TCDC Resource Center

TCDC Resource Center

แชร์

It's all about knowledge, creativity and inspiration. Your source of ideas and inspiration.

TCDC Resource Center แหล่งรวบรวมความรู้ด้านความคิดสร้างสรรค์และการออกแบบ ในรูปแบบหนังสือ แมกกาซีน วิดีโอ ฐานข้อมูลและบทความออนไลน์ อันเป็นพื้นฐานในการสร้างแรงบันดาลใจ และไอเดียใหม่ๆ เพื่อนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงชีวิต ธุรกิจ และสังคม


ปัจจุบัน TCDC Resource Center ให้บริการผ่านพื้นที่ต่างๆ ดังนี้
- TCDC กรุงเทพ
- TCDC เชียงใหม่
- TCDC ขอนแก่น
- AIS Design Centre
- TCDC COMMONS Seacon Square Srinakarin
- เครือข่าย mini TCDC ในสถาบันการศึกษาส่วนภูมิภาคต่างๆ ทั่วประเทศจำนวน 16 แห่ง อันได้แก่
1. มหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์
2. มหาวิทยาลัยราชภัฏกำแพงเพชร
3. มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน วิทยาเขตสุรินทร์
4. มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน
5. มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย
6. มหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐม
7. มหาวิทยาลัยราชภัฏนครศรีธรรมราช
8. มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี
9. มหาวิทยาลัยนเรศวร
10. มหาวิทยาลัยมหาสารคาม
11. มหาวิทยาลัยบูรพา
12. มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี
13. มหาวิทยาลัยพะเยา
14. มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี
15. มหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลา
16. มหาวิทยาลัยราชภัฏราชนครินทร์
และเครือข่าย miniTCDC Link อีก 25 แห่ง

13/09/2026

The One and Ninety-Nine: How to Break Free from the Tribe พูดถึงการที่คนเรามักใช้ชีวิตไปตาม “กลุ่ม” ที่ตัวเองอยู่โดยไม่รู้ตัว ไม่ว่าจะเป็นครอบครัว เพื่อน ที่ทำงาน สังคม หรือความเชื่อบางอย่าง เพราะการคิดเหมือนคนส่วนใหญ่ทำให้เรารู้สึกปลอดภัยและรู้สึกว่าเราเป็นส่วนหนึ่ง แต่สิ่งที่หนังสือชวนคิดคือ เรากำลังเลือกชีวิตของตัวเองจริง ๆ หรือแค่กำลังทำในสิ่งที่คน 99 คนรอบตัวคิดว่าควรทำ?

ตรงนี้เชื่อมกับ Tribes and Transcendence: Why the Crowd Is Never Enough ได้อย่างน่าสนใจ เพราะการมี tribe ทำให้เรารู้สึกว่า “เราเป็นพวกเดียวกัน” แต่การเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มไม่ได้แปลว่าเราจะค้นพบตัวตนของตัวเองเสมอไป บางครั้งยิ่งเราอยู่ท่ามกลางคนจำนวนมาก เรายิ่งเผลอเอาความคิด ความสำเร็จ หรือมาตรฐานของคนอื่นมาเป็นมาตรวัดชีวิตตัวเอง การ transcend จึงไม่ใช่การทิ้งกลุ่ม แต่คือการ ก้าวออกมามองกลุ่มจากข้างนอก แล้วถามตัวเองว่า จริง ๆ แล้วเราต้องการอะไร

และเมื่อพูดถึงการหลุดออกจาก tribe ก็พาไปสู่แนวคิด The Refusal to Salute หรือ “การปฏิเสธที่จะทำความเคารพ” ซึ่งไม่ได้หมายถึงการต่อต้านทุกอย่าง แต่เป็นภาพแทนของการไม่ยอมทำตามเพียงเพราะทุกคนกำลังทำเหมือนกัน เหมือนกับการหยุดอยู่ตรงจังหวะที่คนอื่นกำลัง “salute” แล้วถามว่า ทำไมเราต้องทำแบบนี้ด้วย? การตั้งคำถามเล็ก ๆ แบบนี้อาจเป็นจุดเริ่มต้นของการคิดด้วยตัวเอง และทำให้เราเห็นว่า สิ่งที่สังคมบอกว่า “ถูกต้อง” อาจไม่ได้ถูกต้องสำหรับเราทุกคน

