Crypto Wolves
ข่าวในโลกการเงินเข้าใจง่าย |
เล่าเรื่องโลกการเงิน บิทคอยน์ คริปโต และเทคโนโลยีใหม่ ๆ ให้เข้าใจง่าย สนุก และไม่ซับซ้อน
Not Financial Advice 🙏
16/05/2026
อันดับแรก...ขอเบิกงบต่อต้านทุจริตหน่อยครับ
❗️ด่วนนนน ⚡️
15/05/2026
นักฟิสิกส์ ชี้ Bitcoin จะไปถึง 1 ล้านดอลลาร์ ตาม
"กฎธรรมชาติ" 🍃
เวลาเราบอกว่า Bitcoin จะไป 1 ล้านดอลลาร์ เราก็จะแบบ....กาวอีกละนะ 😂
คนมักจะคิดว่ามันเป็นแค่ฟองสบู่ที่โดนปั่นราคา โตไวปุ๊บเดี๋ยวมันก็แตกเหมือนบริษัทที่ล้มละลาย หรือแบบดอกทิวลิป 🌷
Giovanni Santostasi นักฟิสิกส์ระดับโลก วิเคราะห์ข้อมูลย้อนหลัง 15 ปีและพบความจริงว่า... แท้จริงแล้ว Bitcoin เติบโตตาม "Power Law" แบบเดียวกับเมืองและสิ่งมีชีวิต! 97%
ทำไมต้องเปรียบเทียบกับ "เมือง" และ "ร่างกาย"?
ลองสังเกตธรรมชาตินะครับ:
เมือง: สมมติมีคนย้ายเข้ากรุงเทพฯ เพิ่มขึ้น 2 เท่า เมืองไม่ได้พังทลาย และเราไม่ต้องใช้พื้นที่กว้างขึ้น 2 เท่าเป๊ะๆ แต่ก็จะมีวิวัฒนาการ เช่น สร้างตึกสูง (ใช้ทรัพยากรคุ้มขึ้น) ยิ่งคนเยอะ เครือข่ายการค้าก็ยิ่งซับซ้อน เมืองจึงแกร่งขึ้น โตช้าลงแต่มั่นคง
ร่างกาย: ตอนเราเป็นเด็ก เราโตไวมาก แต่พอเป็นผู้ใหญ่ เราไม่ได้สูงขึ้นเรื่อยๆ จนทะลุฟ้า ร่างกายจะปรับตัวให้โตช้าลง แต่มั่นคงและใช้พลังงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น (เหมือนหนูที่หัวใจเต้นเร็ว เทียบกับช้างที่หัวใจเต้นช้าแต่มั่นคงกว่า)
👉 แล้วกลไกนี้ โยงมาที่ "ราคา Bitcoin" ได้ยังไง?
นักฟิสิกส์พบว่า กราฟราคา Bitcoin วิ่งตามสมการ Power Law เหมือนเมืองเป๊ะเลยครับ! สิ่งที่เกิดขึ้นและ
ส่งผลต่อราคาคือ:
ช่วงแรกโตไว เหวี่ยงแรง: สมัยก่อน Bitcoin โตทีละ 1,000% ผันผวนหนักมาก (เหมือนเด็กเพิ่งโต หรือเมืองเพิ่งตั้ง)
เครือข่ายขยาย มูลค่าทวีคูณ: ทุกครั้งที่ "จำนวนคนใช้งาน" เพิ่มขึ้น มูลค่าของเครือข่ายจะไม่ได้บวกเพิ่มแค่นิดเดียว แต่มันจะ "ทวีคูณ" แบบก้าวกระโดด (Metcalfe’s Law) ยิ่งคนถือเยอะ เครือข่ายยิ่งมีมูลค่ามหาศาล
ผลลัพธ์ (The Result): พอ Bitcoin ใหญ่ขึ้นปุ๊บ การเติบโตแบบ % อาจจะช้าลง และความผันผวนจะลดลง (เหมือนช้างที่นิ่งขึ้น) แต่มันจะไม่พังทลาย ราคาจะค่อยๆ ไต่ระดับขึ้นไปเรื่อยๆ อย่างเสถียรและคาดเดาได้ตามสมการคณิตศาสตร์
นี่คือเหตุผลที่โมเดล Power Law สามารถคำนวณอนาคตได้ และเมื่ออ้างอิงจากการวิเคราะห์ของคุณ Zynx นี่คือเป้าหมายราคาตามธรรมชาติของมันครับ:
🎯 2026: ~137,000 (ปัจจุบัน)
🎯 2027: ~$200,000
🎯 2028: ~$265,000
🎯 2029: ~$350,000
🎯 2030: ~$470,000
🔥 และปี 2033: ทะลุ $1,000,000 (หรือราวๆ 36 ล้านบาทต่อ 1 BTC!!)
