Techmove Auto
พบกับข่าวสารวงการรถยนต์ ทั้งไทยและต่างประเทศได้ที่นี่
07/06/2026
ฮุนได โมบิลิตี้ (ประเทศไทย) จัดเต็มข้อเสนอแรงกลางปี กับแคมเปญ “Hyundai Mid Year Deal” โอกาสทองสำหรับลูกค้าที่อยากเป็นเจ้าของรถยนต์ฮุนไดคุณภาพ ในเงื่อนไขที่คุ้มสุดแห่งปี! รับทันทีส่วนลดเงินสดสูงสุด 400,000 บาท หรือดอกเบี้ยพิเศษเริ่มต้น 0% นานสูงสุด 48 เดือน
ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง บัตรเติมน้ำมัน และสิทธิประโยชน์สุดคุ้มอีกมากมาย ครอบคลุมหลากหลายรุ่นยอดนิยม ตั้งแต่ MPV สำหรับครอบครัว ไปจนถึง SUV ระดับพรีเมียม รีบจองและรับรถภายใน 30 มิถุนายน 2569 เท่านั้น
หนึ่งในรุ่นไฮไลต์ที่น่าจับตามองคือ Hyundai all-new SANTA FE Hybrid รถ SUV เจเนอเรชันใหม่ที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ครอบครัวยุคใหม่อย่างแท้จริง ด้วยดีไซน์ทรง Boxy โดดเด่นสะดุดตา ภายในห้องโดยสารกว้างขวางระดับพรีเมียม รองรับผู้โดยสารได้ถึง 6 ที่นั่ง
พร้อมพื้นที่เก็บสัมภาระขนาดใหญ่ ขับเคลื่อนด้วยระบบ Parallel Hybrid ที่ให้ทั้งสมรรถนะและความประหยัดน้ำมันสูงสุดถึง 19.6 กม./ลิตร เสริมความมั่นใจด้วย Hyundai SmartSense เทคโนโลยีความปลอดภัยช่วยเหลือผู้ขับขี่ ADAS และฟีเจอร์อำนวยความสะดวกครบครัน
มีให้เลือกทั้งหมด 3 รุ่นย่อย พร้อมข้อเสนอพิเศษที่ทำให้การเป็นเจ้าของ SANTA FE Hybrid คุ้มค่ายิ่งกว่าที่เคย ได้แก่
Exclusive (2WD) เป็นเจ้าของได้ในราคาเพียง 1,509,000 บาท (จากปกติ 1,599,000 บาท) รับส่วนลดเงินสด 90,000 บาท หรือเลือกรับดอกเบี้ย 0% ดาวน์ 25% ผ่อนสูงสุด 48 เดือน
Prestige (2WD) ส่วนลดเงินสด 100,000 บาท เหลือเพียง 1,649,000 บาท (จากปกติ 1,749,000 บาท) คุ้มค่ากับ SUV Hybrid ระดับพรีเมียม
Inspiration (AWD) รุ่นท็อปขับเคลื่อน 4 ล้ออัจฉริยะ รับดอกเบี้ยพิเศษ 1.79% ดาวน์ 25% ผ่อนสูงสุด 48 เดือน ราคา 1,799,000 บาท
พิเศษยิ่งขึ้น ฮุนไดเติมน้ำมันให้ฟรี 1 ปี มูลค่า 30,000 บาท สำหรับรุ่นย่อย Exclusive (2WD) และ Inspiration (AWD) พร้อมความอุ่นใจเต็มขั้นด้วยการรับประกันคุณภาพรถยนต์ 5 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร, รับประกันแบตเตอรี่แรงดันสูง 8 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร, บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 5 ปี ไม่จำกัดเลขไมล์
สำหรับลูกค้าที่มองหารถยนต์สำหรับครอบครัวที่คุ้มค่าและใช้งานได้หลากหลาย The new STARGAZER คือหนึ่งในรถครอบครัวที่คุ้มค่าที่สุดตัวเลือกหนึ่ง ด้วยการวางเลย์เอาต์แบบ 6 ที่นั่ง 3 แถว ที่มอบห้องโดยสารกว้าง นั่งสะดวกสบายและวางฟังก์ชันการใช้งานอื่นไว้ได้อย่างลงตัว
พร้อม Hyundai SmartSense เทคโนโลยีช่วยเหลือผู้ขับขี่ ADAS ที่มากที่สุดในย่านราคาเดียวกัน ตอบโจทย์ความคุ้มค่าทั้งการใช้งานในชีวิตประจำวัน การเดินทางกับสมาชิกในครอบครัว
รวมทั้งจุดประสงค์สำหรับผู้ประกอบการ ด้วยข้อเสนอพิเศษ ดอกเบี้ย 1.99% ดาวน์ 25% ผ่อนสูงสุด 48 เดือน โดยมีให้เลือก 2 รุ่นย่อย ได้แก่
Trend 6 ราคาแนะนำพิเศษ 719,000 บาท(2) (จำนวนจำกัด) จากราคาปกติ 795,000 บาท
Smart 6 ราคาแนะนำพิเศษ 799,000 บาท(2) (จำนวนจำกัด) จากราคาปกติ 875,000 บาท
นอกจากนี้ ทุกรุ่นย่อยรับบัตรเติมน้ำมันมูลค่า 5,000 บาท พร้อมสิทธิประโยชน์ครบ ทั้งฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง 1 ปี, รับประกันคุณภาพรถยนต์ 5 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร, และบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 5 ปี ไม่จำกัดเลขไมล์ มอบความคุ้มค่าและความอุ่นใจในทุกการเดินทาง
หากต้องการ MPV ที่ให้ได้มากกว่าความกว้าง Hyundai STARIA (Euro 5) พร้อมตอบโจทย์ทั้งความหรูหรา ความสะดวกสบาย และการใช้งานอเนกประสงค์ ด้วยห้องโดยสารขนาดใหญ่แบบ 11 ที่นั่ง รองรับทั้งครอบครัวขนาดใหญ่และการใช้งานเชิงธุรกิจได้อย่างลงตัว
ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ดีเซล 2.2 ลิตร ที่คิดว่าเผื่อให้รองรับน้ำมันไบโอดีเซล B20 เพื่อความคุ้มค่าในการใช้งาน มั่นใจทั้งในเมืองและเดินทางไกล พร้อมเทคโนโลยีความปลอดภัย ADAS อัจฉริยะอย่าง Hyundai SmartSense เพื่อเพิ่มความอุ่นใจในทุกเส้นทาง มาพร้อมข้อเสนอพิเศษ
เลือกรับดอกเบี้ย 0% ดาวน์ 25% ผ่อนสูงสุด 48 เดือน หรือเลือกรับส่วนลดเงินสดสูงสุด 400,000 บาท โดยมีให้เลือกทั้งหมด 3 รุ่นย่อย ได้แก่
STARIA Elite Plus (Euro 5) รับส่วนลดเงินสด 150,000 บาท เหลือเพียง 1,749,000 บาท จากราคา 1,899,000 บาท
STARIA Premium with Power Side Step (Euro 5) ลดหนักกับส่วนลดเงินสด 400,000 บาท เหลือเพียง 1,979,000 บาท จากราคา 2,379,000 บาท พร้อมฮุนไดใจดี เติมน้ำมันให้ฟรี 1 ปี มูลค่า 70,000 บาท
