Tech Movement
ข้อมูลการติดต่อ, แผนที่และเส้นทาง,แบบฟอร์มการติดต่อ,เวลาเปิดและปิด, การบริการ,การให้คะแนนความพอใจในการบริการ,รูปภาพทั้งหมด,วิดีโอทั้งหมดและข่าวสารจาก Tech Movement, วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และวิศวกรรม, 1768 อาคารไทยซัมมิท ทาวเวอร์ ชั้นที่ 16 ถนนเพชรบุรีตัดใหม่ แขวงบางกะปิ เขตห้วยขวาง, Bangkok.
Tech Movement สื่อด้านนวัตกรรม
และเทคโนโลยี ที่ช่วยลดความเหลื่อมล้ำของสังคม
พัฒนาคุณภาพชีวิตของคนไทย ผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัล (Digital Transformation)
และการเสริมสร้างความสามารถในการแข่งขันทางธุรกิจ
ของประเทศไทยในอนาคต
14/09/2026
📌 Anthropic เสนอชะลอการพัฒนา AI
เมื่อความเร็วของนวัตกรรมอาจแซงหน้าความปลอดภัย
Dario Amodei ซีอีโอของ Anthropic ได้ออกมาเรียกร้องให้บริษัทผู้พัฒนาโมเดลขนาดใหญ่ ชะลอการพัฒนาความสามารถของ AI ท่ามกลางความกังวลเรื่องการนำ AI ไปใช้ในทางที่ผิดและความเสี่ยงที่อาจควบคุมไม่ได้ในอนาคต
⚫️ ทำไม Anthropic จึงเสนอให้ชะลอการพัฒนา AI?
Amodei ระบุว่า AI กำลังก้าวเข้าสู่ช่วงที่ความสามารถของโมเดลพัฒนาเร็วมาก จนเสี่ยงแซงหน้าความสามารถของมนุษย์ในการกำกับดูแล หากยังเดินหน้าแข่งขันโดยไม่มีมาตรฐานร่วม ความเสี่ยงจากการใช้งานผิดวัตถุประสงค์ก็จะเพิ่มขึ้นตามไปด้วย
ก่อนหน้านี้ Anthropic เพิ่งเผยแพร่รายงานด้าน Threat Intelligence ที่พบว่าโมเดล Claude ถูกนำไปใช้ในกิจกรรมเกี่ยวกับการโจมตีไซเบอร์ การฉ้อโกง การเฝ้าระวัง และการพัฒนาอาวุธ ซึ่งเป็นสัญญาณเตือนว่าศักยภาพของ AI ไม่ได้สร้างเพียงโอกาส แต่ยังสร้างความท้าทายด้านความมั่นคงด้วย
⚫️ แผน 3 ข้อ เพื่อสร้างมาตรฐาน AI ที่ปลอดภัย
Anthropic เสนอกรอบความร่วมมือสำหรับอุตสาหกรรม AI ไว้ 3 ประการ ได้แก่
- ผู้ตรวจสอบอิสระภายในองค์กร : ผู้ตรวจสอบอิสระสามารถเข้าถึงระบบและกระบวนการประเมินความเสี่ยงในระดับใกล้เคียงพนักงาน เพื่อยืนยันว่าบริษัทปฏิบัติตามมาตรฐานความปลอดภัยจริง
- ความร่วมมือระหว่างบริษัท AI ชั้นนำ : กำหนดมาตรฐานร่วมในการพัฒนาโมเดล ความปลอดภัย และควบคุมการพัฒนา AI ที่ไร้การตรวจสอบ
- ความร่วมมือระดับนานาชาติ : สร้างแนวทางจัดการความเสี่ยงของ AI ที่สอดคล้องกันระหว่างประเทศ
Amodei ย้ำว่า เป้าหมายไม่ใช่การหยุดพัฒนา AI แต่คือการทำให้ “ความสามารถ” และ “ความปลอดภัย” เติบโตไปพร้อมกัน
⚫️ ความกังวลที่เพิ่มขึ้นจากภายในอุตสาหกรรม
ประเด็นนี้ยิ่งได้รับความสนใจ หลังนักวิจัยของ Anthropic อย่าง Jacob Coxon ลาออก พร้อมแสดงความกังวลว่าผู้พัฒนา AI จำนวนไม่น้อยเชื่อว่า AI อาจสร้างความเสี่ยงร้ายแรงต่อมนุษยชาติภายในทศวรรษนี้
Amodei ยังเตือนว่า หากอัตราการพัฒนายังคงเร่งตัว ภายใน 6–12 เดือน กลุ่ม AI Agent จำนวนมากอาจมีศักยภาพในการโจมตีหรือเข้าควบคุมระบบอินเทอร์เน็ตในวงกว้าง และสร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจได้มหาศาล แม้จะเป็นการประเมินเชิงความเสี่ยง ไม่ใช่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแล้วก็ตาม
⚫️ การแข่งขันทางธุรกิจ กับโจทย์ใหญ่ของ AI Safety
แม้หลายบริษัทจะเห็นด้วยกับแนวคิดด้านความปลอดภัย แต่ความเป็นจริงคืออุตสาหกรรม AI กำลังแข่งขันอย่างหนัก ทั้งด้านการระดมทุน การลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน และแผนการเข้าตลาดหลักทรัพย์ (IPO)
Anthropic จึงเสนอให้ภาครัฐเปิดทางด้านกฎหมายบางส่วน เพื่อให้บริษัท AI สามารถร่วมมือกันกำหนดมาตรฐานความปลอดภัยได้โดยไม่ผิดกฎหมายแข่งขันทางการค้า พร้อมทั้งสนับสนุนการควบคุมชิป AI ขั้นสูง การป้องกันการขโมยข้อมูล และการจำกัดการถ่ายทอดเทคโนโลยีที่อาจกระทบต่อความมั่นคง
