Tech Movement
ข้อมูลการติดต่อ, แผนที่และเส้นทาง,แบบฟอร์มการติดต่อ,เวลาเปิดและปิด, การบริการ,การให้คะแนนความพอใจในการบริการ,รูปภาพทั้งหมด,วิดีโอทั้งหมดและข่าวสารจาก Tech Movement, วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และวิศวกรรม, 1768 อาคารไทยซัมมิท ทาวเวอร์ ชั้นที่ 16 ถนนเพชรบุรีตัดใหม่ แขวงบางกะปิ เขตห้วยขวาง, Bangkok.
Tech Movement สื่อด้านนวัตกรรม
และเทคโนโลยี ที่ช่วยลดความเหลื่อมล้ำของสังคม
พัฒนาคุณภาพชีวิตของคนไทย ผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัล (Digital Transformation)
และการเสริมสร้างความสามารถในการแข่งขันทางธุรกิจ
ของประเทศไทยในอนาคต
11/06/2026
📌 ถอดรหัสโรดแมป AI ปี 2569 เมื่อไทยอยากเป็น “ตัวท็อป” ด้าน AI ในอาเซียน ต้องเริ่มจากตรงไหน?
ถ้าพูดถึงการแข่งขันในสมรภูมิ AI ระดับโลก เรามักจะเห็นภาพมหาอำนาจอย่างสหรัฐฯ หรือจีน สู้กันด้วยเม็ดเงินมหาศาล และการพัฒนาระบบให้ล้ำหน้าที่สุด
และหากย้อนกลับมามองที่ภูมิภาคอาเซียน ประเทศเพื่อนบ้านของเราอย่างสิงคโปร์หรือเวียดนาม ต่างก็เดินหน้าผลักดันตัวเองให้เป็นศูนย์กลางด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมของภูมิภาคเช่นกัน
⚫️ แล้วถ้าไทยจะก้าวสู่ศูนย์กลาง AI ในอาเซียน ต้องเริ่มจากอะไร?
การที่ประเทศจะก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลางของภูมิภาคได้ ต้องเดินไปพร้อมกัน 2 เรื่องสำคัญ
อย่างแรกคือการดึงการลงทุนเข้ามา เพื่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานที่พร้อมรองรับ AI และเทคโนโลยีใหม่ๆ และการมีกติกาและระบบกำกับดูแลที่ชัดเจน โปร่งใส และน่าเชื่อถือ เพื่อให้ทั้งนักลงทุนและสังคมมั่นใจได้ในระยะยาว
⚫️ โครงสร้างพื้นฐานไทย แรงดึงดูดที่ทำให้ Big Tech ระดับโลกเข้ามาลงทุน
บริษัทเทคโนโลยีระดับโลก ต่างเข้ามาลงทุนในประเทศไทยเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และเหตุผลที่ทำให้ไทย กลายเป็นจุดหมายสำคัญของการลงทุนเหล่านี้ มาจาก 4 ปัจจัยหลัก ที่ช่วยดึงดูดและสนับสนุนการเติบโตของอุตสาหกรรมเทคโนโลยีในประเทศ
🔹ยุทธศาสตร์ “Cloud First Policy” และแรงหนุนจากรัฐ เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ไทยโดดเด่น เพราะไม่เพียงการผลักดันให้หน่วยงานต่างๆ ย้ายระบบไปใช้คลาวด์เท่านั้น แต่ยังเป็นการสร้าง Ecosystem ที่เอื้อต่อการลงทุนในระยะยาว
🔹ปลดล็อกพลังงานสะอาด (Direct PPA) ช่วยตอบโจทย์ Data Center ในยุค AI ที่ต้องใช้พลังงานจำนวนมาก ด้วยการเปิดให้ซื้อพลังงานสะอาดจากผู้ผลิตได้โดยตรง ซึ่งถือเป็นข้อได้เปรียบสำคัญในการแข่งขันกับประเทศเพื่อนบ้าน
