Robot Play Plearn

Robot Play Plearn

แชร์

🎯 ต่อหุ่นยนต์เลโก้พร้อมลงโปรแกรมเพื่อพัฒนาทักษะสมอง
🎯 กิจกรรมสำหรับพัฒนาทักษะสมองสำหรับเด็กเล็ก

"ครูเปิ้ล" ที่ไม่ได้จบครู แต่เกิดจากการใช้ประสบการณ์การเลี้ยงลูกชายด้วยวินัยเชิงบวกมาตั้งแต่่เล็กๆ (ตอนนี้ปัจจุบัน 16 ปีแล้วค่ะ) และความรู้ที่ได้จากการอบรม เข้า workshop ศึกษาเพิ่มเติมอย่างต่อเนื่อง เดิมครูเปิ้ลเปิดสอนหุ่นยนต์เลโก้ที่ จ. ขอนแก่นค่ะ และย้ายตามครอบครัวมาอยู่ที่ จ. สมุทรปราการ แต่ด้วยพื้นที่บ้านมีจำกัด ไม่สามารถกั้นห้องเรียน เลยแบ่งพื้นที่เล็กๆให้เด็กๆที่นี่มาเรียน ฟีล มาเรียนที่บ้าน

22/03/2026

มาฝึกวินัยเชิงบวกให้เราและลูก
แล้ว EF จะตามมาค่ะ

เรื่องใหญ่ เมื่อต้องห้ามลูก...
คุณต้องเข้าถึงตัวลูก และแสดงความซีเรียส
ด้วยคำสั่ง ประกอบภาษากาย
นั่นคือ จับมือ สบตา พูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง

อย่าเพียงตะโกนข้ามไป !
มันไม่ศักดิ์สิทธิค่ะ
อย่าลืมว่า..
วันหนึ่งๆ คุณอาจตะโกนไม่รู้กี่ครั้ง😅

ปล. คำห้ามที่ศักดิ์สิทธิ คือ คำห้ามที่นานๆมาที
ปล2 อย่าลืม ชวนลูกไปเล่นอย่างอื่นด้วย

#หมอเสาวภาเลี้ยงลูกเชิงบวก

20/03/2026

การฝึกวินัย ให้รับผิดชอบเรื่องต่างๆที่ได้รับมอบหมายตั้งแต่เด็ก
จะช่วยให้เด็กมี sense ของความรับผิดชอบได้ดีในเรื่องการเรียนตอนโตด้วย

เช่น
อยากไปเล่น แต่จิตสำนึกที่เคยฝึกมาแต่เล็กๆ ต้องทำการบ้าน ให้เสร็จก่อน ค่อยไปเล่น

เราจะไม่ต้องเหนื่อยกับเรื่องพวกนี้เมื่อเค้าโต
แต่แน่นอนค่ะต้องฝึกแต่เล็กและอย่างสม่ำเสมอ😉

คลินิกพัฒนาการเด็ก Happy kids ดูแลโดยนักกิจกรรมบำบัดและครูพัฒนาการเด็ก
• ประเมินพัฒนาการเด็กเบื้องต้น
• วางแผนการดูแลส่งเสริมเฉพาะบุคคล
• แนะนำแนวทางฝึกพัฒนาการทั้งที่บ้านและศูนย์
ทำงานร่วมกับผู้ปกครองเพื่อให้เด็ก ๆ ได้เติบโตเต็มศักยภาพ
ร่างกาย อารมณ์ สังคม และการเรียนรู้

