Glyph

Glyph

แชร์

ข้อมูลการติดต่อ, แผนที่และเส้นทาง,แบบฟอร์มการติดต่อ,เวลาเปิดและปิด, การบริการ,การให้คะแนนความพอใจในการบริการ,รูปภาพทั้งหมด,วิดีโอทั้งหมดและข่าวสารจาก Glyph, บริการด้านธุรกิจ, 420/131-132 Kanchanaphisek Road Numberone-ram 2 Rd, Dok Mai, Prawet, Bangkok 10250, Bangkok.

Glyph is the leading Building Information Modelling (BIM) company of diverse experience in Autodesk Revit Program and also provides architectural, interior, and engineering design services across sectors, to the highest standards with our clients.

Photos from Glyph's post 28/07/2026

✨ ออกแบบทุกพื้นที่ให้สะท้อนตัวตนของคุณ ด้วยทีมงานมืออาชีพจาก Glyph Design

ทุกพื้นที่ที่ดี...เริ่มต้นจากการออกแบบที่เข้าใจ

Glyph Design คือบริษัทที่ให้บริการด้านสถาปัตยกรรมและการออกแบบภายในแบบครบวงจร เราเชื่อว่าการออกแบบที่ดี ไม่ได้มีเพียงความสวยงาม แต่ต้องตอบโจทย์การใช้งาน สะท้อนตัวตน และสร้างคุณค่าให้กับทุกโครงการ

เราให้บริการด้านการออกแบบครบวงจร
🏛️ Architectural Design – ออกแบบสถาปัตยกรรมภายนอก
🛋️ Interior Design – ออกแบบสถาปัตยกรรมภายใน
📐 พร้อมนำเทคโนโลยี Building Information Modeling (BIM) มาประยุกต์ใช้ เพื่อเพิ่มความแม่นยำและประสิทธิภาพในทุกขั้นตอนของโครงการ

ไม่ว่าจะเป็น
• บ้านพักอาศัย
• อาคารสำนักงาน
• โรงแรม
• ร้านค้า
• โครงการเชิงพาณิชย์ และโครงการขนาดใหญ่

ทีมงานของเราพร้อมออกแบบให้ตอบโจทย์ทั้งด้านความสวยงาม ฟังก์ชันการใช้งาน และคุณภาพของงานก่อสร้าง

🌐 เว็บไซต์: www.glyph.co.th
📞 ติดต่อ: 081-859-3936

Glyph Design – Creating Spaces with Design Excellence.

