Hop with Thea
Hopping around Canada. ปฏิบัติการหนทางสู่ PR
บันทึกเรื่องราว ข้อมูลที่แคนาดา เพื่อพี่สาวที่น่ารัก
4/99 สวัสดิการลาคลอดที่แคนาดา ลายาวๆไปเลย 1 ปี - 1 ปีครึ่ง #แคนาดา
4/99 ทำไมที่แคนาดาแม่ลาคลอดได้เป็นปี? พ่อก็ลาได้เป็นเดือนๆ?
3/99: ดมแก๊สหัวเราะ บรรเทาอาการปวดท้องคลอดลูก!
2/99: ปวดท้องคลอดที่แคนาดา ไปรพ. ได้ตอนไหน?
1/99 ฝากท้องกับ ที่ #แคนาดา
04/13/2025
สวัสดีค่ะ 💖 ตอนนี้เรามีช่องใน Tiktok ด้วยนะคะ ฝากเพื่อนๆและ พี่สาวชาวเพจ ติดตามกันได้นะคะ 🥰
คอตเท้นต์จะต่างจากเพจนี้ตรงที่จะเป็นคลิปสั้นไม่เกิน 3 นาที (คือในเฟสบุ๊คมันให่แค่ 90 นาที เล่าไม่ทันจริงๆ) สั้นๆกระชับ แต่เพจนี้เหมาะกับการเขียนเล่ายาวๆ เน้นรายละเอียด
https://vt.tiktok.com/ZSrHTGJVD/
💖💖💖
TikTok · 🇹🇭Hop with Thea🇨🇦 Check out 🇹🇭Hop with Thea🇨🇦’s video.
03/29/2025
เห็นข่าวแผ่นดินไหวที่ไทย ขอให้ทุกคนปลอดภัยนะคะ 🙏🏻🫨
อยาก Re-Share โพสต์นี้อีกรอบ อยากให้ที่ไทยมีระบบแจ้งเตือนฉุกเฉินอะไรแบบนี้มาก มีเหตุอะไรคือยิงแจ้งเตือนเข้ามือถือทุกเครื่อง ให้คนได้เตรียมตัวหนีภัย
หวังว่าบ้านเราจะทำระบบแบบนี้ได้เร็วๆ
🚨 𝗘𝗺𝗲𝗿𝗴𝗲𝗻𝗰𝘆 𝗔𝗹𝗲𝗿𝘁 𝗦𝘆𝘀𝘁𝗲𝗺 𝗶𝗻 𝗖𝗮𝗻𝗮𝗱𝗮 🇨🇦
ระบบเตือนภัยฉุกเฉินที่แคนาดา และความปลอดภัยของประชาชน
จริงๆ ปกติจะมาอัพเดตชีวิตแค่อาทิตย์ละครั้ง สองครั้ง แต่วันนี้รู้สึกว่ามันเป็นข้อมูลที่สำคัญมากๆ สำหรับใครที่กำลังอยากใช้ชีวิตที่ต่างประเทศ และหนึ่งในตัวเลือกนั้นคือเรื่องความปลอดภัย เราอยากบอกว่าแคนาดาคือหนึ่งในประเทศที่รัฐบาลสร้างระบบที่จะป้องกัน และแก้ไขปัญหาได้ดีมากๆ
🇨🇦 วันนี้ประมาณ 6 โมงเย็น ระหว่างทำงานเราได้ยินเสียงเตือนภัยดังทั่วเมือง โทรศัพท์ก็สั่นแรงมากๆ ทุกคนงงว่าเกิดอะไรขึ้น จนพี่ที่ร้านเดินมาบอกว่าเป็นระบบเตือนภัยฉุกเฉินของที่นี่ พอหลังเลิกงานเราก็ได้ลองหาข้อมูลเป็นครั้งแรก และรู้ว่าเป็น AMBER ALERT - RED CODE (จะใช้เมื่อมีเด็กหรือผู้ใหญ่ที่มีความพิการทางสมองหรือทางร่างกาย ถูกลักพาตัวหรือตกอยู่ในอันตราย red อันตรายมากถึงชีวิต)
🚨 การมีโค้ดแบบนี้ทำให้คนในเมืองรู้ได้ทันทีว่าเกิดอะไรขึ้น และความรุนแรงระดับไหน วันนี้มีน้องอายุ 2 ขวบถูกลักพาตัวไป ถ้าหากคนในเมืองได้รับเบาะแส ก็ให้โทรหาตำรวจทันที
🥺🙏🏻 ตอนนี้น้องปลอดภัยแล้ว พอตำรวจเจอน้องก็จะ Cancle Alert (แคนเซิลไปตอนประมาณสี่ทุ่ม)
