VI บ้านๆ

VI บ้านๆ

รวมบทความที่หลายคนชื่นชอบ เหมือนหนังสือเล่มโตให้เพื่อนๆ กลับมาอ่านซ้ำๆ ได้เสมอ ขอบคุณที่ติดตามค่ะ

Photos from VI บ้านๆ's post 26/12/2023

"ได้เปลือกแน่น" "แก่นย่อมกลวง"

*********************

(คนรวยแล้ว...หรือ ไม่เคยจน
อย่าแวะโพสต์นี้เลย...เดี๋ยวจะทนดูไม่ได้)
เราถูกตัดสินมาบ่อยๆ ว่า.....
"อะไรจะขนาดนั้น"
แต่...ไม่ท้อที่จะเขียน
เพราะนึกถึงคำของหลายคน
ที่มาบอกเสมอ ทั้งหลังไมค์
และในคอมเมนต์ว่า...
บ่อยครั้งกำลังจะซื้อของไร้สาระ
นึกถึงบทความที่เราเขียน
แล้วทำให้ยั้งใจได้
จากเดิม...ไม่รู้ว่าจะเอาเงินที่ไหนมาเหลือ เงินหายไปกับอะไรที่ไร้สาระแบบไม่รู้ตัว
ทุกวันนี้ เลยมีเงิน DCA กองทุนรวม
และมีเงินให้แม่ต่อเดือนมากขึ้น
.................

ดีใจที่ได้ช่วย "กระตุก" ให้หลายๆ คน "ที่มีฐานความคิดที่ดีอยู่ในตัวอยู่ก่อนแล้ว"
ให้สามารถหยุดทบทวน และมองไกลๆ ตาม มองเห็นความสุขที่รออยู่ในระยะยาว
จนกล้ายืนหยัด และทนต่อสิ่งยั่วยุระยะสั้น
จนมีวิถึชีวิตที่ดีขึ้น ตามที่ควร 💕.........................

และ เหนืออื่นใด...
"ประหยัดทรัพยากรโลก" ด้วยค่ะ
อันนี้สำคัญมากๆ เป็นอะไรที่ตอนนี้
ทั้งโลกเค้าโฟกัสกันมากๆ

***********************
***********************

อยากชวนให้คนที่ยังต้องสร้างตัว
หันมาให้ความสำคัญกับ "แก่น"
ทนให้ได้ อย่าไปวิ่งตามกระแสฟุ้งเฟ้อเลย
คุณวิ่งไม่ทันแฟชั่น หรือกระแสหรอก
ถ้าสายป่านสั้น
เก็บเงิน...เอามาพัฒนาสิ่งสำคัญก่อนดีกว่า
เอาไปออม ไปลงทุนก่อน
ถ้ามีเงินมากแล้ว
และวันนั้น...ยังอยากแต่งเปลือกอยู่
ก็ตามสบาย...
น่าจะแต่งได้สนุกกว่า
วันที่มีเงินน้อยๆ ด้วยนะ

***********************

แค่...ปรับเปลี่ยนวิธีคิดและค่านิยม
บางทีชีวิตเราก็จะง่ายขึ้นเยอะ

***********************

เสื้อ กางเกงที่ลูกฝากให้เอาไปซ่อม
กางเกงนั้น รอยซ่อมอยู่ตรงเป้า
ไม่สังเกตก็เห็นยาก
ส่วนเสื้อ...ทีแรก "ช่างไม่รับเย็บ"
ช่างบอกรอยขาดอยู่ประเจิดประเจ้อเกิน
และเป็นเสื้อยืด...ดึงรอยมาติดสนิทยาก
บอกช่างว่า "สร้างสรรค์ไปเลย"
หาผ้ามารองข้างใน แล้วเย็บแบบนี้ๆ
ช่างถามว่า น้องจะกล้าใส่หรือ?.......................

ลูกบอกว่า...เอาจริงๆ นะ
ถ้าใครไม่เคยเห็นรอยขาดนี้มาก่อน
อาจนึกว่า...เป็นเสื้อที่ออกแบบให้เก๋ๆ ด้วยซ้ำ
มีตัวเดียวในโลกอีกต่างหาก ^^

**********************

ลูกเป็นแบบนี้มานานแล้วหละ
ด้วยเล่าให้เขาฟังเสมอว่า
ถ้าคุณแม่ขยันซื้อเสื้อผ้า ขยันแต่งตัว
แต่งบ้าน และแต่งทุกๆ อย่างให้ดูดี
เกินกว่าเงินในกระเป๋าจะจ่ายได้
ถ้ากินหรู อยู่แพง ก่อนหน้านี้
ป่านนี้ ไม่มีเงินไปลงทุนหรอก
โอกาสใดๆ ที่เธอได้รับในวันนี้ ก็คงไม่มี

**********************

เธอต้องขอบคุณการลงทุนระยะยาว
และอย่าดูแคลนวิถีประหยัด
สิ่งนี้ ที่สร้างเธอ และสร้างครอบครัว
ที่ไม่ได้รวย มาแต่อ้อนแต่ออก
ให้หลุดจาก จากภาวะกังวลต่างๆ
คุณแม่มีเงินไปลงทุน
ผ่อนบ้านหมดเร็ว ไม่ต้องผ่อนรถ
และมีปันผลส่งเธอเรียน อินเตอร์ได้
ส่วนหนึ่งก็มาจากวิถีชีวิตแบบนี้แหละ

***********************

เธอจะ "ภูมิใจ" หรือ "จะอาย" เลือกเอา
"ความอายที่เราดูด้อยกว่าใคร"
นั้น แก้ที่ไหนรู้มั้ย?...>
ทุกๆ เรื่อง....อยู่ที่ใจเราเองทั้งนั้น
ถ้าเธออายกับเรื่องไม่เข้าเรื่อง
ถ้าเธอให้ค่ากับเรื่องไม่เข้าเรื่อง
เช่น "การแต่งเปลือก"
เวลา และทรัพยากร ในชีวิตของเธอ
ก็จะหมดไปกับการ "สาละวนแต่งเปลือก"
หากมันเป็น เวลา และเงิน
ก้อนเดียวกันกับที่ต้องใช้พัฒนา "แก่น"

***********************
แน่นอน "ได้เปลือกแน่น" "แก่นย่อมกลวง"

26/12/2023

ใครหลายคน ชอบตัดสิน
"คนขยันออม/วางแผนการเงิน"
อย่างเรา และอีกหลายๆ คน ว่า...
** ระวังจะ "อดใช้ชีวิต" นะ **
(โน่น นี่ นั่น ฯลฯ)
แต่ที่จริง..."การออมก่อน"
"วางแผนการเงินให้ดีก่อน"
นั่นแหละ
ที่ส่งผลดีต่อชีวิตเรา
เมื่อถึงเวลาอันควร
(และน่าจะ ดีต่อทุกๆ คน....
ตราบเท่าที่ "โลกนี้ไม่มีอะไรฟรี")

************

ถ้ายึดหลัก "ชีวิต...ใช้ซะ"
ในวันที่พร้อม...ก็คงจะเพลินๆ ดี
ขอยืนยัน
แต่ถ้าใครมุ่งแต่
"ชีวิต...ใช้ซะ" (อย่างเมามัน)
( หมายรวมถึง
-"ของมันต้องมี...ทันใด"
- "ความสุขรอไม่ได้"
- รูดทุกบัตรไปก่อน....ผ่อนทีหลัง" )
ในวัย ในวัน ที่ควรสร้างฐานะก่อน
คงใช้ชีวิตได้ ครึ่งๆ กลางๆ
จะสุข ก็สุขไม่เต็มที่
น่าจะแอบกังวลลึกๆ บ้างแหละ............

แถม...สุดท้าย
อาจต้องลงเอยด้วย
"ชีวิต...ชดใช้ซะ"
ชดใช้ที่ไม่วางแผนการเงินให้ดี
ตั้งแต่วันที่ยังมีรายรับ...จะไปรู้ตัวกันอีกทีก็ตอนอายุมากๆ...โน่น
ตัวอย่างก็มีให้เห็นดาษดื่น
ในสังคม

***********

หลายคนพูดติดปาก
ว่าตามๆ กันไป
(อาจหาเหตุผลให้ตัวเองสบายใจด้วย)

ว่า....
"ชีวิต ใช้ซะ"
มัวแต่หาเงิน เก็บเงิน
เดี๋ยว "อดใช้ชีวิต" กันพอดี
เงินทองหามาได้ ก็เท่านั้น
"ชีวิตจืดชืด....ไม่มีความสุข"..........

