DataProteins
Location Intelligence Platform วิเคราะห์ทำเลด้วยข้อมูล
26/10/2025
ช่วงนี้ใครรู้สึกเหมือนผมบ้างว่าโลกมันหมุนเร็วจนตามแทบไม่ทัน? ทั้ง AI ตัวใหม่ๆ, Data Model ที่ซับซ้อนขึ้น, ไหนจะกลยุทธ์ธุรกิจที่ต้องปรับกันทุกไตรมาส
พอดีผมเพิ่งได้อ่านหนังสือเล่มนี้ครับ "The Underlying Logic: ชนะตั้งแต่คิด พิชิตทุกความสำเร็จ" ของคุณหลิว รุ่น ขอบอกเลยว่านี่ไม่ใช่หนังสือ How-to ทั่วไป แต่มันคือ "คู่มืออัปเกรดวิธีคิด" ที่คนทำงานสาย Tech, Data, และ Strategy ต้องอ่าน
ในฐานะคนทำ Data และ AI สิ่งที่ผมชอบมากคือ หนังสือเล่มนี้พูดถึงการค้นหา "แก่นแท้" (Essence) หรือ "ตรรกะพื้นฐาน" (Fundamental Logic) ของสิ่งต่างๆ
ถ้าเปรียบเทียบกับงานสาย Power BI...
มันก็เหมือนการที่เราไม่โดดไปสร้าง Dashboard สวยๆ ทันที แต่เราใช้เวลา 80% ไปกับการทำความเข้าใจ Business Logic และออกแบบ Data Model ให้ถูกต้อง ถ้า Model เราแน่น ตรรกะเราชัด จะพลิกแพลง DAX ท่าไหน หรือสร้าง Report อะไรเพิ่มก็ง่ายไปหมด
หรือถ้าเป็นสาย AI...
มันคือการเข้าใจ "First Principles" ของปัญหาก่อนที่จะเลือกใช้ Model ไม่ใช่แค่ไล่ตาม Hype ว่าต้องใช้ LLM ตัวใหม่ล่าสุด แต่คือการตั้งคำถามว่า "ตรรกะ" ของปัญหาที่เราจะแก้คืออะไร?
หนังสือเล่มนี้ช่วย "จัดระเบียบ" ความคิดที่วุ่นวาย ให้เรากลับมาโฟกัสที่ "สิ่งที่ไม่เปลี่ยนแปลง" ท่ามกลาง "สิ่งที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา"
"ชนะตั้งแต่คิด" ไม่ใช่เรื่องเพ้อฝัน แต่คือการมี Framework การคิดที่ถูกต้องตั้งแต่แรก
ใครกำลังมองหาหนังสือที่ช่วยให้คิด "เฉียบคมขึ้น" และ "ลึกซึ้งขึ้น" ผมแนะนำเล่มนี้เลยครับ
#ชนะตั้งแต่คิด #หนังสือแนะนำ #รีวิวหนังสือ #ตรรกะพื้นฐาน
28/07/2025
Sam Altman (CEO ของ OpenAI) สนทนากับ Theo Von ในพอดแคสต์ This Past Weekend w/ Theo Von ตอนที่ #599 บันทึกที่ออฟฟิศ OpenAI ซานฟรานซิสโก. เผยแพร่วันที่ July 23, 2025
วิดีโอนี้คุย “ข้อดี–ข้อเสีย” ของการพัฒนา AI ที่เร็วมาก ผลกระทบต่อ “งาน/การศึกษา” และประเด็นจริยธรรมเรื่อง “มนุษย์จะผสานกับเครื่องอย่างไร”
สรุปได้ประมาณนี้
⚡️ ค่าของความเป็นมนุษย์ในยุคเทคฯ
แซมเริ่มจากประสบการณ์มีลูก—ความมหัศจรรย์ของการเรียนรู้แบบวันต่อวัน ทำให้ “สิ่งที่เป็นมนุษย์แท้ ๆ” ยิ่งมีค่าเมื่อเทคโนโลยีก้าวกระโดด
