Sacit Library
ยินดีต้อนรับเข้าสู่ห้องสมุดบรรณศิ? The library opens every day from 08.00-17.00 hrs. Contact for more information at Call Center 1289.
ห้องสมุดบรรณศิลปาคาร (SACIT Library) แหล่งเรียนรู้และสืบค้นข้อมูลงานศิลปาชีพและงานศิลปหัตถกรรมไทย ที่รวบรวมหนังสือองค์ความรู้ในงานศิลปหัตถกรรมไทยแขนงต่างๆ ไว้มากมายทั้งภาษาไทยและภาษาต่างประเทศ ผู้มีใจรักในงานคราฟต์และสนใจในเรื่องราวงานศิลปหัตถกรรม รวมถึงนักเรียน นักศึกษาที่ต้องการจะค้นคว้าหาข้อมูลความรู้ สามารถเดินทางมาได้ที่ สถาบันส่งเสริมศิลปหัตถกรรมไทย (องค์การมหาชน) อำเภอบางไทร จังหวัดพระนครศร
30/09/2024
[ #แนะนำหนังสือ] Indian Cotton Textiles | John Guy, Karun Thakar
Sacit Lirbrary ขอนำเสนอหนังสือภาษาต่างประเทศเรื่อง Indian Cotton Textiles เล่มนี้ เป็นหนังสือที่รวบรวมผลงานการสะสมผ้าฝ้ายพิมพ์ลายของประเทศอินเดีย จากคอลเลกชันของ Karun Thakar ที่ได้รวบรวมผ้าฝ้ายเขียนลายของประเทศอินเดีย จากประเทศต่าง ๆ เกือบทั่วทุกมุมโลก ซึ่งเป็นคอลเลกชันชั้นนำ ที่เคยได้จัดแสดงในพิพิธภัณฑ์ Victoria & Albert ในลอนดอน และพิพิธภัณฑ์ศิลปะ Metropolitan ในนิวยอร์ก เพื่อเผยแพร่ความสำคัญและความงามของผ้าฝ้ายเขียนลายจากประเทศอินเดีย ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการค้าระดับโลกในด้านสิ่งทอมาตั้งแต่สมัยโบราณ และได้ขยายอิทธิพลด้านสิ่งทอไปยังประเทศต่าง ๆ จากมหาสมุทรอินเดียสู่คาบสมุทรมลายูผ่านการค้าขาย โดยเฉพาะประเทศศรีลังกาและประเทศอินโดนีเซีย แสดงให้เห็นถึงบทบาทที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ของผ้าฝ้าย ซึ่งเป็นสิ่งทอทางเศรษฐกิจที่สำคัญ ที่ได้มีการแลกเปลี่ยนกันในแต่ละประเทศมาเป็นเวลายาวนาน รวมทั้งลวดลายที่ปรากฏบนผ้าฝ้ายนั้น สะท้อนให้เห็นถึงเอกลักษณ์ของรูปแบบทางศิลปะอันโดดเด่น ที่ถ่ายทอดเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ ความเชื่อและวิถีชีวิตของผู้คนในสังคมจากประเทศต่าง ๆ
------------------------
แหล่งข้อมูลเพิ่มเติม : ห้องสมุดบรรณศิลปาคาร
สถาบันส่งเสริมศิลปหัตถกรรมไทย (องค์การมหาชน)
59 หมู่ 4 ต.ช้างใหญ่ อ.บางไทร จ.พระนครศรีอยุธยา
29/09/2024
[ #องค์ความรู้งานศิลปหัตถกรรม] ผ้าไหมทอลายโบราณ ผาสาทแก้ว | สถาบันส่งเสริมศิลปหัตถกรรมไทย
•
จังหวัดมหาสารคาม เป็นจังหวัดหนึ่งในภาคอีสานที่มีประวัติศาสตร์มากกว่า 150 ปีล่วงมาแล้ว เดิมมีการปกครองแบบลาวล้านช้าง เครื่องแต่งกายของชนชั้นปกครอง จึงมีความพิเศษแตกต่างกับบุคคลทั่วไป ตั้งแต่ลวดลายวัสดุที่ใช้ สีสัน รวมถึงขั้นตอนการทอ เพื่อให้สมเกียรติของสตรีผู้สูงศักดิ์ โดยมักจะทอด้วยดิ้นฝรั่งเศสสีเงิน ทอเป็นลวดลายขิดบนพื้นผ้าไหม ซึ่งผ้าลวดลายโบราณอันเป็นภูมิปัญญาที่สั่งสมกันมาตั้งแต่ครั้งบรรพบุรุษ
•