ด้วยราคาตอนนี้แถวๆ $80,,000 โมเดลนี้บอกว่าเรายังอยู่ในโซนของถูกมากๆ (Undervalued) ข่าวร้ายรายวันเป็นแค่ "สภาพอากาศ" ที่เดี๋ยวก็ผ่านไป แต่ทิศทางของ Power Law คือ "สภาพภูมิอากาศ" ที่ฝืนกฎธรรมชาติไม่ได้
ฟังดูอาจดูกาวนิดๆ เอาไว้เป็นข้อมูลละกันครับ แต่...❗️
สิ่งสำคัญกว่านั้นคือผมเก็บอย่างไรให้ปลอดภัยและนอนหลับสนิท 🙏
เพื่อนๆคิดยังไงกันบ้าง คอมเม้นท์มาคุยกันครับ 👇
15/05/2026
เที่ยงนี้กิน ขนมจีนดีกว่า
สี จิ้นผิง ได้จัดงานเลี้ยงต้อนรับ โดนัลด์ ทรัมป์ และคณะสุดอลังการ โดยผู้นำจีนประกาศ "การฟื้นฟูความยิ่งใหญ่ของชนชาติจีน" และ "Make America Great Again" ดำเนินควบคู่กันไปได้
#สหรัฐฯจีน
14/05/2026
คืนนี้ 3 ทุ่ม สิ่งที่ตลาดคริปโตกำลังจับตา คือการพิจารณา “CLARITY Act” ของสหรัฐฯ
กฎหมายนี้สำคัญ เพราะมันอาจเป็น “Framework ตัวแรก” ที่ทำให้ตลาดคริปโตสหรัฐเริ่มชัดว่า…
• Token ไหน = Securities (SEC ดูแล)
• Token ไหน = Commodities (CFTC ดูแล)
• Exchange / DeFi / Stablecoin จะอยู่ภายใต้กติกาแบบไหน
ที่ผ่านมา ปัญหาใหญ่ของคริปโตไม่ใช่แค่ราคา…
แต่คือ “กฎหมายไม่ชัด” จนบริษัทใหญ่ไม่กล้าขยายเต็มที่
Brian Armstrong จาก ถึงบอกว่า
“CLARITY Act ใกล้ผ่านที่สุดเท่าที่เคยมีมา”
สิ่งที่ตลาดมองบวกคือ:
• เริ่มมี bipartisan support จากทั้ง 2 พรรค
• Banking lobby กับ Crypto industry เริ่มหาจุดตรงกลางได้
• มีการปรับเรื่อง DeFi / Tokenized Stocks / Stablecoin Yield ให้ practical มากขึ้น
• เพิ่มบทบาท CFTC ซึ่งตลาดมองว่า flexible กว่า SEC
ถ้ากฎหมายนี้เดินหน้าได้จริง…
Narrative ใหญ่ที่อาจตามมาคือ:
1. สถาบันกล้าลงทุนมากขึ้น
2. บริษัทคริปโตกลับมา build ใน US
3. Tokenization / Stablecoin / DeFi อาจโตเร็วขึ้น
4. ตลาดเริ่ม price-in “Regulatory Clarity” แทน “Regulatory Fear”
ที่น่าสนใจคือ…
ตอนนี้ประมาณ 20% ของคนอเมริกันถือคริปโตแล้ว
แปลว่า Crypto ไม่ใช่ niche market แบบเมื่อก่อนอีกต่อไป
แต่มันเริ่มกลายเป็น “เรื่องการเมือง + ระบบการเงิน” เต็มตัว
คืนนี้เลยไม่ใช่แค่ข่าวกฎหมายธรรมดา
แต่มันอาจเป็นอีกหนึ่งจุดเปลี่ยนสำคัญของอุตสาหกรรมคริปโตสหรัฐฯ 🤔
14/05/2026
รักกัน รักกัน
หวานเจี๊ยบ!