🧓🏻 เวลาคน > เวลาหน้าจอ คือกติกาหลักในบ้าน ถ้าเป็นไปได้ผมจะตั้งช่วง “หน้าจอคว่ำ” ระหว่างเล่นกับลูก
⚡️เด็กกับการศึกษา: จากท่องจำ → ออกแบบโจทย์
เด็กยุคนี้จะอยู่กับบริการที่ “ฉลาดกว่าเขา” เสมอ จึงต้องสอนทักษะ ตั้งคำถาม/ออกแบบงาน/ทำงานกับเอเจนต์ มากกว่าท่องจำ
🧓🏻 ระหว่างกินข้าวเย็น ชวนลูกตั้ง “โจทย์เล็ก ๆ” แล้วมอบหมายให้เอเจนต์ช่วย (เช่น จัดลิสต์นิทาน/สรุปหัวข้อเรียน) จากนั้นให้ลูกรีวิว—อะไรดี อะไรแก้ ทำไม
⚡️ผู้ใหญ่คือจุดเสี่ยง
เด็กมักปรับตัวทันของใหม่—แต่ผู้ใหญ่อาจติดวิธีเดิม ต้องเร่งอัปสกิลทำงานร่วมกับ AI
🧓🏻 ฝึก “แบ่งงานให้เอเจนต์” แทนทำเองทุกเม็ด เริ่มจากงานซ้ำ ๆ (จองคิว/กรอกฟอร์ม/ค้นข้อมูล) แล้วค่อยขยับไปงานซับซ้อน โดยเรายังเป็นคนวางเกณฑ์–ตรวจงาน
⚡️งาน–ศักดิ์ศรี–ความหมาย
บางงานจะหายไป แต่ความต้องการ “ประสบการณ์ที่ดีขึ้น” ของมนุษย์ไม่เคยพอ ความหมายยังมาจากการ มีประโยชน์ต่อกัน
🧓🏻 ให้ลูกเห็นค่าของ “การช่วยคนอื่น” ผ่านงานเล็ก ๆ ในบ้าน/ชุมชน พร้อมอธิบายว่าเทคโนโลยีเป็นเครื่องทุ่นแรง แต่ “ใจคน” คือเหตุผลที่งานมีความหมาย
⚡️จาก UBI → UBW (Universal Basic Wealth)
จากแจกเงินเปล่า → แนวคิด “ส่วนแบ่งในศักยภาพ AI/คอมพิวต์” ให้ทุกคนมีส่วนร่วม ไม่ใช่แค่ผู้รับ
🧓🏻 คำว่า “มีส่วนร่วม” ทำให้คนรู้สึกเป็นเจ้าของอนาคต อธิบายกับลูกง่าย ๆ ว่า เราไม่ได้อยากได้แค่เงินใช้วันนี้ แต่อยากมีสิทธิในเครื่องมืออนาคตของโลกด้วย
⚡️สุขภาพจิตดิจิทัล
กังวลวัฏจักรโดปามีนสั้น จึงควรออกแบบ AI ให้พาเราเข้าเป้าหมายชีวิต มากกว่าป้อนความเพลิดเพลินเฉพาะหน้า
🧓🏻 ตั้ง “กฎเตือนเพื่อเป้าหมาย” เช่น เตือนให้ออกกำลัง/อ่านนิทาน/ปิดจอก่อนนอน มากกว่า “เลื่อนต่ออีกนิด” และสรุปเวลาใช้หน้าจอร่วมกันทุกสัปดาห์
⚡️ความเป็นส่วนตัว & กฎหมาย
ควรมี “สิทธิความลับ” ให้บทสนทนากับ AI ระดับเดียวกับหมอ/ทนาย เพราะผู้ใช้เล่าเรื่องส่วนตัวจริงจัง
🧓🏻 สอนลูกเรื่อง “อะไรเล่าได้–อะไรไม่ควรเล่า” กับผู้ช่วย AI และเราควรสนับสนุนกติกาที่ปกป้องข้อมูลส่วนตัวในระดับกฎหมาย
⚡️การกำกับดูแลที่ใช้งานได้จริง
ควรมีกติกา ระดับประเทศเดียว มากกว่าแพตช์รายรัฐ และเปิดให้สังคมทดสอบอคติของโมเดลอย่างจริงจัง