🔹ความได้เปรียบด้านทำเลและโครงข่ายดิจิทัล ไทยอยู่ใจกลางอาเซียน ขณะเดียวกัน การขยายเคเบิลใต้น้ำและโครงข่ายไฟเบอร์ออปติก ทำให้การส่งข้อมูลมีความหน่วงต่ำลง รองรับการทำงานของ AI ยุคใหม่ โดยเฉพาะ Generative AI และระบบเรียลไทม์ได้ดีขึ้น
🔹การเปลี่ยนผ่านสู่ AI-Native Data Center ไทยยกระดับ Data Center เป็น AI-Native ที่รองรับระบบระบายความร้อนด้วยของเหลวและ GPU ประสิทธิภาพสูง สำหรับฝึกโมเดล AI ขนาดใหญ่ ทำให้ไทยพร้อมเป็นศูนย์กลางประมวลผล AI ของสตาร์ทอัพและองค์กรในอาเซียน
⚫️ โครงสร้างพื้นฐานเหล่านี้จะยั่งยืนได้ “ต้องมีกรอบกำกับดูแลที่ชัดเจน”
ETDA จึงวางโรดแมปปี 2569 ภายใต้แนวคิด “Driving Trust AI Governance” เพื่อกำหนดแนวทางการกำกับดูแลและส่งเสริมการใช้ AI ในประเทศไทย ปั้นไทยเป็น Regional Hub ร่วมกับ UNESCO โดยเน้นขับเคลื่อนใน 2 มิติหลัก คือ
⚫️ การวางมาตรฐานและทดสอบ AI ให้ใกล้เคียงระดับสากล
โดยร่วมมือกับผู้เชี่ยวชาญภายใต้กรอบ UNESCO พัฒนาเครื่องมือกำกับดูแล AI ที่สอดคล้องกับมาตรฐานสากล แต่เหมาะกับบริบทของสังคมไทย พร้อมพัฒนาระบบติดตามแนวโน้มและความเสี่ยงด้าน AI ผ่านรายงาน AI Watch Series เพื่อติดตามความเสี่ยงและแนวโน้ม AI ทั่วโลก
และยังเตรียมจัดกิจกรรม “Red Teaming Challenge” ที่รวมทีมผู้เชี่ยวชาญมาช่วยทดสอบระบบ AI เพื่อหาจุดอ่อน อคติ และความเสี่ยงต่างๆ ก่อนนำไปใช้งานจริงในวงกว้าง
⚫️ ผลักดันองค์ความรู้สู่ทุกภาคส่วน
เพื่อให้คนไทยสามารถปรับตัวเข้าสู่ยุค AI ได้อย่างทั่วถึงและปลอดภัย ETDA จึงตั้งเป้าขยายความรู้และความเข้าใจด้าน AI ไปสู่คนทุกกลุ่ม ทั้งภาครัฐ ภาคการศึกษา ภาคธุรกิจ & SMEs และภาคประชาชน ผ่านตัวชี้วัดและโครงการต่างๆ ที่มุ่งให้ทุกภาคส่วนเข้าถึงความรู้ได้มากขึ้น
ภาพรวมทั้งหมดคือการปูทางไปสู่เป้าหมายสำคัญของประเทศ คือการจัดตั้งศูนย์ AI Governance Practice Center (AIGPC) ให้เป็นศูนย์กลางด้านการกำกับดูแล AI ของไทย ทั้งในด้านการพัฒนาองค์ความรู้ เครื่องมือประเมินความเสี่ยง การทดสอบระบบ AI และการพัฒนาบุคลากร
ปัจจุบัน ETDA กำลังผลักดันให้ AIGPC ได้รับการรับรองเป็นศูนย์ประเภทที่ 2 ภายใต้การอุปถัมภ์ของ UNESCO
ซึ่งหากสำเร็จ ก็จะเป็นโอกาสสำคัญของไทยในการก้าวขึ้นมาเป็นหนึ่งในศูนย์กลางด้านมาตรฐาน แนวปฏิบัติ และการกำกับดูแล AI ของภูมิภาคอาเซียนในอนาคต
#ไทย #อาเซียน #ไอที #เทคโนโลยี
ทำไมโลก AI ยังต้องพึ่งไต้หวัน แม้เผชิญแรงกดดันจากจีน? l Tech Movement
ท่ามกลางแรงกดดันจากจีน ทำไมไต้หวันยังถือไพ่ใบสำคัญของโลก AI คลิปนี้มีคำตอบ!
