Master SSS LAB
Master Street Sport Store Lab คือเพจที่ทำขึ้นมาสำหรับแฟชั่นสายStreetและSport และสินค้าราคาไม่แพง
24/08/2024
Timeless in Toughness [ep.2]
ในช่วงปลายยุค80 นาฬิกาG-SHOCKได้รับความนิยมจากนักผจญภัยและนักกีฬาเอ็กซ์ตรีมเป็นอย่างมาก และช่วงนั้นก็เริ่มมีนาฬิกาG-SHOCKออกมาหลายซีรีย์ เช่น
ซีรีย์DW5500C, DW5600C, DW6100, DW6300-1A etc.
ต่อมามีการเปิดตัวครั้งใหญ่ที่สุดของนาฬิกาG-SHOCK ในยุค90 ก็คือ ซีรีย์ DW6900 ซึ่งเราจะมาพูดถึงซีรีย์
DW6900กันนะครับ เพราะเป็นรุ่นยอดนิยมของเหล่าCollector ทั้งเรื่องรูปลักษณ์ ดีไซน์ สีสัน
ที่สำคัญซีรีย์ DW6900 เป็นซีรีย์ที่มีการ collaborationมากที่สุด ไม่ว่าจะcollabกับแบรนด์ street wear,แบรนด์สินค้าต่าง, ทีมกีฬาดังๆ, ศิลปินนักร้อง, ดีไซเนอร์, วงดนตรี, วัฒนธรรมท้องถิ่น, ร้านค้าแฟชั่น, การ์ตูนsuper hero, motor sport, องค์กรณ์ต่างๆ etc.
.
ในปี1995 ได้มีการเปิดตัว 5โมเดลแรกของ
ซีรีย์DW6900-1Vในช่วงเดือนมีนาคม โดยมีตัวเรือนทรงกลม มีปุ่มขนาดใหญ่ที่ด้านหน้าซึ่งพัฒนาดีไซน์มาจาก
ซีรีย์DW-6600แต่เพิ่มฟร้อนคำว่า” G “ลงไปที่ปุ่ม และมีฟังก์ชันเป็นดิจิตอลทรงกลม3วงที่หน้าจอ(Triple Graph)
ซึ่งได้พัฒนาดีไซน์มาจากซีรีย์DW5900 เป็นที่มาของการเรียกซีรีย์ DW6900 ว่า “Third Eye” และด้วยเอกลักษณ์ที่ไม่เหมือนใครนี้ทำให้ซีรีย์DW6900 Originalที่เป็นที่ชื่นชอบของผู้นำเทรนด์ในช่วงทศวรรษ 1990 จนตอนนี้ก็ยังคงได้รับความนิยมมาจนถึงทศวรรษ 2020
Reference : Website Fratellowatches และ G-central
Edit : Makuro
24/08/2024
ห่างหายกันไปนานเกือบปีจนแทบจะเป็นเพจร้าง😅 วันนี้ผมอยากจะมาRunเพจซักหน่อย โดยคิดว่าจะมาเขียนและเรียบเรียง fashion street styleเกี่ยวกับอะไรดีน้า หวยมาออกที่นาฬิกาG-Shockที่ผมชอบล่ะกัน😆โดยเฉพาะรุ่นDW6900รุ่นclassicและยอดนิยมสำหรับสายcollector ขอบคุณที่ติดตามนะครับ ถ้าชอบอย่าลืมกดLikeกดแชร์เป็นกำลังใจให้ด้วยนะครับ😁
Timeless in Toughness [ep.1]
เมื่อปี 2023ที่ผ่านมา นาฬิกาCasio G-SHOCK ได้ฉลองครบรอบ40ปี ไม่น่าเชื่อว่านาฬิกาแบรนด์นี้
มีมานานกว่า4ทศวรรษแล้ว และCasioยังมอบนาฬิกาที่โดดเด่นที่สุดในประวัติศาสตร์นาฬิกาให้กับพวกเรา
ถึงแม้ว่านาฬิกาG-SHOCKอาจจะไม่ได้เน้นในความ luxury หรือความ high technology แบบนาฬิกาสมัยใหม่แต่นาฬิกาG-SHOCKยังคงความมีสไตล์ในด้านรูปทรงแฟชั่น ลวดลายและสีสัน