20/03/2026

#หุ่นยนต์เลโก้เพื่อพัฒนาทักษะสมอง ช่วยพัฒนาเด็กได้อย่างไรนะ

🩵กิจกรรมที่ช่วยพัฒนากล้ามเนื้อมัดเล็ก หยิบจับ เลโก้ชิ้นเล็กๆ ออกแรงกด
🩷การทำงานร่วมกันระหว่างมือกับตา ตารับข้อมูล แล้วส่งข้อมูลไปยังสมองเพื่อประมวลผล สั่งการให้มือของเราทำงาน
🩵ความจำ มองภาพ จำและหาชิ้นส่วนให้ถูกต้อง และช่วยเรียนรู้เรื่องตัวเลขด้วยนะ ต้องหยิบอะไรบ้าง กี่ชิ้น
🩷 การสังเกตและความสัมพันธ์ของตำแหน่ง ชิ้นนี้วางตรงไหนนะ บนสีอะไร หรือใกล้กับส่วนไหน
🩵 สมาธิ จดจ่อกับงานตรงหน้า จะได้เล่นไวๆนะ
🩷การรอคอย รอให้ถึงคิวตัวเองก่อนนะ ที่สำคัญเรามีกติกา ไม่หยิบชิ้นส่วนไปเล่นระหว่างรอคิว เพราะ "เพื่อนจะหาไม่เจอ" นั่นเอง
🩵 การเรียงลำดับ เชิงตรรกะ คำสั่งแบบนี้ให้หุ่นยนต์ทำงานแบบนี้นี่เอง

