BullLogistics
บริการนำเข้าสินค้าจากจีนมาไทยแบบถ?
19/06/2026
โดยทั่วไปแล้วการนำเข้ามักจะผ่านไปอย่างราบรื่นและไร้ปัญหาหากคุณมีผู้ช่วยในการนำเข้าสินค้า (Freight Forwarder) ที่มีประสบการณ์สูงและเป็นมืออาชีพ
แต่หากเมื่อไหร่ก็ตามที่คุณเผลอไปใช้บริการกับชิปปิ้งที่ไม่ได้มาตรฐานหรือนำเข้าด้วยตนเองโดยไม่ได้ศึกษาข้อมูลการนำเข้าที่ถูกต้อง พึงควรระวังว่าการสั่งของจากจีนและการนำเข้าจะเข้าข่ายกระทำความผิดตามกฎหมายศุลกากรโดยไม่ได้ตั้งใจ
เนื่องจากการดำเนินพิธีการนำเข้าและการส่งออกสินค้า ผู้ประกอบการที่สั่งของจากจีนมีหน้าต้องปฏิบัติตามกฎหมายศุลกากรหรือกฎหมายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด แม้ว่าผู้นำเข้าหรือส่งออกจะนำเข้าด้วยตนเอง หรือใช้บริการกับตัวแทนออกของ (Custom Broker) สิ่งสำคัญคือ ต้องมีการตรวจสอบเอกสารด้วยตนเองเพื่อป้องกันความผิดพลาด
อย่างไรก็ตาม หากไม่ปฏิบัติตามที่กฎหมายศุลกากรกำหนด จะถือเป็นความผิดและได้รับโทษตามกฎหมาย ซึ่งลักษณะความผิดที่พบเจอบ่อยๆ นั้น BullLogistics ขอนำข้อมูลจากกรมศุลกากรมาเผยแพร่ ดังต่อไปนี้
1️⃣ ความผิดฐานลักลอบหนีศุลกากร หมายถึง การนำสินค้า ที่เป็นการสั่งของจากจีน และยังไม่ได้เสียภาษีอากรหรือของที่ควบคุมการนำเข้าหรือของที่ยังไม่ได้ผ่านพิธีการศุลกากรโดยถูกต้องเข้ามาหรือส่งออกไปนอกประเทศไทย โดยของที่ลักลอบหนีศุลกากรอาจเป็นของที่ต้องเสียภาษีหรือไม่ต้องเสียก็ได้ หรืออาจเป็นของต้องห้ามหรือของต้องกำกัดหรือไม่ก็ได้ หากไม่นำมาผ่านพิธีการศุลกากร ก็ถือว่ามีความผิดฐานลักลอบหนีศุลกากร ทั้งนี้ กฎหมายศุลกากรได้กำหนดโทษผู้กระทำผิดฐานลักลอบหนีศุลกากรสำหรับความผิดครั้งหนึ่งๆ ไว้สูงสุดคือ ให้ริบของที่ลักลอบหนีศุลกากรและปรับเป็นเงิน 4 เท่าของของราคารวมค่าภาษีอากรหรือจำคุกไม่เกิน 10 ปี หรือทั้งปรับและจำ
2️⃣ ความผิดฐานหลีกเลี่ยงภาษีอากร หมายถึง การนำของที่ต้องชำระค่าภาษีอากรเข้ามาหรือส่งออกไปนอกประเทศไทยโดยนำมาผ่านพิธีการศุลกากรโดยถูกต้อง แต่ใช้วิธีการอย่างใดอย่างหนึ่งโดยมีเจตนาเพื่อมิให้ต้องชำระค่าภาษีอาการหรือชำระในจำนวนที่น้อยกว่าที่จะต้องชำระ เช่น สำแดงปริมาณ น้ำหนัก ราคา ชนิดสินค้า หรือพิกัดอัตราศุลการเป็นเท็จ เป็นต้น ดังนั้น ผู้นำเข้าหรือส่งออก ที่มีความผิดฐานหลีกเลี่ยงภาษีอากร จึงมีความผิดฐานสำแดงเท็จอีกฐานหนึ่งด้วย กฎหมายศุลกากรได้กำหนดโทษผู้กระทำผิดฐานหลีกเลี่ยงภาษีอากรไว้สูงสุดคือ ให้ริบของที่หลีกเลี่ยงภาษีอากรและปรับเป็นเงิน 4 เท่าของของราคารวมค่าภาษีอากร หรือจำคุกไม่เกิน 10 ปี หรือทั้งปรับและจำ ในกรณีที่มีการนำของซุกซ่อนมากับของที่สำแดงเพื่อหลีกเลี่ยงภาษีอากรสำหรับของซุกซ่อน โทษสำหรับผู้กระทำผิดคือ ปรับ 4 เท่า ของอากรที่ขาดกับอีก 1 เท่าของภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีสรรพสามิต และภาษีเพื่อมหาดไทยที่ขาด(ถ้ามี) และให้ยกของที่ซุกซ่อนมาให้เป็นของแผ่นดิน
3️⃣ การสำแดงเท็จ หมายถึง การสำแดงใด ๆ เกี่ยวกับการนำเข้าหรือส่งออกสินค้าไม่ตรงกับหลักฐานเอกสารและข้อเท็จจริงในการนำเข้าและส่งออก การกระทำผิดฐานสำแดงเท็จ มีหลายลักษณะ ดังนี้
· การยื่นใบขนสินค้า คำสำแดงใบรับรอง บันทึกเรื่องราวหรือตราสารอย่างอื่นต่อกรมศุลกากรเป็นความเท็จ
· การไม่ตอบคำถามของเจ้าหน้าที่ศุลกากร ที่ปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายด้วยความสัตย์จริง
· การไม่ยอมหรือละเลย ไม่ทำ ไม่รักษาบันทึกเรื่องราวหรือทะเบียน สมุดบัญชี หรือเอกสาร หรือตราสารอื่นๆ ซึ่งกฎหมายศุลกากรกำหนดไว้
· การปลอมแปลงหรือใช้เอกสารบันทึกเรื่องราวหรือตราสารอื่นๆ ที่ปลอมแปลงแล้ว
· การแก้ไขเอกสาร บันทึกเรื่องราว หรือตราสารอื่นๆ ภายหลังที่ทางราชการออกให้แล้ว
· การปลอมดวงตรา ลายมือชื่อ ลายมือชื่อย่อหรือเครื่องหมายอื่นๆ ของพนักงานศุลกากร ซึ่งพนักงานศุลกากร ใช้ในการปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมาย
การกระทำตามลักษณะดังกล่าวข้างต้น ให้ถือเป็นความผิด โทษสูงสุดคือปรับเป็นเงินไม่เกิน 50,000 บาท หรือจำคุกไม่เกิน 6 เดือน
4️⃣ ความผิดฐานนำของต้องห้ามหรือต้องกำกัดเข้ามาหรือส่งออกนอกราชอาณาจักร สำหรับโทษของผู้กระทำ ผิดในการนำของต้องห้ามต้องกำกัดเข้าประเทศไทยโดยไม่ได้รับอนุญาตนั้น ความผิดครั้งหนึ่งๆ กำหนดไว้สูงสุดคือให้ริบของที่หลีกเลี่ยงข้อห้ามข้อกำกัด และปรับเป็นเงิน 4 เท่าของราคารวมค่าภาษีอากร หรือจำคุกไม่เกิน 10 ปี หรือทั้งปรับและจำ
5️⃣ ความผิดฐานฝ่าฝืนพิธีการศุลกากร ในการนำเข้าและส่งออกสินค้าแต่ละครั้ง ผู้นำเข้าและส่งออกจะต้องปฏิบัติให้ครบถ้วนตามที่กำหนดไว้ในกฎหมายศุลกากรและกฎหมายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การบริหารและการควบคุมการจัดเก็บภาษีอากร และการนำเข้า-ส่งออกเป็นไปด้วยความเรียบร้อย การกระทำผิดฐานฝ่าฝืนพิธีการศุลกากรมีหลายลักษณะ เช่น การขอยื่นปฏิบัติพิธีการศุลกากรแบบใบขนสินค้าขาเข้าตามมาตรา 19 ทวิ ย้อนหลัง การกระทำความผิดฐานฝ่าฝืนระเบียบที่กำหนดไว้ จะถูกปรับ 1,000 บาท
ขนส่งทางรถ กับทีมงานมากประสบการณ์ BullLogistics
www.bulllogistics.co.th
โทร:: 02-114-7064
Line::
12/06/2026
ธุรกิจนำเข้าและส่งออกสินค้าระหว่างประเทศ เหตุใดจึงจำเป็นต้องใช้ตัวแทนในการนำเข้าและส่งออกสินค้า ?