ข้อเสนอของ Anthropic สะท้อนการเปลี่ยนมุมมองสำคัญของอุตสาหกรรม AI จากเดิมที่แข่งขันกันด้วยความเร็วของนวัตกรรม ไปสู่คำถามใหม่ว่า ใครจะสามารถพัฒนา AI ที่ทรงพลัง ควบคู่กับความปลอดภัยและความรับผิดชอบได้ดีที่สุด
#ไอที #เทคโนโลยี
14/09/2026
📌 ShuCan ลงทุน 4,435 ล้านบาท ตั้งฐานผลิต PCBA
ดันระยองสู่ซัพพลายเชน Data Center และ AI
การลงทุนจากผู้ผลิตเทคโนโลยีต่างชาติยังคงไหลเข้าสู่ประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) อนุมัติส่งเสริมการลงทุนให้กับบริษัท ชูแคน (ประเทศไทย) จำกัด ในกลุ่ม ShuCan Technology จากประเทศจีน ด้วยมูลค่ากว่า 4,435 ล้านบาท เพื่อจัดตั้งฐานการผลิตแผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์ประกอบ (PCBA) ในจังหวัดระยอง
การลงทุนครั้งนี้ไม่ใช่เพียงการเพิ่มกำลังการผลิตอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ แต่ยังสะท้อนบทบาทของประเทศไทยในฐานะฐานการผลิตชิ้นส่วนสำคัญสำหรับ Data Center, Cloud และโครงข่ายสื่อสารความเร็วสูง ซึ่งเป็นโครงสร้างพื้นฐานหลักของเศรษฐกิจดิจิทัลยุค AI
⚫️ "ระยอง" ฐานการผลิตอุตสาหกรรมอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์แห่งใหม่
โครงการของ ShuCan จะตั้งอยู่ในนิคมอุตสาหกรรมหนองละลอก จังหวัดระยอง โดยมุ่งผลิต Printed Circuit Board Assembly (PCBA) หรือแผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์ที่ผ่านการประกอบชิ้นส่วนเรียบร้อยแล้ว
โดยจะใช้เทคโนโลยี Surface Mount Technology (SMT) เทคโนโลยีการติดตั้งชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ลงบนแผงวงจรที่ได้รับความนิยมในอุตสาหกรรมอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์สมัยใหม่ เนื่องจากช่วยให้ผลิตชิ้นงานที่มีขนาดเล็ก ความหนาแน่นสูง และรองรับการทำงานที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น
⚫️ PCBA คืออะไร และทำไมถึงสำคัญ?
PCBA ที่ผลิตในไทยจะถูกนำไปใช้เป็นชิ้นส่วนสำคัญของ Optical Transceiver ซึ่งเป็นอุปกรณ์ที่ทำหน้าที่แปลงสัญญาณไฟฟ้าเป็นสัญญาณแสงและแปลงกลับ เพื่อให้สามารถส่งข้อมูลผ่านสายใยแก้วนำแสงด้วยความเร็วสูง อุปกรณ์ชนิดนี้เป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญที่ใช้งานอยู่ในศูนย์ข้อมูล (Data Center) ระบบคลาวด์ และเครือข่ายโทรคมนาคมความเร็วสูง ซึ่งความต้องการกำลังเติบโตอย่างรวดเร็วตามการขยายตัวของเทคโนโลยีดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์ (AI)
จากข้อมูลของบีโอไอ โครงการนี้ยังถือเป็นการขยายฐานการผลิตเพื่อรองรับลูกค้าหลักของ ShuCan ที่ได้เข้ามาลงทุนขยายฐานการผลิตอุปกรณ์รับส่งข้อมูลทางแสงในไทยไปก่อนหน้านี้แล้ว สะท้อนให้เห็นว่าการลงทุนครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของห่วงโซ่อุปทานที่เชื่อมโยงกันในภูมิภาค
⚫️ ไทยกำลังขยับจากฐานผลิตทั่วไป สู่เทคโนโลยีมูลค่าสูง
ที่ผ่านมา ประเทศไทยเป็นหนึ่งในฐานการผลิตอิเล็กทรอนิกส์สำคัญของอาเซียน ทั้งฮาร์ดดิสก์ไดรฟ์ ชิ้นส่วนยานยนต์ไฟฟ้า และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่าง ๆ
การเข้ามาของ ShuCan สะท้อนการยกระดับอีกขั้น เพราะเป็นการผลิตชิ้นส่วนที่อยู่ในห่วงโซ่อุปทานของอุตสาหกรรมสื่อสารข้อมูลและ Data Center ซึ่งเป็นกลุ่มเทคโนโลยีที่มีมูลค่าเพิ่มสูงกว่าการผลิตอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ทั่วไป
โดยปัจจัยที่ทำให้ไทยยังคงได้รับความสนใจจากนักลงทุน ได้แก่
- ฐานซัพพลายเออร์อิเล็กทรอนิกส์ที่แข็งแกร่ง
- พื้นที่อุตสาหกรรมในภาคตะวันออกและ EEC
- ระบบโลจิสติกส์ที่เชื่อมโยงการส่งออก
- มาตรการส่งเสริมการลงทุนของ BOI
⚫️ โอกาสที่มาพร้อมความท้าทาย
แม้เม็ดเงินลงทุนกว่า 4,435 ล้านบาท จะเป็นสัญญาณเชิงบวกต่อเศรษฐกิจไทย