#ไอที #เทคโนโลยี �
สรุปม้วนเดียวจบ! ดราม่า Meta แอบฝังฟีเจอร์สแกนหน้าคนในแว่นอัจฉริยะ | Tech Movement
Meta งานเข้า! เจอดราม่าเต็มๆ หลังมีคนไปเจอโค้ดที่สแกนหน้าคนได้
แล้วทำไมถึงดราม่า และเรื่องราวจะเป็นยังไงต่อ Tech Movement สรุปให้แล้วในคลิปนี้
#ไอที #เทคโนโลยี
10/06/2026
📌สธ. ผนึก 54 หน่วยงาน ซ้อม M-MEX 2026 ยกระดับระบบสาธารณสุขฉุกเฉินของไทย
กระทรวงสาธารณสุข ร่วมกับสำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) องค์การอนามัยโลก (WHO) และภาคีเครือข่ายรวม 54 หน่วยงาน จัดการฝึกซ้อม M-MEX 2026 (Medical Emergency Management Exercise 2026)
ระหว่างวันที่ 10–12 มิถุนายน 2569 เพื่อยกระดับความพร้อมของระบบการแพทย์และสาธารณสุขไทยในการรับมือกับ ภัยพิบัติและวิกฤตการณ์ทุกรูปแบบ
⚪️การฝึกครั้งนี้จำลองสถานการณ์สำคัญหลายรูปแบบ ได้แก่
- ความไม่สงบในพื้นที่ชายแดนและการอพยพประชาชน/ผู้ป่วย
- การแพร่ระบาดของโรคติดต่ออุบัติใหม่
- การโจมตีด้วยอาวุธชีวภาพและสารเคมี
- การโจมตีทางไซเบอร์
- เหตุการณ์ก่อการร้ายและวินาศกรรม
เป้าหมาย คือทดสอบแผนและขั้นตอนการปฏิบัติงานจริง เพื่อให้ทุกหน่วยงานสามารถประสานงาน ตัดสินใจ และตอบสนองต่อเหตุฉุกเฉินได้อย่างรวดเร็ว ตั้งแต่ระดับส่วนกลาง เขตสุขภาพ ไปจนถึงระดับจังหวัด
⚪️การดำเนินงานยึดหลัก 2P2R ได้แก่
Prevention : การป้องกันและลดผลกระทบ
Preparedness : การเตรียมความพร้อม
Response : การตอบโต้ภาวะฉุกเฉิน
Recovery : การฟื้นฟูหลังเกิดเหตุ
การฝึกซ้อมครั้งนี้มีผู้เข้าร่วมกว่า 270 คน จากหน่วยงานด้านสาธารณสุข ความมั่นคง และภาคีเครือข่ายต่าง ๆ เช่น กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย สมช. กอ.รมน. กองทัพไทย กระทรวงกลาโหม รวมถึงสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดชายแดนและพื้นที่เสี่ยงหลายแห่ง
การฝึก M-MEX 2026 จึงถือเป็นการเตรียมความพร้อมของประเทศ เพื่อให้บุคลากรทางการแพทย์ หน่วยงานด้านความมั่นคง และภาคีเครือข่ายต่าง ๆ สามารถทำงานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพเมื่อเกิดเหตุการณ์จริง เพราะในวันที่เกิดวิกฤต ความพร้อมและการประสานงานที่ดี อาจเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยรักษาชีวิตและความปลอดภัยของประชาชนได้
#กองสาธารณสุขฉุกเฉิน #กระทรวงสาธารณสุข #ระบบการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ #ไอที #เทคโนโลยี
โดนแฮก หรือแค่ถูกหลอก? ถอดบทเรียนจาก Roblox ที่พ่อแม่ควรรู้ l Tech Movement
หลังมีกรณีผู้ปกครองพบว่าลูกชายใช้จ่ายในเกม Roblox กว่า 15,000 บาท ผ่านบัตรเครดิตที่ผูกกับ Apple ID หลายคนจึงตั้งคำถามว่า
หรือนี่คือการถูกแฮกจริงหรือเป็นความเสี่ยงที่พ่อแม่อาจมองข้าม?