Photos from Glyph's post 03/07/2026

ปัญหาที่ BIM Manager / BIM User เจอจริงใน Revit… หลายคนอาจเคยเจอมากกว่าหนึ่งข้อ
การจัดการ Parameter อาจดูเป็นเรื่องเล็กในช่วงเริ่มต้นของโครงการ แต่เมื่อโมเดลมีขนาดใหญ่ขึ้น มีหลายอาคาร หลายทีม และมีข้อมูลที่ต้องส่งต่อให้ทุกฝ่าย ความผิดพลาดเล็ก ๆ เหล่านี้กลับกลายเป็นต้นเหตุของปัญหาใหญ่ในภายหลัง
🔹 เพิ่ม Parameter ทีละตัว ใช้เวลานาน
ทุกครั้งที่ต้องสร้าง Parameter ใหม่ ต้องกำหนดชื่อ ประเภทข้อมูล กลุ่ม และ Category ซ้ำแล้วซ้ำอีก เมื่อมีหลายสิบหรือหลายร้อย Parameter เวลาที่เสียไปจึงไม่น้อย และยังมีโอกาสเกิด Human Error ได้เสมอ
🔹 แปลง Project Parameter เป็น Shared Parameter ไม่ได้
หลายโครงการเริ่มต้นด้วย Project Parameter เพราะใช้งานได้รวดเร็ว แต่เมื่อถึงเวลาที่ต้องนำข้อมูลไปใช้กับ Schedule, Tag, IFC หรือเชื่อมต่อกับระบบอื่น กลับพบว่าไม่สามารถเปลี่ยนเป็น Shared Parameter ได้โดยตรง ทำให้ต้องสร้างใหม่และย้ายข้อมูล ซึ่งเสียทั้งเวลาและเพิ่มความเสี่ยงต่อข้อมูลสูญหาย
🔹 ไม่มีภาพรวมของ Parameter ทั้งหมดในโมเดล
เมื่อ Project เติบโตขึ้น การตรวจสอบว่าโมเดลมี Parameter อะไรอยู่บ้าง ใช้งานกับ Category ไหน เป็น Shared หรือ Project Parameter กลายเป็นเรื่องที่ทำได้ยาก หากไม่มีเครื่องมือช่วย ก็แทบไม่มีทางเห็นภาพรวมของข้อมูลทั้งหมดได้
🔹 แต่ละทีมใช้ Parameter คนละชุด ข้อมูลไม่ตรงกัน
เมื่อแต่ละคนสร้าง Parameter ตามความเข้าใจของตนเอง ชื่อเดียวกันอาจมี Data Type ต่างกัน หรือข้อมูลเดียวกันกลับใช้คนละชื่อ ส่งผลให้ Schedule ไม่ตรงกัน การแลกเปลี่ยนข้อมูลเกิดปัญหา และมาตรฐาน BIM ขององค์กรไม่สามารถควบคุมได้
🔹 สร้าง Parameter ชื่อซ้ำโดยไม่รู้ตัว
เป็นปัญหาที่พบได้บ่อย โดยเฉพาะในโครงการที่มีหลายคนทำงานร่วมกัน เช่น "Finish Code", "Finish_Code" หรือ "FinishCode" แม้จะดูคล้ายกัน แต่ Revit มองว่าเป็นคนละ Parameter ทำให้ข้อมูลกระจัดกระจาย และสร้างความสับสนเมื่อต้องดึงข้อมูลไปใช้งาน
ท้ายที่สุด ปัญหาของ Parameter ไม่ได้กระทบแค่การสร้างโมเดล แต่ส่งผลโดยตรงต่อคุณภาพของข้อมูล (Data Quality) ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของ BIM
ยิ่งเริ่มวางมาตรฐานและบริหารจัดการ Parameter ได้ตั้งแต่ต้นโครงการ ก็ยิ่งช่วยลดเวลาการทำงาน ลดความผิดพลาด และทำให้ข้อมูลมีความน่าเชื่อถือ พร้อมนำไปใช้งานได้ตลอดทั้งวงจรของโครงการ

BIM management parameter manager consultancy

ยินดีให้คำแนะนำและคำปรึกษา สามารถinbox มาสอบถามหรือติดต่อสอบถามได้ที่👇
☎️ 0818593936
ทาง Glyph ยินดีให้คำแนะนำโดยไม่มีค่าใช้จ่าย
สนใจเข้าชมผลงานได้ที่👇
www.glyph.co.th

Photos from Glyph's post 30/06/2026

โครงการมีหลายอาคาร แต่ละอาคารควรอยู่ตำแหน่งไหน? แล้วจะทำอย่างไรให้ทุกโมเดลอ้างอิงพิกัดเดียวกัน?

หากคุณกำลังทำงานในโครงการที่มีหลายอาคาร หรือจำเป็นต้องวางโมเดลให้ตรงกับค่าพิกัด Survey จากหน้างาน การจัดการ Project Coordinates และ Shared Coordinates ถือเป็นเรื่องสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม

หลายโครงการมักพบปัญหา เช่น
📍 โมเดลแต่ละอาคารวางไม่ตรงตำแหน่ง
📍 ทีมสถาปัตย์ โครงสร้าง และงานระบบใช้พิกัดคนละชุด
📍 เมื่อนำโมเดลมารวมกัน (Federated Model) อาคารเหลื่อม ไม่ตรงกับตำแหน่งจริง
📍 ต้องเสียเวลาปรับตำแหน่งซ้ำหลายรอบก่อนนำไปใช้งานจริง

การกำหนดตำแหน่งอาคารตั้งแต่เริ่มต้น โดยอ้างอิงค่าพิกัด Survey และกำหนด Coordinate System ที่เป็นมาตรฐานร่วมกัน จะช่วยให้ทุก Discipline ทำงานบนตำแหน่งเดียวกัน ลดความผิดพลาดในการประสานงาน และทำให้การรวมโมเดลเป็นไปอย่างราบรื่น

