Mirror Thailand
Reflect • Embrace • Empower
09/10/2026
กับการเดินทางสู่ Paris Fashion Week
ในวันที่รูปทรงและดีไซน์อาจถูกจดจำจากภาพที่มองเห็น สิ่งที่ทำให้ผลงานหนึ่งชิ้นมีเอกลักษณ์ คือรายละเอียดที่อยู่เบื้องหลัง ทั้งวัสดุที่ผ่านการคัดสรร ความละเมียดละไม และความตั้งใจของผู้สร้างสรรค์
ตลอด 5 ปีที่ผ่านมา ‘Sliptosleep’ เติบโตจากรากฐานของ “ความใส่ใจ” โดยไม่ได้มุ่งตามกระแส แต่ค่อยๆ พัฒนางานออกแบบจากความเข้าใจในผู้สวมใส่
จากจุดเริ่มต้นของ “ชุดนอนโนบรา” ที่เปลี่ยนมุมมองของผู้หญิงยุคใหม่ต่อการแต่งตัวอยู่บ้าน สู่ชิ้นงานที่ได้รับความสนใจในระดับสากล โดยยังคงให้ความสำคัญกับโครงสร้างผ้า การเลือกใช้ผ้าใยธรรมชาติ ความสบายในการสวมใส่ และการดูแลลูกค้าอย่างใกล้ชิดราวกับเพื่อนคนหนึ่ง
สำหรับการเดินทางสู่ Paris Fashion Week ในครั้งนี้ Sliptosleep ไม่ได้พาเพียงเสื้อผ้าไปสู่ปารีส แต่ยังพาเรื่องราวของ งานหัตถศิลป์และช่างไทย จากจังหวัดสตูลไปด้วย
ทีมงานลงพื้นที่เพื่อทำงานร่วมกับ ช่างฝีมือท้องถิ่น นำภูมิปัญญา บาติกภาคใต้ หรือบาติกสตูล มาผสานกับเทคนิคการปักมืออย่างประณีต จนเกิดเป็นชุดฟินาเล่ลายพิเศษ “LES FLEURS D’ARUN” (เล เฟลอร์ ดารุณ) จำนวน 2 ชิ้นงาน Exclusive ที่ผสานความนุ่มนวล มรดกวัฒนธรรมไทย และความร่วมสมัยเข้าด้วยกัน
ภายใต้คอนเซปต์ “SABAI” ชุดนอนลายคลาสสิกอีก 6 ชุดถูกนำมา Mix & Match ถ่ายทอดความสบายในแบบ Sliptosleep พร้อมพา “เจนเย่–เมธิกา จีรนรภัทร” พรีเซนเตอร์คนแรกของแบรนด์ ร่วมเดินทางไปปารีสในครั้งนี้
จากสตูลสู่ปารีส เรื่องราวของ Sliptosleep สะท้อนความเป็นไทยที่ไม่จำเป็นต้องส่งเสียงดัง หากแต่สื่อสารผ่านรอยยิ้ม ความอ่อนน้อม และความประณีตของผู้คนที่อยู่เบื้องหลัง
เพราะเอกลักษณ์ไม่ได้เกิดจากการวิ่งตามกระแส หากเกิดจาก ความใส่ใจ ในรายละเอียด และการสร้างสรรค์สิ่งที่มี คุณค่าที่เหนือกาลเวลา
อีกหนึ่งบทของแบรนด์ไทยที่พร้อมเติบโตบนเวทีสากล โดยยังคงรักษารากและคุณค่าของตัวเองไว้ 🤍
09/10/2026
เดินทางมารอบโลกเพื่อผจญภัย จนลืมไปว่า ความสนุกที่แท้จริงคือ ‘ระหว่างการเดินทาง’
กว่าที่ ใบเฟิร์น อัญชสา หรือ ใบเฟิร์น Bivoyage จะกลับเข้ามาสู่เป้าหมายเดิมของการเดินทาง
ระหว่างนั้นเธอก็เคยหลงทางมาก่อน ไม่ว่าจะเป็นการเดินทางในแบบของการท่องเที่ยวในโลก
หรือการเดินทางในชีวิตของตัวเธอเองก็ตาม
ภาพของผู้หญิงที่มีรอยยิ้มสดใสอยู่เสมอ
เคยเจอ beauty standard จนไม่กล้าแม้แต่จะมองกระจก
จนเธอได้มาเจอสิ่งที่ทำให้เข้าใจ และ ค้นพบคำตอบของตัวเอง
มุมมองที่เปลี่ยนไป ทำให้เธอสามารถกลับมารักษาใจให้แข็งแรงขึ้นได้
เธอได้ค้นพบคนที่รัก และ สอนให้เธอรู้ว่า ‘เธอไม่จำเป็นต้องเพอร์เฟกต์ก็สามารถถูกรักได้’
คนที่ทำให้เธอสามารถเป็นแค่คนธรรมดา และ สอนให้เธอเคารพตัวเอง
มารับฟังอีกหนึ่งมุมมองสุดลึกซึ้งเกี่ยวกับการผ่านพ้นช่วงเวลาที่หัวใจสลาย
และความเข้าใจในชีวิตที่เธอได้เรียนรู้กันต่อได้ในคลิปนี้เลย!