ผ้าไหมทอลายโบราณ ความงดงามในอดีตที่เคยเป็นเพียงภาพ เรื่องเล่า และผืนผ้าเก่าเก็บได้ถูกฟื้นฟูให้กลับมามีชีวิต มีลมหายใจอีกครั้ง โดยการรวมกลุ่มเพื่อจัดตั้งกลุ่มทอผ้า “ผาสาทแก้ว ผ้าทอโบราณ” ขึ้นมา เพื่อยังคงรักษามรดกทางภูมิปัญญาไว้ ซึ่งคำว่า “ผาสาท” นั้นเป็นคำอีสานโบราณ หมายถึง ปราสาทราชวัง ซึ่งผาสาทพบเห็นในผ้าโบราณ ทั้งเทคนิคขิดและเทคนิคมัดหมี่ “ผาสาทแก้ว” จึงมีความหมายโดยรวมว่า “สถานที่สถิตความดีงาม” เริ่มรื้อฟื้นผ้าลายโบราณของสตรีชนชั้นปกครองเมืองมหาสารคามขึ้นโดยใช้เทคนิค วัสดุ การลวดลาย และอัตลักษณ์ของผ้าทออีสาน
•
เทคนิคการทอผ้าแบบโบราณของจังหวัดมหาสารคาม คือ การทอผ้าซิ่นสอดสารคาม มีเทคนิคที่สำคัญ 3 เทคนิค คือ เทคนิค สอดหรือเกาะล้วง (Tapestry Weaving), เทคนิค ขิด (Continuous Supplementary Weft), เทคนิค มัดหมี่ (Weft Ikat) ทอผสมผสานกันบนผ้าผืนเดียว ซึ่งทั้ง 3 เทคนิคนี้เป็นเทคนิคที่มีความยุ่งยากซับซ้อน แต่ทำให้เกิดลวดลายและสีสันที่งดงาม แปลกตา จึงเกิดเป็นอัตลักษณ์ที่โดดเด่นและแตกต่างจาก ผ้าซิ่นมัดหมี่ของอีสานทั่วไป
•
ลายผ้าทอโบราณที่เป็นเอกลักษณ์ประจำเมืองสารคาม ได้แก่ ลายสร้อยดอกหมาก ลายไข่มดแดง ลายหมากหวายน้อย ลายข้าวสาร ลายดาวล้อมเดือน ลายดอกขจร ลายดอกแก้ว ลายโคมเก้า เป็นต้น
•
แหล่งอ้างอิงที่มาข้อมูลและรูปภาพ
• สถาบันส่งเสริมศิลปหัตถกรรมไทย.ครูช่างศิลปหัตถกรรมปี 2566.ครูณกรณ์ ตั้งหลัก.https://www.sacit.or.th/th/detail/2023-12-04-16-19-44
• เพจ FB : ผาสาทแก้ว ผ้าทอลายโบราณ.https://www.facebook.com/profile.php?id=100063612335413&locale=th_TH
•ศูนย์สารนิเทศอีสานสิรินธร.ลายผ้าเอกลักษณ์ประจำอำเภอ เมืองมหาสารคาม.https://isancenter.msu.ac.th/?p=1284
------------------------
แหล่งข้อมูลเพิ่มเติม : ห้องสมุดบรรณศิลปาคาร
สถาบันส่งเสริมศิลปหัตถกรรมไทย (องค์การมหาชน)
59 หมู่ 4 ต.ช้างใหญ่ อ.บางไทร จ.พระนครศรีอยุธยา
26/09/2024
[ #องค์ความรู้งานศิลปหัตถกรรม] ปิ่นปักผมโบราณ | สถาบันส่งเสริมศิลปหัตถกรรมไทย
•
ปิ่นปักผม ถือเป็นเครื่องประดับศีรษะของสตรีชาวล้านนา ใช้ประดับเสริมความงามแทนการใช้ดอกไม้ ที่มีกลิ่นหอม เช่น กระดังงา มะลิ เอื้องผึ้ง เก็ดถวา เป็นต้น เสียบลงบนช่อมวยผม เพื่อเป็นการบูชาขวัญ กระหม่อม 32 ขวัญ และความเป็นสิริมงคลตามความเชื่อที่มีมาแต่โบราณ ต่อมา มีการพัฒนาเป็นปิ่นปักผมที่ทำขึ้นด้วยโลหะเงิน ทองคำและทองเหลือง ได้รับความนิยมในกลุ่มผู้ที่มีบรรดาศักดิ์ ขุนนางและเจ้านายชั้นสูงที่มีกำลังทรัพย์มากพอในการจัดหามาครอบครองตามความเชื่อที่มีมาแต่โบราณ
•
ภูมิปัญญาการทำปิ่นปักผมโบราณ ฉบับชาวแม่แจ่ม ในอดีตจะใช้เหรียญสตางค์แดง (เหรียญสลึง) นำมาหลอมละลายเพื่อตีขึ้นรูปให้มีรูปทรงคล้ายร่มหรือยอดเจดีย์ ปัจจุบันใช้แผ่นโลหะทองเหลือง นิกเกิล เงิน หรือทองคำ ในการสร้างสรรค์ชิ้นงานให้ได้องค์ประกอบ 3 ส่วน คือ หัวปิ่น ฐานปิ่น และก้านปิ่น โดยขนาดความยาวของปิ่น ต้องมีความยาวโดยรวมประมาณ 12-15 เซนติเมตร ถือได้ว่าเป็นขนาดที่เหมาะสมตามหลักกายวิภาคของผู้ใช้งาน