รวมไปถึงจุดขายที่เมื่อใครพูดถึงนาฬิกาG-SHOCKคงหนีไม่พ้นถึงความทนทานและความแข็งแกร่ง นาฬิกาG-SHOCKได้ทำให้เกิดปรากฏการณ์ทางวัฒนธรรมที่เป็นมากกว่าแบรนด์นาฬิกา
และมันเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมสตรีท ภาพยนตร์และแฟชั่น เมื่อย้อนไปในปี 1981 Kikuo Ibe วิศวกรของ Casio ได้ออกแบบนาฬิกาต้นแบบ G-Shock รุ่นแรกขึ้นมา หลังจากทำนาฬิกาที่พ่อมอบให้เขาหล่นและแตกเสียหาย
เขาเลยออกแบบตามแนวคิด”Triple-10” โดยกันน้ำได้ลึก 10 บาร์ กันกระแทกได้ลึก10 เมตรและมีอายุการใช้งานแบตเตอรี่10ปี โดยก่อตั้งทีมพัฒนา นาฬิกาG-SHOCK ชื่อว่า Team Tough
ต่อมาอีก2ปี คือปี1983 Kikuo IbeและTeam Tough ได้เปิดตัวนาฬิกาG-SHOCK โดยชื่อนาฬิกาG-SHOCK ที่มีตัว “G”นำหน้าย่อมาจากGravityหรือแรงโน้มถ่วง เพื่อสื่อให้ทราบถึงความทนทานต่อแรงกระแทก เมื่อตกจากแรงโน้มถ่วงนาฬิกาจะไม่แตกกระจายแน่นอน
นาฬิกาG-SHOCKเปิดตัวซีรีย์แรกก็คือ DW5000C ซึ่งฟังก์ชันของซีรีย์นี้ได้กลายเป็นมาตรฐานในคอลเลกชั่นของนาฬิกาG-SHOCKโดยแสดงเวลาในรูปแบบทั้งแบบ 12 ชั่วโมงและ 24 ชั่วโมง นาฬิกาปลุก นาฬิกาจับเวลา ตัวจับเวลาถอยหลัง ปฏิทินอัตโนมัติ และไฟbacklight
To be continued……
Celebrate Billionaire Boys Club 20th 🎉🎉🖖🏽🖖🏽🖖🏽
24/03/2023
เรามาถึงช่วงท้ายของstory ของ Virgil Ablohผู้เป็นCreative Director เจ้าพ่อสายแฟชั่นสาย street Hi-Endแล้วถึงตอนนี้Virgilจะได้จากโลกนี้ไปแล้ว แต่แบรนด์ที่เค้าได้สร้างขึ้นมาอย่าง OFF-WHITEยังคงอยู่ตลอดไป🕊️🕊️🕊️
In memory of Virgil Abloh [ Final ]
Virgilใช้เวลาเพียง 8 ปี ทำให้ Off-White กลายเป็นหนึ่งในแบรนด์ที่ได้รับความนิยมที่สุดในโลก และมีการร่วมมือกับหลากหลายแบรนด์แฟชั่น เช่น Louis Vuitton, Nike,
Jimmy Choo, IKEA, Kith, Timberland, Moncler เป็นต้น ซึ่งเหตุผลที่ทำให้ Off-White ประสบความสำเร็จได้ ส่วนหนึ่งคือความกล้าคิด กล้าทำ กล้าแตกต่าง ซึ่งทำให้เห็นว่า
แนวLuxury กับแนวสตรีทนั้น สามารถไปด้วยกันได้
นอกจาก Virgilจะเป็น Creative Director ของแบรนด์ Off-White ของตัวเองแล้ว ยังเป็นหุ้นส่วนของ RSVP Gallery
แล้วยังเป็น Creative Director ให้กับ DONDA บริษัท Creative Content ของ Kanye West รวมไปถึงเป็น DJ ภายใต้โปรเจคที่มีชื่อว่า Flat White และสิ่งที่น่าทึ่งที่สุดคือ
เขาได้กลายมาเป็น Creative Director คนใหม่ของ Louis Vuittion ก่อนที่ Virgil Abloh ได้เสียชีวิตลงในวัย 41ปี วันที่ 28 พฤศจิกายน 2021 ด้วยโรคมะเร็ง หลังการจากไป เขาได้
