TalkNative

TalkNative

Share

We teach our children with our hearts because we believe Children are Our Future. “Together we learn”

06/12/2023

ครูเต้ยรบกวนผู้ปกครองหรือลูกศิษย์ท่านใดที่สนใจอยากสอบถามรายละเอียดคอร์สโฟนิคส์/ Read aloud / Grammar
รบกวนแอดไลน์ครูเต้ยนะคะ เป็นช่องทางที่จะได้รายละเอียดไวที่สุดคะ ขอบพระคุณทุกคนมากคะ🙏

Photos from TalkNative's post 06/11/2023

ผู้ปกครองท่านใดสนใจคอร์สเรียน สามารถติดต่อครูเต้ยได้ในไลน์ ตามQR codeนี้เลยคะ 😊🙏

5 วิธี สอนลูกให้โตไปไม่เป็น Toxic People - M.O.M 06/21/2022

ในฐานะที่เป็นคุณแม่คนหนึ่ง เห็นด้วยเป็นอย่างมากว่า นอกจะเลี้ยงดูลูกของเราให้มีร่างกายที่แข็งแรงแล้ว จิตใจก็ต้องแข็งแรง&ดีงามด้วยเช่นกันคะ ❤️

► 5 วิธี สอนลูกให้โตไปไม่เป็น Toxic People
Toxic People หมายถึงคนที่เป็นพิษต่อคนอื่น เพราะมีนิสัย ทัศนคติ หรือพฤติกรรมที่ทำให้คนที่อยู่ด้วยรู้สึกอึดอัด ไม่สบายตัว และไม่สบายใจ เช่น ชอบพูดจาโอ้อวดหรือฟูมฟาย บ้างก็ชอบบังคับควบคุมคนอื่น หรือพูดจาหักหน้าคนอื่น โดยที่เจ้าตัวอาจจะไม่รู้หรือไม่ตั้งใจก็ได้
ในยุคที่ผู้ใหญ่อย่างเราต้องพยายามพาตัวเองออกห่างจากคนประเภท toxic people และลองตั้งคำถามถึงสาเหตุและที่มาว่าอะไรกันหนอที่ทำให้ใครสักคนเติบโตมาเป็นคนที่เป็นพิษเป็นภัยต่อคนอื่นได้
และถ้ามีโอกาสย้อนกลับมามองเด็กๆ ในฐานะพ่อแม่อย่างเรา นอกจากควรจะสอนให้ลูกรู้จักรับมือกับคนประเภท toxic people แล้ว ยังต้องรู้วิธีการปลูกฝังให้ลูกเติบโตขึ้นไปโดยไม่เป็น toxic people เสียเองอีกด้วย
— อ่านบทความฉบับเต็มได้ที่นี่ https://bit.ly/3b0TjvO

5 วิธี สอนลูกให้โตไปไม่เป็น Toxic People - M.O.M Toxic People หมายถึงคนที่เป็นพิษต่อคนอื่น เพราะมีนิสัย ทัศนคติ หรือพฤติกรรมที่ทำให้คนที่อยู่ด้วยรู้สึกอึดอัด ไม....

06/04/2022

เก็บไว้เตือนใจคุณพ่อคุณแม่ & ตัวเอง ❤️👍

#ในวันที่ลูกเถียงเรา

วันก่อนห้องเรียนพ่อแม่ มีคุณแม่ถามว่า

“ทำยังไงให้ลูกวัยรุ่นไม่เถียงเราคะหมอ” 😖

เอิ่ม ถ้าตอบแบบง่ายๆ ได้ผลแน่ๆ คือ ให้คุยกับลูกตอนลูกหลับ 🤣

เวลาลูกเถียงเรา ให้บอกตัวเองว่า

1. ดีใจจัง เราได้รู้ว่าลูกกำลังคิดอะไร

2. ดีใจ ที่เขาเห็นเราเป็นพื้นที่ปลอดภัย คิดยังไงลูกก็พูดมันออกมา

3. คำว่า “เถียง” หลายครั้งเป็นเราเองที่ตีความไป ลูกอาจแค่แสดงความเห็นของเขาออกมา

4. เด็กไม่เถียง แต่ไม่ทำ และไม่รู้ว่าคิดอะไร เข้าใจได้ยากกว่าเยอะ

5. แทนการสอน เราจะ “ฟัง” ให้มากขึ้น

6. เราจะตั้งใจฟัง “ความรู้สึกและความต้องการ” ของลูกเสมอ

7. เราจะหยุดสั่ง แต่จะช่วย “ตั้งคำถาม” เพื่อให้ลูกฝึกคิด

8. ไม่มีเด็กคนไหน “เถียงอยู่คนเดียว” อย่าลงไปเป็นคู่ซ้อมของลูก เมื่อลูกเถียงด้วยอารมณ์