ชวนมาเรียนรู้ผ่านการเล่นช่วงปิดเทอมกันค่า

10/03/2026

ฝึกแต่เล็ก ฝึกง่ายกว่าตอนโต

"ฝึกฝืน"
ทักษะที่กำลังจะหายไปในปัจจุบัน
👶🏻เด็กๆ ควรฝึกฝืนหรืออดทน
ทำสิ่งที่จำเป็นตามวัย
ได้แก่
- การช่วยเหลือตัวเอง
เช่น กินข้าว อาบน้ำ แต่งตัว แปรงฟัน
- หน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย
เช่น งานบ้าน การบ้าน งานส่วนรวม
- ทำตามเป้าหมายที่ตัวเองตั้งไว้
เช่น อ่านหนังสือสอบ ออกกำลังกาย
🌱การฝึกฝืนได้สอนเด็ก 3 ประการที่สำคัญ
📍 1. "ตัวเองควบคุมตัวเองได้" 🧘🏻‍♀️
-เด็กเป็นเจ้าของร่างกายตัวเอง
เขาคุมร่างกายให้หยุดเพื่อรอ
และอดทดเพื่อทำต่อได้
📍 2. "ตัวเองพาตัวเองไปถึงเป้าหมายได้" 👣
-เด็กอดทนจนพาตัวเองจาก
จุดเริ่มต้นไปถึงจุดหมายได้
แม้จะเหนื่อย ท้อ แต่อดทน
ทำจนเสร็จ หรือ รอจนผลออกดอก
📍3. "สุขง่าย ทุกข์ยาก" 🌳
เมื่อเด็กๆ อดทนกับสิ่งเล็กๆ ง่ายๆ ได้
เขาจะค่อยๆ อดทนกับสิ่งที่ยากและสำคัญได้
รวมทั้งหัวใจและร่างกายของเขาจะแข็งแรงพอ
ที่จะรับผิดชอบและทำสิ่งต่างๆ ตามวัย
เด็กๆ จะเติบโตต่อไปโดยไม่แหลกสลายระหว่างทาง
📌 ข้อสำคัญ เราไม่ได้ให้เด็กๆ อดทนฝืนทน
กับสิ่งที่ไม่จำเป็นหรือสิ่งที่ทำร้ายเขา
เช่น
-ห้ามแสดงออกทางอารมณ์
-ห้ามแสดงความคิดเห็น โต้แย้ง
-ห้ามเป็นตัวของตัวเอง
แต่เราให้อดทนกับสิ่งที่ทำให้เขาทำได้
และสิ่งนั้นทำให้เขาเติบโตพัฒนาไปในทางที่ดี
**********
❤️⏳
เพื่อให้เด็กๆ "ฝึกฝืนตามวัย"
เราฝึกผ่าน การ Delayed Gratification
หรือ การชะลอเวลาที่จะรับรางวัลในทันที
เพื่อเป้าหมายที่คุ้มค่ากว่าในอนาคต
เริ่มต้นจาก...
รอคอยช่วงเวลาสั้นๆ
เพียง 10 วินาที
ไปจนถึง 10 นาที
ซึ่งทำได้ง่าย
ไปจนถึงรอคอยที่นานขึ้น
กว่าจะได้สิ่งที่ต้องการ
1 วัน
1 สัปดาห์
1 ปี
ซึ่งทำได้ยาก
ใช้เวลาและ
ความอดทนขั้นสูง
ทั้งร่างกายและจิตใจ
**********
การฝึกเริ่มต้นตั้งแต่เด็กเล็ก
และค่อยๆ ไต่ระดับความยาก
ไปสู่เด็กโต และสุดท้ายการเป็นผู้ใหญ่
❤️ ขั้นที่ 1 "รอคอยการกลับมาเจอกัน"
การแยกจากจากพ่อแม่
จากคนที่เด็กๆ รัก
เป็นการแยกจากสั้นๆ ชั่วคราว
เกิดขึ้นในบ้านไปจนถึงนอกบ้าน
เช่น
- รอแม่เข้าห้องน้ำ
- รอพ่ออาบน้ำ
- รอแม่กลับมาจากจ่ายตลาด
- รอพ่อกลับมาจากทำงาน
- เด็กไปโรงเรียนรอแม่มารับกลับ
ช่วงแรกเด็ก 0-6 ปีจะกังวล
เพราะไม่เคยแยกจาก
จากพ่อแม่ตั้งแต่เกิด
(Separation Anxiety)
ซึ่งจะค่อยๆ ดีขึ้น
เมื่อรับรู้ว่า "พ่อแม่มีอยู่จริง"
เขามองไม่เห็นพ่อแม่
ไม่ได้แปลว่าพ่อแม่หายไป
เพียงแค่แยกจากชั่วคราว
การกลับมาเจอกันทุกครั้ง
หลังการแยกจากชั่วคราว
จะทำให้เด็กคุ้นเคย
และมั่นใจมากขึ้น
หลังจากนั้นเด็กจะปรับตัว
แยกจากและรอคอยได้ดีขึ้น
เคล็ดลับ
เด็กที่ช่วยเหลือตัวเองได้ดี
จะกังวลกับการแยกจากน้อยลง
***
❤️ ขั้นที่ 2 "รอคอยให้ถึงตาของตัวเอง"
เป็นการรอคอยที่ขึ้นอยู่กับสังคม
เพื่อนๆ และผู้อื่นมากขึ้น
เช่น
- ต่อแถวเล่นชิงช้า
- ต่อแถวรอซื้อขนม
- ยกมือเพื่อรอครูเรียกตอบคำถาม
- ฟังเพื่อนพูดจบ แล้วค่อยเป็นตาเขาพูด
- เล่นบอร์ดเกม แล้วรอให้ถึงตาเขาเล่น
ซึ่งการรอคอยให้ถึงตาตัวเอง
หรือ ถึงเวลาของตัวเอง
ทำให้เด็กๆ เรียนรู้คุณค่า