แต่...ฟังทีไร ก็อดคิดในใจไม่ได้ว่า.....

ถ้า "หาเงินทองไม่ได้"
หรือ "หาได้ไม่พอกับชีวิตที่เหลืออยู่"
หาก ตัวเอง พ่อ แม่
บุคคลในความอุปการะ
เจ็บไข้ได้ป่วย ขาดทางเลือกในการรักษาที่ดี
(นี่แค่ตัวอย่างเดียวนะ)
อาจต้องหาหยิบหายืมใครต่อใคร...ได้บ้าง ไม่ได้บ้าง....นั้น
จะมีความสุขมากกว่า...หรือไร?
(แต่ชีวิตแบบนั้น คงไม่จืดชืดแน่...อาจตื่นเต้น ได้ลุ้นรายวัน แทน)

************

ทุกๆ อย่าง...มีเวลาของมัน
"ชีวิต...ใช้ซะ" ก็เช่นกัน

บางเรื่อง
ช้าลงนิด...ก็ไม่สายนะ 😊
คำสอนโบร่ำ โบราณ
อย่าง "อดเปรี้ยว...ไว้กินหวาน"
ยังคงเป็น "อกาลิโก"
(ความเห็นส่วนตัว)

*************

หมายเหตุ -

"อกาลิโก" แปลว่า
ไม่ประกอบด้วยกาล

หมายความว่า...
ให้ผลแก่ผู้ปฏิบัติโดยไม่จำกัดกาลเวลา

จริงแท้อยู่ตลอดกาล
จริงแท้อย่างนั้นทุกยุคทุกสมัย

25/12/2023

“ที่เห็นนั้น ของปลอมหมด”

#ดรนิเวศน์

23/12/2023

ลัดตัดตรงไปสะสมสิ่งที่จะเลี้ยงตัวเราได้ตอนเกษียณ เลยดีไหม...เช่น

"เงิน / หุ้นปันผล /
"ทรัพย์สินที่สร้างกระแสเงินสดให้เราได้" (อะไรที่ยังผ่อนไม่นับ...เพราะถือเป็น "หนี้สิน" ยังไม่ใช่ทรัพย์สิน)" ......

ไม่ต้องแบก
แถมรู้สึกมั่นคงจากภายใน
_______

เมื่อมั่นคงในใจ....
ก็ไม่ต้องหาวัตถุมาถม มาเติม
ไม่ต้องหาเปลือกมาหุ้ม
ให้คนอื่นดูว่าเรา "มี / มีของ".......

แบกวัตถุ แบกเปลือก
มักแถมด้วย "หนี้ก้อนใหญ่"
ที่แบกกันจนหลังแอ่น
น่าจะหนัก จะเหนื่อยแย่
แต่แปลก...
ผู้คนก็นิยมหามาแบกกัน
และ...มันยิ่งแย่ตรง...แบกให้คนอื่นดู เนี่ยแหละ
สังคมเขาอยากให้เรามี โน่น นี่ นั่น
คนโน้น คนนี้ คนนั้น...มีเป้ใบใหญ่...ไปจนใช้กระเป๋าล้อลาก...อีกหลายใบ
ยิ่งเยอะ....ใครๆ ก็ยิ่งยอมรับ
เพื่อ?.......

ต่อให้ใครๆ ทั้งโลกยอมรับเปลือกหุ้มของเรา
แต่ถ้าเราไม่ยอม "แก่นแท้ข้างในของตัวเอง" ไม่สามารถ "วาง" เปลือกลงได้
มันคือชีวิตที่ดีแล้ว...จริงหรือ?
___________

ในภาพ คือ ข้อความดีๆ
ที่แอดมินโชคดีได้อ่านตั้งแต่วัยต้นๆ
ของชีวิต และดันจำได้เสมอมา
ช่วยให้...เดินได้เร็ว
ทั้งที่ออกแรงน้อย
ไม่เหนื่อยหนัก...ในเรื่อง ไม่เข้าเรื่อง...........

ขออภัย...ที่จำไม่ได้ว่า
เป็นข้อเขียนจากหนังสือเล่มใด
ของครูบาอาจารย์ท่านใด...........

อ่านแล้ว
พิจารณาเทียบกับชีวิตผู้คนรอบตัว
พบว่า...หลายคน "แบก" สิ่งไม่จำเป็นเยอะเกิน และ ดูเหนื่อย
แต่...ไม่ยอมวาง
[ทั้ง...วัตถุสิ่งของ / กิจกรรมใดๆ ที่ต้องใช้ทรัพยากร (เงิน/เวลา/สมอง/จิตใจ) มากเกินไป...แต่ไม่มุ่งสู่เป้าหมายหลักของชีวิต]
แถมหลายคน
"หามาแบก" / "หาทำ" เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
(ด้อยค่า...คาเป้...ก็ยังมี...เมื่อกระแส / แฟชั่น / ค่านิยม...เปลี่ยน)
__________

หากข้อความนี้
มีประโยชน์ต่อชีวิตแอดมิน
ก็อาจจะมีประโยชน์
แก่ผู้ที่บังเอิญมาอ่านพบบ้าง
อยากนำมาฝากค่ะ 😊

Photos from VI บ้านๆ's post 22/12/2023

“ความเชื่อมั่นในตนเอง...จนเพียงพอที่จะนำตนเองได้”
เกิดจาก "การได้เห็นผลสำเร็จ จากการตัดสินใจ และ ลงมือทำ ของตนเอง”
.
ไม่ต้องสำเร็จครั้งยิ่งใหญ่มากนักก็ได้ แต่...ย้ำว่า...
“จากการตัดสินใจและ "ลงมือทำ" ของตนเอง”
.
ค่อยๆ สะสมไป...ความเชื่อมั่นเล็กๆ น้อยๆ จะค่อยๆ มั่นคงขึ้น
....................

เพราะ...ความสำเร็จของผู้อื่น ที่แม้ยิ่งใหญ่แค่ไหน ก็ไม่มีคุณค่าต่อชีวิตของเรา เท่าความสำเร็จเล็กๆ ของเราเอง
.
“ก้าวเล็กๆ ของเรา สำคัญต่อตัวเรา
มากกว่าก้าวใหญ่ๆ ของคนอื่นๆหมื่นแสน รอบตัว

เพราะมันพาให้ตัวเรา ก้าวไปข้างหน้าได้จริง“ (หรือ ถอยหลังได้จริง...ในทางกลับกัน)

(ควรคิดเผื่อ downside ด้วยเสมอ)

*****************

เขียนตอบคอมเมนต์ในโพสต์นึง...ไว้แบบนี้
น่าจะมีประโยชน์
หากมีคนได้อ่านพบมากขึ้น 😊..................

ใช้ได้กับทุกเรื่องในชีวิต
โดยเฉพาะ "การลงทุน"
หากไม่เปิดพอร์ตเสียที
ไม่เคย "มีพอร์ตหุ้น/กองทุน"
ที่เดี๋ยวก็เขียว เดี๋ยวก็แดง
ก็ไม่มีโอกาสจะเข้าใจ"ความผันผวน" ซึ่งเป็นสัจธรรมของตลาดหุ้น"........

หากไม่ลองเลือกหุ้นซื้อหุ้น (หรือ กองทุน) ด้วยตนเอง
ก็จะไม่เข้าใจ "ความโลภ" และ "ความกลัว" ของผู้คนหมู่มากที่เป็นแรงขับเคลื่อนราคาหุ้น
และไม่อาจเข้าถึง
"ความโลภ"/"ความกลัว" ของตนเองด้วย
แล้วจะ "balance_ความโลภ/ความกลัว" และ "บริหารจัดการพอร์ตลงทุน" และ "แผนเกษียณ" ได้อย่างไร?......