🧓🏻 กติกาชัดทำให้โรงเรียน–ครอบครัวกล้าใช้เครื่องมือใหม่ได้มั่นใจ เราในฐานะผู้ใช้ควรถามหา “หลักฐาน/รายงานความโปร่งใส” จากแพลตฟอร์ม
⚡️สนามแข่ง AI เปลี่ยนด้าน
จากแข่ง benchmark → แข่ง “คุณค่าที่ผู้ใช้ได้จริง” จุดเปลี่ยนอาจคือวันที่ให้ AI ทำวิจัย AI เอง
🧓🏻 เวลาเลือกเครื่องมือ ถามง่าย ๆ ว่า “ช่วยประหยัดเวลาชีวิตเราไหม” ถ้าใช่ จึงค่อยสอนลูกให้ใช้เป็น เพื่อให้เทคโนโลยีช่วยเวลา ไม่แย่งเวลา
⚡️Agentic Computing: AI ลงมือทำแทน
จากถาม–ตอบ → มอบหมายงาน (จองโต๊ะ ซื้อของ ทำรีเสิร์ช เชื่อมเว็บ/แอป) พร้อมตรวจและยืนยัน
🧓🏻 โอนงานจุกจิกให้อเอเจนต์ แล้วใช้เวลาว่างไปอยู่กับลูก แต่คง “มนุษย์กำกับ” ไว้เสมอ เช่น ให้เราเป็นคนกดอนุมัติจ่ายเงิน/จองคิวขั้นสุดท้าย
⚡️ฮาร์ดแวร์ยุคใหม่เพื่อ AI
หลังคีย์บอร์ด/ทัชสกรีน—ต้องมีอุปกรณ์ที่เข้าใจบริบท รู้เมื่อไหร่ควรเตือน/ควรเงียบ และทำงานหลังฉาก
🧓🏻 อุปกรณ์ที่ดีคืออุปกรณ์ที่ “ไม่แย่งสายตาจากกัน” ตั้งโหมดเงียบอัตโนมัติช่วงมื้อเย็น/เวลาอ่านนิทาน และเปิดแจ้งเตือนเฉพาะเหตุจำเป็น
⚡️โครงสร้างพื้นฐาน & พลังงาน
ความต้องการ “สติปัญญา + พลังงาน” จะพุ่งขึ้น ฟิวชันเป็นเป้าหมายใหญ่เพื่อพลังงานอุดมและสะอาด
🧓🏻 เลือกใช้บริการที่มีนโยบายพลังงานรับผิดชอบ (เช่น รายงานคาร์บอน/ซื้อพลังงานสะอาด) เพื่อสื่อสารกับลูกว่า “เราใช้ของเก่งขึ้น โดยไม่ทำร้ายโลก”
⚡️Surveillance: ความปลอดภัย vs ความเป็นส่วนตัว
กล้อง/รู้จำใบหน้าช่วยความปลอดภัย แต่ต้องวาง “เส้นแดง” ไม่ให้ล้ำเสรีภาพเกินควร
🧓🏻 พูดกับลูกเรื่องสิทธิความเป็นส่วนตัวพื้นฐาน และร่วมผลักดันโรงเรียน/ชุมชนให้ใช้กล้องอย่างโปร่งใส (แจ้งวัตถุประสงค์ ระยะเวลาจัดเก็บ สิทธิ์เข้าถึง)
⚡️ความแท้ (Authenticity) จะยิ่งมีราคา
ต่อให้ AI สร้างคอนเทนต์ลื่นไหล มนุษย์ยังอยากฟัง “คนจริง” เล่าเรื่องจริง—วัฒนธรรมมนุษย์ยังเป็นศูนย์กลาง
🧓🏻 พาลูกพบ “ของจริง/คนจริง” บ้าง เช่น ร้านชุมชน/กิจกรรมอาสา เพื่อให้เขาเห็นคุณค่าที่จอแทนไม่ได้
⚡️ภาวะผู้นำในโลกไม่แน่นอน
เราไม่มีแผนที่ครบทั้งแผ่น—ต้องขับทีละโค้ง ยอมรับว่า “ไม่รู้ทั้งหมด” แต่ “พยายามทำให้ดี” และเรียนรู้ไว
🧓🏻 แบ่งปันกับลูกว่า พ่อแม่ก็เรียนรู้ไปพร้อม ๆ กันได้ ตั้งเป้าหมายเล็ก ๆ รายสัปดาห์ แล้วใช้เอเจนต์ช่วย—ฝึกทั้ง “วางโจทย์–ลงมือ–ทบทวน”
15/06/2025
“ไม่เขียนโค้ดสักบรรทัด ก็สร้างแอปได้จริงเหรอ?”