ของการได้รับโอกาส
และช่วงเวลาที่เขามีมากขึ้น
***
❤️ ขั้นที่ 3. "อดทนกับความเหนื่อย/ความเบื่อ"
การอดทนแรกที่ทำได้
คือการอดทนทางกาย
เมื่อร่างกายทนได้มากขึ้น
จิตใจของเราจะแข็งแกร่งมากขึ้น
เด็กๆ ที่ออกกำลังกาย
ทำอะไรด้วยตัวเอง
จะมีแนวโน้มอดทนต่อความเหนื่อย
มากกว่าเด็กที่ไม่ได้ทำอะไรด้วยตัวเอง
และไม่เคยออกกำลังกายมาก่อน
ร่างกายด่านแรกคือ "การช่วยเหลือตัวเอง"
- กินเอง
- ใส่เสื้อผ้าเอง
- แกะเปลือกส้ม เปลือกไข่เอง
เด็กต้องทนกับความหงุดหงิด
ไม่ได้ดั่งใจที่ต้องทำสิ่งเหล่านั้นเอง
แต่เมื่อทำได้ เขาจะรู้สึกถึงความสำเร็จ
แล้วจะอยากทำอีกๆ เรื่อยๆ
และจะแผ่ขยายทำสิ่งอื่นๆ ใหม่ๆ อีกด้วย
ร่างกายด้านที่สองคือ "การออกกำลังกาย"
- การเดิน
- การวิ่ง
- การปีนป่าย
ที่ทำให้เหงื่อออก
มีสภาพแวดล้อมที่ไม่ได้เป็นดังใจ
(ร้อนบ้าง ลมแรงบ้าง เหนอะหนะบ้าง)
เด็กๆ จะมีความทนทานที่มากขึ้น
ถ้ากำหนดเป้าหมายแล้ว
พาเด็กๆ ทำได้จนจบ
เด็กๆ จะได้เรียนรู้การอดทน
และความมั่นใจของเขาที่มีต่อ
ร่างกายและจิตใจจะพัฒนาขึ้น
เช่น
- วิ่งที่ไปถึงเส้นชัย
แม้จะเหนื่อยบ้าง
ไม่ได้เร็วอย่างใครเขา
แต่เราจะไปจนจบ
- เดินเที่ยวสวน
เราจะเดินด้วยตัวเอง
ถ้าเหนื่อยเราจะพัก
มีบ้างที่งอแง
แต่เราจะเดินไปด้วยกัน
ข้อนี้จะสำเร็จ
หากพ่อแม่ไม่ใจอ่อน
เหนื่อยเราพัก
ไหวเราไปต่อ
บางครั้งเราพบว่า
เด็กๆ ไม่ได้เหนื่อย
เขาแค่ไม่ชอบความเบื่อ
การทำอะไรนานๆ
แม้สิ่งนั้นจะง่าย
แต่ก็เป็นเรื่องยากของเด็กๆ
เช่น
- การเดิน
- การระบายสี
- การนั่งรถ
ถ้าเบื่อ
เราหยุดพัก
แล้วไปต่อ
เด็กๆ จะได้เรียนรู้
"การไม่ยอมแพ้"
และที่สำคัญ
"เขาอดทนได้
***
❤️ ขั้นที่ 4. "หักห้ามใจทำสิ่งจำเป็น
ก่อนสิ่งที่อยากทำเสมอ"
(Needs ก่อน Wants)
แม้สิ่งนั้นจะชอบหรือไม่ก็ตาม
เช่น
- ทำการบ้าน/งานบ้าน ก่อนไปเล่น
- อาบน้ำให้เรียบร้อยก่อนไปฟังนิทาน
- กินข้าว ก่อนกินขนม
เมื่อเด็กๆ เรียนรู้
เขาจะรับผิดชอบหน้าที่
และดูแลตัวเองได้ดี้ขึ้น
วุฒิภาวะจึงเติบโตตามวัย
เด็กจึงยับยั้่งชั่งใจได้
เมื่อเข้าสู่วัยรุ่น-ผู้ใหญ่
***
❤️ ขั้นที่ 5. "หักห้ามใจเรื่องเล็กๆ เพื่อสิ่งที่ยิ่งใหญ่กว่า"
สะสมหรือเก็บเล็กผสมน้อย
เพื่อให้ได้ของชิ้นใหญ่
เช่น
- เก็บเงินค่าขนมไปซื้อของเล่น
- สะสมคะแนนเพื่อให้ได้รางวัลใหญ่
"การหักห้ามใจ"
เพื่อสิ่งที่ยิ่งใหญ่กว่า
ทำให้เด็กๆ ได้ฝึกชั่งน้ำหนัก
และตัดสินใจเพื่อตัวเอง
***
❤️ ขั้นที่ 6. "อดทนเพื่อเป้าหมายปลายทาง"
ตั้งเป้าหมายระยะยาว
แล้วค่อยๆ ทำไปเรื่อย
ตามแผนที่วางไว้
โดยไม่ไขว้เขวต่อสิ่งล่อใจ
แม้จะพบกับ...
"ความเหนื่อยยาก"
"ความพ่ายแพ้"
"ความล้มเหลว"
แต่จะอดทนเพื่อไปให้ถึงเป้าหมายนั้น
โดยระหว่างทางอาจจะมีการหยุดพัก
หรือปรับเปลี่ยนทางเดินให้เหมาะสมกับตัวเอง
เช่น
- ออกกำลังกายวันละนิดทุกวัน
เพื่อร่างกายที่แข็งแรง
- อ่านหนังสือสอบ
เพื่อสอบเข้ามหาวิทยาลัย
- รดนำต้นไม้
เพื่อรอกินผลของมัน
"วินัย"
คือการทำอย่างสม่ำเสมอ
ไม่ใช่ทำเพียงช่วงเวลาสั้นๆ
แต่คือการทำต่อเนื่องยาวนาน
ทำไม่มาก หรือ น้อยเกินไป
เพื่อสร้าง "ฐาน" ทางกายใจ
ที่มั่นคงและเติบโตไม่สิ้นสุด
**********

