Madam Company Ltd.

Madam Company Ltd.

แชร์

ข้อมูลการติดต่อ, แผนที่และเส้นทาง,แบบฟอร์มการติดต่อ,เวลาเปิดและปิด, การบริการ,การให้คะแนนความพอใจในการบริการ,รูปภาพทั้งหมด,วิดีโอทั้งหมดและข่าวสารจาก Madam Company Ltd., การช้อปปิ้งและค้าปลีก, 20 อาคารบุปผจิต ถ. สาทรเหนือ แขวงสีลม เขตบางรัก จังหวัดกรุงเทพมหานคร, Bang Rak.

10/06/2026

ตลาดทุนไทยกำลังวิกฤต หวั่นนักลงทุนหาย เหตุโครงสร้างรัฐทับซ้อน-เอื้อฟอกเงิน

ตลาดทุนไทยกำลังวิกฤต หวั่นนักลงทุนหาย เหตุโครงสร้างรัฐทับซ้อน-เอื้อฟอกเงิน จี้! หน่วยงานเกี่ยวข้อง รื้อระบบกำกับตลาดทุน ฟื้นความเชื่อมั่นสู้ตลาดออมนอกระบบ

รศ.ดร.ธานี ชัยวัฒน์ อาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เปิดมุมมองถึงทิศทางการปฏิรูปตลาดทุนไทย ภายในงานเสวนาถอดรหัสวิกฤตความเชื่อมั่นตลาดทุนไทย โดยระบุว่า โจทย์ใหญ่ที่สุดในขณะนี้ไม่ใช่เพียงการเพิ่มผลตอบแทน แต่คือการกู้คืนความเชื่อมั่นที่กำลังสั่นคลอนอย่างหนัก จากปัญหาเชิงโครงสร้างและการฉ้อโกง

เปิดความจริงคนไทยไม่ใช่ไม่ออม แต่หนีไป "ที่ดิน-ทอง-พระเครื่อง"

โดยปัจจุบันตลาดทุนไทยมีคู่แข่งที่น่ากลัวมากในตลาดการออมนอกระบบ
คนไทยยังคงออมเงินอยู่ แต่เลือกไปลงทุนในที่ดิน ทองคำ หรือพระเครื่อง เพราะเข้าใจง่ายและรู้สึกปลอดภัยกว่า ขณะที่ตลาดทุนซึ่งควรจะเป็นสถาบันที่ดูแลความเสี่ยงได้ดีที่สุด กลับมีภาพจำว่ามีการโกงกันเยอะ จนทำให้นักลงทุนรายย่อยรู้สึกว่าไม่ปลอดภัย

จี้หน่วยงานกำกับ เลิกขายฝัน "กระบวนการ" ให้เน้น "บทลงโทษ"

ดังนั้นในการปฏิรูปความเชื่อมั่น จึงขอเสนอให้แบ่งกลุ่มการดูแลให้ชัดเจนตามพฤติกรรมผู้ลงทุน คือ
- นักลงทุนรายใหญ่ อาจต้องการตัวชี้วัดธรรมาภิบาล (CG) ที่ชัดเจน
- นักลงทุนรายย่อย อาจไม่ได้ต้องการรู้ขั้นตอนกฎหมายที่ซับซ้อน แต่ต้องการเห็นผลลัพธ์คือการจับกุม การลงโทษ และการชดเชยความเสียหายที่รวดเร็วมากกว่า

แฉตลาดทุนไทยกลายเป็น "แหล่งฟอกเงิน" เพราะความขาวสะอาด

อีกประเด็นที่น่าสนใจ คือปัญหาเชิงโครงสร้าง ซึ่งประเทศไทยนั้น มีเศรษฐกิจนอกระบบ ขนาดใหญ่มาก เมื่อตลาดทุนเป็นตลาดที่ดูเป็นระบบและขาวสะอาดที่สุด จึงดึงดูดเงินสีเทาให้เข้ามาฟอกเงินผ่านกระบวนการต่างๆ ซึ่งเป็นโจทย์ที่ยากเกินกว่าหน่วยงานกำกับดูแลจะตรวจสอบได้ทั่วถึง หากไม่มีการปฏิรูประบบเศรษฐกิจนอกระบบควบคู่ไปด้วย

รศ.ดร.ธานี กล่าวทิ้งท้ายถึงปัญหาการกำกับดูแล ว่าปัจจุบันหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมีจำนวนมาก แต่ขาดความชัดเจน ว่าใครคือผู้รับผิดชอบหลัก และหากให้เปรียบเทียบ ก็เปรียบเสมือน "เกิดไฟไหม้ที่ชั้น 2 แล้วมีคนมุงดูเต็มไปหมด แต่ไม่มีใครเข้าไปดับไฟเพราะคิดว่าเป็นหน้าที่ของคนอื่น"

ดังนั้น หัวใจสำคัญของการปฏิรูปคือการ ออกแบบความสัมพันธ์และหน้าที่ความรับผิดชอบใหม่ของผู้เล่นทั้งหมดในตลาดทุน เพื่อให้เกิดการดูแลที่มีประสิทธิภาพ และสร้างความเชื่อมั่นให้กลับมาเป็นรากฐานของการออมในระยะยาวอย่างแท้จริง

Photos from Thairath Money's post 08/06/2026
06/06/2026

บอร์ด รฟท. เคาะต่อสัญญาเซ็นทรัล ลาดพร้าว 30 ปี คาดผลตอบแทนรวม 3.3 หมื่นล้าน

บอร์ด รฟท. เคาะต่อสัญญาเซ็นทรัล ลาดพร้าว 30 ปี คาดผลตอบแทนรวม 3.3 หมื่นล้าน สัญญาใหม่จะเริ่มตั้งแต่วันที่ 19 ธันวาคม 2571 ถึงวันที่ 18 ธันวาคม 2601