•
เอกลักษณ์ปิ่นปักผมแบบล้านนาดั้งเดิมของชาวแม่แจ่ม พื้นผิวของหัวปิ่นจะถูกตอกเป็นลวดลายดอกพิกุลซ้อนกันเป็นชั้น ๆ จำนวน 3 ถึง 5 ชั้น ส่วนที่เป็นยอดแหลม มักมีลักษณะคล้ายเจดีย์ และประดับหัวปิ่นด้วยพลอย แก้วก๊อ (ทับทิม) หินสี และแก้วสีบริเวณส่วนยอดของปิ่นให้เกิดความสวยงาม ซึ่งทุกกระบวนการล้วนเป็นขั้นตอนที่ต้องใช้ความชำนาญเชิงช่างชั้นสูง ช่างต้องมีสมาธิ และความเที่ยงตรงของมือที่สัมพันธ์กับสมอง จึงจะทำให้ปิ่นปักผมออกมาสมดุลและสวยงาม
•
แหล่งอ้างอิงที่มาข้อมูลและรูปภาพ
• สถาบันส่งเสริมศิลปหัตถกรรมไทย.ครูช่างศิลปหัตถกรรม ปี 2563.ครูบัวจันทร์ นิปุณะ. https://www.sacit.or.th/th/detail/2020-11-09-10-30-40
• เพจ ปิ่นปักผมแม่แจ่ม ปิ่นล้านนาโบราณ.https://www.facebook.com/PinpakphmMaechaem/
------------------------
แหล่งข้อมูลเพิ่มเติม : ห้องสมุดบรรณศิลปาคาร
สถาบันส่งเสริมศิลปหัตถกรรมไทย (องค์การมหาชน)
59 หมู่ 4 ต.ช้างใหญ่ อ.บางไทร จ.พระนครศรีอยุธยา
25/09/2024
[ #แนะนำหนังสือ] Patina | Matthew Runfola
Sacit Lirbrary ขอนำเสนอหนังสือภาษาต่างประเทศเรื่อง Patina เล่มนี้ เป็นหนังสือคู่มือที่รวบรวมเอาเทคนิคสูตรการเคลือบโลหะ เทคนิคการทำให้โลหะเกิดสนิม เช่น เหล็ก ทองแดง ทองเหลือง ทองสัมฤทธิ์ เงิน และอลูมิเนียม มีคำแนะนำการใช้งานพร้อมภาพประกอบทีละขั้นตอน และตัวอย่างชิ้นงานมากกว่า 300 ชิ้น ซึ่งหนังสือเล่มนี้ เหมาะสำหรับผู้ที่สร้างสรรค์งานโลหะ ไม่ว่าจะเป็นช่างอัญมณี ช่างโลหะ ช่างแกะสลัก และช่างฝีมือ เป็นแหล่งข้อมูลที่สร้างแรงบันดาลใจและทำให้ได้เรียนรู้เทคนิคใหม่ ๆ ที่ผู้อ่านไม่เคยรู้มาก่อน
------------------------
แหล่งข้อมูลเพิ่มเติม : ห้องสมุดบรรณศิลปาคาร
สถาบันส่งเสริมศิลปหัตถกรรมไทย (องค์การมหาชน)
59 หมู่ 4 ต.ช้างใหญ่ อ.บางไทร จ.พระนครศรีอยุธยา
25/09/2024
[ #องค์ความรู้งานศิลปหัตถกรรม] ผ้าทอยกมุกไทยวน | สถาบันส่งเสริมศิลปหัตถกรรมไทย
•
ผ้าทอยกมุก เป็นศิลปะการทอผ้าที่มีเอกลักษณ์โดดเด่นประเภทหนึ่งของกลุ่มวัฒนธรรมไทยวนที่กระจายอตัวตั้งถิ่นฐานอาศัยอยู่ในแถบจังหวัด แพร่ อุตรดิตถ์ และสระบุรี เป็นต้น โดยเฉพาะในจังหวัดสระบุรี ที่อำเภอเสาไห้ มีกลุ่มชาวไทยวนที่ยังคงสืบทอดวิถีและวัฒนธรรมการทอผ้าที่เป็นเอกลักษณ์มาจนถึงปัจจุบัน
•
การทอผ้ายกมุก เป็นการทอผ้าแบบยกลายในตัว โดยใช้เส้นยืนพิเศษ 2 ชุด เพิ่มจากเส้นยืนปกติบนกี่ทอผ้า เส้นยืนพิเศษ 2 ชุดนั้นประกอบไปด้วย ชุดแรกใช้เส้นด้ายยืนสีเดียวหรือหลายสี อาจสอดแทรกด้วยเส้นไหมหรือดิ้นสีต่าง ๆ ลักษณะลวดลายผ้ายกมุกเป็นลวดลายซ้ำยาวติดต่อกันเป็นเส้นริ้วหรือแถบตามทิศทางของเส้นด้ายยืน ลวดลายเรียงชิดติดกันหรือเว้นระยะห่างกันจนเต็มหน้าผ้า
