LogisticsDigest
Thailand's premier trade website and fan page on Supply Chain Management in Thailand. www.logisticsdigest.com
ข้อมูล ข่าวสาร ความเคลื่อนไหวทางด้านโลจิสติกส์และซัพพลายเชนในเชิงลึก
04/06/2026
ทุนจีน-รัสเซีย ชิงพื้นที่ทำเหมืองรัฐฉาน ใกล้ดอยขี้เหล็ก ห่างเชียงใหม่ 20 กม.
03/06/2026
ขนส่งทางบก ปลดล็อก เปิดจดทะเบียนจยย.พ่วงข้าง จ่ายภาษีเพียง 150 บาท หนุนปชช.ประกอบอาชีพ
อ่านข่าวในคอมเมนต์
02/06/2026
สวิตเซอร์แลนด์เปิดตัว “พรมโซลาร์เซลล์บนรางรถไฟ” แห่งแรกของโลก มุ่งผลิตพลังงานสะอาดโดยไม่พึ่งที่ดินเพิ่มเติม
บึตส์, สวิตเซอร์แลนด์ — สตาร์ตอัปสัญชาติสวิส Sun-Ways ได้เปิดตัวโครงการนำร่องติดตั้งระบบแผงโซลาร์เซลล์แบบถอดถอนได้บนรางรถไฟที่มีการใช้งานจริงเป็นครั้งแรกของโลก ณ หมู่บ้านบึตส์ (Buttes) ในรัฐเนอชาแตล (Neuchâtel) ทางตะวันตกของประเทศสวิตเซอร์แลนด์ โดยขบวนรถไฟโดยสารปกติได้เริ่มวิ่งคร่อมผ่านแผงโซลาร์เซลล์เหล่านี้แล้ว เพื่อทดสอบประสิทธิภาพและเก็บข้อมูลความปลอดภัยในระยะยาว
นวัตกรรมดังกล่าวได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานคมนาคมชาวสวิส (FOT) และหน่วยงานนวัตกรรมแห่งชาติ โดยความร่วมมือกับสถาบันเทคโนโลยีแห่งสหพันธ์สวิส โลซาน (EPFL) จุดเด่นสำคัญที่ต่างจากโครงการในประเทศอื่นคือ "ระบบที่สามารถถอดเข้า-ออกได้ 100%" ซึ่งช่วยแก้ปัญหาใหญ่ในอดีตเรื่องการกีดขวางการซ่อมบำรุงทางรถไฟ โดยระบบนี้จะใช้รถไฟซ่อมบำรุงรางที่ออกแบบมาเป็นพิเศษของบริษัท Scheuchzer ในการปูหรือม้วนเก็บแผงโซลาร์เซลล์ทั้งหมดออกชั่วคราวได้อย่างรวดเร็ว
รายละเอียดโครงการนำร่องในปัจจุบัน
• สถานที่ติดตั้ง: เส้นทางสาย 221 บริเวณสถานีบึตส์ (ดำเนินการโดยบริษัทรถไฟท้องถิ่น TransN) ระยะทาง 100 เมตร
• ระบบอุปกรณ์: แผงโซลาร์เซลล์ขนาด 380W ถึง 385W จำนวน 48 แผง ติดตั้งอยู่บริเวณไม้หมอนรองรางรถไฟ มีกำลังการผลิตติดตั้งรวม 18 kWp
• การจ่ายกระแสไฟ: พลังงานไฟฟ้าที่ผลิตได้ประมาณ 16,000 กิโลวัตต์ชั่วโมง (kWh) ต่อปี จะถูกส่งเข้าสู่ระบบโครงข่ายไฟฟ้าท้องถิ่น (Local Grid) เพื่อนำไปจ่ายให้แก่บ้านเรือนในพื้นที่ใกล้เคียง
ศักยภาพและการทดสอบในระยะเวลา 3 ปี (จนถึงปี 2028)
โครงการนำร่องนี้มีกำหนดระยะเวลาทดสอบอย่างน้อย 3 ปี (ยาวไปจนถึงเดือนเมษายน ปี 2028) โดยทีมวิศวกรจะมุ่งเก็บข้อมูลและทดสอบในสภาวะการใช้งานจริง ทั้งในเรื่องผลกระทบจากฝุ่นและคราบสกปรก ความทนทานต่อแรงสั่นสะเทือนจากขบวนรถไฟ ปัญหาแสงสะท้อนที่อาจรบกวนพนักงานขับรถ รวมถึงการใช้ระบบแปรงปัดทำความสะอาดอัตโนมัติบริเวณท้ายขบวนรถไฟ