ความรู้มากมาย...หากไม่ผ่าน การ" ลงมือทำ...จนรับรู้/รู้สึก"...ยากจะก้าวไปถึง "ความเข้าใจอย่างถ่องแท้ และยั่งยืน"
_______

การเลี้ยงลูก...ก็เช่นกัน
อยากฝากถึง "พ่อแม่...ที่มีลูกเล็กๆ"
หากไม่ให้โอกาสลูกได้ลองตัดสินใจ
และรับรู้ผลของการตัดสินใจและลงมือทำด้วยตัวเขาเองอย่างเพียงพอ
หากเข้าไปแทรกแซงเสียหมด
วันข้างหน้าลูกจะเอา "ความเชื่อมั่น" จากไหน...ไปนำชีวิตของเขา
ในที่สุด....ชีวิตก็ร่ำร้อง...เพรียกหา Life Coach...เรื่อยไป

21/12/2023

กล้าเปลี่ยนแปลงไหม?
แบบไม่ต้องคอยใครนำ
ไม่ต้องรอใครเห็นด้วยเลย
ไม่งั้น...หลายๆ เรี่อง
จะหยุดอยู่แค่ "คิด"
ถ้าไม่กล้าทำบางเรื่อง
ก็ "เลิกคิด" ด้วย...เสียเวลา

*************

ตอนทำงาน
(ชอบย้ายที่ทำงานบ่อยมาก)
แต่สิ่งที่พบว่า เหมือนๆ กันเสมอคือ
ธรรมเนียมปฏิบัติ บางอย่าง
ที่...อาจส่งผลให้ "จนซ้ำซาก"
หลายคน "บ่น"
แต่...ก็ทำๆ ตามเขาไป
ไม่กล้าเปลี่ยนแปลง
ไม่กล้าแตกต่าง.......

เช่น ธรรมเนียมการซื้อของแจก
ตามเทศกาลต่างๆ ปีใหม่ไทย ปีใหม่สากล หรือ
เก็บเงินส่วนรวมไว้ทำอะไรบางอย่าง เช่น เยี่ยมหลังคลอด เยี่ยมไข้
จัดหาพวงหรีดงานสีดำ ฯลฯ.......

แล้วบางที...ชักจะไร้สาระ ขึ้นเรื่อยๆ
เช่น เอาไปซื้อของขวัญ/จัดงานวันเกิดให้สมาชิกกลุ่มด้วย
12 เดือน เกิดกันครบ
บางเดือน มีวันเกิดหลายคน
คือ?.....????? .......

ถ้าจะบอกว่า
มันคือแนวคิด และธรรมเนียมปฏิบัติ
ที่คิดขึ้นโดย
"คนที่วางแผนการเงินไม่เป็น"
"คนฟุ่มเฟือย" หรือ "คนคิดสั้น"
ก็อาจจะเป็นไปได้
แล้ว....เราต้องทำตาม เพื่อ?
เราจะให้คนไม่มีวิสัยทัศน์ที่ดีมานำชีวิต โดยอ้างธรรมเนียมปฏิบัติ...จริงหรือ?

**************

ตอนยังทำงาน...
ใครมาบ่นเรื่องนี้ให้ฟังซ้ำๆ
เราจะ "ไม่แม้แต่จะฟัง"
เสียเวลาฟัง...สักแต่ "บ่น"
ถึงเวลา...ใกล้เทศกาล "ก็ทำ"
แล้วจะบ่นเพื่อ?.................

ถ้าไม่เห็นด้วย แล้วจะทำเพื่อ?
บ่นๆๆๆ...พอใกล้ถึงเทศกาล
ก็เตรียมไปซื้อของมาแจก
ทำสติกเกอร์ติดชื่อตัวเอง
คนรับได้รู้ว่าใครให้
หลังกระบวนการแจกเสร็จสิ้น
บ่อยครั้ง...มีล้อมวงคุยถึงลับหลัง
ว่า....บางคนแจกของไม่โอเค
เทียบกับที่ตัวเองให้ไป...ไม่สมดุล
แบบนี้...ก็มีด้วย.............

ในฐานะ คนเคยได้ยิน
ทำให้คิดได้ว่า...แจกก็โดนบ่นได้
ไม่แจกนั้นโดนแน่อยู่แล้ว
งั้นก็....ไม่ต้องแจก สิ้นเรื่อง สิ้นราว
ประหยัดทั้งเงิน ทั้งเวลาที่ต้องไปเลือกซื้อ
....

เวลาย้ายไปบางที่ทำงาน
ต้องใช้โต๊ะ ต่อจากคนอื่น
หลายๆ ครั้งก็เจอ "ของที่ระลึก" พวกนี้
อยู่ในลิ้นชักโต๊ะ...เต็มไปหมด.............

สำหรับเรา คิดเป็นอื่นไปไม่ได้เลย
นอกจาก...
"มันด้อยค่าไง...เขาก็ทิ้งไว้ตามลิ้นชักโต๊ะ"

*************

สำหรับเรา...เราไม่ทำ
เราไม่ซื้อของแจกตามเทศกาล
ใครให้เราก็ไม่รับ
ไม่ชอบของกระจุ๊ก กระจิ๊ก
หาประโยชน์การใช้งานไม่ได้เลย
และ ไม่ชอบธรรมเนียมแบบนั้นด้วย.............

ใครคะยั้น คะยอให้ อาจรับไว้
แต่ เราไม่ขวนขวายจะไปจัดหาของที่ระลึกมาตอบแทนกลับคืน
แน่นอน....ไม่มากก็น้อย
เราคงอยู่ในรายชื่อที่ถูกคุยถึงลับหลัง
แต่...ไม่ใช่กงการอะไรของเรา
มาทำงาน...
ไม่ได้มาประกวดนางงามมิตรภาพ
"ภาระทางการเงิน"ก็ยังมี
และ "จุดยืนในตนเอง" ก็มี
เราจะไม่ทำตามใครๆ
ในสิ่งที่เราไม่เห็นด้วย
หากมันก็ไม่ได้ทำให้สังคมเดือดร้อน

*************

ตอนลาออกจากงาน
ลาพักผ่อนไว้ ก่อนหลายวัน
ทราบว่า มีดำริตามธรรมเนียม
ว่า "อยากเลี้ยงส่ง"
ให้นัดวันมารับเลี้ยงส่งด้วย
แต่ เราไม่ได้รับ
ได้แต่ฝากขอบคุณและขออภัย
.
มันสิ้นเปลืองเงินเปล่าๆ
หากไม่แล้วใจ และอยากจัด
ให้ได้ใช้งบเลี้ยงส่งเหมือนๆ
เวลาคนอื่นย้าย หรือเกษียณ
ขอความกรูณา ช่วยนำงบส่วนนั้น
ไปเลี้ยงเด็กกำพร้า ในสถานสงเคราะห์
เราว่า จะเกิดประโยชน์
และอิ่มเอมใจ แก่คนหมู่มาก
มากกว่า...นำมาเลี้ยงส่งคน คนเดียว

***************

ใคร มีภาระทางการเงินมาก
และไม่เห็นด้วยกับธรรมเนียมแบบนี้
อาจถือโอกาสช่วงหลังโควิด / ภาวะสงครามยืดเยื้อในหลายประเทศที่ส่งผลให้พลังงานแพง ต้นทุนทุกอย่างแพง และข้าวของแพงตามไปหมด
ผู้คนก็ยิ่งมีความยากลำบากเรื้อรังกันถ้วนหน้า
ปฏิวัติตัวเองเสียใหม่
ยืนหยัดในการไม่ต้องทำตาม
ธรรมเนียมปฏิบัติ ที่คุกคามเงินในกระเป๋าเรา
ความแน่นอนที่สุด คือ "ความไม่แน่นอน" หากเกิดภาวะขัดข้องเดือดร้อน...เรื่องเงิน
ไม่มีใครยื่นมือมาช่วยเราได้มากหรอก
ตนต้องเป็นที่พึ่งแห่งตน...จริงแท้ แน่นอน 👌