สำหรับผู้นำเข้าและส่งออกมือใหม่ที่ยังไม่มีประสบการณ์ในการดำเนินการมาก่อน อาจเป็นเรื่องจำเป็นที่คุณต้องใช้บริการกับตัวแทนขนส่งหรือ Freight Forwarder เพราะพวกเขาจะช่วยจัดการทุกอย่างแทนคุณ ประหยัดเวลา และค่าใช้จ่ายที่ต้องไปดำเนินการด้วยตัวเอง
BullLogistics ที่มีประสบการณ์นำเข้าสินค้าจากจีนมายาวนาน นำเอาข้อดีของการเลือกใช้บริการกับ Freight Forwarder มาฝากสำหรับผู้สนใจ
จริงๆ แล้ว Freight Forwarder เป็นอาชีพที่พัฒนามาจากชิปปิ้งหรือตัวแทนออกของ ในอดีตตัวแทออกของจะมีหน้าที่หลักคือจัดการทุกขั้นตอนเพื่อให้สินค้าที่ผู้ส่งออกหรือนำเข้า ส่งออกนอกหรือนำเข้าในประเทศได้อย่างราบรื่น โดยเฉพาะหากเป็นการนำเข้านั้น จะต้องมีการทำพิธีการศุลกากร ต้องติดต่อบริษัทสายเรือ สายการขนส่งทางบก หรือตัวแทนสายการบิน ตลอดจนหน่วยงานราชการต่างๆ ที่มีข้อกำหนดในบทบัญญัติตามกฎหมายหรืออาจจะเรียกว่าเป็นผู้ให้บริการโลจิสติกส์แบบครบวงจร
✅ ข้อดีของการใช้บริการกับ Freight Forwarder
· มีคนคอยแก้ปัญหาเฉพาะหน้าให้ โดยเฉพาะหากปริมาณการขนส่งของคุณมีสินค้าเป็นจำนวนมากและมีความซับซ้อนสูง การใช้บริการกับตัวแทนนำเข้าหรือส่งออก จะช่วยให้คุณได้รับประโยชน์จากการใช้บริการ ช่วยประหยัดเวลา และไม่ต้องปวดหัวกับการดำเนินการด้วยตัวเอง
· มีผู้จัดตารางเรือหรือติดต่อกับผู้ให้บริการขนส่งทางรถ เนื่องจากสายเรือมีอยู่มากหมายหลายหมื่นลำที่วิ่งอยู่ทางทะเลในทุกวันนี้ ซึ่งจะมีเส้นทางการเดินเรือที่แตกต่างกัน รวมทั้งมีบริการเวลาการเดินเรือที่ไม่เหมือนกัน เพราะฉะนั้น Freight Forwarder จะเป็นผู้เลือกเวลาการเดินเรือและการขนส่งทางรถ ที่ตรงตามความต้องการของลูกค้าได้ดีที่สุด
· ไม่ว่าคุณจะมีเวลาและความเชี่ยวชาญในการจัดการกระบวนการนำเข้าหรือส่งออกด้วยตัวเองหรือไม่ Freight Forwarder จะเป็นผู้ที่ให้คำแนะนำในการนำเข้าและส่งออกกับคุณได้อย่างกระจ่างชัด
· ได้รับความสะดวกสบายจากการใช้บริการกับตัวแทนขนส่งสินค้า ช่วยจัดการด้านบริการทุกๆ อย่างที่เกี่ยวกับการนำเข้าและส่งออกให้ผ่านไปอย่างราบรื่น ตั้งแต่ต้นทางไปจนถึงปลายทางเลยทีเดียว
· Freight Forwarder สามารถให้บริการโลจิสติกส์แบบครบวงจรได้ตามความต้องการของลูกค้า โดยที่คุณเพียงระบุความต้องการที่แน่ชัด และงบประมาณที่มี เพียงเท่านั้น Freight Forwarder จะนำข้อมูลที่ได้ไปดำเนินการแทนลูกค้า คุณเพียงแค่รอรับสินค้าที่จะส่งมาถึงมือเท่านั้น
❓ แล้วเราควรจะเลือกใช้บริการกับ Freight Forwarder อย่างไร ?
· มีประสบการณ์นำเข้าและส่งออก
· มีระบบการให้บริการที่ทันสมัย
· มีตัวตนอยู่จริง มีแหล่งติดต่อที่เข้าถึงได้ง่าย เช่น เว็บไซต์ และช่องทางโซเชียลมีเดียอื่นๆ อาทิ NinjaShipping บริษัทชิปปิ้งจีน ผู้ให้บริการนำเข้าอย่างถูกต้องตามกฎหมายแบบ 100%
· มีระบบ Call Center ที่มีเจ้าหน้าที่ให้บริการ จะช่วยให้ลูกค้าได้ข้อมูลที่รวดเร็วและชัดเจน
· มีการรีวิวที่ดีจากผู้เคยใช้บริการมาก่อน
ขนส่งทางรถ กับทีมงานมากประสบการณ์ BullLogistics
www.bulllogistics.co.th
โทร:: 02-114-7064
Line::
05/06/2026
ในการขนส่งสินค้าแต่ละครั้งควรมีการทำประกันภัยขนส่งสินค้า เนื่องจากจะช่วยบรรเทาความเสี่ยงต่อตัวสินค้าจากอุบัติเหตุ ที่เกิดขึ้นระหว่างการขนส่งและจัดเก็บสินค้า ทั้งที่อยู่ในภายในประเทศไทยและนอกประเทศไทย รวมทั้งยังมีประกันภัยอื่นๆ เช่น การประกันสินเชื่อทางการค้า ซึ่งคุ้มครองผู้ส่งออกในกรณีที่ส่งสินค้าไปยังผู้ซื้อแล้ว ไม่ได้รับชำระค่าสินค้าจากผู้ซื้อ ฯลฯ เป็นต้น
👉 ขั้นตอนการทำประกันภัย
ในกรณีทำประกันภัยขนส่งสินค้า ผู้ส่งออกสินค้าสามารถติดต่อทำประกันภัย ผ่านบริษัทชิปปิ้งที่ผู้ส่งออกใช้บริการหรือจะติดต่อบริษัทประกันโดยตรง เพื่อขอคำแนะนำและติดต่อทำประกันภัย ซึ่งข้อมูลที่ต้องจัดเตรียม ประกอบด้วย
‣ สินค้า
‣ บรรจุภัณฑ์
‣ จุดหมายปลายทาง
‣ ประเภทยานพาหนะที่ใช้ขนส่ง
‣ ประเภทของประกันภัย
‣ เงื่อนไขความคุ้มครองที่เหมาะสมกับประเภทของสินค้า
‣ ระบุให้กรมธรรม์มีผลคุ้มครองตลอดเส้นทางของการขนส่ง
👉 ข้อดีของการทำประกันภัย
1. เพิ่มความอุ่นใจให้กับผู้ใช้บริการขนส่งสินค้า ผู้สั่งซื้อสินค้าข้ามประเทศ การทำประกันภัยขนส่งสินค้าเป็นสิ่งจำเป็นอย่างมาก เนื่องจากคุณจะหมดห่วงและหมดความกังวลใจในกรณีที่สินค้ามาถึงที่หมายล่าช้า แตกหัก และพังเสียหาย อย่างน้อยการทำประกันภัยก็เหมือนกับคุณมีตัวกลางในการประสานงานให้หากมีเหตุการณ์ไม่คาดฝันเกิดขึ้น
2. รับประกันความเสียหาย สินค้าที่มีการขนส่งข้ามประเทศ การทำประกันภัยจะช่วยรับประกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นกับสินค้าในระหว่างการเดินทางขนส่ง การเคลื่อนย้าย การเปลี่ยนถ่ายสินค้า ตลอดจนการแพ็คสินค้าจากผู้ให้บริการ
3. ใช้คำนวณค่าภาษีนำเข้า การคิดคำนวณภาษีนำเข้านั้น จำเป็นต้องใช้ค่าประกันในการนำมาคิดคำนวณด้วย โดยเฉพาะหากสินค้านั้นมูลค่าสูงกว่า 380,000 บาทขึ้นไป คุณอาจจะเหมือนได้ทำประกันฟรีๆ เลยทีเดียว แต่ถึงแม้ว่ามูลค่าสินค้าของคุณจะไม่ได้สูงขนาดนั้น การทำประกันภัยขนส่งสินค้าก็มีความจำเป็นอยู่ดี เพราะมูลค่าเบี้ยประกัน ไม่มีทางเกินกว่าสินค้าอย่างแน่นอน และคุณจะไม่มีทางขาดทุนจากเรื่องนี้
4. ช่วยคุ้มครองความรับผิดชอบของผู้ให้บริการ เราไม่มีทางรู้ได้เลยว่า ผู้ให้บริการขนส่งจะมีการบิดพริ้วหรือไม่ในกรณีที่เกิดความเสียหายกับสินค้าในขณะขนส่ง โดยเฉพาะหากคุณเลือกบริษัทผู้ให้บริการขนส่งที่ไม่เป็นที่รู้จัก การทำประกันภัย จะช่วยคุ้มครองความรับผิดชอบจากผู้ให้บริการได้ เหมือนการมีสัญญาที่เป็นลายลักษณ์อักษรที่จะทำให้คุณไม่ถูกเอาเปรียบ