จากข้อมูลของ Sun-Ways ระบุว่า หากโครงการทดสอบนี้ประสบความสำเร็จและถูกขยายผลไปใช้ทั่วทั้งเครือข่ายรถไฟของสวิตเซอร์แลนด์ที่มีระยะทางรวมกว่า 5,320 กิโลเมตร (หักช่วงอุโมงค์และจุดอับแสงออก) จะสามารถรองรับพื้นที่แผงโซลาร์เซลล์ได้รวมกว่า 7 ล้านตารางเมตร และคาดว่าจะผลิตไฟฟ้าได้สูงถึง 1,000 ล้านกิโลวัตต์ชั่วโมง (1 TWh) ต่อปี ซึ่งเทียบเท่ากับประมาณ 2% ของปริมาณการใช้ไฟฟ้าทั้งหมดในประเทศสวิตเซอร์แลนด์
ฝรั่งเศสจับมือเข้าร่วมสร้างพันธมิตรในระดับสากล
ความคืบหน้าล่าสุดในช่วงต้นปี 2026 SNCF (การรถไฟแห่งชาติฝรั่งเศส) ได้ประกาศลงนามเป็นพันธมิตรร่วมกับ Sun-Ways อย่างเป็นทางการ โดยส่งทีมงานฝ่ายนวัตกรรมและโครงสร้างพื้นฐานเข้าร่วมศึกษาและเก็บข้อมูลจากพื้นที่ทดสอบในสวิตเซอร์แลนด์ เพื่อเตรียมความพร้อมและประเมินความเป็นไปได้ในการนำเทคโนโลยี "พรมโซลาร์เซลล์" นี้ไปติดตั้งบนเครือข่ายทางรถไฟขนาดใหญ่ในประเทศฝรั่งเศสต่อไป นอกเหนือจากฝรั่งเศสแล้ว
นวัตกรรมนี้ยังได้รับความสนใจและการเข้าเยี่ยมชมจากผู้แทนหลายประเทศ อาทิ เบลเยียม เกาหลีใต้ และอินโดนีเซีย เพื่อศึกษาแนวทางการสร้างพื้นที่พลังงานหมุนเวียนโดยไม่ต้องเวนคืนที่ดินเพิ่มเติม
ที่มาและแหล่งอ้างอิงข้อมูล (Sources)
• SNCF Group Official: "The world's first removable solar power plant on a working rail line" (รายงานความร่วมมือและการทดสอบร่วมกับ Sun-Ways, อัปเดตล่าสุด กุมภาพันธ์ 2026)
• PV Magazine: "French railway operator tests solar on train tracks" (รายงานความคืบหน้าเชิงเทคนิค สเปกแผงโซลาร์เซลล์ และรายละเอียดข้อตกลงพันธมิตร, เผยแพร่ กุมภาพันธ์ 2026)
• SWI swissinfo.ch (สำนักข่าวแห่งชาติสวิตเซอร์แลนด์): "Switzerland turns train tracks into solar power plants" (รายละเอียดวันเปิดตัวโครงการ เทคโนโลยีเครื่องจักร และการประเมินศักยภาพพลังงาน)
• Sun-Ways Official Website (sun-ways.ch): ข้อมูลสเปกทางเทคนิค ขีดความสามารถของระบบถอดถอน และรายละเอียดสิทธิบัตรการออกแบบ
#เรื่องเล่า #ประวัติศาสตร์ #วิทยาศาสตร์ #ต่างประเทศ #ความรู้ #สาระน่ารู้ #เกร็ดความ #ข่าว
27/05/2026
ญี่ปุ่นเตรียมทดสอบส่งพลังงานไฟฟ้าจากอวกาศลงสู่โลกผ่านโครงการ "OHISAMA"
โตเกียว — องค์การสำรวจอวกาศญี่ปุ่น (JAXA) ร่วมกับสถาบันวิจัยระบบอวกาศแห่งญี่ปุ่น (Japan Space Systems) และกระทรวงเศรษฐกิจ การค้า และอุตสาหกรรม (METI) กำลังเดินหน้าผลักดันโครงการ "OHISAMA" (โอฮิซามะ แปลว่า ดวงอาทิตย์ ในภาษาญี่ปุ่น) ซึ่งเป็นโครงการทดสอบระบบพลังงานแสงอาทิตย์จากอวกาศ (Space-Based Solar Power - SBSP) เพื่อพิสูจน์ความเป็นไปได้ในการเก็บเกี่ยวพลังงานแสงอาทิตย์ในวงโคจรและส่งกลับลงมาใช้งานบนพื้นโลกอย่างไร้สาย
