โรคนิ่วน่ารู้ Urology

โรคนิ่วน่ารู้ Urology

ตำแหน่งใกล้เคียง healthbeauty

PHYSIOFILM
PHYSIOFILM
เลขที่ 82/7 ถนนเลียบคลองสอง แขวงบางชัน เขตคลองสามวา, Bangkok
คลอลาเจน ฝนดอกไม้ พี่ฝน
คลอลาเจน ฝนดอกไม้ พี่ฝน
Buriram 31130
บ้านแก้วสมุนไพร ราชบุรี Homestay
บ้านแก้วสมุนไพร ราชบุรี Homestay
99 ม.3 ต.ประสาทสิทธ์ อ.ดำเนินสะดวกจ.ราชบุรี, Damnoen Saduak
ชมรมเบาหวาน" เพื่อนช่วยเพื่อ
ชมรมเบาหวาน" เพื่อนช่วยเพื่อ
Bangkok 11140
4lifethaicare4u
4lifethaicare4u
Bangkok 10160
ร้านขายยาศาลายา
ร้านขายยาศาลายา
Ubon Ratchathani 34000
คลินิกหมอแบงค์ - นพ.พร้อมพงศ์
คลินิกหมอแบงค์ - นพ.พร้อมพงศ์
189 พลานุกูล, Sawang Daen Din
โรงเรียนนครสวรรค์อินเตอร์บ
โรงเรียนนครสวรรค์อินเตอร์บ
Nakhon Sawan 60000
Doctor A to Z for Business
Doctor A to Z for Business
3 Promphan Building, 3th Floor, Soi Ladprao 3, Chomphon, Chatuchak, Bangkok
ยาหม่อง น้ำมัน สมุนไพรวิเศษเ
ยาหม่อง น้ำมัน สมุนไพรวิเศษเ
สุขุมวิท 101/1, Bangkok
พะเยาเภสัช
พะเยาเภสัช
29 Donsanam, Wiang
คลินิกยาเสพติด - ฟ้าใส : Addiction Clinic
คลินิกยาเสพติด - ฟ้าใส : Addiction Clinic
108 ซอย พหลโยธิน94 ต.ประชาธิปัตย์ อ. ธัญบุรี, Thanyaburi
ร้านยาชวนชม นครปฐม Chuanchom Beauty and Medici
ร้านยาชวนชม นครปฐม Chuanchom Beauty and Medici
Nakhon Pathom 73000
โรงพยาบาลสิโรรส ยะลา
โรงพยาบาลสิโรรส ยะลา
247-249 Siroros Rd, Ban La Ae
Nutprima
Nutprima
คลังอาวุธ, Ubon Ratchathani

ความคิดเห็น

แอดคะ ทำไมขวัญเอยเป็น ca prostateคะ อายุน้อยจัง #ซ่อนเงารัก

ให้ความรู้เกี่ยวกับโรคในระบบปัสสาวะและสืบพันธุ์เพศชายโดยศัลยแพทย์ระบบปัสสาวะ

เปิดเหมือนปกติ

Photos from โรคนิ่วน่ารู้ Urology's post 10/09/2021

เทคโนโลยีการผ่าตัดนิ่วไต

ในปัจจุบันการผ่าตัดแบบส่องกล้อง (mininally invasive surgury) ได้รับความมากขึ้นเรื่อยๆครับ ไม่เว้นแม้แต่การผ่าตัดนิ่วไตที่เครื่องมือยิ่งเล็กลงๆเรื่อยๆ ซึ่งผลการผ่าตัดก็ดีขึ้นด้วยครับ ผลแทรกซ้อนหลังผ่าตัดก็ลดลง อาการเจ็บปวดหลังผ่าตัดลดลง เสียเลือดน้อยลง ระยะเวลานอนโรงพยาบาลสั้นลง

เครื่องมือในการผ่าตัดส่องกล้องนิ่วก็เล็กลงๆเรื่อยๆ ปัจจุบันมีขนาดเกือบเท่าเข็มฉีดยาก็ว่าได้ครับ ถ้าเทียบกับเครื่องมือรุ่นก่อนๆ เรียกว่าคนละไซซ์กันเลยทีเดียวครับ การผ่าตัดนิ่วไตไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิดครับ

06/09/2021

เป็นมะเร็งต่อมลูกหมาก ทำไมต้องตัดลูกอันฑะ ?

มะเร็งต่อมลูกหมากเป็นมะเร็งอันดับที่ 4 ของมะเร็งเพศชายทั้งหมด คิดเป็น 7.1 ต่อประชากร 100,000 คน ของมะเร็งเพศชายทั้งหมดและมีอุบัติการณ์เพิ่มมากข้ึนเมื่ออายมุากข้ึนครับ

มะเร็งต่อมลูกหมากแบ่งเป็น 3 ระยะครับ
1. มะเร็งต่อมลูกหมากในระยะต้น (localized prostate cancer) มะเร็งยังอยู่ในต่อมลูกหมาก
2.มะเร็งต่อมลูกหมากระยะลุกลามเฉพาะที่ (locally advanced prostate cancer) มะเร็งเริ่มออกนอกต่อมลูกหมาก
3. มะเร็งต่อมลูกหมากในระยะลุกลาม (advanced/metastatic prostate cancer) มะเร็งลุกลามไปยังต่อมน้ำเหลือง กระดูก เป็นต้น