😇 ผมเคยฝันว่า “อยากมีแอปเป็นของตัวเอง” แบบที่เราเป็นคนคุมเองทุกอย่าง แต่ติดอยู่ตรง “เขียนโค้ดไม่เป็น” แต่วันนี้ความฝันที่อยากจะมีแอปเป็นของตัวเองสามารถทำได้ และทุกคน!! หมายถึงทุกคนจริงๆ ทำได้ด้วย Lovable
🧑💻จริงๆ ก็เคยได้ยินเรื่องให้ AI ช่วยเขียนโค้ดมาสักพักแล้ว เช่น Cursor, Windsurf, Copilot แต่ว่าอันนั้นจะเป็นเครื่องมือที่ให้สาย Dev เติมพลัง AI ให้การเขียนโค้ดเร็วขึ้น แต่ยังงัยก็ต้องมีพื้นฐาน coding อยู่เหมือนกันในการใช้งาน ก็เลยขอทดไว้ในใจก่อน เดี๋ยวค่อยมาเรียนแล้วกัน 5555
📱แล้ววันนึงก็นั่งไถ Youtube ไปเจอวิดีโอนึงบอกว่า สร้างแอปโดยไม่ต้องเขียนโค้ด!! คิดในใจก็คงเหมือนพวกด้านบนนั่นแหละ แต่แอบสนใจเพิ่มเติมจากคำว่า "สร้างแอปแบบ No-Code ที่เน้นสร้างแอปทั้งระบบ" เห้ยยยย!! สนใจขึ้นมาทันที ก็เลยทำการ Search keyword ทั้งหมดที่เกี่ยวกับคำว่า "Lovable"
💡พอได้ลองศึกษาเพิ่มเติม ก็เห็นว่ามันมีความง่ายที่แบบ มีความโปรในตัว!! คือในใจลึกๆ ก็มีความคิดว่า ให้มันเขียนโปรแกรมง่ายๆ ความปลอดภัยมันจะได้หรอ? แล้วมันจะ Production ได้จริงๆ หรอ ผมก็เชื่อว่าทุกคนก็คงคิดไม่ต่างจากผมเหมือนกัน
❤️ซึ่งตัว Lovable เองใช้ Claude เป็น Model ที่จะมาช่วยในการ coding (ณ.วันที่เขียนมี Model : Google และ OpenAI เติมเข้ามาให้ทดลอง และตอนนี้ถ้าใครมีเวลาว่างรีบเข้าไปทดลองเลย ฟรี!!!ไม่จำกัด ไม่เสียเครดิต แต่จะหมดเที่ยงคืนของวันที่ 15/6/2025 ก็คือวันนี้นะ) แต่ถึงจะหมดทดลองฟรี ก็ยังมี Free Plan ที่จำกัดวันละ 5 Credit หรือ Pro Plan ก็จ่ายเดือนละ 25$/เดือน มี 100 credits
❤️แต่จริงๆ แล้ว Lovable เองใช้ Claude เป็น Model ช่วยเขียนโค้ดก็ยังไม่น่าสนใจเท่าไหร่ แต่ส่วนที่หน้าสนใจคือ UI, Database , Figma และ GitHub ที่จะทำให้ Lovable ทรงพลังและใช้ production ได้จริง โดยหน้าที่หลักแต่ละส่วนจะเป็นดังนี้
❤️ Lovable :
✅ Prompt(มีผลต่อ credit, 1 prompt = 1 credit ถ้า Prompt ดีก็ใช้ credit น้อย) คือ prompt สั่งงานเสร็จแล้วเห็นหน้า UI ทันทีเลย
✅ มี Agentic AI เข้าใจโปรเจกต์แบบหลายขั้นตอน
✅ มีระบบ “multiplayer” (ทำงานหลายคน, เหมาะกับทีม)
✅ Security มี Superbase scan หาช่องโหว่ให้อัตโนมัติ
✅ สร้าง Stripe – สำหรับรับจ่ายเงินในแอปที่เราสร้าง
❤️ Superbase :
✅ Lovable ฝัง Superbase ไว้เลย ใช้สร้าง backend ได้อัตโนมัติ
✅ สั่งงานด้วยภาษาคน เช่น “อยากได้ฟีเจอร์ feedback form”→ Lovable สร้างทั้ง UI + Superbase Database ให้จบครบในคำสั่งเดียว
✅ ไม่ต้องมีความรู้ database หรือเขียนโค้ด backend เลย
✅ ทุกอย่างตั้งค่าให้เสร็จอัตโนมัติ (ตั้งแต่ auth, table, schema ฯลฯ)
✅ เป็น Backend as a Service(BaaS) แบบ opensource มีครบทั้ง Database, Authentication (ระบบล็อกอิน), Storage (เก็บไฟล์), Real-time updates, Serverless functions (Edge Functions) เปรียบง่าย ๆ คือ “Firebase เวอร์ชั่นโอเพ่นซอร์ส” แต่ใช้ SQL และไม่ล็อกกับเจ้าไหน