#เตือนภัยRoblox #ไอที #เทคโนโลยี
10/06/2026
📌 ครึ่งปีแห่งความล้มเหลว เมื่อการโจมตีไซเบอร์ปี 2026 สะท้อนว่าบทเรียนเดิมยังคง ถูก “ทดสอบซ้ำแล้วซ้ำเล่า”
ครึ่งแรกของปี 2026 อาจไม่ใช่ช่วงเวลาที่แฮกเกอร์พัฒนาเทคนิคการโจมตีจนก้าวกระโดด แต่เป็นช่วงเวลาที่สะท้อนให้เห็นว่า หลายองค์กรยังคงเผชิญกับความท้าทายเดิม ๆ ในการรับมือกับภัยคุกคามไซเบอร์
ไม่ว่าจะเป็นองค์กรขนาดใหญ่ หน่วยงานภาครัฐ หรือแม้แต่บริษัทด้าน Cybersecurity เอง
หลายเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในช่วงที่ผ่านมา ล้วนมีจุดร่วมบางอย่างซ่อนอยู่เบื้องหลัง
หากย้อนไปดูเหตุโจมตีไซเบอร์ครั้งสำคัญในช่วงครึ่งปีแรก สิ่งที่น่าสนใจอาจไม่ใช่แค่ขนาดความเสียหายหรือจำนวนผู้ได้รับผลกระทบ แต่คือ “รูปแบบ” ของปัญหาที่ปรากฏซ้ำแล้วซ้ำเล่าในหลายองค์กร
และที่น่าคิดคือ ปัญหาเหล่านี้ส่วนใหญ่ไม่ได้เกิดจากเทคนิคการโจมตีที่ซับซ้อนเกินคาด แต่เกิดจากช่องว่างด้านการป้องกัน การบริหารจัดการความเสี่ยง และจุดอ่อนที่หลายองค์กรรู้จักกันดีอยู่แล้ว แต่ยังไม่สามารถจัดการได้อย่างมีประสิทธิภาพ
🔴 รูปแบบที่ 1 : เมื่อความไว้วางใจกลายเป็นช่องโหว่
แม้เหตุโจมตีไซเบอร์หลายกรณีในปีนี้จะต่างกัน แต่กลับมีจุดร่วมเดียวกัน นั่นคือ ผู้โจมตีสามารถใช้ "ความน่าเชื่อถือ" เป็นกุญแจเข้าถึงระบบได้สำเร็จ
กรณีของ DOGE สะท้อนคำถามเรื่องการกำกับดูแลสิทธิ์การเข้าถึงข้อมูล เมื่อบุคลากรได้รับสิทธิ์เข้าถึงฐานข้อมูลสำคัญที่มีข้อมูลประชาชนจำนวนมหาศาล จนเกิดข้อกังวลว่ามีการควบคุมและติดตามการใช้งานที่เพียงพอหรือไม่
ขณะที่กลุ่ม ShinyHunters ใช้วิธีที่เรียบง่ายกว่านั้นคือโทรศัพท์หลอกพนักงานให้เชื่อว่าเป็นเจ้าหน้าที่ไอทีหรือผู้มีอำนาจในองค์กร เพื่อขอสิทธิ์เข้าถึงระบบสำคัญ จนนำไปสู่การรั่วไหลของข้อมูลผู้ใช้งานจำนวนมาก
แม้รายละเอียดของแต่ละเหตุการณ์จะต่างกัน แต่บทเรียนที่ได้กลับคล้ายกันอย่างน่าประหลาด ผู้โจมตีไม่จำเป็นต้องใช้เทคนิคที่ซับซ้อนที่สุดเสมอไป หากสามารถทำให้คนหรือระบบ "เชื่อใจ" ได้สำเร็จ
สิ่งที่น่าสนใจคือ แนวคิด Zero Trust หรือการไม่เชื่อใจผู้ใช้ อุปกรณ์ หรือคำร้องขอใด ๆ โดยอัตโนมัติ ถูกพูดถึงในวงการความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์มานานกว่าสิบปีแล้ว แต่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในปี 2026