พบกับเรื่องราวของ ใบเฟิร์น อัญชสา หรือ ใบเฟิร์น Bivoyage ได้ในรายการ Sisterhood Podcast พื้นที่ปลอดภัยสำหรับการแลกเปลี่ยนบทสนทนาโดยไม่มีการตัดสินกัน ดำเนินรายการโดย แนท - ธนวลัย วัชรพล ทาง YouTube : Mirror Thailand
#ใบเฟิร์นอัญชสา
09/10/2026
บาร์บี้เป็นตุ๊กตาที่อยู่มาทุกยุคและผ่านการตีความมาอย่างมากมาย เป็นมาแล้วเกือบทุกอาชีพ มีหลากหลายสีผิว เชื้อชาติ เรื่องราว บทบาทและสไตล์การแต่งตัว แต่ Mattel บริษัทแม่ของบาร์บี้ก็ยังไม่หยุดเซอร์ไพรส์เราด้วยการคอลแลบกับศิลปินและนักออกแบบ แล้วสร้างสรรค์ผลงานใหม่อย่างต่อเนื่อง
คราวนี้ก็เช่นกัน บาร์บี้ที่เพิ่งออกวางจำหน่ายเมื่อวันที่ 4 กันยายนที่ผ่านมาเป็นฝีมือการออกแบบของ Yoon Ahn จากแบรนด์ Ambush แบรนด์เสื้อผ้าและเครื่องประดับจากโตเกียวที่ผสมผสานความ luxuary เข้ากับวัฒนธรรม street และผลงานที่ได้คือบาร์บี้ที่เหมือนหลุดออกมาจากโลกอนาคต
บาร์บี้เวอร์ชั่นนี้หน้าตาจิ้มลิ้มไปทางสาวเอเชี่ยน ตัดผมบลอนด์ยาวทรงฮิเมะคัต เป็น humanoid ใส่ชุดโรบ็อต มีเกราะ ใส่หูฟังสีชมพูและมีหุ่นยนต์แมวป็นสัตว์เลี้ยง จุดเด่นอยู่ที่ตัวตุ๊กตาที่ปั้นขึ้นใหม่และมีจุดข้อต่อที่ปรับขยับได้ถึง 13 จุด ส่วนตุ๊กตาแมวที่มาคู่กันก็มีจุดข้อต่อที่ปรับขยับได้ถึง 6 จุด ทั้งคู่เลยให้ความรู้สึกเหมือนเป็นแอ็กชันฟิกเกอร์มากกว่าตุ๊กตาบาร์บี้ที่เราคุ้นเคยกัน
Yoon Ahn ได้แรงบันดาลใจในการออกแบบมาจากชุดของตัวละครในอนิเมะและภาพยนตร์แนวไซไฟ รวมถึงผลงานของ Mariko Mori หนึ่งในศิลปินร่วมสมัยคนโปรดของเธอ ยูนอธิบายว่า "ผลงานของโมริมักจะสำรวจประเด็นต่างๆ เช่น เทคโนโลยี จิตวิญญาณ และการก้าวข้ามขีดจำกัดของความเป็นมนุษย์ ตัวฉันเองก็เคยขบคิดถึงความหมายของการเป็นทั้งมนุษย์และสิ่งที่มีลักษณะคล้ายมนุษย์ (humanoid) เพราะตอนนี้ทุกสิ่งทุกอย่างกำลังมุ่งไปในทิศทางนั้น และฉันคิดว่านี่น่าจะเป็นตุ๊กตาบาร์บี้ในรูปแบบ humanoid ตัวแรกของ Mattel"
ผลงานชิ้นนี้ยังเป็นเหมือนจดหมายรักที่สะท้อนถึงพลังของผู้หญิงและนวัตกรรมที่ก้าวล้ำ ยูนให้สัมภาษณ์ว่า “ฉันอยากจินตนาการถึงอนาคตที่เปี่ยมด้วยความหวัง ที่ที่เทคโนโลยีและมนุษยชาติจะเติบโตควบคู่กันไปในทิศทางที่ช่วยเสริมสร้างพลังและเปิดโอกาสให้ได้แสดงตัวตนอย่างเต็มที่” และ “ตุ๊กตาบาร์บี้ในฝันของฉันคือตัวแทนของความเป็นไปได้เหล่านั้น เพราะอนาคตย่อมเป็นของเด็กผู้หญิงที่กล้าจะจินตนาการถึงมันขึ้นมาก่อนใคร”