การรักษามะเร็งต่อมลูกหมากมีหลายวิธีด้วยกันทั้งนี้ขึ้นอยู่กับระยะของโรคครับ มีตั้งแต่การเฝ้าระวังเชิงรุก (active surveillance) ,การสังเกตุอาการ (watchfull waiting) ,การผ่าตัดต่อมลูกหมาก (radical prostatectomy) ,รักษาด้วยฮอร์โมน (androgen deprivation therapy) ,การฉายแสง (radiation therapy) ครับ

ในการรักษาระยะลุกลาม(metastatic prostate cancer) จะใช้การรักษาด้วยฮอร์โมน (androgen deprivation therapy) เป็นหลักครับ เป้าหมายคือทำให้ฮอร์โมนเพศ (testosterone) เหลือน้อยที่สุด ทำไมเป็นอย่างนั้น ? เพราะฮอร์โมนเพศชายเป็นอาหารให้เซลล์มะเร็งเติบโตครับ การตัดวงจรอาหารของมะเร็งจะทำให้มะเร็งเหี่ยวลงหรือโตและลุกลามช้าขึ้นครับ

แหล่งผลิตฮอร์โมนเพศชายจะมาจากลูกอัณฑะเป็นหลัก อีกเล็กน้อยมาจากต่อมหมวกไตครับ เพราะฉะนั้นการตัดลูกอัณฑะ (orchiectomy) จะทำให้ฮอร์โมนเพศชายลดลงยังไงละครับ

หายข้องใจกันแล้วใช่ไหมครับ ความรู้ดีๆแบบนี้ไม่แชร์ไม่ได้แล้วครับ ขอบคุณครับ

อ้างอิง
1.https://www.ncbi.nlm.nih.gov/pmc/articles/PMC7190190/
2.https://www.cancer.org/cancer/prostate-cancer/treating/hormone-therapy.html
3.แนวทางการตรวจคดัดกรองวินิจฉัยและรักษา โรคมะเร็งต่อมลูกหมาก สถาบันมะเร็งแห่งชาติ กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข

เป็นมะเร็งต่อมลูกหมาก ทำไมต้องตัดลูกอันฑะ ?

มะเร็งต่อมลูกหมากเป็นมะเร็งอันดับที่ 4 ของมะเร็งเพศชายทั้งหมด คิดเป็น 7.1 ต่อประชากร 100,000 คน ของมะเร็งเพศชายทั้งหมดและมีอุบัติการณ์เพิ่มมากข้ึนเมื่ออายมุากข้ึนครับ

มะเร็งต่อมลูกหมากแบ่งเป็น 3 ระยะครับ
1. มะเร็งต่อมลูกหมากในระยะต้น (localized prostate cancer) มะเร็งยังอยู่ในต่อมลูกหมาก
2.มะเร็งต่อมลูกหมากระยะลุกลามเฉพาะที่ (locally advanced prostate cancer) มะเร็งเริ่มออกนอกต่อมลูกหมาก
3. มะเร็งต่อมลูกหมากในระยะลุกลาม (advanced/metastatic prostate cancer) มะเร็งลุกลามไปยังต่อมน้ำเหลือง กระดูก เป็นต้น

การรักษามะเร็งต่อมลูกหมากมีหลายวิธีด้วยกันทั้งนี้ขึ้นอยู่กับระยะของโรคครับ มีตั้งแต่การเฝ้าระวังเชิงรุก (active surveillance) ,การสังเกตุอาการ (watchfull waiting) ,การผ่าตัดต่อมลูกหมาก (radical prostatectomy) ,รักษาด้วยฮอร์โมน (androgen deprivation therapy) ,การฉายแสง (radiation therapy) ครับ

ในการรักษาระยะลุกลาม(metastatic prostate cancer) จะใช้การรักษาด้วยฮอร์โมน (androgen deprivation therapy) เป็นหลักครับ เป้าหมายคือทำให้ฮอร์โมนเพศ (testosterone) เหลือน้อยที่สุด ทำไมเป็นอย่างนั้น ? เพราะฮอร์โมนเพศชายเป็นอาหารให้เซลล์มะเร็งเติบโตครับ การตัดวงจรอาหารของมะเร็งจะทำให้มะเร็งเหี่ยวลงหรือโตและลุกลามช้าขึ้นครับ

แหล่งผลิตฮอร์โมนเพศชายจะมาจากลูกอัณฑะเป็นหลัก อีกเล็กน้อยมาจากต่อมหมวกไตครับ เพราะฉะนั้นการตัดลูกอัณฑะ (orchiectomy) จะทำให้ฮอร์โมนเพศชายลดลงยังไงละครับ

หายข้องใจกันแล้วใช่ไหมครับ ความรู้ดีๆแบบนี้ไม่แชร์ไม่ได้แล้วครับ ขอบคุณครับ

อ้างอิง
1.https://www.ncbi.nlm.nih.gov/pmc/articles/PMC7190190/
2.https://www.cancer.org/cancer/prostate-cancer/treating/hormone-therapy.html
3.แนวทางการตรวจคดัดกรองวินิจฉัยและรักษา โรคมะเร็งต่อมลูกหมาก สถาบันมะเร็งแห่งชาติ กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข

Photos from โรคนิ่วน่ารู้ Urology's post 28/08/2021

ความผิดปกติแต่กำเนิดของไตและท่อไต

Duplex collecting systems คือ ภาวะที่มีกรวยไตและท่อไต 2 ระบบที่แยกออกจากกัน ซึ่งรับปัสสาวะจากไตข้างเดียวกันเพื่อส่งไปยังกระเพาะปัสสาวะครับ ภาวะนี้เป็นความผิดปกติแต่กำเนิดครับ เกิดจากการรวมตัวกันไม่สมบูรณ์ของไต ท่อไตจะแยกจากกันโดยสมบูรณ์(complete double ureter)แล้วต่อกับกระเพาะปัสสาวะหรือท่อไตรวมตัวกันก่อน(incomplete double ureter)ที่จะต่อกับกระเพาะปัสสาวะก็ได้ครับ

โดยทั่วไปภาวะนี้จะไม่มีอาการและไม่จำเป็นต้องได้รับการรักษาใดๆครับ ส่วนที่มีอาการและต้องการรับการรักษามักเป็นในกลุ่มที่ท่อไตแยกจากกันโดนสมบูรณ์(complete double ureter)และมีภาวะอื่นร่วมด้วย เช่น ปลายท่อไตโป่งพอง (ureterocele) ท่อไตเปิดผิดตำแหน่ง (ectopic ueter) ซึ่งจะทำให้เกิดผลแทรกซ้อนดังนี้ครับ
1. ไตบวมน้ำ (hydronephrosis)
2. ภาวะปัสสาวะไหลย้อน (vesicoureteral reflux)
3. การติดเชื้อระบบปัสสาวะ (urinary tract infection)
4. ภาวะกลั้นปัสสาวะไม่ได้ (urinary incontinence)

ส่วนการวินิจฉัยต้องใช้การทำอัลตราซาวด์ การเอ็กซเรย์คอมพิวเตอร์หรือการตรวจด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าครับ

รูปที่ 1 แสดงภาพฉีดสีของท่อไตรวมตัวกันก่อนที่จะต่อกับกระเพาะปัสสาวะ
รูปที่ 2 แสดงภาวะที่ท่อไตรวมตัวกันก่อนที่จะต่อกับกระเพาะปัสสาวะ
รูปที่ 3 แสดงภาวะท่อไตแยกจากกันโดยสมบูรณ์

อ้างอิง
https://my.clevelandclinic.org/health/diseases/16492-duplex-kidney

https://www.netterimages.com/incomplete-duplication-of-ureter-unlabeled-urology-frank-h-netter-1782.html

(คลิปเต็ม) สัญญาณเตือน "นิ่ว" รู้เร็วรักษาหายได้ : Healthy Day รันเวย์สุขภาพ (ุ25 ส.ค.64) 25/08/2021

(คลิปเต็ม) สัญญาณเตือน "นิ่ว" รู้เร็วรักษาหายได้ : Healthy Day รันเวย์สุขภาพ (ุ25 ส.ค.64)

สาระน่ารู้เรื่องนิ่ว

จากอ.นพ.ธเนศ ไทยดำรงค์ โรงพยาบาลราชวิถีครับ

https://youtu.be/IlDjwc24tPY

(คลิปเต็ม) สัญญาณเตือน "นิ่ว" รู้เร็วรักษาหายได้ : Healthy Day รันเวย์สุขภาพ (ุ25 ส.ค.64) (ONAIR : 25 ส.ค. 64) สัญญาณเตือน "นิ่ว" รู้เร็วรักษาหายได้ | สธ.- ศิริราช เผยฉีดวัคซีนเข็ม 3 ด้วยแอสตร้าเซเนก้า ภูมิคุ้มกั.....

Photos from โรคนิ่วน่ารู้ Urology's post 18/08/2021

โควิด-19 กับ อัตราตายส่วนเกิน !!!

ในช่วงการระบาดของโควิด-19 ที่เกิดขึ้นทั่วโลก ทำให้ทุกประเทศต้องเผชิญหน้ากับปัญหาสาธารณสุข ไม่เว้นแม้แต่ประเทศที่มีจำนวนผู้ป่วยโควิด-19 ล้านโรงพยาบาล ทรัพยากรต่างๆถูกจัดสรรให้กับการรักษาโรคโควิด-19 ที่เห็นได้ชัดคือจำนวนเตียงในการรักษาผู้ป่วยโรคโควิด-19 ที่เพิ่มมากขึ้น สวนทางกับจำนวนเตียงผู้ป่วยโรคอื่นๆ ทำให้ผู้ป่วยโรคอื่นๆเสียโอกาสในการรักษาและมีอัตราการเสียชีวิตที่เพิ่มขึ้น

สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) รายงานว่าไทยน่าจะมีผู้เสียชีวิตทางอ้อมจากอาการโรคแทรกซ้อนหรือการฆ่าตัวตายจากผลกระทบทางจิตใจและปัญหาทางเศรษฐกิจเกิดขึ้นแล้ว โดยดัชนีหนึ่งที่วัดการเสียชีวิตรวมได้คือ "อัตราการตายส่วนเกิน" (excess mortality) ซึ่งอัตราการตายของคนไทยในเดือนพฤษภาคมและมิถุนายน 2564 เพิ่มสูงขึ้นเมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา โดยประชากรกลุ่มผู้มีอายุ 65-74 ปีและอายุ 85 ปีขึ้นไป มีอัตราการตายส่วนเกินสูงถึง 22% และ 26% ตามลำดับในเดือนพฤษภาคมและมิถุนายน

อายุ 65-74 ปี
* ในเดือน พ.ค. และ มิ.ย. 2564 มีผู้เสียชีวิตประมาณ 9.2 พันคน และ 9 พันคน
* ในเดือน พ.ค. และ มิ.ย. เฉลี่ย 5 ปีที่ผ่านมา มีผู้เสียชีวิต ประมาณ 7.8 พันคน และ 7.4 พันคน