#ทรัมป์ บอก #สีจิ้นผิง
"คุณคือผู้นำที่ยิ่งใหญ่ บางครั้งคนก็ไม่อยากให้ผมพูดแบบนี้ แต่ผมก็จะพูด"
14/05/2026
11 ปีที่ลืมรหัส…
สุดท้าย AI ช่วยกู้ Bitcoin กลับมาได้ 5 BTC มูลค่าเกือบ 14 ล้านบาท
เรื่องนี้เริ่มจากผู้ใช้ X คนหนึ่งชื่อ
เค้ามี Bitcoin เก่าเก็บอยู่ใน wallet ตั้งแต่สมัยมหาวิทยาลัย แต่เข้าไม่ได้มานานกว่า 11 ปี
สิ่งที่ AI Claude ทำ…ไม่ใช่การเจาะระบบ Bitcoin
แต่คือการ “ขุดหาหลักฐาน” จากไฟล์เก่าๆจำนวนมหาศาลในคอมพิวเตอร์เก่า
เค้าอัปโหลดไฟล์จากโน้ตบุ๊กยุคเรียนเข้าไปให้ Claude วิเคราะห์
แล้ว AI ดันไปเจอไฟล์ wallet.dat เวอร์ชันเก่า
ซึ่งเป็นไฟล์ก่อนที่เจ้าของจะเปลี่ยนรหัสผ่านในอดีต
หลังจากนั้น Claude ยังช่วยไล่ logic ของเครื่องมือ recovery อย่าง btcrecover
จนพบว่ามีการต่อ password ผิดลำดับ
พอแก้ถูก… private key ก็ถูกถอดออกมาได้สำเร็จ
และจังหวะที่ wallet เปิดได้พร้อมยอด 5 BTC โผล่ขึ้นมา
คงเป็นโมเมนต์ที่คนคริปโตหลายคนฝันถึง
สิ่งที่น่าสนใจคือ
AI รอบนี้ไม่ได้ “ทำลาย cryptography ของ Bitcoin”
แต่ทำหน้าที่เหมือนนักสืบดิจิทัล
มันช่วย:
- จัดระเบียบไฟล์เก่า
- หา artifact สำคัญ
- เชื่อมข้อมูลที่มนุษย์อาจมองข้าม
- Debug script recovery ให้เร็วขึ้น
พูดง่ายๆคือ
AI ไม่ได้ crack Bitcoin
แต่มันช่วย “ต่อจิ๊กซอว์” ที่กระจัดกระจายมานานกว่า 10 ปี
และนี่อาจเป็นจุดเริ่มต้นของยุคใหม่
ที่ AI จะกลายเป็นเครื่องมือ forensic สำหรับโลกคริปโต
แต่ในอีกมุมหนึ่ง…
เรื่องนี้ก็เตือนเหมือนกันว่า
การเอาไฟล์ wallet หรือข้อมูลสำคัญไปโยนเข้า AI ของบริษัทอื่น
ก็มีความเสี่ยงด้าน privacy และ operational security สูงมาก
โลกใหม่กำลังมาถึง
วันที่ AI ไม่ได้แค่ตอบคำถาม
แต่มันช่วยคน “ขุดสมบัติที่ลืมไว้ในอดีต” ได้จริง
13/05/2026
สัญญาณมา..📊
ล่าสุด Indicator ของ CryptoQuant อย่าง “Bull-Bear Market Cycle Indicator” เปลี่ยนเป็นสีเขียว (Early Bull) เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนมีนาคม 2023
ในอดีต สัญญาณนี้เคยเกิดขึ้นช่วง: • ปี 2019 → ก่อนตลาดฟื้นตัวรอบใหญ่
• ต้นปี 2023 → ก่อน Bitcoin กลับเข้าสู่แนวโน้มขาขึ้นรอบใหม่
ซึ่งรอบนี้ก็เริ่มมีคนมองว่า “ช่วงเลวร้ายที่สุดอาจผ่านไปแล้ว”
แต่สิ่งที่น่าสนใจคือ…
⚠️ ปี 2022 ก็เคยเกิดสัญญาณแบบเดียวกัน
ก่อนที่ Bitcoin จะโดน Reject และลงต่อหนัก กลายเป็น “Bull Trap” แทน
ตอนนี้ตลาดเลยอยู่ในจุดที่สำคัญมาก
เพราะแม้ Momentum ระยะสั้นเริ่มฟื้น แต่หลาย Metric ก็เริ่มเข้าโซน “เหนื่อย” เช่นกัน
สรุปง่ายๆคือ
ตลาดเริ่มไม่เหมือน Bear Market แล้ว
แต่จะกลายเป็น Bull Market จริงมั้ย…ต้องดูว่าราคาจะ ไปต่อได้หรือไม่
ถ้าทะลุและยืนได้ → อาจเป็นจุดเริ่มต้นรอบใหม่
แต่ถ้าโดนขายแรงอีก → มีโอกาสเป็น Local Top ระยะสั้นได้เหมือนกัน
ตอนนี้เลยเป็นช่วงที่ “อย่าพึ่ง FOMO แต่ก็จับตาดีๆ”
เวลา stack sar ของถูกใกล้หมดลงทุกที 🥲
Cr.CryptoQuant
13/05/2026
ไปคร้าบ 🙏
ขอขอบคุณทุก KOL Partner ที่เข้าร่วมและสนับสนุน SEABW 2026!
