สำนักงานมิ่งเมืองทนายความ

สำนักงานมิ่งเมืองทนายความ

สำนักงานมิ่งเมืองทนายความ รับปรึกษาอรรถคดี รับว่าความทั่วราชอาณาจักร คดีแพ่ง คดีอาญา คดีล้มละลาย คดีแรงงาน ฯ นิติกรรมสัญญา พินัยกรรม

เปิดเหมือนปกติ

Photos from สำนักงานมิ่งเมืองทนายความ's post 10/01/2021

สำนักงานมิ่งเมืองทนายความ
ได้ร่วมกับผู้ใหญ่ใจดี❤️👍
มอบอุปกรณ์การเรียนและสิ่งของที่เป็นประโยชน์พร้อมอาหารกลางวัน ให้แก่นักเรียนโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนยอดโพธิ์ทอง1 บ้านภูต่าง ตำบลบ่อเบี้ย อำเภอบ้านโคก จังหวัดอุตรดิตถ์

13/03/2020

สำนักงานมิ่งเมืองทนายความ's cover photo

24/12/2019

Photos from สำนักงานมิ่งเมืองทนายความ's post

24/12/2019

เมื่อวันที่ 21 ธันวาคม ที่ผ่านมา สำนักงานฯ และผู้มีจิตศรัทธา เดินทางไปบริจาคสิ่งของและเลี้ยงอาหารกลางวันเด็กนักเรียนโรงเรียนตำรวจตระเวนขายแดนยอดโพธิ์ทอง 1 ตำบลบ่อเบี้ย อำเภอบ้านโคก จังหวัดอุตรดิตถ์

07/08/2019

7 สิงหาคมของทุกปี เป็นวันรพี สำนักงานฯ ร่วมถวายพวงมาลา สักการะพระบิดากฎหมายไทย #ทีมกฎหมายมืออาชีพ

03/05/2019

วันนี้ สำนักงานฯ มีนัดไกล่เกลี่ยคดีกลุ่มชาวนา ขายข้าวแล้วไม่ได้รับเงิน จำนวน 17 คดี #คดีช่วยเหลือ #ศาลจังหวัดอุตรดิตถ์

28/01/2019

ณ โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน ยอดโพธิ์ทอง 1

27/01/2019

สำนักงานมิ่งเมืองทนายความ ได้มาเลี้ยงอาหารกลางวัน เมนู ข้าวมันไก่ แก่เด็กนักเรียนโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนยอดโพธิ์ทอง ตำบลบ่อเบี้ย อำเภอบ้านโคก จังหวัดอุตรดิตถ์ และได้รับการสนับสนุนจากผู้ใหญ่ใจดี นำของเล่นตุ๊กตา อุปกรณ์การเรียน เสื้อผ้า ถุงมือ ถุงเท้า มาแจกเด็กนักเรียน เพื่อบรรเทาความหนาวเย็น

23/08/2018

โรงเรียนไตรศาสตร์วิเทศศึกษา ได้เชิญทนายฮัท อุตรดิตถ์ เป็นวิทยากร เชิญเล่าประสบการณ์การศึกษาเพื่อมุ่งสู่อาชีพ ทนายความ ตามหัวข้อการเรียนการสอนเรื่องอาชีพ ในฝัน เด็กๆน่ารักทุกคน

13/08/2018

สำนักงานมิ่งเมืองทนายความ ร่วมน้อมรำลึกวันสิ้นพระชนม์ พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้ารพีพัฒนศักดิ์ กรมหลวงราชบุรีดิเรกฤทธิ์ วันที่ 7 สิงหาคม 2561 ณ ศาลจังหวัดอุตรดิตถ์