•
เอกลักษณ์ของผ้ายกมุก เป็นผ้าที่ทอด้วยเทคนิคยกมุก มีตั้งแต่ 2 เขา ไปจนถึง 8 เขา และ 12 เขา โดดเด่นที่ลวดลายขวางลำตัว เทคนิคการทอทำให้ลวดลายชิด เรียงต่อกันตลอดทั้งผืนผ้า ในอดีตนิยมใช้สีเขียวบนพื้นสีดำ นำไปต่อเอวสีขาวและสีแดง หรือต่อตีนจกเพื่อเพิ่มความงดงามยิ่งขึ้น
•
ลวดลายบนผืนผ้า ขึ้นอยู่กับการรังสรรค์ของช่างทอในแต่ละพื้นถิ่น ซึ่งเอกลักษณ์ของชาวไทยวนเสาไห้ ทอ ซึ่งลวดลายที่เป็นเอกลักษณ์ในการทอผ้ายกมุกของชาวไทยวน อำเภอเสาไห้ ได้แก่ ลายมุก ลายก้างปลา ลายดอกละเลย และลายดอกแก้วเป็นลายที่นิยมทอเยอะที่สุด มีการทอในโดยใช้เทคนิค “การยกลายในตัว”
•
แหล่งอ้างอิงที่มาข้อมูลและรูปภาพ
• สถาบันส่งเสริมศิลปหัตถกรรมไทย.ครูช่างศิลปหัตถกรรม ปี 2562.ครูณิษา ร้อยดวง. https://www.sacit.or.th/th/detail/2019-11-27-14-18-32
------------------------
แหล่งข้อมูลเพิ่มเติม : ห้องสมุดบรรณศิลปาคาร
สถาบันส่งเสริมศิลปหัตถกรรมไทย (องค์การมหาชน)
59 หมู่ 4 ต.ช้างใหญ่ อ.บางไทร จ.พระนครศรีอยุธยา
24/09/2024
[ #องค์ความรู้งานศิลปหัตถกรรม] ศิลปะการแทงหยวกกล้วย | สถาบันส่งเสริมศิลปหัตถกรรมไทย
•
ศิลปะการแทงหยวกกล้วย เป็นงานวิจิตรศิลป์ที่มีมาแต่โบราณ เป็นงานฝีมือที่สร้างสรรค์โดยช่างผู้ชำนาญ ใช้วัสดุธรรมชาติที่หาง่าย ในพงศาวดาร พบว่าสยามประเทศ หรือประเทศไทยในปัจจุบัน เป็นชาติแรกและชาติเดียวในโลก ที่มีงานช่างแทงหยวก ถือเป็นงานช่างของคนไทยโดยแท้จริง ซึ่งปัจจุบันนี้ ก็ยังไม่ปรากฏว่ามีชาติใดใช้งานแทงหยวกมาประกอบพิธีกรรมต่าง ๆ
•
การแทงหยวก นิยมนำมาใช้ในการประดับตกแต่งที่เป็นงานชั่วคราว ทั้งงานมงคลและงานอวมงคล ในพิธีกรรมทางศาสนา งานประเพณีต่าง ๆ ได้แก่ งานบวช งานโกนจุก งานกฐิน ทําบุญขึ้นบ้านใหม่ ทําบุษบกแห่พระวันออกพรรษา และงานศพ เป็นต้น
•
งานแทงหยวก ถือเป็นงานที่ต้องใช้ความละเอียดอ่อนและความรวดเร็ว ในการทำงานแข่งกับเวลาที่มีจำกัด เนื่องด้วยวัสดุที่ใช้ เป็นวัสดุธรรมชาติที่พร้อมจะเหี่ยวเฉา ดำ คล้ำ ได้ โดยง่าย โดยเทคนิคการเขียนลวดลายไทย มีทั้งลวดลายแบบ สมัยใหม่ และลวดลายแบบโบราณดั้งเดิม บางลวดลาย ถูกจำกัดให้ใช้ได้เฉพาะในงานพระราชพิธีเท่านั้น เช่น ลายลูกแก้ว และลายช่องกระจก เป็นต้น ลวดลายทั่วไป เช่น ลายฟันปลา ลายฟันสาม ลายฟันห้า ลายเกลียว กนก ลายกนกเสาแข้งสิงห์ ลายสิงห์กนก เป็นต้น
•
งานแทงหยวก จำแนกได้ 2 ลักษณะ คือ งานแทงหยวก รูปแบบราชสำนักในสมัยโบราณ และงานแทงหยวกรูปแบบสกุลช่างทั่วไป กลุ่มช่างแทงหยวกที่ยังคงสืบทอดมาจนถึงปัจจุบัน เหลืออยู่เพียงไม่กี่แห่ง เช่น กลุ่มช่างแทงหยวกสกุลช่างเพชรบุรี สงขลา พระนครศรีอยุธยา อ่างทอง เป็นต้น
•
แหล่งอ้างอิงที่มาข้อมูลและรูปภาพ
• สถาบันส่งเสริมศิลปหัตถกรรมไทย. คลังข้อมูลหัตถศิลป์.
