Pun Miles

Pun Miles

Share

เรื่องราวชีวิตนักเรียนไทยในแคนาดา ✌🏻

02/01/2026

จากเด็กที่สิ้นหวังกับการเมืองไทย สิ้นหวังกับอนาคตของประเทศ ดั้นด้นไปอยู่แคนาดาเพื่อเปลี่ยนสัญชาติ
อยู่แคนาดามาเกือบ 5 ปี มีสิทธิยื่นสมัครขอ PR และได้Offer งานที่เป็นตำแหน่งSupervisor

แต่สุดท้ายก็เลือกกลับมาไทย ทั้งๆที่งานที่ทำอยู่ที่นู่น ได้เจอวิวสวยๆ เงินเดือนดี เพื่อนร่วมงานน่ารัก และมีโอกาสได้สัญชาติ

ทุกอย่างที่แคนาดาถือว่าดีมาก ไม่ว่าจะเป็นกฏหมายที่แข็งแรง ผู้คนที่ใจดี สิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชนที่ทั่วถึง

แต่ลึกๆเรารู้สึกว่า…เราอยากกลับบ้าน

เราไม่อยากทำงานงกๆเพื่อส่งเงินกลับมาไทย แล้วเจอพ่อแม่ปีละครั้ง ไม่อยากพลาดงานแต่งเพื่อนสนิทเพราะอยู่ไกลไปครึ่งโลก ไม่อยากวิดีโอคอลหาครอบครัว แทนที่จะได้นั่งกินข้าวด้วยกัน

เราอยากกลับมาอยู่ใกล้บ้าน ที่ได้เจอครอบครัว ได้เที่ยวทะเล ได้กินอาหารไทย ได้ไปตลาดนัด ได้ไปงานแต่งเพื่อนๆ ได้ทำงานที่รัก

เลยทิ้งเงินเดือนเกือบแสนที่นู่น เพื่อเริ่มต้นใหม่อีกครั้งที่นี่

หลายๆคนมองว่าน่าเสียดาย หลายคนไม่เข้าใจ หลายคนมองว่าพลาด หลายคนถามว่ากลับมาทำอะไรที่นี่

แต่เราไม่เสียใจและไม่เสียดายเลย
เพราะเราได้เรียนรู้ชีวิตที่นู่นแล้ว และเราเลือกที่จะกลับมาด้วยความเต็มใจ

หลายคนสิ้นหวังไปกับประเทศนี้แล้ว คิดว่าคงแก้อะไรไม่ได้แล้ว

แต่เรากลับมามีความหวังกับประเทศนี้อีกครั้ง เพราะเชื่อว่าประเทศจะเจริญก้าวไปข้างหน้าต่อได้ และประชาชนตัวเล็กๆอย่างเราและอีกหลายล้านคนก็พร้อมที่จะเป็นฟันเฟืองให้ประเทศขับเคลื่อนสู่อนาคตที่ดีกว่า ด้วยการนำพาของผู้นำที่มีวิสัยทัศน์ เห็นความสำคัญของ “ประชนชน” ไม่คอร์รัปชั่น ไม่โกงกินหรือฮั้วให้แต่พวกพ้องตัวเอง

เราเชื่อว่าเด็กไทยไม่น้อยที่ทำงานอยู่ต่างประเทศ ถ้าเขาเลือกได้ เขาก็อยากกลับไทย อยากกลับมาเจอครอบครัว อยากกลับมาอยู่บ้าน อยากกลับมาขับเคลื่อนประเทศให้ไปข้างหน้า ถ้าประเทศไทยพร้อมที่จะผลักดันให้เขามีคุณภาพชีวิตที่ดีเช่นกัน

วันนี้เรากลับมาไทยด้วยความหวัง และสิทธิในมือเราที่สามารถช่วยเปลี่ยนประเทศนี้ให้ดีขึ้นได้

อยากบอกเพื่อนๆทุกคนว่า อย่าสิ้นหวังกับประเทศไทยเลย
แม้เราจะเป็นประชาชนคนตัวเล็กๆ แต่วันนี้เรามีสิทธิ มีเสียงที่จะได้ใช้ในการเปลี่ยนแปลงประเทศ ช่วยกันเลือกผู้นำที่ทำให้ประเทศเดินไปข้างหน้าอย่างภาคภูมิใจกันเถอะ

อยากบอกพ่อแม่ที่ลูกๆต้องออกจากบ้านไปทำงานหนักอยู่ต่างจังหวัดหรือต่างประเทศว่า เสียงของท่านมีค่าและมีความสำคัญ ที่ทำให้ประเทศนี้มีความเจริญความก้าวหน้าที่ทั่วถึง โดยลูกๆของท่านไม่ต้องดั้นด้นระหกระเหินไปไกลเพื่อหาเงินสร้างเนื้อสร้างตัว แล้วกลับมาเจอหน้าท่านไม่กี่วันในช่วงปีใหม่เท่านั้น

ไม่ว่าท่านจะรักใครชอบใครมาก่อน ได้โปรดคำนึงและพิจารณาถึงอนาคตของลูกหลานท่าน ที่เขายังอยากดำรงชีวิตอยู่ในประเทศนี้ด้วยความหวังถึงคุณภาพชีวิตที่ดี

ถ้าการเมืองแบบเก่าแบบเดิม ทำให้ประเทศมาได้แค่นี้
ก็ถึงเวลาเปลี่ยนแปลงให้คนใหม่ที่มีวิสัยทัศน์ มีความสามารถและเห็นหัว “ประชาชน” เข้ามาทำหน้าที่ตรงนี้แทน

วันนี้สมายมาทำหน้าที่ของประชาชนคนหนึ่งที่มาเลือกตั้งนอกเขต และอีกหนึ่งวันคือ 8 กพ. ที่จะลงเสียงประชามติ

อยากให้ทุกคนออกมาใช้สิทธิ ใช้เสียงของท่านเยอะๆ
เพราะ “ประชนชนคือประเทศ” และท่านก็เป็นคนสำคัญของประเทศไทยเช่นกัน

#เลือกตั้ง2569 #เลือกตั้งนอกเขต #เลือกตั้ง

Photos from Pun Miles's post 11/12/2025

Pun Miles’ Diary Day 1403 🖋️

อยู่แคนาดามาเกือบ5ปี ไม่เคยเห็นแสงเหนือเลย เพราะไม่ค่อยสนใจเท่าไหร่ แต่อยู่ๆวันนี้แสงเหนือมาโผล่หน้าบ้านเลย! 🤍