❤️ Figma :
✅ Figma สามารถ export design (ผ่านปลั๊กอิน Builder IO) แล้วนำเข้า (import) ไปที่ Lovable ได้โดยตรง
✅ Lovable จะเปลี่ยนดีไซน์จาก Figma ให้กลายเป็นโค้ด (production-ready, full stack)
✅ นักออกแบบสามารถออกแบบใน Figma แล้วนำเข้า Lovable เพื่อสร้างแอปจริงได้เลย
❤️ GitHub :
✅ ทุกโปรเจกต์ใน Lovable จะถูก backup ด้วย git repository อัตโนมัติ
✅ สามารถเชื่อม (sync) กับ GitHub ได้ง่าย โค้ดจะถูกอัปเดตทั้งสองฝั่งอัตโนมัติ (real-time sync)
✅ ถ้าแก้โค้ดใน Lovable ก็จะถูก push ไป GitHub ทันที และ ถ้าแก้โค้ดที่ GitHub ก็จะถูก pull กลับมาใน Lovable อัตโนมัติ
✅ ถ้าโปรเจกต์พังหรืออยากย้อนเวอร์ชัน แค่ restore จาก GitHub ได้เลย ไม่เปลืองเครดิต
📢 และภาพเหล่านี้คือหน้าจอที่ผมสร้างจาก Lovable โดยใช้เวลาประมาณ 5 ชั่วโมง หมายถึงทำครั้งแรกนะ เรียนไปด้วยทำไปด้วย กับความรู้ด้าน Coding ในแต่ละภาษาที่น้อยมาก
💻 โดยระบบที่ทำเล่นๆ นี้เป็นการบันทึกข้อมูลการพบเจอนกแต่ละสายพันธ์และทำการบันทึกผ่านแอปที่สร้าง ซึ่งมีครบทั้งหน้า UI, Database, Deployment web ซึ่งเป็น sub-domain ของ lovable หรือจะ custom domain ก็ได้แต่ต้องเป็น Pro Plan
🪬 ลองเข้าไปเวปที่ผมสร้างเล่นๆ ได้ที่
https://avian-diary-dataproteins.lovable.app/
🧭 ถ้าผมทำได้ผมก็เชื่อว่าทุกคนทำได้ไม่ต่างจากผม
23/05/2025
Power BI อัปเดตใหม่! ปรับแต่งแผนที่ Azure Maps ได้ง่ายกว่าเดิม
สาย Data ที่ชอบใช้ Power BI ในการแสดงแผนที่ มีข่าวดี! ตอนนี้เราสามารถ “ปรับแต่งแผนที่” บน Azure Maps Visual ได้ละเอียดขึ้นเยอะเลย
ใครอยากเน้นข้อมูลอะไร เลือกโชว์/ซ่อนจุดสำคัญในแผนที่ได้เอง เช่น
• ซ่อนหรือแสดง “ขอบเขตประเทศ” (Country Borders)
• จะโชว์/ซ่อนเส้นแบ่งเขต “รัฐหรือจังหวัด” (State/Province Borders)
• หรือแม้แต่ขอบเขต “อำเภอ/เขต” (County Borders) ก็เลือกได้
• จะโชว์ footprint ของ “ตึก” หรือไม่ก็ได้
• รายละเอียดของ “ถนน” ก็เลือกปรับได้ว่าจะให้เยอะหรือน้อย (ยิ่งซูมเข้า ก็จะเห็นถนนมากขึ้น)
สรุปคือ… ช่วยให้แผนที่ใน Power BI ของเรา “เน้นข้อมูล” ที่อยากนำเสนอ หรือจะ “เคลียร์ภาพ” ให้ดูสะอาดตาก็ได้
เหมาะกับการทำรีพอร์ตแบบเน้นโซน, วิเคราะห์แต่ละพื้นที่ หรือทำ Dashboard ที่ไม่รก!
ใครใช้ Power BI ลองเล่นฟีเจอร์นี้ดู แล้วมาแชร์ประสบการณ์กันหน่อยว่าช่วยงานแค่ไหน
16/03/2025
รู้อะไร ไม่สู้ รู้ AI
เล่มนี้เป็นเล่มที่ 2 แล้วสำหรับ Genrative AI for Marketing ที่จะพาทุกคนเข้าสู่โลก AI-Driven Marketing ได้อย่างมั่นใจ
ควรค่าแก่การสะสมทั้งเล่ม 1 และ เล่ม 2 ครับ
Chatgpt on Marketing พลิกการตลาดด้วย AI
คลิกที่นี่เพื่อเป็นสมาชิก?
ติดต่อ โรงเรียนนี้
เว็บไซต์
ที่อยู่
Bang Kapi