สุดท้ายทั้งสามแนวคิดเหมือนกำลังพูดเรื่องเดียวกัน คือ การเป็นตัวเองท่ามกลางแรงกดดันของฝูงชน เราไม่จำเป็นต้องเป็นคนที่แตกต่างเพื่อเรียกร้องความสนใจ และไม่จำเป็นต้องเดินสวนทางกับทุกคน แต่เราควรมีสิทธิ์เลือกว่าจะเดินตามหรือไม่เดินตามด้วยเหตุผลของตัวเอง เพราะบางทีการเติบโตไม่ได้เกิดจากการหา tribe ที่ “ใช่” มากขึ้น แต่อาจเกิดจากการกล้าที่จะก้าวออกมาจาก crowd แล้วค้นหาคำตอบว่า “ถ้าไม่มีใครกำลังมองเราอยู่ เราจะยังเลือกใช้ชีวิตแบบนี้ไหม?”

ผู้ที่สนใจ อ่านหนังสือ The one and the ninety-nine: forging identity in the age of social contagion โดย Luke Burgis ได้ที่ชั้นหนังสือใหม่ ชั้น 5 ศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบ TCDC กรุงเทพ
https://library.tcdc.or.th/record/view/b00057696

Photos from TCDC Resource Center's post 08/09/2026

ภาพบรรยากาศจากวงสนทนาในกิจกรรม Common Ground : พื้นที่ของหนังสือ ผู้คน และบทสนทนา เมื่อวันอาทิตย์ที่ 23 สิงหาคม 2569 ณ ห้อง MDIC ชั้น 2 ที่ผ่านมา

เพราะร้านหนังสือไม่ใช่แค่พื้นที่สำหรับซื้อขายหนังสือ แต่ยังเป็น “Common Ground” หรือพื้นที่ส่วนกลางที่เปิดโอกาสให้หนังสือ ผู้คน และบทสนทนาได้มาพบกัน

กิจกรรมครั้งนี้ได้รับเกียรติจากผู้ร่วมก่อตั้ง House of Common ทั้ง 3 ท่าน มาร่วมแบ่งปันประสบการณ์และเรื่องราวเบื้องหลังการทำร้านหนังสืออิสระ ตั้งแต่ความจริงของการทำธุรกิจ ตัวเลขและต้นทุนที่ต้องเผชิญ ไปจนถึงความสำคัญของการมีพื้นที่เล็ก ๆ ที่ยังคงเปิดโอกาสให้ผู้คนได้พบปะ แลกเปลี่ยน และสร้างสรรค์สิ่งใหม่ร่วมกัน

หนึ่งในประเด็นสำคัญของวงสนทนาคือ ความท้าทายที่ร้านหนังสืออิสระกำลังเผชิญ ทั้งต้นทุนที่เพิ่มสูงขึ้น ค่าเช่าพื้นที่ การแข่งขันจากแพลตฟอร์มออนไลน์ และโครงสร้างของอุตสาหกรรมที่ทำให้การอยู่รอดของร้านหนังสือเล็ก ๆ ไม่ใช่เรื่องง่าย

ร้านหนังสือจึงต้องปรับตัวและมองไปไกลกว่าการขายหนังสือเพียงอย่างเดียว ไม่ว่าจะเป็นการสร้างรายได้จากสินค้าอื่น ๆ ที่สะท้อนอัตลักษณ์ของร้าน หรือการจัดกิจกรรมและสร้างคอมมูนิตี้ เพื่อให้ร้านกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตผู้คน

แต่สิ่งที่ทำให้ร้านหนังสืออิสระมีความหมาย อาจไม่ใช่เพียงตัวเลขทางธุรกิจ

ร้านหนังสืออิสระยังเป็นพื้นที่ที่ช่วยโอบอุ้มผู้สร้างสรรค์รายเล็ก เป็นพื้นที่สำหรับหนังสือเฉพาะกลุ่ม นักเขียนอิสระ และความคิดที่อาจยังไม่มีพื้นที่ในระบบขนาดใหญ่ รวมถึงเป็นพื้นที่ที่ผู้คนสามารถเข้ามานั่ง พูดคุย แลกเปลี่ยน และเรียนรู้ร่วมกันได้