STARIA Premium Sunroof with Power Side Step (Euro 5) ลดหนักกับส่วนลดเงินสด 400,000 บาท เหลือเพียง 2,049,000 บาท จากราคา 2,449,000 บาท พร้อมฮุนไดใจดี เติมน้ำมันให้ฟรี 1 ปี มูลค่า 70,000 บาท
นอกจากนี้ยังได้สิทธิประโยชน์หลังการขายครบทั้งรับประกันคุณภาพรถยนต์ 5 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร, บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 5 ปีเต็ม เพื่อมอบความคุ้มค่าและความมั่นใจในการใช้งานในระยะยาว และฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง พร้อม พ.ร.บ. นาน 1 ปี
แคมเปญ “Hyundai Mid Year Deal” เปิดโอกาสให้ลูกค้าเป็นเจ้าของยนตรกรรมฮุนไดได้คุ้มค่ายิ่งกว่าที่เคย ด้วยข้อเสนอพิเศษที่ตอบโจทย์ทั้งด้านราคาและความอุ่นใจในการใช้งาน
ผู้สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมและรับข้อเสนอได้ที่โชว์รูมฮุนไดทั่วประเทศ ตั้งแต่วันนี้วันนี้ถึง 30 มิถุนายน 2569
07/06/2026
ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) ประกาศยืนยันวันเปิดตัวอย่างเป็นทางการของ Honda City ใหม่ ในประเทศไทย ในวันศุกร์ที่ 26 มิถุนายน 2569 การคัมแบ็กครั้งใหญ่ของไลน์อัปซิตี้คาร์ของฮอนด้า ทั้ง Honda City ใหม่ และ Honda City Hatchback ใหม่ ที่พร้อมสั่นทุกสตรีท
ด้วยดีไซน์อัปลุคใหม่ ผสานฟังก์ชันที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนเมืองรุ่นใหม่ได้อย่างลงตัว มอบคุณค่าที่ตรงใจ และยกระดับประสบการณ์การขับขี่ให้เข้าถึงโลกของซิตี้คาร์ไฮบริดได้ง่ายกว่าที่เคย
เตรียมพบกับไฮไลต์สุดเซอร์ไพรส์กับการเปิดตัวพรีเซนเตอร์แรปเปอร์สาวมากความสามารถ ตัวแทน Gen Z ที่พกเอเนอร์จี้มาเต็มพิกัด พร้อมปลุก DNA ความสนุก คล่องตัว และความโดดเด่นของ Honda City ให้กระหึ่มเมือง
พิเศษ ! เชิญชวนผู้ที่สนใจร่วมเป็นส่วนหนึ่งของโมเมนต์สุดเอ็กซ์คลูซีฟ จำนวนจำกัดเพียง 100 สิทธิ์เท่านั้น ในการสัมผัส Honda City ใหม่ ก่อนใคร พร้อมสนุกไปกับมินิคอนเสิร์ตจากพรีเซนเตอร์แรปเปอร์สาวอย่างใกล้ชิด ณ บริเวณ Outdoor Square B ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์
ผู้สนใจสามารถสมัครเข้าร่วมกิจกรรมได้ระหว่างวันที่ 5 – 16 มิถุนายน 2569 ผ่าน LINE Official Account: Honda Thailand
ห้ามพลาด ! ร่วมรับชม LIVE การเปิดตัวและประกาศราคาอย่างเป็นทางการของ Honda City ใหม่ ในวันศุกร์ที่ 26 มิถุนายน 2569 เวลา 13.15 น. เป็นต้นไป และต่อเนื่องกับ LIVE มินิคอนเสิร์ตในเวลา 18.45 น. เป็นต้นไป
ผ่านช่องทาง Honda Thailand Official ได้แก่ Facebook: Honda Thailand, YouTube: Honda Thailand, TikTok: Honda Thailand Official
ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.honda.co.th/city และ www.honda.co.th/cityhatchback และสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้จากที่ปรึกษาการขายโชว์รูมฮอนด้าทั่วประเทศ หรือติดต่อศูนย์บริการข้อมูลฮอนด้า 24 ชั่วโมง โทร 0 2341 7777
07/06/2026
GWM (Thailand) เปิดตัวแคมเปญพิเศษ “TANK YOU” เพื่อสื่อความหมายถึงการ “ขอบคุณ” (Thank You) โดยมุ่งเน้นการมอบสิทธิประโยชน์เพื่อตอบแทนและดูแลกลุ่มลูกค้าปัจจุบันของ GWM (Loyalty Program) เป็นสำคัญ
พร้อมมอบทางเลือกสุดพิเศษเพื่อช่วยให้ผู้ที่สนใจสามารถเป็นเจ้าของ GWM TANK รถยนต์เอสยูวีออฟโรดระดับพรีเมียมได้ง่ายและคุ้มค่าที่สุด ครอบคลุมทั้ง GWM TANK 300 DIESEL และ GWM TANK 500 DIESEL (รุ่น 2.4T Pro, 2.4T Ultra และ 2.4T Ultra 4WD)
สำหรับแคมเปญ “TANK YOU” เริ่มตั้งแต่วันที่ 1-30 มิถุนายน 2569 นี้ โดยมุ่งเน้นการส่งมอบความจริงใจเพื่อดูแลกลุ่มลูกค้าปัจจุบัน (Loyalty Program) เป็นหัวใจสำคัญสูงสุด
พร้อมทั้งนำเสนอทางเลือกเสริมอื่น ๆ เพื่อช่วยทลายข้อจำกัดท่ามกลางสภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบันและให้ทุกคนสามารถเป็นเจ้าของรถได้อย่างง่ายดายและสบายใจยิ่งขึ้น โดยลูกค้าและผู้ที่สนใจสามารถเลือกรับข้อเสนอสุดพิเศษอย่างใดอย่างหนึ่ง ดังนี้
ข้อเสนอ TANK YOU # 1 พิเศษสุดเฉพาะลูกค้า GWM (GWM Loyalty Customer) : มุ่งเน้นตอบแทนความไว้วางใจสำหรับครอบครัว GWM โดยเฉพาะ เมื่อเข้าร่วมโครงการ GWM Loyalty Campaign เพื่อออกรถคันใหม่ รับสิทธิประโยชน์เพิ่มเติมมูลค่า 30,000 บาท
ข้อเสนอ TANK YOU # 2 สำหรับลูกค้าใหม่ที่เน้นผ่อนสบาย: โปรแกรมช่วยผ่อนนาน 6 เดือน เดือนละ 5,000 บาท* มูลค่ารวม 30,000 บาท ช่วยลดภาระและเพิ่มความคล่องตัวทางการเงินตั้งแต่เดือนแรก
ข้อเสนอ TANK YOU # 3 สำหรับลูกค้าใหม่ที่เน้นความคุ้มค่าระยะยาวด้านการบำรุงรักษา: แพ็กเกจ GWM Pro Service Inclusive (GPSI) ครอบคลุมทั้งค่าอะไหล่และค่าแรงบำรุงรักษาตามระยะทางสูงสุดไม่เกิน 10 ครั้ง ภายใน 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร รวมมูลค่าสูงสุดกว่า 49,000 บาท