แต่ประเด็นสำคัญคือการทำให้การลงทุนเหล่านี้สร้างมูลค่าเพิ่มภายในประเทศ ผ่านการพัฒนาวิศวกรและบุคลากรด้านเทคนิค การถ่ายทอดองค์ความรู้จากผู้ผลิตระดับโลก และการเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการไทยเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของห่วงโซ่อุปทานอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง
หากประเทศไทยสามารถต่อยอดจาก "ฐานการผลิต" ไปสู่ "ฐานเทคโนโลยี" ได้ การลงทุนลักษณะนี้จะไม่เพียงสร้างการจ้างงาน แต่ยังช่วยยกระดับศักยภาพการแข่งขันของอุตสาหกรรมดิจิทัลไทยในระยะยาว
นับเป็นอีกหนึ่งสัญญาณว่า ประเทศไทยกำลังได้รับความสนใจในฐานะศูนย์กลางการผลิตชิ้นส่วนสำหรับโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล โดยเฉพาะอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับ Data Center, Cloud และเครือข่ายสื่อสารความเร็วสูง
ท่ามกลางการเติบโตของ AI และเศรษฐกิจดิจิทัล การมีฐานผลิตชิ้นส่วนสำคัญภายในประเทศอาจกลายเป็นแต้มต่อที่ช่วยให้ไทยก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในผู้เล่นสำคัญของห่วงโซ่อุปทานเทคโนโลยีระดับภูมิภาคได้ในอนาคต
#ไอที #เทคโนโลยี
14/09/2026
📌 กทม. สแกน Data Center ทั่วกรุง คุมเข้ม 5 มาตรการ ชะลอโครงการใหม่ รอเกณฑ์รัฐบาลคุมมาตรฐาน
กทม. เดินหน้าตรวจสอบ Data Center ทั่วกรุงเทพฯ เข้ม 5 ด้าน ทั้งมาตรฐานอาคาร การใช้ไฟฟ้า น้ำ และน้ำมัน ผลกระทบต่อประชาชนและสิ่งแวดล้อม ระบบป้องกันอัคคีภัย และการซ้อมอพยพหนีไฟ พร้อมชะลอการพิจารณาใบอนุญาตโครงการใหม่ เพื่อรอหลักเกณฑ์ที่ชัดเจนจากรัฐบาล
โดยผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เผยว่า จากการสำรวจเบื้องต้น กรุงเทพฯ มี Data Center ที่ตั้งอยู่ในอาคารทั่วไป เช่น อาคารสำนักงาน ธนาคาร และหน่วยงานราชการ 43 แห่ง ซึ่งส่วนใหญ่เป็นขนาดเล็ก ใช้ไฟฟ้าไม่เกิน 2 เมกะวัตต์ และเปิดดำเนินการมานานแล้ว
ขณะที่ Data Center แบบ Stand Alone มี 6 แห่ง เปิดดำเนินการแล้ว 3 แห่ง และอยู่ระหว่างก่อสร้างอีก 3 แห่ง ซึ่ง กทม. ได้ชะลอการพิจารณาใบอนุญาตไว้ก่อน
ซึ่ง Data Center ในกรุงเทพฯ ยังไม่ใช่โครงการขนาด Hyper-scale ที่ใช้ไฟฟ้าราว 200–300 เมกะวัตต์เหมือนบางโครงการในต่างจังหวัด โดยปัจจุบันใช้ไฟฟ้ารวมกันคิดเป็นไม่ถึง 3% ของการใช้ไฟฟ้าสูงสุดในกรุงเทพฯ และใช้น้ำในระดับต่ำกว่าห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่
สำหรับการตรวจสอบ กทม. จะเน้นตั้งแต่การปฏิบัติตามมาตรฐานอาคาร การจัดการน้ำมันเชื้อเพลิง การใช้น้ำและไฟฟ้า ไปจนถึงผลกระทบด้านน้ำ อากาศ ความร้อน เสียง และสุขภาพ
โดยมีการสุ่มตรวจคุณภาพน้ำทิ้งเดือนละครั้ง ตรวจวัด PM2.5 และ PM10 แบบเรียลไทม์ ตรวจหาเชื้อ Legionella จากไอน้ำของ Cooling Tower ปีละ 2 ครั้ง รวมถึงวัดอุณหภูมิและความชื้นในพื้นที่รอบข้างรัศมี 500 เมตร ซึ่งกำหนดให้ความแตกต่างของอุณหภูมิในรอบ 24 ชั่วโมงไม่เกิน 2 องศาเซลเซียส
ขณะเดียวกัน กทม. ระบุว่าได้ลงพื้นที่ตรวจสอบ Data Center ที่มีอยู่แล้ว และยังไม่พบเหตุเดือดร้อนรำคาญ แต่จะเดินหน้าสุ่มตรวจอย่างต่อเนื่อง พร้อมเปิดรับเรื่องร้องเรียนจากประชาชนผ่าน Traffy Fondue ตลอด 24 ชั่วโมง
ส่วนโครงการใหม่ กทม. จะชะลอการพิจารณาใบอนุญาตจนกว่าคณะกรรมการนโยบายการประกอบกิจการดาต้าเซ็นเตอร์จะกำหนดนิยามและแนวทางปฏิบัติที่ชัดเจน ซึ่งคาดว่าจะมีความชัดเจนภายในประมาณ 2 สัปดาห์
#ดาต้าเซ็นเตอร์ #กทม #ไอที #เทคโนโลยี
14/09/2026
📌 OpenAI เลื่อนแผน IPO ท่ามกลางประเด็นความปลอดภัย และเสียงเตือนจากวงการ AI
OpenAI ประกาศเลื่อนแผนการเข้าตลาดหลักทรัพย์ (IPO) ออกไปอย่างน้อยถึงปี 2027 หลัง Sam Altman ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) ระบุว่า การนำบริษัทเข้าตลาดหุ้นในเวลานี้ “ยังไม่เหมาะสม” ท่ามกลางความกังวลที่เพิ่มขึ้นเกี่ยวกับความปลอดภัยของ AI