จากบทสนทนาในวันนั้น เรายังได้เห็นแนวคิดของการสร้างคอมมูนิตี้ที่ไม่จำเป็นต้องซับซ้อน เพียงเริ่มจากการ “ชวนคนมาคุย” เปิดพื้นที่ให้ผู้คนมาล้อมวง แลกเปลี่ยนเรื่องราว และปล่อยให้บทสนทนาค่อย ๆ เชื่อมโยงผู้คนเข้าด้วยกัน

อีกหนึ่งบทเรียนสำคัญที่เราได้เรียนรู้ร่วมกัน คือการมองพื้นที่เหล่านี้ให้เป็นเหมือน “สนามเด็กเล่น” ที่เปิดโอกาสให้เราได้ทดลอง ทำผิด และเรียนรู้

ไม่ว่าจะเป็นร้านหนังสือ ร้านกาแฟ โฮสเทล หรือธุรกิจเล็ก ๆ ที่อยากสร้างสิ่งที่มีประโยชน์และความหมายให้กับผู้คน สิ่งสำคัญอาจไม่ใช่เพียงการมี “สถานที่” แต่คือการทำให้สถานที่นั้นเปิดโอกาสให้ผู้คนได้เข้ามาพบกัน เชื่อมโยงกัน และสร้างสิ่งใหม่ร่วมกัน

บทสนทนาในครั้งนี้จึงไม่ใช่แค่เรื่องราวของร้านหนังสืออิสระ แต่ยังเป็นกำลังใจให้กับผู้ประกอบการขนาดเล็ก รวมถึงผู้ที่กำลังมีไอเดียและอยากเริ่มต้นทำบางสิ่งของตัวเอง ให้กล้าที่จะลงมือทำ ทดลอง และเรียนรู้ไปพร้อมกับการเดินทาง

ขอขอบคุณผู้ร่วมก่อตั้ง House of Common ทั้ง 3 ท่าน รวมถึงลูกค้าประจำที่มาร่วมแบ่งปันเรื่องราวและประสบการณ์จากพื้นที่แห่งนี้ และขอขอบคุณผู้เข้าร่วมกิจกรรมทุกท่านที่มาร่วมล้อมวง แลกเปลี่ยนความคิด และเติมเต็มบทสนทนาให้เกิดขึ้นอย่างอบอุ่น

แล้วพบกันใหม่ในกิจกรรมครั้งต่อไป
ติดตามข่าวสารและกิจกรรมดี ๆ ได้ที่ TCDC Resource Center


#พื้นที่ของหนังสือผู้คนและบทสนทนา

07/09/2026

“ข้อมูลคือพลังที่ทรงอิทธิพลที่สุดในสังคมปัจจุบัน” อาจไม่ใช่คำกล่าวที่เกินจริง เพราะข้อมูลอยู่รอบตัวเราในทุกช่วงเวลาและแทบทุกกิจกรรม ตั้งแต่การส่งข้อความ โทรหาเพื่อน กรอกแบบฟอร์ม ดูภาพยนตร์ออนไลน์ ไปจนถึงข้อมูลที่เกิดขึ้นภายในร่างกายของเราเอง เราทุกคนจึงดำรงอยู่ท่ามกลาง “ระบบนิเวศของข้อมูล” ที่มองไม่เห็น

การแพร่ระบาดของโควิด-19 ทำให้หลายคนตระหนักถึงบทบาทของข้อมูลอย่างชัดเจนเป็นครั้งแรก ตัวเลขผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นหรือลดลง? การออกไปข้างนอกปลอดภัยหรือไม่? วัคซีนมีประสิทธิภาพเพียงใด? คำถามเหล่านี้ล้วนต้องอาศัยความสามารถในการทำความเข้าใจตัวเลข ตีความสถิติ วิเคราะห์กราฟ และอ่านแผนภูมิ กล่าวได้ว่า ในช่วงเวลาหนึ่ง “ความอยู่รอดขั้นพื้นฐาน” ของมนุษย์ได้กลายเป็นบททดสอบความรู้ความเข้าใจด้านข้อมูล และสังคมของเราอาจยังทำได้ไม่ดีนัก