office 26/05/2018

office

03/03/2018

สำนักงานฯ ร่วมอบรมในโครงการของ สภาทนายความฯ

[03/02/18]   "ยักยอกทรัพย์"
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3222/2560 โจทก์ร่วมนำรถจักรยานยนต์ไปจำนำแก่จำเลยเพื่อเป็นประกันการชำระหนี้กู้ยืมที่โจทก์ร่วมกู้ยืมเงินจากจำเลย ไม่ปรากฏว่ามีการกำหนดเวลาชำระหนี้ไว้ แม้โจทก์ร่วมผิดนัดชำระดอกเบี้ยตามที่ตกลงกัน โจทก์ร่วมก็ยังคงเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ในทรัพย์ที่จำนำ จำเลยมีสิทธิทวงถามให้โจทก์ร่วมชำระดอกเบี้ยที่ค้างชำระและเรียกให้ชำระหนี้ทั้งหมด หากโจทก์ร่วมไม่ชำระหนี้ จำเลยก็ชอบที่จะใช้สิทธิ์บังคับจำนำตามบทบัญญัติของกฎหมายตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 764 จำเลยไม่มีสิทธิ นำรถของโจทก์ร่วมไปขาย ต่อมาเมื่อโจทก์ร่วมไปขอไถ่รถจักรยานยนต์คืน จำเลยแจ้งว่าได้ขายรถจักรยานยนต์ดังกล่าวไปแล้ว แต่หลังจากโจทก์ร่วมไปร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน แล้วเจ้าพนักงานตำรวจเรียกจำเลยไปไกล่เกลี่ย จำเลยกลับแจ้งว่าจำเลยไม่ได้รับจำนำรถจักรยานยนต์จากโจทก์ร่วมอันเป็นการปฏิเสธไม่คืนทรัพย์สินให้แก่โจทก์ร่วม พฤติการณ์ดังกล่าวของจำเลยจึงฟังได้ว่าจำเลยเบียดบังเอารถจักรยานยนต์ของโจทก์ร่วมที่จำนำไว้แก่จำเลยไปเป็นของตนหรือบุคคลที่สามโดยทุจริต การกระทำของจำเลยจึงเป็นความผิดฐานยักยอกทรัพย์ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 352 วรรคแรก

ที่มา facebook "ฎีกาขั้นเทพ"

18/02/2018

สำนักงานมิ่งเมืองทนายความ

08/01/2018

ส่งความสุข ปีใหม่ 2561 # ผู้จัดการสหกรณ์การเกษตรเมืองอุตรดิตถ์ จำกัด

29/12/2017

เดินสายสวัสดีปีใหม่ ท่านพีระศักดิ์ พอจิต, ห้างหุ้นส่วนจำกัดสุนิสาจุฬารัตน์การโยธา และทนายชาญชัย ประเสริฐศักดิ์

20/11/2017

สำนักงานมิ่งเมืองทนายความ's cover photo

04/10/2017

สำนักงานมิ่งเมืองทนายความ's cover photo

[09/21/17]   คำถาม

การที่ผู้ตายเดินถือมีดเข้าหาจำเลยในลักษณะมีเจตนาจะใช้มีดเป็นอาวุธแทงทำร้ายจำเลย จำเลยจึงใช้อาวุธปืนยิงผู้ตายจำนวน ๒ นัด ถูกบริเวณต้นขาขวาและยิงที่หน้าอกผู้ตายอีกหนึ่งนัดจนถึงแก่ความตายเป็นการป้องกันโดยชอบด้วยกฏหมายและพอสมควรแก่เหตุหรือไม่

หลักฎหมาย

ประมวลกฎหมายอาญา
มาตรา ๖๘ ผู้ใดจำต้องกระทำการใดเพื่อป้องกันสิทธิของตนหรือของผู้อื่นให้พ้นภยันตรายซึ่งเกิดจากการประทุษร้ายอันละเมิดต่อกฎหมาย และเป็นภยันตรายที่ใกล้จะถึง ถ้าได้กระทำพอสมควรแก่เหตุ การกระทำนั้นเป็นการป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย ผู้นั้นไม่มีความผิด

มาตรา ๖๙ ในกรณีที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๖๗ และมาตรา ๖๘ นั้น ถ้าผู้กระทำได้กระทำไปเกินสมควรแก่เหตุ หรือเกินกว่ากรณีแห่งความจำเป็น หรือเกินกว่ากรณีแห่งการจำต้องกระทำเพื่อป้องกัน ศาลจะลงโทษน้อยกว่าที่กฎหมายกำหนดไว้สำหรับความผิดนั้นเพียงใดก็ได้แต่ถ้าการกระทำนั้นเกิดขึ้นจากความตื่นเต้น ความตกใจ หรือความกลัว ศาลจะไม่ลงโทษผู้กระทำก็ได้

มาตรา ๒๘๘ ผู้ใดฆ่าผู้อื่น ต้องระวางโทษประหารชีวิต จำคุกตลอดชีวิต หรือจำคุกตั้งแต่สิบห้าปีถึงยี่สิบปี