👮🏻 เราไม่ได้เห็นแค่ข่าวเท่านั้น แต่ Calgary Police ก็ทวิตเรื่องนี้ด้วย เราเลยมองว่าที่นี่ใช้ social media ได้เป็นประโยชน์มากๆ ให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของพลเมือง มีระบบต่างๆคอยป้องกัน แก้ไขปัญหาด้วย
💚 เราไม่ได้บอกว่าที่นี่ปลอดภัยที่สุด หรือไม่มีอันตรายเลย เราต้องยอมรับว่าทุกที่มีคนหรือสิ่งอันตรายอยู่เสมอ และมันเป็นสิ่งที่เราควบคุมไม่ได้ 100% แต่เรามองว่าถ้าหากหน่วยงานรัฐให้ความสำคัญมากพอ ปัญหาจะลดลง สร้างระบบที่ดี ความปลอดภัยของพลเมืองย่อมดีขึ้นอยู่แล้ว
อ้างอิง:
- Twitter, Police: https://twitter.com/calgarypolice/status/1486868779501973504?s=21
- Alberta Emergency Alert: http://www.albertaemergencyalert.ca/mobile/9687.xhtml
#ทีมแคนาดา #เรียนต่อต่างประเทศ #ย้ายประเทศกันเถอะ
03/24/2025
👶🏻🇨🇦 Oh Baby Ep.3: หลังคลอดเจ้าจิ๋วววววว~
วันนี้อยากมาเล่าต่อว่าหลังจากคลอดลูกแล้วเขาติดตามดูแลเบบี๋และคุณแม่ยังไงบ้าง 🥰
1. 🏡 Home Visit - Midwife เยี่ยมบ้านหลังคลอดใน 1 อาทิตย์แรก คือหลังจากที่เรากลับมาบ้านแล้ว เขาจะมาหาเราหลังคลอด 1 วัน, 3 วัน และ 7 วัน เพื่อมาเช็คว่าเบบี๋ปกติดีไหม อึ ฉี่ กินนมเป็นยังไงบ้าง น้ำหนักเป็นยังไง มีภาวะตัวเหลืองหรือเปล่า เช็คสุขภาพคุณแม่ มดลูกเริ่มหดตัวหรือเริ่มเข้าอู่หรือยัง เช็คแผลหลังคลอด สุขภาพจิตคุณแม่โอเคไหม มีปัญหาหรือข้อกังวลอะไรเราก็สามารถปรึกษาได้เลย
ถ้าใครฝากท้องกับคุณหมอ ก็จะเป็น Registered Nurse จาก AHS มาเยี่ยมแทน
ถ้าที่ไทยอาจจะนอนที่โรงพยาบาลไปเลยตั้งแต่หลังคลอด เราไม่เคยมีลูกที่ไทยก็อาจจะเปรียบเทียบประสบการณ์ตรงนี้ไม่ได้ว่าชอบแบบไหนมากกว่ากัน แต่ก็แอบรู้สึกว่าการมาพักที่บ้านมันก็อุ่นใจดี มี emergency อะไรก็ยังโทรปรึกษา midwife ได้ตลอด
หลังจากนั้นก็จะไปหา midwife ที่คลินิกหลังครบ 2 อาทิตย์ และ 6 อาทิตย์ เพื่อดูพัฒนาการและเช็คสุขภาพของเบบี๋และแม่ พอครบ 6 อาทิตย์เขาจะ discharge เรา คือหลังจากนี้ถ้ามีอะไรก็ให้นัดกับ family doctor แทน
2. 🍼 Lactation Clinic คลินิกนมแม่ คือเจ้าแจสเปอร์เกิดมาพร้อม tongue-tie (มีพังผืดใต้ลิ้น) ทำให้กินนมลำบาก (และอาจจะมีปัญหาเรื่องการพูดไม่ชัดในอนาคต) midwife ก็เลย refer คลินิกนมแม่ให้ หลังจากตรวจกับคุณหมอ เขาก็แนะนำให้ตัดพังผืดออกเพื่อให้กินนมได้ดีขึ้น และตัดปัญหาว่าจะพูดได้ไม่ชัดตอนที่โตขึ้น แล้วก็มีการติดตามว่าน้องดูดนมได้ดีไหม เข้าเต้าถูกวิธีหรือเปล่า น้ำหนึกขึ้นดีไหม นมแม่พอหรือเปล่า คือเขาจะเน้นเรื่องการให้นมเป็นหลัก