5. ประหยัดเวลาเมื่อสินค้าได้รับความเสียหาย เพราะขั้นตอนการทำงานตามปกตินั้น ก็ใช้เวลาชองคุณมากพออยู่แล้ว หากเกิดปัญหาสินค้าเสียหาย แต่การเคลมกลับไม่สะดวกสบายจะยิ่งเสียเวลาคุณมากเข้าไปอีก
อย่างไรก็ตาม หากนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศ ผู้นำเข้าสินค้าจะต้องซื้อประกันภัยทุกครั้งเมื่อสินค้ามีมูลค่าเกินกว่า 500 บาท หากไม่ได้ทำประกันภัยจะถือว่าสินค้ามีมูลค้าน้อยกว่า 500 บาท ซึ่งค่าประกันภัยสินค้าสูญหายจะคิดในอัตรา 3% ของค่าขนส่ง เมื่อเกิดกรณีสินค้าสูญหาย ผู้ให้บริการจะชดใช้ไม่เกิน 3 เท่าของค่าขนส่ง แต่ถ้าไม่มีประกันภัยจะชดใช้ให้ไม่เกิน 500 บาท และผู้นำเข้าต้องทำเรื่องขอค่าชดเชยสินค้าสูญหายเป็นลายลักษณ์อักษรภายใน 30 วัน นับแต่วันส่งสินค้าหรือนับแต่วันที่ทราบว่าสูญหาย ดังนั้นจึงแนะนำให้ทำประกันภัยสินค้าทุกครั้ง เพื่อให้การนำเข้าและชิปปิ้งสินค้าเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและลดความเสี่ยงจากการเสียหายของสินค้าระหว่างขนส่งและจัดเก็บ เพื่อนำเข้าสินค้าจากจีนได้อย่างมีคุณภาพ
ขนส่งทางรถ กับทีมงานมากประสบการณ์ BullLogistics
www.bulllogistics.co.th
โทร:: 02-114-7064
Line::
29/05/2026
สำหรับการขนย้ายสินค้าในท่าเรือยุคนี้ ไม่ได้ใช้แรงงานคน แต่เป็นการใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่เกือบทุกขั้นตอน เพราะในแต่ละท่าเรือนั้น ต้องทำเวลาและมีการแข่งขันกันนาทีต่อนาที เพื่อยกสินค้าขึ้น-ลง
ปัจจุบัน ระบบการจัดการท่าเรือจะเรียกว่า Port Automation ซึ่งทำหน้าที่ในการบริหารจัดการท่าเรือให้เป็นไปตามระยะเวลาที่กำหนด โดยใช้ระบบของ Computer และหุ่นยนต์ในการขนย้ายตู้คอนเทนเนอร์บริเวณหน้าท่าเรือ
BullLogistics มีขั้นตอนที่น่าสนใจของการขนส่งท่าเรือ และกระบวนการขนย้ายสินค้าในเรือ มาเล่าสู่กันฟัง เริ่มจาก…
1️⃣ Stacking Lanes ขั้นตอนแรกคือการขนย้ายสินค้าไปวางเรียงกันเป็นชั้นๆ เรียกว่า Stack ปกติอาจมีการวางเรียงไว้ในตู้คอนเทนเนอร์ประมาณ 4-5 ชั้น โดยมีเครนขาสูง (Gantry Crane) เป็นเครื่องมือในการขนย้าย ซึ่งปัจจุบันท่าเรือหลายแห่งได้นำเอาระบบ Computer Right เข้ามากำหนด Location ในการวางตู้ โดยมีหอ Control Room ในการควบคุมระบบการทำงาน
2️⃣ เมื่อขั้นตอนแรกเสร็จสิ้นเรียบร้อย กระบวนการถัดมาจะต้องเคลื่อนย้ายตู้คอนเทนเนอร์ไปไว้หน้าท่า อาจใช้เครนขาสูง (Gantry Crane) หรือรถยกที่เรียกว่า Top เพื่อทำหน้าที่สำหรับเคลื่อนย้ายคอนเทนเนอร์
3️⃣ ขั้นตอนสุดท้าย คือการ Slot Stacking คือการยกตู้สินค้าที่วางอยู่หน้าท่า Quay ขึ้นไปวางไว้บนเรือ โดยมี Quay Crane คือ Crane ที่อยู่หน้าท่าทำหน้าที่ในการเคลื่อนย้าย
ข้อควรรู้คือ ประเทศไทยมีท่าเรือหลักที่สำคัญอย่างท่าเรือกรุงเทพฯ มีตู้เข้า-ออกประมาณเกือบ 1 ล้านตู้ต่อปี และท่าเรือแหลมฉบัง มีตู้เข้า-ออกประมาณ 2.9-3.0 ล้าน TEU
นอกเหนือจากท่าเรือหลักสำคัญภายในประเทศไทยแล้ว ยังมีท่าเรือมาบตาพุด, ท่าเรือสตูล และท่าเรือน้ำลึกสงขลา โดยประเทศไทย ยังต้องแข่งขันกับหลายประเทศด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นประเทศสิงคโปร์ หรือฮ่องกง ซึ่งมีตู้เข้า-ออก ปีละประมาณ 17.04 ล้าน TEU
ขั้นตอนการเคลื่อนย้ายตู้คอนเทนเนอร์อาจดูเหมือนไม่ซับซ้อน แต่ยังต้องใช้ระบบคอมพิวเตอร์และหุ่นยนต์ช่วยในการเคลื่อนย้าย และต้องแข่งขันกับเวลา นอกจากนี้ยังมีชนิดหรือขนาดของตู้คอนเทนเนอร์ มาเกี่ยวเนื่องกับการขนส่งทางทะเล หรือที่เรียกว่าเป็นการขนส่งทางทะเลด้วยระบบ ‘ตู้คอนเทนเนอร์’ ซึ่งจำเป็นต้องแยกชนิดหรือประเภทของตู้เอาไว้ เพื่อความชัดเจนว่าตู้ไหนบรรจุสินค้าประเภทใด
สำหรับการขนส่งสินค้าด้วย Container Vessel (ระบบตู้คอนเทนเนอร์) สินค้าต้องบรรจุอยู่ในตู้คอนเทนเนอร์ หากผู้จำหน่ายเป็นผู้บรรจุเอง เรียกว่า Term CY หรือ Consignee Load and Count ในกรณีที่บริษัทเรือเป็นผู้บรรจุตู้สินค้าในท่าเรือหรือใน ICD (Inland Container Deport) โดยตัวแทนบริษัทเรือเป็นเจ้าของสถานที่ จะเรียกลักษณะการขนส่งประเภทนี้ว่า CFS (Container Freight Station) เป็นต้น
ขณะเดียวกันสินค้าที่เป็น Term CY ได้นั้น ต้องเป็นสินค้าประเภทเต็มตู้หรือที่เรียกว่า FCL (Full Container Load) ส่วนใน Term CFS ก็สามารถเป็นได้ ทั้งที่เป็น FCL หรือการบรรจุแบบรวมตู้ (Consolidated) คือ สินค้าน้อยกว่า 1 ตู้ เรียกว่า LCL (Less Container Load)
ขนาดของ Containers ที่ใช้เพื่อบรรจุส่วนใหญ่ มีขนาดดังนี้
1️⃣ ขนาด 20 ฟุต เป็นตู้ที่มี Outside Dimension คือยาว 19.10 ฟุต และกว้าง 8.0 ฟุต สูง 8.6 ฟุต และมีน้ำหนักบรรจุตู้ได้สูงสุดประมาณ 32-33.5 CMU (คิวบิกเมตร) และน้ำหนักบรรจุตู้ไม่เกิน 21.7 ตัน
2️⃣ ขนาด 40 ฟุต มีความยาว 40 ฟุต กว้าง 8 ฟุต สูง 9.6 ฟุต สามารถบรรจุสินค้าได้ 76.40-76.88 CMU และบรรจุสินค้าน้ำหนักสูงสุดได้ 27.4 ตัน ซึ่งเป้นน้ำหนักสำหรับสินค้าประเภท Dry Cargoes หรือตู้ใส่สินค้าทั่วไป
ในการขนส่งสินค้าด้วยระบบตู้คอนเทนเนอร์ได้รับการยอมรับว่าเป็นรูปแบบการขนส่งมาตรฐาน และเป็นการขนส่งที่ผู้ให้บริการชิปปิ้งส่วนใหญ่ใช้กัน คิดเป็นสัดส่วนโดยประมาณ 95% ของการขนส่งสินค้าทางทะเล อย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบการชิปปิ้งที่ขนส่งด้วยระบบตู้คอนเทนเนอร์ยังมีเพียงน้อยรายหากเทียบกับปริมาณของการขนส่ง โดยผู้ให้บริการสายการเดินเรือหรือที่เรียกว่า Carrier มีการรวมตัวกันเป็นชมรม (Conference) ทำให้มีบทบาทในการกำหนดค่าขนส่งสินค้า และค่าบริการชิปปิ้งในอัตราที่บางครั้งมีลักษณะแบบกึ่งผูกขาด
ปัจจุบัน ชมรมสายการเดินเรือที่สำคัญของโลก มีใครบ้าง ?