เป็นอีกครั้งที่บาร์บี้แสดงให้เห็นว่าผู้หญิงสามารถเป็นอะไรได้บ้าง และคราวนี้เธอก้าวข้ามความเป็นมนุษย์ไปแล้ว เราอดคิดไม่ได้ว่าถ้าตัวเองเป็นเด็กเล็กๆ ที่เติบโตมากับบาร์บี้แบบนี้ มุมมองที่เรามีต่อโลกก็อาจต่างออกไปเลย และถ้าคุณสนใจจะครอบครองน้องบาร์บี้ตัวนี้ ราคาอยู่ที่ 110 ดอลลาร์สหรัฐ แต่ละตัวมาพร้อมแท่นตั้งโชว์ที่ออกแบบมาโดยเฉพาะและใบ certificate รับรองอีกด้วย
เนื้อหาโดย ปอ เปรมสำราญ
อ้างอิง
https://uk.creations.mattel.com/products/barbie-signature-barbie-x-yoon-ahn-doll-jgp25
https://hypebae.com/2026/8/yoon-ahn-ambush-barbie-mattel-creations-doll-robot-info-where-to-buy
https://www.vogue.co.jp/article/yoon-ahn-ambush-barbie-collaboration-interview
09/10/2026
เป็นการฉลอง Episode ที่ 50 พร้อมกับกล่าว Goodbye ไปในคราวเดียวกัน พิธีกรและทีมงานใจหายกันอยู่พักใหญ่ แต่พอได้ย้อนกลับมาไล่เรียงดูหัวข้อที่เราหยิบขึ้นมาพูดคุย ไถอ่านคอมเมนต์ของคุณผู้ชมที่แบ่งปันเรื่องราวส่วนตัวกับพวกเราอย่างเปิดใจ เสมือนว่าเราคือเพื่อนที่เป็นพื้นที่ปลอดภัยของพวกคุณ เท่านี้เราก็ภูมิใจแล้วว่า พวกเราทำสำเร็จในการเป็นอีกหนึ่งช่องทางที่ช่วยเปิดประตูแห่งความเข้าใจกันและกันให้มากขึ้น
คลิปนี้จึงอยากย้อนกลับไปนึกถึงวันแรกของจุดเริ่มต้น และความตั้งใจในการทำรายการนี้ขึ้นมา โดยขอเบิกตัวโปรดิวเซอร์ประจำรายการมาร่วมพูดคุยเป็นกรณีพิเศษ ชวนกลับไปมองการเปลี่ยนแปลงตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ว่ามีอีพีไหนบ้างที่คุณประทับใจ หรือประโยคไหนในรายการได้สร้างบทสนทนาต่อเนื่องให้คุณกลับไปพูดคุยกับคนรัก เพื่อน หรือครอบครัว เราอยากฟังฟีดแบ็กจากทุกคน
สุดท้ายนี้ ไม่ว่าคุณจะดูคลิปนี้เป็นคลิปแรกหรือติดตามกันมาตลอด ไม่มีคำไหนจะเหมาะสมไปกว่าคำว่า ‘ขอบคุณ’ ที่สละเวลาอันมีค่านั้นมาเปิดใจ ถกเถียง หรือติชม ถึงแม้จะบอกว่าเป็นอีพีสุดท้าย แต่ถ้ามีแฟนๆ เรียกร้อง หรือมีผู้ใหญ่ใจดีอยากร่วมคอลแลบซีรีส์พิเศษ เราก็พร้อมจะกลับมาเสมอ จนกว่าจะพบกันใหม่ รักนะชาวเจนเด้อ
พบกับ รุ้ง วรางทิพย์ สัจจทิพวรรณ และ ฟาโรห์ The Common Thread ในรายการ Gender Friendly พอดแคสต์ที่ชวนเพื่อนต่างเพศมาพูดคุยในประเด็นที่สังคมเห็นต่างภายใต้บรรยากาศเปิดกว้าง เป็นมิตร และปลอดภัย
รับชมเนื้อหาเต็มได้ทาง YouTube : Mirror Thailand