Photos from VI บ้านๆ's post 20/12/2023

เคยเขียนไว้ใน FB ส่วนตัว
นำมาฝากค่ะ
_______

"กฎ Q" (Quantity)
สำหรับเราหมายถึง
ปริมาณหุ้น x ปันผลต่อหุ้น
หากปริมาณหุ้นที่สะสมไว้ได้
ในช่วงที่ยังมีรายรับ....มากพอ
(Q_Quantity มากพอ)
ผลคือ ปันผลนั้น จะเลี้ยงตัวได้
โดยไม่ต้องคำนึงถึงว่าราคาหุ้นจะบวกหรือลบ
(แต่ต้องมั่นใจว่า...เราเลือกหุ้นที่พื้นฐานกิจการดี business model ยั่งยืน...ติดตามผลการดำเนินงานเสมอ...จนมั่นใจได้ว่าพื้นฐานไม่เปลี่ยน และกิจการจะไม่ล้มหายตายจากแน่ๆ)
_______

จริงอยู่ "ราคาหุ้น จะขึ้น หรือลง" เรากำหนดเองไม่ได้
แต่..."จำนวนหุ้นในพอร์ตของเรา" ตัวเราเป็นผู้กำหนดแต่เพียงผู้เดียว
ถ้าเรามุ่งมั่นจะสะสมให้เพิ่มขึ้น
มันก็ย่อมจะเพิ่มขึ้น
จริงแท้ แน่นอน

************

อีกสิ่งสำคัญ
ที่สร้างความทวีคูณได้หากเข้าใจ
คือ "กฎของการทบต้น"
_____

จะรีบใช้เงินให้รางวัลตัวเอง..ด้วยความสุขระยะสั้น
เฉพาะหน้าทันที

หรือ

จะอดทน "ออมหุ้น (สะสมหุ้น) ของกิจการที่ดี" ก่อน....เพื่อความสุขที่ยั่งยืน ระยะยาว
..........

เจ้าของเงิน....เป็นผู้เลือกอยู่แล้ว....ไม่เกี่ยวกับใคร
เลือกอย่างไร...ได้อย่างนั้น 👌😊
________

หมายเหตุ (ที่ยาวกว่าเนิ้อหา)

1.ผู้เขียนมีหุ้นมากกว่า 1 บริษัท
บางบริษัท จ่ายปันผลปีละครั้ง
บางบริษัท จ่ายปันผลปีละ 2 ครั้ง

2. การแจ้งจำนวนหุ้นที่ได้รับสิทธิ
มาจาก Email ของบริษัทหลักทรัพย์
ขอปิดวันที่ และ จำนวนเงินปันผล / หุ้น...เพื่อกันการคาดเดาหุ้น

3. จำนวนหุ้น...มิได้ใช้ app ใดๆ ตกแต่งให้ดูมาก ผู้เขียนไม่ได้รับสอนไม่มีการเรียกหาผลประโยชน์ใดๆ จากใครเลย...ดังนั้น ไม่มีความจำเป็นต้องใช้ app แต่งจำนวนหุ้นให้ดูมาก

4. ปัจจุบันจำนนวนหุ้นนี้ เพิ่มเป็น 1 ล้านหุ้น เพราะชอบซื้อหุ้นให้เป็นเลขกลมๆ

5. จำนวนหุ้นอาจดูมาก...ในสายตานักลงทุนผู้เริ่มต้น...แต่ไม่ได้มาก สำหรับนักลงทุนที่ลงทุนมายาวนาน
วันหนึ่งข้างหน้า...ท่านผู้อ่านก็มีโอกาสที่จะมีจำนวนหุ้นมากขึ้น มากขึ้น และ มากขึ้น...หากทยอยสะสมอย่างตั้งใจ ในวันนี้....สู้ๆ นะคะ ⚘️⚘️⚘️

มหกรรมเบี้ยวหนี้ รถรอยึด 200,000 คัน บ้านไหลจ่อ NPL พุ่ง 37% - Money Chat Thailand 18/12/2023

เพราะแบบนี้
เพจนี้จึงตั้งใจเขียนบทความ
ชวนประหยัดจากข้างใน
คือ "ชวนเห็นคุณค่าตัวเองมากพอ"
จนไม่ต้องพึ่งเปลือก พึ่งวัตถุ
ก็ไม่ต้องจ่ายเงินเพื่อ "มูลค่าความโก้หรู...ปลอมๆ" กันมากเกินไป

มหกรรมเบี้ยวหนี้ รถรอยึด 200,000 คัน บ้านไหลจ่อ NPL พุ่ง 37% - Money Chat Thailand มหกรรมเบี้ยวหนี้ รถรอยึด 200,000 คัน บ้านไหลจ่อ NPL พุ่ง 37% - Money Chat Thailandแขกรับเชิญสุรพล โอภาสเสถียรผู้จัดการใหญ่ บริษัท ...

Photos from VI บ้านๆ's post 17/12/2023

วันที่เรายากจน
เรารู้อยู่ในใจตัวเองเสมอว่า
เราไม่จนนานแน่
เรามั่นใจ...อย่างมีเหตุผล...........

แค่บวกลบเลขง่ายๆ ได้
เราก็จะรู้ว่า
ยิ่งเราใช้จ่ายน้อยกว่าที่เราหาได้
มากเท่าใด....เราจะมีเงินเหลือมากเท่านั้น............

และเรามักจะใช้น้อยกว่าที่หาได้เสมอ
เรามักจะรู้วิธีที่ทำให้เงินเหลือได้..และทำเสมอด้วย............

ในภาพ...."ข้าวเหนียว ถั่วดำ"
วันที่อยากทานขนมเล็กๆ น้อยๆ
ลุงตลาดนัดแถวบ้าน
ตักให้ 10 บาท
สิ่งนี้ แทน "ข้าวหลาม" ได้
แค่ไม่ตื่นเต้นเร้าใจเท่า
ไม่มีกลิ่นหอม แบบข้าวหลาม
ไม่มีเยื่อไผ่..........

ครั้งนึง...เพื่อนเราคนนึง
เคยนั่งรถกลับจากต่างจังหวัดด้วยกัน
ขอให้ช่วยแวะซื้อข้าวหลาม
2 กระบอก 100
แล้วกินทันที (คืออยากกินมากๆๆๆ)
กินแต่หน้าๆ ที่มีกะทิข้นๆ และถั่วดำ แล้วไปควาญๆ หาถั่วดำกินจนหมด....แล้วทิ้ง....😱😱😱
อยากจะชวนเธอมากิน
"ข้าวเหนียวถั่วดำ 10 บาท" นี้เลย
มีทุกสิ่งที่ต้องการจากข้าวหลาม ยกเว้น "กลิ่นเผา"
คนเราเนี่ยนะ
ถ้าลดสเปค ความต้องการ
ลงนิดหน่อยได้
เงินจะเหลือเสมอ............

ข้าวเหนียวมะม่วงก็เช่นกัน
ข้าวเหนียวมูล แพง
เพราะเป็นที่รู้กันว่า.....
เอาไว้กินกับมะม่วง
หรือ ทุเรียน
ผลไม้ตามฤดูกาล
ที่มันมีแค่ปีละครั้ง...........

ซื้อข้าวเหนียวถั่วดำ
ขอถั่วน้อยๆ ข้าวเหนียวเยอะๆ
เอาข้าวเหนียวนั้นมากินกับมะม่วง....
หรือ เอามะม่วงมากินกับ
"ข้าวต้มมัด" (มีข้าวเหนียวมูล แถมกล้วย+ถั่วดำ...อีกต่างหาก).........

ถูกลงมาก แน่นอน

_______
*************

ราคาหุ้นก็เช่นกัน
ถ้าใครๆ ไปไล่ราคา
มันก็จะแพง
ยิ่งคนรุมกันเข้ามาไล่ราคา
ยิ่งมาก กราฟยิ่งขึ้นชัน
รอได้....รอเถอะ
อย่าไปไล่ราคากับใครเขาเลย

_______
*************

ตอนเรียนพยาบาล
วิทยาลัยเดียว ที่ต้องอยู่หอนอก
คือ "วิทยาลัยพยาบาล...บรมราชชนนีศรีธัญญา" ติวานนท์ นนทบุรี.....