1️⃣ Far Eastern Freight Conference (FEFC) บริการรับขนสินค้าจากเอเชียไปยุโรป เน้นสินค้าที่ขนส่งทางทะเลเมดิเตอร์เรเนียน เป็นอาณาบริเวณที่มีการขยายตัวประมาณ 24% และสินค้าที่ไปทางรัสเซียตะวันออก Petersburg
2️⃣ Asia / West Coast South America เป็นการเดินเรือทางด้านตะวันตกของเอเชีย ไปจนถึงทวีปอเมริกาใต้
3️⃣ Informal Rate Agreement (IRA) ได้ครอบคลุมธุรกิจจากเอเชียไกลไปจนถึงเอเชียภาคตะวันออกกลาง ครอบคลุมตั้งแต่เกาหลี, จีน, ฮ่องกง, ไต้หวัน, เวียดนาม, ไทย, ฟิลิปปินส์, มาเลเซีย, สิงคโปร์ และอินโดนีเซีย
4️⃣ Trans Pacific ครอบคลุมอาณาบริเวณริมมหาสมุทรแปซิฟิก ออสเตรเลีย, นิวซีแลนด์, อเมริกา West Coast
ขนส่งทางรถ กับทีมงานมากประสบการณ์ BullLogistics
www.bulllogistics.co.th
โทร:: 02-114-7064
Line::
22/05/2026
เมื่อสิ่งที่ยากที่สุดคือการเริ่มต้น แต่เมื่อได้เริ่มต้นลงมือทำแล้ว สิ่งที่ว่ายาก อาจเป็นเรื่องง่ายกว่าที่คิด โดยเฉพาะเมื่อคุณได้ไอเดียในการมองหาสินค้าเพื่อนำเข้ามาจำหน่าย หลังจากนั้นคือการมองหาแหล่งสินค้าและขั้นตอนการนำเข้าที่จะช่วยประหยัดต้นทุน
อย่างไรก็ตาม สิ่งสำคัญของการนำเข้าสินค้าจากจีน คือ การเลือกซัพพลายเออร์ที่ดีมีคุณธรรม ราคาไม่แพง และช่วยเพิ่มกำไรให้กับธุรกิจ โดยกลยุทธ์ต่อไปนี้ จะช่วยให้คุณสามารถแข่งขันกับตลาดได้ มีอะไรบ้างนั้น มาดูกันเลย
1️⃣ สั่งซื้อหรือสั่งผลิตจากร้านค้าที่ราคาไม่แพง
เลือกร้านค้าที่คุณภาพดี และราคาเป็นธรรม เช่น ใน Taobao ซึ่งเป็นเว็บขายปลีก และ 1688 เว็บไซต์ขายส่งของจีน ยิ่งซื้อในปริมาณมาก ก็ยิ่งได้ราคาที่ถูกลง นอกจากนี้ 1688 ยังมีร้านค้าที่รับผลิตสินค้าภายใต้แบรนด์ของคุณเองด้วย จึงเป็นโอกาสที่ดีในการสร้างแบรนด์ และกำหนดคุณภาพด้านวัตถุดิบ รวมทั้งสามารถควบคุมงบประมาณตามที่มี
2️⃣ สั่งซื้อสินค้าปริมาณมาก ช่วยประหยัดค่าขนส่งที่ถูกลง
ตัวเลขที่แตกต่างกัน มีผลต่อค่าขนส่งที่ต่างกันด้วย เช่น หากสั่งซื้อ 1,000 หน่วยเปรียบเทียบกับ 10,000 หน่วย ยิ่งตัวเลขการสั่งซื้อสินค้ามากขึ้นเท่าไหร่ ก็ยิ่งช่วยประหยัดค่าขนส่งได้มากขึ้นเท่านั้น เช่น คุณมีค่าใช้จ่าย 500$ ต่อการขนส่ง 1,000 หน่วย หรือคิดเป็น 0.5$ / หน่วย แต่หากขนส่ง 10,000 หน่วย ค่าขนส่งจะอยู่อยู่ที่ 700$ หรือหน่วยละ 0.7$ จะเห็นได้ชัดว่า ราคาต่อหน่วยมักจะลดลงเมื่อคุณสั่งซื้อหรือนำเข้าสินค้าจากจีนในปริมาณที่มากขึ้น
3️⃣ นำเข้าจากประเทศใกล้ๆ จะช่วยประหยัดค่าขนส่ง
แน่นอนว่า หากที่ตั้งของบริษัทอยู่ในประเทศไทย การนำเข้าสินค้าจากประเทศจีน ไต้หวัน เวียดนาม ญี่ปุ่น ย่อมมีค่าขนส่งที่ถูกกว่าการนำเข้าจากทางยุโรป เพราะฉะนั้น พยายามมองหาแหล่งนำเข้าใกล้ๆ เพื่อช่วยประหยัดค่าขนส่ง ระยะเวลาในการรอสินค้า ค่าใช้จ่ายของการใช้บริการ Freight Forwarder ตลอดจนค่าภาษีนำเข้า อย่างไรก็ตาม ปัจจุบัน การนำเข้าสินค้าจากจีน ได้รับการยกเว้นภาษีนำเข้าต่ำสุด 0% หากผู้นำเข้ามีเอกสาร Form E
4️⃣ สั่งซื้อสินค้าประเภทเดียวกันแต่หลายสี
การสั่งซื้อสินค้าประเภทเดียวกันเพื่อขนส่งมาในคราวเดียวนั้น เป็นไอเดียที่ดีมาก และเพื่อความคุ้มค่า อาจเลือกดีไซน์และสีที่คละกัน อย่างไรก็ตาม คุณสามารถขอคำแนะนำได้จากซัพพลายเออร์ในการคละสีที่แตกต่างกันให้ เพื่อประหยัดต้นทุนและยังช่วยให้ลูกค้ารู้สึกแฮปปี้ที่มีสินค้าให้เลือกหลากหลายอีกด้วย
5️⃣ ติดตั้งระบบออนไลน์เพื่อช่วยในการดำเนินการ
ปัจจุบันมีซอฟต์แวร์จำนวนมากที่ใช้งานผ่านระบบออนไลน์ ช่วยในการติดตามสินค้าคงคลัง และการสั่งซื้อแบบเรียลไทม์ ตลอดจนสามารถติดตามสถานการณ์ขนส่งสินค้าได้ตลอด 24 ชั่วโมงอีกด้วย ข้อดีคือเพิ่มความรวดเร็วในกระบวนการขนส่ง ประหยัดเวลาในการเช็คสินค้า และค่าใช้จ่ายในการขนส่ง
6️⃣ ต่อรองเรื่องการชำระเงิน
แทนที่คุณจะชำระค่าสินค้าเต็มจำนวนสำหรับการขนส่ง ลองสอบถามกับซัพพลายเออร์ว่า สามารถชำระเงินตามรอบการจ่ายได้หรือไม่ เช่น 30 วัน 60 วัน 90 วันหรือ 180 วันสำหรับการชำระเงินเต็มจำนวนเมื่อสินค้ามาถึงมือ ผู้นำเข้าอาจชอบวิธีชำระเงินแบบนี้มากกว่า อย่างไรก็ตาม ควรเจรจาต่อรองกับทางซัพพลายเออร์เพื่อเป็นประโยชน์กับทั้งสองฝ่าย
ขนส่งทางรถ กับทีมงานมากประสบการณ์ BullLogistics
www.bulllogistics.co.th
โทร:: 02-114-7064
Line::
15/05/2026
จากการก้าวเข้าสู่โลกดิจิทัลของผู้บริโภคทั่วอาเซียน ทำให้อาเซียนสามารถใช้เทคโนโลยีและการเชื่อมต่อออนไลน์ในการขยายศักยภาพทางเศรษฐกิจได้อย่างมหาศาลซึ่งหมายถึงโอกาสสำคัญของธุรกิจต่างๆ ที่จะมีโอกาสเติบโตมากกว่าที่เคย
จากรายงานเจาะลึก 10 Insight Digital Consumer ASEAN ของ Facebook จะทำให้เห็นถึงโอกาสใหม่ๆ ทางธุรกิจและเป็นแนวโน้มใหม่ของผู้บริโภคที่น่าจับตามอง โดยสรุปออกมาได้ดังนี้