🪜
เด็กๆ ที่มีการควบคุมตัวเองที่ดี
เขาจะสามารถเดินไปได้ไกล
และไปจนถึงจุดหมายที่เขาตั้งใจไว้
แม้สุดท้ายเขาอาจจะ...
พ่ายแพ้
ล้มเหลว
ทำให้ปลายทางอาจจะปรับเปลี่ยน
ไม่ใช่อย่างที่ตั้งไว้ในตอนแรก
แต่อย่างน้อยที่สุด
ทุกความพยายาม
จะทำให้เด็กๆ เติบโต อย่างมีคุณค่า
ชีวิตของเขาจึงมีความหมาย
🌧 "ฟ้าหลังฝนสวยงามเสมอ" 🌈
ด้วยรักจากใจ
เม
เพจตามใจนักจิตวิทยา

07/03/2026

มาฟังขอบเขตการเลี้ยงลูกเชิงบวกกันค่ะ เชิงบวก
#เชิงบวกที่ไม่ได้แปลว่าตามใจ
#เชิงบวกที่ต้องมีขอบเขต

เพราะการเลี้ยงลูกไม่ใช่แค่…
“ให้ความรัก” แต่ต้องมี “ขอบเขต” ที่เหมาะสมควบคู่กัน 👶

🔍รู้หรือไม่? การเลี้ยงลูกเชิงบวก ไม่ได้หมายถึงการตามใจ
แต่คือการสื่อสารอย่างเข้าใจ พร้อมวางกรอบที่ชัดเจน
เพื่อให้ลูกเติบโตอย่างมั่นคงทั้งด้านอารมณ์และพฤติกรรม

มาร่วมเจาะลึกแนวคิดการเลี้ยงลูกยุคใหม่กับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านกุมารเวชศาสตร์ในไลฟ์นี้ 🍃

🍃 หัวข้อ: เลี้ยงลูกเชิงบวก: รักอย่างเดียวไม่พอ ต้องตั้งขอบเขต

🎙️ วิทยากร
ศ. นพ.วีระศักดิ์ ชลไชยะ
สาขาวิชาพัฒนาการและการเจริญเติบโต ภาควิชากุมารเวชศาสตร์
คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

🎤 พิธีกร
อ. พญ.สกุณี ภระกูลสุขสถิตย์
ฝ่ายเวชศาสตร์ครอบครัว
โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย

📅 พบกันวันพุธที่ 11 มีนาคม 2569
⏰ เวลา 19.30 – 20.30 น.

📌 เข้าชมฟรีผ่านแพลตฟอร์ม
👉 www.medumore.org

📌 รับชมแบบเรียลไทม์ผ่าน Facebook LIVE
👉 MDCU MedUMORE

#ริมสวนชวนทอล์ก #ครอบครัว #ปิดเทอมใหญ่ #เลี้ยงลูกเชิงบวก

06/03/2026

เราเป็นพ่อแม่แบบไหนนะ
ความอบอุ่นและกฎกติกา
มีผลต่อตัวลูกเสมอค่ะ

พ่อแม่ 4 แบบ ที่หล่อหลอมให้ลูกโตมาแตกต่างกัน
(ลองอ่านดูครับ...เพื่อเข้าใจทั้งลูกของเรา และตัวเองมากขึ้น)