อย่างไรก็ตาม การพึ่งพาข้อมูลไม่ได้จำกัดอยู่เพียงช่วงการระบาดใหญ่เท่านั้น ตั้งแต่การเกิดขึ้นของปัญญาประดิษฐ์ ไปจนถึงภัยคุกคามจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ข้อมูลมีบทบาทในการสร้างและกำหนดชีวิตของเราอยู่ตลอดเวลา

แต่แท้จริงแล้ว “ข้อมูล” คืออะไร?

คำถามนี้อาจไม่ได้มีคำตอบที่ง่ายหรือมีเพียงคำจำกัดความเดียว แม้ข้อมูลจะดูเหมือนเป็นข้อเท็จจริงที่ไม่สามารถโต้แย้งได้ แต่ในความเป็นจริง ข้อมูลเต็มไปด้วยรายละเอียด ความไม่แม่นยำ ความไม่แน่นอน และความคลุมเครือ ข้อมูลมีทั้งมิติที่เป็นเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพ และที่สำคัญ ข้อมูลล้วนถูกสร้างขึ้นโดยมนุษย์ ดังนั้นจึงไม่น่าแปลกใจที่ข้อมูลจะสะท้อนอคติ มุมมอง และข้อจำกัดของมนุษย์ผู้สร้างข้อมูลเหล่านั้นด้วย
ในโลกที่ซับซ้อนและเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา จึงเป็นเรื่องยากที่จะนิยาม “ข้อมูล” ด้วยความหมายเพียงหนึ่งเดียว เพราะข้อมูลมีอยู่ในแทบทุกพื้นที่ของชีวิต และสามารถถูกตีความได้หลากหลายมิติ

หนังสือ Speak Data จึงชวนผู้อ่านออกสำรวจศักยภาพและความหมายอันหลากหลายของข้อมูล ผ่านบทสัมภาษณ์บุคคล 17 คนจากหลากหลายแวดวง ทั้งนักวิทยาศาสตร์ ศิลปิน นักเขียน นักวิจัย และนักกิจกรรม แต่ละคนมีประสบการณ์และมุมมองต่อข้อมูลแตกต่างกัน ตั้งแต่การใช้ข้อมูลเพื่อทำความเข้าใจอัตลักษณ์ของมนุษย์ การวิเคราะห์โลกและสังคม ไปจนถึงการตั้งคำถามถึงอนาคตของข้อมูล

หนังสือเล่มนี้ไม่ได้มุ่งนำเสนอคำตอบสุดท้ายเกี่ยวกับข้อมูล หากแต่เป็นจุดเริ่มต้นของบทสนทนาที่กว้างและลึกยิ่งขึ้น พร้อมชวนให้เรามองเห็นศักยภาพเชิงบวกของข้อมูล และทำความเข้าใจว่าข้อมูลอาจไม่ได้เป็นเพียงตัวเลขหรือสถิติ แต่เป็น “ภาษา” รูปแบบหนึ่งที่ช่วยให้เราเข้าถึงความซับซ้อนของความคิด เรื่องราว อัตลักษณ์ และพฤติกรรมของมนุษย์ได้

สำหรับผู้ที่สนใจออกสำรวจโลกของข้อมูล สามารถอ่าน Speak Data เขียนโดย Giorgia Lupi และ Phillip Cox ได้ที่ ชั้นหนังสือใหม่ ชั้น 5 ศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบ (TCDC) กรุงเทพฯ
อ่านรายละเอีดเพิ่มเติม https://library.tcdc.or.th/record/view/b00057667

Photos from TCDC Resource Center's post 04/09/2026

“The Language of Seating เมื่อการนั่งกลายเป็นภาษา”
Books Showcase 🪑💬

“การนั่ง” เป็นหนึ่งในกิจกรรมธรรมดาที่อยู่ในชีวิตประจำวันของเรา
ไม่ว่าจะเป็นการทำงานอ่านหนังสือ รับประทานอาหาร พูดคุย หรือพักผ่อน
แม้จะเป็นการกระทำเดียวกัน แต่ท่าทางของแต่ละคนกลับแตกต่างกันออกไป