คำตอบ
-เป็นการป้องกันเกินสมควรแก่เหตุ

มีคำพิพากษาฎีกาที่ ๑๒๗๒/๒๕๖๐ วินิจฉัยว่า ในช่วงเวลาเกิดเหตุผู้ตายเดินถือมีดของกลางเข้าหาจำเลยในลักษณะมีเจตนาจะใช้มีเป็นอาวุธแทงประทุษร้ายจำเลย อันเป็นการละเมิดต่อกฎหมายและเป็นพยันตรายที่ใกล้จะถึงจำเลยย่อมมีสิทธิที่จะทำการอย่างหนึ่งอย่างใดเพื่อป้องกันตัวเองได้ ซึ่งการที่จำเลยใช้อาวุธปืนยิงผู้ตาย ๒ นัดโดยถูกผู้ตายที่บริเวณต้นขาขวาทั้ง ๒ นัดในขณะที่ผู้ตายมีอาการเมาสุราและผู้ตายมีอายุมากกว่าจำเลย นับว่าน่าจะหยุดยั้งการกระทำของผู้ตายได้แล้ว การที่จำเลยยังเลือกยิงผู้ตายอีก ๑ นัด ถูกที่บริเวณหน้าอกอันเป็นอวัยวะสำคัญจนผู้ตายถึงแก่ความตาย ดังนี้ ไม่เป็นการป้องกันตัวพอสมควรแก่เหตุแต่เป็นการป้องกันเกินกว่ากรณีแห่งการจำเป็นต้องกระทำเพื่อป้องกันตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๖๙

ที่มา: คำพิพากษาฎีกา พ.ศ.๒๕๖๐ ตอนที่ ๑ จัดพิมพ์โดยเนติบัณฑิตยสภา

[08/15/17]   "ฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน"
คำพิพากษาศาลฎีกาที่1180/2558 การฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อนหมายความว่า ก่อนทำการฆ่าผู้กระทำความผิดได้คิดไตร่ตรองทบทวนแล้วจึงตกลงใจกระทำความผิด ไม่ใช่กระทำไปโดยปัจจุบันทันด่วนเพราะเมาสุราหรือบันดาลโทสะ พฤติการณ์ที่จำเลยกับผู้ตายเล่นการพนันและทะเลาะวิวาทกันขณะจำเลยเมาสุรานั้น เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเฉพาะหน้า ความโกรธจะมากน้อยเพียงใดก็แล้วแต่สภาพจิตของแต่ละคน แต่การที่จำเลยออกจากที่เกิดเหตุแล้วกลับมาอีกครั้งใช้เวลาประมาณ 5 นาที พร้อมอาวุธมีด แสดงว่าจำเลยโกรธมากในการทะเลาะวิวาทกับผู้ตาย ระยะเวลาที่เกิดขึ้นรวดเร็วเพียงนั้นโอกาสที่จำเลยจะได้คิดไตร่ตรองทบทวนไว้ก่อนย่อมมีน้อย การที่จำเลยกลับมายังที่เกิดเหตุแล้วใช้อาวุธมีดแทงผู้ตายในเวลาต่อเนื่องกัน จึงไม่พอรับฟังว่าจำเลยมีเจตนาฆ่าผู้ตายโดยไตร่ตรองไว้ก่อน

ที่มา: เฟสบุ๊ค ฎีกาขั้นเทพ

07/08/2017

สำนักงานฯ ร่วมพิธีถวายพวงมาลาสักการะ "พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงราชบุรีดิเรกฤทธิ์" #พระบิดาแห่งกฎหมายไทย

[08/01/17]   คำถาม

โทรศัพท์ให้ผู้เสียหายนำเงินมามอบให้โดยขู่เข็ญว่าหากไม่นำเงินมาให้จะนำเรื่องความสัมพันธ์ชู้สาวระหว่างตนกับผู้เสียหายซึ่งเป็นเรื่องที่ผู้เสียหายต้องการจะปกปิดเป็นความลับไปเปิดเผยต่อบุคคลอื่นเป็นความผิดฐานใด

หลักกฏหมาย

ป.อ. มาตรา 337 ผู้ใดข่มขืนใจผู้อื่นให้ยอมให้หรือยอมจะให้ตนหรือผู้อื่นได้ประโยชน์ในลักษณะที่เป็นทรัพย์สิน โดยใช้กำลังประทุษร้าย หรือโดยขู่เข็ญว่าจะทำอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย เสรีภาพ ชื่อเสียงหรือทรัพย์สินของผู้ถูกขู่เข็ญหรือของบุคคลที่สาม จนผู้ถูกข่มขืนใจยอมเช่นว่านั้น ผู้นั้นกระทำความผิดฐานกรรโชก ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี และปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท ฯ