นายอนันต์ โพธิ์นิ่มแดง รักษาการผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการ (บอร์ด รฟท.) มีมติเห็นชอบผลการเจรจากับบริษัท เซ็นทรัลอินเตอร์พัฒนา จำกัด เกี่ยวกับการใช้ประโยชน์พื้นที่ศูนย์การค้าบริเวณสามเหลี่ยมย่านพหลโยธิน หรือโครงการเซ็นทรัล ลาดพร้าว

ตามที่บริษัท เอสอาร์ที แอสเสท จำกัด (SRTA) ซึ่งเป็นบริษัทลูกของ รฟท. ในการบริหารทรัพย์สิน ได้ดำเนินการเจรจากับภาคเอกชนไว้

โดยผลการเจรจาดังกล่าวกำหนดให้มีการจัดทำ สัญญาเช่าที่ดินฉบับใหม่เป็นระยะเวลา 30 ปี ต่อเนื่องจากสัญญาเดิม ซึ่งจะสิ้นสุดลงในวันที่ 18 ธันวาคม 2571 โดยสัญญาใหม่จะเริ่มตั้งแต่วันที่ 19 ธันวาคม 2571 ถึงวันที่ 18 ธันวาคม 2601 พร้อมเสนอผลตอบแทนรวมตลอดอายุสัญญาประมาณ 33,000 ล้านบาท

พร้อมกันนี้ นายอนันต์ กล่าวว่า เอกชนยังเสนอวงเงินลงทุนเพิ่มเติมประมาณ 4,500 ล้านบาท เพื่อใช้ในการปรับปรุงทรัพย์สินเดิม ทั้งอาคาร ระบบสาธารณูปโภค และสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆภายในโครงการ โดยเมื่อสิ้นสุดอายุสัญญา ทรัพย์สินทั้งหมดจะตกเป็นกรรมสิทธิ์ของ รฟท.

อย่างไรก็ดี นายอนันต์ กล่าวว่า หลังจากบอร์ดมีมติเห็นชอบแล้ว ขั้นตอนถัดไปจะเป็นการจัดทำเอกสารประกอบ และพิจารณาความเห็นในประเด็นที่เกี่ยวข้องให้ครบถ้วน ซึ่งคาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 1–2 เดือน และน่าจะสามารถลงนามในสัญญาใหม่ได้ ไม่เกินเดือนมีนาคม 2569 โดยจะเป็นการลงนามพร้อมกันทั้ง 3 ฝ่าย ได้แก่ รฟท., SRTA และเอกชนคู่สัญญา

ทั้งนี้ รายได้ที่ รฟท.จะได้รับจากสัญญาการใช้ประโยชน์พื้นที่ดังกล่าว จะไม่ได้รับเป็นเงินก้อนทั้งหมดในคราวเดียว แต่เป็น รายได้ค่าเช่าที่ SRTA จ่ายให้ รฟท. สะสมตลอดระยะเวลา 30 ปี ตามเงื่อนไขในสัญญา

ขณะที่ SRTA จะเป็นผู้ได้รับสิทธิในการบริหารทรัพย์สิน และนำไปให้เช่าช่วงต่อ โดย SRTA จะได้รับผลตอบแทนจากส่วนต่างของการบริหารจัดการ หลังจากหักค่าเช่าที่ต้องส่งให้ รฟท.แล้ว โดยสำหรับสัญญาเช่าฉบับใหม่นี้ มีการคำนวณมูลค่าในรูปแบบ NPV (Net Present Value) หรือมูลค่าปัจจุบันสุทธิ จากฐานมูลค่าโครงการในปัจจุบัน

เมื่อนำมาคำนวณตลอดระยะเวลา 30 ปี จึงได้ตัวเลขผลตอบแทนรวมประมาณ 33,000 ล้านบาท โดยหากเปรียบเทียบกับสัญญาเดิม ซึ่งมีระยะเวลาเช่า 20 ปี และมีมูลค่าประมาณ 20,000 ล้านบาท การขยายระยะเวลาเป็น 30 ปี ส่งผลให้มูลค่าสัญญาเพิ่มขึ้น เพื่อให้สอดคล้องกับระยะเวลาและศักยภาพพื้นที่ที่สูงขึ้นในปัจจุบัน

นอกจากนี้ นายอนันต์ กล่าวอีกด้วยว่า วงเงินลงทุนเพื่อปรับปรุงโครงการจำนวน 4,500 ล้านบาท ที่เอกชนเสนอเพิ่มเติมนั้น ไม่ได้นำมารวม ในตัวเลขผลตอบแทน 30,000 กว่าล้านบาท เนื่องจากเป็นเงินลงทุนของเอกชน เพื่อพัฒนาและเพิ่มมูลค่าทรัพย์สิน ซึ่งจะตกเป็นของ รฟท.ทั้งหมดเมื่อสิ้นสุดสัญญา