ทิ้งผลงานอันเป็นซิกเนเจอร์และการออกแบบที่เป็นเอกลักษณ์ใหม่ล่าสุด อย่าง ลวดลาย Meteor และยังได้ทลายกำแพงระหว่างสตรีทแวร์และความหรูหราของ High
Fashion เกิดเป็นความลงตัวที่มีใน Off-White ส่งผลให้เขาได้รับการขนานนามว่า “King Of Youth” และทั้งหมดนี้คือ In memory of Virgil Abloh
01/03/2023
In memory of Virgil Abloh[Ep.2]
Virgil เริ่มต้นทำงานให้กับ Kanye เมื่อปี 2003 ทั้งๆ ที่เขายังเรียนไม่จบ ถึงขนาดต้องโดดเรียนเพื่อไปพบปะกับเจ้าพ่อ Fashion อย่าง Kanye West ด้วยตัวเอง
ซึ่งในสมัยนั้น กระแสด้าน Streetwear ยังไม่โด่งดังเหมือนปัจจุบันนี้ ในปี ค.ศ. 2012 Virgilก่อตั้งแบรนด์ Pyrex Vision และคอลเล็กชันที่ทำให้เขาเป็นที่จดจำ
ก็คงจะเป็นการนำเสื้อเชิ้ต POLO Ralph Lauren ลายสก็อตที่ลดล้างสต็อก ราคาตัวละ 40 ดอลลาร์สหรัฐ มาสกรีนคำว่า “PYREX 23” ลงไปด้านหลัง แล้วนำไปขายใหม่
ในราคา 550 ดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเป็นที่ถูกอกถูกใจ เหล่าบรรดาคนที่ชื่นชอบเสื้อผ้าแนวสตรีทเป็นอย่างมาก แต่เหตุการณ์ดังกล่าวก็ทำให้เขาโดนวิจารณ์หนักมากเช่นกัน
และแบรนด์ก็ปิดตัวลงในปีถัดมา ก่อนจะสร้างแบรนด์ใหม่เป็น Off-White Virgilตั้งใจให้ Off-White เป็นแบรนด์Luxuryแบรนด์แรก ที่ใช้พื้นที่โซเชียลมีเดีย
ช่วยกันปลุกกระแสขึ้นมา ผสมผสานความดั้งเดิมในการทำงานของวงการแฟชั่นเข้ากับความทันสมัย ที่สร้างกฎเกณฑ์ใหม่ ๆ โดยมีแกนหลักสำคัญคือ
การนำสินค้าเบสิกของสตรีทแวร์มาดีไซน์ใหม่ให้มีคุณภาพที่ดีสุดและใช้วัสดุเทียบเคียงกับแบรนด์ลักชัวรีอื่นๆ Virgil เลือกใช้วัสดุที่มีคุณภาพมากขึ้น และดีกว่าที่เขาเคยใช้กับ
Pyrex Vision อีกทั้งเขายังเลือกใช้ฐานการผลิตที่เมือง Milan, Paris และ New York City ด้วยความตั้งใจที่จะให้ผลงานของเขา ถูกผลิตขึ้นในเมืองแห่งแฟชั่นเท่านั้น Virgil ได้กล่าวว่า…
“คุณภาพและโครงสร้างการผลิต มันก็คล้ายกับเรื่องของสถาปัตยกรรม เสื้อผ้าคือสิ่งที่ถูกผลิตขึ้นมาเหมือนกับสิ่งก่อสร้าง เราอาจใช้วัสดุที่แตกต่างกันออกไป สุดท้ายมันก็ขึ้นอยู่กับผลลัพธ์ที่ได้ ถ้าเราอยากให้ผลงานของเราออกมาดี เป็นที่ยอมรับของผู้คน เราก็ต้องใส่ใจกับสิ่งเหล่านี้เช่นกัน”
To be continued…
16/02/2023
In memory of Virgil Abloh [Ep.1]
เมื่อสัปดาห์ก่อนได้เล่าถึงที่มาที่ไปของแบรนด์street Hi-End อย่างแบรนด์ Off-White มาครั้งนี้เรามารู้จักผู้ริเริ่มก่อตั้งแบรนด์Off-Whiteกันครับ ถึงเค้าจะไม่ได้อยู่บนโลกใบนี้แล้ว แต่เค้าได้สร้างCultureอะไรๆไว้มากมายครับ…….