สิ่งหนึ่งที่มีบทบาทสำคัญในการกำหนดท่าทางเหล่านั้นคือ “เก้าอี้”
วัตถุที่ไม่ได้มีหน้าที่เพียงรองรับร่างกาย แต่ยังมีส่วนกำหนดว่าเราจะนั่งอย่างไร
เคลื่อนไหวอย่างไร รู้สึกอย่างไร รวมถึงมีปฏิสัมพันธ์กับผู้คนและพื้นที่รอบตัวอย่างไร

รูปทรง ขนาด วัสดุ และโครงสร้างของเก้าอี้นั้น
ล้วนส่งผลต่อประสบการณ์การนั่ง เก้าอี้บางตัวชวนให้นั่งตัวตรง
บางตัวทำให้เราเอนหลัง ขดตัว หรือทิ้งตัวอย่างผ่อนคลาย
ขณะที่การจัดวางเก้าอี้ ก็สามารถกำหนดระยะห่าง
การสบตา การสนทนา และระดับของปฏิสัมพันธ์ระหว่างผู้คนได้

The Language of Seating ชวนมอง “การนั่ง” ในมุมที่มากกว่าการใช้งาน
ผ่านเรื่องราวของการออกแบบเก้าอี้ วัสดุ เทคโนโลยีการผลิต สรีระของมนุษย์
ไปจนถึงความสัมพันธ์ระหว่างร่างกาย เก้าอี้ และพื้นที่รอบตัว
เพื่อชวนสำรวจว่า เมื่อเรานั่งลง เก้าอี้กำลัง “สื่อสาร” อะไรกับเรา

นอกจากหนังสือที่คัดสรรมาเพื่อชวนเรียนรู้เรื่องสรีระขณะนั่ง
การออกแบบเก้าอี้ และลักษณะเฉพาะของเก้าอี้แต่ละรูปแบบแล้ว
ยังมีกิจกรรม Sit & Feel ที่ชวนทุกคนมาลองนั่งเก้าอี้หลากหลายรูปแบบ
สังเกตท่าทาง ความรู้สึก และประสบการณ์ของตัวเอง
เพราะบางครั้งการทำความเข้าใจเก้าอี้ อาจเริ่มต้นได้ง่าย ๆ
จากการลองนั่งด้วยตัวเอง

ชวนมาลองนั่งและค้นหาว่า “เก้าอี้” แต่ละตัวกำลังสื่อสารอะไรกับเรา
ผ่านทั้งเรื่องราวจากหนังสือและประสบการณ์ตรงจากการนั่งจริง
ร่วมสัมผัสประสบการณ์ได้ที่ชั้น 4 TCDC Resource Center
ศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบ TCDC กรุงเทพฯ ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป

Photos from TCDC Resource Center's post 03/09/2026

Patterns in Motion: The Art of Optical Illusion
ลวดลายที่เคลื่อนไหว : ศิลปะแห่งภาพลวงตา 🧿👀

เราเชื่อว่า “เห็นก็คือเชื่อ” แต่สิ่งที่เราเห็น อาจไม่ใช่ความจริงทั้งหมด

ชวนสำรวจโลกของ Optical Illusion ผ่านหนังสือและผลงานที่พาไป ทำความรู้จักกับกลไกการมองเห็น ตั้งแต่ภาพสองมิติที่ดูเหมือนมีสามมิติ รูปทรงที่เป็นไปไม่ได้ สีที่เปลี่ยนไปตามบริบท ไปจนถึงภาพนิ่งที่ดูเหมือนกำลังเคลื่อนไหว

ภายใน Books Showcase ยังพาไปรู้จักกับแนวคิดและเทคนิคหลากหลายที่ศิลปินใช้สร้างภาพลวงตา
ไม่ว่าจะเป็น Linear Perspective, Impossible Geometry, Figure–Ground, Tessellation และภาพลวงตาจากสีและรูปทรง ผ่านผลงานของศิลปินอย่าง M. C. Escher และ Victor Vasarel เพราะการมองเห็นไม่ได้เกิดขึ้นจากดวงตาเพียงอย่างเดียว
แต่เป็นกระบวนการที่สมองนำข้อมูลมาตีความและสร้างความหมายให้กับสิ่งที่อยู่ตรงหน้า ภาพลวงตาจึงเป็นอีกหนึ่งวิธีที่ทำให้เราเห็นข้อจำกัดและความซับซ้อนของการรับรู้