พักบ้านน้า นั่งรถเมล์ไปกลับ
เทเวศน์ - ติวานนท์
ต้องเดินจากเทเวศน์ด้านซอย 3
มาขึ้นรถ เทเวศน์ ด้านซอย 1
เดินเยอะมากทุกๆ วัน
ขากลับ ลงรถเมล์
แล้วก็เดินกลับยาวๆ
แต่....ก็ทำได้
ฤดูฝน จะลำบากขึ้นมาก
แต่...ก็ไม่ลงเอยด้วย Taxi
ตื่นเช้าขึ้น...เผื่อเวลาให้มากๆ ก็รอดแล้ว
สงสารเตี่ยแม่ ถ้าเราลงเอยด้วยนั่ง Taxi..........

ในขณะที่ "พี่สาว"
ที่บ้านส่งเรียน ม.กรุงเทพ
เอกชนแพงๆ
ทั้งที่เป็นครอบครัวราชการ
เอะอะ อะไรก็ "นั่ง Taxi"............

แม้เราไม่ใช้เงินที่บ้านเยอะ
เพราะเรียนพยาบาล
เป็นนักเรียนทุน มีค่าอาหารให้
ประหยัดเงินเตี่ยแม่ไปมากแล้ว

แต่....มองไปที่พี่สาว
เราก็ไม่เคยคิดว่า
เตี่ยแม่จ่ายค่า Taxi ให้ได้
งั้นเราเอาบ้างดีกว่า
คือ เราเดาว่า เตี่ยแม่ก็จะแย่
แต่ ถ้าไม่ยอม พี่เราก็อาจงอแงและไม่ยอมเรียน
และ พี่เราก็ชอบยืมเงินจากญาติๆ ไปก่อน
ให้เตี่ยแม่ตามจ่ายคืน
_______
*************

เรารู้ว่า....ชีวิต มีทางให้เลือกหลากหลาย
หากเรามีมาก
เราก็เลือกสบายขึ้นได้
แต่ถ้าเรามีน้อย
แล้วเราอยากสบาย
อยากตามใจตัวเองไปเสียทุกเรื่อง
ก็จะจนซ้ำซาก...แน่นอน

********

อีกข้อดีของการใช้ชีวิตแบบเราคือ "ได้ฝึกตน....ในแทบทุกขณะ"

********

ก็ใช้ชีวิตทำนองนี้เสมอ

*********

อีกสองเรื่องที่หากเข้าใจ
ต่อเนื่องมาจากเรื่อง
"ใช้จ่าย ให้น้อยกว่าที่หาได้"
แล้วชีวิตจะดีแน่นอน คือ...............

เมื่อเราเข้าใจ
"กฎ Q" (Quantity)
สำหรับเราหมายถึง
ปริมาณหุ้น x ปันผลต่อหุ้น
หากปริมาณหุ้นที่สะสมไว้ได้
ในช่วงที่ยังมีรายรับ....มากพอ
(Q_Quantity มากพอ)
ผลคือ ปันผลนั้น จะเลี้ยงตัวได้

เรื่องสุดท้าย
ที่สร้างความทวีคูณได้หากเข้าใจ
คือ "กฎของการทบต้น"

************

เข้าใจเรื่องหลักๆ แค่นี้
และทำให้ได้
ก็ไม่ยากจนแล้วหละ 👌😊

14/12/2023

ระวัง !!!!!!
ยิ่งถ้าหาก...
"นำเงินไปลงทุนให้งอกเงย" ได้ด้วย
ยิ่งต้องระวัง !!!!

12/12/2023

กตัญญู / อกตัญญู ต้องดูยาวๆ

*****************

เคยมี (หลายคน) มาปรึกษาว่า..
"พ่อแม่" เป็นคนใจอ่อน
ชอบให้ญาติและคนอื่นๆ ยืมเงิน..
แล้วไม่เคยได้คืน
บางทีก็เอาเงินจากลูกที่มีงานทำ ไปส่งต่อให้ลูกที่เกเร งานการไม่ทำ หรือ น้า อา ที่ไม่ยอมประกอบอาชีพ...ชอบเที่ยวเตร็ดเตร่ ไปวันๆ บ้างก็ติด เหล้า/บุหรี่/ยา/การพนัน
ลูกทำงานหาเงินให้ตัวเป็นเกลียว..ไม่เหลือเก็บ...แถมเป็นหนี้..เพราะกดเงินสดจากบัตรมาให้อีก

ถ้าไม่ให้...ก็กลัวถูกครหา
ว่าเป็น "ลูกอกตัญญู"

*****************

แนะนำวิธีคิดไปว่า...
“กตัญญู” คือ
“ตอบแทนบุญคุณ_แบบมีสติ_ทุกคนรอด”
- หยุดให้เงินสด
- หยุดกดบัตรสินเชื่อมาให้
จะถูกต่อว่าอะไรให้นิ่งเฉย…ไม่ต้องเถียง
ก้มหน้าก้มตาทำงาน...ใช้หนี้ให้หมด
ซื้อปัจจัยสี่ /จ่ายค่าสาธารณูปโภคให้
และให้ "เงินสด" น้อยที่สุด

***********

ถ้าตอบแทนแบบ “
ให้โดยไม่ไตร่ตรอง”...วันนี้
วันหน้าจะแย่ "ทั้งพ่อแม่_ทั้งเรา"..พากันลงเหวหมด (หรือ คล้ายๆ "ตายยกรัง" )
ป่วยไข้..ไม่มีเงินรักษา
จะยิ่งทรมานทั้งกายและใจ

***********

ถ้าวันนี้...เราไม่ให้เงินตามที่พ่อแม่ขอ
แล้ว "คนอื่น" รีบตัดสินว่า อกตัญญู / เนรคุณ
วันข้างหน้า..ถ้าเราตั้งตัวไม่ได้
ไม่มีปัญญาดูแลพ่อแม่
ไม่มีเงินค่ารักษาในยามท่านเจ็บป่วยด้วยโรคผู้สูงอายุรุมเร้า
“คนอื่น” ที่ตัดสินเรา
จะให้เรายืมเงินหรือ?
และในที่สุด..."คนอื่น" ก็จะตัดสินว่าเรา....อกตัญญู/เนรคุณ อยู่ดี

***********

คำตัดสินเผินๆ
จากคนที่ไม่รู้เหตุผลที่แท้
เราจะใส่ใจ...จนพาชีวิตไปย่ำแย่หรืออย่างไร?
รู้หรือไม่?..
คนชอบนินทา นั้น...
เวลาไม่รู้จะนินทาใคร
ก็นินทาได้กระทั่งหมาแมว
(จริงนะ !!!.....อย่าได้แคร์)

***********

รีบสร้างเนื้อ สร้างตัว ให้มั่นคงโดยเร็ว
ดึงทุกชีวิตที่กำลังจะดิ่งเหวขึ้นมาก่อน
ชีวิตเราไม่ได้สิ้นสุดลงแค่วันนี้หรอกค่ะ
ยอม "ดูเหมือน_อกตัญญู" วันนี้
เพื่อจะ "กตัญญู_จริงๆ" ในวันหน้า
ก็ยังไม่สาย

***********

ทุกเรื่องในชีวิตต้อง "ดูยาวๆ"
และ "มองภาพใหญ่"...เสมอ

***********
**************

หมายเหตุ-

ลองอ่านกระทู้จาก Pantip สองกระทู้นี้ดูค่ะ...สงสารลูกมากๆ

ทางตันของหนี้นอกระบบ
https://pantip.com/topic/34312318

เคยถูกพ่อแม่หักหลังเรื่องเงิน ครั้งแล้วครั้งเล่าไหม?
https://pantip.com/topic/36777117

09/12/2023

ฉันค้นพบว่า...
(มาเนิ่นนาน).......