Virgil Abloh (เวอร์จิล แอบโลห์) เกิดเมื่อวันที่ 30 กันยายน ปี ค.ศ. 1980 และเติบโตในเมือง Rockford ใกล้ๆ ชิคาโก ประเทศสหรัฐอเมริกา คุณพ่อคือ Nee Abloh ทำงานเป็นผู้
จัดการร้านสี และคุณแม่คือ Eunice Abloh เป็นช่างตัดเย็บเสื้อผ้า ทั้งคู่อพยพมาจากประเทศกานา โดยVirgilมีพี่สาวอีกคนหนึ่ง ชื่อ Edwina Abloh
ช่วงชีวิตวัยเด็ก ในช่วงยุค 90s ของเขาอยู่ในวัฒนธรรมของสเกตบอร์ด โตมากับบทเพลงของวง Nirvana และวงฮิปฮอปอย่าง Wu-Tang Clan ซึ่งดีเอ็นเอเชิงความคิดและการแต่ง
ตัวของวัยรุ่นในขณะนั้น ก็กลายมาเป็นสิ่งที่ติดตัวเขามาตลอด และเป็นเสาหลักในการผลิตผลงานของเขามาจนถึงทุกวันนี้Virgil เรียนจบปริญญาตรี สาขาวิศกรรมโยธาจาก
University of Wisconsin-Madison และปริญญาโทด้านสถาปัตยกรรมจาก Illinois Institute of Technology นอกจากเขาจะไม่ได้มีความรู้เรื่องแฟชั่นเท่าไหร่แล้ว
เขายังเรียนจบในสายวิชาที่ เรียกได้ว่าแทบจะเป็นเรื่องคนละขั้วกับงานด้านศิลปะเลยทีเดียว แต่จุดเปลี่ยนก็เกิดขึ้น เมื่อเขาได้เรียนต่อปริญญาโทด้านสถาปัตยกรรมศาสตร์ จึงได้มี
โอกาสเรียนรู้แนวคิดต่าง ๆ จากสถาปนิกชื่อดัง ซึ่งเหมือนเป็นประตูเปิดทางให้เขาหันมาสนใจด้านแฟชั่นมากขึ้น โดยKanye West คือคนที่ดึงตัว Virgil Abloh มาทำงานด้วยตั้งแต่ยังเรียนอยู่ในมหาวิทยาลัย To Be Continued…..
07/02/2023
Off-White แบรนด์ Street Hi-End the show must go on[Final]
Virgil ได้กล่าวว่า “มันเป็นการเล่นคำของผมเอง ผมต้องการใช้คำพูดสั้น ๆ ที่สามารถเรียกเป็นชื่อได้ และยังสามารถให้ความหมายเป็นประโยคได้อีกด้วย ผมได้ใช้ชื่อ
Off-White หลังจากผมใช้ความคิดอย่างมากในการพยายามอธิบายความหมายของ ‘ผ้าใบที่ว่างเปล่า’ โดยไม่ใช้คำว่า Blank Canvas ผมจึงอธิบายมันด้วยสีของมัน
ดังนั้นผมเลยเล่นคำว่า Off-White ” และ “มันก็เหมือนกับเหรียญสองด้าน ผมชอบงานกราฟฟิค แต่ผมก็ชอบใส่เสื้อยืดธรรมดาเรียบๆ ทั้งหมดนั่นก็คือสิ่งที่ผมต้องการแสดงออก
ผ่าน OFF-WHITE” ด้วยสิ่งเหล่านี้ เมื่อองค์ประกอบต่างๆ ที่แตกต่างและขัดแย้งกันมาตลอดประกอบเข้าด้วยกันกลับเกิดเป็นส่วนผสมที่ลงตัวที่สุดในแบบของOff-White ที่สามารถ
เปรียบได้กับสีเทาซึ่งเป็นผลลัพธ์ที่เกิดของการผสมสีขาวและสีดำเข้าด้วยกัน เหมือนกับที่ Off-White เป็นจุดกึ่งกลางระหว่างStreetwearและHigh-Fashionนั่นเอง
05/02/2023
Off-White แบรนด์ Street Hi-End the show must go on[Ep.1]
Off-White เป็นแบรนด์ที่ได้รับแรงบันดาลใจที่ผสมผสานจากสตรีทแวร์(Streetwear)และความสุนทรีย์ของงานศิลปะแบบแฟชั่นระดับสูง(High-Fashion) โดยถ่ายทอดผ่าน
วัฒนธรรมวัยรุ่น (Youth Culture)ในยุคปัจจุบัน Off-White ถูกก่อตั้งขึ้นในปี 2013 โดยเวอร์จิล แอบโลห์ (Virgil Abloh) ดีไซเนอร์ชาวอเมริกัน ผู้เป็นทั้งดีไซน์เนอร์และผู้อำนวยการ