อาจจะเป็นข้อดีของการมาทำงานที่เลคหลุยส์เพราะว่าที่นี่ค่อนข้างมืด เลยอาจจะเห็นแสงเห็นชัดกว่าในเมือง แล้ววันนี้คือฟลุ๊คสุดๆเพราะสมายไม่มีแอพเช็คว่าแสงอยู่ไหน แต่จู่ๆเพื่อนบอกว่าจะไปดูแสงเหนือ เราก็ เอ้า อยู่ไหน นางบอกหน้าบ้านเลย เราเลยตามไปดู แสงอยู่หน้าบ้านจริงๆ แบบเดินออกมาเจอเลย แล้วแสงออกมาเยอะด้วย ถ้าเรามองด้วยตาเปล่ามันจะเป็นแสงฟุ้งๆเห็นไม่ค่อยชัด แต่ถ้าถ่ายภาพจากกล้องจะชัดมาก แถมวันนี้เป็นแสงสีชมพูที่เห็นไม่ค่อยบ่อยด้วย สวยมากๆเลยค่ะ 🥰

นี่ว่าไม่ใส่ใจอะไรมากมายเรื่องนี้ แต่พอได้มาเห็นจริง มีความรู้สึกว่า โอเค คอมพลีทละกับการได้มาอยู่แคนาดา

เหมือนได้รับความโชคดีและพลังงานดีๆเลยค่ะ 💕☘️

Photos from Pun Miles's post 11/08/2025

ตอนนี้เป็นเวลา 11:10 pm ของอัลเบอต้า พรุ่งนี้ต้องทำงานเช้า แต่นอนไม่หลับ เลยเปิดอ่านไดอารี่ที่ตัวเองเขียนตอนไปโครงการอาสาสมัคร Wwoof ที่ญี่ปุ่น เมื่อปี 2561 นี่เล่นเขียนตั้งแต่วันที่1 ถึงวันที่14 ครบ 2อาทิตย์เลย ขยันมาก อ่านแล้วตลกตัวเองดี เลยอยากเอามาแชร์ให้ทุกคนอ่านขำขันกันค่ะ (อาจจะยาวหน่อยนะคะ เขียนไปเรื่อยนิดนึง 😅)

🖋️บันทึกวันที่1 (5/1/2561) 🇯🇵
วันแรก มาถึงก็ลำบากซะแล้ว
ตอนเช็คอิน เราก็มั่นใจว่าแอร์เอเชียง่ายชิลๆ เลยถามพี่เจ้าหน้าที่ว่าจะไปเค้าเตอร์ไหน พี่เค้าก็ให้ไปเค้าเตอร์4 เราก็แปลกใจนิดหน่อยเพราะมีแต่คนเกาหลี อีกอย่าง แถวยาวมากเหลือเกิน ก็เลยเปลี่ยนใจไปถามอีกคน พี่เค้าก็บอกว่าถ้าไปกัวลาลัมเปอร์ให้ไปช่อง1-2 เราก็ไปจ้า ช่องที่1เลย แถวก็ยาวเหมือนกัน ยืนไปสักพักเริ่มสังเกตว่าทำไมรอบตัวมีแต่คนจีน มองที่หน้าจอเค้าเตอร์ก็เขียนว่า ”“เที่ยวบินเหมาลำ”
เราเอะใจว่าเข้าแถวถูกหรือเปล่า แต่ก็ไม่กล้าเปลี่ยนแถว สังเกตไปอีกเค้าเตอร์อีกช่องหนึ่ง มีนักท่องเที่ยวเป็นฝรั่งบ้าง เริ่มคิดว่า เอ้ย หรือเข้าแถวผิดช่องจริงๆวะ? เลยต้องเดินเบียดๆเพื่อออกมา กว่าจะเช็คอินถูกช่อง ก็วุ่นวายทีเดียว 😩

มาถึงตอนขึ้นเครื่อง ขามากัวลาลัมเปอร์ก็ไม่มีปัญหาอะไร กินนิชชินบนเครื่องชิลๆ แต่พอถึงเปลี่ยนเครื่องไปชินโตเสะนี่แหละ เวลามันก็สามทุ่มแล้ว เลยหยิ่งไม่ซื้ออะไรกิน เพราะคิดว่ากินมาแล้ว บนเครื่องก็ไม่ซื้ออะไร เป็นไงล่ะ ปวดท้องเลยจ้า อัดยาแก้จุกเสียดไปสามเม็ด กว่าเครื่องจะลงจอด กว่าจะผ่านตม โห คือทรมานมาก แสบท้องสุด ออกมาก็รีบซื้อข้าวกินเลยนะ แม่ง ทำให้ปวดยิ่งกว่าเดิมอีก บีบๆคลายๆอยู่ในท้องนั่นแหละ

ยังจ้า ความซวยยังไม่หมด นี่วางแพลนไว้แล้วว่าจะมาซื้อซิมที่นี่ เลยดูตู้ไว้ จัดการซื้อเรียบร้อย ประเด็นคือหยอดเงินไปแล้ว 5500 เยน กดปุ่มซิมเสร็จ เอ้า ปุ่มซิมที่กดมันไม่มีซิมข้างใน แม่งอีช่องก็ค่อยๆเลื่อนเพื่อให้เราเอื้อมไปหยิบซิม แต่เป็นไงล่ะ ข้างในไม่มีซิม! กุจะหยิบไรก่อน!? เงินก็จ่ายไปละ ก็เลยต้องไปติดต่อที่เค้าเตอร์ขายซิมแถวๆนั้น แล้วพนักงานเค้าก็งงๆเพราะคงไม่ค่อยเคยเจอกรณีอย่างนี้ เขาพาเดินไปเช็คอีเครื่องขายว่าคุณกดงี้ใช่มั้ยๆ เขาบอกว่าต้องกดแบบนี้ๆ สรุปว่าข้าพเจ้าอาจจะกดผิดเอง 🥹
พนักงานเลยต้องโทรคุยกับบอสจ้ะ ว่าจะเอายังไงกันดี คุยอยู่นานเลย แล้วนี่รีบด้วยเพราะต้องเดินทางไปจุดนัดพบกับโฮส ซึ่งจริงๆคืออกมาจากตม. 8.05น. ได้ แต่กินข้าวกับจัดการเรื่องนี้ ปาเข้าไป 9.50น. นัดโฮสไว้บ่ายโมง แล้วต้องเปลี่ยนรถนู่นี่อีก พนักงานบอกว่า ต้องใช้เวลาเช็ค 45นาที ซึ่งเราไม่มีเวลาขนาดนั้น เลยให้ข้อมูลติดต่อไปแล้วบอกว่าจะมาหาอีกทีวันกลับ แล้วก็ซื้อซิมใหม่เลย ซื้อซิมแล้วก็ซวยอีก เพราะว่า wifi สนามบิน แม่งต่อไม่ได้ เลยได้แค่ใส่ซิม แต่ลงทะเบียนซิมไม่ได้ ใช้เน็ตไม่ได้จ้าา