แล้วคุณจะพบว่า…
บางครั้งสิ่งที่เราเห็น อาจไม่ได้เป็นอย่างที่คิด

มาค้นหาคำตอบผ่านหนังสือ พร้อมสนุกกับกิจกรรม
ณ ชั้น 5 Creative space ศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบ TCDC กรุงเทพฯ

02/09/2026

บริการ e-magazine ด้านดีไซน์ ศิลปะ เทคโนโลยี ไลฟ์สไตล์ 2,000 ชื่อเรื่อง สมาชิก TCDC สามารถอ่านนิตยสารออนไลน์ ได้ด้วยอีเมลและรหัสสมาชิกได้ที่ https://emagazine.tcdc.or.th
E-magazine on design, art, technology, lifestyle and more than 2,000 titles TCDC members can access E-magazine collection by your email and member ID at https://emagazine.tcdc.or.th

Photos from TCDC Resource Center's post 27/08/2026

RIP: Yayoi Kusama (1929–2026)

เมื่อนึกถึง ยาโยอิ คุซามะ (Yayoi Kusama) ภาพจำของหลายคนอาจเป็นคุณป้าผมสั้นหน้าม้าสีแดงสดในชุดเสื้อผ้าลายจุด หรือประติมากรรมฟักทองสีเหลืองลายจุดลูกยักษ์อันเป็นเอกลักษณ์ ในฐานะหนึ่งในศิลปินหญิงที่ทรงอิทธิพลที่สุดในโลกศิลปะร่วมสมัย เบื้องหลังผลงานที่เต็มไปด้วยสีสันเหล่านี้กลับแฝงไปด้วยความทรงจำและบาดแผลในวัยเด็ก ความคลั่งไคล้ใน "ลายจุด" ของเธอเริ่มต้นขึ้นจากอาการภาพหลอนตอนอายุ 10 ปี ที่มองเห็นแสงวูบวาบ จุดหนาทึบ และดอกไม้เข้ามารุมล้อม ประสบการณ์ครั้งนั้นกลายเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้เธอใช้ศิลปะเป็นเครื่องมือในการเยียวยาจิตใจและสร้างสรรค์ผลงานเรื่อยมา
ยาโยอิ คุซามะ สร้างประวัติศาสตร์ด้วยการเป็นศิลปินหญิงคนแรกที่ได้รับเลือกให้แสดงนิทรรศการเดี่ยว (Solo Exhibition) ในศาลาญี่ปุ่น (The Japanese Pavilion) ณ เทศกาลศิลปะเวนิส เบียนนาเล่ (Venice Biennale) ปี 1993 โดยผลงานที่สร้างชื่อในครั้งนั้นคือ "Mirror Room (Pumpkin)" เธอเลือกใช้ "ฟักทอง" ซึ่งเป็นสิ่งที่มีความผูกพันและฝังใจมาตั้งแต่เด็ก จากภาพวาดฟักทองสีเหลืองลายจุดบนผืนผ้าใบยุคแรก ได้วิวัฒนาการสู่ผลงานจัดวางอีกหลากหลายรูปแบบ ผลงานที่หลายคนคุ้นตาอย่าง "The Spirits of the Pumpkins Descended into the Heaven" คือการนำประติมากรรมฟักทองมาจัดวางในห้องกระจกสะท้อนเงา หรือ Infinity Mirror Room เกิดเป็นภาพสะท้อนของฟักทองที่ขยายตัวออกไปอย่างไม่มีที่สิ้นสุด ราวกับจักรวาลแห่งทุ่งฟักทองอันลึกลับ
ตลอกเส้นทางการทำงานกว่า 7 ทศวรรษ ยาโยอิ คุซามะ ได้พิสูจน์อัจฉริยภาพผ่านศิลปะแทบทุกแขนง ไม่ว่าจะเป็นภาพเขียน งานคอลลาจ งานปั้น ประติมากรรม ศิลปะการแสดง ภาพยนตร์ ไปจนถึงงานเขียน วรรณกรรม และแฟชั่นดีไซน์ สำหรับเธอแล้ว "ลายจุด" ที่ผู้คนอาจมองข้าม คือสัญลักษณ์ของโลกและจักรวาล และเป็นเส้นทางที่ทอดตัวไปสู่ความไร้ขอบเขต ดังคำกล่าวอันเป็นตำนานของเธอที่ว่า "Polka dots are a way to infinity"
TCDC Resource Center ขอรวบรวมทรัพยากรสารสนเทศ ทั้งหนังสือชีวประวัติ สูจิบัตรนิทรรศการหายาก วรรณกรรมภาพ และภาพยนตร์สารคดี ที่บอกเล่าเรื่องราว แนวคิด และกระบวนการสร้างสรรค์อันเป็นเอกลักษณ์ของ ยาโยอิ คุซามะ เพื่อร่วมส่งต่อแรงบันดาลใจให้แก่นักคิดและนักสร้างสรรค์รุ่นหลังต่อไป