ภาพที่หมอโพส อ้างอิงจาก “ทฤษฎีการเลี้ยงดูของพ่อแม่ 4 แบบ (Parenting Styles Theory)”
โดยนักจิตวิทยาชื่อดัง Diana Baumrind
ซึ่งอธิบายว่าพฤติกรรมของพ่อแม่ มีอิทธิพลโดยตรงต่อ “โครงสร้างสมอง” และ “บุคลิกภาพของลูก”
ตั้งแต่เด็กจนโตเลยทีเดียว

🔹 แกนหลักของทฤษฎี
Baumrind อธิบายว่าพ่อแม่แตกต่างกันไปตามสองมิติหลักคือ
• ความอบอุ่น (Warmth / Responsiveness) — พ่อแม่เข้าใจ รับฟัง และให้ความรักมากหรือน้อยแค่ไหน
• กฎระเบียบหรือความเข้มงวด (Control / Demandingness) — พ่อแม่ตั้งขอบเขตและคาดหวังกับลูกมากหรือน้อยเพียงใด
เมื่อไขว้กัน จึงเกิดเป็น 4 รูปแบบของการเลี้ยงดู ซึ่งส่งผลต่อ “สมอง” และ “หัวใจ” ของเด็กอย่างลึกซึ้ง

-----

🌤️ 1. พ่อแม่อบอุ่นและมีกฎ (Authoritative)
นี่คือรูปแบบที่ “ดีที่สุด” ในเชิงพัฒนาการ
พ่อแม่ให้ความรัก ความเข้าใจ และตั้งขอบเขตชัดเจนในเวลาเดียวกัน
เด็กที่โตมาจะมั่นใจในตัวเอง เคารพผู้อื่น และรู้จักคิดอย่างมีเหตุผล
เพราะสมองส่วนหน้า (prefrontal cortex) ซึ่งทำหน้าที่ควบคุมอารมณ์และการตัดสินใจ ได้รับการฝึกฝนตั้งแต่เด็ก
พอโตเป็าผู้ใหญ่ มักจะป็นคนมีวินัย อ่อนโยนกับผู้อื่น และมีความสัมพันธ์ที่มั่นคง

-----

🌧️ 2. พ่อแม่ไม่อบอุ่นแต่มีกฎ (Authoritarian)
พ่อแม่กลุ่มนี้มักเข้มงวดกับลูก แต่ขาดความเข้าใจ
ลูกต้องทำตามกฎอย่างเคร่งครัดโดยไม่มีเหตุผลให้พูดคุย
เด็กที่โตมามัก “กลัวผิด” ไม่กล้าแสดงออก
และเชื่อว่าคุณค่าของตัวเองขึ้นอยู่กับ “การทำให้คนอื่นพอใจ”
จึงโตมาเป็นผู้ใหญ่ที่มักเหนื่อยกับการพยายามพิสูจน์ตัวเองอยู่ตลอดเวลา
ภายในใจของเขามักมีเสียงเบา ๆ ว่า
“ฉันยังไม่ดีพอ”
"ฉันต้องทำให้ดีที่สุด คนอื่นถยอมรับและรักฉัน

-----

☁️ 3. พ่อแม่อบอุ่นแต่ไม่มีกฎ (Permissive)
บ้านแบบนี้เต็มไปด้วยความรัก แต่ขาดขอบเขต
พ่อแม่มักตามใจลูก เพราะไม่อยากให้ลูกรู้สึกเสียใจ
เด็กจึงโตมาโดยไม่คุ้นกับคำว่า “รอ” หรือ “จัดการอารมณ์ตัวเอง”
มักขาดวินัย ไม่ชอบถูกขัดใจ และรู้สึกไม่มั่นคงเวลาเจอคำว่า “ต้องรับผิดชอบ”
เมื่อโตมาเป็นผู้ใหญ่ มักรู้สึกว่าชีวิตหลุดจากกรอบง่าย
เหนื่อยกับการควบคุมตัวเอง หรือใช้ชีวิตอย่างไม่มีระบบ