เป้าหมายหลักของภารกิจนี้คือการส่งดาวเทียมขนาดเล็กน้ำหนักประมาณ 180 กิโลกรัม ขึ้นสู่วงโคจรระดับต่ำที่ความสูงประมาณ 400-450 กิโลเมตร ตัวดาวเทียมจะติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ขนาดประมาณ 2 ตารางเมตร เพื่อรับแสงอาทิตย์อย่างต่อเนื่องในอวกาศโดยไม่มีข้อจำกัดเรื่องเวลากลางคืนหรือสภาพอากาศ จากนั้นระบบบนดาวเทียมจะแปลงพลังงานไฟฟ้าดังกล่าวให้เป็น "คลื่นไมโครเวฟ" แล้วยิงสัญญาณตรงลงมายังสถานีรับสัญญาณภาคพื้นดินที่กระจายตัวอยู่ในพื้นที่เป้าหมาย เช่น จังหวัดนางาโนะและจังหวัดไซตามะ เพื่อแปลงคลื่นไมโครเวฟกลับมาเป็นกระแสไฟฟ้าใช้งาน
การทดสอบเชิงประจักษ์ไม่ใช่การผลิตปริมาณมาก
ตามรายงานเชิงเทคนิค พลังงานไฟฟ้าที่ดาวเทียมดวงนี้จะส่งลงมามีปริมาณเพียง 1 กิโลวัตต์ (1 kW) ซึ่งเป็นปริมาณที่น้อยมาก (เพียงพอสำหรับการใช้งานเครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดเล็กในบ้าน เช่น เครื่องชงกาแฟ หรือการเปิดหลอดไฟ LED เท่านั้น) วัตถุประสงค์ที่แท้จริงของโครงการในเฟสนี้จึงไม่ใช่การผลิตไฟฟ้าเพื่อป้อนเข้าสู่ระบบโครงข่ายไฟฟ้า (Grid) ทันที แต่เป็นการทดสอบ "ความแม่นยำทางเทคโนโลยี" เนื่องจากดาวเทียมเคลื่อนที่ด้วยความเร็วสูง การควบคุมลำแสงไมโครเวฟให้ตรงเป้าหมายภาคพื้นดินจึงต้องใช้ความแม่นยำในระดับเสี้ยวองศา รวมถึงต้องศึกษาผลกระทบของคลื่นที่มีต่อชั้นบรรยากาศไอโอโนสเฟียร์ (Ionosphere) เพื่อไม่ให้รบกวนระบบสื่อสารหรือ GPS
บริบทความก้าวหน้าระดับสากล
แม้ว่าหัวข้อข่าวในสื่อสังคมออนไลน์มักระบุว่าญี่ปุ่นเป็นชาติแรก แต่ในเชิงข้อเท็จจริง สถาบันเทคโนโลยีแห่งแคลิฟอร์เนีย (Caltech) ของสหรัฐอเมริกา ได้ประสบความสำเร็จในการทดลองยิงคลื่นไมโครเวฟจากอวกาศลงมายังโลกสำเร็จเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์เมื่อเดือนมิถุนายน ค.ศ. 2023 ผ่านโครงการ MAPLE อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ญี่ปุ่นตั้งเป้าหมายในโครงการ OHISAMA นี้คือ การเป็นผู้นำรายแรกของโลกในการสกัดพลังงานไฟฟ้าจากคลื่นไมโครเวฟที่ส่งลงมาจากอวกาศเพื่อนำมาเปิดใช้อุปกรณ์ไฟฟ้าภาคพื้นดินให้เห็นจริงเป็นรูปธรรม