9. นี่เป็นเวลาของการสอนลูกเรื่องการจัดการอารมณ์ “แม่ว่าเรากำลังใช้อารมณ์คุยกัน เอาไว้เราต่างสงบแล้ว มาคุยกันตอนสงบดีกว่านะ”

10. นี่เป็นเวลาที่ลูกจะเห็นตัวอย่างของการจัดการอารมณ์ที่ดี “แม่ขอเดินออกไปสงบตัวเองข้างนอกก่อนนะ”

11. เป็นพ่อแม่ การเถียงชนะ ไม่ได้แปลว่าเป็นผู้ชนะ

12. อยากให้ลูกเถียงโดยไม่ต้องใช้อารมณ์ จงเป็นผู้ใหญ่ที่ไม่ใช้อารมณ์

13. อยากให้ลูกรับฟัง ลองฝึกใช้ I-message และทำให้ตัวเองเป็นคนที่ลูกรัก

14. เด็กๆ ฟังคนที่เค้ารัก ไม่ได้ฟังคนที่ชอบสั่งสอน

15. หลายครั้ง บทเรียนมีค่ากว่าคำสอน ชีวิตของลูก เป็นของลูก บางอย่างเราก็ทำ เท่าที่ทำได้ ลูกต้องเรียนรู้ที่จะรับผิดชอบกับทางเลือกของลูกเอง

หวังว่าอ่านแล้ว จะทำใจสบายๆ เวลาลูกเถียงเราได้มากขึ้นนะคะ 😊

#หมอโอ๋เพจเลี้ยงลูกนอกบ้าน
ผู้พบว่าพ่อแม่ที่ได้ยินที่ลูกเถียงคือพ่อแม่ที่โชคดี

09/24/2021

น่าสนใจจริงกับวิธีการคิดและสอนลูกหลานในแบบชาวสวิสที่ขึ้นชื่อว่าเป็น
”ประเทศที่ร่ำรวยที่สุดของโลก”