แล้วด้วยความรีบเลย ค้างไว้แค่นั้น แล้วมาขึ้นรถเลย แล้วคือไม่ได้เปลี่ยนเสื้อผ้าให้หนาขึ้นด้วยนะ หยิบแค่โค้ทออกมาจากกระเป๋า พออกมาข้างนอกที่ปกคลุมด้วยสีขาวของหิมะเท่านั้นแหละ จ้าา หน้าชาเลยจ้าา 🥶

เรานั่งรถไฟจากสถานีชินโทเสะไปที่สถานีมินามิชิโทเสะ จากนั้นเปลี่ยนสายนั่งjr มาลงสถานี ชิมุคัปปุ พอลงมานะ ทุกอย่างขาวโพลนไปหมด ไม่มีคนเลย เหมือนสถานีร้าง เดินออกมาหน้าสถานี รถยนต์ รถตู้ก็ถูกหิมะกลบ ดูไม่เหมือนจะมีรถบัสผ่านมาได้เลยอ่ะ โชคดีข้างๆมีร้านอะไรก็ไม่รู้อยู่ เลยเดินฝ่าหิมะไป หิมะก็หนา เส้อผ้าที่ใส่ก็ไม่ได้เตรียมพร้อมมาก กระเป๋าก็ลากไม่ได้ หฤโหดมากตอนเดินไปที่ร้าน เข้ามาในร้านก็ไม่เจอคนอีก คิดได้แค่ว่า ซวยแล้วกุ เอาต้องเองมาทรมานชัดๆ จากนั้นก็เดินไปดูชั้นสอง เป็นร้านอาหาร เราเลยถามเค้าว่ารถบัสที่ไปฮิดากะอยู่ไหน เค้าก็บอกว่าอยู่หน้าสถานีเลย เดินไปเลย คือแบบ หนูเพิ่งเดินมา หนูต้องเดินกลับไปอีกเหรอ 😭

พอเดินกลับไปหน้าสถานี ก็เจอพนักงานสถานีพอดี เค้าเลยชี้รถบัส (จริงๆเรียกรถตู้จะใกล้เคียงกว่า)ที่ไปฮิดากะให้ ซึ่งไม่มีผู้โดยสารเลย ฉันเป็นผู้โดยสารคนเดียวของคันนั้นจ้า
ระหว่างทางไป หันไปทางไหนก็ขาวไปหมด ทางก็ค่อนข้างมีแต่ป่า ไม่มีหมู่บ้านเท่าไหร่ ใช้เวลาเกือบครึ่งชมในการมาถึงจังหวัดฮิดากะ โฮสก็มารอรับอยู่ที่หน้าป้าย โฮสเป็นคุณยายที่แข็งแรงคนนึงเลย แกช่วยยกของ ชวนคุย แล้วขับรถพาเรากลับไปฟาร์ม สักพักกว่าจะมาถึง พอเห็นป้ายฟาร์มก็เริ่มดีใจว่า ถึงแล้ว ที่ไหนได้ ลัดเลาะคดเคี้ยวไปอีกเกือบ1กิโล!

พอมาถึงฟาร์ม โฮสก็พาเข้ามาในบ้านพัก ซึ่งให้เราอยู่คนเดียว เพราะอาสาสมัครคนอื่นยังไม่มา บ้านเป็นกระท่อมไม้เล็กๆ ไม่มีฮีทเตอร์ มีแต่เตาผิง โถส้วมกดน้ำไม่ได้ ต้องใช้น้ำราด อีกอย่างคือน้ำเย็นโคตรเพราะไหลมาจากภูเขาเลย
โฮสพาไปรู้จักครอบครัว ซึ่งมีลูกสาวคือเอมิซัง และหลานชายคือริวตะคุง และคนสุดท้ายที่เพิ่งกลับมาถึงคือคุณตานั่นเอง
โฮสคุณยายทำแกงกะหรี่เนื้อกวางให้กินเป็นมื้อเที่ยง ซึ่งนี่ไม่ชอบกินแกงกะหรี่เลย แต่ก็พอกินได้บ้าง เนื้อกวางที่โฮสทำนุ่มและไม่ค่อยคาว จึงทำให้มื้ออาหารครั้งนี้เป็นไปอย่างสบายใจ

ทานอาหารเสร็จ ก็ได้พักผ่อนนิดหน่อยก่อนโฮสจะเรียกไปทำงาน คือการตักเศษไม้แห่งให้น้องม้าที่มีกว่า20ตัว!! ใช่จ้ะ ฉันมาอาสาสมัครในฟาร์มม้า! จริงๆก็เตรียมใจมาไว้แล้วว่ามาฟาร์มม้าก็จะได้มาทำงานแบบนี้ แต่มันค่อนข้างโหดหน่อยเพราะอากาศติดลบนี่แหละ โฮสเลี้ยงสัตว์เยอะมาก ทั้งม้า นก แมว หมา ม้าที่นี่น่ารักทุกตัวไม่ดุ เชื่อง ตัวโตมากด้วย หลังจากตักหญ้าแห้งให้น้อง2รอบมาบวกกับการเดินหิมะที่ลื่นล้มไปรอบนึง งานก็เสร็จ! 😄

ลืมบอกไปเลยว่า ถึงแม้จะซื้อซิมเนตมา แต่สัญญาณที่นี่ก็น้อยนิดเหลือเกิน ยิ่งดึกยิ่งno service จ้า wifi ก็ติดบ้างดับบ้าง หลุดบ้าง ชนบทที่ต้องการเลยค่า // meปาดน้ำตา

อาหารเย็นวันนี้เป็นปลาทอด ซุปเห็ด ซึ่งโฮสลืมหุงเข้าเลยได้กินขนมปังแทน กินเสร็จก็ขอขนมปังกลับมาบ้านตัวเองด้วยนะ 555

จบละค่ะสำหรับบันทึกการไปอาสาสมัครที่ญี่ปุ่นวันแรก ถ้าชอบกันเดี๋ยวไว้มาลงวันที่2นะคะ ตอนนี้ต้องไปนอนแล้ววว 😴