ทั้งนี้ ทุกข้อเสนอในแคมเปญ TANK YOU ลูกค้าจะได้รับสิทธิประโยชน์เพิ่มเติมครอบคลุมดังต่อไปนี้ อัตราดอกเบี้ยพิเศษ2.15% (เมื่อดาวน์ 25% และผ่อนชำระนาน 48 เดือน) ; ฟรีประกันภัยรถยนต์ชั้น 1 เป็นระยะเวลา 1 ปี ; บริการช่วยเหลือฉุกเฉินRoadside Assistance ตลอด 24 ชั่วโมง ฟรี 5 ปี
ฟรีค่าแรงบำรุงรักษาตามระยะทาง สูงสุดไม่เกิน 10 ครั้ง ภายใน 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร (แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน / ไม่รวมอะไหล่สิ้นเปลือง) ; การรับประกันคุณภาพรถใหม่ระยะเวลา 5 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร (แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)
การรับประกันคุณภาพเครื่องยนต์ ระยะทาง 1,000,000 กิโลเมตร หรือระยะเวลา 8 ปี (แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน) ; ฟรีบริการระบบการตรวจสอบและสั่งการรถผ่านอินเตอร์เน็ต (Telematic Service) พร้อมแพ็คเกจอินเทอร์เน็ตภายในรถ ระยะเวลา 3 ปี (ยกเว้นรุ่น 2.4T Pro)
GWM มุ่งส่งมอบคุณค่าให้แก่ผู้บริโภคในทุกมิติ ครอบคลุมตั้งแต่ลูกค้าเดิม และการเพิ่มความยืดหยุ่นในการเป็นเจ้าของ ไปจนถึงการสร้างความมั่นใจในด้านค่าใช้จ่ายและการดูแลรักษาในระยะยาว เพื่อให้ลูกค้าสามารถเลือกสิทธิประโยชน์ที่เหมาะสมกับความต้องการของตนเอง
พร้อมก้าวสู่ประสบการณ์การขับขี่ในสไตล์ TANKER กับ GWM TANK รถยนต์เอสยูวีสายออฟโรดที่มีเอกลักษณ์ได้อย่างมั่นใจยิ่งขึ้น โดยลูกค้าที่สนใจสามารถจองทดลองขับและรับคำปรึกษาจากเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญของ GWM ได้แล้ววันนี้ที่ GWM พาร์ทเนอร์สโตร์ทั่วประเทศ
เพื่อค้นหาทางเลือกในการเป็นเจ้าของที่เหมาะสมกับไลฟ์สไตล์และความต้องการของตนเอง หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่GWM Contact Center 02-668-8888 และเว็บไซต์ www.gwm.co.th
04/06/2026
เรเว่ ออโตโมทีฟ จัดการทดสอบ BYD DM-i ใน BYD SEALION 5 DM-i ภายใต้สภาวะใช้งานจริง กับการขับฝ่ากรุงในชั่วโมงเร่งด่วน ผจญรถติดระดับวิกฤต ท้าพิสูจน์ความประหยัดของรถยนต์ไฟฟ้าที่เติมน้ำมันได้
ผลคือ BYD SEALION 5 DM-i ใช้ค่าพลังงานต่ำสุดเพียง 39 สตางค์/กิโลเมตร เพราะขุมพลัง BYD DM-i เน้นขับขี่ด้วยไฟฟ้าเป็นหลัก จึงประหยัดถึงขีดสุด ขับขี่ด้วยไฟฟ้าอย่างเดียวได้สูงสุด 110 กิโลเมตร/การชาร์จ
การจัดการทดสอบขับขี่ภายใต้สภาวะการขับขี่จริงครั้งนี้ เลือกใช้ EV MODE หรือ โหมดการใช้แบตเตอรี่ ผ่านเส้นทางที่ขึ้นชื่อว่าการจราจรติดขัดมากที่สุดในกรุงเทพฯ ในช่วงเช้าและช่วงเลิกงาน เพื่อทดสอบให้เห็นว่าเทคโนโลยี BYD DM-i สามารถช่วยคุณประหยัดค่าพลังงานได้มากแค่ไหน
โดยค่าพลังงานต่ำสุดอยู่ที่ 39 สตางค์/กิโลเมตร จากการทดสอบโดยสื่อมวลชนไทย
เส้นทางการทดสอบขุมพลัง BYD DM-i ใน BYD SEALION 5 DM-i ในรอบคัดเลือก มีทั้งรอบเช้าและรอบเย็น เริ่มต้นจากศูนย์ฝึกอบรม BYD Academy ย่านศรีนครินทร์ โดยในช่วงเช้ามุ่งตรงสู่แยกเอกมัย ก่อนจะเข้าสู่แยกอโศก - ถนนเพชรบุรี - อนุสาวรีย์ - สยาม – สีลม - สาทร – พระรามสาม – สะพานภูมิพล – ปู่เจ้าสมิงพราย - เทพารักษ์ และกลับสู่จุดปล่อยตัว ครอบคลุมระยะทางทั้งสิ้น 51 กิโลเมตร
ส่วนการทดสอบในช่วงเย็น เริ่มต้นจากศูนย์ฝึกอบรม BYD Academy เช่นกัน ก่อนมุ่งหน้าสู่แยกลำสาลี ผ่านเดอะมอลล์บางกะปิ - ห้าแยกลาดพร้าว – สะพานควาย - อนุสาวรีย์ - สยาม - เพชรบุรีตัดใหม่ - เอกมัย – สุขุมวิท – อุดมสุข และ กลับสู่จุดปล่อยตัว ครอบคลุมระยะทางทั้งสิ้น 53 กิโลเมตร จะเห็นได้ว่าทุกจุดที่กล่าวมา ล้วนเป็นเส้นทางที่ขึ้นชื่อเรื่องรถติดระดับวิกฤตในกรุงเทพฯ ทั้งสิ้น
ส่วนสถิติค่าพลังงานที่ต่ำที่สุดในรอบคัดเลือกของแต่ละวัน มีรายละเอียดดังต่อไปนี้ โดยสื่อ Clubza วิ่งด้วยระยะทาง 51 กิโลเมตร ค่าไฟรวม 21.8 บาท เฉลี่ยค่าไฟต่อ 1 กิโลเมตรเท่ากับ 42 สตางค์ สื่อ Grand Prix วิ่งด้วยระยะทาง 50 กิโลเมตร ค่าไฟรวม 21.6 บาท เฉลี่ยค่าไฟต่อ 1 กิโลเมตรเท่ากับ 43 สตางค์ โดยสื่อ Motoring X วิ่งด้วยระยะทาง 53 กิโลเมตร ค่าไฟรวม 21.94 บาท เฉลี่ยค่าไฟต่อ 1 กิโลเมตรเท่ากับ 41 สตางค์
ในรอบชิงชนะเลิศ ซึ่งให้สื่อมวลชนที่ใช้พลังงานต่ำที่สุดของแต่ละรอบ มาร่วมทดสอบกันใหม่อีกครั้ง โดยการขับขี่เริ่มต้นจากศูนย์ฝึกอบรม BYD Academy ย่านศรีนครินทร์ พร้อมเพิ่มความท้าทาย
ด้วยการมุ่งหน้าสู่เส้นทางที่การจราจรติดขัดยิ่งขึ้น ทั้งแยกบางนา - แยกพระโขนง – ถนนพระรามสี่ - เยาวราช - ไอคอนสยาม – One Bangkok - แยกวิทยุ - แยกเอกมัย - ถนนสุขุมวิท - แยกอุดมสุข – แยกศรีอุดม และ กลับสู่จุดปล่อยตัว ครอบคลุมระยะทางทั้งสิ้น 52 กิโลเมตร ส่วนสถิติค่าพลังงานที่ต่ำที่สุดในรอบชิงชนะเลิศ มีรายละเอียดดังต่อไปนี้