รัฐบาลญี่ปุ่นบรรจุโครงการพลังงานแสงอาทิตย์ในอวกาศเป็นหนึ่งในนโยบายยุทธศาสตร์ความมั่นคงทางพลังงานแห่งชาติตั้งแต่ปี ค.ศ. 2009 เนื่องจากญี่ปุ่นเป็นประเทศเกาะที่มีพื้นที่จำกัดสำหรับการสร้างทุ่งโซลาร์เซลล์ขนาดใหญ่ และต้องนำเข้าพลังงานสูงถึงร้อยละ 90 โดย JAXA วางแผนระยะยาวว่าหากการทดลองขนาดเล็กนี้สำเร็จ จะพัฒนาไปสู่การสร้างสถานีพลังงานอวกาศเชิงพาณิชย์ขนาดใหญ่ในวงโคจรค้างฟ้า ที่ระดับความสูง 36,000 กิโลเมตร ให้สามารถผลิตไฟฟ้าได้ถึง 1 กิกะวัตต์ (เทียบเท่าโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ 1 โรง) ภายในปี ค.ศ. 2050
ที่มาของข้อมูล (Sources)
• Arab News Japan (รายงานวันที่ 30 เมษายน 2026): "Japan plans to transmit power to Earth from space-based solar panels" รายงานเกี่ยวกับแผนการส่งดาวเทียมโครงการ Ohisama และพื้นที่ติดตั้งสถานีรับสัญญาณในจังหวัดไซตามะและนางาโนะ
• RatedPower & I-Connect007: ข้อมูลสรุปของแผนงานและการนำเสนอของ Koichi Ijichi ที่ปรึกษาจาก Japan Space Systems ในงาน International Conference on Energy from Space กรุงลอนดอน เกี่ยวกับกำลังไฟฟ้านำร่อง 1 กิโลวัตต์
#เรื่องเล่า #ประวัติศาสตร์ #วิทยาศาสตร์ #ต่างประเทศ #ความรู้ #สาระน่ารู้ #เกร็ดความ #ข่าว
27/05/2026
อินเดียเปิดตัว ‘ต้นไม้สาหร่ายพลังงานแสงอาทิตย์’ แห่งแรกในโภปาล นวัตกรรมดักจับคาร์บอนเสริมพื้นที่เมือง
โภปาล, อินเดีย — เมืองโภปาล (Bhopal) รัฐมัธยประเทศ ประเทศอินเดีย ได้ทำการติดตั้ง “ต้นไม้สาหร่ายพลังงานแสงอาทิตย์” (Solar-powered Algae Tree) เครื่องแรกของประเทศ ณ สวนสาธารณะสวามี วิเวกานันท์ (Swami Vivekananda Park) เพื่อเป็นนวัตกรรมนำร่องในการดักจับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์และบำบัดมลพิษในอากาศสำหรับเขตเมืองที่มีประชากรและปัญหาจราจรหนาแน่น
สิ่งประดิษฐ์ดังกล่าวไม่ใช่ต้นไม้ตามธรรมชาติ แต่เป็นเครื่องปฏิกรณ์ชีวภาพแบบใช้แสงทรงกระบอกแนวตั้ง ความสูงประมาณ 3 เมตร พัฒนาขึ้นโดยกลุ่ม Mushroom World Group ร่วมกับทีมวิจัยและผู้เชี่ยวชาญด้านสิ่งแวดล้อม ตัวเครื่องทำงานโดยการใช้ปั๊มดูดอากาศเสียจากภายนอกเข้าสู่ถังบรรจุน้ำที่มี “สาหร่ายขนาดเล็ก” (Microalgae) ซึ่งจะทำหน้าที่ดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO_2) นำไปใช้ในกระบวนการสังเคราะห์แสงร่วมกับแสงแดด แล้วปล่อยออกซิเจนบริสุทธิ์กลับคืนสู่ชั้นบรรยากาศ โดยระบบกลไกและเซนเซอร์ทั้งหมดขับเคลื่อนด้วยพลังงานสะอาดจากแผงโซลาร์เซลล์ที่ติดตั้งไว้ด้านบน