ที่นี่ไม่แนะนำให้กินขวดใดๆถ้าไม่จำเป็น ให้เข้าเต้ากระตุ้นน้ำนมแม่ แต่เราน้ำนมมากก็ไม่แนะนำให้ปั๊ม เพราะจะทำให้เกิด oversupply คัดเต้า ท่อน้ำนมอุดตันตามมา และถ้านมไหลแรงเกิน ลูกก็สำลัก กินนมลำบากไปอีก เขาเลยแนะนำว่าควรให้ลูกเข้าเต้าตามที่เขาต้องการ แล้วน้ำนมเราจะปรับไปเอง
3. 📄 การแจ้งเกิด เราอยู่ที่ Alberta เราสามารถแจ้งเกิดลูก ขอใบเกิด SIN Number และสมัคร Child Benefits ได้พร้อมๆกันเลย (ส่วน Health Number คือได้เลยทันทีหลังคลอด เราไม่ต้องทำอะไร) แนะนำให้ register birth ภายใน 1 ปีหลังคลอดนะคะ
ใครอยู่ Alberta สามารถเข้าแจ้งเกิดตามเว็บด้านล่างนี้ได้เลยค่ะ
https://www.alberta.ca/register-birth
4. 💉 การรับวัคซีนให้เบบี๋ เราต้องโทรไปจองที่เบอร์ 811 Alberta Health Line พร้อมแจ้ง Health Number ของลูก ยังไม่สามารถจองออนไลน์ได้ วัคซีนเข็มแรกคือตอน 2 เดือน และเราสามารถจองของครั้งถัดๆไปได้เลย แนะนำให้จองล่วงหน้าอย่างน้อย 1 เดือนนะคะ
ตอนครบ 2 เดือน แจสเปอร์ฉีด คอตีบ ไอกรน บาดทะยัก โปลิโอ ไวรัสตับอักเสบบี rotavirus, hemophilus influenza, streppneumo อันนี้ไม่แน่ใจว่าเหมือนที่ไทยหรือเปล่า
รายละเอียดวัคซีนที่ลูกจะได้รับ และต้องได้รับตอนอายุเท่าไหร่บ้าง สามารถดูได้ตามเว็บข้างล่างนี้เลยค่ะ
https://www.alberta.ca/immunization-routine-schedule
หลักๆก็มีประมาณนี้ค่ะ นอกเหนือจากนี้เราก็มีไปทำกายภาพอุ้งเชิงกราน (Pelvic Floor Physiotherapy) และ Ostheopathy (นวดบำบัด) ด้วย อันนี้หาข้อมูลไปเอง Alberta Health ไม่ได้ครอบคลุม แต่มีประกันก็เลยจ่ายแค่บางส่วนนิดๆหน่อยๆ ไว้เดี๋ยวมาเล่าอีกทีว่าทำไมถึงไปทำสองอย่างนี้เพิ่ม ☺️
ขอบคุณรูปสวยๆ ถ่ายโดยพี่ออย Cal-Gallery
03/10/2025
Oh Baby Ep.2 เจ้าจิ๋วคลอดแล้วจ้าาา 🩵✨👶🏻
ในที่สุดดด หลังจากอุ้มท้องมาเกือบ 40 weeks!!! น้องคลอดที่รพ. Rocky View General Hospital ที่เมือง Calgary วันที่ 6 มกราคม 2025 ทำคลอดโดย Midwife มีปะป๊าเจ็ทกับเนเน่(คุณยาย) อยู่ในห้องคลอดด้วย
ขอบันทึกโพสต์นี้เก็บไว้ อาจจะไม่ได้เล่าระเอียดมาก เน้นประสบการณ์การคลอดลูกที่แคนาดา เป็นข้อมูลให้พี่สาวชาวเพจเป็นหลักนะคะ🥰