ไม่เคยสอนให้ลูกประหยัด แต่ทำไมติดอันดับประเทศที่รวยที่สุดในโลก ?
“เพราะการประหยัดไม่ใช่หนทางสู่ความร่ำรวย แต่การใช้เงินให้เป็นต่างหากคือสิ่งที่ทำให้รวย” นี่คือสิ่งที่คนสวิสใช้สร้างรากฐานความคิดให้กับเด็ก ๆ ทุกคน และยังสอนให้พวกเขามองการไกลอย่าง หน้าที่การงาน ไปจนถึงการมีครอบครัวอีกด้วย !
วันนี้ Luxury Projects จึงรวม 5 วิธีสอนลูกให้ใช้เงินเป็นฉบับชาวสวิสมาเล่าให้ฟัง
#อย่าสอนลูกให้ประหยัดเด็ดขาด
เพราะคนสวิสมักมองว่า “การสอนให้ลูกประหยัดจะยิ่งทำให้ลูกใช้เงินฟุ่มเฟือย” แต่พวกเขาจะสอนให้รู้จักการใช้เงินแทน เช่น ไม่จำเป็นต้องซื้อของที่ถูกที่สุด แต่ต้องซื้อของที่คุ้มค่า และให้ประโยชน์มากที่สุด
#สอนการประหยัดเวลามากกว่าการประหยัดเงิน “เวลาเป็นสิ่งที่เสียแล้วเสียเลย แต่เงินเสียไปแล้วยังหาใหม่ได้” ชาวสวิสจึงเป็นคนที่ตรงต่อเวลา และมักจะจ่ายเงินเพื่อซื้อความสะดวกสบาย
#สอนให้รู้จักสงสารพ่อแม่ตัวเอง
คนสวิสจะไม่เคยบังคับให้ลูกต้องประหยัดเก็บออม แต่จะสอนให้เด็กตั้งแต่ประถมรู้ถึงค่าใช้จ่ายในครอบครัวว่าในแต่ละเดือนพ่อแม่มีค่าใช้จ่ายอะไรบ้าง ทำให้เด็กมีความรู้สึกเห็นอกเห็นใจ และชื่นชมพ่อแม่ของตัวเอง ส่งผลให้การใช้เงินแต่ละครั้งพวกเขาจะคิดมากขึ้น ไม่ฟุ่มเฟือย อยากได้ของสักชิ้นก็จะเก็บเงินซื้อเองเพราะไม่อยากรบกวนพ่อแม่
#สอนคำนวนค่าใช้จ่ายเมื่อมีแฟน
“ไม่มีเงิน = ดูแลใครไม่ได้” เพราะคนสวิสจะสอนลูกตั้งแต่เล็ก ๆ ว่าการมีแฟนจะต้องมีค่าใช้จ่ายอะไรบ้าง เช่น ค่าบ้าน ค่าผ่อนรถ ค่าเที่ยว ค่ากิน แล้วถ้าเกิดมีลูกก็ต้องมีค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ตามมาอีก ซึ่งถ้ายังหาเงินไม่ได้มากพอก็จะทำให้เกิดการทะเลาะ และเลิกลากันไปในที่สุด วัยรุ่นสวิสส่วนใหญ่จึงตระหนักถึงสิ่งนี้อยู่เสมอเพราะไม่อยากพาตัวเองไปลำบาก แถมการสอนแบบนี้ยังช่วยลดปัญหาเรื่องท้องก่อนวัยอันควรได้ดีเลยทีเดียว !
#สอนวางแผนการเงินและรายได้แต่ละอาชีพ
อีกสิ่งหนึ่งที่ทุกโรงเรียนจะสอนก็คือการวางแผนเรื่องเงินว่า เราต้องจ่ายภาษีให้รัฐบาลเท่าไร แก่ตัวไปจะได้เงินคืนจากรัฐเท่าไร มีสวัสดิการอะไรบ้างที่จะมาช่วยเหลือเรายามแก่ พร้อมแนะแนวเรื่องอาชีพว่าแต่ละอาชีพจะได้เงินเดือนเท่าไร เพื่อให้เด็ก ๆ ได้ไปคิดคำนวนกันว่าโตขึ้นอยากทำอาชีพไหน แล้วต้องเก็บเงินเท่าไรถึงจะใช้ชีวิตหลังเกษียณได้แบบสบาย ๆ
และนี่ก็คือวิธีการสอนลูกให้ใช้เงินแบบฉบับชาวสวิส ด้วยการปลูกฝังแนวคิดการบริหารเงินตั้งแต่ยังเล็ก เด็ก ๆ จึงเติบโตและพร้อมที่จะใช้ชีวิตในวัยผู้ใหญ่อย่างมีคุณภาพ ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมสวิตเซอร์แลนด์ถึงเป็นหนึ่งในประเทศที่ร่ำรวยที่สุดในโลก
อ้างอิงจาก : https://web.facebook.com/watch/?extid=NS-UNK-UNK-UNK-IOS_GK0T-GK1C&v=2690435757657841
_______
#ลงทุน #คุยหุ้น #คนรวย #สวิตเซอร์แลนด์ #พ่อรวยสอนลูก

08/22/2021

#เหตุผลที่ไม่ควรบังคับให้เด็กอนุบาลเขียนหนังสือ

ภาพ X-Ray สองภาพนี้ฉายให้เห็นโครงสร้างมือของเด็กอายุ 3 ขวบ (อนุบาล 1) และเด็กอายุ 7 ขวบ (ชั้น ป.1) ซึ่งมีโครงสร้างที่แตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัด การเจริญเติบโตของมือที่ต่างกันย่อมทำให้ความสามารถในการใช้มือของเด็กสองวัยนี้ไม่เท่ากันอย่างปฏิเสธไม่ได้

เริ่มจาก

ข้อมือ / ฝ่ามือ / นิ้วมือของเด็ก 3 ขวบ ที่มีกระดูก ข้อต่อและกล้ามเนื้อที่ยังไม่เชื่อมต่อกันเท่าเด็ก 7 ขวบ โครงสร้างมือยังพัฒนาตัวเองไม่เต็มที่ และนี่คือเหตุผลที่อยากตอบคำถามพ่อแม่ที่มักถามว่า “เพราะอะไรลูกในวัยอนุบาลถึงยังเขียนหนังสือไม่ได้หรือไม่ชอบเขียนหนังสือ?”