04/06/2026

แพงไปไหม? SpaceX เปิดราคา IPO แล้วที่ 135 ดอลลาร์ คาดดันมูลค่าบริษัทพุ่ง 1.77 ล้านล้าน Elon Musk จ่อมหาเศรษฐีล้านล้านคนแรกของโลก
SpaceX บริษัทจรวดและอวกาศของ Elon Musk กำหนดราคาเสนอขายหุ้นต่อประชาชนครั้งแรก (IPO) ที่ 135 ดอลลาร์สหรัฐต่อหุ้น ก่อนเริ่มกระบวนการทำตลาดอย่างเป็นทางการ คาดอาจดันมูลค่าบริษัททะลุ 1.77 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ และ Elon Musk ก็มีโอกาสสูงมากที่จะขึ้นแท่นเป็นมหาเศรษฐีล้านล้านคนแรกของโลก
ข้อมูลตามเอกสารที่ยื่นต่อคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์สหรัฐฯ (SEC) เมื่อวันพุธที่ผ่านมา SpaceX ระบุว่า บริษัทมีแผนเสนอขายหุ้นจำนวน 555.6 ล้านหุ้น ซึ่งจะช่วยระดมทุนได้ประมาณ 75,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่กลุ่มผู้จัดจำหน่ายหลักทรัพย์ (Underwriters) ยังมีสิทธิซื้อหุ้นเพิ่มเติมอีก 83.33 ล้านหุ้น ในราคา IPO คิดเป็นมูลค่าเพิ่มเติมราว 11,200 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
หลังการเข้าตลาดหุ้น Elon Musk จะยังคงถืออำนาจควบคุมการลงคะแนนเสียงมากกว่า 82% ของบริษัท
โดยจะมีกลุ่มธนาคารที่รับหน้าที่เป็นผู้จัดการการจัดจำหน่ายหลักทรัพย์นำโดย Goldman Sachs ตามด้วย Morgan Stanley, Bank of America, Citigroup และ JPMorgan Chase
และบริษัทมีแผนเข้าซื้อขายในตลาด Nasdaq ภายใต้ตัวย่อหุ้น SPCX ในวันที่ 12 มิถุนายน
[กลยุทธ์ตั้งราคา IPO ที่ไม่เหมือนใคร]
:
โดยปกติแล้ว บริษัทที่เตรียมเข้าตลาดหุ้นมักจะกำหนดช่วงราคา (Price Range) เพื่อประเมินความต้องการของนักลงทุนในแต่ละระดับราคา
อย่างไรก็ตาม SpaceX เลือกใช้แนวทางที่แตกต่างออกไป โดยกำหนดราคา IPO ที่ชัดเจนทันที หลังจากได้จัดการประชุมพบปะนักลงทุนมาแล้วหลายรอบก่อนเริ่มโรดโชว์ ที่ราคา 135 ดอลลาร์สหรัฐต่อหุ้น
นอกจากนี้ หากดีลเข้าซื้อกิจการ EchoStar Spectrum และ Cursor เสร็จสมบูรณ์ตามแผน และราคา IPO อยู่ที่ 135 ดอลลาร์สหรัฐนั้น จะทำให้ SpaceX มีมูลค่ากิจการประมาณ 1.77 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ
[IPO ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์สหรัฐฯ]
:
มูลค่าดังกล่าวจะทำให้ SpaceX กลายเป็นบริษัทที่มีมูลค่าตลาดสูงเป็นอันดับ 7 ของสหรัฐฯ และมีมูลค่าสูงกว่า Tesla ซึ่งปัจจุบันมีมูลค่าราว 1.6 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ และยังมีแนวโน้มกลายเป็น IPO ที่มีมูลค่าสูงที่สุดในประวัติศาสตร์ โดยมีขนาดใหญ่กว่าการเข้าตลาดของ Alibaba ซึ่งยังคงครองสถิติ IPO ใหญ่ที่สุดในสหรัฐฯ อยู่ในปัจจุบัน มากกว่าถึง 3 เท่า
การเข้าตลาดของ SpaceX ยังเกิดขึ้นในช่วงที่บริษัท AI รายใหญ่กำลังเร่งเดินหน้าเข้าสู่ตลาดทุนเช่นกัน โดยฝั่ง Anthropic ได้ยื่นเอกสาร IPO แบบลับ (Confidential Filing) ต่อ SEC ไปแล้วเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ขณะที่ OpenAI ก็กำลังเตรียมยื่นเอกสารในลักษณะเดียวกันภายในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า
นอกจากนี้ SpaceX ได้ยื่นหนังสือชี้ชวน (Prospectus) ต่อ SEC ครั้งแรกเมื่อปลายเดือนก่อน โดยเปิดเผยตัวเลขผลขาดทุนหลายพันล้านดอลลาร์ อีกทั้งบริษัทยังไม่ยืนยันว่าจะสามารถทำกำไรได้เมื่อไหร่ รวมถึงเผยสัดส่วนการถือหุ้นจำนวนมหาศาลของ Elon Musk ออกมาอีกด้วย
ในเอกสารฉบับแก้ไขที่ยื่นเมื่อวันจันทร์ บริษัทระบุว่า จะกันหุ้น IPO ไว้สูงสุด 5% เพื่อให้พนักงานบางส่วนและบุคคลที่เกี่ยวข้องสามารถซื้อหุ้นได้ผ่านโครงการ Direct Share Program อีกด้วย
#การเงินดีชีวิตดี #เข้าตลาด #มหาเศรษฐี #หุ้นSpaceX

03/06/2026

กลุ่มเซ็นทรัลเปิดตัวทีมผู้บริหารชุดใหม่ มีผล 1 ม.ค. 2569

กลุ่มเซ็นทรัลเปิดตัวทีมผู้บริหารชุดใหม่ มีผล 1 ม.ค. 2569 เสริมโครงสร้างกำกับดูแลรับการเติบโตระยะยาว