อายุ 85 ปี
* ในเดือน พ.ค. และ มิ.ย. 2564 มีผู้เสียชีวิตประมาณ 8.1 พันคน และ 7.4 พันคน
* ในเดือน พ.ค. และ มิ.ย. เฉลี่ย 5 ปีที่ผ่านมา มีผู้เสียชีวิต ประมาณ 6.8 พันคน และ 5.9 พันคน

น่าเห็นใจสำหรับประชาชนที่เจ็บไข้ไม่สบายด้วยโรคอื่นๆ ผลกระทบจากโควิด-19ทำให้ทุกอย่างยิ่งแย่ลงไปอีก

ไม่เพียงแต่จำนวนเตียงที่ลดลง จำนวนห้องผ่าตัดก็ลดลงอย่างน่าใจหาย ผู้ป่วยที่เป็นนิ่วระบบปัสสาวะที่ต้องการการผ่าตัดก็ต้องรอคิวผ่าตัดนานขึ้น โอกาสเกิดผลแทรกซ้อนก็มากขึ้น

ได้แต่ภาวนาให้สถานการณ์ของโรคโควิด-19 ดีขึ้นในเร็ววัน

บทความจาก
https://www.bbc.com/thai/thailand-57892752

11/08/2021

กาแฟกับผลกระทบต่อสุขภาพ

กาแฟกับผลกระทบต่อสุขภาพ !!!

โพสต์ก่อนหน้านี้เกี่ยวกับเรื่องของกาแฟและระบบปัสสาวะได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก https://www.facebook.com/101685971343117/posts/190151445829902/ ผมเลยสรุปผลของกาแฟต่อระบบอื่นๆของร่างกายด้วยครับ ลองอ่านกันดูครับ

ในบทความจะให้ความหมายของการดื่มคาเฟอีนในปริณมาก คือ >200 มิลลิกรัมต่อครั้ง หรือ >400 มิลลิกรัมต่อวัน ส่วนการดื่มคาเฟอีนในปริณปานกลาง คือ 400 มิลลิกรัมต่อวัน) กระตุ้นให้เกิดอาการวิตกกังวลในผู้ป่วยที่เป็นโรควิตกกังวลและโรคอารมณ์สองขั้ว
- ในคนที่ดื่มคาเฟอีนเป็นประจำอาจเกิดอาการถอนได้เมื่อหยุดดื่ม เช่น ปวดศีรษะ อ่อนเพลีย ไม่กระปรี้กระเปร่า ซึมเศร้า มีอาการคล้ายไข้หวัด อาการจะเป็นมากในข่วง 1-2 วันแรก และจะคงอยู่ประมาณ 2-9 วัน

3.ผลข้างเคียงจากคาเฟอีน
- การดื่มคาเฟอีนในปริมาณมาก ประมาณ 1.2 กรัม อาจทำให้เกิดผลข้างเคียง คือ วิตกกังวล กระสับกระส่าย หงุดหงิด กังวลใจ นอนไม่หลับ สั่น ความคิดและการพูดไหลลื่น ตื่นตัว
- การดื่ม 10-14 กรัม มีอันตรายถึงตาย
- การดื่มเครื่องดื่มชูกำลังที่มีคาเฟอีนในปริมาณมาก (>200 มิลลิกรัม) โดยเฉพาะถ้าผสมกับแอลกอฮอล์ มีอันตรายถึงชีวิต

4.ผลต่อความดันโลหิต,ไขมันในเลือดและโรคหัวใจ
- คนที่เริ่มดื่มกาแฟจะทำให้ความดันโลหิตสูงชั่วคราวในช่วงสัปดาห์แรกของการดื่ม
- ในระยะยาว กาแฟไม่เพิ่มความดันโลหิตแม้กระทั่งคนที่เป็นโรคความดันโลหิตสูง
- กาแฟไม่เพิ่มความเสี่ยงตาอการเป็นโรคความดันโลหิตสูง
- การดื่มกาแฟไม่สัมพันธ์กับการเกิดโรคใจสั่น
- การดื่มกาแฟที่มีคาเฟอีนชนิดฟิลเตอร์ ไม่เกิน 6 แก้วต่อวัน ไม่เป็นสัมพันธ์กับการเกิดโรคหัวใจในคนที่ไม่มีโรคประจำตัวและคนที่มีมีโรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน โรคหัวใจ
- การดื่มกาแฟ 3-5 แก้วต่อวัน ลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจ

5.ผลต่อน้ำหนักตัวและโรคเบาหวาน
- คาเเฟอีนเพิ่มการใช้พลังงานในร่างการ เพิ่มการเผาผลาญ น้ำหนักตัวไม่เพิ่มขึ้น ลดความอยากอาหาร
- ระวังการดื่มคาเฟอีนในเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลเพราะจะทำให้อ้วน
- การดื่มกาแฟเป็นประจำทั้งชนิดที่มีคาเฟอีนและไม่มีคาเฟอีน ลดความเสี่ยงต่อการเป็นเบาหวาน

6.ผลต่อการเกิดโรคมะเร็งและโรคตับ
- การดื่มกาแฟและคาเฟอีนไม่เพิ่มอุบัติการณ์ในการเป็นมะเร็ง และไม่เพิ่มอัตราตายจากมะเร็ง
- ลดความเสี่ยงในการเกิดมะเร็งต่อไปนี้ มะเร็งผิวหนัง มะเร็งเต้านมและมะเร็งต่อมลูกหมาก
- เพิ่มความเสี่ยงต่อมะเร็งเยื่อบุมดลูกและมะเร็งตับ
- กาแฟลดความเสี่ยงในการเกิดโรคตับแข็ง