- ข้อมือที่กล้ามเนื้อและข้อต่อยังไม่แข็งแรงมากพอที่จะบังคับทิศทางการใช้มือคือคำตอบ

- กระดูกฝ่ามือที่ยังแผ่ขยายไม่เท่าเด็ก 7 ขวบทำให้แรงที่ส่งไปยังกระดูกมือช่วงบนแผ่วเบา

- การเขียนหนังสือต้องใช้ทั้งนิ้วโป้ง นิ้วชี้ และนิ้วกลางประคองดินสอ นิ้วนางและนิ้วก้อยจะงอยืดหยุ่นจัดระเบียบมือให้เขียนได้ถนัด แต่กระดูก ข้อต่อและกล้ามเนื้อของเด็ก 3 ขวบยังไม่เชื่อมต่อกันเท่าเด็ก 7 ขวบ การจัดระเบียบนิ้วจึงเป็นเรื่องยากลำบาก

***เด็กในวัยอนุบาลจึงเป็นช่วงเวลาที่เด็กควรได้ทำกิจกรรมให้ข้อมือถึงปลายนิ้วได้รับการพัฒนาต่อไป ***

- ปั้นแป้ง ปั้นดินเหนียว

- เล่นสี (ใช้พู่กันแท่งใหญ่เล่นสีน้ำ ใช้สีเทียนและสีไม้ไซส์ใหญ่จับได้เต็มมือ)

- หัดตัดผ้าและกระดาษ ทากาว

- เล่นอิสระกลางแจ้ง ขุดดิน

- เล่นทราย น้ำ ก้อนหิน (Sensory Play)

- เล่นแต่งตัว เอาผ้ามาพัน ผูก โพก ติดและแกะกระดุม

- ทดลองวิทยาศาสตร์ ร้อยลูกปัด ต่อจิ๊กซอว์ ปาบอล เป็นต้น

เมื่อร่างกายพร้อมที่จะเขียน ธรรมชาติจะส่งแรงขับให้เด็กลงมือเขียน ไม่จำเป็นต้องรีบเร่งให้เด็กทำในสิ่งที่ยังไม่ถึงเวลา แต่ละเลยสิ่งที่ต้องทำได้ตามวัย

“เด็กที่พร้อม” ในวันนี้และอนาคตอันใกล้และไกลคือเด็กที่ได้รับการส่งเสริมให้เต็มสมบูรณ์ในแต่ละขั้นของวัย ไม่ใช่เด็กที่ถูกฝึกหรือบังคับให้ทำสิ่งที่เกินวัยโดยข้ามขั้นตอนก่อนหน้านั้น เข้าข่าย “ภายนอกดูเก่งแต่ภายในกลวงโบ๋”

❤️ ด้วยรักและปรารถนาดีจากใจ ❤️
ครูปุ๊ก - ชลมาศ คูหารัตนากร
นักสุขภาพจิตเด็ก และนักจัดกระบวนการเรียนรู้
ผู้อำนวยการสถาบัน Play Academy

ที่มาของบทความ

Tomado de: Mindful Moments Preschool & Before/After School Care

ที่มาของภาพ

Carpal Ossification I Radiology Case I Radiopaedia.org

=================================

Cr #สถาบัน Play Academy

01/15/2021

เรียนผู้ปกครองทุกท่านะคะ ตอนนี้ครูเต้ยได้ใช้ไลน์ใหม่ ผปคท่านใดสนใจสอบถามรายละเอียดคอร์สต่างๆ รบกวนแอดไลน์ใหม่ครูเต้ยด้วยนะคะ ขอบพระคุณมากคะ
LINE ID: talknative

Want your school to be the top-listed School/college in Calgary?
Click here to claim your Sponsored Listing.

Category

Website

Address


Calgary, AB