ฉันเหมือนโลก.....
ตรงที่...หมุนรอบตัวเองได้
อย่างมีความสุข
ฉันไม่ต้องการ....หมุนรอบใคร
และไม่ได้ต้องการให้ใครมาหมุนรอบ
ฉันมีความสุข....ที่ได้หมุนรอบตัวเอง
และ ยินดีมากหากเหลือบไปเห็น
คนอื่นๆ หมุนรอบตัวเขาเอง....อย่างมีความสุข
(เมื่อบังเอิญ...อยู่ในองศาที่สายตาเหลือบไปเห็น....ไม่ใช่...โดยไปจับจ้องมอง...จนลืมมองตัวเอง)
__________

"หมุนรอบตัวเอง"
เธอคงคิดว่าฉันคือ "โลก" สินะ!!!
"โลก" ที่เป็น "ดาวเคราะห์ดวงหนึ่ง".....
เกือบถูก....แต่ ยังไม่ใช่
ฉันยังเป็น "ดาวฤกษ์" ด้วยนะ
ที่มีแสงในตัวเอง
แสงเล็กๆ...ที่ฉันพอใจ
ไม่ต้อง....เดี๋ยวมืด เดี๋ยวสว่าง
ตามแสงของดวงอาทิตย์ หรือ ของใคร....
ตกลง.....ฉันเป็นอะไร?
คงยากจะนิยาม
และมันก็ไม่สำคัญสำหรับใครเลย
รู้แค่.....ฉันมีความสุข ที่
- ได้หมุนรอบตัวเอง
ช้าบ้าง เร็วบ้าง ก็เรื่องของฉัน
- มีแสงเล็กๆ ในตัวเอง
ไว้ระยิบ ระยับ ในคืนเดือนมืด
ในวันที่ฟ้าสว่าง หรือ ตอนกลางวัน
แม้ใครๆ จะมองไม่เห็น
แต่ฉันยังคงระยิบ ระยับ ในตัวเอง
และ ไม่หยุดหมุน
____________

ฉันมีความสุขเสมอ
โดยที่ไม่ต้องรอแสงจากใคร จากที่ใด
มีความสุขเสมอ
แค่ได้หมุนรอบตัวเอง
ไม่ต้องหมุนรอบใคร
ไม่คาดหวังให้ใครมาหมุนรอบ
ไม่จำเป็นต้องหมุนไปด้วยกัน ตามจังหวะความเร็วของใคร

สุขได้...โดยไม่ต้องเป็น
"ศูนย์กลางของจักรวาล"
_________

สุขอยู่ที่ใจ...จากข้างใน 🥰

Photos from Money Talk's post 07/12/2023

มีคนโดนหลอกจนหมดตัวจริงๆ ค่ะ
ช่วยๆ กันเตือน และ report นะคะ 😥

07/12/2023

ถ้าคิดได้แบบนี้...ความสุขก็อยู่รอบตัว
ที่นี่ และ เดี๋ยวนี้ ณ ปัจจุบันขณะเลย ^^
อันที่จริง “จิตว่างๆ กลางๆ” นั้นดี
เป็น "จิตเดิมตามธรรมชาติ" อยู่แล้ว
แต่เพราะคนเราไม่เคยรู้จัก "จิตว่าง"
เลยคิดว่า “จิตว่าง” นั้นไม่ดี
บ่อยครั้ง ต้องหมั่นหาสักหนึ่งอารมณ์
มาเติม มาใส่ไว้...ให้มันไม่ว่าง.....
ซึ่งโดยส่วนใหญ่
ก็พยายามหา "ความสุข" มาใส่
บางคน....หาจนทุกข์
สรุป...ทุกข์เพราะพยายาม หาความสุข (เนี่ยนะ).................

พอจิตว่าง หรือมีเวลาว่างเมื่อใด
บางคน..ดันเติมด้วยอารมณ์ "เบื่อ" หรือ "เหงา"....อีก
เมื่อทนอยู่ กับ "จิตเดิมที่ว่างๆ นี้" ไม่ได้
หลายคนจึงต้องออกไปหาเพื่อน
หรือซื้อวัตถุต่างๆ...มาช่วยเติม
ยอมต้องปรับตัวให้เข้ากับเพื่อน
ยอมเสียเงิน เสียทองไปกับวัตถุ
ที่ให้ความสุข ความพอใจ ประเดี๋ยวเดียว
แต่ไม่ยอมปรับตัวให้เข้ากับ
“จิตเดิมที่ว่าง ขณะอยู่คนเดียว”
ซึ่งหากทำได้...จะพบความสงบที่ยั่งยืน
(อันที่จริง...อยู่ท่ามกลางคนมากมายจิตก็ว่างได้)
เลยปรากฏว่า...ผู้คนต้องไปไขว่คว้า
ซัก 1 อารมณ์ มาเติมให้จิตไม่ว่างอยู่เสมอ..............

ในการลงทุนก็เช่นกัน
หลายคนไม่เคยนั่งทับมือไหว
แม้จะเลือกลงทุนในบริษัทที่พื้นฐานของกิจการดีแล้ว
แต่ก็อดเปิดดูพอร์ตเพื่อลุ้นรายวันไม่ได้
"เขียว" ก็ได้อารมณ์...สนุก ตื่นเต้น..กันไป
"แดง" ก็ซึมเซา เป็นทุกข์ จิตตก
ทนอยู่กับพอร์ตที่นิ่งๆ ค่อยๆ เติบโตไม่ได้
สรุป ไม่เคยรอเจ้ามือตัวจริง
ซึ่งก็คือ "ผลประกอบการรายไตรมาส" ได้สักที
สุดท้ายต้องทำอะไรสักอย่าง
(ไม่..."ขายหมู" ก็ "ซื้อควาย"...วนไป)..............

ยิ่งเยอะเรื่อง เยอะคน เยอะสิ่งกระตุ้น...ก็ยิ่งวุ่น
พอวุ่น ก็ทุกข์...ก็ไปแสวงหาความสุขอีก...วนไป....
จะดีหรือ? ...........................

cr.ภาพ...ภาพจาก line
ที่คงมาจาก fb ที่ระบุในภาพ
ขอขอบคุณเจ้าของเพจด้วยค่ะ _/\_

06/12/2023

❌วิถีแห่ง VI = SOLD OUT❌
-----------------------
🎉สิ้นสุดการรอคอย...หนังสือที่ทุกท่านสอบถามกันมาเยอะมาก!!!🎉
📍เปิดจำหน่ายวันพฤหัสบดีที่ 7 ธันวาคมนี้ เวลา 10.00 น. เป็นต้นไป จนกว่าสินค้าจะหมด

--------------------
📓หนังสือ "ที่สุดของ VI" โดย "ชาย มโนภาส"
หนังสือที่บอกเล่าเรื่องราวการเดินทางอันยาวนานที่ระหว่างทางได้ผ่านอุปสรรคหลากหลายก่อนที่จะประสบความสำเร็จ ซึ่งหนังสือเล่มนี้ได้สรุปออกมาเป็น 3 Section "เรียนรู้ แยกแยะ และตกผลึก" จนไปสู่ความสำเร็จ นับเป็นหนังสืออีกเล่มที่ควรค่าแก่การเป็นเจ้าของ
ราคาเล่มละ 500 บาท
พิเศษ! จำหน่ายเฉพาะสมาชิก ThaiVI และรับส่วนลด 5%
-------------------
📓 หนังสือ "วิถีแห่ง VI" ปกแข็ง
รวบรวมบทเรียนการลงทุนที่ตกผลึกจาก 35 นักลงทุนต้นแบบ ตั้งแต่ผู้ก่อตั้งเว็บบอร์ด ThaiVI นักลงทุนรุ่นเก๋า มาจนถึงนักลงทุนรุ่นใหม่ไฟแรง จัดทำขึ้นพิเศษครบรอบ ThaiVI 20 ปี
ราคาเล่มละ 990 บาท
(เฉพาะสมาชิก ThaiVI เท่านั้น โดยสถานะอายุสมาชิกจะต้องไม่หมดอายุ)
กดสั่งซื้อทาง 𝐓𝐡𝐚𝐢𝐕𝐈 𝐒𝐡𝐨𝐩
https://bit.ly/THAIVISHOP
สายอ่านต้องไม่พลาด!
------------------
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม
https://bit.ly/3GvbPZJ
#หนังสือวิถีแห่งVI #วิถีแห่งVI #ครบรอบ20ปีThaiVI #20ปีThaiVI

05/12/2023

R.I.P. คุณหมอกฤตไท

สวัสดีครับ

หลายๆท่านคงได้ทราบเรื่องการจากไปของหมอกฤตไทเมื่อช่วงเช้าวันนี้แล้ว

ตั้งแต่คุณหมอไทรู้ว่าตัวเองป่วยเมื่อช่วงปีที่แล้ว
คุณหมอมีความตั้งใจที่จะใช้เวลาที่เหลืออยู่ให้มีค่ากับคนรอบข้างมากที่สุด พวกเราได้สร้างเพจ ‘สู้ดิวะ’ นี้ขึ้น เพื่อถ่ายทอดเรื่องราวแนวคิดต่างๆที่หมอไทได้ตกตะกอนในช่วงที่ต้องต่อสู้กับโรคร้าย