โดยรอบชิงชนะเลิศ สื่อ Motoring X วิ่งด้วยระยะทาง 51 กิโลเมตร ค่าไฟรวม 19.97 บาท เฉลี่ยค่าไฟต่อ 1 กิโลเมตรเท่ากับ 39 สตางค์ สรุปไม่หวั่นแม้จะรถติดมากแค่ไหน เพราะขุมพลัง BYD DM-i ใช้พลังงานต่ำสุด 39 สตางค์/กิโลเมตร
ขุมพลัง BYD DM-i รองรับทั้งการเติมน้ำมันและชาร์จไฟ DC Charging สูงสุด 18 kW สามารถขับขี่ด้วยไฟฟ้าล้วนเป็นระยะทางสูงสุด 110 กิโลเมตร ครอบคลุมการใช้งานในชีวิตประจำวัน จนแทบไม่ต้องใช้น้ำมันเชื้อเพลิง ทั้งยังมี BYD Blade Battery ขนาด 18.3 กิโลวัตต์ – ชั่วโมง มั่นใจความปลอดภัยด้วยเทคโนโลยีเอกสิทธิ์ของ บีวายดี ที่ได้รับการพิสูจน์มาแล้วทั่วโลก
พร้อมมอบประสบการณ์การขับขี่ ที่ตอบสนองทันใจในแบบฉบับเดียวกับรถยนต์ไฟฟ้า ด้วยกำลังรวมสูงสุด 155 กิโลวัตต์ / 210 แรงม้า แรงบิดรวมสูงสุด 210 นิวตัน-เมตร และยังขับขี่เป็นระยะทางรวมสูงสุดมากกว่า 1,200 กิโลเมตร เมื่อชาร์จไฟเต็มและมีน้ำมันเชื้อเพลิงเต็มถัง ไม่ต้องกังวลเมื่อต้องเดินทางไกล
BYD SEALION 5 DM-i ตอบโจทย์ทุกรูปแบบการใช้งาน ทั้งการขับฝ่าการจราจรหนาแน่นและการเดินทางไกล เพราะมีห้องโดยสารที่พรีเมียมกว่ารถยนต์ในระดับเดียวกัน ด้วยดีไซน์และวัสดุคุณภาพสูงอย่างผิว Soft-Touch และหนังคุณภาพดี มอบความสบายเหนือระดับกับอุปกรณ์อำนวยความสะดวกครบครัน
ด้วยเบาะคู่หน้าปรับไฟฟ้าพร้อมระบบระบายอากาศ และ หน้าจอสัมผัสมัลติมีเดียขนาด 12.8 นิ้ว รองรับการเชื่อมต่อ Apple CarPlay - Android Auto ที่พร้อมขับกล่อมผู้ใช้งานด้วยลำโพงคุณภาพสูง 8 ตำแหน่ง พร้อมคลายความอ่อนล้าในทุกการเดินทาง
พร้อมเพิ่มความมั่นใจในทุกการเดินทางเพราะ BYD SEALION 5 DM-i อัดแน่นด้วยเทคโนโลยีช่วยเหลือผู้ขับขี่ขั้นสูง ทั้งระบบช่วยเตือนการชนด้านหน้าและด้านหลัง, ระบบช่วยเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ, ระบบเตือนเมื่อรถคันหน้าเริ่มเคลื่อนที่ และ กล้องมองภาพรอบคัน 360 องศา
BYD SEALION 5 DM-i พร้อมให้คุณเป็นเจ้าของแล้ววันนี้ ด้วยราคาเริ่มต้น 759,900 บาท ในรุ่น Dynamic และ 799,900 บาท ในรุ่น Premium พร้อมแคมเปญพิเศษมูลค่ารวมสูงสุดกว่า 109,000 บาท จำนวนจำกัดสำหรับลูกค้าที่ออกรถภายในวันที่ 30 มิถุนายน 2569
โดยสิทธิประโยชน์มากมายมีทั้ง ฟรี แพ็กเกจ BYD CARE for DM-i มูลค่าสูงสุดกว่า 34,000 บาท, ฟรี แพ็กเกจ Lifetime Warranty มูลค่า 50,000 บาท, ฟรี โฮมชาร์จเจอร์ยี่ห้อ ZHIDA พร้อมบริการติดตั้ง มูลค่า 25,000 บาท, ฟรี ประกันภัยชั้น 1 พร้อม พ.ร.บ. 1 ปี, ฟรี ฟิล์มเซรามิก XUV Max III Film พร้อมบริการติดตั้ง
พิสูจน์อีกระดับของความประหยัด จากยนตรกรรมที่ขับเคลื่อนด้วยขุมพลัง DM-i ทั้ง BYD SEALION 5 DM-i, BYD SEALION 6 DM-i และ BYD SEAL 5 DM-i ด้วยตัวคุณเองได้แล้ววันนี้ที่โชว์รูมและศูนย์บริการ บีวายดี ใกล้บ้านท่านทั้ง 166 สาขาทั่วประเทศ
ค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมของรถยนต์ บีวายดี ทุกรุ่นได้ที่ reverautomotive.com พร้อมติดตามข่าวสารและความเคลื่อนไหวได้ที่ Official page: BYD RÊVER Thailand และ DENZA RÊVER Thailand
04/06/2026
อ็มจี ประเทศไทย แต่งตั้งผู้บริหารระดับสูงคนใหม่ นายฉัตวิทัย ตันตราภรณ์ ดำรงตำแหน่ง รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด มีผลตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2569 เป็นต้นไป โดยจะรับผิดชอบดูแลการดำเนินงานการตลาด การขาย การบริการหลังการขาย การบริหารตัวแทนผู้จำหน่าย
ช่วยวางกลยุทธ์ทั้งหมดของ เอ็มจี ในประเทศไทย ร่วมกับ ซู๋ว์ หยิ่น (Mr. Xu Yin) กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด เพื่อเสริมศักยภาพการแข่งขันของ เอ็มจี ในตลาดประเทศไทยยุคใหม่ เดินหน้าสู่การเติบโตตามแผนกลยุทธ์ระดับโลก และสานต่อการพัฒนาแบรนด์เอ็มจีให้เติบโตและได้รับความนิยมจากผู้บริโภคชาวไทยอย่างต่อเนื่อง”
การเข้ารับตำแหน่งในครั้งนี้ของ นายฉัตวิทัย ตันตราภรณ์ ถือเป็นอีกจุดเริ่มต้นของการกำหนดทิศทางใหม่ให้กับ เอ็มจี ประเทศไทย ในการยกระดับการตลาด การขาย และการบริการ
รวมถึงการบริหารความสัมพันธ์กับผู้จำหน่ายทุกท่าน ด้วยปณิธานของ เอ็มจี ในการทำให้ลูกค้าประทับใจตั้งแต่ก้าวแรกที่ลูกค้าเดินเข้ามาที่ เอ็มจี ไปจนถึงทุกการดูแลตลอดการใช้งาน
โดย นายฉัตวิทัย ตันตราภรณ์ ได้เข้ารับตำแหน่ง รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด มีประสบการณ์ในอุตสาหกรรมยานยนต์มากกว่า 30 ปี เคยดำรงตำแหน่งผู้บริหารระดับสูงในกลุ่มยานยนต์พรีเมียมหลายแห่ง
รวมถึงเป็นผู้ร่วมพัฒนาเทคโนโลยี และระบบนิเวศยานยนต์ไฟฟ้าของประเทศไทย ทั้งนี้ นายฉัตวิทัย ถือเป็นผู้บริหารที่มีความเชี่ยวชาญในด้านการสื่อสาร และการตลาดรวมถึงการบริหารงานในระดับสูง
นายฉัตวิทัย ตันตราภรณ์ กล่าวว่า “ด้วยประสบการณ์กว่า 30 ปี ในธุรกิจยานยนต์ ผมมีความมั่นใจในศักยภาพของ เอ็มจี ทั้งตัวผลิตภัณฑ์ การบริการ ทีมงาน รวมถึงผู้จำหน่าย ที่แข็งแกร่ง จะสามารถก้าวไปสู่อีกระดับของอุตสาหกรรมอย่างแน่นอน