กลุ่มเซ็นทรัล ประกาศแต่งตั้งคณะกรรมการบริษัทชุดใหม่ ภายหลังคณะกรรมการชุดเดิมครบวาระในวันที่ 31 ธันวาคม 2568 โดยการแต่งตั้งมีผลตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2569 เป็นต้นไป การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อปรับโครงสร้างการกำกับดูแลและรองรับทิศทางการดำเนินธุรกิจในระยะต่อไป

โดยผู้ถือหุ้นได้ดำเนินการแต่งตั้งคณะกรรมการบริษัทชุดใหม่ และ คณะกรรมการบริษัทชุดใหม่ได้จัดประชุมวาระพิเศษ มีมติแต่งตั้ง ประธานกรรมการและรองประธานกรรมการดังนี้

1. ศาสตราจารย์กิตติคุณ ดร.สุทธิพันธ์ จิราธิวัฒน์ ประธานกรรมการ
2. นางยุวดี จิราธิวัฒน์ รองประธานกรรมการ
3. นายกอบชัย จิราธิวัฒน์ รองประธานกรรมการ
4. นายสุทธิศักดิ์ จิราธิวัฒน์ กรรมการ
5. นายสุทธิธรรม จิราธิวัฒน์ กรรมการ
6. ดร.ประสาร ไตรรัตน์วรกุล กรรมการ
7. นางนิตย์สินี จิราธิวัฒน์ กรรมการ
8. นายสุทธิลักษณ์ จิราธิวัฒน์ กรรมการ
9. นายณรงค์ฤทธิ์ จิราธิวัฒน์ กรรมการ
10. นางสาววัลยา จิราธิวัฒน์ กรรมการ
11. นายปริญญ์ จิราธิวัฒน์ กรรมการ
12. นายธีระเดช จิราธิวัฒน์ กรรมการ
13. นายทศ จิราธิวัฒน์ กรรมการ
14. นายสุภรัฐ จิราธิวัฒน์ กรรมการ
15. นางณัฐธีรา บุญศรี กรรมการ

อีกทั้ง คณะกรรมการบริษัทมีมติแต่งตั้ง นายสุทธิเกียรติ จิราธิวัฒน์ ดำรงตำแหน่ง ประธานกิตติมศักดิ์

สำหรับผู้นำชุดใหม่ คือ ศาสตราจารย์กิตติคุณ ดร.สุทธิพันธ์ จิราธิวัฒน์ เป็นนักบริหารและนักเศรษฐศาสตร์ผู้ทรงคุณวุฒิระดับนานาชาติ เชี่ยวชาญด้านเศรษฐกิจมหภาค การค้า การเงิน การบูรณาการเศรษฐกิจระดับภูมิภาค และนโยบายสาธารณะ ซึ่งล้วนเป็นองค์ความรู้สำคัญต่อทิศทางการพัฒนากลุ่มธุรกิจขนาดใหญ่ทั้งในเอเชียและยุโรป

นางยุวดี จิราธิวัฒน์ รองประธานกรรมการ เป็นผู้ที่มีความรู้ความสามารถในธุรกิจค้าปลีกระดับสากล มีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญด้านการบริหารห้างสรรพสินค้า การพัฒนาแบรนด์ และการสร้างประสบการณ์ของลูกค้าในระดับนานาชาติ เป็นผู้ริเริ่มและพัฒนาสิ่งใหม่ ๆ ให้กับห้างสรรพสินค้าของกลุ่มเซ็นทรัลมาโดยตลอด และยังเคยเป็นประธานหญิงคนแรกของสมาคมห้างสรรพสินค้าโลก (IGDS)

นายกอบชัย จิราธิวัฒน์ รองประธานกรรมการ มีประสบการณ์โดดเด่นด้านการลงทุน การบริหารโครงสร้างธุรกิจ อสังหาริมทรัพย์เชิงพาณิชย์ และธรรมาภิบาลองค์กร รวมถึงบทบาทในคณะกรรมการบริษัทจดทะเบียนหลายแห่ง ทำให้มีความเข้าใจเชิงลึกในการกำกับดูแลและพัฒนาองค์กรขนาดใหญ่

ความเชี่ยวชาญและวิสัยทัศน์ของผู้นำทั้ง 3 ท่าน จะเป็นแรงขับเคลื่อนหลักในการกำหนดทิศทางยุทธศาสตร์ของกลุ่มเซ็นทรัลในยุคใหม่ ตอกย้ำบทบาทขององค์กรในฐานะผู้นำภาคธุรกิจที่ยึดมั่นในหลักธรรมาภิบาล ความโปร่งใส และระบบบริหารจัดการที่ได้มาตรฐานสากล พร้อมยกระดับการดำเนินงานให้สอดรับกับพลวัตของเศรษฐกิจโลก และความคาดหวังของสังคมในทุกมิติ

ศาสตราจารย์กิตติคุณ ดร.สุทธิพันธ์ จิราธิวัฒน์ ประธานกรรมการ กลุ่มเซ็นทรัล กล่าวว่า การเดินหน้าท่ามกลางโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว จำเป็นต้องตั้งอยู่บนธรรมาภิบาลที่เข้มแข็ง การกำกับดูแลที่รอบด้าน และความพร้อมในการปรับตัวในทุกบริบท ผมเชื่อมั่นว่า ด้วยพื้นฐานที่แข็งแรงและพลังความร่วมมือจากทุกภาคส่วน กลุ่มเซ็นทรัลจะสามารถก้าวไปข้างหน้าได้อย่างมั่นคง พร้อมขยายคุณค่าและบทบาทเชิงบวกต่อเศรษฐกิจ สังคม และประเทศในระยะยาว