มาตรา 338 ผู้ใดข่มขืนใจผู้อื่น ให้ยอมให้ หรือยอมจะให้ตนหรือผู้อื่นได้ประโยชน์ในลักษณะที่เป็นทรัพย์สิน โดยขู่เข็ญว่าจะเปิดเผยความลับซึ่งการเปิดเผยนั้นจะทำให้ผู้ถูกขู่เข็ญหรือบุคคลที่สามเสียหาย จนผู้ถูกข่มขืนใจยอมเช่นว่านั้น ผู้นั้นกระทำความผิดฐานรีดเอาทรัพย์ ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงสิบปี และปรับตั้งสองพันบาทถึงสองหมื่นบาท

คำตอบ

คำพิพากษาฎีกาที่ 12685/2558
ปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่าการกระทำของจำเลยครบองค์ประกอบความผิดฐานรีดเอาทรัพย์ ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 338 หรือไม่ จำเลยฎีกาว่าการขู่เข็ญว่าจะเปิดเผยความลับต้องเป็นการขู่เข็ญว่าจะเปิดเผยความลับที่เป็นการกระทำที่ชอบด้วยกฏหมายเท่านั้น การขู่เข็ญว่าจะเปิดเผยความลับที่ผิดศีลธรรมอันดีของประชาชนจึงไม่เป็นความผิด นั้น
เห็นว่าการขู่เข็ญว่าจะเปิดเผยความลับตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 338 หมายความว่า การขู่เข็ญว่าจะเปิดเผยเหตุการณ์หรือข้อเท็จจริงที่ไม่ประจักษ์แก่บุคคลทั่วไปและเป็นข้อเท็จจริงที่เจ้าของความลับประสงค์จะปกปิดไม่ให้บุคคลอื่นรู้ ดังนี้ ความลับจึงไม่จำเป็นต้องเป็นการกระทำที่ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ชอบด้วยกฎหมาย หรือผิดศีลธรรมอันดีของประชาชน หากเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริงและเจ้าของข้อเท็จจริงประสงค์จะปกปิด ไม่ให้บุคคลอื่นรู้ก็ถือว่าเป็นความลับแล้ว เมื่อจำเลยยอมรับข้อเท็จจริงว่าจำเลยมีภริยาอยู่แล้วแต่จำเลยกับผู้เสียหายสมัครใจมีความสัมพันธ์ฉันชู้สาวกันมาประมาณ 1 ปี ข้อเท็จจริงที่จำเลยกับผู้เสียหายมีความสัมพันธ์ฉันชู้สาวจึงเป็นข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นจริง เมื่อเป็นการกระทำที่ผิดศีลธรรมอันดีของประชาชนแสดงว่าผู้เสียหายประสงค์จะปกปิดไม่ให้บุคคลอื่นโดยเฉพาะภริยาจำเลยรู้เรื่อง เรื่องดังกล่าวนั้นจึงเป็นความลับของผู้เสียหาย

ดังนั้นการที่จำเลยขู่เข็ญผู้เสียหายว่าหากไม่นำเงินจำนวน 20,000 บาทมาให้จำเลยแล้วจำเลยจะนำเรื่องความสัมพันธ์ฉันชู้สาวดังกล่าวไปเปิดเผยต่อบุคคลอื่นจึงเป็นการขู่เข็ญว่าจะเปิดเผยความลับของผู้เสียหายการกระทำ ของจำเลยจึงครบองค์ประกอบและเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 338

หมายเหตุ
คดีนี้ศาลพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 337 วรรคแรก มาตรา 338 แต่ให้ลงโทษฐานรีดเอาทรัพย์ ซึ่งเป็นบทที่มีโทษหนักสุด

ที่มา บทบรรณาธิการ เนติฯ ภาคหนึ่งสมัยที่ 70 เล่มที่ 8

[07/25/17]   คำถาม
บุคคลที่ได้กรรมสิทธิ์ในที่ดินโดย การครอบครองปรปักษ์ แต่ยังไม่ได้จดทะเบียนการได้มาซึ่งจะยกขึ้นเป็นข้อต่อสู้คนภายนอกผู้ได้สิทธิ์มาโดยเสียค่าตอบแทนและโดยสุจริตและได้จดทะเบียนสิทธิ์โดยสุจริตแล้วไม่ได้นั้น หากบุคคลดังกล่าวโอนที่ดินนั้นต่อไปและผู้รับโอนต่อมาไม่สุจริต บุคคลที่ได้กรรมสิทธิ์โดยการครอบครองปรปักษ์กับผู้รับโอนต่อมาใครจะมีสิทธิ์ในที่ดินดีกว่ากัน