แม้ว่าตลาดยานยนต์ในประเทศไทยปัจจุบันจะมีการแข่งขันที่เข้มข้นอย่างมาก แต่ในอีกมุมหนึ่ง ตลาดแห่งนี้ยังเต็มไปด้วยเสน่ห์และโอกาส
โดยเฉพาะในกลุ่มยานยนต์พลังงานทางเลือก ในปีนี้มีอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัวจากปีก่อน สะท้อนให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงของพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปิดรับเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่มากขึ้น
แม้จะอยู่ท่ามกลางสภาวะเศรษฐกิจที่ท้าทาย ผู้บริโภคยังคงมองหารถยนต์ที่ตอบโจทย์ทั้งด้านความคุ้มค่า เทคโนโลยี และไลฟ์สไตล์การใช้งานในชีวิตประจำวัน
ในช่วงระยะเวลากว่า 12 ปีที่ผ่านมา เอ็มจี ได้ดำเนินธุรกิจและเติบโตอย่างแข็งแกร่งภายใต้การบริหารของคุณพงษ์ศักดิ์ เลิศฤดีวัฒนวงศ์ ผู้ซึ่งได้รับมอบหมายบทบาทใหม่ในการบริหารกลุ่มธุรกิจยานยนต์จีน โดยตลอดระยะเวลาการดำรงตำแหน่ง ได้ร่วมวางรากฐานสำคัญให้กับแบรนด์ เอ็มจี
ทั้งในด้านการกำหนดทิศทางองค์กรการสร้างแนวทางการดำเนินธุรกิจรูปแบบใหม่ ตลอดจนการพัฒนาระบบการบริหารจัดการอย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้ เอ็มจี สามารถเติบโตอย่างต่อเนื่อง พร้อมสร้างความแข็งแกร่งและต่อยอดสู่การเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว
03/06/2026
ธนบุรีพานิช เดินหน้ากลยุทธ์ Sport Community Marketing ผ่านการแข่งขัน MercedesTrophy 2026 by Thonburi Phanich รอบคัดเลือก โดยมุ่งใช้กีฬาเป็นเครื่องมือสร้างความสัมพันธ์ระยะยาวระหว่างแบรนด์และลูกค้า พร้อมต่อยอดสู่การสร้าง Community ของผู้ใช้ Mercedes-Benz ที่มีไลฟ์สไตล์ความสนใจ และคุณค่าร่วมกัน
นางสาวนารินทร์ ศศิพิบูลย์ ผู้จัดการทั่วไป ฝ่ายการตลาดและลูกค้าสัมพันธ์ บริษัท ธนบุรีพานิช จำกัด กล่าวว่า พฤติกรรมผู้บริโภคลักชัวรีในปัจจุบันเปลี่ยนแปลงไปอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะกลุ่ม Young Affluent และ New Wealth ที่เติบโตมากับ Digital Lifestyle และ Global Culture ทำให้การตัดสินใจเลือกแบรนด์ไม่ได้ขึ้นอยู่กับคุณภาพของผลิตภัณฑ์เพียงอย่างเดียว
แต่รวมถึงประสบการณ์ ความสัมพันธ์ และความรู้สึกของการเป็นส่วนหนึ่งของ Community ที่สะท้อนตัวตนและไลฟ์สไตล์ของตนเอง
“การแข่งขันของแบรนด์ลักชัวรีในปัจจุบันไม่ได้อยู่ที่การขายสินค้าเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่ความสามารถในการสร้าง Ecosystem ที่ทำให้ลูกค้ารู้สึกเชื่อมโยงกับแบรนด์อย่างต่อเนื่อง แม้ในวันที่ไม่ได้อยู่ในโชว์รูมหรือไม่ได้กำลังตัดสินใจซื้อรถคันใหม่”
ด้วยแนวคิดดังกล่าว ธนบุรีพานิชจึงพัฒนา MercedesTrophy 2026 ให้เป็นมากกว่าการแข่งขันกอล์ฟ แต่เป็น Strategic Platform ในการสร้าง Sport Community ของลูกค้า Mercedes-Benz โดยใช้กีฬาซึ่งเป็น Passion Point สำคัญของกลุ่มลูกค้าลักชัวรีเป็นจุดเริ่มต้นในการสร้างความสัมพันธ์ระหว่างแบรนด์และลูกค้า รวมถึงการเชื่อมโยงลูกค้าเข้าหากันผ่านประสบการณ์ร่วม
“สำหรับธนบุรีพานิช เรามองว่า ‘กอล์ฟ’ ไม่ใช่เพียงกีฬา แต่เป็นพื้นที่ที่รวบรวมผู้คนที่มีไลฟ์สไตล์ ความสนใจ และคุณค่าร่วมกันไว้ด้วยกัน จึงเป็นจุดเริ่มต้นของการสร้าง Community ที่แข็งแรง และต่อยอดไปสู่ความสัมพันธ์ระยะยาวระหว่างลูกค้าและแบรนด์”
การแข่งขัน MercedesTrophy 2026 by Thonburi Phanich จึงถูกออกแบบให้เป็นมากกว่าการแข่งขันกีฬา แต่เป็นพื้นที่สำหรับการสร้างเครือข่ายความสัมพันธ์ การแลกเปลี่ยนประสบการณ์ และการมีส่วนร่วมระหว่างลูกค้า Mercedes-Benz ผ่านกิจกรรมที่สะท้อนคุณค่าของแบรนด์ ทั้งในด้านไลฟ์สไตล์ ความเป็นเลิศ และการสร้างประสบการณ์ร่วมกันภายใน Community เดียวกัน
ภายในงานยังได้รับเกียรติจาก เกรซ-กาญจน์เกล้า ด้วยเศียรเกล้า มาร่วมสร้างสีสันในช่วง Dinner Experience เติมเต็มบรรยากาศแห่งความสุขและความประทับใจให้แก่ผู้ร่วมงาน สะท้อนแนวคิดของธนบุรีพานิชที่ให้ความสำคัญกับการออกแบบ Brand Experience ในทุกมิติ โดยผสาน Sport, Entertainment และ Lifestyle เข้าไว้ด้วยกัน เพื่อ
สร้างช่วงเวลาแห่งความทรงจำที่มีความหมายร่วมกันระหว่างลูกค้าและแบรนด์
นางสาวนารินทร์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ความภักดีต่อแบรนด์ในปัจจุบันไม่ได้เกิดจากคุณสมบัติของผลิตภัณฑ์
เพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากประสบการณ์ที่ลูกค้าได้รับตลอดเส้นทางความสัมพันธ์กับแบรนด์ การสร้างช่วงเวลาที่น่าจดจำผ่านกิจกรรมคุณภาพจึงเป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์สำคัญในการสร้าง Emotional Connection และต่อยอดไปสู่ Brand Loyalty ในระยะยาว