ความเคลื่อนไหวนี้เกิดขึ้นพร้อมกับ Dario Amodei ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) ของ Anthropic ที่เผยแพร่บทความเสนอให้บริษัท AI ชั้นนำ ชะลอการเพิ่มขีดความสามารถของโมเดลขั้นสูง เพื่อเปิดโอกาสให้มีการทดสอบและตรวจสอบความปลอดภัยอย่างรอบคอบ ก่อนนำเทคโนโลยีไปใช้งานจริง
ข้อเสนอของ Amodei ได้รับการสนับสนุนจากทั้ง Sam Altman และ Elon Musk ซึ่งต่างเห็นพ้องว่า อุตสาหกรรม AI ควรมีมาตรฐานการประเมินโดยผู้เชี่ยวชาญอิสระ และสร้างกลไกความร่วมมือด้านความปลอดภัยระหว่างบริษัทผู้พัฒนา AI
แม้ทั้งสามจะเป็นคู่แข่งสำคัญในวงการ AI แต่การแสดงจุดยืนร่วมกันครั้งนี้สะท้อนว่า ความท้าทายของอุตสาหกรรมไม่ได้อยู่ที่การแข่งขันเพียงอย่างเดียว หากแต่อยู่ที่การพัฒนา AI ให้ก้าวหน้าควบคู่กับความปลอดภัยและความรับผิดชอบต่อสังคม
#ไอที #เทคโนโลยี
14/09/2026
📌 รัฐดัน KKUVOLT จาก มข. ต่อยอดงานวิจัยแบตเตอรี่สู่ EV–Solar–BESS พร้อมปั้นกำลังคนรับอุตสาหกรรมพลังงานยุคใหม่
รัฐบาลเดินหน้าผลักดันงานวิจัยไทยสู่การใช้งานจริง โดยกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) นำ KKUVOLT ของมหาวิทยาลัยขอนแก่น ซึ่งพัฒนาองค์ความรู้ด้านวัสดุแบตเตอรี่มานานกว่า 10 ปี จากห้องปฏิบัติการสู่การผลิตและจำหน่ายจริง
ครอบคลุมทั้งเซลล์แบตเตอรี่ INR 18650, Power Bank, Conversion Kit, แบตเตอรี่สำหรับรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าและรถกอล์ฟ รวมถึงแบตเตอรี่สำหรับระบบโซลาร์เซลล์และอุปกรณ์เฉพาะทาง
ขณะเดียวกันยังต่อยอดไปสู่ ระบบกักเก็บพลังงาน BESS ทั้งแบบติดผนัง แบบเคลื่อนที่ และแบบต่อขยายได้ สำหรับบ้าน ธุรกิจ และระบบพลังงานขนาดใหญ่ รวมถึงพัฒนา Solar & BESS Solution เพื่อช่วยลดค่าไฟและเพิ่มความมั่นคงด้านพลังงาน
นอกจากนี้ KKUVOLT ยังพัฒนา แบตเตอรี่โซเดียมไอออน หรือ “แบตเตอรี่เกลือ” เพื่อเพิ่มทางเลือกด้านเทคโนโลยีและลดการพึ่งพาเทคโนโลยีจากต่างประเทศ
โดยรัฐบาลมองว่าการผลักดันครั้งนี้ไม่ใช่แค่การสร้างผลิตภัณฑ์ แต่เป็นการเชื่อมงานวิจัยเข้ากับภาคธุรกิจ สร้างเทคโนโลยี พัฒนาพลังงานสะอาด และสร้างกำลังคนที่มีทักษะตรงกับอุตสาหกรรมพลังงานยุคใหม่ ซึ่ง มข. ได้เปิดสาขาวิชาแบตเตอรี่และพลังงานเพื่อผลิตบุคลากรรองรับตลาดในอนาคตด้วย
#มข #อว #ไอที #เทคโนโลยี
14/09/2026
📌เลิกแบก Server! ยกระดับ Express สู่ Cloud แบบไม่ต้องเริ่มใหม่
ยังใช้ Express บน Server อยู่? อาจถึงเวลาเปลี่ยนแล้วทุกวันนี้ธุรกิจยังจำเป็นต้องซื้อ Server เอง และให้ทีม IT คอยดูแลระบบตลอดเวลาจริงหรือ
ในวันที่ธุรกิจต้องทำงานให้คล่องตัวขึ้น การเข้าถึงข้อมูลจากหลายสถานที่กลายเป็นเรื่องปกติ และ Cloud เข้ามามีบทบาทกับการทำงานมากขึ้น การย้ายระบบขึ้น Cloud จึงไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป
โดยเฉพาะธุรกิจที่ใช้ Express อยู่แล้ว เพราะวันนี้ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยน ERP ใหม่ทั้งระบบ แต่สามารถยกระดับระบบเดิมสู่ Express on Cloud เปลี่ยนจากโปรแกรมที่เคยใช้งานอยู่เฉพาะในออฟฟิศ ให้สามารถเข้าใช้งานได้ทุกที่ ทุกเวลา
[จ่ายเท่าเดิม? แต่ลดภาระไปได้เยอะ]
ถ้ายังใช้ระบบแบบ On-Premise ธุรกิจต้องรับภาระทั้งค่า Server ค่า Infrastructure ค่าใช้จ่ายในการดูแลระบบ รวมถึงเวลาของทีม IT ที่ต้องคอยดูแลให้ระบบพร้อมใช้งานอยู่เสมอ
แต่ Express on Cloud เปลี่ยนภาระเหล่านี้ให้กลายเป็นบริการ Cloud ที่พร้อมใช้งาน โดยเริ่มต้นเพียง 380 บาทต่อผู้ใช้งานต่อเดือน ไม่ต้องซื้อ Server เอง ไม่ต้องดูแล Infrastructure และไม่ต้องเสียเวลาติดตั้งระบบใหม่ ที่สำคัญคือยังใช้ Express ที่ทีมงานคุ้นเคยได้เหมือนเดิม เพียงแต่สามารถเข้าถึงระบบจากที่ไหนก็ได้
[ใช้ Express อยู่แล้ว ไม่ต้องเริ่มใหม่จากศูนย์?]
