วิถีเกษตรอินทรีย์

วิถีเกษตรอินทรีย์

ตำแหน่งใกล้เคียง ร้านอาหาร

ร้านชาพะยอม น้าฟอง ราชภัฎศรี
ร้านชาพะยอม น้าฟอง ราชภัฎศรี
114 ม.2, Sisakate
Unofficial: Ben's Bakery
Unofficial: Ben's Bakery
Yangchumnoi, Sisakate
หอมแดงศรีสะเกษ
หอมแดงศรีสะเกษ
บ้านหนองคูไซ ต.สร้างปี่ อ.รา, Sisakate
อีสาน บ้านเฮา
อีสาน บ้านเฮา
ศรีสะเกษ กันเอง, Srisaket
YES BIKER  Riders Cafe
YES BIKER Riders Cafe
1049 ถ.อุบล ต.เมืองใต้, Sisakate
Circles Coffee Space
Circles Coffee Space
Ubon road
ไข่เต่าไฟแดง Kaitao-Faidang ขนมไข่เต่
ไข่เต่าไฟแดง Kaitao-Faidang ขนมไข่เต่
1470- อุบล ตำบล เมืองใต้
นานึน ร้านอาหารเกาหลี
นานึน ร้านอาหารเกาหลี
มาชิดนึล-ทงทัก-맛있는-통닭 ไก่ทอดเ
ดัคกี้ DUCKY
ดัคกี้ DUCKY
แยกสถานีตำรวจจังหวัดศรีสะเ
ข้างบ้าน  KHANG  BAN อ.เมืองศรีสะเกษ
ข้างบ้าน KHANG BAN อ.เมืองศรีสะเกษ
ราชการรถไฟ
โอหมูย่างเกาหลี ศรีสะเกษ
โอหมูย่างเกาหลี ศรีสะเกษ
อ.เมือง, Sisakate
Implae cafe
Implae cafe
Ubon Rd., Amphoe Muang Sisaket
AI5 Corporation - เอไอไฟว์ คอร์เปอเรชั่
AI5 Corporation - เอไอไฟว์ คอร์เปอเรชั่
บริษัท เอไอไฟว์ คอร์เปอเรชั่, Sisakate
Supertok 슈퍼 떡 korean mart and cafe
Supertok 슈퍼 떡 korean mart and cafe
Siwiset
ร้านอาหาร เกษสิริ Kessiri Restaurant
ร้านอาหาร เกษสิริ Kessiri Restaurant
โรงแรมเกษสิริ, Sisakate