สร้างของแบรนด์ดังต่างๆ Virgilได้ถ่ายทอดผลงานผ่านคอลเลคชั่นเสื้อผ้าทั้งชายและหญิง อีกทั้งยังมีผลงาน การออกแบบร่วมกับแบรนด์ต่างๆ รวมไปถึงผลงานออกแบบ
เฟอร์นิเจอร์ ไปจนถึงสิ่งพิมพ์ ซึ่งในแต่ละคอลเลคชั่นของOff-Whiteเป็นการนำเรื่องราวไม่ว่าจะเป็นทั้งการเดินทาง ศิลปะ ดนตรี และวัฒนธรรมกลับมาเล่าใหม่ผ่านดีไซน์ที่มี
เอกลักษณ์ อย่างลายที่ได้รับแรงบันดาลใจจากลวดลายบนท้องถนนที่รู้จักกันเป็นอย่างดี อย่างแถบเฉลียงที่เรียกว่า ลายครอส (Cross) และลายลูกศรไขว้เป็นกากบาท อย่างลาย
แอร์โรว์ (Arrow) ซึ่งผลงานทั้งหมดถูกออกแบบในสตูดิโอที่ตั้งอยู่ใจกลางกรุงมิลานประเทศอิตาลี เมืองที่เต็มไปด้วยเรื่องราวประวัติศาสตร์ รวมไปถึงยังเป็นศูนย์กลางของ
เทรนด์แฟชั่นและงานดีไซน์ที่เป็นสากล ความเป็นมาและความหมายของชื่อแบรนด์ To be continued……
05/02/2023
สวัสดีวันอาทิตย์❤️❤️🔥❤️❤️🔥㊙️㊗️🅾️🉐🈹㊗️🈵🈴
04/02/2023
รู้รึไม่ว่าPanda 🐼🐼🐼ไม่ได้มีแค่ Nike DUNKนะครับ Air Jordan 1 มีสีPandaมาตั้งแต่1985นะครับ แต่Air Jordan 1 สีPandaมีแค่รองเท้าข้อhighนะจ๊ะ🐼🐼🐼
01/02/2023
AIR JORDANจากแบรนด์Rookie สู่ Legend [Final]
ซึ่งมาถึงตรงนี้แล้วมาถึงตรงนี้MJรู้ว่าข้อเสนอมันดีมากพอแล้ว เพียงแต่เขามีสิ่งสุดท้ายที่อยากทำเพื่อให้มั่นใจ นั่นก็คือไปที่บริษัทAdidasเพื่อนำสัญญาของ Nike ให้ดูแล้วบอก
ว่านี่คือสิ่งที่เขาได้รับข้อเสนอมา ถ้าหาก Adidas ยื่นข้อเสนอที่ดีเท่าเทียมกันได้เขาจะเซ็นสัญญาด้วยทันที และAdidasก็ไม่มีความสนใจที่จะให้ข้อเสนออะไรกลับมาให้กับMJ และ
นั่นนำไปสู่การร่วมมือกันระหว่างไมเคิล จอร์แดนกับ Nikeที่กลายเป็นจุดเปลี่ยนแปลงประวัติศาสตร์ของวงการกีฬา และชื่อของแบรนด์ว่า AIR JORDANDก็เกิดมาจากการเสนอจาก
เดวิด ฟอล์กผู้จัดการส่วนตัวของMJ โดยโลโก้ Jumpman ที่มาที่ไปแล้วมาจากภาพMJถ่ายให้กับนิตยสาร Life พอ ปี1984ผลงานในสนามของ MJ มีค่าเฉลี่ย 28.2แต้มต่อเกม
ในฤดูกาลแรก พร้อมตำแหน่งRookie of the year ก็ทำให้เกิดกระแส ‘Be Like Mike’ ขึ้นและต่อมาเมื่อ Air Jordan 1 ได้ถูกวางจำหน่ายในเดือนมี.ค.1985 ในราคา 65 ดอลลาร์
ภายในเวลาแค่สองเดือน Nike ทำรายได้จากสินค้าไลน์นี้ถึง 70 ล้านดอลลาร์ และทะลุถึงหลัก 100 ล้านดอลลาร์ตอนสิ้นปี ในปี 2012 แบรนด์ขายสินค้าได้ถึง 2,500 ล้านดอลลาร์ และ
มีรายงานว่าครองมาร์เก็ตแชร์ของรองเท้าบาสเกตบอลไว้ ถึง 58% และนี่คือความสำเร็จของNIKEที่ได้ไมเคิล จอร์แดนมาเป็นbrand ambassadorของAIR JORDANนั่นเอง
BBC Icecream store in Miami🖖🏽🖖🏽🖖🏽🖖🏽🖖🏽
คลิกที่นี่เพื่อเป็นสมาชิก?
ประเภท
เว็บไซต์
ที่อยู่
Ladkrabang City
Bangkok
10520