7.ผลต่อโรคนิ่ว
- ลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคนิ่วถุงน้ำดีและมะเร็งถุงน้ำดี
- ลดความเสี่ยงต่อการเกิดนิ่วไต

8.ผลต่อระบบประสาท
- ลดความเสี่ยงต่อโรคพาร์กินสัน โรคซึมเศร้า และลดการฆ่าตัวตาย

9.ผลต่ออัตราตายจากทุกสาเหตุ
- การดื่มกาแฟ 2-5 แก้วต่อวัน ลดอัตราตายได้
- การดื่มกาแฟ > 5 แก้วต่อวัน อัตราตายต่ำกว่าหรือใกล้เคียงกับคนที่ไม่ดื่มกาแฟ

10.ผลต่อการตั้งครรภ์
- การดื่มคาเฟอีนในปริมาณมากสัมพันธ์กับทารกน้ำหนักตัวน้อยและการแท้ง
- แนะนำให้คนท้องดื่มไม่เกิน 200 มิลลิกรัมต่อวัน

Photos from โรคนิ่วน่ารู้ Urology's post 11/08/2021

กาแฟและระบบปัสสาวะ

09/08/2021

บุหรี่ส่งผลกระทบต่อระบบปัสสาวะอย่างไรบ้าง ?

1. เสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งกระเพาะปัสสาวะ (Bladder cancer)
2. เสี่ยงต่อการหย่อนสมรรภาพทางเพศ (Erectile dysfunction)
3. เสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งไต (Kidney cancer)
4. เสี่ยงต่อการเกิดนิ่วไต (Kidney stone)
5. เสี่ยงต่อการเกิดกระเพาะปัสสาวะอักเสบเรื้อรัง (Painful bladder syndrome)
6. เสี่ยงต่อการเกิดภาวะกระเพาะปัสสาวะบีบตัวไวเกิน (Overactive bladder) และอาการปัสสาวะเล็ดราด (Incontinent)
7. เสี่ยงต่อการมีบุตยาก (Infertility)

บุหรี่เสี่ยงต่อการเกิดนิ่วอย่างไร ?

มีการศึกษาพบว่าบุหรี่ทำให้ไตขับปัสสาวะออกมาน้อยลงครับ เพราะเมื่อสูบบุหรี่จะมีการหลั่งสารที่เรียกว่า Arginine vasopressin ซึ่งมีฤทธิ์ลดการขับปัสสาวะครับ (Antidiuretic hormone) อีกสาเหตุหนึ่งคือเมื่อมีการสูบบุหรี่จะมีระดับสารแคดเมียม (Cadmium) ซึ่งสารตัวนี้จะทำให้เกิดนิ่วมากขึ้นครับ คนที่สูบบุหรี่เป็นเวลานานก็มีมีสารอนุมูลอิสระของออกซิเจน (Reactive oxygen species) สารตัวนี้จะไปทำลายไตส่งผลให้ไตวายเรื้อรังและมีความเสี่ยงที่จะเกิดนิ่วเพิ่มขึ้นครับ เพราะฉะนั้นการสูบบุหรี่ทำให้เกิดมากขึ้นโดยเฉพาะนิ่วแคลเซียมออกซาเลตครับ

มีการศึกษาพบว่าคนที่สูบบุหรี่และป่วยเป็นโรคโควิด-19 จะทำให้อาการรุนแรง อาการแย่ลงอย่างรวดเร็วครับ

ถ้าไม่อยากเป็นนิ่วเป็นโรคหัวใจขาดใจเลือดหรือไม่อยากเป็นอัมพฤกษ์อัมพาต ให้หยุดสูบบุหรี่ตั้งแต่วันนี้นะครับ

อ้างอิง
1.https://www.urologyhealth.org/healthy-living/care-blog/2018/7-urologic-conditions-impacted-by-smoking
2.https://www.liebertpub.com/doi/full/10.1089/end.2020.0378
3https://www.ncbi.nlm.nih.gov/pmc/articles/PMC3614330/pdf/num-05-702.pdf

บุหรี่ส่งผลกระทบต่อระบบปัสสาวะอย่างไรบ้าง ?

1. เสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งกระเพาะปัสสาวะ (Bladder cancer)
2. เสี่ยงต่อการหย่อนสมรรภาพทางเพศ (Erectile dysfunction)
3. เสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งไต (Kidney cancer)
4. เสี่ยงต่อการเกิดนิ่วไต (Kidney stone)
5. เสี่ยงต่อการเกิดกระเพาะปัสสาวะอักเสบเรื้อรัง (Painful bladder syndrome)
6. เสี่ยงต่อการเกิดภาวะกระเพาะปัสสาวะบีบตัวไวเกิน (Overactive bladder) และอาการปัสสาวะเล็ดราด (Incontinent)
7. เสี่ยงต่อการมีบุตยาก (Infertility)

บุหรี่เสี่ยงต่อการเกิดนิ่วอย่างไร ?