5 ม.ค. เริ่มปวดท้องเตือนตอนตี2 แล้วมาปวดมากๆตอน 6 โมงเช้า และเริ่มถี่ขึ้นเรื่อยๆ
*** ที่นี่เราจะไป ร.พ. ก็ต่อเมื่อ น้ำคร่ำแตก เลือดออกมากผิดปกติ หรือปวดท้องคลอด 5-1-1 (ปวดทุกๆ 5 นาที นานครั้งละ 1 นาที เป็นมาแล้ว 1 ชม.ขึ้นไป)***
ของเราฝากท้องกับ Midwife พอปวดถี่ตามกำหนด (ของ midwife จะเป็น 3-1-1) ให้โทรไปแจ้งเขา แล้วเขาจะมาเช็คร่างกายเราที่บ้านก่อนว่าควรไป รพ หรือยัง
6 ม.ค. ช่วงเที่ยงคืนครึ่ง คือปวดหนักมาก (3-1-1 ตามกำหนดแล้ว) เลยโทรไปแจ้ง Midwife
ช่วงตี 1 เขาก็มาเช็คร่างกายเราที่บ้าน ตอนนั้นปากมดลูกเปิดแค่ 3 cm. หัวลูกยังลงต่ำไม่มากพอ เลยให้อยู่บ้านต่อ เขาบอกเราว่าอีกประมาณ 1 ชั่วโมง หรือถ้าปวดมากกว่านี้ (อารมณ์ประมาณว่าปวดจนพูดไม่ไหว ต้องโฟกัสลมหายใจเพื่อจัดการอาการปวด จนไม่รับรู้สิ่งรอบข้าง = พร้อมไป รพ) ถึงให้โทรไปใหม่
6 โมงเช้า ปวดสุดๆ แบบจะเดินไม่ไหวแล้ว โทรไปบอก Midwife เขาให้ไป รพ ได้เลย เราเลยอาบน้ำ เตรียมตัวไป รพ
8 โมง ถึงรพ ใส่มอนิเตอร์วัดหัวใจเด็ก กับวัดความถี่/ความแรงของการปวดท้อง (Contraction) ตอนนี้ปากมดลูกเปิด 5 เซ็น ช่วงนี้ใช้ Laughing Gas (Nitrus Oxide) ช่วยลดอาการปวด ตาม Birth Plan ที่เราคุยกับ Midwife ไว้
***ก่อนคลอดเราจะมีการเตรียม Birth Plan กับ Midwife ก่อน ว่าเราต้องการคลอดที่ไหน แบบไหน จะใช้ยาหรือบล็อคหลังบรรเทาอาการปวดไหม รายละเอียดพวกนี้เราจะคุยตั้งแต่ตอนที่เราเข้าไตรมาสสุดท้ายเลยค่ะ***
สักพักคือเริ่มไม่ไหวละ Laughing Gas มันบรรเทาได้จริง แต่เราก็จะยังรู้สึกปวดอยู่ประมาณ 50%-75% เลยบอกเขาว่า ขอบล็อคหลังได้ไหม ไม่ไหวแล้ว (ตอนแรกตั้งใจจะไม่บล็อคหลัง แล้วใช้แค่ laughing gas แต่คือไม่ไหวจริงๆ 5555555)
พอบล็อคหลังปรากฎว่าร่างกายเราผ่อนคลาย ไม่รู้สึกเจ็บ คือแค่รู้สึกตึงๆท้อง ทำให้ปากมกลูกไม่ขยับเลย ค้างอยู่ที่ 5 เซ็น จนตอนบ่ายๆเย็นๆ Midwife แนะนำให้กระตุ้นคลอดด้วย Oxytocin
สองทุ่ม ปากมดลูกเปิด 10 เซ็น ก็เบ่งเลยจ้าาา แม่กับเจ็ทช่วยพยุงขาเราไว้ ชิวมาก คือบล็อคหลังแล้วมันแค่รู้สึกตึงๆ ไม่ได้เจ็บอะไรมาก จะเจ็บๆตอนที่หัวกำลังโผล่ออกมาแค่นั้นเลย
**ที่นี่ให้คนเข้าห้องคลอดกับเราได้ 2 คน บางคนจะให้สามี แล้วจ้าง Doula (ผู้ช่วยทำคลอด จะดูแลอารมณ์ ความต้องการของคุณแม่ที่คลอดลูกเป็นหลัก) แต่เราไม่อยากเสียเงินเพิ่ม เลยให้แม่ของเราเข้ามาด้วยเลย บางคนก็ให้สามีเข้ามาคนเดียว**
สี่ทุ่มเจ้าจิ๋วก็คลอดเรียบร้อยยยย