งานแทงหยวก (ใกล้สูญหาย).https://www.sacit.or.th/th/detail/2021-02-09-10-39-4
• ฐานข้อมูลท้องถิ่นจังหวัดเพชรบุรี.ศิลปะการแทงหยวกเมืองเพชรบุรี. https://localphetchaburi.net/eLocal/items/show/12 #?c=&m=&s=&cv=&xywh=-1056%2C-250%2C5110%2C4995
------------------------
แหล่งข้อมูลเพิ่มเติม : ห้องสมุดบรรณศิลปาคาร
สถาบันส่งเสริมศิลปหัตถกรรมไทย (องค์การมหาชน)
59 หมู่ 4 ต.ช้างใหญ่ อ.บางไทร จ.พระนครศรีอยุธยา
22/09/2024
[ #แนะนำหนังสือ] สมุดไทย บันทึกภูมิปัญญาและวัฒนธรรมสยาม | กรมส่งเสริมวัฒนธรรม
Sacit Lirbrary ขอนำเสนอเรื่อง สมุดไทย บันทึกภูมิปัญญาและวัฒนธรรมสยาม เล่มนี้ ได้รวบรวมองค์ความรู้เกี่ยวกับสมุดไทยทั้งในเรื่องความเป็นมา ชนิดและขนาด การบันทึกสมุดไทย การทำสมุดไทย ตั้งแต่การทำกระดาษ หล่อกระดาษ ลบสมุด และทำเล่ม สมุดภาพจิตกรกรรมไทย เรื่องราวในสมุดภาพจิตรกรรมไทย สมุดภาพไตรภูมิ สมุดมาลัย ชาดกและพุทธประวัติ ตำราองค์ความรู้ภูมิปัญญาของไทย ด้วยมุ่งหวังเพื่อเผยแพร่องค์ความรู้ที่มีอยู่ในสมุดไทยได้เป็นที่รู้จักเข้าถึงและเข้าใจได้ง่ายแก่สาธารณชน และยังเป็นการอนุรักษ์ไว้ซึ่งคุณค่าแห่งมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมที่สำคัญของชาติไทยสืบไป
20/09/2024
[ #แนะนำหนังสือ ] Art of Southeast Asian Textiles | Linda S. McIntosh
•
Sacit Library ขอนำเสนอหนังสือ Art of Southeast Asian Textiles เล่มนี้ นำเสนอเกี่ยวกับศิลปะสิ่งทอของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ การทอด้วยมือเป็นเสื้อผ้า ของใช้ในครัวเรือน และวัตถุทางศาสนา มีบทบาทสำคัญในเหตุการณ์สำคัญในชีวิต การทอด้วยวัสดุและเทคนิคที่หลากหลาย รวมถึงสีสันและลวดลายที่คัดสรรมาเป็นอย่างดี ถือเป็นงานศิลปะที่ซับซ้อนอย่างยิ่งซึ่งจะไม่สามารถดำรงอยู่ได้หากปราศจากจินตนาการและทักษะของผู้ผลิต ภายในหนังสือมีภาพประกอบที่สวยงามตลอดทั้งเล่มเน้นที่ผ้าทอและประดับด้วยมือที่ผลิตโดยกลุ่มชาติพันธุ์ในประเทศไทยและประเทศเพื่อนบ้าน เช่น ลาว กัมพูชา เวียดนาม พม่า และมาเลเซีย ความสัมพันธ์ทางสังคม การเมือง และเศรษฐกิจเชื่อมโยงวัฒนธรรมของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้แผ่นดินใหญ่กับวัฒนธรรมของพื้นที่อื่น เช่น วัฒนธรรมเกาะในภูมิภาค ส่งผลให้เกิดการแลกเปลี่ยนผ้า สิ่งทอบางประเภทจากอินโดนีเซียและอินเดียจึงรวมอยู่ในเล่มนี้
------------------------
แหล่งข้อมูลเพิ่มเติม : ห้องสมุดบรรณศิลปาคาร
สถาบันส่งเสริมศิลปหัตถกรรมไทย (องค์การมหาชน)
59 หมู่ 4 ต.ช้างใหญ่ อ.บางไทร จ.พระนครศรีอยุธยา
19/09/2024
[ #แนะนำหนังสือ ] Silk in Africa | Chris Spring & Julie Hudson
•