ในปีนี้ MercedesTrophy 2026 ยังมอบประสบการณ์ระดับเวิลด์คลาสให้แก่ผู้เข้าร่วมการแข่งขัน โดยผู้ชนะจากรอบ Final จะได้รับโอกาสเดินทางไปร่วมชมการแข่งขัน The Open Championship 2027 ณ สนาม St Andrews ประเทศสกอตแลนด์ สนามกอล์ฟระดับตำนานที่ได้รับการยกย่องว่าเป็น “Home of Golf”
ขณะเดียวกัน ธนบุรีพานิชยังได้มอบรางวัล Hole-in-One สำหรับการแข่งขันรอบคัดเลือกในครั้งนี้ เป็นรถยนต์ Mercedes-Benz CLA 250+ รุ่นใหม่ล่าสุด เพื่อสร้างความพิเศษให้กับการแข่งขัน และเติมเต็มประสบการณ์ที่น่าจดจำให้แก่ผู้เข้าร่วมงาน สอดคล้องกับแนวคิดการส่งมอบประสบการณ์ที่มีความหมายในทุก Touchpoint ของแบรนด์
ความสำเร็จของ MercedesTrophy 2026 by Thonburi Phanich ยังเกิดขึ้นจากความร่วมมือของพันธมิตรชั้นนำจากหลากหลายอุตสาหกรรมที่มีวิสัยทัศน์ร่วมกันในการส่งมอบประสบการณ์ที่มีคุณค่าให้แก่ผู้เข้าร่วมงาน โดยได้รับ
การสนับสนุนจาก โรงพยาบาลสมิติเวช, วิริยะประกันภัย, HiSoParty, Curve BKK, Paak, UDrink I Drive, Scenario และ The Player Club ที่ร่วมมอบสิทธิพิเศษ รางวัล และประสบการณ์ที่ช่วยเติมเต็มการแข่งขันให้มีความสมบูรณ์ยิ่งขึ้น
นางสาวนารินทร์ กล่าวว่า การสร้าง Community ที่แข็งแรงในปัจจุบันไม่สามารถเกิดขึ้นได้จากแบรนด์เพียงลำพัง แต่ต้องอาศัยความร่วมมือจากพันธมิตรที่มีความเข้าใจลูกค้าในมิติเดียวกัน เพื่อร่วมกันสร้าง Ecosystem ที่สามารถ
ส่งมอบคุณค่าและประสบการณ์ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของลูกค้าได้อย่างรอบด้าน
“เราเชื่อว่าประสบการณ์ที่ดีคือจุดเริ่มต้นของความสัมพันธ์ที่ยั่งยืน การมีพันธมิตรที่แข็งแกร่งเข้ามาร่วมสร้างประสบการณ์ในแต่ละกิจกรรม ไม่เพียงช่วยยกระดับคุณภาพของงาน แต่ยังช่วยสร้างความประทับใจ ความผูกพัน และต่อยอดไปสู่ Brand Loyalty ในระยะยาวได้อีกด้วย”
นอกจากนี้ ธนบุรีพานิชยังมีแผนต่อยอดแนวคิด Sport Community Marketing ผ่านกิจกรรมที่เชื่อมโยงกับความสนใจและไลฟ์สไตล์ของลูกค้าในหลากหลายมิติ ไม่ว่าจะเป็น Sports Experiences, Motorsport Activities, Entertainment Experiences และ Luxury Travel Programs
เพื่อสร้างพื้นที่แห่งการพบปะ แลกเปลี่ยนประสบการณ์ และเชื่อมต่อความสัมพันธ์ระหว่างลูกค้า Mercedes-Benz อย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปี
“เราเชื่อว่า Brand Loyalty ไม่ได้เกิดขึ้นในวันที่ลูกค้าตัดสินใจซื้อรถ แต่เกิดขึ้นจากทุกประสบการณ์ที่ลูกค้าได้รับหลังจากเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของแบรนด์ และนั่นคือเหตุผลที่เรายังคงให้ความสำคัญกับการสร้าง Community และ
การออกแบบประสบการณ์ที่มีความหมายในทุกกิจกรรมที่จัดขึ้น”
ปัจจุบัน ธนบุรีพานิช เดินหน้าดูแลลูกค้าผ่านเครือข่ายโชว์รูมและศูนย์บริการครบวงจร 4 สาขา ได้แก่ ลุมพินี งามวงศ์วาน ราชดำเนิน และบางพลัด พร้อมสานต่อแนวคิดการส่งมอบประสบการณ์ระดับลักชัวรีที่ครอบคลุมทั้งการขาย การบริการ และกิจกรรมด้าน Sport, Motorsport, Entertainment และ Luxury Travel
เพื่อสร้างความสัมพันธ์ระยะยาวกับลูกค้า Mercedes-Benz ทุกเจเนอเรชัน และตอกย้ำบทบาทของแบรนด์ที่อยู่เคียงข้างลูกค้าในทุกช่วงเวลาของการใช้ชีวิต
02/06/2026
เลือกเลขบัญชี CLICX ในแบบที่ใช่ จองได้แล้วตอนนี้บนแอป myAIS!
ครั้งแรกของไทย! เลือกเลขบัญชีธนาคารเองได้ กับ "CLICX" Virtual Bank รายแรก
✅️ ลูกค้า AIS คนไหนมีเลขที่อยากใช้ เข้าแอป my AIS ตอนนี้ แล้วเลือกจองเลขที่เราอยากได้
✅️ ไม่ว่าจะเป็นเลขมงคล เลขหงส์มังกร เลขเสริมการเงิน การงาน ความรัก หรือจะเป็นเลขสวย เลขตอง เลขเรียง เลขจำง่าย ก็เลือกได้ครบ จะเลือกให้ตรงกับ 7 หลักท้ายของเบอร์มือถือก็ได้เหมือนกัน
📌 "CLICX" เลขบัญชีเลือกได้ เปิดให้จองผ่าน myAIS แล้ววันนี้ - 17 มิ.ย. 69 (12.00 น.) เท่านั้น
#ทุกเรื่องเงินคล่องได้ในCLICXเดียว
01/06/2026
Hyundai all-new SANTA FE Hybrid เติมความมั่นใจให้นักขับอีกขั้น ด้วยรุ่นย่อยใหม่ Inspiration ที่มาพร้อมระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ HTRAC All-Wheel Drive เสริมความสมรรถนะบนสภาพถนนที่หลากหลาย พร้อมตอบโจทย์ผู้ใช้ที่มองหา SUV 3 แถว 6 ที่นั่ง
ไม่ได้โดดเด่นเพียงความกว้างขวาง ความสบาย และดีไซน์ทรง Boxy อันเป็นเอกลักษณ์เท่านั้น แต่ยังเพิ่มความมั่นใจและอารมณ์การขับขี่ที่สนุกกว่าที่เคย
สำหรับหลายคน ระบบขับเคลื่อนสี่ล้ออาจถูกมองว่าเป็นออปชันสำหรับสายลุยเท่านั้น แต่ในความเป็นจริง AWD ยุคใหม่มีบทบาทมากกว่านั้น โดยเฉพาะเมื่อต้องรับมือกับสภาพถนนที่หลากหลายในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นถนนเปียกหลังฝนตก ทางโค้ง เส้นทางขึ้น-ลงเนิน หรือจังหวะที่ต้องการแรงยึดเกาะเพิ่มขึ้นเพื่อให้รถตอบสนองได้มั่นใจยิ่งกว่าเดิม