10/10/2025

ทำงานที่ใหม่มาได้เกือบเดือนละค่ะ แฮปปี้มากและเหนื่อยมากเช่นกัน ปวดตัวปวดขาไปหมด แต่ข้อดีคือแถวนี้ธรรมชาติเริ่ดมาก อากาศดี วิวอย่างสวย สมายเดินไปทำงานตอนฟ้ายังไม่สว่างคือเห็นดาวชัดแจ๋ว ⭐️

ทำงานไปสักพัก สมายสังเกตว่าเพื่อนร่วมงานสมายมาจากประเทศอังกฤษเยอะมาก ไม่ว่าจะตำแหน่งในครัว ฟร้อน เซิร์ฟ โฮส แล้วอายุน้อยๆกันทั้งนั้น ถามไปถามมาก็คือมาด้วยโครงการ Work and Holidays มาเก็บประสบการณ์ ค้นหาตัวเอง บวกกับอยากมาเล่นสกีช่วงฤดูหนาว เลยเลือกมาทำงานที่ Lake Louise กันเยอะเลย ฟังละคิดถึงตอนที่ตัวเองไป Work and Travel ที่อเมริกาสมัยวัยสะรุ่น ทำงานสุดและเที่ยวสุดเหมือนกัน 555 😆

ตอนนี้ เพื่อนร่วมงานส่วนใหญ่มาจากอังกฤษเกือบ70% และมีมาจากออสเตรเลีย สกอตแลนด์ เนปาล แคนาดาเจ้าถิ่น ล่าสุดมีมาจากเนเธอร์แลนด์ หรรษามาก multicultureสุดๆ และฉันจะพูดอังกฤษสำเนียงเฮอร์ไมโอนีได้ก็คราวนี้แหละ! 😄🧙

#ทำงานในแคนาดา #ทีมแคนาดา

Photos from Pun Miles's post 09/30/2025

💫ทุกคนเชื่อเรื่องจักรวาลจัดสรรไหมคะ 💫

บางครั้งสิ่งที่เราพยายามสุดตัว อาจจะไม่ใช่ที่ของเรา
กลับกลายเป็นว่าบางอย่างที่เราไม่ได้ตั้งใจ กลับเป็นสิ่งที่เหมาะกับเราที่สุดก็ได้

เมื่อไม่นานมานี้ สมายมีความคิดจะลาออกจากที่ทำงานเดิม ในระหว่างหนึ่งเดือนก่อนจะแจ้งลาออก สมายร่อนเรซูเม่หางานเยอะมาก วันละ2-3ที่ตลอดทั้งเดือน
มือที่ส่งใบสมัครไป ใจก็ภาวนาขอสิ่งศักดิ์สิทธิ์ว่าขอให้ได้ภายในเดือนนี้ๆ

ที่แคนาดา การหางานไม่ใช่เรื่องง่ายเลยค่ะ แม้เราจะมีโปรไฟล์ดีขนาดไหน ก็แพ้คอนเนคชั่นอยู่ดี แต่สมายไม่มีคอนเนคชั่นในมือขนาดนั้น

สมายตั้งเป้าทำงานในสายโรงแรม ร้านอาหารฝรั่งหรือสายเซลล์ แต่ช่วงเวลาหางานใหม่นั้นช่างกดดันและเงียบเชียบเหลือเกิน บางที่ส่งมาปฏิเสธก็ถือว่าดีหน่อย อย่างน้อยก็บอกกัน แต่ก็ส่งปฏิเสธมาเยอะจนใจแป้วไปหมด 😅

สุดท้ายต้นเดือนถัดมา สมายโดนเรียกสัมภาษณ์งาน 4ที่ จากเกือบ 50 ที่ที่ส่งไป

งานแรกเป็นงานเมเนอเจอร์ร้านอาหารในเครือใหญ่ที่สมายอยากได้มาก เพราะใกล้บ้านและร้านมีชื่อเสียง สมายเตรียมตัวสองวันเพื่อไปสัมภาษณ์ เก็งคำถามทั้งหมดเพื่อตอบให้ดีที่สุด และวันจริง ก็ถือว่าทำได้ตามที่คาดหวังไว้

ที่ที่สองก็เป็นร้านอาหารเหมือนกัน เมื่อเรามีประสบการณ์จากที่แรก เลยสัมภาษณ์ชิลขึ้นมาหน่อย

ที่ที่สี่เป็นสายท่องเที่ยว นี่ก็เตรียมตัวสัมภาษณ์หลายวัน จนผ่านไปสัมรอบสองต่อกับเมเนเจอร์สาขา

ที่สุดท้ายเป็นที่ที่สมัครหลังสุด สมัครไปงั้นๆ แต่ดันโดนเรียกสัมภาษณ์ ตอนแรกกะจะไม่สัมด้วย เพราะที่ทำงานไกล ได้ก็คงไม่เอา

ตอนสัมที่สุดท้ายคือสัมกับHR สมายชิลมาก เพราะมันเป็นสายHospitalityที่เราสัมมาไม่รู้กี่ครั้งแล้ว เลยค่อนข้างผ่อนคลาย ใครจะไปรู้ว่าสัมเสร็จวันนั้น อีกวันเขาส่ง Offer งานให้เลย ในขณะที่งานอื่นที่เราไปสัมภาษณ์มายังเงียบไม่ให้คำตอบ

สุดท้ายด้วยระยะเวลาและการคิดทบทวนต่างๆ ก็ตอบรับงานนี้ไปในช่วงเวลาต้นเดือนกันยาที่ผ่านมา และลาออกจากที่ทำงานเก่า ทัังหมดเป็นเวลาประมาณหนึ่งเดือนพอดีตามระยะเวลาที่สัญญากับตัวเองไว้ว่าเราต้องหางานใหม่ให้ได้

สิ่งที่อยากแชร์วันนี้ก็คือ มันไม่ใช่ทุกครั้งที่เราพยายาม แล้วเราจะได้สิ่งที่เราอยากได้มา แต่ถ้าเราไม่หยุดความพยายาม ผลลัพธ์มันย่อมเกิดขึ้นเสมอ

งานนี้ไม่ใช่งานที่สมายคาดหวังว่าจะได้เลย แต่เป็นงานที่เหมาะกับสมายที่สุด ณ ตอนนั้น สมายเลยเรียกมันว่า “จักรวาลจัดสรร”

หลายๆครั้งรู้สึกว่า เมื่อมันเป็นของเรา มันจะไม่ยากเลย ไม่ได้ใช้ได้กับแค่ความสัมพันธ์ แต่กับเรื่องอื่นๆก็ด้วยเช่นกัน