Sacit Library ขอนำเสนอหนังสือ Silk in Africa เล่มนี้เกี่ยวกับ ผ้าไหมจากแอฟริกา ซึ่งรวบรวมประเพณีการทอและปักผ้าไหมอันเป็นเอกลักษณ์จากทั่วทวีปแอฟริกาเป็นครั้งแรก สิ่งทอเหล่านี้มีตั้งแต่ผ้าที่ราชวงศ์และข้าราชการชั้นสูงเป็นผู้ว่าจ้าง เช่น ผ้าอันโดดเด่นของชาวอาซันเต (กานา) หรือชุดคลุมจากเอธิโอเปียที่ประดับด้วยทองคำ ไปจนถึงชิ้นงานที่ไม่ค่อยมีชื่อเสียงแต่ก็งดงามไม่แพ้กัน เช่น ผ้าห่อศพเมอรินาหลากสีจากมาดากัสการ์ ในฐานะของหนังสืออ้างอิงเกี่ยวกับลวดลาย ผู้อ่านจะได้พบกับแรงบันดาลใจสำหรับสีสันและการผสมผสานโทนสีที่โดดเด่น ตลอดจนไอเดียมากมายสำหรับการใช้แถบ ลายเรขาคณิต และลวดลายเชิงรูปธรรม
•
ในบทนำผู้เขียนทำให้สิ่งทอเหล่านี้มีชีวิตขึ้นมาโดยการตรวจสอบว่าใครเป็นผู้ประดิษฐ์ แนวคิดต่าง ๆ เดินทางไปทั่วทวีปได้อย่างไร และความสำคัญของลวดลายและสัญลักษณ์ นอกจากนี้ ยังมีการอธิบายเทคนิคหลักทั้งหมดในขณะที่คำอธิบายสั้นๆ จะเน้นย้ำถึงคุณลักษณะของการออกแบบ ไม่ว่าคุณจะสนใจด้านการออกแบบกราฟิกหรือรายละเอียดทางเทคนิค หนังสือที่สร้างแรงบันดาลใจเล่มนี้จะเล่มแรกที่จะเปิดตาคุณให้มองเห็นด้านใหม่ ๆ ของแอฟริกาที่ยังไม่เคยมีใครสำรวจมาก่อน หนังสือเล่มนี้เน้นที่ชิ้นงานกว่า 30 ชิ้นจากคอลเลกชันอันน่าตื่นตาตื่นใจของพิพิธภัณฑ์อังกฤษ
------------------------
แหล่งข้อมูลเพิ่มเติม : ห้องสมุดบรรณศิลปาคาร
สถาบันส่งเสริมศิลปหัตถกรรมไทย (องค์การมหาชน)
59 หมู่ 4 ต.ช้างใหญ่ อ.บางไทร จ.พระนครศรีอยุธยา
18/09/2024
[ #แนะนำหนังสือ] กระหนกในดินแดนไทย | ศ.ดร.สันติ เล็กสุขุม
Sacit Lirbrary ขอนำเสนอเรื่อง กระหนกในดินแดนไทย เล่มนี้ ผู้เขียนได้เน้นให้เห็นถึงความสำคัญของการอนุรักษ์งานศิลปะไทย โดยต้องการให้นักเรียน นักศึกษา และบุคคลทั่วไปได้นำไปใช้ศึกษา ความน่าสนใจของหนังสือเล่มนี้อยู่ที่การใช้ลายเส้น ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการบอกเล่าเรื่องราววิวัฒนาการที่เปลี่ยนแปลงไปของลายไทยในแต่ละสมัย และการใช้ภาพถ่ายเก่า ลวดลายที่เคยปรากฎอยู่ตามโบราณสถานต่าง ๆ มาเปรียบเทียบกับลายเส้นอีกทีหนึ่ง ซึ่งง่ายต่อการนำไปศึกษาค้นคว้าต่อไป
------------------------
แหล่งข้อมูลเพิ่มเติม : ห้องสมุดบรรณศิลปาคาร
สถาบันส่งเสริมศิลปหัตถกรรมไทย (องค์การมหาชน)
59 หมู่ 4 ต.ช้างใหญ่ อ.บางไทร จ.พระนครศรีอยุธยา
14/09/2024
[ #องค์ความรู้งานศิลปหัตถกรรม] ด้ามดาบและฝักดาบ | สถาบันส่งเสริมศิลปหัตถกรรมไทย (องค์การมหาชน)
•
ดาบ เป็นมีดชนิดหนึ่งที่มีผู้ใช้งานทั่วโลกมาตั้งแต่สมัยโบราณมีลักษณะคมยาวปลายแหลมโค้งงอใช้สำหรับประกอบพิธีกรรมทางความเชื่อหรือเพื่อเป็นศาสตราวุธป้องกันศัตรู ดาบบางเล่มยังมีไว้เพื่อแสดงถึงยศศักดิ์เป็นสัญลักษณ์ที่สื่อถึงความกล้าหาญของผู้ครอบครอง
•