Photos from TCDC Resource Center's post 26/08/2026

The Tokyo Toilet เป็นหนังสือที่พาเราไปดูเบื้องหลังโปรเจกต์ห้องน้ำสาธารณะในกรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ที่ถูกออกแบบใหม่โดยนักออกแบบและสถาปนิกชื่อดังหลายคน จนกลายเป็นมากกว่าห้องน้ำธรรมดา จุดน่าสนใจคือญี่ปุ่นมองว่า “ห้องน้ำสาธารณะ” เป็นพื้นที่ที่ทุกคนควรใช้ได้อย่างสะดวก ปลอดภัย สะอาด และรู้สึกดี ไม่ว่าจะเป็นเด็ก ผู้สูงอายุ คนพิการ คนท้อง หรือคนที่มีความต้องการแตกต่างกัน

สิ่งที่ทำให้โปรเจกต์นี้น่าสนใจคือ แทนที่จะมองว่าห้องน้ำเป็นพื้นที่ที่ต้องสร้างแบบเดิม ๆ ญี่ปุ่นกลับใช้การออกแบบเข้ามาแก้ปัญหา ตั้งแต่เรื่องการเข้าถึง ความเป็นส่วนตัว แสงสว่าง การระบายอากาศ ไปจนถึงการสร้างบรรยากาศที่ทำให้คนรู้สึกอยากใช้งาน หลายแห่งจึงมีรูปลักษณ์ที่แปลกตาและโดดเด่น แต่ความสวยไม่ได้มีไว้เพื่อความสวยอย่างเดียว ทุกองค์ประกอบมีเหตุผลรองรับ

ถ้ามองในมุม Project Design โปรเจกต์ The Tokyo Toilet เป็นตัวอย่างที่ดีของการเริ่มออกแบบจาก “คนใช้” ก่อน “รูปแบบ” นักออกแบบต้องทำความเข้าใจว่าคนแต่ละกลุ่มมีปัญหาอะไร แล้วจึงคิดพื้นที่และฟังก์ชันที่ตอบโจทย์จริง ๆ เช่น การออกแบบให้เข้าถึงง่าย การลดความรู้สึกไม่ปลอดภัย หรือการทำให้พื้นที่สาธารณะกลายเป็นพื้นที่ที่คนรู้สึกเป็นเจ้าของร่วมกัน เพราะฉะนั้นหัวใจของโปรเจกต์จึงไม่ใช่แค่การสร้างห้องน้ำให้สวย แต่คือการใช้ Design ช่วยแก้ปัญหาและยกระดับประสบการณ์ของผู้คน

หนังสือเล่มนี้จึงน่าสนใจสำหรับคนทำงานออกแบบ เพราะทำให้เห็นว่า Design ที่ดีไม่จำเป็นต้องเริ่มจากคำถามว่า “จะทำอะไรให้สวย?” แต่ควรเริ่มจาก “เรากำลังออกแบบให้ใคร และเขาต้องการอะไร?” จากห้องน้ำธรรมดา ๆ จึงกลายเป็นกรณีศึกษาที่สะท้อนทั้ง Design Thinking, Universal Design, Social Design และการออกแบบพื้นที่สาธารณะได้อย่างชัดเจน
ผู้ที่สนใจหนังสือ The Tokyo toilet: Shibuya Tokyo Japan by Tami Okano / Satoshi Nagare รายละเอียดเพิ่มเติม https://library.tcdc.or.th/record/view/b00057692