กลับกันหลายๆอย่างหมดพลัง หมดแรง หมดความพยายามไปก็ตั้งเยอะ สุดท้ายก็ไม่ใช่อยู่ดี

มีคนเคยบอกสมายว่า “เราจะไม่ได้สิ่งที่เราอยากได้ เราจะได้สิ่งที่เราคู่ควร” เพราะฉะนั้นเมื่อเราพัฒนาตัวเองให้ดีขึ้นในทุกๆวัน ผลลัพธ์ที่ดีย่อมปรากฏออกมาเสมอ

และงานนี้ก็ดีมากสำหรับสมายจริงๆ แม้จะอยู่ไกลบ้าน แต่ได้ทำงานโรงแรมเครือใหญ่ ระบบจัดการบริหารชัดเจน วัฒนธรรมองค์กรดี เพื่อนร่วมงานน่ารัก วิวสวย เมเนเจอร์เอย Supervisorเอย อีเมลมาต้อนรับตั้งแต่ก่อนเริ่มงาน คอยถามไถ่ ชื่นชม ให้กำลังใจพนักงานตลอด เป็นสิ่งแวดล้อมที่ทำให้เราเติบโต พัฒนาและเรียนรู้เพื่อต่อยอดในอนาคตได้

วันนี้สมายมาแชร์เรื่องนี้เพื่อบอกทุกคนว่า…

เราไม่รู้ว่าเมื่อไหร่จะเป็นวันของเรา ไม่รู้ว่าความพยายามที่เท่าไหร่ ถึงจะเห็นผล แต่เมื่อไหร่ก็ตามที่เราไม่ย่อท้อ ไม่ยอมแพ้ และพยายามต่อไป จักรวาลก็จะจัดสรรสิ่งที่เหมาะสมกับเรามาให้ค่ะ

เป็นกำลังใจให้ทุกคนที่กำลังพยายามอยู่ในทุกๆวันนะคะ
ขอให้เชื่อมั่นในตัวเองเสมอ เพราะทุกคนคู่ควรกับสิ่งที่ดีค่ะ 😊✌🏻💕

#ทำงานในแคนาดา #ทีมแคนาด

09/11/2025

My healing vlog Ep. 3 at Forgetmenot Pond is out now! If you’re looking for breathtaking views and a relaxing vibe, don’t forget to check it out. 🍀✨

🎥 Watch here: YouTube - Pun Miles
(link: https://youtu.be/DBo3wcZJFwE?si=l6ZYE5zzl-i2rW1j)

08/24/2025

Pun Miles’ Diary Day 1323🖋️

เมื่อวันก่อนมีลูกค้าโทรมาบอกว่าจะจองโต๊ะ8คน แต่ว่าขอถามเกี่ยวกับอาหารนิดหน่อย เพื่อนเขาไม่กินเนื้อบางอย่าง ที่ร้านมีเนื้ออะไรบ้าง เราก็บอกว่ามีพวกเนื้อไก่ หมู วัวปกติ เขาบอกเพื่อนเขาไม่กินพวกนี้เลย เราก็ถามว่าเป็นVegetarian เหรอ เรามีตัวเลือกเป็นเต้าหู้หรือผักอย่างเดียวได้นะ เขาบอกไม่ใช่ๆ แล้วถามต่อว่า ร้านเรามีเนื้อกวางหรือกระรอกมั้ย? เรานี่ หืออ คุณพี่มาจากไหนคะ 😮ถามหาเนื้อกวางกับกระรอกจากร้านอาหารไทย เราก็บอกไม่มี ละนางถามต่อว่า แล้วเนื้อสกั้งค์ล่ะ มีไหม? ฉันอิหยังวะมาก น้องสกั้งค์มาจากไหนอีกกก แต่ก็บอกไปว่าไม่มี เราเป็นร้านอาหารไทย ไม่มีเนื้อพวกนั้น นางถามต่อ แล้วเนื้อไบสันล่ะ มีไหม? กุแบบ พออ คุณพี่มาผิดร้านแล้วค่ะ เนื้อกบ แมลงใดๆ สำหรับอาหารไทยยังพอเข้าใจได้ ถามเนื้อสกั้ง ไบสัน นี่พอเลย ไปร้านอื่นเถอะค่ะ ทางร้านไม่สามารถหาเนื้อสกั้งค์มาทำอาหารให้คุณพี่ได้จริงๆ 😂

Healing Vlog Ep1 | A Slow Walk in Prince’s Island Park | Calgary, Canada 08/19/2025

สวัสดีค่ะทุกคน เป็นยังไงกันบ้างค้า 😊

วันนี้พาทุกคนมาเดินเล่นที่ Prince’s Island Park ใจกลางเมือง Calgary กันค่ะ ช่วงที่ผ่านมาสมายทำงานหนักและไม่ค่อยได้ให้ตัวเองพักผ่อน พักใจเท่าไหร่ พอได้มาเดินเล่นเงียบๆก็ฮีลใจขึ้นมาเยอะเลยค่ะ เลยอยากเก็บภาพวิวของสวนมาให้ทุกคน

ปล. ช่วงนี้สมายกลับมาทำยูทูปหลังจากห่างหายไปนาน ซึ่งคอนเทนต์ที่ทำจะเน้นแนวท่องเที่ยวธรรมชาติแบบเรียบง่าย ไม่ค่อยพูดกับกล้อง ถ่ายแต่วิวซะส่วนใหญ่ (และจะมีพอดแคสพูดคุยเกี่ยวกับการฮีลใจวันล้าๆเพิ่มมาด้วย) ถ้าใครชอบแนวแบบนี้ ยังไงฝากติดตามYoutube ของสมายอีกช่องทางด้วยนะคะ ขอบคุณมากๆค่าา 🙏♥

Healing Vlog Ep1 | A Slow Walk in Prince’s Island Park | Calgary, Canada วันนี้พาทุกคนมาเดินเล่นกันที่สวนสาธารณะ Prince’s Island Park ในใจกลางเมืองCalgary ประเทศแคนาดาค่ะ บรรยกาศสงบมาก ติดแม่น้.....