มีการศึกษาพบว่าบุหรี่ทำให้ไตขับปัสสาวะออกมาน้อยลงครับ เพราะเมื่อสูบบุหรี่จะมีการหลั่งสารที่เรียกว่า Arginine vasopressin ซึ่งมีฤทธิ์ลดการขับปัสสาวะครับ (Antidiuretic hormone) อีกสาเหตุหนึ่งคือเมื่อมีการสูบบุหรี่จะมีระดับสารแคดเมียม (Cadmium) ซึ่งสารตัวนี้จะทำให้เกิดนิ่วมากขึ้นครับ คนที่สูบบุหรี่เป็นเวลานานก็มีมีสารอนุมูลอิสระของออกซิเจน (Reactive oxygen species) สารตัวนี้จะไปทำลายไตส่งผลให้ไตวายเรื้อรังและมีความเสี่ยงที่จะเกิดนิ่วเพิ่มขึ้นครับ เพราะฉะนั้นการสูบบุหรี่ทำให้เกิดมากขึ้นโดยเฉพาะนิ่วแคลเซียมออกซาเลตครับ

มีการศึกษาพบว่าคนที่สูบบุหรี่และป่วยเป็นโรคโควิด-19 จะทำให้อาการรุนแรง อาการแย่ลงอย่างรวดเร็วครับ

ถ้าไม่อยากเป็นนิ่วเป็นโรคหัวใจขาดใจเลือดหรือไม่อยากเป็นอัมพฤกษ์อัมพาต ให้หยุดสูบบุหรี่ตั้งแต่วันนี้นะครับ

อ้างอิง
1.https://www.urologyhealth.org/healthy-living/care-blog/2018/7-urologic-conditions-impacted-by-smoking
2.https://www.liebertpub.com/doi/full/10.1089/end.2020.0378
3https://www.ncbi.nlm.nih.gov/pmc/articles/PMC3614330/pdf/num-05-702.pdf

01/08/2021

คำแนะนำในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในผู้ป่วยที่มีภาวะกระเพาะปัสสาวะบีบตัวไวเกิน(overactive bladder) สรุปได้ดังนี้

1. การฝึกควบคุมการขับถ่ายของกระเพาะปัสสาวะ (Bladder raining) เพิ่มระยะห่างของการถ่ายปัสสาวะให้มากขึ้น (Incremental voiding schedules) โดยใช้เทคนิคการดึงความสนใจจากความรู้สึกอยากถ่ายปัสสาวะ (Distraction) และการสร้างความมั่นใจในความสามารถในการกลั้นปัสสาวะ (Self-assertion)

2.การบริหารกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกราน (Pelvic floor muscle training) เพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ เพื่อลดความรู้สึกปวดปัสสาวะที่เกิดขึ้นอย่างรุนแรง (Urge suppression)

3.การลดนำ้หนัก ในผู้ป่วยที่มีนำ้หนักตัวมาก (Obesity) แนะนำให้ลดน้ำหนักประมาณร้อยละ 8 ของน้ำหนักตัวเดิม

4.การจำกัดน้ำดื่ม (Fluid restriction) ลดปริมาตรนน้ำดื่มให้เหลือ 3 ใน 4 ของ ปริมาตรเดิม แต่ควรหลีกเลี่ยงในรายที่ดื่มน้ำในปริมาณน้อยอยู่แล้ว ทั้งนี้ควรพิจารณาให้เหมาะสมในผู้ป่วยแต่ละราย

5.การหลีกเลี่ยงหรือลดปริมาณเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน พิจารณาตามความเหมาะสม เพื่อลดอาการปัสสาวะบ่อยและปัสสาวะเร่งรีบ

6.การถ่ายปัสสาวะทันที ที่รู้สึกปวดปัสสาวะ (Prompted voiding) หรือการถ่ายปัสสาวะ ตามเวลา (Timed voiding) มีประโยชน์ในผู้สูงอายุที่มีข้อจำกัดด้านการเคลื่อนไหวหรือมีความผิดปกติทาง ระบบประสาท

บทความจาก หนังสือคําแนะนําสําหรับแพทย์ในการดูแลรักษาผู้ป่วยที่มีภาวะกระเพสะปัสสาวะบีบตัวไวเกิน ในประเทศไทย โดยชมรมควบคุมระบบขับถ่ายปัสสาวะแห่งประเทศไทย

คำแนะนำในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในผู้ป่วยที่มีภาวะกระเพาะปัสสาวะบีบตัวไวเกิน(overactive bladder) สรุปได้ดังนี้

1. การฝึกควบคุมการขับถ่ายของกระเพาะปัสสาวะ (Bladder raining) เพิ่มระยะห่างของการถ่ายปัสสาวะให้มากขึ้น (Incremental voiding schedules) โดยใช้เทคนิคการดึงความสนใจจากความรู้สึกอยากถ่ายปัสสาวะ (Distraction) และการสร้างความมั่นใจในความสามารถในการกลั้นปัสสาวะ (Self-assertion)

2.การบริหารกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกราน (Pelvic floor muscle training) เพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ เพื่อลดความรู้สึกปวดปัสสาวะที่เกิดขึ้นอย่างรุนแรง (Urge suppression)

3.การลดนำ้หนัก ในผู้ป่วยที่มีนำ้หนักตัวมาก (Obesity) แนะนำให้ลดน้ำหนักประมาณร้อยละ 8 ของน้ำหนักตัวเดิม

4.การจำกัดน้ำดื่ม (Fluid restriction) ลดปริมาตรนน้ำดื่มให้เหลือ 3 ใน 4 ของ ปริมาตรเดิม แต่ควรหลีกเลี่ยงในรายที่ดื่มน้ำในปริมาณน้อยอยู่แล้ว ทั้งนี้ควรพิจารณาให้เหมาะสมในผู้ป่วยแต่ละราย