#จิตวิทยาความรัก #ความสัมพันธ์
08/10/2026
เชื่อว่าผู้หญิงหลายคนก็เคยมีประสบการณ์นี้และคงเข้าใจดีว่าบราที่ไม่พอดีตัวทำให้รู้สึกไม่สบายตัวและไม่มั่นใจได้มากขนาดไหน โดยเฉพาะเมื่อต้องออกกำลังกายหรือเล่นกีฬา ซึ่งนี่เป็นหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้เด็กผู้หญิงหลายคนที่ร่างกายเริ่มเติบโตขึ้นอาจถึงกับเลิกเล่นกีฬาไปเลย
James Kay จากวิทยาลัยศึกษาศาสตร์ จิตวิทยา และสังคมสงเคราะห์ (College of Education, Psychology and Social Work) มหาวิทยาลัย Flinders ที่ออสเตรเลียชี้ให้เห็นว่ามีงานวิจัยเกี่ยวกับการมีส่วนร่วมในกิจกรรมกีฬาของเด็กผู้หญิงอยู่น้อยมากจนน่าตกใจ ทั้งที่เรื่องนี้เกี่ยวกันกับสุขภาพของเด็กผู้หญิงโดยตรง
ข้อมูลล่าสุดชี้ให้เห็นว่า เด็กหญิงอายุ 15 ปีขึ้นไปในออสเตรเลียมีอัตราการเลิกเล่นกีฬาอยู่ที่ประมาณ 60% ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับกลุ่มเด็กชายที่มีอัตราการเลิกเล่นอยู่เพียง 42% เท่านั้น Kay อธิบายว่า "ปัจจัยที่ส่งผลให้พวกเธอเลิกเล่น ได้แก่ การขาดความมั่นใจ แรงกดดันทางสังคม ความกังวลเกี่ยวกับภาพลักษณ์ของร่างกาย และการขาดความเข้าใจเกี่ยวกับผลกระทบของรอบเดือนที่มีต่อการเล่นกีฬา"
ทีมนักวิจัยจากหลากหลายมหาวิทยาลัย (Deirdre McGhee จากมหาวิทยาลัย Wollongong ร่วมกับ Clare Hanlon มหาวิทยาลัย Victoria และ Dr Elliott Flowers มหาวิทยาลัย Victoria) ตั้งข้อสงสัยว่าเรื่องนี้อาจเกี่ยวข้องกับบรา เมื่อสืบค้นไปก็พบว่ามีผลการวิจัยในปี 2010 ที่ออสเตรเลียซึ่งบอกว่าเด็กผู้หญิงมากถึง 88% สวมสปอร์ตบราที่ไม่พอดีตัว และมีเพียงประมาณหนึ่งในสามเท่านั้นที่สวมสปอร์ตบราในระหว่างเรียนวิชาพลศึกษาหรือเล่นกีฬาที่โรงเรียน
ทีมนักวิจัยลงความเห็นว่าควรจัดให้สปอร์ตบราเป็นส่วนหนึ่งของชุดนักเรียนหรือชุดกีฬา และต้องสอนเรื่องการเลือกขนาดบราที่เหมาะสมรวมถึงเรื่องสุขภาวะของเต้านมด้วย ในลักษณะเดียวกับที่ฟันยางช่วยปกป้องฟัน หน้าอกเป็นบริเวณที่มีการเคลื่อนไหวสูงในกีฬาและต้องการการปกป้องไม่ต่างกัน
ด้วยสมมติฐานนี้ โรงเรียนมัธยม Gilgandra ในรัฐนิวเซาท์เวลส์เลยนำงบประมาณด้านความเสมอภาคจากรัฐบาลรัฐนิวเซาท์เวลส์มาใช้จัดหาสปอร์ตบราที่ผ่านการวัดขนาดอย่างถูกวิธีโดยผู้เชี่ยวชาญให้แก่นักเรียนโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ผลที่ตามมาคือมีนักเรียนหญิงเข้าร่วมงานแข่งขันกีฬาสีของโรงเรียนเพิ่มขึ้นถึง 35% นอกจากนี้ยังช่วยเสริมสร้างความมั่นใจและความรู้สึกสบายตัวให้กับนักเรียน รวมถึงทำให้พวกเธอมีความกล้าที่จะพูดคุยเกี่ยวกับเรื่องหน้าอกของตัวเองอีกด้วย