31/05/2026

“ให้เงินทำงานเพื่อสร้าง Passive Income ต้องทำยังไง?”
จากคำถามนี้หลายคนคงนึกถึง “หุ้นปันผล” ที่มีโอกาสลุ้นกำไร 2 แบบ คือ เงินปันผล และ Capital Gain หรือกำไรส่วนต่างจากการขายหลักทรัพย์ แต่การจะคัดเลือกหุ้นที่ปันผลดีจากหุ้นกว่า 840 บริษัทในตลาดหุ้นไทยอาจไม่ใช่เรื่องง่าย
ล่าสุด ฝ่ายวิจัย ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET Research) เปิดเผยลิสต์ “Dividend Universe 2026” เพื่อเป็นตัวช่วยคัดเลือกหุ้นปันผลที่น่าสนใจ ภายใต้หลักเกณฑ์สำคัญคือ ต้องเป็นบริษัทที่มีกำไรสุทธิต่อเนื่อง มีกระแสเงินสดจากการดำเนินงานเป็นบวกต่อเนื่อง และมีคะแนนบรรษัทภิบาลระดับ “ดี” ขึ้นไป
Thairath Money สรุป 15 อันดับหุ้นที่จ่ายปันผลต่อเนื่องมา 5 ปี และ 7 ปี ตามเงื่อนไขของ Dividend Universe 2026 มาไว้ที่นี่แล้ว
[ 15 อันดับแรก! บริษัทที่จ่ายปันผลต่อเนื่อง 5 ปี ]
1. LANNA หมวดธุรกิจพลังงานและสาธารณูปโภค ผลตอบแทนเฉลี่ย 5 ปีอยู่ที่ 12.26% P/E 12.01 เท่า
2. RCL หมวดธุรกิจขนส่งและโลจิสติกส์ ผลตอบแทนเฉลี่ย 5 ปีอยู่ที่ 12.26% P/E 3.22 เท่า
3. SAT หมวดธุรกิจยานยนต์ ผลตอบแทนเฉลี่ย 5 ปีอยู่ที่ 8.61% P/E 8.47 เท่า
4. SPCG หมวดธุรกิจพลังงานและสาธารณูปโภค ผลตอบแทนเฉลี่ย 5 ปีอยู่ที่ 8.56% P/E 26.17 เท่า
5. LHK หมวดธุรกิจเหล็กและผลิตภัณฑ์โลหะ ผลตอบแทนเฉลี่ย 5 ปีอยู่ที่ 8.41% P/E 12.58 เท่า
6. PSL หมวดธุรกิจขนส่งและโลจิสติกส์ ผลตอบแทนเฉลี่ย 5 ปีอยู่ที่ 8.35% P/E 16.81 เท่า
7. PHOL หมวดธุรกิจพาณิชย์ ผลตอบแทนเฉลี่ย 5 ปีอยู่ที่ 8.12% P/E 8.24 เท่า
8. NYT หมวดธุรกิจขนส่งและโลจิสติกส์ ผลตอบแทนเฉลี่ย 5 ปีอยู่ที่ 7.98% P/E 7.20 เท่า
9. VCOM หมวดธุรกิจเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ผลตอบแทนเฉลี่ย 5 ปีอยู่ที่ 7.75% P/E 8.15 เท่า
10. TPIPP หมวดธุรกิจพลังงานและสาธารณูปโภค ผลตอบแทนเฉลี่ย 5 ปีอยู่ที่ 7.57% P/E 9.93 เท่า
11. TSC หมวดธุรกิจยานยนต์ ผลตอบแทนเฉลี่ย 5 ปีอยู่ที่ 7.52% P/E 10.42 เท่า
12. Q-CON หมวดธุรกิจวัสดุก่อสร้าง ผลตอบแทนเฉลี่ย 5 ปีอยู่ที่ 7.45% P/E 11.76 เท่า
13. TISCO หมวดธุรกิจธนาคาร ผลตอบแทนเฉลี่ย 5 ปีอยู่ที่ 7.28% P/E 13.41 เท่า
14. TASCO หมวดธุรกิจวัสดุก่อสร้าง ผลตอบแทนเฉลี่ย 5 ปีอยู่ที่ 7.23% P/E 18.78 เท่า
15. PCSGH หมวดธุรกิจยานยนต์ ผลตอบแทนเฉลี่ย 5 ปีอยู่ที่ 7.06% P/E 8.80 เท่า
[ 15 อันดับแรก! บริษัทที่จ่ายปันผลต่อเนื่อง 7 ปี ]
1. LANNA หมวดธุรกิจพลังงานและสาธารณูปโภค ผลตอบแทนเฉลี่ย 7 ปีอยู่ที่ 11.26% P/E 12.01 เท่า
2. LHK หมวดธุรกิจเหล็กและผลิตภัณฑ์โลหะ ผลตอบแทนเฉลี่ย 7 ปีอยู่ที่ 9.17% P/E 12.58 เท่า
3. NYT หมวดธุรกิจขนส่งและโลจิสติกส์ ผลตอบแทนเฉลี่ย 7 ปีอยู่ที่ 8.99% P/E 7.20 เท่า
4. SAT หมวดธุรกิจยานยนต์ ผลตอบแทนเฉลี่ย 7 ปีอยู่ที่ 8.56% P/E 8.47 เท่า
5. TPIPP หมวดธุรกิจพลังงานและสาธารณูปโภค ผลตอบแทนเฉลี่ย 7 ปีอยู่ที่ 8.04% P/E 9.93 เท่า
6. SPCG หมวดธุรกิจพลังงานและสาธารณูปโภค ผลตอบแทนเฉลี่ย 7 ปีอยู่ที่ 7.86% P/E 26.17 เท่า
7. TISCO หมวดธุรกิจธนาคาร ผลตอบแทนเฉลี่ย 7 ปีอยู่ที่ 7.46% P/E 13.41 เท่า
8. TSC หมวดธุรกิจยานยนต์ผลตอบแทนเฉลี่ย 7 ปีอยู่ที่ 7.16% P/E 10.42 เท่า
9. QH หมวดธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ผลตอบแทนเฉลี่ย 7 ปีอยู่ที่ 7.16% P/E 8.23 เท่า
10. PCSGH หมวดธุรกิจยานยนต์ ผลตอบแทนเฉลี่ย 7 ปีอยู่ที่ 6.91% P/E 8.80 เท่า
11. DRT หมวดธุรกิจวัสดุก่อสร้าง ผลตอบแทนเฉลี่ย 7 ปีอยู่ที่ 6.79% P/E 11.16 เท่า
12. VCOM กลุ่มอุตสาหกรรมเทคโนโลยี ผลตอบแทนเฉลี่ย 7 ปีอยู่ที่ 6.66% P/E 8.15 เท่า
13. TASCO หมวดธุรกิจวัสดุก่อสร้าง ผลตอบแทนเฉลี่ย 7 ปีอยู่ที่ 6.59% P/E 18.78 เท่า
14. PHOL กลุ่มสินค้าอุตสาหกรรม ผลตอบแทนเฉลี่ย 7 ปีอยู่ที่ 6.55% P/E 8.24 เท่า
15. PATO หมวดธุรกิจปิโตรเคมีและเคมีภัณฑ์ ผลตอบแทนเฉลี่ย 7 ปีอยู่ที่ 6.55% P/E 13.80 เท่า
ถึงแม้จะมีลิสต์หุ้นที่น่าสนใจแล้ว แต่นักลงทุนควรทำการบ้านอย่างจริงจัง ทำความเข้าใจพื้นฐานของบริษัท และศึกษางบการเงินอย่างละเอียด เพราะหุ้นที่ดีในอดีตไม่ได้หมายความว่าอนาคตจะดีเสมอไป นอกจากนี้ยังควรติดตามข่าวสารในวงการธุรกิจอย่างใกล้ชิด เพื่อให้สามารถปรับพอร์ตการลงทุนได้ทันสถานการณ์ หรือหากราคาหุ้นปรับตัวลงในจังหวะที่เหมาะสม ก็อาจเป็นโอกาสในการทยอยสะสมเพิ่มได้เช่นกัน
อ้างอิงข้อมูล SET
#หุ้นปันผล #เริ่มต้นลงทุน