ผ่านมาจนถึงตอนนี้ ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นกับสังคม
นั้นเกินกว่าที่หมอไทและพวกเรากลุ่มเพื่อนสนิทหวังไว้ไปมาก หลายท่านได้มีโอกาสกลับมาทบทวนแนวทางการดำเนินชีวิต หลายท่านได้แลกเปลี่ยนเรื่องราวในฐานะผู้ป่วยระยะสุดท้าย และหลายท่านกลับมามีกำลังใจที่จะมีชีวิตอยู่ต่อไปจากการที่ได้อ่านโพสต์ของคุณหมอ

นอกจากจะได้แบ่งปันสิ่งต่างๆให้กับคนรอบตัว
เพจนี้ยังเป็นเสมือนกำลังใจในการใช้ชีวิตให้กับคุณหมออีกด้วย หลายครั้งที่หมอไทท้อแท้หรือหมดกำลังใจจากการรักษาที่แสนทรมาน สิ่งหนึ่งที่คอยเป็นกำลังใจให้หมออยู่เสมอ ก็คือเรื่องราวของผู้ติดตามเพจ ‘สู้ดิวะ’ ที่ได้รับอะไรบางอย่างจากข้อเขียนของหมอไท

ตอนนี้เพจ ‘สู้ดิวะ’ ได้บรรลุจุดมุ่งหมายที่ตั้งไว้เรียบร้อยแล้ว ในฐานะเพื่อนของคุณหมอไท ที่ได้ร่วมช่วยดูแลเพจนี้มาตลอด พวกเราอยากจะขอขอบคุณทุกคน ที่อยู่เป็นกำลังใจให้กันมาจนถึงวันนี้

หลังจากนี้ถึงแม้จะไม่มีโพสถัดไปจากคุณหมออีกแล้ว แต่พวกเราหวังว่าแนวคิดและแรงบัลดาลใจที่คุณหมอได้สร้างไว้ จะถูกพูดถึง ส่งต่อ เป็นพลังให้กับผู้คนในสังคมต่อไป

ขอบคุณทุกคนมากๆครับ
แม็ก, ศีล, แก๊ป
แอดมินเพจสู้ดิวะ



“บทส่งท้าย จากคุณหมอกฤตไท”

ถ้าจะให้สรุปบทเรียนจากน้องมะเร็งในช่วงที่อยู่ด้วยกันมาคงสรุปได้ว่า “ชีวิตไม่แน่นอน สุดท้ายเราทุกคนจะต้องตาย จงอยู่กับปัจจุบัน ใช้แต่ละวันให้เหมือนวันสุดท้าย ถ้ามีอะไรที่ทำเพื่อคนอื่นได้ ก็แบ่งปันความโชคดีให้เขาบ้าง และไม่ว่าชีวิตจะเลวร้ายแค่ไหน อย่าหมดหวังกับชีวิตเด็ดขาด”
..

มาคิดดูดีๆ ยังไงมันก็เป็นเรื่องที่ดูผิดปกติเหมือนกันนะครับ ที่ผมจะต้องมาตายก่อนที่จะแก่ เมื่อก่อนผมดูแลตัวอย่างดี เพื่อที่จะให้ตอนแก่ไม่เป็นโรคเรื้อรังอย่าง เบาหวาน ไขมัน ความดัน ผมอยากเป็นคนแก่ที่ผมหงอกแต่มีกล้าม สุขภาพแข็งแรง แต่ก็ดูเหมือนจะไม่มีโอกาสไปถึงวันนั้นเสียแล้ว ยอมรับว่ามันก็รู้สึกเจ็บปวดจริงๆ แต่ก็นี่แหละครับ ชีวิต ชีวิตที่แสนเปราะบาง ชีวิตที่เราเคยเข้าใจผิดไปว่าเรามีสิทธิ์ในการจะบงการมันไปอีกยาวนาน ผมรักชีวิตของผมตอนนี้มาก ผมรักทุกคนรอบตัวผม รักทุกอย่างที่ผมมี รักทุกสิ่งที่ผมเป็น แน่นอนว่าผมไม่อยากจากไป แต่ผมก็ทำอะไรไม่ได้

ผมหวังว่าเรื่องของผมจะช่วยให้คุณกลับมามองชีวิตตัวเองแล้วฉุกคิดอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ โดยที่ไม่จำเป็นต้องมาเป็นโรคร้ายแบบผม

กับตัวเอง ตั้งแต่ป่วยมา ผมเลิกให้ความสำคัญกับเรื่องเล็กๆ น้อยๆ อย่างเรื่องน่าหงุดหงิด เรื่องน่ากังวลไร้สาระที่เมื่อก่อนผมให้ความสำคัญกับมันเสียมากมาย ดังนั้นคุณไม่จำเป็นต้องรอให้ป่วย คุณก็เลือกที่จะไม่ใส่ใจเรื่องไร้สาระพวกนั้นได้ตอนนี้เลย

วันนี้คุณอาจกำลังทำงานเกินเวลา คุณอาจหัวร้อนที่ตีบวกไม่ติด คุณอาจหมดใจกับองค์กร คุณอาจหงุดหงิดพุงย้อยๆ ของตัวเอง คุณอาจไม่พอใจที่ตอนไปดัดผมออกมาแล้วหยิกเกินไป คุณอาจอยากให้ซิกแพ็คคุณชัดกว่านี้สักหน่อย หรือ อาจกำลังรำคาญสิวบนใบหน้า

เรื่องไร้สาระพวกนี้ ช่างหัวมันเถอะครับ

ผมเคยสนใจเรื่องพวกนี้มากพอๆ กับคุณแหละครับ แต่เชื่อผมเถอะ คุณจะไม่คิดถึงมันเลย ถ้าคุณกำลังจะตาย

พอเราไม่ต้องเสียเวลาให้กับเรื่องเล็กๆ พวกนั้นแล้ว คุณจะมีสมาธิมากพอที่จะโฟกัสกับอาหารตรงหน้า โฟกัสกับการวิ่ง โฟกัสกับอากาศบริสุทธิ์ที่คุณยังสามารถหายใจเอามันเข้าไปในปอดของคุณได้ โดยไม่มีอาการเจ็บหน้าอกแบบผม คุณลองมองความสวยงามของธรรมชาติ มองรอยยิ้มของคนรอบข้าง และเสียงหัวเราะของคนที่คุณรัก มันพิเศษมากๆ เลยที่คุณยังทำสิ่งเหล่านี้ได้
..

ผมเห็นคนบ่นว่ามันยากแค่ไหนที่จะไปออกกำลังกาย เงื่อนไขต่างๆ ที่ทำให้เขาไม่สามารถดูแลร่างกายตัวเองได้ ให้ตายเถอะ ผมอยากไปออกกำลังกายมากๆ คุณควรดีใจนะ ที่คุณยังไปออกกำลังกายได้ ดังนั้น ไปเถอะครับ ออกไปดูแลสุขภาพตัวเองในตอนที่คุณยังทำได้ แม้ว่ารูปร่างของเราจะยังไม่ใช่แบบที่เราต้องการ แต่การออกกำลังกายและกินอาหารที่เป็นประโยชน์ มันก็เป็นสิ่งที่ดีที่เราควรทำจริงๆ ครับ

สิ่งสำคัญนอกจากการดูแลร่างกายคือการดูแลสุขภาพจิตของเรา ปัจจุบันเราอยู่ในโลกที่สังคมออนไลน์ที่น่ากลัวมาก และที่สำคัญกว่านั้นคือสังคมรอบข้างตัวคุณ เราเปลี่ยนความคิดคนรอบข้างไม่ได้ แต่เราเปลี่ยนตัวคนรอบข้างเราได้ครับ เราไม่จำเป็นต้องทนอยู่กับคนที่ทำให้ชีวิตเราแย่ลง หรือคนที่เราไม่ได้อยากอยู่ด้วย เลือกสังคมให้ชีวิตตัวเองดีๆ

