้นในหัวของเธอเท่านั้น เพราะในโลกความเป็นจริงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแล้วไม่มีทางย้อนกลับได้
หลายคนอ่านมาถึงตรงนี้คงคิดว่า “นี่คือสรุปแล้ว?” บอกตรงๆ ว่าเราก็ไม่คิดว่ามันจะยาวขนาดนี้เหมือนกัน 55555555555 นี่ขนาดยังไม่พูดถึงสัญญะอะไรใดๆ ที่ยุบยับเต็มไปหมดนะ ไว้จะหาเวลามาเขียนเรื่องสัญญะอีกที
สุดท้ายนี้ถ้ามีตรงไหนที่เราตกหล่น หรืออยากแลกเปลี่ยนกันประเด็นไหน ก็คอมเมนต์ทิ้งไว้ได้เลยนะ
29/09/2025
สาเหตุที่เรายกให้ Bon Appétit, Your Majesty เป็นตัวอย่างที่ดีของ 'การตีความใหม่' ก็เพราะการพลิกพระราชาทรราชให้กลายเป็นพระราชาผู้ทรงธรรมได้แบบสมเหตุสมผล
เราคิดว่าแก่นของการตีความครั้งนี้คงเป็น 'ถ้าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ได้มีสาเหตุมาจากสิ่งที่เรารู้ แล้วมันจะมีสาเหตุมาจากอะไรได้บ้าง' (มันไม่ใช่อะไรที่ฉาบฉวยหรือเปลือกเหมือนการจับคนผิวดำมาใส่ในซีรีส์เกาหลีแล้วบอกว่านี่คือการตีความใหม่ แต่มันมีหลักมีแก่นให้ยึด สร้างความเป็นเหตุเป็นผลให้จักรวาลของซีรีส์)
ในประวัติศาสตร์เหตุการณ์ล้างบางและปลงพระชมน์ท่านย่าเป็นฝีมือของพระราชา แต่ในซีรีส์ทำให้เห็นว่าเป็นแผนการของฝ่ายกบฏที่ทำไปเพื่อใส่ร้ายพระราชาและหาข้ออ้างปลดพระองค์ลงจากบัลลังก์
อีกทั้งในซีรีส์ยังแสดงให้เห็นว่า แม้พระองค์จะถูกปลดอย่างไม่เป็นธรรม แต่พระองค์ก็ไม่ต้องการชิงบัลลังก์คืน กลับกันแล้วพระองค์ยินดียกราชบัลลังก์ให้น้องชายต่างมารดาอย่างองค์ชายใหญ่จินมยอง อีกทั้งยังปูทางให้รัชสมัยขององค์ชายราบรื่น โดยสังเกตได้จากบทพูดที่บอกว่า "ต้องกำจัดท่านอาเพื่อจินมยอง"
แน่นอนล่ะ ในเมื่อโชซอนคือสถานที่ที่เต็มไปด้วยความทรงจำอันโหดร้ายและเจ็บปวด อีกทั้งคนสนิทต่างล้มตายเป็นใบไม้ร่วงแล้ว ที่เดียวที่พระองค์จะสามารถพักใจได้ก็คือสถานที่ที่มีแม่ครัวยอน ดังนั้นบัลลังก์จึงไม่จำเป็นสำหรับพระองค์อีกต่อไป
นอกจากนี้เรายังเห็นว่าลึกๆ แล้วพระองค์ก็ไม่ได้ปรารถนาบัลลังก์ชนาดนั้น (จากบทพูดตัดพ้อท่านพ่อที่ว่า "ทำไมถึงยกบัลลังก์ให้กระหม่อม ในเมื่อสังหารท่านแม่") แต่การที่พระองค์ขึ้นครองบัลลังก์เพราะนั่นคือวิธีเดียว (ที่นึกออกตอนนั้น) ที่จะสามารถแก้แค้นให้กับท่านแม่ได้
นี่ยังไม่รวมถึงตอนที่ต่อรองกับท่านอาก่อนจะถูกเนรเทศไปยังคังฮวาอีกด้วย
ซีรีส์เรื่องนี้เลยเปลี่ยนภาพลักษณ์ของ 'ทรราชผู้โหดเหี้ยม' ให้กลายเป็น 'พระเอกที่โคตรน่าสงสาร' ได้อย่างสมบูรณ์แบบ (จนถ้าใครไม่รู้รายละเอียดของประวัติศาสตร์เกาหลีอาจจะเข้าใจว่านี่คือความจริงเลยก็ได้)
อ้างอิงประวัติศาสตร์จาก The Wild Chronicles - ประวัติศาสตร์ ข่าวต่างประเทศ ท่องเที่ยวที่แปลก
https://bit.ly/3Kr8fVJ
#เมนูรักพิชิตใจราชา
29/09/2025
ซีนนี้ลุงโคตรเท่ ใส่แว่นดำซะด้วย แฟชั่นนิสต้าผู้มาก่อนกาลสุบๆ
นึกว่าชอนาจะเป็นคนประเมินมิชลิน
ขอยกให้ Bon Appétit, Your Majesty เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างที่ดีของการตีความใหม่
คลิกที่นี่เพื่อเป็นสมาชิก?
ประเภท
เว็บไซต์
ที่อยู่
Bangkok
10260