สะท้อนให้เห็นว่า หลายองค์กรยังคงเผชิญความท้าทายในการนำแนวคิดดังกล่าวมาปรับใช้ได้อย่างเต็มรูปแบบ
🔴 รูปแบบที่ 2 : ซอฟต์แวร์ จุดอ่อนที่ไม่มีใครเห็น
อีกหนึ่งรูปแบบที่ถูกพูดถึงมากในปีนี้ คือการโจมตีผ่านซอฟต์แวร์และเครื่องมือที่นักพัฒนาใช้งานอยู่ทุกวัน
Trivy, Bitwarden และ Checkmarx ต่างตกเป็นเป้าหมายของการโจมตีผ่าน Package ที่ถูกแอบฝังโค้ดอันตรายไว้ เมื่อนักพัฒนาดาวน์โหลดไปใช้งาน ผู้โจมตีก็สามารถเข้าถึงรหัสผ่าน Token หรือข้อมูลสำคัญอื่น ๆ ได้ ก่อนขยายผลต่อไปยังองค์กรที่เกี่ยวข้อง รวมถึง OpenAI และ Vercel
เหตุการณ์เหล่านี้สะท้อนความท้าทายของโลก Open Source ที่ซอฟต์แวร์จำนวนมากเชื่อมโยงและพึ่งพากันเป็นทอด ๆ จนยากต่อการตรวจสอบทั้งหมด ยิ่งระบบนิเวศซอฟต์แวร์ซับซ้อนมากขึ้น ความเชื่อใจที่ทำให้ Open Source เติบโต ก็ยิ่งกลายเป็นช่องทางที่ผู้โจมตีสามารถใช้ประโยชน์ได้มากขึ้น
🔴 รูปแบบที่ 3 : ระบบดิจิทัลที่เติบโตเร็วกว่าความปลอดภัย
ในช่วงปีที่ผ่านมา นอกจากโครงสร้างพื้นฐานสำคัญหลายแห่งทั่วโลกที่ตกเป็นเป้าหมายแล้ว
บริษัทอย่าง Stryker ก็เผชิญการโจมตีที่ส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานโดยตรงเช่นกัน
เหตุการณ์เหล่านี้สะท้อนปัญหาร่วมกันว่า หลายองค์กรเดินหน้าสู่ระบบดิจิทัลอย่างรวดเร็ว แต่การลงทุนด้านความปลอดภัยกลับตามมาไม่ทัน
แม้ระบบควบคุมโรงงาน พลังงาน หรือสาธารณูปโภคจะเชื่อมต่อกับเครือข่ายมากขึ้น แต่หลายแห่งยังขาดบุคลากรและมาตรการด้าน Cybersecurity ที่เพียงพอ ส่งผลให้การเชื่อมต่อระหว่างระบบปฏิบัติการ (OT) และระบบไอที (IT) กลายเป็นอีกหนึ่งจุดเสี่ยงที่ผู้โจมตีสามารถใช้ประโยชน์ได้
🔴 ช่องว่างที่ยังไม่ถูกปิด?
นอกจากรูปแบบการโจมตีที่เกิดขึ้นซ้ำ ๆ ยังมีอีกสองปัญหาที่ยังคงอยู่
ปัญหาแรกคือการจ่ายค่าไถ่ แม้ทุกคนรู้ว่าไม่ควรทำ แต่หลายองค์กรก็ยังเลือกจ่าย เพราะความเสียหายจากข้อมูลรั่วไหลอาจร้ายแรงกว่า ทว่าทุกครั้งที่มีการจ่าย ก็ยิ่งทำให้โมเดลธุรกิจของอาชญากรไซเบอร์ยังคงดำเนินต่อไป
อีกปัญหาคือการเก็บข้อมูลยืนยันตัวตนที่มากขึ้นเรื่อย ๆ ขณะที่ข้อมูลเหล่านั้นกลับรั่วไหลบ่อยขึ้นเช่นกัน ยิ่งสังคมพึ่งพา Digital Identity มากเท่าไร ความเสียหายจากการรั่วไหลก็ยิ่งรุนแรงมากขึ้นเท่านั้น