29/05/2026

หุ้น ITD ร่วงแรง 12% ช่วงเช้า เหตุเครนก่อสร้างตกที่สีคิ้ว

หุ้น ITD ร่วงแรง 12% ช่วงเช้า เหตุเครนก่อสร้างตกที่สีคิ้ว พร้อมชี้แจงตลาดทรัพย์ฯ ประสานประกันภัย จ่ายเงิน ชดเชย เยียวยาต่อการสูญเสียที่เกิดขึ้น

จากกรณี กรณีอุบัติเหตุเครนยกชิ้นส่วน Segment คอนกรีต (Launching Girder) ตกทับขบวนรถไฟโดยสาร ขณะกำลังวิ่งผ่านพื้นที่ก่อสร้าง ในโครงการก่อสร้างรถไฟความเร็วสูง สัญญา 3-4 อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา โดยเป็นช่วงสัญญาก่อสร้างของ บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) หรือ ITD

เมื่อวันที่ 14 มกราคม 2569 โดยได้ชี้แจงต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ระบุว่า ตามที่มีกรณีอุบัติเหตุเครนยกชิ้นส่วน Segment คอนกรีต (Launching Girder) ตกทับขบวนรถไฟโดยสาร ขณะกำลังวิ่งผ่านพื้นที่ก่อสร้าง

ในโครงการก่อสร้างรถไฟความเร็วสูง สัญญา 3-4 ทำให้มีผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บ ตามที่ปรากฏในข่าวนั้น

โครงการก่อสร้างรถไฟความเร็วสูง สัญญา 3-4 เป็นงานก่อสร้างโครงสร้างทางรถไฟ ระยะทางโดยรวม 37.45 กิโลเมตร แบ่งเป็นคันทางรถไฟระดับดิน ระยะทาง 14.12 กิโลเมตร และทางรถไฟยกระดับ ระยะทาง 23.33 กิโลเมตร พร้อมทั้งงานอาคารและสิ่งปลูกสร้างรองรับงานระบบไฟฟ้า 8 แห่ง

บริษัทฯ ขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้ง ต่อครอบครัวของผู้เสียชีวิตและผู้ที่ได้รับบาดเจ็บทั้งทางร่างกายและจิตใจ บริษัทฯ ขอแสดงความรับผิดชอบในการดูแลจ่ายเงิน ค่าชดเชยและเยียวยาต่อการสูญเสียที่เกิดขึ้น บริษัทฯ อยู่ระหว่างการประเมินความเสียหายร่วมกับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องและพร้อมจะเร่งรัดดำเนินการแก้ไขสถานการณ์เพื่อให้กลับเข้าสู่สภาวะปกติโดยเร็ว