𝗶𝗯𝗢 𝗖𝗿𝘆𝗽𝘁𝗼, Mahachai, Crypto Wolves, Nopnarong CryptoSai Yookongdee, Crypto Moon Night, Isreyah Pradabvate, Darinvest, Nookfree God Defi V.2, AE-AH Crypto & GameFi : เอะ-อะ คริปโต & เกมฟาย
มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของ และสัมผัสอนาคตของโลกการเงินไปด้วยกัน!
20–21 พฤษภาคม 2569
ICONSIAM HALL
🎟️ seablockchainweek.org
12/05/2026
Ray Dalio ออกมาพูดถึง Bitcoin อีกครั้ง 🤔
โดยเขามองว่า…หนึ่งในเหตุผลสำคัญที่ธนาคารกลางทั่วโลก ยังไม่ยอมถือ Bitcoin เป็นสินทรัพย์สำรอง
คือ “ความโปร่งใส” ของมัน
เพราะทุกธุรกรรมบน Bitcoin
ถูกบันทึกไว้บน blockchain แบบถาวร ใครโอน, โอนไปไหน ,ถืออยู่เท่าไร
สามารถตรวจสอบย้อนหลังได้ทั้งหมด
แม้ wallet จะไม่ได้ผูกชื่อจริงตรงๆ
แต่เมื่อเชื่อมกับข้อมูลจาก exchange หรือบริษัทวิเคราะห์ blockchain
ก็สามารถตามเส้นทางเงินได้ในระดับสูง
Dalio มองว่า…
ธนาคารกลางคงไม่อยากถือสินทรัพย์
ที่ทั้งโลกสามารถ monitor movement ได้แบบ realtime
นอกจากนี้
เขายังมองว่า Bitcoin
ยังมีพฤติกรรมเหมือน “สินทรัพย์เสี่ยง”
โดยช่วง 90 วันที่ผ่านมา
เวลา liquidity โลกดี หุ้นเทคขึ้น Bitcoin ก็มักขึ้น
แต่เวลาตลาด panic
Bitcoin ก็ยังลงพร้อมหุ้นเช่นกัน...🤔
รวมถึงตลาด Bitcoin
ยังเล็กกว่าทองคำมาก
และยังถูก influence ได้ง่ายกว่า
ดังนั้นในมุมของเขา
ทองคำยังดูเหมาะกับการเป็น reserve asset มากกว่า
แต่ผมไม่ได้คิดแบบ Ray dalio ❗️…
Ray Dalio อาจยังไม่ได้เข้าใจ
“อำนาจที่แท้จริงของ BTC"
เพราะจุดสำคัญของ Bitcoin
อาจไม่ใช่เรื่อง privacy ตั้งแต่แรก
แต่คือการที่มันเป็น
“สินทรัพย์ที่ไม่มีใครควบคุมได้”
🔸️ไม่มีใครพิมเพิ่มได้
🔸️ไม่มีรัฐบาลไหนลดค่าเงินมันได้
🔸️ไม่มีธนาคารกลางไหนเปลี่ยนนโยบายของมันได้
และจริงๆแล้ว
Bitcoin ก็ไม่ได้ “เปิดเผยตัวตน”
แบบที่หลายคนเข้าใจ
Blockchain เปิดเผยแค่ address และ transaction
แต่ถ้าผู้ใช้ดูแล privacy ดีพอ
เช่น
- รัน node เอง
- ไม่ broadcast ธุรกรรมผ่าน third party
- ใช้ wallet ที่แยก address
- ใช้ Lightning Network
- หรือแยก UTXO อย่างถูกต้อง
การตามเส้นทางเงินก็ยากขึ้นมาก
ดังนั้น Bitcoin ไม่ได้ anonymous 100%
แต่ก็ไม่ได้ transparent จนไร้ privacy เช่นกัน
และนั่นต่างหาก
ที่อาจเป็นสิ่งที่รัฐหลายแห่งกังวล
เพราะ Bitcoin
ไม่ได้แค่ท้าทายระบบการเงินเดิม
แต่มันท้าทาย
“อำนาจในการควบคุมเงิน”
ของทั้งระบบโลก
จริงอยู่…
วันนี้ Bitcoin ยังผันผวน
และยัง trade เหมือน risk-on asset
แต่ทองคำเองในอดีต
ก็เคยผ่านช่วงเวลาที่ผันผวนและถูกตั้งคำถามเช่นกัน
สินทรัพย์สำรองของโลก
ไม่ได้เกิดขึ้นในวันเดียว
และบางที…
สิ่งที่เรากำลังเห็นวันนี้
อาจเป็นเพียงช่วงเริ่มต้นของการเปลี่ยนผ่านเท่านั้น
12/05/2026
รวยไม่ไหวแล้ว...
คลิกที่นี่เพื่อเป็นสมาชิก?
ประเภท
ติดต่อ บุคคลสาธารณะ
เว็บไซต์
ที่อยู่
Bangkok