ข้อดีสำคัญของ Express on Cloud คือ ธุรกิจที่ใช้ Express อยู่แล้วไม่จำเป็นต้องรื้อระบบทั้งหมด ไม่ต้องเปลี่ยนไปเรียนโปรแกรมใหม่ และไม่ต้องปรับกระบวนการทำงานของทีมใหม่ทั้งหมด
เพียงย้ายระบบเดิมขึ้น Cloud ก็ช่วยลดภาระทีม IT ลดการลงทุนด้าน Server รองรับการทำงานจากหลายสถานที่ และทำให้ธุรกิจพร้อมรองรับการเติบโตในอนาคตได้มากขึ้น
[Cloud ต้องสะดวกและต้อง “มั่นใจเรื่องข้อมูล”]
การขึ้น Cloud ไม่ได้มีแค่เรื่อง เข้าใช้งานได้จากทุกที่ แต่สิ่งสำคัญไม่แพ้กันคือ ข้อมูลของเราเก็บไว้ที่ไหน และใครเป็นคนดูแล
Express on Cloud ทำงานบน INET Local Cloud ซึ่งเป็น Cloud Infrastructure ที่ให้บริการในประเทศไทย ทำให้ธุรกิจได้ทั้งความสะดวกของ Cloud และความมั่นใจในการจัดเก็บข้อมูลบนระบบที่มีผู้ให้บริการในประเทศดูแล
โดยเฉพาะข้อมูลบัญชีและข้อมูลสำคัญของธุรกิจ เรื่องความปลอดภัยและการควบคุมข้อมูลจึงเป็นสิ่งที่ต้องให้ความสำคัญ เพราะ การรู้ว่าข้อมูลอยู่ที่ไหน และใครเป็นคนดูแล ก็ช่วยให้ธุรกิจมั่นใจได้มากขึ้น
[36 ปีที่ธุรกิจไทยคุ้นเคยกับ Express]
การเปลี่ยนมาใช้ Cloud ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนระบบบัญชีใหม่ทั้งหมด เพราะ Express เป็นซอฟต์แวร์บัญชีที่อยู่คู่ธุรกิจไทยมานานกว่า 36 ปี และได้รับความไว้วางใจจากธุรกิจจำนวนมาก
วันนี้ Express on Cloud รองรับแล้วกว่า 5,000 บริษัท และผู้ใช้งานกว่า 26,000+ ราย
ทำให้การใช้ Cloud ERP ไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป แค่ย้าย Express ขึ้น Cloud ก็ช่วย ลดภาระการดูแล Server ลดงานทีม IT และเข้าใช้งานได้จากทุกที่ พร้อมช่วยให้ธุรกิจเดินหน้า Digital Transformation ได้ง่ายขึ้น
#OneElectronicBilling #ไอที #เทคโนโลยี
13/09/2026
📌 Anthropic เผยพบผู้ไม่หวังดีใช้ Claude สำหรับการพัฒนาอาวุธชีวภาพ
Anthropic บริษัทผู้พัฒนา AI เบื้องหลังโมเดล Claude ออกมาเปิดเผยรายงานข่าวกรองด้านภัยคุกคาม (Threat Intelligence Report) ฉบับล่าสุด ที่ระบุว่าบริษัทได้ตรวจพบและสกัดกั้นความพยายามใช้โมเดล AI ของตนในทางที่เป็นอันตรายหลายกรณี ตั้งแต่การพัฒนาอาวุธชีวภาพ อาวุธสงคราม ไปจนถึงการโจมตีทางไซเบอร์และปฏิบัติการข่าวปลอมระดับรัฐ
รายงานฉบับนี้สะท้อนภาพความกังวลที่กำลังเพิ่มขึ้นในอุตสาหกรรม AI ทั่วโลก เกี่ยวกับความเสี่ยงที่เทคโนโลยีล้ำสมัยอาจถูกนำไปใช้ในทางที่เป็นอันตรายต่อมนุษยชาติ
⚫️ รายงานเผย AI ถูกใช้ในกิจกรรมผิดกฎหมายหลายด้าน
Anthropic ระบุว่า ระหว่างเดือนธันวาคม 2025 ถึงสิงหาคม 2026 บริษัทได้ระงับการใช้งานที่ไม่เหมาะสมกับโมเดลตระกูล Claude Haiku, Sonnet และ Opus
ประเด็นที่น่ากังวลที่สุดคือ บริษัทระบุว่าพบ 5 กรณีศึกษา ที่ผู้ใช้พยายามนำ AI ไปใช้ในลักษณะที่อาจสนับสนุนการพัฒนาอาวุธชีวภาพ ซึ่งบริษัทมองว่าเป็น "หนึ่งในความเสี่ยงร้ายแรงที่สุดของ AI ระดับแนวหน้า" เนื่องจากหากขาดมาตรการป้องกันที่เหมาะสม อาจนำไปสู่ผลลัพธ์ที่ร้ายแรงต่อสังคมโดยรวม
นอกจากนี้ยังพบอีก 6 กรณี ที่มีการใช้ Claude ช่วยพัฒนาซอฟต์แวร์สำหรับอาวุธตามแบบแผน ไม่ว่าจะเป็นอาวุธปืน ขีปนาวุธ โดรนติดอาวุธ ระเบิด รวมถึงระบบเล็งเป้าหมายและระบบควบคุมที่เกี่ยวข้อง
⚫️ เมื่อ AI กลายเป็นเครื่องมือของอาชญากรไซเบอร์และปฏิบัติการข่าวปลอม
รายงานยังชี้ให้เห็นว่าอาชญากรไซเบอร์และกลุ่มที่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐเริ่มพึ่งพา AI มากขึ้นในการดำเนินปฏิบัติการของตน โดยมีตัวอย่างที่น่าสนใจ ได้แก่
- กลุ่มจารกรรมไซเบอร์ที่เชื่อมโยงกับรัสเซีย และสถาบันโฆษณาชวนเชื่อของอิหร่าน ถูกพบว่าใช้งาน Claude
- กลุ่มแฮกเกอร์ชื่อดังอย่าง ShinyHunters รวมถึงห้องปฏิบัติการ AI สัญชาติจีน ก็ปรากฏชื่อในรายงานเช่นกัน โดย Anthropic กล่าวหาว่าบริษัท AI จีนพยายามลอกเลียนแบบความสามารถของ Claude
- กลุ่มแฮกเกอร์ที่มีพฤติกรรมสอดคล้องกับกลุ่ม Midnight Blizzard จากรัสเซีย ถูกกล่าวหาว่าใช้ AI สร้างระบบมัลแวร์ที่สามารถตรวจจับได้เองเมื่อถูกระบบความปลอดภัยตรวจพบ แล้วเขียนโค้ดใหม่เพื่อหลบเลี่ยงการตรวจจับโดยอัตโนมัติ
นอกจากนี้ยังพบการใช้ AI ในรูปแบบอื่น ๆ ที่หลากหลาย ตั้งแต่แอปหาคู่ปลอม กลโกงผ่าน WiFi โรงแรม ไปจนถึงระบบสอดแนมที่ถูกออกแบบมาเพื่อระบุตัวตนของผู้เห็นต่างทางการเมือง
⚫️ โมเดลระดับสูงอย่าง Fable และ Mythos ปลอดภัยแค่ไหน?