ผลการศึกษาเหล่านี้อาจให้คำตอบกับเราได้ว่าเด็กผู้หญิงไม่ได้ชอบการเล่นกีฬาน้อยไปกว่าเด็กผู้ชายหรอก แต่พอพวกเธอเข้าสู่วัยสาว บราคือปัจจัยสำคัญที่จะช่วยให้พวกเธอเล่นกีฬาอย่างมั่นใจได้ต่อไปหรือต้องเลิกกิจกรรมนี้ไปเลย เรียกได้ว่าสปอร์ตบราดีๆ คือตัวเปลี่ยนเกมอย่างแท้จริง
เนื้อหาโดย ปอ เปรมสำราญ
อ้างอิง
https://theconversation.com/poorly-fitting-sports-bras-are-forcing-some-women-and-girls-away-from-sport-new-research-291967
https://news.flinders.edu.au/blog/2025/02/13/alarming-gap-on-girls-sport/
https://www.vu.edu.au/about-vu/news-events/news/poorly-fitting-sports-bras-are-forcing-some-women-girls-away-from-sport-new-research
50 Episodes กับระยะเวลา 2 ปี ถึงแม้จะไม่นานแต่ก็ไม่น้อย สำหรับคุณผู้ชมที่ติดตามกันมา มีความทรงจำหรือความประทับใจอะไรบ้างที่คุณอยากบอกกับพวกเรา?
พบกับ รุ้ง วรางทิพย์ สัจจทิพวรรณ และ ฟาโรห์ The Common Thread ในรายการ Gender Friendly พอดแคสต์ที่ชวนเพื่อนต่างเพศมาพูดคุยในประเด็นที่สังคมเห็นต่างภายใต้บรรยากาศเปิดกว้าง เป็นมิตร และปลอดภัย
รับชมเนื้อหาเต็มได้ทาง YouTube : Mirror Thailand
#จิตวิทยาความรัก #ความสัมพันธ์
5 สิ่งที่ ‘คนมีเซ็กซ์ครั้งแรก’ มักไม่รู้หรือเข้าใจผิด
วันนี้ Mirror Thailand และ รศ.ดร.นพ.อติวุทธ กมุทมาศ แพทย์เวชศาสตร์ทางเพศ
ว.17319 จากเพจ เรื่องเล่าพี่หมอเอ้ ได้มาร่วมไขข้อข้องใจและปลดล็อกมายาคติเกี่ยวกับการมีเซ็กซ์ครั้งแรก ที่หลายคนยังเข้าใจผิด
นอกจากนี้ คุณหมอยังเน้นย้ำถึงการป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์จากการทำ Oral S*x ที่ควรใช้แผ่นยาง Dental Dam รวมถึงการปรับมุมมองว่าการที่ครั้งแรกไม่ได้เสร็จพร้อมกัน หรือผู้ชายเสร็จเร็วกว่าจากความตื่นเต้น ถือเป็นเรื่องธรรมชาติมากๆ เพราะเซ็กซ์ที่ดีเริ่มต้นจากการเข้าใจร่างกาย การสื่อสาร และการป้องกันอย่างถูกวิธีเพื่อความปลอดภัยของทั้งสองฝ่าย
*xeducation *xualHealth #สุขภาพทางเพศ
08/10/2026