-----

🌪️ 4. พ่อแม่ไม่อบอุ่น และไม่มีกฎ (Neglectful)
พ่อแม่มักไม่สนใจ ไม่รับฟัง และไม่ตั้งขอบเขตใด ๆ
เด็กที่เติบโตมักรู้สึก “ไม่มีค่า”
ไม่มั่นใจในตัวเอง และกลัวการถูกทอดทิ้ง
สมองเรียนรู้ว่า “โลกไม่ปลอดภัย”
จึงมักมองหาความมั่นคงจากภายนอก เช่น ความรัก หรือการยอมรับจากคนอื่น
เมื่อโตขึ้น พวกเขามักรู้สึกว่างเปล่า และไม่แน่ใจในคุณค่าของตัวเอง

-----

🧠 มุมมองจากหมอสมองแจ่มใจ
วิธีเลี้ยงดูมีผลต่อสมองจริง
แต่ สมองผู้ใหญ่ก็พัฒนาใหม่ได้เสมอ (Neuroplasticity)
ไม่ว่าเราจะโตมากับแบบไหน ก็ “ฟื้นฟู” และ “เลี้ยงดูตัวเองใหม่” ได้ตลอดชีวิต

พ่อแม่เองก็ไม่จำเป็นต้องเพอร์เฟกต์
การรู้ตัวว่าตัวเองอยู่โซนไหน ไม่ใช่เพื่อตำหนิตัวเอง
แต่เพื่อ “ปรับให้ดีขึ้นทีละนิด” เพื่อให้ลูกเติบโตอย่างแข็งแรงทั้ง สมองและใจ

อ่านจบแล้ว…คุณรู้สึกว่าโตมากับแบบไหนมากที่สุดครับ?
และวันนี้…อยากปรับจุดไหนให้ดีขึ้นบ้างในฐานะพ่อแม่?

#สมองแจ่มใจ
#พ่อแม่4แบบ

งานวิจัยที่น่าสนใจ > ความสัมพันธ์ระหว่างการข้ามคลานกับการจับและการควบคุมดินสอ ในเด็กอา 05/03/2026

"คลาน"
พัฒนาการที่ไม่ควรมองข้ามจริงๆนะคะ

งานวิจัยที่น่าสนใจ > ความสัมพันธ์ระหว่างการข้ามคลานกับการจับและการควบคุมดินสอ ในเด็กอา ศูนย์กระตุ้นและส่งเสริมพัฒนาการสมองของเด็ก Mind Brain & Body

ทำไมเด็กเจนเอลฟ่า-เบต้า จึงฉลาดยากขึ้นกว่าสมัยก่อนหน้า
📍 รับชมคลิปเต็มได้ คลิ๊กที่ Link นี้ 👉🏻 www.youtube.com/watch?v=nxPaCYNRitE 
📍 รับชมในรูปแบบ Uncut พิเศษสำหรับสมาชิกบ้านพี่เกลล์ 🏡 คลิ๊กที่ Link นี้ 👉🏻 https://youtu.be/JSss_Iz9_Jo

#เลี้ยงลูกกับอาจารย์เกลล์
#จิตวิทยาเด็ก #แม่และเด็ก
#พัฒนาการเด็ก #มีลูกต้องมีพี่เกลล์
#จิตวิทยาเด็กและวัยรุ่นโดยนักจิตวิทยา
_________________________

สมัครสมาชิกบ้านพี่เกลล์ 🏡 เพียง 450/เดือน ทางYouTube ช่อง จิตวิทยาเด็กและวัยรุ่นโดยนักจิตวิทยา เพื่อรับสิทธิพิเศษต่างๆ มากมาย 

✅ ดูป๊าม้าเทิร์นโปรในรูปแบบ uncut
✅ 50 minutes talk กับพี่เกลล์ คุยเจาะลึกใน topic ที่น่าสนใจ ทุกคืนวันพฤหัสบดี 22.00น.
✅ รายการพิเศษ Deep Talk ถอดบทเรียนชีวิต
✅ ดู Live ได้แบบตัดคำถามตามช่วงอายุแบ่ง folder ให้ดูง่าย และค้นหาง่าย

คลิ๊กได้ที่ Link นี้ 
👉🏻  https://m.youtube.com/@atmindforkids/join 
(ถ้ากดเข้าสมัครผ่าน link ทางมือถือไม่ได้ แนะนำสมัครผ่านคอมพิวเตอร์ค่ะ) 05/03/2026