โดยปกติ 3-4 ชม. หลังคลอดจะให้กลับบ้านเลย นอกจากมีอะไรน่ากังวลก้จะให้อยู่ดูอาการก่อน
เราเสียเลือดเยอะเลยนอน 1 คืน แต่พอทุกอย่างดูโอเคก้กลับบ้านได้ แฮปปี้ 🙂
ไม่รู้ว่าถ้าจะเล่าเรื่องเกี่ยวกับการดูแลลูกที่แคนาดาจะมีคนอ่านไหม 🥹 เหมือนคอนเท้นต์จะเปลี่ยนแนวไปเลย แต่ยังไงจะยังคงอัพเดตเรื่องราว เส้นทางการขอ PR ของเราต่อแน่นอน
แค่ตอนนี้กฎเปลี่ยนบ่อย โควต้าลดลง จนตอนนี้ยังไม่มีอะไรคืบหน้าเท่าไหร่เลยยย... เส้าแท้
10/20/2024
🍼Oh Baby Ep.1 ฝากท้องที่แคนาดา (Midwife) 🇨🇦🍁
สวัสดีค่ะ พสสสสส วันนี้มาอัพเดตว่าน้องจะเป็นคูมแม่แล้วววว เลยอยากแวะมาเล่าประสบการณ์การฝากครรภ์ที่แคนาดา และที่สำคัญฟรีค่ะ!
ตอนรู้ตัวว่าท้องคือเลิกลั่กกันสุดๆ เพราะเรายังหา Family Doctor ไม่ได้ ไม่รู้จะทำยังไงดี กังวลไปหมด เลยเสิร์ชข้อมูลคือเราสามารถฝากครรภ์กับหมอสูฯ (ต้องให้ Family Doctor refer ให้) หรือสามารถฝากครรภ์กับ Midwife (หมอตำแยเวอร์ชั่นอัพเดต/พยาบาลผดุงครรภ์) ที่ได้รับ Medical Training สามารถทำคลอด(ธรรมชาติ)และดูแลคุณแม่หลังคลอดได้
เราตัดสินใจฝากท้องกับ Midwife ด้วยเหตุผลหลายๆข้อคือ
1. เน้นดูแลคุณแม่แบบธรรมชาติ เขาจะให้คำแนะนำเรา และรับฟังความเห็นของคุณแม่มากๆ
2. เลือกได้ว่าจะคลอดที่รพ. บ้าน หรือ Birth Centre ตามใจคุณแม่เลย
3. มีการดูแลหลังคลอด นอกจากทางร่างกายแล้ว ยังเน้นดูแลจิตใจคุณแม่ด้วย
4. เหมาะกับคุณแม่ที่ตั้งครรภ์แล้วไม่มีสภาวะแทรกซ้อน หรือความเสี่ยงต่างๆต่ำ
ถ้ามีอะไรอันตราย ฉุกเฉิน หรือจำเป็นต้องผ่าคลอด เขาก้สามารถย้ายเราไปอยู่ในความดูแลของหมอสูฯได้ ถ้าจำเป็น
ใครสนใจฝากครรภ์กับ Midwife สามารถเข้าไปกรอกข้อมูล ดูข้อมูลของ midwife แต่ละที่ และกดสมัครไปร อให้เขาตอบรับเรามาอีกที ถ้ากดสมัครจากเว็บข้างล่างนี้คือเราเลือกได้หลายที่ในครั้งเดียว ไม่ต้องไปติดต่อเองหลายๆครั้ง พอมี midwife รับดูแลเรา ก้จะอัพเดตในระบบอัตโนมัติ
Alberta Midwife Association https://www.alberta-midwives.ca
ใครสนใจฝากท้องกับ Midwife ก็กด Request Care ในเว็บนี้ได้เลยค่ะ