ดาบโบราณ มีองค์ประกอบ 3 ส่วน คือ ใบมีด ด้ามดาบ และฝักดาบ มีความยาวประมาณหนึ่งศอกใบมีดนิยมตีขึ้นจากเหล็ก ด้ามจับนิยมทำด้วยไม้ไผ่ขัดด้วยเส้นหวาย ส่วนฝักดาบนิยมทำด้วยไม้สักหรือไม้ซ้อนำมาประกบกันได้พอดีกับใบมีด องค์ประกอบของดาบที่ดีต้องสามารถชักดาบเข้าและชักดาบออกได้โดยง่ายไม่ติดขัด ผู้ครอบครองจะถือได้อย่างกระชับถนัดมือ ปัจจุบันช่างฝีมือในการทำด้ามดาบและฝักดาบนั้นเหลือให้เห็นอยู่น้อยรายแล้วในทั่วทุกภูมิภาคของประเทศไทย ในอดีตดาบถูกสร้างสรรค์ขึ้นเพื่อนำไปใช้งานจริงในสนามรบ ด้ามดาบและฝักดาบจึงต้องทำออกมาให้มีความถนัดมือ กระชับ มีน้ำหนักเบา เมื่อนำฝักดาบบรรจุเข้ากับใบมีดจะใส่ได้อย่างพอดี เมื่อชักใบมีดเข้าและออกได้เรียบลื่น ไม่มีสะดุด แม้การทำด้ามดาบและฝักดาบจะมีกระบวนการทำที่ไม่ยุ่งยากเท่ากับงานตีมีด แต่กระบวนการทำต้องใช้สมาธิและความชำนาญในการประกอบ โดยต้องเหลาไม้ให้พอดีกับใบมีด ต้องเป็นผู้มีความรู้ในการคัดเลือกไม้ที่เหมาะสมกับดาบแต่ละเล่ม โดยเฉพาะส่วนของด้ามดาบนิยมทำจากไม้ไผ่รวกลำปล้องยาว ที่มีความเหนียว คงทนไม่แตกหักง่าย ต้องเลือกใช้ไม้ไผ่ป่าแก่ 3 ปีขึ้นไปเท่านั้นไม่ควรใช้ไม้ไผ่ตันเพราะโครงสร้างภายในเนื้อไม้มีความตันไม่เหมาะในการนำมาเซาะร่อง คุณสมบัติของด้ามดาบที่ทำจากไม้ไผ่รวกเมื่อนำไปตกแต่งด้วยหวายถักหรือนำแผ่นเงินมาหุ้มให้เป็นดาบหลูบเงิน จะไม่มีนน้ำหนักมากจนเกินไปและจับได้เหมาะมือ
•
ส่วนการทำฝักดาบ นิยมใช้ไม้สัก ไม้ซ้อ ไม้งิ้ว ไม้ส้มเห็ด ไม้ถนอม และไม้พญาสัตบรรณ ล้วนเป็นไม้ที่พบได้ในท้องถิ่น เมื่อตัดมาแล้วต้องทิ้งไม้ไว้นานแรมปีเพื่อไล่ความชื้นออกจากเนื้อไม้ เป็นเทคนิคที่ช่วยให้ไม้มีน้ำหนักเบาเมื่อนำมาประกอบเป็นฝักดาบที่สมบูรณ์ อีกทั้งคุณสมบัติของไม้เหล่านี้ยังช่วยในการแกะ เซาะร่องได้ดีและมีรูปทรงที่สมส่วน นายบุญช่วยมีความสามารถและฝีมือเฉพาะตัวในการคาดคะเนให้ตัวดาบเข้าฝักได้อย่างพอดีไม่หลวม ไม่คับเกินไป และเมื่อเข้าฝักก็ไม่สะดุด จึงทำให้ฝักดาบฝีมือนายบุญช่วยได้รับการตอบรับจากกลุ่มผู้อนุรักษ์การทำฝักดาบเรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน
•
•
แหล่งอ้างอิงที่มาข้อมูลและรูปภาพ
• หนังสือ ศาสตร์และศิลป์เชิงช่าง 2563
• https://www.sacit.or.th/th/detail/17825
แหล่งข้อมูลเพิ่มเติม : ห้องสมุดบรรณศิลปาคาร
สถาบันส่งเสริมศิลปหัตถกรรมไทย (องค์การมหาชน)
59 หมู่ 4 ต.ช้างใหญ่ อ.บางไทร จ.พระนครศรีอยุธยา
13/09/2024
[ #องค์ความรู้งานศิลปหัตถกรรม] เครื่องลงยาสี | สถาบันส่งเสริมศิลปหัตถกรรมไทย (องค์การมหาชน)
•
เครื่องลงยาสีถือเป็นเทคนิคในการทำเครื่องประดับ สิ่งของเครื่องใช้ที่ได้รับความนิยมมาตั้งแต่สมัยโบราณยาวนานนับพันปีโดยมีข้อสันนิษฐานว่ามีแหล่งกำเนิดอยู่ในตะวันออกกลางและคนไทยคงได้รับอิทธิพลงานช่างชนิดนี้มาจากชาวอาหรับและชาวเปอร์เซียท ที่ได้เดินทางมาติดต่อค้าขายในประเทศไทย ดังที่ปรากฏหลักฐานมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา เครื่องลงยาสีมีกรรมวิธีการทำ คล้ายเครื่องถมแต่ใช้แร่หรือวัสดุสีบ้างชนิดที่มีความแตกต่างกัน เช่น แก้ว หรือ ลูกปัดมาบดเพื่อทำ การหลอมละลายแล้วเคลือบหรือทาลงในช่องที่สร้างสรรค์ลวดลายไว้แล้วบนเนื้อโลหะเงิน ทองคำ ทองแดง และนาค เป็นต้น เป็นวิธีการเพิ่มสีสันให้กับเครื่องประดับและส่งเสริมให้เครื่องประดับมีความโดดเด่น เป็นเทคนิคที่ได้รับความนิยมมาตั้งแต่สมัยโบราณ เป็นงานหัตถศิลป์ที่มีการสืบทอดกันมาหลายชั่วอายุคนและได้มีการสืบทอดภูมิปัญญาเรื่อยมาจนถึงในสมัยปัจจุบัน