หลักกฏหมาย
มาตรา 1382 บุคคลใดครอบครองทรัพย์สินของผู้อื่นไว้โดยความสงบและโดยเปิดเผยด้วยเจตนาเป็นเจ้าของ ถ้าเป็นอสังหาริมทรัพย์ได้ครอบครองติดต่อกันเป็นเวลาสิบปี ถ้าเป็นสังหาริมทรัพย์ได้ครอบครองติดต่อกันเป็นเวลาห้าปีไซร้ ท่านว่าบุคคลนั้นได้กรรมสิทธิ์

มาตรา 1299 วรรคสอง
ถ้ามีผู้ได้มาซึ่งอสังหาริมทรัพย์หรือทรัพยสิทธิอันเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์โดยทางอื่นนอกจากนิติกรรม สิทธิของผู้ได้มานั้น ถ้ายังมิได้จดทะเบียนไซร้ ท่านว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงทางทะเบียนไม่ได้ และสิทธิอันยังมิได้จดทะเบียนนั้น มิให้ยกขึ้นเป็นข้อต่อสู้บุคคลภายนอกผู้ได้สิทธิมาโดยเสียค่าตอบแทนและโดยสุจริต และได้จดทะเบียนสิทธิโดยสุจริตแล้ว

คำตอบ
แม้จำเลยได้ยึดถือครอบครองที่ดินพิพาทมาโดยความสงบและโดยเปิดเผยด้วยเจตนาเป็นเจ้าของมาตั้งแต่ปี 2525 เป็นเวลาเกินกว่า 10 ปี แล้ว ย่อมได้กรรมสิทธิ์ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1382 ก็ตาม แต่เมื่อบรรษัทบริหารสินทรัพย์ ท รับโอนสิทธิจำนองที่ดินพิพาทจากเจ้าหนี้จำนองของเจ้าของที่ดินเดิมและยังเป็นผู้ซื้อที่ดินพิพาทโดยสุจริตและได้จดทะเบียนสิทธิ์โดยสุจริตเมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2549 แล้ว จำเลยย่อมไม่อาจอ้างสิทธิครอบครองปรปักษ์ขึ้นใช้ยัน บรรษัทบริหารสินทรัพย์ ท ได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1299 วรรคสอง ต่อมา บรรษัทบริหารสินทรัพย์ ท ได้โอนให้แก่บริษัท ส เมื่อวันที่ 17 มิถุนายน 2553 ต่อมาวันที่ 4 เมษายน 2555 โจทก์ได้รับโอนที่ดินพิพาทจากบริษัท ส อันเป็นระยะเวลาภายใน 10 ปีนับแต่วันที่บรรษัทบริหารสินทรัพย์ ทโอนขายให้แก่บริษัท ส และบริษัท ส โอนขายแก่โจทก์ ดังนี้ไม่ว่าโจทก์จะรับโอนมาโดยสุจริตหรือไม่ก็ตาม จำเลยซึ่งเป็นผู้ครอบครองไม่อาจยกสิทธิ์ของตนขึ้นยันโจทก์ผู้รับโอนคนต่อๆมาได้ สิทธิ์ของผู้ครอบครองได้ขาดตอนไปแล้วตั้งแต่ผู้รับโอนทางทะเบียนโดยสุจริตตอนแรก แม้จำเลยจะยังครอบครองที่ดินพิพาทตลอดมาแต่ก็เป็นการครอบครองในช่วงจากที่โจทก์รับโอนที่ดินภาพเมื่อนับถึงวันฟ้องยังไม่ครบ 10 จะถือว่ามีการครอบครองปรปักษ์ต่อโจทก์ครบเวลาได้กรรมสิทธิ์ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ตามมาตรา 1382 แล้วหาได้ไม่

ที่มา บทบรรณาธิการเนติฯ ภาคหนึ่ง สมัยที่ 70 เล่ม 6

02/06/2017

Profile Pictures

02/06/2017

สำนักงานมิ่งเมืองทนายความ

[03/29/17]   คำถาม

ขับรถพาคนร้ายมาส่งยังสถานที่ลักทรัพย์ แล้วนัดหมายกำหนดเวลากันว่าจะมารับกลับเมื่อใด ถือว่าเป็นตัวการร่วมในการกระทำความผิดดังกล่าวหรือไม่