07/30/2025

Pun Miles’ Diary Day 1298 🖋️

แคลการีที่ผ่านมาอากาศเหมือนเจอมรสุมแบบภาคใต้ประเทศไทยเลยค่ะ ฝนตกทุกวัน ฝนตกหนักด้วย เมื่อวานเจอฟ้าแลบฟ้าร้อง ความซันไชน์ของฉัน มากี่โมง ฤดูร้อนที่รอมาครึ่งปี หายไปเร็วแทบกระพริบตา ตอนนี้มีแต่ฝน 😅

ช่วงนี้อารมณ์ในการทำงานมีความขึ้นๆลงๆ อารมณ์ดีบางวัน หงุดหงิดบางวัน งงกับตัวเองมาก 555 แต่ทุกครั้งที่ได้เจอลูกค้าน่ารัก หรือแม้แต่ใจดีกับใครสักคนโดยไม่คาดหวังอะไร ก็ทำให้วันนั้นๆดีขึ้นมาเยอะเลย 🥰

เมื่อวันก่อน เจอลูกค้าเป็นคุณป้าที่เขาขาไม่ดีขึ้นมาที่ร้านที่มีแต่บันได (ร้านอยู่ชั้นสอง) ไม่มีลิฟต์ให้ เราก็พยายามถามเขาว่าโอเคไหม เขาก็ตอบว่าโอเค ขอบคุณนะ เขาบอกว่า เขายกรถเข็นขึ้นไม่ได้ มันหนัก เลยวางไว้ข้างล่างนะ ได้ไหม เราก็บอกว่าได้ เดี๋ยวเราไปดูให้ ซึ่งตอนเราไป เขาวางรถเข็นไว้อีกฝั่งที่ไม่ใช่ฝั่งร้านเรา เราเลยเลื่อนรถเข็นเขาให้ วางในตำแหน่งที่ไม่ขวางทางและปลอดภัยไม่โดนใครขโมย พอเรากลับขึ้นไปบอกเขา เขารีบขอบคุณใหญ่เลยบอกว่าซาบซึ้งมาก เธอใจดีจริงๆ ซึ่งแค่คำเล็กๆน้อยๆพวกนี้ก็ทำให้เราดีใจมากที่ได้ช่วยเหลือ 💕

ตอนนี้ก็เลยรู้สึกว่า แม้ว่าเราจะเหนื่อยจากงาน เบื่อคน ขี้เกียจยิ้ม แต่แค่เราใจดีกับคนอื่น แม้จะเป็นเรื่องเล็กๆน้อยๆในแต่ละวัน ก็ทำให้เรามีเรื่องดีๆในวันนั้นเพิ่มอีกหนึ่งเรื่องและทำให้ภูมิใจในตัวเองด้วย 💗

07/24/2025

Pun Miles’ Diary Day 1292🖋️

สวัสดีค่ะทุกคน สบายดีกันใช่ไหมค้า 😊 วันนี้อยากมาแชร์สิ่งที่เพิ่งเจอและเรียนรู้มาเมื่อไม่นานมานี้ค่ะ

สมายทำสายงานHospitality เข้าปีที่สี่แล้ว เจอคนใหม่ๆทุกวัน รับมือกับความนู่นนี่นั่นของลูกค้าเป็นว่าเล่น ถ้าจะบอกว่ามันไม่กระทบกับMental Healthเลย คงจะโกหก

ช่วงที่ผ่านมา มีความรู้สึกรำคาญ ไม่อยากเจอ ไม่อยากยิ้ม ไม่อยากคุยกับคนเลย ทั้งๆที่ลูกค้าเข้ามายังไม่ทันพูดอะไรด้วยซ้ำ บางทีก็รู้สึกเซ็งแบบ เข้ามาอีกละ เรื่องมากอีกละ ไม่อยากคุยด้วยเลย ต้องฝืนยิ้มทุกวัน

ที่สำคัญความรู้สึกไม่ดีตรงนั้นเจอทุกๆวัน เก็บมันไว้ทุกๆวัน สุดท้ายก็ระเบิดออก แล้วเราก็ไปคาดหวังให้คนรอบข้าง เจ้านาย เพื่อนร่วมงานต้องเข้าใจและต้องซัพพอร์ตเรา

สิ่งที่เรียนรู้เรื่องแรกสำหรับการระเบิดอารมณ์ออกมาก็คือ คนเราแสดงออกทางความรักไม่เหมือนกัน เราเป็นคนคอยถามไถ่ แต่อีกคนไม่ค่อยถาม เราก็รู้สึกว่าเขาไม่ใส่ใจ ทั้งๆที่เขาแสดงการซัพพอร์ตอีกแบบ เพราะฉะนั้น คนเราไม่เหมือนกัน อย่าเอาแค่กรอบประสบการณ์หรือแค่มาตรฐานเราตัดสินคนอื่น

เพราะ “อารมณ์ของเรา เราต้องเป็นคนจัดการ”

เรื่องที่สองที่ได้เรียนรู้ เกิดจากการอ่านหนังสือชื่อ “Let Them Theory” ของเมล ร็อบบิ้นส์ ที่ช่วยได้มากกับการเจอปัญหามากมายจากผู้คน คือ การปล่อยเขา ให้ทำอะไรที่เขาอยากทำ แล้วให้เรา ตอบสนองต่อเหตุการณ์นั้นๆ(ไม่ว่าจะดีหรือไม่ดี เราควบคุมเอง) ซึ่งอำนาจนี้เป็นของเราว่าเราจะตอบสนองต่อสิ่งต่างๆอย่างไร (จริงๆหลักการมันลึกซึ้งกว่านี้ ถ้าอ่านหนังสือแล้วจะเข้าใจมากขึ้นค่ะ) โดยสรุปแล้ว มันคือการไม่ปล่อยให้อารมณ์ของเราที่เกิดขึ้นจากการกระทำของคนอื่นมาครอบงำเราจนเราไม่มีสติ

จริงๆหนังสือเล่มนี้ช่วยมากในหลายๆเรื่องอย่างความคาดหวัง ความคิดเห็นและการกระทำจากคนอื่นๆที่กระทบต่ออารมณ์ของเรา และการอ่านเล่มนี้ทำให้จิตใจเราเบาขึ้นเยอะเลยค่ะ 💚

เพราะฉะนั้น ช่วงนี้ที่ผ่านมาได้จากการเบื่อคนเบื่องานในทุกๆวันคือหนังสือ พอดแคสต์และการให้เวลาตัวเองในการพักผ่อนเลย ไปในที่ที่อยากไป กินอะไรที่อยากกิน
และมีอำนาจเหนือสิ่งที่ “ตัวเรา” ควบคุมได้ อะไรที่เราควบคุมไม่ได้ก็ปล่อยไป ✌🏻

06/10/2025

Pun Miles’ Diary Day 1248🖋️

วันนี้ยาวหน่อยนะคะ สมายจะมาเล่ามหากาพย์การขอเอกสารWork Permit ที่รอทั้งสิ้น 1ปี 4 เดือน! ให้อ่านกัน (ขออนุญาตใช้คำหยาบเพราะหัวร้อนมาก) 😤