ประเด็นหนึ่งที่ Anthropic เน้นย้ำคือ ไม่มีกรณีการใช้งานในทางที่ผิดเกิดขึ้นกับโมเดลระดับสูงอย่าง Claude Fable หรือ Claude Mythos ยกเว้นเพียงกรณีเดียวที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการ "distillation" หรือการนำโมเดลขนาดใหญ่มาใช้ฝึกโมเดลขนาดเล็กกว่าโดยไม่ได้รับอนุญาต
หัวหน้าฝ่ายข่าวกรองภัยคุกคามของ Anthropic เผยว่าสถานการณ์นี้มีความซับซ้อนอย่างมาก เพราะผู้ใช้ที่มีเจตนาไม่ดีมักไม่ได้แสดงเจตนาชัดเจนแบบ "ตัวร้ายในหนังสือการ์ตูน" แต่กลับเป็นกรณีที่คลุมเครือและยากต่อการตรวจจับมากกว่าที่คิด
⚫️ เสียงเตือนจากวงการ AI ทั่วโลก
รายงานของ Anthropic ไม่ใช่ฉบับเดียวที่ออกมาเตือนถึงความเสี่ยงของ AI ในช่วงนี้ ก่อนหน้านี้ Google ก็เพิ่งเปิดเผยว่ามีผู้พยายามใช้ Gemini เพื่อขอคำแนะนำแบบเป็นขั้นตอนสำหรับการสังเคราะห์สารชีวภาพที่ใช้เป็นอาวุธ
ในขณะเดียวกัน นักวิจัยด้านความปลอดภัยระดับสูงของ Anthropic เคยออกมาเตือนว่า AI กำลังพัฒนาไปอย่างรวดเร็วจนมีความเป็นไปได้มากกว่า 10% ที่อาจนำไปสู่หายนะร้ายแรงต่อมนุษยชาติภายในทศวรรษหน้า ส่วนหัวหน้านักวิทยาศาสตร์ของ OpenAI ก็เรียกร้องให้อุตสาหกรรม AI พิจารณา "ชะลอการพัฒนาโดยสมัครใจ" จนกว่าจะมีมาตรการความปลอดภัยที่รัดกุมเพียงพอ
ความกังวลเหล่านี้ยังจุดชนวนให้เกิดการเคลื่อนไหวทางการเมืองในหลายประเทศ โดยมีการเรียกร้องให้ออกกฎหมายควบคุมการพัฒนา AI ระดับสูง รวมถึงมีความพยายามผลักดันข้อตกลงระหว่างประเทศเพื่อวางกรอบการพัฒนา AI อย่างปลอดภัย ขณะที่ผู้นำบางประเทศยังคงให้ความสำคัญกับการรักษาความได้เปรียบด้านการแข่งขัน AI ในระดับโลกเป็นหลัก สะท้อนให้เห็นความเห็นที่แตกต่างกันระหว่างฝ่ายที่ต้องการเร่งพัฒนาและฝ่ายที่ต้องการความรอบคอบมากขึ้น
รายงานภัยคุกคามฉบับนี้ของ Anthropic สะท้อนให้เห็นถึงด้านมืดของเทคโนโลยี AI ที่ก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว แม้ AI จะมีศักยภาพมหาศาลในการพัฒนาสังคมและแก้ปัญหาที่ซับซ้อน แต่ในขณะเดียวกันก็เป็นเครื่องมือที่อาจถูกนำไปใช้ในทางที่เป็นอันตรายได้เช่นกัน ท่ามกลางเสียงเรียกร้องจากทั้งนักวิจัย นักการเมือง และผู้นำในอุตสาหกรรม ให้ทุกฝ่ายร่วมกันวางกรอบกำกับดูแล AI อย่างจริงจัง ก่อนที่เทคโนโลยีนี้จะก้าวไปไกลเกินกว่าจะควบคุมได้
#ไอที #เทคโนโลยี
12/09/2026
📌 เกาหลีใต้ยกระดับกฎหมายจารกรรม ปกป้อง “ข้อมูลชิป” รั่วไหลไปจีน
ในปัจจุบันเทคโนโลยีเซมิคอนดักเตอร์ได้กลายเป็นหัวใจสำคัญของเศรษฐกิจและความมั่นคงของชาติ ซึ่งทำให้เกาหลีใต้ต้องมีการปรับปรุงกฎหมายจารกรรมให้ครอบคลุมกว้างขึ้นกว่าเดิม เพื่อสกัดกั้นการรั่วไหลของเทคโนโลยีชิปไปสู่คู่แข่งต่างชาติ
⚫️ จากกฎหมายจารกรรมแบบเดิม สู่การคุ้มครองความมั่นคงทางเทคโนโลยี
ที่ผ่านมา กฎหมายจารกรรมของเกาหลีใต้ครอบคลุมเฉพาะการสอดแนมเพื่อประโยชน์ของเกาหลีเหนือเท่านั้น ทำให้หลายคดีที่เกี่ยวข้องกับการรั่วไหลของเทคโนโลยีไปยังต่างประเทศดำเนินคดีได้ยาก
กฎหมายจารกรรมฉบับแก้ไขของเกาหลีใต้จะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 13 กันยายน 2569 โดยขยายขอบเขตให้ครอบคลุมการส่งต่อเทคโนโลยีสำคัญแก่ประเทศต่างชาติหรือองค์กรที่เทียบเท่าได้ทั้งหมด โดยผู้กระทำผิดอาจถูกลงโทษจำคุกสูงสุด 30 ปี สะท้อนให้เห็นว่ารัฐบาลเกาหลีใต้มองการขโมยความลับด้านเซมิคอนดักเตอร์เป็นภัยคุกคามต่อเศรษฐกิจและความมั่นคงของประเทศ ไม่ใช่เพียงคดีละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาอีกต่อไป