ทั้งนี้ บริษัทฯ ได้จัดทำประกันภัยเพื่อคุ้มครองความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นจากอุบัติเหตุระหว่างการก่อสร้างตามเงื่อนไขของสัญญา ซึ่งครอบคลุมถึงความรับผิดชอบการบาดเจ็บ การเสียชีวิต และทรัพย์สินของบุคคลภายนอกไว้แล้ว สำหรับโครงการอื่นๆ ของบริษัทฯ ยังสามารถดำเนินงานได้ตามปกติ

สำหรับ ITD ถือสัญญาก่อสร้างรถไฟฟ้าความเร็วสูงทั้งหมด 3 สัญญา คือ

- สัญญาที่ 3-4 ช่วงลำตะคอง - สีคิ้ว และกุดจิก – โคกกรวด มีมูลค่าโครงการ 9,848 ล้านบาท
- สัญญาที่ 3-1 ช่วงแก่งคอย-กลางดง และ ช่วงปางอโศก-บันไดม้า มูลค่าโครงการ 9,348 ล้านบาท
- สัญญาที่ 4-4 ศูนย์ซ่อมบำรุงเชียงรากน้อย

โดยวันเกิดเหตุได้ โพสต์หนังสือขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อการสูญเสีย พร้อมแสดงความรับผิดชอบที่จะให้การช่วยเหลือในการชดเชยเยียวยาให้กับครอบครัวผู้สูญเสียและการรักษาพยาบาลผู้ที่ได้รับบาดเจ็บอย่างเต็มที่ พร้อมระบุด้วยว่า จะให้การสนับสนุนเจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วน เพื่อเร่งดำเนินการแก้ไขให้สถานการณ์กลับเข้าสู่สภาวะปกติโดยเร็ว

27/05/2026

คนไทย 91.9% มีบัญชีเงินฝากไว้ "เปย์" ไม่ใช่เพื่อออม แถมยังสร้างหนี้ต่อเนื่อง ต้นตอของปัญหาคืออะไร
ไทยถือว่านำหน้าหลายประเทศในเรื่องบริการทางการเงิน เพราะมีระบบพร้อมเพย์ให้คนโอน-จ่ายได้ไวแบบ Real-time ด้านการออมคนไทยกว่า 96.1% มีบัญชีเงินฝาก ข้อมูลเหล่านี้สะท้อนพฤติกรรมคนไทยอย่างไร
[ มีเงินฝาก ไม่เท่ากับ มีเงินออม ]
คนไทยเก่งเรื่องการเงินแค่ไหน เรามาดูจากผลสำรวจทักษะทางการเงิน ระดับการออม และการใช้บริการทางการเงินของคนไทย ปี 2567 ของ ธปท. พบว่า คนไทยกว่า 96.1% ที่มีบัญชีเงินฝาก แต่มีเพื่อการออมโดยเฉพาะจะอยู่ที่ 56.1% เท่านั้น ส่วนใหญ่กว่า 91.9% มีบัญชีเงินฝากเพื่อใช้จ่าย
จากผลสำรวจมีแค่ 1 ใน 4 ของคนไทยประเมินว่า มีเงินออมอยู่ได้เกิน 6 เดือนถ้าขาดรายได้กะทันหัน และถ้าถามถึงแผนระยะยาวอย่างการเกษียณมีแค่ 1 ใน 7 ที่ได้วางแผนเก็บออมเพื่อยามเกษียณและสามารถทำได้ตามแผนที่วางไว้
[ ทำไมคนไทยออมไม่ถึงเป้า ไปไม่ถึงฝัน ]
ถ้ามองในภาพใหญ่ คนออมไม่พอ เพราะรายได้ไม่ขึ้น ยิ่งช่วงนี้ตามโซเชียลมีเดียยังพูดกันแต่เรื่องค่าใช้จ่ายก็พุ่งขึ้น ไม่ว่าจะราคาน้ำมัน อาหารตามสั่ง ไปจนถึงของใช้ประจำวันแต่ฝั่งรายได้ หรือ เงินเดือนกลับไม่ได้เพิ่มขึ้นตาม หลายคนต้องหันไปกู้เพื่อมากินใช้ไปก่อน
ล่าสุดสภาพัฒน์ยังออกมาบอกว่าหนี้ครัวเรือนไทยไตรมาส 4 ปี 2568 ยังขยายตัวขึ้น 0.05%YoY มาอยู่ที่ 16.44 ล้านล้านบาท ทำให้สัดส่วนหนี้ครัวเรือนต่อ GDP เพิ่มขึ้นเป็น 86.7% หลังจากทรงตัวมา 2 ไตรมาส ส่วนหนึ่งมาจากสินเชื่อส่วนบุคคลขยายตัวเร่งขึ้น 4.24% ในไตรมาสสี่ ปี 68 สินเชื่อส่วนบุคคล
ส่วนถ้าดูเรื่องหนี้เสีย พบว่ายังแย่ลง ข้อมูลจากเครดิตบูโร พบว่า ไตรมาส 4 ปี 2568 ยอดคงค้างสินเชื่อบุคคลธรรมดาที่ค้างชำระเกิน 90 วันขึ้นไป (NPLs) มีมูลค่า 1.31 ล้านล้านบาท ขยายตัว 7.6%YoY (9.59% ของสินเชื่อรวม)
[ คนไทยหนี้เพิ่มขึ้น ทั้งตัวเราและรัฐต้องเร่งแก้แบบไหน ]
- ภาครัฐ ต้องทำงานหลักอย่างการพัฒนาเศรษฐกิจให้เติบโต นโยบายการยกระดับทักษะแรงงานไทย (Upskill/Reskill) ให้รอดพ้นจากการถูก AI เข้ามาทดแทน เพื่อให้รายได้ของประชาชนเติบโตได้ พร้อมออกมาตรการแก้หนี้ครัวเรือนที่เจาะถึงกลุ่มเป้าหมาย และช่วยได้จริง
- ประชาชน ต้องเริ่มวางแผนการเงินให้ดียิ่งขึ้น อาจเริ่มจากการปรับแนวคิดทางการเงินเป็น "ออมก่อนจ่าย" เริ่มวางแผนเก็บ "เงินสำรองฉุกเฉิน" เพื่อ ไม่ต้องวนกลับไปพึ่งพาสินเชื่อดอกเบี้ยสูงจนอาจกลายเป็นหนี้เสียในอนาคต
#การออม #หนี้ครัวเรือน #หนี้เสีย