🔴 ปัญหาไม่ใช่เทคโนโลยี แต่คือ “แรงจูงใจ”
ถ้าจะสรุปครึ่งแรกของปี 2026 ให้ชัดที่สุด ปัญหาไม่ได้อยู่ที่เทคโนโลยีไม่พอ แต่อยู่ที่ “ไม่มีแรงจูงใจพอจะใช้มันให้จริงจัง”
เพราะในความเป็นจริง เครื่องมือ มาตรฐาน และแนวทางป้องกันมีอยู่ครบแล้ว สิ่งที่ขาดคือการลงมือทำอย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางข้อจำกัดเรื่องต้นทุน กฎระเบียบ และวัฒนธรรมองค์กร
ผลลัพธ์คือเหตุโจมตีส่วนใหญ่ไม่ได้เกิดจากสิ่งใหม่ แต่เกิดจากช่องว่างเดิม ระหว่างสิ่งที่ทุกคน “รู้ว่าควรทำ” กับสิ่งที่ “ยังไม่ถูกทำ”
และตราบใดที่ช่องว่างเหล่านี้ยังไม่ถูกปิด ความปลอดภัยไซเบอร์ก็จะยังคงเป็นเรื่องของการตามแก้ปัญหามากกว่าการป้องกันล่วงหน้า
นั่นหมายความว่า ในครึ่งหลังของปี 2026 เราอาจยังได้เห็นบทเรียนเหล่านี้เกิดขึ้นซ้ำอีกครั้ง เพียงแต่ราคาของความผิดพลาดอาจสูงขึ้นกว่าเดิม
#ความปลอดภัยไซเบอร์ #ไอที #เทคโนโลยี
09/06/2026
📌 แก๊งคอลเซ็นเตอร์แห่ย้ายฐาน "ศรีลังกา" เสี่ยงเป็นบ้านใหม่สายดาร์ก
หลายปีที่ผ่านมา ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยเฉพาะประเทศ “กัมพูชา” และ “เมียนมา” ถูกมองว่าเป็นศูนย์รวมของแก๊งหลอกลวงออนไลน์ ที่สร้างความเสียหายมหาศาลระดับหลายหมื่นล้านดอลลาร์ต่อปี
แต่ตอนนี้ แก๊งสแกมเมอร์เหล่านี้ กำลังย้ายฐานไปหาทำเลใหม่ ที่ทำงานได้ง่ายกว่า ซึ่งล่าสุด สำนักข่าวบลูมเบิร์ก รายงานว่า “ศรีลังกา” กำลังถูกนักวิเคราะห์และหน่วยงานความมั่นคงทั่วโลก จับตา ว่ากำลังก้าวขึ้นมาเป็นฐานใหม่ของเหล่าสแกมเมอร์
การที่ศรีลังกาเริ่มถูกมองว่าเป็นจุดหมายของแก๊งสแกมเมอร์ข้ามชาติ เพราะมีหลายปัจจัยในประเทศที่ทำให้ตั้งฐานได้ง่าย และทำให้เครือข่ายอาชญากรรมปรับตัวทำงานรูปแบบใหม่ได้สะดวกขึ้น
⚫️ “ยุทธศาสตร์กองทัพมด” พลิกเกมเครือข่ายสแกมจากฐานใหญ่สู่การกระจายตัว
ศรีลังกา มีหลายปัจจัยในประเทศที่เอื้อต่อการก่ออาชญากรรม ทำให้เครือข่ายอาชญากรรมปรับตัวทำงานรูปแบบใหม่ จากเดิมที่เคยอยู่รวมกันในศูนย์ขนาดใหญ่ ไปสู่การทำงานที่ซับซ้อนและแนบเนียนกว่าเดิม