⚫️ จีนไม่ได้ถูกระบุชื่อ แต่เป็นแรงกดดันที่หลีกเลี่ยงไม่ได้
แม้กฎหมายจะไม่ได้เอ่ยถึงจีนโดยตรง แต่ข้อมูลจากสำนักงานตำรวจเกาหลีใต้ระบุว่า 50% ของคดีรั่วไหลเทคโนโลยีไปยังต่างประเทศในปี 2568 มีความเชื่อมโยงกับจีน
ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ผู้ผลิตชิปจีนอย่าง ChangXin Memory Technologies (CXMT) และ Yangtze Memory Technologies (YMTC) สามารถพัฒนาเทคโนโลยีและเพิ่มส่วนแบ่งตลาดหน่วยความจำได้อย่างรวดเร็ว จนสร้างแรงกดดันต่อผู้ผลิตเกาหลีใต้โดยตรง
ความต้องการชิปหน่วยความจำแบนด์วิดท์สูง (HBM) ที่เติบโตจากกระแส AI ทำให้เซมิคอนดักเตอร์ยังเป็นเครื่องยนต์หลักของเศรษฐกิจเกาหลีใต้ รัฐบาลจึงประกาศแผนพัฒนาศูนย์กลางอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ทางตอนใต้ของประเทศ มูลค่ากว่า 880,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อเสริมกำลังการผลิต ระบบนิเวศของผู้ผลิต และการวิจัยเทคโนโลยีที่ช่วยรักษาตำแหน่งผู้นำตลาดโลกในระยะยาว
รัฐมนตรีอุตสาหกรรมเกาหลีใต้ยังยอมรับว่า “ความเร็วของจีนเหนือจินตนาการ” และเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้รัฐบาลต้องเร่งยกระดับมาตรการปกป้องเทคโนโลยี
⚫️ การดึงตัวผู้เชี่ยวชาญด้วยค่าตอบแทนสูง
ผู้เชี่ยวชาญด้านทรัพย์สินทางปัญญาจากสถาบัน Korea Advanced Institute of Science & Technology ระบุว่า บริษัทจีนมักจัดทำรายชื่อวิศวกรและผู้เชี่ยวชาญชาวเกาหลีใต้ไว้ล่วงหน้า และยื่นข้อเสนอเงินเดือนกับสวัสดิการที่สูงเพื่อดึงตัวบุคลากร
ความกังวลดังกล่าวยังทำให้ธุรกิจนักสืบเอกชนเติบโต โดยผู้บริหารบริษัทเทคโนโลยีจำนวนมากว่าจ้างให้ตรวจสอบอดีตพนักงานที่ลาออกอย่างกะทันหัน เนื่องจากบางรายอ้างว่าเปลี่ยนอาชีพ แต่กลับพบว่ากำลังศึกษาดูแบบแปลนเครื่องมือการผลิตชิป
⚫️ คดี Samsung สะท้อนความเสี่ยงของการรั่วไหลเทคโนโลยี
หนึ่งในคดีสำคัญที่กำลังอยู่ระหว่างการดำเนินคดี คือการตั้งข้อหาอดีตพนักงาน Samsung Electronics จำนวน 10 คน ฐานนำกระบวนการผลิต DRAM ระดับ 18 นาโนเมตรไปส่งต่อให้ CXMT
อัยการประเมินว่าการรั่วไหลดังกล่าวอาจสร้างความเสียหายต่อ Samsung สูงถึง 5 ล้านล้านวอน หรือประมาณ 3.7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ พร้อมระบุว่าผู้ต้องหาใช้วิธีหลีกเลี่ยงการตรวจสอบผ่านการย้ายสถานที่ทำงานและเปลี่ยนเส้นทางการเดินทางระหว่างประเทศ
กรณีนี้สะท้อนว่าความได้เปรียบในการแข่งขันของอุตสาหกรรมชิปไม่ได้อยู่ที่เครื่องจักรเพียงอย่างเดียว แต่รวมถึงองค์ความรู้ กระบวนการผลิต และบุคลากรผู้เชี่ยวชาญด้วย
⚫️ ช่องโหว่ที่ยังบังคับใช้ได้ยาก
แม้กฎหมายใหม่จะเพิ่มอำนาจในการดำเนินคดี แต่นักวิชาการด้านความมั่นคงเตือนว่า การพิสูจน์ว่าการรั่วไหลดังกล่าวเกี่ยวข้องกับรัฐต่างชาติยังคงเป็นเรื่องยาก และอาจกลายเป็น "ช่องโหว่สำคัญ" ในการบังคับใช้กฎหมายต่อไป
การแก้ไขกฎหมายจารกรรมของเกาหลีใต้ครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นว่าเทคโนโลยีเซมิคอนดักเตอร์ไม่ใช่แค่เรื่องธุรกิจอีกต่อไป แต่กลายเป็นสมรภูมิด้านความมั่นคงระดับชาติที่ทุกฝ่ายต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด ท่ามกลางการแข่งขันที่ดุเดือดกับจีนซึ่งกำลังไล่ตามมาติดๆ ในอุตสาหกรรมชิปโลก