เริ่มจากสมายเรียนจบช่วงสิงหาคม 2023 ละก็ยื่นขอ PGWP (work permit ให้ทำงานต่อที่แคนาดา 3 ปี หลังจากเรียนจบ) แล้วสมายก็ได้approve และได้เอกสารwork permit (เป็นใบกระดาษที่ส่งมาทางไปรษณีย์) มาช่วงเดือนตุลาคม 2023 ซึ่งดูเหมือนเร็วใช่ไหม ใช่แล้ว ถือว่าเร็วเลย แต่ประเด็นคือ เขาให้สมายมาแค่ 9 เดือน (จริงๆต้องให้ 3ปี) เพราะว่าพาสปอร์ตสมายจะหมดอายุเดือนกรกฏาคม 2024 เราก็ เอ้า! อะไรวะเนี่ย เราผิดเอง ที่ไม่เช็กวันหมดอายุพาสปอร์ตให้ดี
📍(***เพราะฉะนั้น ใครจะขอPGWP เช็กวันหมดอายุพาสปอร์ตตัวเองด้วยนะ)📍

คราวนี้ เลยต้องไปทำพาสปอร์ตใหม่ที่แวนคูเวอร์ ทำเสร็จเขาบอกรอ1เดือนน่าจะได้ เราก็ให้เขาส่งทางไปรษณีย์ (ที่นี่ชื่อ แคนาดาโพส) มาให้ที่แคลการี เดือนหนึ่งผ่านไปสองเดือนผ่านไป ไม่เห็นมีอะไรมา เราเลยโทรหาสถานกงสุลไทย เขาบอกส่งให้ตั้งแต่ช่วงเดือนแรกแล้ว เราก็เอ้าา แล้วทำไมเราไม่ได้ สรุปคือ อีแคนาดาโพส (ประมาณไปรษณีย์ไทย) ทำพาสปอร์ตกุหายจ้า 😡 จะโทรหาก็ไม่มีเบอร์ให้ติดต่อ ไม่รับผิดชอบอะไรทั้งนั้น นี่โกรธมากกก แล้วสมายต้องไปแจ้งความว่าพาสปอร์ตหาย แล้วบินไปทำใหม่ที่แวนคูเวอร์ ละบอกเขาว่าถ้าได้วันไหน ให้โทรมา เดี๋ยวบินมารับด้วยตัวเอง เสร็จสรรพ เดือนถัดจากนั้น ก็ได้พาสปอร์ตใหม่ ซึ่งตอนนั้นเป็นช่วงมกรา 2024 แล้ว

พอได้พาสปอร์ตใหม่ก็ต้องยื่นเอกสารชี้แจงขอ extend PGWP จาก7 เดือนให้เป็น 3 ปี ตามที่เราควรได้ ในกรณีที่พาสปอร์ตเราจะหมดอายุ ในเว็บบอกใช้เวลาประมาณ 2 เดือนจะได้ พอส่งเอกสารให้ทางIRCC (ส่งทางไปรษณีย์ด้วยนะ นางไม่รับออนไลน์) เสร็จสรรพ ก็เหลือแค่รอ รอถึงเดือนพฤษภาคม 2024 IRCC ก็approve ให้จ้ะ (ส่งแจ้งเตือนมาทางอีเมล) ละเราก็ต้องรอเอกสาร work permit ตัวจริง (ใบกระดาษ) ที่จะส่งมาทางไปรษณีย์อีก ซึ่งส่วนใหญ่ใช้เวลา 1-2 อาทิตย์

ความพีคมันอยู่ตรงนี้! รอไปรอมาเป็นเดือน ก็ยังไม่มีอะไรมาส่ง โทรไปตาม สรุป แม่นาง IRCC ส่งไปให้ผิดที่! 🙄นางส่งไปที่อยู่เก่าฉันจ้ะ ทั้งๆที่ฉันอัพเดตที่อยู่ใหม่ให้ตั้งแต่ตอนยื่นเอกสารแล้ว ละยังส่งผิดอีก! จะบ้า ยัง ยังไม่พอ! นางไม่ส่งใหม่ให้ทันทีนะ นางให้รอประมาณ1เดือน เพื่อให้เอกสารตีกลับ ตอนนั้นช่วงต้นมิถุนายน ให้เรารอจนช่วงต้นเดือนกรกฏา ค่อยโทรหานางใหม่ (ให้โทรไปหาใหม่ด้วย ไม่ส่งให้อัตโนมัตินะ ต้องโทรไปบอกเองอีกรอบ ทำไมต้องทำงานซ้ำซ้อน ไม่เข้าใจ🤬) ละคืองงมาก จะรอตีกลับทำไม เอกสารมันไม่ได้รับอยู่แล้ว ทำไมส่งใหม่ให้ไม่ได้ มีการมาบอกให้กุไปลองติดต่อห้องเก่าเองด้วยนะ ทั้งที่ตัวเองส่งผิด ซึ่งเราก็ลองติดต่อคนที่พักห้องเก่าเรานะ เขาก็ตีคืนไป ไม่ได้เก็บไว้ ละทีนี้ พอถึงช่วงต้นเดือนกรกฏา เราก็โทรไป นางก็บอกว่าจะส่งอันใหม่มาให้ ทำเรื่องให้แล้ว แต่ไม่รู้นานแค่ไหนนะ ไม่การันตี ละอีคอลเซ็นเตอร์ของIRCC เป็นไรก่อน พูดจาหยาบคายมาก น้ำเสียงแบบรำคาญ มาทำงานนี้ทำไม ไม่หางานอื่นทำล่ะคุนพี่ ที่โทรเพราะคนเขาเดือดร้อนกันไหมล่ะ ไม่ได้อยากคุยกับคุนพี่ทุกวันหรอก 😒