เราฝากท้องกับ Briar Hill Midwife อยู่ไม่ไกลบ้าน และดูแลดีเลยค่ะ หลังจากที่เขารับฝากท้องแล้ว ก็จะส่งเราไปตรวจเลือด ตรวจปัสสาวะ โทรมาซักประวัติเกี่ยวกับโรคต่างๆของเรา และคนในครอบครัว ว่ามีความเสี่ยงอะไรที่อาจจะส่งผลกับการตั้งครรภ์หรือลูกหรือเปล่า และจะให้เราไป Ultrasound กับนัดที่คลินิกครั้งแรก ตอนครบ 12 สัปดาห์ค่ะ
ความต่างของการหาหมอที่นี่คือ เจาะเลือด ultrasound คลินิกฝากครรภ์ คนละที่กันหมดเลยจ้าาาา คือที่ไทย แค่ไป รพ ก็จบแล้ว แต่ที่นี่คือ หมอ หรือ midwife ต้องออกใบสั่งตรวจให้เรา แล้วเราก็ไปนัดเจาะเลือด และ Ultrasound อีกทีนึง
ของ Alberta สามารถนัดเจาะเลือด ตรวจปัสสาวะได้ที่ Alberta Precision Lab (ในใบสั่งตรวจจะมีบอกอยู่ค่ะ) แนะนำให้จองไปก่อนนะคะ เพราะไม่ใช่ทุกแลปที่จะรับ Walk-in แถมคิวเต็มเร็วมากๆ จองล่วงหน้าไปได้เลยค่ะ
https://www.albertaprecisionlabs.ca
ของเรา midwife เจาะจงว่าให้ไป Ultrasound กับ EFW Radiology เท่านั้น จริงๆอันนี้จำไม่ได้ว่าเขาโทรมานัดเราเองหรือเปล่า พอครั้งที่สอง ที่สาม ก็นัดหลังจาก ultrasound เสร็จเลย (Ultrasound สาม สี่มิติ ไม่มีนะคะสาว คือการแพทย์ส่วนใหญ่จะเป็น Government Funded มันก็จะเน้นแบบพื้นฐานเป็นหลัก ไม่ค่อย Fancy มากแบบบ้านเรา)
ส่วนเรื่องของวิตามิน ของเราไม่ได้จ่ายวิตามินให้กินนะคะ เขาแค่จะแนะนำมาว่าเราควรจะต้องกินอะไรบ้าง ซึ่งหลักๆก็จะแนะนำแค่ Folate, ธาตุเหล็ก อะไรประมาณนี้ เราเลยหาข้อมูลเพิ่มแล้วก็ซื้อ prenatal วิตามินมากินเองค่ะ
ที่สำคัญอีกอย่างคือ AHS (Alberta Health Service) มีบริการให้ความรู้คุณพ่อคุณแม่ที่เป็น Resident ของ Alberta ด้วยค่ะ! มีหลายคอร์สให้เลือกเยอะมากๆ ตั้งแต่ให้ความรู้การตั้งครรภ์ช่วงเริ่มต้น โภชนาการสำหรับคุณแม่ คลาสเตรียมตัวคลอดและดูแลเด็กแรกเกิด มีทั้งฟรีและเสียเงิน เวลาลงเรียนจะเข้าเรียนได้ 2 คนเลยค่ะ
ใครสนใจลองเข้าไปดูคอร์สได้ที่เว็บนี้เลย https://birthandbabies.com
เราชอบระบบของที่นี่มากๆ จากที่งงๆ ไม่รู้ต้องทำอะไร ดูแลตัวเองช่วงท้องไม่เป็น คือรัฐบาลมี resource ให้ค่อนข้างครบเลยค่ะ อาจจะไม่หวือวาเท่ากับการฝากท้องที่โรงพยาบาลเอกชนที่ไทย ที่ต้องยอมรับว่าเครื่องมือทางการแพทย์ดูจะ advance กว่า บริการดีกว่ามาก แต่พอเราท้องที่นี่ก็ไม่ได้รู้สึกว่าต้องมีอะไรให้กังวลนะคะ แฮปปี้มากกับการหาหมอฟรี
Click here to claim your Sponsored Listing.
Category
Contact the public figure
Website
Address
Calgary, AB