สิ่งอำนวยความสะดวก การป้องกันปัญหาไม่ให้เกิดกับลูกมากเกินไป ทำให้เด็กไม่ได้เกิดการเรียนรู้และส่งเสริมพัฒนาการในทางที่ถูกต้องนะคะ

ทำไมเด็กเจนเอลฟ่า-เบต้า จึงฉลาดยากขึ้นกว่าสมัยก่อนหน้า 📍 รับชมคลิปเต็มได้ คลิ๊กที่ Link นี้ 👉🏻 www.youtube.com/watch?v=nxPaCYNRitE 📍 รับชมในรูปแบบ Uncut พิเศษสำหรับสมาชิกบ้านพี่เกลล์ 🏡 คลิ๊กที่ Link นี้ 👉🏻 https://youtu.be/JSss_Iz9_Jo #เลี้ยงลูกกับอาจารย์เกลล์ #จิตวิทยาเด็ก #แม่และเด็ก #พัฒนาการเด็ก #มีลูกต้องมีพี่เกลล์ #จิตวิทยาเด็กและวัยรุ่นโดยนักจิตวิทยา _________________________ สมัครสมาชิกบ้านพี่เกลล์ 🏡 เพียง 450/เดือน ทางYouTube ช่อง จิตวิทยาเด็กและวัยรุ่นโดยนักจิตวิทยา เพื่อรับสิทธิพิเศษต่างๆ มากมาย ✅ ดูป๊าม้าเทิร์นโปรในรูปแบบ uncut ✅ 50 minutes talk กับพี่เกลล์ คุยเจาะลึกใน topic ที่น่าสนใจ ทุกคืนวันพฤหัสบดี 22.00น. ✅ รายการพิเศษ Deep Talk ถอดบทเรียนชีวิต ✅ ดู Live ได้แบบตัดคำถามตามช่วงอายุแบ่ง folder ให้ดูง่าย และค้นหาง่าย คลิ๊กได้ที่ Link นี้ 👉🏻 https://m.youtube.com/@atmindforkids/join (ถ้ากดเข้าสมัครผ่าน link ทางมือถือไม่ได้ แนะนำสมัครผ่านคอมพิวเตอร์ค่ะ)

Photos from Robot Play Plearn's post 05/03/2026

"หนูทำไม่ได้ มันยาก"
เด็กหญิงวัย 10 ขวบ
บ่นทุกครั้งที่มาเรียน

ครูก็มักจะบอกเสมอว่า
"ทำไม่ได้ก็ต้องฝึกค่ะ เดี๋ยวก็ทำได้ค่อยๆฝึกไป สักวันจะทำได้แน่ๆ"

Mobile uploads 26/02/2026

การได้คลุกคลีกับงานที่แม่ทำ ค่อยๆซึมซับไปโดยไม่รู้ตัว
จากที่ไม่ค่อยคุ้นเคยกับเด็ก (ลูกคนเดียวอะเนอะ)
ก็เริ่มสนุกเวลาได้ไปสอนเด็กกับแม่
เริ่มยิ้มตามเวลาเด็กๆยิ้ม หัวเราะและมีความสุข
ช่วงไหนติดเรียน ไม่ได้ไปสอนเด็กก็เริ่มบ่นคิดถึงเด็กๆ
ล่าสุดลูกชายบอก
" I love my job"

Photos from คลินิกเด็กหมอรวงข้าว's post 25/02/2026

ฝึกงานบ้านตั้งแต่เล็กๆ (แน่นอน ต้องทำงานบ้านก่อนไปเล่น ไปดูการ์ตูน)
เมื่อโตขึ้น เด็กจะรอได้ กำกับตัวเองได้ดี วางแผนการทำงาน และมีความรับผิดชอบ
#ที่สำคัญควรทำเป็นกิจวัตรประจำวันไม่ใช่ทำตามอารมณ์ค่ะ

ต้องการให้ธุรกิจของคุณ โรงเรียน ขึ้นเป็นอันดับหนึ่ง โรงเรียน ใน Bang Bo?
คลิกที่นี่เพื่อเป็นสมาชิก?

ประเภท

เว็บไซต์

ที่อยู่


สป. 2003
Bang Bo