คำตอบ

มีคำพิพากษาฎีกาที่ ๒๘๙๗ / ๒๕๕๑ วินิจฉัยไว้ว่า การขับรถจักรยานยนต์พาจำเลยที่ ๑ มาส่งยังสถานที่ลักทรัพย์แล้วนัดหมายกำหนดเวลากันว่าจะขับรถจักรยานยนต์มารับกลับเมื่อใดนั้น ถือได้ว่า จำเลยที่ ๓ และที่ ๕ ได้กระทำการอันเป็นการช่วยเหลือจำเลยที่ ๑ ก่อนและขณะกระทำความผิด จำเลยที่ ๓ และที่ ๕ จึงไม่เป็นตัวการร่วมกับจำเลยที่ ๑ กระทำความผิดฐานลักทรัพย์ แต่เป็นผู้สนับสนุนการกระทำความผิดตาม ปอ.มาตรา ๘๖ ซึ่งศาลฎีกามีอำนาจพิพากษาลงโทษจำเลยที่ ๓ และที่ ๕ ในความผิดดังกล่าวตามที่ได้ความตาม ป.วิ.อ มาตรา ๑๙๒ วรรคสองได้

คำพิพากษาฎีกาที่ ๑๒๘๕ / ๒๕๔๒ จำเลยที่ ๑ ขับรถกระบะพาจำเลยที่ ๒ ผ่านหน้าบ้านผู้เสียหายไปประมาณ ๓๐๐ เมตร แล้วจอดรถให้จำเลยที่ ๒ กับพวกลงจากรถเดินย้อนกลับไปปล้นทรัพย์ที่บ้านผู้เสียหายส่วนจำเลยที่ ๑ ขับรถอ้อมไปอีกทางไปจอดรถรอรับจำเลยทั้งสองกับพวก ห่างบ้านผู้เสียหายประมาณ ๑ กิโลเมตร หลังจากจำเลยที่ ๒ กับพวกปล้นทรัพย์ผู้เสียหายแล้วได้มาขึ้นรถจำเลยที่ ๑ ตามที่นัดแนะกันไว้ จากนั้นจำเลยที่ ๑ ขับรถพาจำเลยที่ ๒ กับพวก หลบหนีไปแต่ขณะจำเลยที่ ๒ กับพวกทำการปล้นทรัพย์อยู่ที่บ้านผู้เสียหายจำเลยที่ ๑ อยู่ระหว่างขับรถอ้อมมาและจอดรถห่างบ้านผู้เสียหายทั้งสองประมาณ ๑ กิโลเมตร จำเลยที่ ๑ ไม่ได้อยู่ในวิสัยที่จะช่วยเหลือจำเลยที่ ๒ กับพวกได้จึงยังถือไม่ได้ว่าจำเลยที่ ๑ เป็นตัวการร่วมกับจำเลยที่ ๒ กับพวกปล้นทรัพย์ผู้เสียหายการกระทำของจำเลยที่ ๑ เป็นเพียงการช่วยเหลือหรือให้ความสะดวกแก่จำเลยที่ ๒ กับพวกในการปล้นทรัพย์ผู้เสียหายก่อนกระทำความผิดจำเลยที่ ๑ จึงมีความผิดฐาน เป็นผู้สนับสนุนการกระทำความผิดดังกล่าวตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๘๖ เท่านั้น และเมื่อจำเลยที่ ๑ ไม่ทราบว่าจำเลยที่ ๒ กับพวกมีอาวุธติดตัวไปด้วยจึงไม่อาจปรับบทลงโทษจำเลยที่ ๑ ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๓๔๐ วรรคสองได้ จำเลยที่ ๑ คงมีความผิดตามมาตรา ๓๔๐ วรรคหนึ่ง

จำเลยที่ ๑ เพียงขับรถมาส่งจำเลยที่ ๒ กับพวกทางบ้านผู้เสียหายประมาณ ๓๐๐ เมตรแล้วขับรถอ้อมไปจอดรอรับจำเลยที่ ๒ กับพวกห่างบ้านผู้เสียหายทั้งสองประมาณ ๑ กิโลเมตร เป็นเพียงการใช้ยานพาหนะเพื่อให้พ้นการจับกุมเท่านั้นจำเลยที่ ๑ มิได้ใช้ยานพาหนะเพื่อกระทำความผิดด้วย แม้ปัญหาดังกล่าวนี้จำเลยที่ ๑ จะไม่ได้ยกขึ้นฎีกาแต่เป็นปัญหาข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยศาลฎีกามีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยและแก้ไขเสียให้ถูกต้อง ได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา ๑๙๕ วรรคสอง ประกอบมาตรา ๒๒๕