1️⃣ คุณภาพชีวิตมีผลต่อการเข้าสู่โลกออนไลน์ การที่คนส่วนใหญ่ในอาเซียนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นส่งผลให้พวกเขาเข้าสู่การใช้ชีวิตออนไลน์มากขึ้นตาม เช่น การเปลี่ยนมาใช้สมาร์ทโฟนในราคาที่แพงขึ้น คุณภาพดีขึ้น ทำให้เข้าถึงอินเตอร์เน็ตและโลกออนไลน์มากกว่าเดิม จากรายงานพบว่า ผู้บริโภคออนไลน์ในอาเซียนเพิ่มขึ้นจาก 90 ล้านคนเป็น 250 ล้านคนระหว่างปี 2015-2018 และคาดว่าจะเพิ่มขึ้นอีกกว่า 1.2 เท่าในปี 2025 เลยทีเดียว
2️⃣ อัตราการใช้เงินบนออนไลน์พุ่งสูงขึ้น เมื่อชาวอาเซียนได้เข้าสู่โลกออนไลน์ ทำให้การใช้จ่ายแบบดิจิทัลเพิ่มสูงกว่าเดิมและจะโตแซงหน้าอัตราการเพิ่มจำนวนของผู้ใช้มาออนไลน์รายใหม่ โดยรายงานฉบับนี้คาดการณ์ว่าตัวเลขการใช้เงินบนออนไลน์ของชาวอาเซียนทั้งหมดนั้นจะเพิ่มขึ้นกว่า 3.2 เท่า ในระหว่างปี 2018-2025
3️⃣ เสื้อผ้าและเครื่องอุปโภคบริโภคจะเป็นตัวกระตุ้นการใช้จ่ายออนไลน์ แม้สัดส่วนการซื้อสินค้า 2 ประเภทนี้บนร้านค้าออนไลน์จะยังต่ำมากเมื่อเทียบกับตลาดอื่นๆ แต่นั่นหมายถึงโอกาสของแบรนด์ที่จะได้เติบโตอีกมากและสามารถกระตุ้นให้สัดส่วนการใช้เงินบนออนไลน์ในสองกลุ่มนี้โตขึ้นได้เป็นอันดับต้นๆ จนอาจทำให้ตัวเองกลายเป็นเจ้าตลาดได้ไม่ยาก
4️⃣ ผู้คนซื้อสินค้าออนไลน์แบบไม่ได้ตั้งใจ โดย 70% ของนักช็อปออนไลน์มักซื้อของที่ตัวเองไม่คิดว่าจะซื้อ เมื่อพวกเขาเปิดเข้าไปในเว็บไซต์ค้นหาสินค้าบางอย่าง แต่มักจะเผลอซื้ออะไรสินค้าอื่นๆ ติดมือกลับมาอยู่เสมอ
5️⃣ การค้นหาสินค้าและเปรียบเทียบเป็นส่วนสำคัญในการตัดสินใจซื้อ ซึ่ง 86% ของผู้บริโภคที่ตอบแบบสอบถาม กล่าวว่า พวกเขามักเปรียบเทียบสินค้าทั้งทางออนไลน์และออฟไลน์ไปพร้อมกันก่อนจะตัดสินใจเลือกช่องทางที่คุ้มค่ามากที่สุด ไม่ว่าจะเป็นความสะดวก ระยะเวลาที่จะได้รับสินค้าและค่าใช้จ่ายโดยรวมเมื่อเทียบกับทั้ง 2 ช่องทาง
6️⃣ ส่วนลดช่วยให้คุณได้ลูกค้า แต่ไม่ได้ทำให้คุณได้ใจลูกค้า ปฏิเสธไม่ได้ว่าการให้ส่วนลดมักจะทำให้คุณได้ลูกค้าใหม่ๆ มาเสมอ แต่กลับไม่ได้ส่งผลที่ดีต่อธุรกิจในระยะยาวแม้แต่น้อย กว่า 50% ของผู้ตอบแบบสอบถามทั้งหมด กล่าวว่า พวกเขามักซื้อสินค้าต่างๆ โดยไม่ได้รอส่วนลดหรือโปรโมชั่นเสมอไป ซึ่งขึ้นอยู่กับความต้องการของพวกเขาล้วนๆ
7️⃣ Social Media ยังคงเป็นปัจจัยหลักให้ผู้บริโภคในอาเซียนรู้จักและตัดสินใจซื้อ กว่า 50% ของกลุ่มตัวอย่างผู้บริโภคอาเซียนกล่าวว่า พวกเขามักจะเจอสินค้าหรือแบรนด์ใหม่ๆ ผ่านทางโซเชียลมีเดียเป็นประจำ ในขณะที่การค้นหาบนออนไลน์ทำให้พวกเขาเจอสินค้าใหม่ๆ เพียง 22% เท่านั้น
8️⃣ การสร้างความภักดียังดึงลูกค้าได้ดี การสร้างความภักดีกับลูกค้าในลักษณะต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการสะสมแต้มหรืออะไรก็ตามนั้น สามารถทำให้ผู้บริโภคยอมกลับมาซื้อซ้ำได้จริง โดยซื้อมากขึ้นและยอมซื้อสินค้าหรือบริการประเภทอื่นๆ จากร้านค้าเดียวกันอีกด้วย ทั้งนี้ ยังพบว่า ผู้บริโภคยินดีที่จะช่วยโปรโมทแบรนด์ให้ฟรี เมื่อวิธีการสร้างความภักดีนั้นทำให้พวกเขาประหยัดได้ในระยะยาว พวกเขาก็จะเลือกซื้อแบรนด์นั้นซ้ำมากกว่ารอโปรโมชั่นหรือส่วนลดจากร้านค้าอื่นๆ
9️⃣ โอกาสการเป็นเจ้าตลาดในอาเซียนยังมีลุ้น ในภูมิภาคอาเซียนยังไม่มีเว็บไซต์หรือแบรนด์ใดที่ก้าวเข้ามาเป็นเจ้าตลาด E-commerce ที่แท้จริงได้ เพราะเจ้าใหญ่ในตลาดยังไม่ทิ้งกันขาด เช่น Shopee กับ Lazada ซึ่งต่างจาก Amazon ในสหรัฐที่เป็นเจ้าตลาดที่เพียงหนึ่งเดียว หรือแม้แต่ในจีนก็ตามที่ Alibaba ที่เป็นเจ้าของเว็บไซต์ชื่อดังอย่าง Taobao Tmall 1688 ฯลฯ ซึ่งกินส่วนแบ่งทางการตลาดใหญ่กว่าเจ้าอื่นหลายเท่า ดังนั้น ใครที่อยากเป็นเจ้าตลาดในอาเซียนต้องรีบเร่งสร้างความภักดีต่อแบรนด์ เพื่อให้ลูกค้ากลับมาซื้อซ้ำมากขึ้น
🔟 แบรนด์ใหญ่ต้องสร้างโมเดลธุรกิจแบบติดต่อลูกค้าโดยตรง จากการเข้ามาของยุคดิจิทัลที่ทำให้ผู้คนติดต่อสื่อสารได้ง่ายขึ้นและไม่จำเป็นต้องผ่านตัวกลางหรือนายหน้า ดังนั้นธุรกิจใหญ่ที่เกิดมาก่อนยุคดิจิทัลหรือออนไลน์จะต้องเริ่มวางแผนในการติดต่อกับลูกค้าโดยตรง เพราะสามารถสร้างประสบการณ์ในการซื้อขายสินค้ากับลูกค้า รวมทั้งสามารถควบคุมสินค้าและบริการได้เอง
ในยุคนี้ผู้คนในอาเซียนก้าวเข้าสู่เศรษฐกิจดิจิทัลอย่างเต็มตัว แม้อัตราการเพิ่มขึ้นของผู้ใช้งานออนไลน์จะไม่สูงมาก แต่อัตราการใช้เงินบนออนไลน์นั้นเพิ่มสูงขึ้นกว่าเดิม รวมทั้งความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีและการขนส่งที่มีบทบาทสำคัญต่อทุกอุตสาหกรรมทำให้แนวโน้มของธุรกิจออนไลน์ในอนาคตนั้นมีโอกาสเติบโตมากขึ้น
ขนส่งทางรถ กับทีมงานมากประสบการณ์ BullLogistics
www.bulllogistics.co.th
โทร:: 02-114-7064
Line::
08/05/2026
การขนส่งสินค้าทางทะเล ที่มักจะถูกเรียกว่า Container Ship ซึ่งหมายถึง การขนส่งด้วยระบบตู้ Container ผู้ประกอบการนำเข้าสินค้า ที่ต้องการขนส่งในรูปแบบดังกล่าว ควรทำความเข้าใจกับการขนส่งทางเรือและประเภทของตู้ Containers ซึ่งส่วนใหญ่ทำจากเหล็กหรืออลูมิเนียม มีขนาดมาตรฐาน 20 ฟุต และ 40 ฟุต