🔴 "พรางตัวในคราบนักท่องเที่ยวง่าย" ศรีลังกาผ่อนปรนวีซ่านักท่องเที่ยวเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว ทำให้มิจฉาชีพต่างชาติสามารถแฝงตัวเข้ามาโดยใช้เพียง "วีซ่านักท่องเที่ยว" ได้อย่างง่ายดาย
🔴 "กลเม็ดกระจายความเสี่ยง" ศรีลังกามีที่พักให้เช่าหลากหลาย เช่น อพาร์ตเมนต์ โรงแรม และสำนักงาน ง่ายต่อการแยกย้ายกันเช่าสำหรับเป็นฐานเล็กๆ รวมถึงมีอินเทอร์เน็ตที่ใช้งานได้ดีในเมืองหลัก และซิมมือถือก็หาซื้อค่อนข้างง่าย
🔴 "ช่องทางฟอกเงินนอกระบบ "อุนดิยัล" (Undiyal)" ระบบโอนเงินนอกระบบ แบบไม่ผ่านธนาคาร ซึ่งสามารถใช้ทำธุรกรรมทั่วไปได้ ที่เสี่ยงถูกนำไปใช้ในทางที่ไม่ถูกต้องได้ เช่น การย้ายเงินผิดกฎหมาย โดยหลบเลี่ยงการตรวจสอบของหน่วยงานทางการเงินได้ง่ายขึ้น
🔴 "ความคล่องตัวสูง" การลงทุนภายใต้ยุทธศาสตร์ Belt and Road ของจีน ทำให้เกิดชุมชนชาวจีนขนาดใหญ่ ซึ่งแก๊งสแกมเมอร์ที่กระจายตัวกันอยู่ อาศัยจังหวะนี้แฝงตัวได้ง่ายขึ้น
แม้ตอนนี้ทางการศรีลังกาจะเริ่มไหวตัวทัน มีการตั้งหน่วยปราบปรามอาชญากรรมไซเบอร์ และจับกุมผู้ต้องสงสัยต่างชาติไปแล้วกว่า 1,000 คน ทั้งในกรุงโคลัมโบและพื้นที่ชายฝั่ง แต่ปัญหาสำคัญยังอยู่ที่ช่องโหว่ด้านกฎหมายและการทุจริต
โดยศรีลังกาถูกจัดให้อยู่ในอันดับที่ 107 จาก 182 ประเทศในดัชนีการรับรู้การทุจริต ทำให้เกิดความกังวลว่าอาจมีเจ้าหน้าที่บางส่วน เข้าไปพัวพันหรือได้ผลประโยชน์จากธุรกิจผิดกฎหมาย
ซึ่งหากจะสกัดการเป็นฮับใหม่ของเหล่าสแกมเมอร์ให้เป็นรูปธรรม สิ่งที่ต้องเร่งทำคือปรับกฎหมายอาชญากรรมไซเบอร์ให้เข้มขึ้น คุมการใช้ซิมการ์ดให้รัดกุม และเพิ่มความร่วมมือกับประเทศอื่นๆ เพื่อสกัดอาชญากรรมข้ามชาติ
ผู้เชี่ยวชาญจึงเตือนว่า ศรีลังกามีเวลาไม่มากในการจัดการปัญหานี้ ก่อนที่ประเทศจะขยายกลายเป็นเครือข่ายหลอกลวงระดับโลก
#ศรีลังกา #แก๊งคอลเซ็นเตอร์ #กัมพูชา #สแกมเมอร์ #ไอที #เทคโนโลยี
จีนเดินหน้าปราบ "ครัวผี" ร้านอาหารที่ไม่มีอยู่จริง? | Tech Movement
จีนเตรียมเดินหน้าปราบ "ครัวผี" หลังพบเจอร้านอาหารที่ไม่มีอยู่จริง แต่ดันสั่งอาหารได้บนแอป ! ทำให้ทางการจีนต้องออกกฎควบคุมร้านค้าผิดกฎหมายเหล่านี้
แล้วเรื่องราวเป็นยังไงต่อไป ติดตามได้ใน EP. นี้!
#เดลิเวอรี #ไอที #เทคโนโลยี
09/06/2026
📌 เมื่อ "ซื้อก่อน ผ่อนทีหลัง" กลายเป็นโจทย์ใหม่ของระบบการเงิน?