•
เทคนิคการทำงานลงยาสีที่เป็นที่รู้จัก คือ งานลงยาร้อนและงานลงยาเย็น การลงยาร้อนเป็นวิธีการแบบโบราณ คือ การนำตัวยาสีที่ได้จากแก้วสีที่หลวมละลายกับแร่ธาตุที่มีสีต่าง ๆ (ได้เป็นสีใสตามเนื้อแก้ว ถ้าต้องการให้ขุ่นจะผสมออกไซด์ของดีบุกหรือพลวง) เป่าด้วยความร้อนให้ละลายติดกับเนื้อโลหะที่สลักเป็นร่องลายอันวิจิตร ส่วนการลงเย็น คือ การนำเซรามิกชนิดหนึ่งป้ายลงไปบริเวณที่จะลงยาแล้วอบด้วยความร้อนจากแสงยูวีให้แห้ง
•
การลงยาสีร้อน เป็นงานที่ต้องใช้เทคนิคเชิงช่างขั้นสูงต้องอาศัยทักษะความชำนาญของช่างในทุกขั้นตอน เทคนิคการทำงานลงยาสีร้อนแบบโบราณ โดยการนำตัวยาสีที่ได้จากแก้วสีที่หลอมละลายกับแร่ธาตุที่มีสีต่าง ๆ เป่าด้วยความร้อนให้ละลายติดกับเนื้อโลหะที่สลักเป็นร่องลายอันวิจิตรมีกระบวนการทำที่ต้องพิถีพิถันกันตั้งแต่ตัววัสดุที่ใช้ทำสีซึ่งเป็นสิ่งสำคัญมากเพราะต้องผ่านกระบวนการที่ซับซ้อนและละเอียดอ่อน การทำเนื้อสีนั้นเป็นขั้นตอนที่ต้องใช้ระยะเวลายาวนานต้องใช้ความอดทนจึงจะทำให้ได้สีที่สะอาดไม่มีสิ่งเจือปนและเมื่อนำไปลงสีบนเนื้อโลหะยาสีจะมีสีที่สวยงดงามติดได้ดีทนทานดังเช่นเครื่องลงยาสีในสมัยโบราณ
•
ในปัจจุบันจึงเหลือช่างที่มีความชำนาญในงานลงยาสีแบบโบราณด้วยการใช้ “ความร้อน” หรือที่เรียกว่า “การลงยาสีร้อน” เหลืออยู่เพียงไม่กี่คนในประเทศไทยและหนึ่งในผู้ที่มีทักษะฝีมือขั้นสูงที่ยังคงสืบทอดและอนุรักษ์ภูมิปัญญา “การลงยาสีร้อน” มาจนถึงในวันนี้นั่นคือ ครูบุญมี จันอุไรรัตน์ ผู้ที่หลงรักในการทำงานลงยาสีร้อนมากกว่า 60 ปีและแม้ในวัย 80 กว่าปี ในวันนี้ก็ยังคงคลุกคลีทำงานเครื่องลงยาด้วยเทคนิคแบบโบราณดั้งเดิมอยู่อย่างต่อเนื่องเพื่อหวังที่จะให้งานลงยาสีเทคนิคโบราณนี้อยู่คู่กับแผ่นดินไปได้อีกอย่างยาวนาน
•
•
แหล่งอ้างอิงที่มาข้อมูลและรูปภาพ
• หนังสือ ครูศิลป์ของแผ่นดิน 2561
• https://www.thailandplus.tv/archives/852373
แหล่งข้อมูลเพิ่มเติม : ห้องสมุดบรรณศิลปาคาร
สถาบันส่งเสริมศิลปหัตถกรรมไทย (องค์การมหาชน)
59 หมู่ 4 ต.ช้างใหญ่ อ.บางไทร จ.พระนครศรีอยุธยา
คลิกที่นี่เพื่อเป็นสมาชิก?
ประเภท
ติดต่อ องค์กรนั้น
เว็บไซต์
ที่อยู่
59 หมู่ 4 ตำบลช้างใหญ่ อำเภอบางไทร
Ayutthaya
13290
เวลาทำการ
| จันทร์ | 08:00 - 17:00 |
| อังคาร | 08:00 - 17:00 |
| พุธ | 08:00 - 17:00 |
| พฤหัสบดี | 08:00 - 17:00 |
| ศุกร์ | 08:00 - 17:00 |
| เสาร์ | 08:00 - 17:00 |
| อาทิตย์ | 08:00 - 17:00 |