ช่วงนั้น เราก็โทรตามบ่อยมาก เพราะไม่รู้นางจะส่งมาให้เมื่อไหร่ รอไปรอมา ทางIRCC บอกว่าส่งมาให้อีกรอบแล้ว นี่ก็รออีก สองอาทิตย์ก็ไม่มีอะไรมาส่ง เดือนหนึ่งก็ไม่มีอะไรมา กุก็ต้องโทรตามแม่งอีก คือโทรหาIRCC เป็นว่าเล่นอ่ะช่วงนั้น (ซึ่งถ้าใครเคยโทร จะรู้ว่าติดต่อเจ้าหน้าที่IRCCยากมากก โทรไปเจอข้อความอัตโนมัติให้กดนู่นนี่ จนถึงขอคุยกับเจ้าหน้าที่ แม่งบอกสายเต็ม ละตัดสายใส่ เป็นปกติ ซึ่งต้องโทรหาหลายรอบมาก ละรอสายนานด้วยบางทีเป็นชั่วโมง กว่าจะได้คุยกับเจ้าหน้าที่ตัวเป็นๆ) สรุปนางบอกส่งไปให้สักพักแล้ว แต่ติดช่วง Canada Post Striks (การชุมนุมประท้วงของพนักงานแคนาดาโพส คือพวกนางหยุดทำงานเลย ไม่ส่งของใดๆ ละแม่งมาทำไมช่วงนี้ก็ไม่รู้) ความรับผิดชอบไม่ได้อยู่ที่IRCCแล้ว อยู่ที่แคนาดาโพสแทน ซึ่งก็ไม่รู้นานแค่ไหนกว่าพวกนางจะกลับมาทำงานจ้า ในใจนี่คือ อีแคนาดาโพสอีกละ มันจะทำพัสดุกุหายอีกรึเปล่าเหอะ 😠

ตอนนั้นช่วงต้นธันวาคม 2024 รอจนปลายธันวาคม กว่าแคนาดาโพสจะกลับมาทำงาน ละนี่ก็รอต่อไปจนจบมกราคม 2025 เอกสารกุก็ไม่มา สุดท้ายสมายเลยต้องโทรไปหาIRCC อีกรอบเพราะมันไม่ควรนานขนาดนี้ สรุป นั่นไง กุว่าละ อีแคนาดาโพสน่าจะทำเอกสารกุหายอีกละ 😡 (แล้วมันไม่มีเลขแทร็คอะไรให้เช็กเลย เพราะเป็นเอกสารจากรัฐ ปญอมาก) พอโทรหาIRCC นางก็ไม่สามารถส่งเอกสารใหม่ให้ได้อีก เพราะส่งให้ได้แค่ครั้งเดียว สมายเลยต้องยื่นขอเป็น replacement ในกรณีเอกสารหายแทน ซึ่งต้องกรอกข้อมูล ส่งเอกสารนู่นนี่ให้IRCC ทางไปรษณีย์อีก วุ่นวายมาก จ่ายเงินใหม่ด้วย

พอยื่นรอบนี้ อีกประมาณ 2อาทิตย์ ก็ได้ Approve ละอาทิตย์ต่อมาก็ได้เอกสารWork Permit ตัวจริงสักที! ตอนได้ก็เป็นช่วงเดือนกุมภาพันธ์ของ 2025 ละ

สิริรวมมหากาพย์เรื่องนี้ใช้เวลาไป 1ปี 4 เดือน (ตุลา2023-กุมภา2025) ตั้งแต่ไปทำพาสปอร์ตใหม่จนได้ใบwork permit มา มันเสียเวลาชีวิตมากกกก รำคาญแม่นางไออาซีซีและอีแคนาดาโพสสุดๆ กรี๊ดอยากกลับไทยวันละร้อยรอบเพราะรำคาญพวกแม่ง ไม่รับผิดชอบใดๆทั้งสิ้น ความผิดตัวเองทั้งนั้น ตั้งแต่ส่งผิดที่ ทำพัสดุหาย คอลเซ็นเตอร์ก็พูดจาห่วยแตก คอมเพลนไปก็ไม่ช่วย นี่โกรธจนร้องไห้หลายรอบมากเพราะให้แต่รอๆๆๆอย่างเดียว เร่งอะไรก็ไม่ได้ อีคอลเซ็นเตอร์ได้แต่รับเรื่อง เร่งหรือช่วยดันเรื่องอะไรก็ไม่ได้ ละกว่าแม่นางไออาซีซีจะขยับตัวทำเรื่องแต่ละอย่างนานกว่าแม่งปลูกต้นยางอีก อีดอก 🤬

เรื่องนี้สอนให้รู้ว่า อย่าลืมเช็กพาสปอร์ต และอีหน่วยงานรัฐที่นี่ห่วยแตกมาก จอบอ

06/05/2025

Pun Miles’ Diary Day 1243 🖋️

ช่วงนี้สมายหยิบหนังสือมาอ่านบ่อยๆค่ะ แล้วรู้สึกเป็น Small Win ที่ทำให้เรารู้สึกดีกับตัวเอง ยิ่งอ่านจบหนึ่งเล่ม ยิ่งตื่นเต้นที่จะอ่านเล่มถัดไป นอกจากเนื้อหาในหนังสือที่มีประโยชน์แล้ว การอ่านหนังสือเป็นการฝึกสมาธิและความใจเย็นมาก ในโลกของโซเชียลมีเดียและอินเตอร์เน็ตตอนนี้ ที่โฟกัสกับอะไรได้แค่แป๊บๆ เมื่อก่อนอ่านนิยายได้เป็นสิบเล่มใน1อาทิตย์ ตอนนี้หนังสือเล่มเดียว หนึ่งเดือนก็ไม่จบ 😆

แต่พอเรากลับมาฝึกตัวเอง สังเกตได้เลยว่าเอาเวลาไปใช้กับมือถือน้อยลงมาก ยิ่งตอนก่อนนอนที่อยากนอนหลับลึก เปลี่ยนจากดูนู่นนี่เป็นอ่านหนังสือสักบทสองบท ก็ทำให้นอนหลับง่ายขึ้นแล้ว ตอนนี้เลยตั้งเป้าอ่านหนังสือ 1 เล่มต่อ 1 เดือน อ่านหนังสือทุกวัน วันละนิดหน่อยก็ช่วยเพิ่มความรู้สึกว่าเราทำอะไรบางอย่างสำเร็จแล้วในหนึ่งวัน ซึ่งช่วยเรื่องความภาคภูมิใจในตัวเองด้วย 👍🏻💚

จริงๆไม่จำเป็นต้องอ่านหนังสือ แต่เป็นอะไรเล็กๆน้อยๆที่เราตั้งเป้าว่าจะทำเช่นออกกำลังกาย ฟังPodcast กินผักผลไม้ ฯลฯ และเราทำมันได้ ก็เป็น Small Win ให้เราในวันนั้นๆแล้วค่ะ 🏆

ยังไงทุกคนลองตั้งเป้าทำ Small Win กันนะคะ ใครตั้งเป้าว่าทำอะไรบ้าง มาแชร์กันได้นะคะ เผื่อสมายเอาไปทำด้วย
😊📍✅

#ทำงานในแคนาดา #ทีมแคนาดา

Want your public figure to be the top-listed Public Figure in Calgary?
Click here to claim your Sponsored Listing.

Category

Website

Address


Calgary
Calgary, AB
T2M3G1