5.การหลีกเลี่ยงหรือลดปริมาณเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน พิจารณาตามความเหมาะสม เพื่อลดอาการปัสสาวะบ่อยและปัสสาวะเร่งรีบ

6.การถ่ายปัสสาวะทันที ที่รู้สึกปวดปัสสาวะ (Prompted voiding) หรือการถ่ายปัสสาวะ ตามเวลา (Timed voiding) มีประโยชน์ในผู้สูงอายุที่มีข้อจำกัดด้านการเคลื่อนไหวหรือมีความผิดปกติทาง ระบบประสาท

บทความจาก หนังสือคําแนะนําสําหรับแพทย์ในการดูแลรักษาผู้ป่วยที่มีภาวะกระเพสะปัสสาวะบีบตัวไวเกิน ในประเทศไทย โดยชมรมควบคุมระบบขับถ่ายปัสสาวะแห่งประเทศไทย

25/07/2021

ภาวะกระเพาะปัสสาวะบีบตัวไวเกิน คืออะไร

ภาวะกระเพาะปัสสาวะบีบตัวไวเกิน (overactive bladder, OAB) เป็นชื่อของ กลุ่มอาการของระบบทางเดินปัสสาวะส่วนล่าง ซึ่งประกอบด้วย 4 อาการ ดังนี้
• ปวดปัสสาวะรีบเร่ง (urgency) หมายถึง อาการรู้สึกอยากถ่ายปัสสาวะซึ่งเกิดขึ้นฉับพลันและรุนแรงจนไม่สามารถรอได้ (โดยปกติคนเราจะสามารถกลั้นปัสสาวะและ ชะลอการถ่ายปัสสาวะได้
• ปัสสาวะบ่อย (frequency) หมายถึง มีการถ่ายปัสสาวะที่บ่อยกว่าปกติ คือ มากกว่า 8 ครั้งต่อวัน (24 ชั่วโมง) (จำนวนครั้งที่แต่ละบุคคลถ่ายปัสสาวะในระหว่างวัน อาจแตกต่างกันแต่ผู้เชี่ยวชาญส่วนใหญ่มีความเห็นว่าการปัสสาวะมากกว่า 8 ครั้ง ในหนึ่งวัน เข้าข่ายว่า “ปัสสาวะบ่อยกว่าปกติ”)
• กลั้นปัสสาวะไม่อยู่ หรือปัสสาวะเล็ดราด (urge incontinence) หมายถึง การเล็ดราดของปัสสาวะที่ไม่สามารถควบคุมได้เนื่องจากความรู้สึกปวดปัสสาวะอย่างฉับพลัน (แม้อาการเล็ดราดของปัสสาวะอาจเป็นอาการอย่างหนึ่งของภาวะ OAB แต่ไม่ใช่ทุกคน ที่จะต้องมีอาการนี้ร่วมด้วย)
• ปัสสาวะบ่อยตอนกลางคืน (nocturia) หมายถึง ตื่นขึ้นมาเพื่อปัสสาวะตั้งแต่ 1 ครั้งขึ้นไปหลังจากเข้านอนแล้ว (คนส่วนใหญ่สามารถนอนหลับได้ 6-8 ชั่วโมงโดยไม่ต้อง ปัสสาวะ ดังนั้นการตื่นขึ้นมาเพื่อปัสสาวะตั้งแต่ 1 ครั้งขึ้นไป จึงเข้าเกณฑ์พิจารณา)

ปัจจุบันให้ความสำคัญของอาการปัสสาวะเร่งรีบ (urgency) เป็นอาการสำคัญ โดยอาจมีปัสสาวะเล็ดราดตามหลังอาการปัสสาวะเร่งรีบ (urge incontinence) ร่วมด้วยหรือไม่มีก็ได้ และพบว่าผู้ป่วยมักจะมีอาการปัสสาวะบ่อย (frequency) ปัสสาวะบ่อยตอนกลางคืน (nocturia) ร่วมอยู่ด้วย

บทความจาก หนังสือคําแนะนําสําหรับแพทย์ในการดูแลรักษาผู้ป่วยที่มีภาวะกระเพสะปัสสาวะ บีบตัวไวเกิน ในประเทศไทย โดย ชมรมควบคุมระบบขับถ่ายปัสสาวะแห่งประเทศไทย