ใน Hyundai all-new SANTA FE Hybrid with HTRAC All-Wheel Drive รุ่น Inspiration ระบบ HTRAC ถูกออกแบบมาให้กระจายแรงขับระหว่างล้อหน้าและล้อหลังให้อัตโนมัติตามสภาพถนนและการขับขี่ โดยระบบจะช่วยประเมินการยึดเกาะของพื้นถนน จังหวะการเร่ง การเข้าโค้ง และลักษณะการควบคุมรถ เพื่อส่งกำลังไปยังล้อที่ต้องการแรงขับมากขึ้นในสถานการณ์นั้น ๆ
ไม่ว่าจะเป็นการออกตัวบนพื้นผิวลื่น การขับผ่านถนนเปียกหลังฝนตก การเข้าโค้งด้วยความมั่นใจ หรือการเดินทางบนเส้นทางที่ต้องการเสถียรภาพมากกว่าปกติ นอกจากนี้ยังมีการแสดงผลการทำงานของระบบแบบเรียลไทม์ ให้ผู้ขับเห็นการกระจายกำลังไปยังล้อแต่ละตำแหน่ง ช่วยให้เข้าใจการทำงานของรถได้ชัดเจนขึ้น
จุดนี้ทำให้ HTRAC ไม่ได้มีประโยชน์เฉพาะการลุยทางฝุ่นหรือเส้นทางสมบุกสมบันเท่านั้น แต่ยังช่วยเพิ่มความมั่นคง การยึดเกาะ และความมั่นใจในการขับขี่ในชีวิตประจำวันได้อย่างชัดเจน
อีกหัวใจสำคัญที่ทำให้รุ่น Inspiration น่าสนใจ คือระบบขับเคลื่อนแบบ Parallel Hybrid ซึ่งให้เครื่องยนต์และมอเตอร์ไฟฟ้าทำงานร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพ โดยใช้เครื่องยนต์เบนซินเทอร์โบ ขนาด 1.6 ลิตร ผสานกับมอเตอร์ไฟฟ้า ให้กำลังรวมสูงสุด 232 แรงม้า และแรงบิดรวมสูงสุด 367 นิวตันเมตร
จุดเด่นของระบบนี้คือมอเตอร์ไฟฟ้าสามารถเข้ามาช่วยเสริมแรงบิดตั้งแต่รอบต่ำ ทำให้การออกตัว การเร่งแซง หรือการขับในจังหวะที่ต้องการกำลังทำได้ทันใจมากขึ้น ขณะเดียวกันยังช่วยลดภาระการทำงานของเครื่องยนต์ในบางช่วงการขับขี่ ทำให้มีอัตราประหยัดพลังงาน 17.2 กม./ลิตร มอบความสมดุลทั้งด้านสมรรถนะและความประหยัด
เมื่อ Parallel Hybrid ทำงานร่วมกับ HTRAC All-Wheel Drive จุดเด่นจึงไม่ได้อยู่แค่ตัวเลขพละกำลัง แต่คือความต่อเนื่องของแรงขับและความมั่นใจในการถ่ายทอดกำลังลงสู่พื้นถนน มอเตอร์ไฟฟ้าช่วยเติมแรงบิดให้รถตอบสนองไว ขณะที่ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ HTRAC ช่วยกระจายแรงขับไปยังล้อที่เหมาะสมตามสถานการณ์
ทำให้ Hyundai all-new SANTA FE Hybrid รุ่น Inspiration มีบุคลิกการขับขี่ที่ทั้งกระฉับกระเฉง มั่นคง และควบคุมง่ายขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการขับในเมือง เดินทางไกล หรือเจอสภาพถนนที่ต้องการการยึดเกาะเป็นพิเศษ
เพื่อเพิ่มอารมณ์การขับขี่ รุ่น Inspiration ยังมาพร้อม Drive Mode Select ให้เลือกได้ทั้ง Eco, Sport และ My Drive รวมถึง Multi Terrain Mode 3 รูปแบบ ได้แก่ Snow, Mud และ Sand ช่วยปรับการตอบสนองของระบบขับเคลื่อนให้เหมาะกับพื้นผิวที่แตกต่างกัน
ไม่ว่าจะเป็นถนนลื่น เส้นทางฝุ่น หรือการเดินทางออกนอกเมืองในวันพักผ่อน ทำให้ Hyundai all-new SANTA FE Hybrid รุ่นใหม่นี้มีความพร้อมมากขึ้นในหลากหลายสถานการณ์
ช่วงล่างด้านหน้าแบบ MacPhersonStrut และด้านหลังแบบ Multi-link ทำงานร่วมกับพวงมาลัยไฟฟ้า ช่วยให้การควบคุมรถมีความมั่นคงและแม่นยำ ขณะที่ล้ออัลลอยขนาด 20 นิ้ว พร้อมยาง 255/45 R20 ช่วยเสริมทั้งบุคลิกความแข็งแกร่งและความมั่นใจในการยึดเกาะถนน
นอกจากสมรรถนะแล้ว รุ่น Inspiration ยังเติมความพรีเมียมให้ครบยิ่งขึ้น ด้วยระบบเสียง BOSE Premium Sound System พร้อม External Amplifier และลำโพง 12 ตำแหน่ง มอบคุณภาพเสียงที่คมชัดและมีมิติในทุกตำแหน่งที่นั่ง ภายในยังมาพร้อมหน้าจอสัมผัสแบบโค้งขนาด 12.3 นิ้ว
รองรับ Apple CarPlay และ Android Auto แบบไร้สาย ทำงานคู่กับหน้าจอมาตรวัดดิจิทัล 12.3 นิ้ว เพิ่มความทันสมัยและใช้งานง่ายในทุกการเดินทาง
ห้องโดยสารยังคงเป็นอีกหนึ่งจุดเด่นของ Hyundai all-new SANTA FE Hybrid ด้วยพื้นที่กว้างขวาง รองรับผู้โดยสาร 3 แถว 6 ที่นั่ง เบาะคู่หน้าปรับไฟฟ้า 8 ทิศทาง พร้อมระบบระบายอากาศและอุ่นเบาะ เบาะคนขับมีระบบบันทึกตำแหน่ง 2 รูปแบบ ส่วนเบาะแถวสองเป็น Captain Seat แบบปรับไฟฟ้า 4 ทิศทาง พร้อมฟังก์ชัน Relaxation ช่วยให้ผู้โดยสารผ่อนคลายมากขึ้นระหว่างการเดินทาง
ขณะที่ด้านท้ายออกแบบให้เปิดได้กว้าง เพิ่มความสะดวกในการขนสัมภาระชิ้นใหญ่ หรือจัดเก็บของใช้สำหรับทริปครอบครัวได้ง่ายขึ้น สะท้อนความเป็น SUV ที่ไม่ได้มีดีแค่ความสบาย แต่ยังตอบโจทย์การใช้งานจริงในชีวิตประจำวันได้อย่างลงตัว
รุ่น Inspiration ยังเพิ่มความโดดเด่นด้วยสีภายนอกใหม่อย่างสีน้ำเงิน Stormy Sea รวมถึงตัวเลือกสีอื่นอย่าง Beach Sand, Pearl White และ Space Black พร้อมสีภายในใหม่ Pecan Brown ที่ช่วยสร้างบรรยากาศอบอุ่นและหรูหรา เสริมภาพลักษณ์ของ SUV ทรง Boxy ให้ดูพรีเมียมและแตกต่างยิ่งขึ้น
ความมั่นใจตลอดการเดินทางคืออีกจุดที่ Hyundai all-new SANTA FE Hybrid ให้ความสำคัญ ด้วยระบบความปลอดภัยที่ติดตั้งมาแน่นรอบคัน ทั้งระบบช่วยควบคุมรถและเบรกพื้นฐานครบชุด ถุงลมนิรภัย 6 ตำแหน่ง รวมถึง Hyundai SmartSense ที่คอยช่วยดูแลระหว่างขับจริง