25/05/2026

หุ้นไทยวันนี้ ศาลยังไม่ตัดสิน สินทรัพย์เสี่ยงเริ่มติดๆ

หุ้นไทยวันนี้ ศาลยังไม่ตัดสิน สินทรัพย์เสี่ยงเริ่มติดๆ รวมถึงผลกระทบทางการค้าของไทย-อิหร่าน ราย SECTOR

บล.เอเชีย พลัส เปิดเผยว่า นับตั้งแต่ต้นปี 2026 ล้วนเต็มไปด้วยความเสี่ยงหลายส่วนมีทั้งสหรัฐฯ ปฏิบัติการจู่โจมจับผู้นำเวเนซุเอลา, ทรัมป์อ้างสหรัฐฯ จำเป็นจะต้องครอบครองกรีนแลนด์ เพื่อสกัดการยึดครองของรัสเซีย-จีน

ขณะที่การหารือระหว่างประเทศร่วมกันหาทางออกความขัดแย้ง เดนมาร์กยอมรับว่า “ความเห็นยังไม่ตรงกัน” ส่วนการประท้วงในอิหร่านรุนแรงที่สุดในรอบหลายสิบปี

เหตุวิกฤตค่าเงิน เงินเฟ้อพุ่งสูง และเศรษฐกิจทรุดหนัก หากสถานการณ์ยังยืดเยื้อ อาจเป็นฉนวนให้สหรัฐฯ ปฏิบัติการทางทหารต่ออิหร่านได้เช่นกัน , สหรัฐฯ ระงับออกวีซ่าจาก 75 ประเทศ รวมไทย เริ่ม 21 ม.ค.นี้

กรณีความไม่สงบที่เกิดขึ้นยังคงรุนแรง อาจเป็นปัจจัยผลักให้ราคาหุ้นกลุ่มน้ำมันและปิโตรฯ ปรับตัวสูงขึ้นได้ มองเป็นบวกต่อ PTTEP, TOP, PTTGC, IVL, SCC

ปัจจัยในประเทศ
สภาพัฒน์ฯ และ ธปท. ประเมินมูลค่าการส่งออกสินค้าไทยในปีนี้ มีแนวโน้มติดลบ ซึ่งจะฉุดให้ GDP ปีนี้เติบโตเพียง 1.5% – 1.6% โดยมีสาเหตุหลักมาจาก 3 ปัจจัย

1. ฐานการส่งออกไปสหรัฐฯ ที่สูงเกินไปในปี 2568
2. ผลกระทบจากสงครามการค้า จีน VS สหรัฐฯ
3. ความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ระหว่างสหรัฐฯ VS อิหร่าน

นักลงทุนควรจับตาทิศทางราคาน้ำมันดิบและนโยบายกำแพงภาษีของสหรัฐฯ อย่างใกล้ชิด เพราะจะเป็นตัวแปรสำคัญที่กำหนดทิศทางกำไร ของบริษัทจดทะเบียน และ SENTIMENT ตลาดฯ

นอกจากนี้ ยังมี ผลกระทบทางการค้าของไทย-อิหร่าน ราย SECTOR

1. เม็ดเงินออกจากตลาดหุ้นสหรัฐ โดย MAG-7 -1.3%YTD กระจาย เข้าสินทรัพย์อื่นๆ อาทิ แร่เงิน +30%YTD น้ำมัน +6%YTD ทองคำ 5%YTD, ตลาดหุ้นเอเชีย ญี่ปุ่น +8%YTD, ฮ่องกง 5.3%

2. ขณะที่ตลาดหุ้นไทยเริ่มฟื้นขึ้นมาบ้าง พร้อมกับ FUND FLOW สลับมาซื้อสุทธิ 2.3 พันล้านบาท โดยเม็ดเงินไหลเข้าหุ้นอิงราคา COMMODITY เป็นส่วนใหญ่ ซื้อผ่าน NVDR เด่นๆ คือ PTT 862 ล้านบาท, PTTEP 283 ล้านบาท, PTTGC 91 ล้านบาท, SCC 81 ล้านบาท

ต้องการให้ธุรกิจของคุณ ธุรกิจ ขึ้นเป็นอันดับหนึ่ง ร้านขายของ ใน Bang Rak?
คลิกที่นี่เพื่อเป็นสมาชิก?

เว็บไซต์

ที่อยู่


20 อาคารบุปผจิต ถ. สาทรเหนือ แขวงสีลม เขตบางรัก จังหวัดกรุงเทพมหานคร
Bang Rak
10500

เวลาทำการ

จันทร์ 11:00 - 20:00
อังคาร 11:00 - 20:00
พุธ 11:00 - 20:00
พฤหัสบดี 10:00 - 20:00
ศุกร์ 11:00 - 20:00
เสาร์ 11:00 - 20:00
อาทิตย์ 11:00 - 20:00