ภาวะกระเพาะปัสสาวะบีบตัวไวเกิน คืออะไร

ภาวะกระเพาะปัสสาวะบีบตัวไวเกิน (overactive bladder, OAB) เป็นชื่อของ กลุ่มอาการของระบบทางเดินปัสสาวะส่วนล่าง ซึ่งประกอบด้วย 4 อาการ ดังนี้
• ปวดปัสสาวะรีบเร่ง (urgency) หมายถึง อาการรู้สึกอยากถ่ายปัสสาวะซึ่งเกิดขึ้นฉับพลันและรุนแรงจนไม่สามารถรอได้ (โดยปกติคนเราจะสามารถกลั้นปัสสาวะและ ชะลอการถ่ายปัสสาวะได้
• ปัสสาวะบ่อย (frequency) หมายถึง มีการถ่ายปัสสาวะที่บ่อยกว่าปกติ คือ มากกว่า 8 ครั้งต่อวัน (24 ชั่วโมง) (จำนวนครั้งที่แต่ละบุคคลถ่ายปัสสาวะในระหว่างวัน อาจแตกต่างกันแต่ผู้เชี่ยวชาญส่วนใหญ่มีความเห็นว่าการปัสสาวะมากกว่า 8 ครั้ง ในหนึ่งวัน เข้าข่ายว่า “ปัสสาวะบ่อยกว่าปกติ”)
• กลั้นปัสสาวะไม่อยู่ หรือปัสสาวะเล็ดราด (urge incontinence) หมายถึง การเล็ดราดของปัสสาวะที่ไม่สามารถควบคุมได้เนื่องจากความรู้สึกปวดปัสสาวะอย่างฉับพลัน (แม้อาการเล็ดราดของปัสสาวะอาจเป็นอาการอย่างหนึ่งของภาวะ OAB แต่ไม่ใช่ทุกคน ที่จะต้องมีอาการนี้ร่วมด้วย)
• ปัสสาวะบ่อยตอนกลางคืน (nocturia) หมายถึง ตื่นขึ้นมาเพื่อปัสสาวะตั้งแต่ 1 ครั้งขึ้นไปหลังจากเข้านอนแล้ว (คนส่วนใหญ่สามารถนอนหลับได้ 6-8 ชั่วโมงโดยไม่ต้อง ปัสสาวะ ดังนั้นการตื่นขึ้นมาเพื่อปัสสาวะตั้งแต่ 1 ครั้งขึ้นไป จึงเข้าเกณฑ์พิจารณา)

ปัจจุบันให้ความสำคัญของอาการปัสสาวะเร่งรีบ (urgency) เป็นอาการสำคัญ โดยอาจมีปัสสาวะเล็ดราดตามหลังอาการปัสสาวะเร่งรีบ (urge incontinence) ร่วมด้วยหรือไม่มีก็ได้ และพบว่าผู้ป่วยมักจะมีอาการปัสสาวะบ่อย (frequency) ปัสสาวะบ่อยตอนกลางคืน (nocturia) ร่วมอยู่ด้วย

บทความจาก หนังสือคําแนะนําสําหรับแพทย์ในการดูแลรักษาผู้ป่วยที่มีภาวะกระเพสะปัสสาวะ บีบตัวไวเกิน ในประเทศไทย โดย ชมรมควบคุมระบบขับถ่ายปัสสาวะแห่งประเทศไทย

วิดีโอทั้งหมด (แสดงผลทั้งหมด)

ที่อยู่


โรงพยาบาลยะลา
Yala
Yala สถานเสริมความงามอื่นๆ (แสดงผลทั้งหมด)
Natural Beauty By Arisa Thailand Natural Beauty By Arisa Thailand
88/454 หมู่บ้านพฤกษา4 ตำบลมหาสวัสดิ์ อำเภอพุทธมณฑล จังหวัดนครปฐม
Yala, 95000

ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวหน้าและบำรุงผิว 0973619983/083-1952924Facebook: Natural beauty by arisa thailand

Machet-Garlete By Liza Machet-Garlete By Liza
ร้าน Make Me Up อยู่หลัง วค ล็อคA6
Yala, 95000

ยาตัวนี้ทำให้เรารู้สึกอิ่มเร็ว....ชุดนึงมี30เม็ด กินได้1เดือน

Kamdang ปรับผิวขาวใส By BeNa Kamdang ปรับผิวขาวใส By BeNa
ยะลา
Yala, 95000

ปรับสีผิวขาวใส หน้าใส ราคา 35 - 250

ยะลา กิฟฟารีน ยะลา กิฟฟารีน
ถนนรัฐกิจ
Yala, 95000

บริการรับสมัครสมาชิกและสินค้ากิฟฟารีน

สบู่อสุจิปลาแซลม่อน สบู่อสุจิปลาแซลม่อน
102 Home,satingnokvillage,muang,yala
Yala, 95000

สินค้าราคาส่ง ถูกตั้งแต่ชิ้นแรก ✨รับส่งในนาม จัดส่ง จ,พ,ศ

นาย สกาย ช่าง แต่งหน้าทำผม นาย สกาย ช่าง แต่งหน้าทำผม
(ตลาดเก่า) ซ.สิโรรส 14ต.สะเตง อ.เมือง จ.ยะลา 95000
Yala, 95000

บริการด้วยใจนั้นคือเรา ติดต่อได้

Chomella Cosmetic Lab Chomella Cosmetic Lab
โชเมลล่า คอสเมติก, 306 ถ.ผังเมือง 4, ต.สะเตง, อ.เมือง, จ.ยะลา, 95000
Yala, 95000

ผลิต-จำหน่าย เครื่องสำอาง ปลีก - ส่ง

MIR international Yala ผลิตภัณฑ์เสริมความง MIR international Yala ผลิตภัณฑ์เสริมความง
Sateng, Mueang Yala District, Yala
Yala, 95000

MIR international Yala ผลิตภัณฑ์เสริมความงาม ดูแลสุขภาพ และสินค้าในชีวิตประจำวัน

Faris shop Faris shop
ถนน ผังเมือง 4
Yala, 95000

เฟี้ยวฟ้าวการค้า

Yalabeautyshop Yalabeautyshop
ตลาดเก่า
Yala, 95000

จำหน่าย สมุนไพรสลายไขมัน & ชาเชียวกลูต้า,สบู่กลูต้าเมล่อนญี่ปุ่น By Kulying

ห้างบูรพา Boorapa Shopping Mall ห้างบูรพา Boorapa Shopping Mall
318 Sukayang Road, Betong
Yala, 95110

จำหน่ายเสื้อผ้าสุภาพบุรุษ สุภาพสตรี เด็กและเครื่องสำอาง