คำพิพากษาฎีกาที่ ๓๔๖ / ๒๕๒๙ จำเลยเพียงขับรถยนต์พาคนร้ายอื่นมาส่งและจำเลยนั่งรอในรถที่จอดอยู่ในซอยห่างที่เกิดเหตุประมาณ ๑๒๐ เมตรจุดนั้นไม่สามารถมองเห็นที่เกิดเหตุได้จึงฟังไม่ได้ว่าจำเลยจะคอยดูต้นทางให้คนร้ายอื่นทางข้อเท็จจริงไม่ได้ความว่าจำเลยร่วมสมคบกับคนร้ายอื่นวางแผนตัดเตรียมมาปล้นซับผู้เสียหายและไม่ปรากฏว่าจำเลยได้ร่วมกระทำการอย่างใดอันเพิ่งถือได้ว่าเป็นการแบ่งหน้าที่กันทำการปล้นซับผู้เสียหาย จึงฟังไม่ได้ว่าจำเลยเป็นตัวการร่วมกระทำผิดแต่การกระทำของจำเลยเป็นการช่วยเหลือและให้ความสะดวกแก่คนร้ายอื่นจำเลยจึงเป็นผู้สนับสนุนการกระทำผิด

ที่มา : หนังสือ ถาม-ตอบ อาจารย์ประเสริฐ เสียงสุทธิวงศ์

[03/27/17]   คำถาม

ใช้ปืนยิงผู้อื่น แต่ลูกกระสุนปืนมีกำลังอ่อน ผู้ถูกยิงจึงไม่ถึงแก่ความตายเป็นความผิดฐานพยายามฆ่าผู้อื่นตาม ปอ. มาตรา 80 หรือ 81

คำตอบ

คำพิพากษาฎีกาที่ 77/2555
ลูกกระสุนปืนที่จำเลยยิ่งไม่ทะลุผ่านผิวหนังทำอันตรายแก่ผู้เสียหายที่ 1 เป็นเพราะมีกำลังอ่อน มิใช่เพียงแต่ผู้เสียหายที่ 1 ถูกยิงในแนวเฉียง การกระทำของจำเลยย่อมไม่สามารถจะบรรลุผลให้ผู้เสียหายที่ 1 ถึงแก่ความตายได้อย่างแน่แท้ จึงเป็นความผิดตามประมวลอาญามาตรา 288 ประกอบมาตรา 81 วรรคแรก ซึ่งเป็นข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย ศาลฎีกายกขึ้นวินิจฉัยได้เองตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 195 วรรคสอง ประกอบมาตรา 225

[03/14/17]   การนับอายุความคดีอาญา

คำพิพากษาฎีกาที่ 920/2550
กฎหมายอาญาไม่ได้บัญญัติถึงวิธีการกำหนดนับระยะเวลาอายุความคดีอาญาไว้โดยเฉพาะ ดังนั้น การนับระยะเวลาอายุความคดีอาญาจึงอยู่ในบังคับของหลักทั่วไปตาม ป.พ.พ. มาตรา 193/3 วรรคสอง ซึ่งกำหนดมิให้นับวันแรกแห่งระยะเวลานั้นรวมเข้าด้วยกัน จึงเริ่มนับอายุความในวันรุ่งขึ้น คดีนี้ธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินเมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน 2539 การนับอายุความต้องเริ่มนับตั้งแต่วันที่ 21 พฤศจิกายน 2539 และจะครบกำหนด 3 เดือน วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2540 เมื่อโจทก์ฟ้องจำเลยวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2540 ซึ่งเป็นวันครบกำหนดอายุความวันสุดท้าย คดีโจทก์จึงไม่ขาดอายุความ

18/01/2017

สำนักงานมิ่งเมืองทนายความ

mingmuanglaw.com 03/08/2016

mingmuang law office

แนะนำเว็บไซต์ สำนักงานทนายความมิ่งเมือง ทนายฮัท อุตรดิตถ์

mingmuanglaw.com ประมวลกฎหมาย คือ กฎหมายซึ่งรวมบทกฎหมายต่าง ๆ ในเรื่องเดียวกันเข้าไว้ด้วยกัน และได้จัดให้มีการบัญญัติอย่างเป็นระบบ มีการจัดสรรให้เป็นหมวดหมู่อย่างเรียบร้อย และมีข้อความท้าวถึงซึ่งกันและกัน

[07/02/16]   คำถาม
ซื้อขายรถยนต์โดยผู้ขายยังมิได้ส่งมอบคู่มือจดทะเบียนรถยนต์และโอนชื่อในทะเบียนให้แก่ผู้ซื้อ กรรมสิทธิ์ในรถยนต์จะโอนไปเป็นของผู้ซื้อเมื่อใด และหากผู้ซื้อไม่ยอมชำระหนี้ที่ค้าง ผู้ขายเอารถยนต์กลับคืนมาโดยพลการจะเป็นความผิดอาญาหรือไม่