ไม่ว่าจะเป็นการวางอาคารหลายหลังภายในโครงการเดียว การกำหนดตำแหน่งอาคารตาม Site จริง หรือการส่งต่อพิกัดให้ทีมโครงสร้างและงานระบบ การวางระบบ Coordinates ที่ถูกต้องตั้งแต่ต้น คือพื้นฐานสำคัญของการทำงาน BIM ที่มีประสิทธิภาพ

เพราะ BIM ที่ดี ไม่ได้มีแค่โมเดลที่สวย แต่ต้องเป็นโมเดลที่ "อยู่ถูกตำแหน่ง" และทุกทีมสามารถใช้งานร่วมกันได้อย่างมั่นใจ



ยินดีให้คำปรึกษาหรือเข้ามาพูดคุยใน Inbox 📥 ติดต่อ glyph ได้ที่เบอร์โทรด้านล่างนี้👇
☎️ 0818593936
สามารถเข้าชมผลงานตามwebsite ด้านล่างนี้ 👇
www.glyph.co.th

Photos from Glyph's post 25/06/2026

BIM ที่สร้างคุณค่าจริงสำหรับเจ้าของโครงการ
ไม่ใช่เรื่องของ “โมเดล 3D”
แต่คือเรื่องของ ต้นทุน ความเร็วในการตัดสินใจ และความเสี่ยงของโครงการ

คำถามที่ผู้บริหารจำนวนมากถามคือ
“ถ้าแบบ 2D ก็ใช้ก่อสร้างได้อยู่แล้ว แล้ว BIM เพิ่มอะไรให้ธุรกิจ?”

คำตอบคือ BIM ไม่ได้เปลี่ยนแค่วิธีเขียนแบบ
แต่เปลี่ยนวิธีบริหารข้อมูลของโครงการ

เพราะในความเป็นจริง ต้นทุนของโครงการไม่ได้มีเฉพาะค่าออกแบบหรือค่าก่อสร้างตามสัญญา
ยังมี “ต้นทุนแฝง” ที่เกิดขึ้นตลอดโครงการ เช่น

✅งานแก้ไขซ้ำจากข้อมูลไม่ตรงกัน
✅ความล่าช้าจากการตัดสินใจที่ต้องรอข้อมูล
✅การประสานงานระหว่างหลายระบบที่ไม่แม่นยำ
✅การเปลี่ยนแปลงหน้างานที่ส่งผลต่อเวลาและงบประมาณ

Construction Industry Institute (CII) ระบุว่า
ค่า Rework ในโครงการก่อสร้างเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 5% ของมูลค่าโครงการ และในบางกรณีอาจสูงถึง 20%

สำหรับโครงการมูลค่า 100 ล้านบาท
นั่นอาจหมายถึงต้นทุน 5–20 ล้านบาท ที่สูญเสียไปโดยไม่สร้างมูลค่าเพิ่มใด ๆ ให้กับโครงการ

นี่คือจุดที่ BIM มีบทบาทในเชิงธุรกิจอย่างชัดเจน

หากใช้ BIM ตั้งแต่ต้นโครงการอย่างถูกวิธี
BIM จะช่วยให้ทีมงานสามารถ

✅ตรวจพบปัญหาระหว่าง Architecture, Structure และ MEP ก่อนก่อสร้างจริง
✅ลดความเสี่ยงจากการชนกันของระบบและการแก้ไขหน้างาน
✅ทำ Quantity Takeoff และวางแผนงบประมาณได้แม่นยำขึ้น
✅ให้ผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ายทำงานบนข้อมูลชุดเดียวกัน
✅ทำให้การตัดสินใจของผู้บริหารเกิดขึ้นบนข้อมูลที่ครบและเร็วกว่าเดิม

ในมุมของเจ้าของโครงการ BIM จึงไม่ควรถูกมองเป็น “ค่าใช้จ่ายเพิ่ม”
แต่ควรถูกมองเป็น เครื่องมือบริหารความเสี่ยงและควบคุมต้นทุนของโครงการ

อย่างไรก็ตาม BIM จะไม่สร้างผลลัพธ์ หากถูกใช้เพียงเพื่อผลิตโมเดล 3D โดยไม่มีระบบการประสานงาน ไม่มีข้อมูลที่นำไปใช้ต่อได้จริง และไม่มีการเชื่อมข้อมูลไปถึงทีมหน้างานหรือทีมตัดสินใจ