🚢 การขนส่งด้วยระบบตู้คอนเทนเนอร์
หนึ่งในรูปแบบการขนส่งระหว่างประเทศหรือชิปปิ้งที่ได้รับความนิยม คือ การขนส่งทางทะเล ซึ่งมีต้นทุนต่ำ ขนส่งได้ครั้งละมากๆ และป้องกันความเสียหายของสินค้าได้ดี ปัจจุบันรูปแบบการขนส่งสินค้าทางทะเลเป็นการขนส่งด้วยระบบตู้คอนเทนเนอร์ (Container Box) สินค้าที่จะถูกขนส่งนั้น จะนำมาบรรจุตู้ (Stuffing) และขนย้ายขึ้นไว้บนเรือ ทำให้ Container Ship ถูกออกแบบมาเป็นพิเศษ เพื่อใช้ในการขนส่งสินค้าด้วยตู้คอนเทนเนอร์ ซึ่งไม่เพียงแต่รองรับการขนส่งสินค้าเท่านั้น ท่าเรือเองยังต้องถูกออกแบบเพื่อรองรับเรือประเภทนี้ด้วย หรือที่เรียกว่า Terminal Design เพื่อให้มีความเหมาะสมในด้านวิศวกรรมและสิ่งแวดล้อม เช่น มีท่าเทียบเรือ เขื่อนกั้นคลื่น และสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ
BullLogistics ได้รวบรวมข้อมูลที่น่าสนใจเกี่ยวกับการขนส่งทางทะเลด้วยเรือ Container Ship ซึ่งแยกประเภทของตู้คอนเทนเนอร์สำหรับขนส่งสินค้าออกเป็น 5 ประเภทด้วยกัน ดังนี้
1️⃣ Dry Cargoes คือตู้สินค้าสำหรับบรรจุภาชนะหรือหีบห่อ โดยไม่ต้องรักษาอุณหภูมิ หมายถึงเป็นตู้สำหรับใส่สินค้าโดยทั่วไป ภายในต้องทำที่กั้นเพื่อป้องกันไม่ให้สินค้าภายในขยับหรือเคลื่อนย้ายได้ อาจใช้ถุงกระดาษที่มีการเป่าลมเพื่ออัดช่องว่างระหว่างสินค้ากับตัวตู้คอนเทนเนอร์ โดยถุงดังกล่าวเรียกว่า Balloon Bags หรือสามารถใช้ไม้มาปิดกั้นขึ้นเป็นผนังหน้าตู้ขึ้นมา เรียกว่า Wooden Partition แต่ถ้าใช้เชือกไนลอนในการรัดหน้าตู้ เรียกว่า Lashing
2️⃣ Refrigerator Cargoes คือตู้สินค้าที่มีเครื่องปรับอากาศภายในตู้ เพื่อปรับอุณหภูมิภายใน ทั้งนี้ จำเป็นต้องทำตามมาตรฐาน สามารถปรับอุณภูมิได้อย่างน้อย -18 องศาเซลเซียส สำหรับเครื่องทำความเย็นนี้จะติดตั้งเอาไว้กับตัวตู้คอนเทนเนอร์และมีปลั๊กในการใช้กระแสไฟฟ้าโดยเสียบจากภายนอกตู้ อีกทั้งต้องมีการวัดอุณหภูมิเพื่อแสดงให้เห็นสถานะของอุณหภูมิของตู้สินค้าประเภทนี้
3️⃣ Garment Container เป็นตู้คอนเทนเนอร์ที่ถูกออกแบบเฉพาะ สำหรับการบรรจุสินค้าประเภทเสื้อผ้า ซึ่งมีราวไว้สำหรับแขวนเสื้อผ้า ซึ่งตู้นี้ส่วนใหญ่ใช้กับสินค้าประเภท Fashion ที่ไม่ต้องการพับหรือถูกบรรจุเอาไว้ใน Packing ที่อาจส่งผลให้เสื้อผ้ามีรอยยับหรือเกิดความไม่สวยงามได้
4️⃣ Open Top ขนาดของตู้ประเภทนี้ส่วนใหญ่เป็น 40 ฟุต โดยตู้ลักษณะนี้ ถูกออกแบบมาไม่ให้มีหลังคา เพื่อใช้สำหรับการวางสินค้าขนาดใหญ่ เช่น เครื่องจักร หรือเป็นสินค้าที่ไม่สามารถเคลื่อนย้ายผ่านประตูของตู้คอนเทนเนอร์ได้ จึงจำเป็นต้องขนย้ายโดยการยกส่วนบนของตู้แทน
5️⃣ Flat-Rack เป็นพื้นที่ขนาดราบที่มีความกว้างและยาวตามขนาดของตู้คอนเทนเนอร์มาตรฐาน พูดง่ายคือมีลักษณะเป็นตู้ซึ่งคล้ายกับคอนเทนเนอร์ หากแต่มีเพียงพื้นหรือ Platform แนวราบสำหรับวางสินค้าที่มีลักษณะพิเศษ เช่น เครื่องจักร, แท่งหิน, ประติมากรรม, รถแทรกเตอร์ โดยสินค้าเหล่านี้อาจขนส่งด้วยทางเรือที่เป็นประเภท Conventional Ship แต่ถ้าต้องขนส่งทางเรือด้วยระบบ Container ต้องมาวางใน Flat-rack ก่อน เพื่อให้สามารถจัดเรียงกองได้ในรูปแบบ Slot ซึ่งเป็นลักษณะของเรือที่เป็น Container
👉 ลักษณะของตู้คอนเทนเนอร์ (Container Box)
ปกติแล้วตู้คอนเทนเนอร์เป็นตู้ที่มีขนาดมาตรฐาน ผลิตจากวัสดุที่เป็นเหล็กหรืออลูมิเนียม มีโครงสร้างภายนอกแข็งแรงและสามารถวางเรียงซ้อนกันได้ไม่น้อยกว่า 10 ชั้น หากมีการเรียงซ้อนกันจะมีการยึดหรือเรียกว่า Slot เพื่อให้แต่ละตู้มีการยึดติดกัน ส่วนใหญ่มีประตู 2 บาน แต่ละตู้นั้นมีการระบุรายละเอียด เช่น หมายเลขตู้ (Container Number) น้ำหนักของสินค้าที่บรรจุได้สูงสุด ฯลฯ
เมื่อปิดประตูตู้คอนเทนเนอร์แล้วจะมีที่ล็อกประตู โดยใช้การคล้องซีล (Seal) ซึ่งแบบเดิมเป็นตะกั่ว แต่ปัจจุบันเป็นพลาสติกซึ่งมีหมายเลขกำกับเอาไว้ เพื่อใช้ในการบ่งชี้สถานภาพ ตลอดจนมีการพัฒนาไปไกลถึง Electronic Seal ที่ช่วยให้สามารถเข้าไปตรวจสอบทางอิเล็กทรอนิกส์ได้ (Electronic Tracking) สามารถหาตำแหน่งของการเคลื่อนย้ายตู้สินค้า และภายในตู้คอนเทนเนอร์มีพื้นที่สำหรับการบรรจุและการวางสินค้า
ขนส่งทางรถ กับทีมงานมากประสบการณ์ BullLogistics
www.bulllogistics.co.th
โทร:: 02-114-7064
Line::
01/05/2026
ประเทศจีนเป็นประเทศที่มีผลิตภัณฑ์ในระดับสูง สามารถเป็นแหล่งที่ดีของสินค้าทุกชนิดตามความจำเป็นที่มีอยู่ในตลาด ธุรกิจ และบริษัทนำเข้า-ส่งออกสินค้าสามารถค้นหาตัวเลือกมากมายในประเทศจีน อย่างไรก็ตามเพื่อให้ประสบความสำเร็จคุณต้องค้นหาผลิตภัณฑ์ที่ดีที่สุดที่จะนำมาซึ่งผลกำไรและช่วยให้คุณพัฒนาธุรกิจของคุณในระยะยาว
เมื่อคุณต้องการเป็นผู้นำเข้าและคุณเชื่อมั่นในผลิตภัณฑ์ของจีน เพื่อความสำเร็จของธุรกิจมีกฏบางประการที่คุณต้องเผชิญ แต่ไม่ใช่ทุกคนที่เข้าสู่อุตสาหกรรมนี้จะประสบความสำเร็จ