ผมเห็นผู้คนที่ไม่อยากให้ถึงวันจันทร์ คนที่ยอมอดทนทั้งที่มีสิทธิ์เลือก คุณไม่ได้มีชีวิตอยู่เพื่อทำงานครับ ชีวิตคุณไม่ได้ยาวนานพอที่จะอยู่อย่างฝืนทน เลือกที่จะปฏิเสธสิ่งที่คุณไม่ต้องการ อย่าไปใช้เวลาของคุณเพื่อความฝันของคนอื่นครับ จำไว้ว่าถ้ามีเรื่องไหนที่คุณไม่โอเคกับมัน คุณมีสิทธิ์เต็มที่ที่จะเปลี่ยนแปลงมัน ทั้งเรื่องงาน ความรัก หรืออะไรก็ตาม คุณต้องกล้าที่จะเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้กับชีวิตคุณเอง คุณจะไปทนทำไม คุณอาจบอกว่า “ทนไปแล้วค่อยเปลี่ยน” แต่คุณไม่รู้ว่าหรอกว่าคุณเหลือเวลาบนโลกนี้อีกเท่าไหร่ ดังนั้น อย่าเอาเวลาชีวิตที่แสนจำกัดนี้ไปใช้กับสิ่งที่คุณไม่ชอบเลยครับ แค่ทำสิ่งที่ชอบ เวลาก็ไม่พออยู่แล้ว

ให้เวลากับคนรักของคุณ กับเพื่อน กับครอบครัว กับคนที่รักคุณ กับคนที่มีความสำคัญกับชีวิตคุณ มากกว่าภาระ การงาน ตำแหน่ง และเงินทองเถอะครับ

ผมหวังว่าคุณจะหันมาขอบคุณความปกติในชีวิตคุณให้มากขึ้น

ทุกคืนที่คุณล้มตัวลงนอนแล้วนอนหลับได้ การที่คุณไม่ต้องฝันถึงท่อช่วยหายใจ ทุกวันที่คุณตื่นขึ้นมาแล้วไม่ได้หายใจแล้วเจ็บ ไม่ได้มีอาการหอบเหนื่อย ถ้าคุณไม่ได้มีอาการปวดกระดูกทุกครั้งที่คุณขยับตัว หรือคุณไม่ต้องมากลัวว่าวันไหนที่ตื่นมาแล้วคุณจะมองไม่เห็น เดินไม่ได้ พูดไม่ชัด ขยับแขนขาไม่ได้ ในขณะที่ผมเขียนข้อความนี้อยู่ ผมปวดกระดูกและเจ็บเส้นประสาทมาก ผมมีอาการเหมือนโดนน้ำร้อนลวกที่หลัง และโดนมีดแทงที่ลำตัวข้างขวาตลอดเวลา ผมต้องกินยาแก้ปวดมหาศาลเพื่อให้ผมยังเขียนข้อความนี้ได้

ขอบคุณชีวิตที่แสนปกติของคุณเถอะครับ แล้วใช้มันให้เต็มที่กับทุกวันที่โลกนี้มอบให้กับคุณ

ชีวิตที่ปกติและธรรมดาในแต่ละวันของคุณมันคือของขวัญที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแล้ว

คุณไม่มีทางรู้เลยว่าพรุ่งนี้คุณจะตื่นมาแล้วมีทุกอย่างแบบที่คุณมีวันนี้อยู่ไหม

วันก่อนที่ผมจะได้รับการวินิจฉัย ผมก็คิดเหมือนทุกคนแหละครับ ว่าคงไม่ใช่ผมหรอกที่ต้องมาเป็นผู้ป่วยมะเร็งระยะสุดท้าย ดังนั้น อย่าทำอะไรให้ต้องมาเสียใจทีหลังเลยครับ

ใช้ช่วงเวลาที่คุณมีให้มีความสุขไปกับสิ่งที่อยู่ตรงหน้า เพราะมันพิเศษ เราโชคดีมากที่ยังได้มีโอกาสมาเจอช่วงเวลานี้ และมันอาจเป็นครั้งสุดท้ายก็ได้ อย่าเอาแต่ยกมือถือขึ้นมาถ่ายเพื่อเอาไปอวดคนอื่นว่าตัวเองกำลังมีความสุข อย่าเอาความสุขไปแขวนกับความคิดคนอื่นที่ไม่ได้มีความหมายอะไรกับคุณ กลับมาดื่มด่ำกับภาพตรงหน้า กับผู้คนตรงหน้าคุณ กับมื้ออาหารที่คุณได้กิน แล้วรับความสุข ณ ขณะนั้นไปเลย

คุณเลือกได้ครับ ที่จะมองเรื่องราวทุกอย่างที่เข้ามาในชีวิตเป็นของขวัญ
..

ตอนไปญี่ปุ่น ผมได้มีโอกาสไปที่ ยูนิเวอร์แซล สตูดิโอ (Universal Studio) ได้ไปในโซนของ แฮร์รี พ็อตเตอร์ พร้อมกันกับพีม พีมได้ซื้อของฝากที่เป็นเครื่องรางย้อนเวลาในหนังกลับมา พีมพูดกับผมว่า มันคงจะดี ถ้าเราย้อนเวลาได้ ผมจับมือและสบตากับพีมอย่างจริงจัง พร้อมกับบอกว่า “เค้าไม่อยากย้อนเวลาหรอก”

“ทุกสิ่งที่เกิดขึ้นมาแล้ว ทุกสิ่งที่เข้ามาในชีวิตเค้าทั้งดีและร้าย รวมถึงการที่เราทั้งคู่ต้องมาเผชิญกับโรคมะเร็งนี้ มันเป็นสิ่งที่ยอดเยี่ยมทั้งหมด ถ้าย้อนเวลาไปแล้วแก้ไขบางสิ่ง บางอย่างที่เคยเกิดขึ้นอาจจะไม่เกิดก็ได้ ถ้าย้อนเวลาไปแล้วหาทางทำให้ตัวเองไม่เป็นมะเร็ง ความรู้สึกขอบคุณชีวิตในวันนี้อาจจะไม่เกิดขึ้นก็ได้ ผมก็ยังอาจจะวิ่งไล่ตามทุนนิยมเอาแต่อยู่กับอนาคตจนลืมใช้ชีวิตในปัจจุบันแบบที่เป็นอยู่ในตอนนี้ก็ได้”

มีเรื่องที่น่าสนใจเกี่ยวกับสวนสนุกอยู่ครับ มีคนไปถามเจ้าหน้าที่สวนสนุก ว่าวันนี้สวนสนุกปิดกี่โมง เจ้าหน้าที่ตอบว่า “สวนสนุก เปิดถึงสองทุ่ม”

ตรงนี้น่าสนใจมากครับ เพราะตอนแรกที่ผมทราบตัวเลขจากงานวิจัยว่าผมจะมีเวลาเหลืออยู่บนโลกนี้นานเท่าไหร่ ถ้าผมตั้งคำถามกับตัวเองว่า “อีกนานเท่าไร ผมจะตายนะ” ผมก็คงจะซึมเศร้าและเอาแต่นั่งนับถอยหลังชีวิตตัวเอง เอาแต่นั่งคิดว่าเวลาผมลดลงทุกวัน

แต่จากข้อคิดในเรื่องการปิดของสวนสนุก ที่ไม่ได้มองว่าสวนสนุกจะปิดเมื่อไหร่ แต่กลับมองว่ายังเปิดถึงเมื่อไหร่ เป็นการมองจากจุดที่ยืนอยู่ในปัจจุบัน ไปยังอนาคตข้างหน้า ว่ายังเหลือเวลาแห่งความสุขได้อีกตั้งเท่าไหร่

ดังนั้น ผมจึงมีชีวิตแต่ละวันนับไปข้างหน้า วันนี้ได้เพิ่มมาอีกวัน วันนี้ได้เพิ่มมาอีกวัน แบบนี้ไปเรื่อยๆ ผมไม่รู้และไม่มีใครรู้ ว่าสวนสนุกของผมจะปิดเมื่อไหร่

แต่ถ้าวันนี้ไฟยังสว่างและม้าหมุนยังคงทำงาน ผมจะมีความสุขไปกับช่วงเวลาที่ผมมีอยู่ครับ

ทุกท่านก็เช่นกัน

Website