BIM ที่มีคุณค่าจริง
คือ BIM ที่ทำให้ข้อมูลจากแบบและโมเดล
ถูกแปลงเป็น การตัดสินใจที่เร็วขึ้น ความผิดพลาดที่น้อยลง และต้นทุนรวมของโครงการที่ควบคุมได้ดีขึ้น

ดังนั้นคำถามสำคัญสำหรับเจ้าของโครงการอาจไม่ใช่
“จะใช้ BIM ดีหรือไม่?”
แต่คือ
“ต้นทุนของการไม่มี BIM ในวันนี้ สูงกว่าต้นทุนของการเริ่มใช้ BIM แล้วหรือยัง?”

หากองค์กรกำลังมอง BIM ในฐานะเครื่องมือสร้างความชัดเจน ลด Rework และเพิ่มประสิทธิภาพการตัดสินใจของโครงการ
ประเด็นนี้คือสิ่งที่ควรถูกวางไว้ตั้งแต่วันแรกของการพัฒนาโครงการ ไม่ใช่วันที่ปัญหาเกิดขึ้นแล้วในหน้างาน



โทรมาปรึกษาและพูดคุยกันได้ที่
☎️ 0818593936
สามารถเข้าชมผลงานที่ลิ้งก์website ด้านล่างนี้👇
www.glyph.co.th

Photos from Glyph's post 10/06/2026

Contemporary Residential Design

บ้านที่ดีไม่ใช่เพียงพื้นที่อยู่อาศัย แต่คือพื้นที่ที่สะท้อนตัวตนและคุณภาพชีวิตของผู้อยู่อาศัย
ผลงานออกแบบตกแต่งภายในบ้านพักอาศัยสไตล์ Contemporary ที่ผสานความเรียบหรูเหนือกาลเวลาเข้ากับฟังก์ชันการใช้งานอย่างลงตัว ผ่านการเลือกใช้วัสดุ โทนสี และองค์ประกอบทางสถาปัตยกรรมที่สร้างบรรยากาศอบอุ่น โปร่งสบาย และตอบโจทย์การใช้ชีวิตในทุกวัน

เราให้ความสำคัญกับทุกรายละเอียด ตั้งแต่การวางผังพื้นที่ (Space Planning) การออกแบบแสงสว่าง การคัดเลือกวัสดุและเฟอร์นิเจอร์ ไปจนถึงการออกแบบงานบิวท์อิน เพื่อให้ทุกพื้นที่สวยงาม ใช้งานได้จริง และสะท้อนเอกลักษณ์ของเจ้าของบ้านอย่างแท้จริง

หากคุณกำลังมองหาทีมออกแบบที่สามารถเปลี่ยนไอเดียให้กลายเป็นพื้นที่ในฝัน พร้อมดูแลตั้งแต่แนวคิดจนถึงการก่อสร้างจริง เรายินดีให้คำปรึกษา

☎️ 081-859-3936 หรือ inbox 📥 สอบถาม

📱line : Glyph info

🖥️ สามารถเข้าชมผลงานเพิ่มเติมได้ที่ www.glyph.co.th

Interior Design | Space Planning | Custom Built-in Design | Residential Design

Photos from Glyph's post 28/05/2026

เคยเจอปัญหานี้ไหมครับ? 🤔
ทำงานในโปรเจกต์เดียวกันบน Autodesk Revit แต่ “แต่ละคนตั้งค่าคนละแบบ”
บางคนตั้งชื่อ View ไม่เหมือนกัน บางคนใช้มาตรฐาน Dimension คนละรูปแบบ
พอถึงเวลาที่ BIM Manager หรือหัวหน้าทีมต้องตรวจงาน… กลายเป็นเสียเวลาตามแก้กันทั้งทีม 😅

นี่คือเหตุผลว่าทำไม “Project Template” จึงเป็นหัวใจสำคัญของการทำงาน BIM ภายในองค์กร

เพราะ Template ที่ดี ไม่ได้ช่วยแค่เรื่องความสวยงามของไฟล์
แต่ช่วยให้ทีมทำงานได้อย่างเป็นระบบ ลดความผิดพลาด และเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานร่วมกัน