โดยส่วนตัว เราขอบรรยายหลากบทเพลงของ ‘แม่ฮาย’ ให้เห็นภาพว่า…เป็นเพลงที่ให้อารมณ์เหมือนกินมะม่วง มะดัน หรือตะลิงปลิง รสเปรี้ยวจี๊ดเข็ดฟัน! ซึ่งบางเพลงก็เหมือนจิ้มกับพริกเกลือแซ่บๆ ขี้เล่น บางเพลงก็เหมือนจิ้มกับน้ำปลาหวานกลมกล่อม แฝงความหมายลึกซึ้งเอาไว้ในนั้น
และอาหารว่างกินเล่นของโปรดคนไทยจานนี้ รวมถึงเพลงของตัวแม่วงการลูกทุ่ง ‘ฮาย-อาภาพร นครสวรรค์’ ที่แม้หลายเพลงจะร้องมานานหรือดังมาตั้งแต่สมัยเธอสาวๆ แต่ปัจจุบันที่เธออยู่ในวงการมามากกว่า 36 ปี เพลงเหล่านั้นก็ยังทำงานกับคนสมัยนี้ได้ดีและเป็นจานโปรดคนไทยเช่นกัน แบบที่ไม่ว่าจะคนรุ่นไหน ก็อาจสามารถตะโกนร้องเพลงของเธอดังๆ ได้ ที่สำคัญ เพลงของแม่ฮายก็ได้เล่ามิติของ ‘ผู้หญิง’ ไว้อย่างน่าสนใจ เพราะเบื้องหลังความม่วน นอกจากจริตสาวกล้า ซ่า มั่นใจ ไม่กลัว นั้นมีจุดยืนอยู่ในนั้น ทั้งสิทธิ์ในร่างกายตัวเอง การแต่งตัวเซ็กซี่ การกำหนด Boundaries ในเรือนร่าง การพูดเรื่องบนเตียงโดยไม่ต้องเคอะเขินว่าเรื่องไหนผู้หญิงพูดแล้วจะดูไม่งาม หรือจะการมองเห็นคุณค่าในตัวเอง มีสิทธิ์มีเสียงในการปกป้องความรู้สึก และไม่ทนกับความสัมพันธ์ห่วยๆ
“เลิกแล้วค่ะ หนูเลิกกับเขาแล้วค่ะ อ๋อยังหรอกค่ะ ไม่คิดมีใหม่หรอกค่ะ” เพลง ‘เลิกแล้วค่ะ’ ที่ขอเลือกรักตัวเองก่อนผู้ชายคนใด
“ส่วนสัดอวบอัดอย่างเงี้ยะ ถามหน่อยเถอะพี่ ชอบไหม ชอบไหม” เพลง ‘ชอบไหม’ ที่นิยามความ ‘เซี๊ยะ’ และรักร่างกายตัวเอง
“เอาปืนจ้อง จะยิงตรงนั้น เอาปืนจ้อง จะยิงตรงนี้” เพลง ‘น้องนอนไม่หลับ’ และ “หน้าผากโหนกนูน บวกลบหารคูณคุณคงรู้ดี” เพลง ‘เชพบ๊ะ’ ที่ล้วนให้ไวบ์ทะลึ่งและสื่อถึงอารมณ์ทางเพศ เพราะเรื่องนี้มันเป็นเรื่องปกติ!
หรือจะ “อารมณ์เสีย อารมณ์เสีย น่าโมโห มันน่าโมโหผู้ชายอะไร” เพลง ‘อารมณ์เสีย’ ที่ถ้าเขาทำไม่ดีใส่ ก็ขอพูดตรงๆ ไม่ทนนะคะ
ในวันนี้ ‘ฮาย’ มอง ‘ความเป็นหญิง’ และ ‘เพลง’ ในตำนานของตัวเองอย่างไรบ้าง บทสัมภาษณ์นี้มีคำตอบ อ่านทั้งหมดที่: https://mirrorthailand.com/conversation/conversation/103378
และเสาร์ที่ 14 พฤศจิกายน 2569 ลานข้างฟิวเจอร์พาร์ค รังสิต เธอจะขึ้นแสดงงานใหญ่ ‘ไทยรัฐหน้าฮ้าน’ เฟสติวัลที่รวมทั้งหมอลำ ลูกทุ่ง อาหาร ศิลปะ แฟชั่น และวัฒนธรรมอีสานร่วมสมัย มาไว้ที่เดียว ใครอยากไปเจอเธอและศิลปินหมอลำและลูกทุ่งคนอื่นอีกมากมาย ซื้อบัตรได้ที่ Zipevent : https://www.zipeventapp.com/e/Thairath-Na-Harn หรือสามารถ Inbox ได้ที่ Facebook : Thairath - ไทยรัฐออนไลน์ คลิก m.me/146406732438