Photos from TCDC Resource Center's post 22/08/2026

The Condiment Book เครื่องปรุงรสอาจเป็นเพียงของเล็ก ๆ ที่วางอยู่ข้างจานนั้น
แต่บางครั้งแค่เติมมัสตาร์ด บีบมะนาว เหยาะซอส หรือโรยเกลือเพิ่มอีกนิด
ก็ทำให้อาหารจานเดิมมีรสชาติเปลี่ยนไปได้อย่างไม่น่าเชื่อ

หนังสือเล่มนี้ชวนไปรู้จักเครื่องปรุงสารพัดชนิดที่เราเห็นกันอยู่ในครัว
ตั้งแต่มัสตาร์ดและมายองเนส ไปจนถึงฮอตซอส พริกกรอบ ผักดอง แยม ชัทนีย์ น้ำมัน
น้ำส้มสายชู เกลือ เครื่องเทศ และสมุนไพร พร้อมแผนภาพและคำแนะนำเรื่องการจับคู่รสชาติ
ช่วยให้เห็นว่าเครื่องปรุงแต่ละอย่างเหมาะจะกินคู่กับอะไร และจะลองนำมาผสมกันอย่างไรได้บ้าง

อีกเรื่องที่น่าสนใจคือหนังสือชวนให้เราทำความเข้าใจคำว่า Taste และ Flavour ซึ่งแม้จะแปลว่ารสชาติเหมือนกัน แต่จริง ๆ แล้วไม่เหมือนกันเสียทีเดียว รสหวาน เค็ม เปรี้ยว ขม และอูมามิ เป็นเพียงรสพื้นฐานที่ลิ้นรับรู้ ส่วนสิ่งที่เรารู้สึกว่าอาหาร “อร่อย” หรือ “มีรสชาติแบบนี้” ยังมีกลิ่น ความทรงจำ และความรู้สึกเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย

เล่มนี้ไม่ได้พูดถึงการสอนทำอาหารตามสูตร แต่ชวนให้เรา ลองชิม ลองจับคู่ และลองเติม เครื่องปรุงที่มีอยู่ในครัวลงไปในอาหารที่คุ้นเคย บางครั้งการทำให้อาหารจานเดิมน่าสนใจขึ้น อาจไม่ต้องทำอะไรยุ่งยาก แค่รู้ว่าเมื่อไหร่ควรเติมอะไร และเติมอีกนิดก็พอ

ผู้ที่สนใจสามารถอ่านหนังสือ Thainess (Thai Creative Today) ได้ที่ชั้นหนังสือใหม่ ชั้น 5 ศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบ (TCDC) อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม https://library.tcdc.or.th/record/view/b00057661

21/08/2026

อัพเดทหนังสือใหม่ ประจำเดือนสิงหาคม 2569 ผู้ที่สนใจสามารถอ่านได้ที่ ชั้นหนังสือใหม่ TCDC resource center
สามารถดูเพิ่มเติมได้ที่: https://library.tcdc.or.th/collection/book/new

ต้องการให้ธุรกิจของคุณ องค์กร ขึ้นเป็นอันดับหนึ่ง องค์กรไม่แสวงหาผลกำไร ใน Bang Rak?
คลิกที่นี่เพื่อเป็นสมาชิก?

ประเภท

เบอร์โทรศัพท์

เว็บไซต์

ที่อยู่


1160 อาคารไปรษณีย์กลาง ถนนเจริญกรุง แขวงบางรัก เขตบางรัก , กรุงเทพมหานคร
Bang Rak

เวลาทำการ

อังคาร 10:30 - 19:00
พุธ 10:30 - 19:00
พฤหัสบดี 10:30 - 19:00
ศุกร์ 10:30 - 19:00
เสาร์ 10:30 - 19:00
อาทิตย์ 10:30 - 19:00