✅ มาตรฐานการตั้งชื่อ View / Sheet
✅ มาตรฐาน Annotation & Dimension
✅ Browser Organization
✅ View Template
✅ Family & Material Standards
✅ BIM Workflow ที่ทุกคนทำงานไปในทิศทางเดียวกัน

การวางระบบตั้งแต่เริ่มต้น คือพื้นฐานสำคัญของการทำงาน BIM อย่างมืออาชีพ
และเป็นก้าวแรกในการเปลี่ยนจาก “การทำงานเฉพาะบุคคล”
สู่ “ระบบมาตรฐานขององค์กร”

วันนี้เราจะพาไปดูแนวทางการเปลี่ยนจาก Default Template ของโปรแกรม
ให้กลายเป็น “Company BIM Template” ที่ตอบโจทย์การทำงานจริงขององค์กร 🚀

สนใจทักมาคุยปรึกษาเรามีทีมงานพร้อมให้คำแนะนำ สำหรับ BIM consultancy, Training สามารถ inbox หรือ โทรศัพท์☎️ ตามเบอร์ด้านล่างนี้

📱081-859-3936, 06-1145-6211

www.glyph.co.th

consultancy production management

Photos from Glyph's post 26/05/2026

BIM Team กับการลงทุนระยะยาวขององค์กร

การนำ BIM (Building Information Modeling) มาใช้ในองค์กร ไม่ใช่เพียงการเรียนรู้ซอฟต์แวร์ใหม่ แต่คือการพัฒนาระบบการทำงานที่เชื่อมโยงทั้งบุคลากร มาตรฐาน และกระบวนการทำงานเข้าด้วยกันอย่างเป็นระบบ เปรียบเสมือนการปลูกต้นไม้ที่ต้องอาศัยเวลา การดูแล และการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างรากฐานที่มั่นคงและเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว

การเริ่มต้นใช้งาน BIM อย่างมีประสิทธิภาพ จำเป็นต้องพัฒนาทั้งด้านทักษะของทีมงานและการวางมาตรฐานองค์กรควบคู่กัน ไม่ว่าจะเป็นการเรียนรู้การทำงานผ่าน Revit, Navisworks และ BIM Workflow การจัดทำ BIM Standards, BEP, Template และระบบข้อมูลกลาง (CDE) รวมถึงการสร้างแนวทางการทำงานร่วมกันระหว่างทีม เพื่อให้ทุกฝ่ายสามารถประสานงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ลดข้อผิดพลาด และเพิ่มคุณภาพของโครงการ

BIM จึงไม่ใช่เพียงเครื่องมือทางเทคโนโลยี แต่เป็นการลงทุนเชิงกลยุทธ์ขององค์กร ที่ช่วยยกระดับกระบวนการออกแบบ การประสานงาน และการบริหารจัดการโครงการในทุกมิติ องค์กรที่มีการพัฒนา BIM อย่างต่อเนื่อง จะสามารถเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน ลดต้นทุนในระยะยาว และสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันในอุตสาหกรรม AEC ได้อย่างยั่งยืน

ด้วยแนวคิดนี้ การพัฒนา BIM Team จึงถือเป็นหัวใจสำคัญของ Digital Transformation ในองค์กร เพื่อสร้างระบบการทำงานที่มีมาตรฐาน รองรับการเติบโตของธุรกิจ และเตรียมความพร้อมสำหรับอนาคตของอุตสาหกรรมก่อสร้างและการออกแบบอย่างแท้จริง

🖥️ สนใจสอบถาม BIM consultant, Training ทักมาคุยปรึกษา inbox 📥 มาคุยกันได้ Glyph ยินดีให้คำปรึกษาและคำแนะนำ หรือ ติดต่อมาทาง Glyph ตามเบอร์ด้านล่างนี้

☎️ 081-859-3936, 06-1145-6211

BIM management consultancy implementation workflow

Photos from Glyph's post 25/05/2026

📏 เขียนแบบบน Revit แล้ว Dimension มีเศษ ตัวเลขไม่สวย ทำอย่างไรดี?