จากข้อมูลทางสถิติของผู้พัฒนา ระบุว่านวัตกรรมนี้ 1 ยูนิต มีประสิทธิภาพในการดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้ประมาณ 1.5 ตันต่อปี และสามารถผลิตออกซิเจนได้เกือบ 1 ตัน ซึ่งในแง่ของอัตราการแลกเปลี่ยนก๊าซนั้นเทียบเท่ากับประสิทธิภาพของต้นไม้ใหญ่ตามธรรมชาติประมาณ 20 ถึง 25 ต้น นอกจากนี้ ระบบกรองและการทำงานของสาหร่ายยังช่วยลดปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) ลงได้ราว 45–55% ในรัศมีโดยรอบเครื่องประมาณ 15 เมตร
อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญด้านสิ่งแวดล้อมและหน่วยงานท้องถิ่นเน้นย้ำว่า นวัตกรรมนี้ได้รับการออกแบบมาเพื่อทำหน้าที่เป็น "เครื่องมือเสริม" ในบริเวณจุดอับหรือพื้นที่จำกัดที่ไม่สามารถปลูกต้นไม้ใหญ่ได้ เช่น บริเวณทางแยกที่มีการจราจรติดขัดขัด (เช่น จัตุรัสโรชันปุระ ที่มีแผนจะติดตั้งเป็นจุดถัดไป) และไม่ได้มีไว้เพื่อทดแทนต้นไม้จริงตามธรรมชาติ เนื่องจากเครื่องมือนี้ไม่สามารถสร้างร่มเงา ลดปรากฏการณ์เกาะความร้อนในเมือง (Urban Heat Island Effect) หรือส่งเสริมระบบนิเวศและความหลากหลายทางชีวภาพได้เหมือนต้นไม้จริง รวมถึงยังมีข้อจำกัดที่ต้องมีการบำรุงรักษาและควบคุมคุณภาพน้ำเพื่อป้องกันปัญหาสาหร่ายบลูมในระยะยาว
โครงการนำร่องนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการทดลองใช้เทคโนโลยีชีวภาพ (Biotechnology) เพื่อเข้ามาขับเคลื่อนร่วมกับแผนพัฒนาเมืองอัจฉริยะในการรับมือกับปัญหามลพิษทางอากาศของอินเดียยุคปัจจุบัน
ที่มาของข้อมูล (Sources)
ข้อมูลในบทความข่าวนี้อ้างอิงจากรายงานข่าวและข้อเท็จจริงที่เผยแพร่โดยสื่อมวลชนและหน่วยงานในประเทศอินเดีย (เผยแพร่ในช่วงพฤษภาคม 2026):
• IndiGlobal Media Network: รายงานการเปิดตัวนวัตกรรม Algae Tree ในสวนสาธารณะสวามี วิเวกานันท์ ภายใต้โครงการ Bhopal Smart City
• Guwahati Plus (GPlus): รายละเอียดผลการทดสอบโครงการนำร่อง (Pilot Project) และแผนการขยายการติดตั้งไปยังพื้นที่ที่มีการจราจรหนาแน่น เช่น Roshanpura Square
• Utkarsh Classes / Current Affairs Report: ข้อมูลเชิงเทคนิคด้านวิศวกรรมสิ่งแวดล้อมและการทำงานของระบบ Photo-bioreactor ร่วมกับแผงโซลาร์เซลล์
• Curly Tales & Land2Capital News: รายงานถ้อยแถลงของเจ้าหน้าที่รัฐมัธยประเทศ และข้อมูลสถิติตัวเลขประสิทธิภาพการดักจับ CO_2 และการลดฝุ่น PM2.5 จากผู้พัฒนาคือนกวิจัยกลุ่ม Mushroom World Group
#เรื่องเล่า #ประวัติศาสตร์ #วิทยาศาสตร์ #ต่างประเทศ #ความรู้ #สาระน่ารู้ #เกร็ดความ #ข่าว
คลิกที่นี่เพื่อเป็นสมาชิก?
ประเภท
ที่อยู่
Bangkok
10250
เวลาทำการ
| จันทร์ | 09:00 - 17:00 |
| อังคาร | 09:00 - 17:00 |
| พุธ | 09:00 - 17:00 |
| พฤหัสบดี | 09:00 - 17:00 |
| ศุกร์ | 09:00 - 17:00 |