เป็นไปได้ว่าคุณจะเปลี่ยนประเภทของสินค้าที่คุณนำเข้าหลายครั้ง ตามสิ่งที่ตลาดต้องการมากที่สุด ต่อไปนี้คือผลิตภัณฑ์ยอดนิยมที่ดีที่สุดและทำกำไรมากที่สุดจากจีน :
◽ เสื้อผ้าและเครื่องประดับแฟชั่น ⋮⋮ อุตสาหกรรมแฟชั่นเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมที่เติบโตเร็วที่สุดในโลก ตั้งแต่อดีต จนถึงทุกวันนี้ ดังนั้นจึงไม่น่าแปลกใจที่แบรนด์แฟชั่นใหม่เพิ่มขึ้นทุกวัน แน่นอนที่สุดตลาดแฟชั่นเพราะเสื้อผ้าจะเป็นที่ต้องการเสมอเพราะมันมีกำไรอย่างมาก หากคุณวางแผนจะนำเข้าเสื้อผ้าและสินค้าแฟชั่นจากจีน คุณควรตรวจสอบคุณภาพราคาและวัสดุ สิ่งสำคัญที่สุดคือคุณต้องมี Brand Position ของคุณ
◽ ยานพาหนะอิเล็กทรอนิกส์ ⋮⋮ อีกหนึ่งสายผลิตภัณฑ์ที่เลื่องลือของจีน เป็นหนึ่งในผลิตภัณฑ์ที่นิยมนำเข้าจากประเทศจีนคือรถยนต์อิเล็กทรอนิกส์ สถิติยอดขายรถยนต์ทั่วโลกในปี 2560 เพียงอย่างเดียวนั้นอยู่ที่ประมาณ 79 ล้านคันซึ่งเป็นการตอกย้ำความต้องการรถยนต์ในสังคมของเราในปัจจุบัน
◽ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ⋮⋮ ความต้องการสินค้าและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์สูงขึ้นอย่างมากในปัจจุบันด้วยแรงผลักดันจากความก้าวหน้าของเทคโนโลยีและความต้องการของผู้บริโภค ประเทศจีนมีตัวเลือกมากมายสำหรับเจ้าของธุรกิจที่ต้องการนำเข้าอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์กับ บริษัท dropshipping ต่างๆ เช่น อาลีบาบาและ Chinabrands ที่เสนอผลิตภัณฑ์อิเล็กทรอนิกส์หลายร้อยรายการแก่ผู้บริโภค
◽ การตกแต่งบ้านและเฟอร์นิเจอร์ ⋮⋮ ตลาดอสังหาริมทรัพย์กำลังฟื้นตัวอย่างรวดเร็วและความต้องการเฟอร์นิเจอร์ก็ค่อยๆเพิ่มขึ้น นอกจากนี้รสนิยมของผู้คนในการตกแต่งบ้านและความนิยมของการตกแต่งภายในทำให้ผู้คนให้ความสำคัญกับการตกแต่งบ้านและเฟอร์นิเจอร์มากขึ้น นี่อาจเป็นปัจจัยที่สำคัญที่สุดที่ทำให้ผลิตภัณฑ์ประเภทนี้เป็นหนึ่งในสิ่งที่ดีที่สุดที่จะนำเข้าจากประเทศจีน
เคล็ดลับที่มีประโยชน์ที่สุดในการพิจารณาการเพิ่มผลกำไรของคุณเมื่อคุณนำเข้าสินค้าจากจีน :
◽ วิจัยตาดและธุรกิจของคุณ ⋮⋮ การวิจัยอาจเป็นส่วนที่สำคัญที่สุดของกระบวนการถ้าคุณต้องการที่จะได้รับผลลัพธ์ที่ดี พยายามเข้าใจตลาดเฉพาะของคุณ (Niche Market ) เพื่อปรับปรุงการตลาดของคุณ มันเป็นสิ่งสำคัญที่จะทราบว่าตลาดเฉพาะของคุณยังช่วยให้คุณสร้างราคาที่ดีที่สุดสําหรับผลิตภัณฑ์นอกจากนี้ในส่วนของการวิจัยที่คุณต้องการรวมถึงการค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับตลาดเชิงพาณิชย์ของจีนด้วย
◽ ค้นหาผลิตภัณฑ์ที่มีความต้องการสูง ⋮⋮ กุญแจสำคัญในกระบวนการนำเข้า-ส่งออกที่ดี คือการหาผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมเพื่อการค้า คุณอาจต้องการที่จะทำให้การตัดสินใจนี้หลังจากขั้นตอนของการวิจัย เพราะคุณต้องเก็บรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับตลาดที่คุณต้องการเข้าถึง ความต้องการเหล่านี้ส่วนใหญ่ขึ้นอยู่กับจำนวนประชากรที่อาศัยอยู่ในประเทศและยังขึ้นอยู่กับสัดส่วนของเมืองและชนบท เมื่อนำเข้าสินค้าขายส่งจากจีนคุณสามารถเริ่มต้นด้วยสินค้าที่มีความเสี่ยงต่ำเช่น เสื้อผ้า การตกแต่งบ้านและเฟอร์นิเจอร์ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ เป็นต้น
◽ ค้นหาซัพพลายเออร์ที่ดี ⋮⋮ เมื่อคุณมีข้อมูลและผลิตภัณฑ์ที่คุณต้องการ ผู้ส่งออกจีนของคุณจะเป็นหุ้นส่วนหลักของคุณ ดังนั้น ความสัมพันธ์นี้ต้องสร้างขึ้นบนพื้นฐานของความไว้วางใจ เป็นวิสัยของคู่ค้าระหว่างประเทศ ซัพพลายเออร์จำนวนมากกำลังมองหาผู้นำเข้าเพื่อทำงานร่วมกันและนี่อาจเป็นข้อได้เปรียบที่ดีสำหรับทั้งสองฝ่าย ด้วยความร่วมมือและความรู้มากมายการจัดตั้งทีมนำเข้า-ส่งออกที่เหมาะสมอาจจะเกิดขึ้นได้ในอนาคต
◽ ตัดสินใจเกี่ยวกับวิธีการจัดส่ง ⋮⋮ สินค้าบางอย่างต้องการวิธีการจัดส่งที่แน่นอนและการประกันภัยสินค้าบางประเภท ดังนั้นทุกอย่างขึ้นอยู่กับประเภทของผลิตภัณฑ์ที่คุณนำเข้า โชคดีที่คุณไม่ต้องตัดสินใจด้วยตัวคุณเอง ผู้ส่งออกของคุณจะเลือกวิธีที่ดีในการจัดส่งสินค้าของคุณ เพราะคุณและผู้ส่งออกของคุณมีเป้าหมายร่วมกันเพื่อให้แน่ใจว่าสินค้าของคุณปลอดภัยในการขนส่ง
◽ อยู่บนความถูกต้องด้านกฎหมาย ⋮⋮ ในกระบวนการนำเข้า-ส่งออกทั้งหมดแสดงถึงเอกสารจำนวนหนึ่งที่ผู้นำเข้าและผู้ส่งออกจัดหาให้ ใบรับรองเกี่ยวกับที่มาของสินค้า หรือใบรับรองถิ่นกำเนิดสินค้า Form E คุณและคู่ของคุณจำเป็นต้องได้รับแจ้งเกี่ยวกับประเด็นทางกฎหมายที่เกี่ยวข้องเพื่อให้คุณสามารถหลีกเลี่ยงการเรียกตรวจสอบย้อนหลัง รวมถึงค่าใช้จ่ายและความล่าช้าที่ไม่จำเป็น
ขนส่งทางรถ กับทีมงานมากประสบการณ์ BullLogistics
www.bulllogistics.co.th
โทร:: 02-114-7064
Line::
24/04/2026
ประสบการณ์ของลูกค้า (Customer Experience) เป็นคำศัพท์ที่ใช้กันอย่างแพร่หลายในธุรกิจ มันได้แสดงให้เห็นว่าทุกการเข้าถึงของลูกค้ากับบริษัทเป็นอย่างไร?