#อาภาพรนครสวรรค์ #ฮายอาภาพร #ไทยรัฐหน้าฮ้าน #หมอลำเฟส
08/10/2026
ในโลกบิวตี้ที่มีผลิตภัณฑ์ออกใหม่ตลอดเวลา ทำให้หลายคนมีอายแชโดว์หลายตลับที่ใช้ได้ต่ออีก 10 ปี ลิปสติกที่สีเหมือนกัน 5 แท่ง หรือไอเท็มที่เพิ่งซื้อมาเมื่อเดือนก่อนแต่ใช้ไปหนึ่งครั้งถ้วน ที่ทำให้หลายคนติดนิสัย over consumtion ไปโดยปริยาย
จะเห็นได้ว่ามีบิวตี้อินฟลูบางส่วนแทนที่จะมาป้ายยาให้เราอยากได้ของชิ้นใหม่ กลับรณรงค์ในการ de-influencing ที่จะบอกเหตุผลในการไม่ซื้อของออกใหม่ หรือการทำ Project Pan ที่เหมือนกับพาคนดูใช้ชิ้นเมคอัพจนหมดจนหยดสุดท้าย ที่เห็นได้จากแฮชแท็ก บน TikTok ที่มีวิดีโอแล้วกว่าพันคลิป
โดยแนวคิดของ Project Pan นั้นเรียบง่ายมาก นั่นคือ ใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีอยู่ให้หมดก่อนที่จะซื้อของใหม่เพิ่มเข้ามาในคอลเลกชัน และแน่นอนว่า ยังมีสาย Spreadsheet ที่จริงจังยิ่งกว่าใคร ลองไปดูในไอจี ที่ทำตารางติดตามผลิตภัณฑ์ทุกชิ้น บันทึกจำนวนครั้งที่ใช้ ไปจนถึงคำนวณต้นทุนต่อการปาดหรือการใช้แต่ละครั้ง เพื่อดูว่าตัวเองประหยัดเงินไปได้มากแค่ไหน
สำหรับคนที่ให้ความสำคัญกับความปลอดภัย กฎคร่าวๆ ที่ใช้กันคือ ผลิตภัณฑ์ที่อยู่ในรูปแบบของเหลวหรือครีม และต้องสัมผัสกับดวงตา ริมฝีปาก หรือจมูก ควรเปลี่ยนใหม่เมื่อหมดอายุ หรือมีกลิ่นหรือสีที่เปลี่ยนไป ขณะที่ผลิตภัณฑ์ประเภทแป้งอาจสามารถใช้ต่อหลังวันหมดอายุได้ หากทำความสะอาดและฆ่าเชื้ออย่างสม่ำเสมอด้วยแอลกอฮอล์สำหรับทำความสะอาด
ความจริงแล้ว Project Pan ก็ไม่ใช่สิ่งใหม่อะไร แต่สำหรับใครที่เข้าวงการของล้นตู้แบบตั้งใจหรือไม่ตั้งใจแล้ว การใช้ผลิตภัณฑ์จนหยดสุดท้าย แล้วของแถมที่ได้ตามมา อาจเป็นความภาคภูมิใจเล็กๆ ที่ได้ใช้เงินอย่างคุ้มค่าอีกด้วย
อ่านเรื่องราวเต็มๆ ที่
https://mirrorthailand.com/style/beauty/103377
คลิกที่นี่เพื่อรับประกาศแบบสปอนเซอร์ของคุณ
หมวดหมู่
เว็บไซต์
ที่อยู่
86 Rama 4 Rd, Silom, Bang Rak
Bang Rak
10500
เวลาทำการ
| จันทร์ | 10:00 - 19:00 |
| อังคาร | 10:00 - 19:00 |
| พุธ | 10:00 - 19:00 |
| พฤหัสบดี | 10:00 - 19:00 |
| ศุกร์ | 10:00 - 19:00 |
แจ้งเตือน
เป็นคนแรกที่รู้ข่าว: เราจะส่งอีเมลแจ้งเมื่อ Mirror Thailand โพสต์ข่าวสารและโปรโมชั่น อีเมลของคุณจะไม่ถูกนำไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์อื่น และคุณสามารถยกเลิกการรับข่าวสารได้ทุกเมื่อ