หลายคนที่ใช้งาน Autodesk Revit มักพบปัญหาเวลาใส่ Dimension แล้วตัวเลขระยะแสดงค่าเป็นเศษ เช่น 3000.03 หรือ 4499.98 ทำให้แบบดูไม่เรียบร้อย และอ่านค่าได้ยาก

✅ แนวทางการแก้ไข
สามารถปรับการแสดงผลของ Dimension ได้ง่าย ๆ ด้วยการตั้งค่า Distance Format เพื่อไม่ให้แสดงเศษหลักหน่วย

🔧 วิธีการตั้งค่า
• เปิด Project Units จากเมนู Manage
• เลือกหัวข้อ Distance เพื่อตั้งค่าหน่วยระยะ
• เปลี่ยนค่า Rounding เป็น “To the nearest 10”

✨ ผลลัพธ์
Dimension จะไม่แสดงเศษหลักหน่วยอีกต่อไป ทำให้แบบดูสะอาด อ่านง่าย และดู Professional มากขึ้น

📌 หมายเหตุสำคัญ
การปรับ Distance Format เป็นการเปลี่ยน “เฉพาะการแสดงผล” ของ Dimension เท่านั้น
วัตถุที่เราสร้างยังคงมีขนาดและระยะจริงเท่าเดิม ไม่ได้เปลี่ยนค่าของ Model

✅ สนใจสอบถามและต้องการให้เสนอราคา BIM consultant, BIM production ติดต่อได้ที่ Glyph

☎️ 081-859-3936, 06-1145-6211

💡ทีมงานเรามีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญมากว่า 10ปี ยินดีให้คำแนะนำและเสนอแนะแนวทางต่างๆให้เหมาะสมกับโครงการของลูกค้า

22/05/2026

Revit MEP
⚙ เปิดรับสมัคร | คอร์ส Autodesk Revit MEP
📅 อบรม 3 วัน
ออกแบบงานระบบครบ Mechanical / Plumbing / Electrical ด้วย BIM พร้อมส่งแบบก่อสร้างจริง
✨ เหมาะกับใคร
✔ วิศวกรงานระบบ
✔ MEP Designer
✔ BIM Modeler สาย MEP
✔ นักศึกษาวิศวกรรม
✔ ผู้เริ่มต้น Revit MEP
📌 สิ่งที่จะได้เรียน
🔹 พื้นฐาน Revit MEP

ตั้งค่า MEP Settings (Mechanical & Electrical)
Project Collaboration (Linked Files, Copy/Monitor)
Logical MEP Systems และ MEP Family

🔹 Mechanical (HVAC)

ตั้งค่า HVAC Views และ Air Systems
Mechanical Equipment Components
Duct Types และ Routing (Auto / Manual)

🔹 Plumbing (สุขาภิบาล)

Plumbing Views และ Piping Systems
Pipe Types และ Fittings
Sloping Pipe และ System Filters

🔹 Electrical (ไฟฟ้า)

Electrical Views, Lighting System, Power System
โคมไฟ สวิตช์ ปลั๊ก และ Electrical Equipment
Circuits, Conduit และ Cable Tray

🔹 เตรียม View และเอกสาร

Section, Callout, Legend
Dimension, Tag, Color Fill
Schedule, Sheet และ Revision

ค่าเรียนต่อท่าน ท่านละ 8,500

👨‍🏫 สอนโดยทีมงานที่ใช้ BIM ในงานระบบจริง
📅 วันอบรม : [ระบุวันที่ได้เอง]
📍 สถานที่ : [Online / Onsite ที่ office Glyph]
⏰ เวลา : [9:00-16:00น.]
📩 สอบถาม / จองที่นั่ง — Inbox มาได้เลย
📞 [02-103 1467, 061 145 6211]
🌐 www.glyph.co.th
#งานระบบ

ต้องการให้ธุรกิจของคุณ ธุรกิจ ขึ้นเป็นอันดับหนึ่ง วาณิชย์ ใน Bangkok?
คลิกที่นี่เพื่อเป็นสมาชิก?

ประเภท

เว็บไซต์

ที่อยู่


420/131-132 Kanchanaphisek Road Numberone-ram 2 Rd, Dok Mai, Prawet, Bangkok 10250
Bangkok
66

เวลาทำการ

จันทร์ 09:00 - 18:00
อังคาร 09:00 - 18:00
พุธ 09:00 - 18:00
พฤหัสบดี 09:00 - 18:00
ศุกร์ 09:00 - 18:00