นี่คือตัวแปรสำคัญที่ทำให้ธุรกิจรวมถึงผู้ให้บริการชิปปิ้งจีนประสบความสำเร็จ หากลูกค้ามีความชื่นชอบและได้รับประสบการณ์ที่ดีจากแบรนด์ ลูกค้าที่ได้สัมผัสจะกลายเป็นลูกค้าที่มีความภักดีต่อแบรนด์และเกิดการบอกต่อแบรนด์ในเชิงบวก ทำให้แบรนด์ได้รับความนิยมในระยะยาว
❓ ประสบการณ์ของลูกค้าคืออะไร?
ประสบการณ์ของลูกค้า (Customer Experience) คือสิ่งที่ลูกค้าได้รับจากการเข้าถึงผลิตภัณฑ์หรือบริการของบริษัทหรือแบรนด์นั้นๆ ในแต่ละครั้งที่เข้าถึง โดยลูกค้าอาจได้รับประสบการณ์ที่ดีหรือเลวร้าย น่าประทับใจหรือเลิกใช้บริการตลอดไปเลยก็ได้ หากได้รับประสบการณ์ที่ไม่ดีหรือไม่สามารถตอบสนองความต้องการได้
❓ ทำไมต้องปรับปรุงประสบการณ์ของลูกค้า?
การแข่งขันทางธุรกิจที่มีประสิทธิภาพคือให้ความใส่ใจกับประสบการณ์ของลูกค้า ซึ่งเป็นข้อได้เปรียบด้านการแข่งขันเทียบเท่ากับการแข่งขันด้านคุณภาพและราคา หากสามารถปรับปรุงประสบการณ์และพัฒนาต่อยอดไปได้ จะทำให้มีความโดดเด่นเหนือกว่าคู่แข่งทางธุรกิจ ช่วยให้การสร้างการรับรู้ของแบรนด์มีความแข็งแกร่งมากขึ้น
ดังนั้น ประสบการณ์ของลูกค้า จึงเป็นองค์ประกอบรวมทั้งหมดที่ลูกค้าได้รับจากผลิตภัณฑ์หรือบริการ ซึ่งในทาง Customer Service การสร้างประสบการณ์ที่ดี ลูกค้าจะต้องสามารถเข้าถึงได้ง่าย การให้บริการรวดเร็ว สนับสนุนหรือแก้ไขปัญหาที่ตรงจุดถูกต้อง สร้างความประทับใจ และให้บริการอย่างสุภาพ
การปรับปรุงประสบการณ์ของลูกค้าจึงมีผลสำคัญที่ทำให้แบรนด์หรือธุรกิจประสบความสำเร็จสูงสุด โดยเฉพาะผู้ให้บริการชิปปิ้งจีน และนี่คือ 5 กลยุทธ์ที่ช่วยให้ลูกค้าประทับใจด้วยการบริหารประสบการณ์
1️⃣ รองรับลูกค้าผ่านสมาร์ทโฟน
การสื่อสารที่รวดเร็วในปัจจุบันคงหนีไม่พ้นสมาร์ทโฟน จากการวิจัยของ Pew Research Center พบว่า 91% ของวัยผู้ใหญ่มีสมาร์ทโฟนเป็นของตัวเอง สิ่งที่น่าสนใจคือผู้บริโภคกำลังทำอะไรกับอุปกรณ์เหล่านี้ จากรายงานยังพบว่า 63% ผู้บริโภคต่างมองหาช่องทางการเข้าถึงบนสมาร์ทโฟนหลายครั้งต่อเดือน กล่าวคือ ผู้บริโภคใช้สมาร์ทโฟนในการค้นหาข้อมูลและขอความช่วยเหลือจากบริษัท นี่เป็นเรื่องสำคัญที่ควรมีการออกแบบเว็บไซต์ให้สามารถรองรับกับอุปกรณ์เคลื่อนที่และลูกค้ายังสามารถเข้าถึงผ่านสมาร์ทโฟนของตัวเองได้ง่ายๆ อีกด้วย
2️⃣ การตอบสนองลูกค้า
การตอบสนองที่รวดเร็ว เป็นการบริหารประสบการณ์ที่ดีต่อลูกค้าโดยแข่งขันกับเวลา เช่น การใช้เวลาผลิตสินค้าน้อยลง สินค้าพร้อมส่ง พร้อมใช้งาน การใช้เวลาขนส่งน้อยลง หรือแม้แต่การให้คำตอบกับลูกค้าที่มีการสอบถามข้อมูลเข้ามา อย่างไรก็ตาม บริษัทสามารถนำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้ให้ดีขึ้น เช่น การตอบคำถามด้วย Live Chat เนื่องจากเป็นเครื่องมือที่สามารถให้คำตอบกับลูกค้าได้แทบจะทันที โดยเฉลี่ยจะมีการตอบแชทภายใน 2 วินาทีหรือไม่เกิน 2 นาที และเป็นเครื่องมือที่ได้รับความนิยมสำหรับธุรกิจออนไลน์
3️⃣ ให้ข้อมูลข่าวสาร
ธุรกิจสามารถให้ลูกค้าเข้าถึงข้อมูลข่าวสารต่างๆ ได้ง่ายดาย เช่น ข้อมูลประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับสินค้า, บริการที่สามารถใส่รูปภาพหรือวิดีโอประกอบ และ Link ที่เกี่ยวข้อง หรือมีระบบแหล่งข้อมูลเพื่อให้บริการด้วยตนเอง (Self-Service) ซึ่งลูกค้าสามารถติดตามข่าวสารและหาคำตอบได้ตามเวลาที่สะดวก
4️⃣ ใช้วิธีบอกต่อ
การสื่อสารการตลาดในรูปแบบการบอกต่อหรือปากต่อปาก เป็นรูปแบบที่มีความน่าเชื่อถือมากที่สุด ขณะเดียวกันหากลูกค้ารู้สึกประทับใจจะกลายเป็นผู้บอกต่อผ่านประสบการณ์ของตนเองในการใช้สินค้าหรือบริการไปยังคนใกล้ชิดรอบๆ ตัว แต่มันก็เหมือนเป็นดาบสองคมเช่นกัน หากลูกค้ารู้สึกไม่ประทับใจต่อสินค้าหรือบริการ อาจเกิดการบอกต่อในเชิงลบ ที่แพร่กระจายได้อย่างรวดเร็ว และเป็นผลกระทบต่อลูกค้าในวงกว้างจนยากที่จะควบคุม
5️⃣ รองรับลูกค้าแบบ Omni-Channel
ส่วนใหญ่แล้ว ประสบการณ์ลูกค้ามักมาจากหลายช่องทาง การเชื่อมโยงช่องทางการตลาดต่างๆ รวมให้เป็นอันเดียวกัน ช่วยให้สามารถบริหารประสบการณ์ลูกค้าได้อย่างราบรื่น ลูกค้าจะได้รับความสะดวกต่อการเข้าถึงสินค้าและบริการได้ทุกที่ทุกเวลา นอกจากนี้ ธุรกิจยังมีทางเลือกจำหน่ายสินค้าต่างๆ ได้มากขึ้น ช่วยให้เข้าถึงและปรับกลยุทธ์ให้ตรงตามความต้องการของลูกค้าได้อย่างดีเยี่ยม
กลยุทธ์ทั้งหมดเหล่านี้ สร้างการรับรู้แบรนด์ ความแข็งแกร่งและความน่าเชื่อถือให้กับแบรนด์อย่างแท้จริง อีกทั้งมันยังช่วยให้ธุรกิจของคุณดูโดดเด่นเหนือคู่แข่งได้อย่างสิ้นเชิง!
ขนส่งทางรถ กับทีมงานมากประสบการณ์ BullLogistics
www.bulllogistics.co.th
โทร:: 02-114-7064
Line::
คลิกที่นี่เพื่อเป็นสมาชิก?
ประเภท
เบอร์โทรศัพท์
เว็บไซต์
ที่อยู่
สถานีขนส่งสินค้าร่มเกล้า อาคาร 8 ถ. ไอซีดี คลองสามประเวศ ลาดกระบัง
Bangkok
10520
เวลาทำการ
| จันทร์ | 09:00 - 18:00 |
| อังคาร | 09:00 - 18:00 |
| พุธ | 09:00 - 18:00 |
| พฤหัสบดี | 09:00 - 18:00 |
| ศุกร์ | 09:00 - 18:00 |
| เสาร์ | 09:00 - 18:00 |
| อาทิตย์ | 09:00 - 18:00 |