ไม่ว่าจะเป็นระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผันพร้อม Stop & Go (SCC with Stop & Go), ระบบช่วยเตือนและช่วยลดความเสี่ยงการชนด้านหน้า (FCA), ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลน (LKA), ระบบช่วยประคองรถให้อยู่กึ่งกลางเลน (LFA), ระบบช่วยเตือนและหลีกเลี่ยงการชนในจุดอับสายตา (BCA), ระบบแสดงภาพมุมอับสายตา (BVM)
ระบบช่วยเตือนและช่วยลดความเสี่ยงขณะมีรถตัดผ่านด้านหลัง (RCCA), ระบบช่วยเตือนก่อนเปิดประตูลงจากรถ (SEA), ระบบเตือนความเหนื่อยล้าของผู้ขับ (DAW) และระบบเตือนผู้โดยสารด้านหลัง (ROA) ทำให้ทุกการเดินทางมั่นใจขึ้นทั้งคนขับและคนในรถ
การเพิ่มรุ่น Inspiration จึงไม่ใช่เพียงการเติมระบบขับเคลื่อนสี่ล้อให้กับ Hyundai all-new SANTA FE Hybrid แต่เป็นการยกระดับภาพรวมของรถให้ครบเครื่องกว่าเดิม ทั้งสมรรถนะ ความมั่นใจ ความพรีเมียม และเทคโนโลยีการใช้งาน เหมาะสำหรับผู้ที่มองหา SUV 3 แถวที่ตอบโจทย์ครอบครัวในวันธรรมดา และพร้อมพาออกไปขับสนุกในทุกเส้นทางของวันพักผ่อน
Hyundai all-new SANTA FE Hybrid with HTRAC All-Wheel Drive รุ่น Inspiration เปิดราคาจำหน่ายที่ 1,799,000 บาท ตอบโจทย์ผู้ที่มองหา SUV 3 แถว 6 ที่นั่ง ที่ครบทั้งสมรรถนะ ความมั่นใจ เทคโนโลยี และความสบายในทุกการเดินทาง
พร้อมทางเลือก 2WD อีก 2 รุ่น ได้แก่ Exclusive ราคา 1,599,000 บาท และ Prestige ราคา 1,749,000 บาท สำหรับผู้ที่ต้องการ SUV ไฮบริดใช้งานง่าย คุ้มค่า และครบครันในชีวิตประจำวัน สามารถเข้าชมและทดลองขับได้แล้วที่โชว์รูมฮุนไดทั่วประเทศ ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ทางเฟซบุ๊ก Hyundai Thailand หรือ www.hyundai.com/th
01/06/2026
ทีม "MOTOR EXPO" ขับทรหด 6 ชั่วโมง ก้าวขึ้นโพเดียม RAAT Thailand Endurance 2026
ชไมพร ปภัสร์พงษ์ นำทีม “Motor Expo Racing Team” ขับรถคู่ใจ HONDA CR-Z หมายเลข 63 พร้อมด้วย ชาริยะ นุยา และพงศ์พล นารายพิทักษ์ คว้าอันดับที่ 2 รุ่น TC4 และอันดับที่ 5 Overall
ในการแข่งขันรถยนต์ทางเรียบสุดหฤโหด 6 ชั่วโมง รายการ RAAT Thailand Endurance Championship 2026 สนามที่ 1 ณ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จังหวัดบุรีรัมย์ เมื่อวันที่ 31 พฤษภาคม 2569
สามารถติดตามการแข่งสนามหน้า วันที่ 18-19 กรกฎาคม 2569 ได้ที่ Facebook.com/MotorExpo
31/05/2026
Chery Q ยนตรกรรมรุ่นใหม่ล่าสุดจาก CHERY ได้รับกระแสตอบรับอย่างล้นหลามจากผู้บริโภคทั่วโลกโดยล่าสุดสร้างสถิติยอดจองในประเทศจีนมากกว่า 50,000 คัน ภายในวันเปิดตัว สะท้อนความสนใจและความเชื่อมั่นของลูกค้าที่มีต่อยนตรกรรมรุ่นใหม่อย่างชัดเจน ถือเป็นอีกหนึ่งความสำเร็จที่ตอกย้ำสำหรับการตอบรับที่ดีเยี่ยมจากผู้ใช้งานในตลาดจีน
จิม ลี ผู้อำนวยการบริหารแบรนด์ เชอรี ประเทศไทย กล่าวว่า “กระแสตอบรับของ Chery Q ในประเทศไทยถือว่าเกินความคาดหมายอย่างมาก โดยเฉพาะงาน Bangkok International Motor Show ครั้งที่ 47 เราได้รับความสนใจจากลูกค้าจำนวนมาก โดยปัจจุบันมียอดจองสิทธิ์เกือบ 3,000 คัน
สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของผู้บริโภคชาวไทยที่มีต่อทั้งดีไซน์ ความคุ้มค่า เทคโนโลยี และคุณภาพของรถยนต์รุ่นนี้และหลังจบงานกระแสความสนใจรวมถึงยอดจองยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง สะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมั่นของผู้บริโภคชาวไทยที่มีต่อแบรนด์ CHERY และผลิตภัณฑ์รุ่นใหม่ของเรา”
ล่าสุด Chery Q ที่มีแนวคิดการออกแบบ ‘Square-Circle’ อันเป็นเอกลักษณ์ ยังได้รับรางวัลระดับนานาชาติด้านการออกแบบผลิตภัณฑ์จากเวทีระดับโลกอย่าง 2026 German Red Dot Product Design Award ในเดือนเมษายน 2026 ภายใต้สาขา Red Dot Award: Product Design
นับเป็นหนึ่งในรางวัลด้านการออกแบบอุตสาหกรรมที่ทรงเกียรติที่สุดของโลก และเป็นเครื่องยืนยันถึงการได้รับการยอมรับในระดับสากลด้านการออกแบบอุตสาหกรรม
รางวัล Red Dot Award ได้รับการยอมรับในฐานะมาตรฐานระดับโลกของงานออกแบบที่โดดเด่น ทั้งในด้านนวัตกรรม ความคิดสร้างสรรค์ ฟังก์ชันการใช้งาน และคุณภาพของผลิตภัณฑ์ โดยมีคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจากหลากหลายประเทศร่วมพิจารณาผลงานจากทั่วโลก
การที่ Chery Q ได้รับรางวัลดังกล่าว จึงไม่เพียงสะท้อนถึงความโดดเด่นด้านดีไซน์เท่านั้น แต่ยังตอกย้ำศักยภาพของแบรนด์ Chery ในการพัฒนายานยนต์ที่สามารถแข่งขันได้ในระดับสากล
พิเศษ… CHERY จัดแคมเปญพิเศษสำหรับผู้ที่จองสิทธิ์ Chery Q รับส่วนลดมูลค่า 20,000 บาท พร้อมมอบการรับประกัน Lifetime Warranty สำหรับแบตเตอรี่แรงดันสูง มอเตอร์ขับเคลื่อน และชุดควบคุมมอเตอร์ขับเคลื่อน ตลอดอายุการใช้งาน เพิ่มความมั่นใจให้แก่ผู้ใช้งานในระยะยาว
สามารถสอบถามรายละเอียดแคมเปญพิเศษได้จากผู้จำหน่ายเชอรีอย่างเป็นทางการและสามารถสัมผัส Chery Q ได้ในงาน Chery Happiness On Tour ทั่วประเทศ
คลิกที่นี่เพื่อเป็นสมาชิก?