#ไอที #เทคโนโลยี
มาเลเซียจ่อใช้ชิป Huawei สร้าง Sovereign AI สวนคำเตือนสหรัฐฯ | Tech Movement
ศึกชิป AI ลามอาเซียน! เมื่อมาเลเซียกำลังพิจารณาว่าจะนำชิปของ Huawei มาใช้ในโครงการ AI ระดับชาติ แม้ก่อนหน้านี้สหรัฐฯ จะเคยเตือนแล้วก็ตาม
#ข่าวไอที #ข่าวเทคโนโลยี
11/09/2026
📌 ศาลเท็กซัสชี้ TikTok ทำผู้ใช้เข้าใจผิด
ฟีเจอร์ “Restricted Mode” ไม่ปกป้องเด็กตามที่โฆษณา
ประเด็นเรื่องความปลอดภัยของเด็กบนโลกออนไลน์กลับมาเป็นที่จับตามองอีกครั้ง หลังผู้พิพากษาในรัฐเท็กซัส ประเทศสหรัฐอเมริกา มีคำตัดสินว่า TikTok ละเมิดกฎหมายคุ้มครองผู้บริโภคของรัฐ จากการสื่อสารที่ทำให้ผู้ใช้เข้าใจผิดเกี่ยวกับระบบกรองเนื้อหาสำหรับผู้เยาว์ และฟีเจอร์ Restricted Mode ที่บริษัทระบุว่าสามารถป้องกันเนื้อหาที่ไม่เหมาะสมได้
คำตัดสินนี้ถือเป็นอีกหนึ่งคดีสำคัญที่สะท้อนแรงกดดันต่อแพลตฟอร์มดิจิทัล ในการรับผิดชอบต่อการคุ้มครองผู้ใช้งาน โดยเฉพาะเด็กและเยาวชน
⚫️ ศาลพบ TikTok จัดการเนื้อหาไม่ตรงกับที่แจ้งผู้ใช้
TikTok ถูกรัฐเท็กซัสยื่นฟ้อง โดยกล่าวหาว่าบริษัททำการตลาดว่าแพลตฟอร์มมีความปลอดภัยสำหรับเด็ก และจะลบเนื้อหาที่ละเมิด Community Guidelines
อย่างไรก็ตาม ศาลระบุว่า ภายในบริษัทมีการจัดประเภทเนื้อหาบางส่วนเป็น “Hard to Find” (ค้นหาได้ยาก) แทนที่จะเป็น “Do Not Allow” (ไม่อนุญาต) ส่งผลให้เนื้อหาบางประเภทไม่ได้ถูกลบออกจากระบบ แม้ผู้ใช้จะเข้าใจว่าจะถูกกำจัดตามนโยบายของแพลตฟอร์ม
ผู้พิพากษาเห็นว่าการดำเนินการดังกล่าวเป็นการทำให้ผู้บริโภคเข้าใจผิด และเข้าข่ายละเมิดกฎหมายคุ้มครองผู้บริโภคของรัฐเท็กซัส
⚫️ Restricted Mode ถูกตั้งคำถามเรื่องประสิทธิภาพ
อีกประเด็นสำคัญคือฟีเจอร์ Restricted Mode ซึ่ง TikTok โฆษณาว่าเป็นเครื่องมือช่วยกรองเนื้อหาที่ไม่เหมาะสมสำหรับผู้เยาว์
ศาลระบุว่า รัฐเท็กซัสมีหลักฐานเพียงพอที่แสดงให้เห็นว่า ฟีเจอร์ดังกล่าว ไม่สามารถป้องกันเนื้อหาบางประเภทได้ตามที่บริษัทกล่าวอ้าง ทำให้เด็กและเยาวชนยังมีโอกาสเข้าถึงเนื้อหาที่ควรถูกกรองออก
คดีนี้จึงไม่ใช่เพียงประเด็นการกลั่นกรองคอนเทนต์ แต่ยังครอบคลุมถึงความโปร่งใสในการสื่อสารคุณสมบัติของผลิตภัณฑ์กับผู้ใช้งานด้วย
⚫️ คดีเดินหน้าสู่การพิจารณาบทลงโทษ
หลังคำตัดสินล่าสุด สำนักงานอัยการสูงสุดรัฐเท็กซัสเปิดเผยว่า คดีจะเข้าสู่ขั้นตอนการพิจารณาคดีเต็มรูปแบบ เพื่อกำหนด บทลงโทษและมาตรการเยียวยา ซึ่งคาดว่าจะเริ่มขึ้นในเดือนหน้า
ที่ผ่านมา TikTok และบริษัทโซเชียลมีเดียรายใหญ่อื่น ๆ ต่างเผชิญคดีที่เกี่ยวข้องกับผลกระทบต่อเด็กและสุขภาพจิตของผู้ใช้งานอย่างต่อเนื่อง สะท้อนให้เห็นว่าประเด็น Child Online Safety กำลังกลายเป็นประเด็นสำคัญของการกำกับดูแลเทคโนโลยีทั่วโลก
ซึ่งนี่อาจเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญต่อมาตรฐานความรับผิดชอบของแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย เพราะนอกจากจะเป็นการตั้งคำถามถึงประสิทธิภาพของระบบกรองเนื้อหา แต่ยังชี้ให้เห็นว่า การสื่อสารคุณสมบัติด้านความปลอดภัยต้องตรงกับการใช้งานจริง เพื่อคุ้มครองผู้บริโภคและสร้างความเชื่อมั่นต่อผู้ใช้งานทุกช่วงวัย
#ไอที #เทคโนโลยี
คลิกที่นี่เพื่อเป็นสมาชิก?
ติดต่อ ธุรกิจของเรา
เว็บไซต์
ที่อยู่
1768 อาคารไทยซัมมิท ทาวเวอร์ ชั้นที่ 16 ถนนเพชรบุรีตัดใหม่ แขวงบางกะปิ เขตห้วยขวาง
Bangkok
10310