คำตอบ
การซื้อขายรถยนต์ เมื่อตกลงราคาส่งและมอบรถยนต์ และไม่มีเงื่อนไขการโอนกรรมสิทธิ์ แม้จะค้างชำระราคาก็ตาม ถือว่ากรรมสิทธิ์ในรถยนต์โอนไปยังผู้ซื้อ แม้จะยังไม่ได้ส่งมอบคู่มือจดทะเบียน การที่ผู้ขายไปติดตามเอารถกลับโดยอ้างว่าผู้ซื้อค้างชำระราคาจึงเป็นการบังคับชำระหนี้ และเป็นการแสวงประโยชน์ที่มิควรได้โดยชอบด้วยกฎหมาย จึงเป็นความผิดฐานลักทรัพย์

มีคำพิพากษาฎีวินิจฉัยไว้ ดังนี้

คำพิพากษาฎีกาที่ 9603 / 2553 (ประชุมใหญ่) โจทก์ร่วมตกลงซื้อรถยนต์ตู้กับจำเลยในราคา 310,000 บาท ซึ่งในสัญญาข้อ 3 ระบุว่า จำเลยตกลงจะชำระราคารถยนต์จำนวน 200,000 บาทในวันที่ 28 ตุลาคม 2540 ส่วนจำนวนที่เหลือจะชำระให้จำเลยในวันที่ 3 พฤศจิกายน 2540 สัญญาซื้อขายดังกล่าวไม่มีเงื่อนไขเกี่ยวกับการโอนกรรมสิทธิ์ในรถยนต์ตู้แต่ประการใดจึงเป็นสัญญาซื้อขายเสร็จเด็ดขาดกรรมสิทธิ์ในรถยนต์ตู้ย่อมโอนให้แก่โจทก์ร่วมตั้งแต่ขณะเมื่อทำสัญญาซื้อขายกันตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 453, 458
ใบคู่มือทะเบียนรถยนต์มิใช่เอกสารสำคัญที่แสดงถึงความเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ในรถยนต์เพียงแต่เป็นพยานหลักฐานอันหนึ่งที่แสดงถึงการเสียภาษีประจำปีและแสดงว่าผู้มีชื่อในใบคู่มือทะเบียนรถยนต์น่าจะเป็นเจ้าของเท่านั้นคดีจึงรับฟังไม่ได้ว่าจำเลยยังเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์รถยนต์ตู้คันดังกล่าว ดังนั้นการที่จำเลยขับรถยนต์ตู้ไปจากที่จอดรถ จึงเป็นการเอารถยนต์ตู้ซึ่งเป็นกรรมสิทธิ์ของโจทก์ร่วมไปโดยไม่มีอำนาจ แม้จำเลยจะอ้างว่าสืบเนื่องจากโจทก์ร่วมไม่ยอมชำระหนี้ที่ค้าง แต่ก็เป็นการใช้อำนาจบังคับให้ชำระหนี้โดยมิชอบด้วยกฎหมายเพราะโจทก์ร่วมค้างชำระราคารถยนต์แก่จำเลยเพียงประมาณ 20,000 บาท แต่จำเลยจะให้โจทก์ร่วมชำระเงินแก่จำเลยถึง 100,000 บาท การที่จำเลยเอารถยนต์ตู้ไปจากโจทก์ร่วมเพื่อเรียกร้องให้โจทก์ร่วมชำระหนี้นั้น เป็นการแสวงหาประโยชน์ที่มิควรได้โดยชอบด้วยกฏหมายสำหรับตนเอง การกระทำของจำเลยจึงเป็นการเอาทรัพย์ของโจทก์ร่วมไปด้วยทุจริต เป็นความผิดฐานลักทรัพย์

11/06/2016

สำนักงานมิ่งเมืองทนายความ's cover photo

11/06/2016

สำนักงานมิ่งเมืองทนายความ's cover photo

05/05/2016

มาร่วมทำบุญวันคล้ายวันเกิด ท่านพีระศักดิ์ พอจิต รองประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ คนที่สอง

เบอร์โทรศัพท์

เว็บไซต์

ที่อยู่


3/13 ถ.ศรีอุตรานอก ตำบลท่าอิฐ อำเภอเมือง จังหวัดอุตรดิตถ์
Uttradit
53000

เวลาทำการ

จันทร์ 08:00 - 17:00
อังคาร 08:00 - 17:00
พุธ 08:00 - 17:00
พฤหัสบดี 08:00 - 17:00
ศุกร์ 08:00 - 17:00