ตลาด Buy Now Pay Later (BNPL) หรือบริการ "ซื้อก่อน จ่ายทีหลัง" ในไทย กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว จาก 600,000 บัญชีในปี 2564 เพิ่มเป็น 4.91 ล้านบัญชีในปี 2567 หรือโตเฉลี่ยเกือบ 100% ต่อปี
ตัวเลขนี้กำลังเป็นสัญญาณที่หน่วยงานกำกับดูแลควรติดตามอย่างใกล้ชิด
ในงาน Governor Connect เมื่อวันที่ 2 มิถุนายน 2569 นายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย ได้ยกตัวอย่างการผ่อนชำระสินค้าราคาต่ำ เช่น ข้าวมันไก่ราคา 50 บาท ที่เลือกผ่อน 3-4 เดือน หรือชานมไข่มุกราคา 106 บาท ซึ่งเมื่อนำค่าใช้จ่ายทั้งหมดมาคำนวณ อาจมีต้นทุนใกล้เคียงกับดอกเบี้ยประมาณ 16-18% ต่อปี
BNPL ไม่ใช่เรื่องผิด และไม่ได้เป็น “ตัวร้ายของระบบการเงิน”
แต่เมื่อสินค้าราคาไม่กี่สิบบาทยังถูกนำมาผ่อนชำระได้ โจทย์ที่แท้จริงจึงไม่ใช่ว่า BNPL เติบโตเร็วแค่ไหน แต่อยู่ที่พฤติกรรมการใช้จ่ายของผู้บริโภคกำลังเปลี่ยนไปอย่างไร
อ่านต่อได้ที่บทความ : https://techmovement.co.th/news/content/650475
#ซื้อก่อนผ่อนทีหลัง #ธนาคารแห่งประเทศไทย #ไอที #เทคโนโลยี
09/06/2026
📌 รัฐบาลเร่งเครื่องอัปสกิลอาชีวะไทย จับมือจีนลุย 210 สาขา ปั้นคนรับอุตสาหกรรมอนาคต ตั้งเป้า 1 ล้านคนใน 5 ปี
รัฐบาลโดยกระทรวงศึกษาธิการ เดินหน้าพัฒนากำลังคนผ่านความร่วมมือด้านอาชีวศึกษากับจีน ภายใต้โครงการความร่วมมืออาชีวศึกษาจีน–ไทย 210 สาขา
เพื่อยกระดับการเรียนอาชีวศึกษา ให้สอดคล้องกับความต้องการของอุตสาหกรรมยุคใหม่ และเพิ่มโอกาสการมีงานทำทั้งในและต่างประเทศ
โครงการนี้มีการพัฒนาหลักสูตรร่วมกันระหว่างไทย–จีน โดยมีแนวคิด “3+1” ที่เสริมทักษะภาษาไทย จีน อังกฤษ ควบคู่กับความรู้ด้าน AI
เพื่อเตรียมผู้เรียนเข้าสู่อุตสาหกรรมเป้าหมาย เช่น ดิจิทัล, AI, ยานยนต์ไฟฟ้า (EV), โลจิสติกส์, ระบบราง, พลังงานสะอาด และการท่องเที่ยวคุณภาพสูง รวมถึงพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC)
นอกจากนี้ ยังมีความร่วมมือระหว่างสถานศึกษาและภาคอุตสาหกรรม ตั้งแต่การออกแบบหลักสูตร การฝึกงาน ไปจนถึงการจ้างงานจริง เพื่อให้ผู้เรียนมีทั้งทักษะและประสบการณ์ตรงกับตลาดแรงงาน
ซึ่งความร่วมมือด้านอาชีวศึกษาระหว่างไทยและจีนได้ดำเนินมาอย่างต่อเนื่อง โดยในช่วงปี 61–67 จีนสนับสนุนทุนการศึกษาทวิวุฒิไทย–จีนรวมกว่า 3,421 ทุน และไทยได้เริ่มใช้หลักสูตร ปวส. ทวิวุฒิแล้วตั้งแต่ปี 68
โดยรัฐบาลตั้งเป้าผลิตกำลังคนคุณภาพ 1 ล้านคนภายใน 5 ปี พร้อมผลักดันนโยบาย AI Literacy เพื่อยกระดับทักษะดิจิทัลของครูและผู้เรียน ภายใต้เป้าหมาย “ได้งาน ได้เงิน ได้วุฒิ” เพื่อสร้างรายได้และความมั่นคงในอาชีพระยะยาวของแรงงานไทย
#กระทรวงศึกษาธิการ #ศธ #จีน #ได้งานได้เงินได้วุฒิ #อาชีวศึกษา #ไอที #เทคโนโลยี
คลิกที่นี่เพื่อเป็นสมาชิก?
ติดต่อ ธุรกิจของเรา
เว็บไซต์
ที่อยู่
1768 อาคารไทยซัมมิท ทาวเวอร์ ชั้นที่ 16 ถนนเพชรบุรีตัดใหม่ แขวงบางกะปิ เขตห้วยขวาง
Bangkok
10310