เพื่อสุขภาพ

21/10/2022

จะทำเกษตรทำไมต้องมีทฤษฎี??? ปัญหาโลกแตก

13/10/2022

เปิดใจ จุ๋ย ทายาทมะเร็ง หายจากมะเร็งที่คอ ด้วยการใช้กัญชารักษาตัวเอง

Photos from บ้านเกษตร's post 24/09/2022

Photos from บ้านเกษตร's post

18/09/2022

อุทิศไม่คิดเผา

20/07/2022

แหนแดงคว้าแชมป์ปุ๋ยพืชสด ให้ธาตุอาหารสูงแซงพืชตะกูลถั่ว
แหนแดงเป็นปุ๋ยชีวภาพชนิดหนึ่งที่ถูกนำมาใช้ในรูปของปุ๋ยพืชสดในการผลิตพืช เนื่องจากแหนแดงมีธาตุอาหารไนโตรเจนที่พืชต้องการสูงถึง 5 % ซึ่งมากกว่าปุ๋ยพืชสดตะกูลถั่วที่มีอยู่เพียง 2.5 % เท่านั้น
แหนแดงแห้งทดแทนปุ๋ยเคมีในแปลงพืชผัก ทึ่งให้ธาตุไนโตรเจนสูงกว่าพืชตระกูลถั่ว ชูเป็นพืชมหัศจรรย์ตอบโจทย์ด้านเกษตรครบวงจร เข้าทางเกษตรอินทรีย์ นำไปผสมกับวัสดุปลูกช่วยต้นกล้าโตไว แถมเป็นแหล่งโปรตีนชั้นดีเหมาะเป็นอาหารสัตว์ช่วงแล้งขาดแคลนหญ้า
แหนแดงเป็นเฟิร์นชนิดหนึ่งที่ถูกนำมาใช้เป็นปุ๋ยพืชสดในการผลิตพืช เนื่องจากใบของแหนแดงมีโพรงใบซึ่งมีสาหร่ายสีเขียวแกมน้ำเงินชนิดที่ตรึงไนโตรเจนอาศัยอยู่ เมื่อนำมาวิเคราะห์ธาตุอาหารพบว่ามีไนโตรเจนเป็นองค์ประกอบสูงถึง 5 เปอร์เซ็นต์ ในขณะที่ปุ๋ยพืชสดตระกูลถั่วมีธาตุอาหารไนโตรเจนประมาณ 2.5 -3 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น ดังนั้นแหนแดงจึงเปรียบเสมือนโรงงานผลิตปุ๋ยไนโตรเจนทางชีวภาพที่สามารถใช้ทดแทนหรือลดการใช้ปุ๋ยเคมีได้อย่างมีประสิทธิภาพ และยังช่วยเพิ่มอินทรียวัตถุให้แก่ดินด้วย
กรมวิชาการเกษตร ได้ปรับปรุงพันธุ์แหนแดงสายพันธุ์อะซอลล่า ไมโครฟินล่า ซึ่งให้ผลผลิตสูงกว่าพันธุ์พื้นเมืองถึง 10 เท่าและสามารถขยายพันธุ์ได้อย่างรวดเร็ว ภายในระยะเวลา 30 วันให้ผลผลิตแหนแดงสดถึง 3 ตัน/ไร่ และสามารถตรึงไนโตรเจนได้ถึง 5-10 กิโลกรัม/ไร่ โดยหลังจากแหนแดงย่อยสลายจะปลดปล่อยธาตุอาหารออกมาให้พืชได้อย่างรวดเร็ว
อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมาแหนแดงได้ถูกนำมาใช้ประโยน์เป็นปุ๋ยพืชสดเฉพาะในข้าวเพียงพืชเดียวเท่านั้น นักวิจัยจึงมีแนวคิดที่จะต่อยอดนำแหนแดงไปใช้ประโยชน์กับพืชอื่นให้หลากหลายชนิดมากขึ้น ประกอบกับมีกระแสส่งเสริมเพิ่มพื้นที่การทำเกษตรอินทรีย์แหนแดงจึงเข้ามามีบทบาทสำคัญที่ตอบโจทย์การทำเกษตรอินทรีย์เพราะสามารถใช้ทดแทนปุ๋ยเคมีได้อย่างมีประสิทธิภาพ จึงได้เริ่มทดสอบนำแหนแดงสดไปตากแดดให้แห้งเพื่อนำไปใช้กับพืชผัก เพราะหากใช้แหนแดงสดต้องใช้ปริมาณมากพืชจึงจะได้รับธาตุอาหารที่เพียงพอ โดยเมื่อนำแหนแดงแห้งไปตรวจวิเคราะห์ธาตุอาหารผลปรากฏว่ามีคุณสมบัติไม่แตกต่างจากแหนแดงสดและยังใช้แหนแดงแห้งในปริมาณที่น้อยกว่าการใช้แหนแดงสด
จากผลการทดลองนำแหนแดงแห้งไปใช้กับพืชผักกินใบเช่น คะน้า กวางตุ้ง และผักสลัด โดยนำมาคลุกกับดินหรือรองก้นหลุม 1 กำมือ โดยไม่ใช้ปุ๋ยเคมี พบว่าให้ผลผลิตทั้งปริมาณและคุณภาพเป็นที่น่าพอใจ จึงเหมาะสมอย่างมากสำหรับการผลิตพืชผักอินทรีย์ ที่สำคัญช่วยลดต้นทุนการผลิต เนื่องจากเกษตรกรสามารถผลิตและขยายพันธุ์แหนแดงไว้ใช้ได้เองโดยมีต้นทุนการผลิตที่ต่ำมาก โดย แหนแดงแห้ง 1 กิโลกรัมสามารถใช้ในพื้นที่ปลูกผักประมาณ 2 ตารางเมตร ซึ่งเมื่อเทียบกับปุ๋ยยูเรียแหนแดงแห้ง 1 กิโลกรัม มีปริมาณธาตุอาหารเท่ากับปุ๋ยยูเรีย ประมาณ 100 กรัม (1 ขีด)
ที่ผ่านมากรมวิชาการเกษตรได้สนับสนุนแม่พันธุ์แหนแดงและถ่ายทอดเทคโนโลยีการเพาะเลี้ยงแหนแดงในบ่อแม่พันธุ์สำหรับให้เกษตรกรนำไปเพาะเลี้ยงเพื่อขยายพันธุ์เอง ซึ่งวิธีการเพาะเลี้ยงสามารถทำได้ง่ายโดยทำบ่อเพาะเลี้ยงแม่พันธุ์แหนแดง 2 - 3 บ่อ เพื่อให้เพียงพอต่อการนำไปขยายพันธุ์ต่อในบ่อขยายที่มีขนาดใหญ่ขึ้น โดยแหนแดงใช้ระยะเวลาขยายพันธุ์จนเต็มบ่อประมาณ 1 - 2 สัปดาห์ และจะเจริญเติบโตขยายตัวไปได้เรื่อย ๆ เกษตรกรจึงสามารถผลิตได้ตลอดไม่มีวันขาดแคลน รวมทั้งยังสามารถเก็บแหนแดงแห้งใส่กระสอบไว้ได้นานถึง 3 ปีโดยที่ธาตุอาหารยังอยู่ครบ
นอกจากนี้ แหนแดงแห้งยังสามารถผสมลงไปในวัสดุปลูกตั้งแต่เริ่มปลูกกล้าได้เลย โดยกล้าจะดูดซึมไนโตรเจนเข้าไปในรากพืชเมื่อนำกล้าลงแปลงปลูกพบว่าต้นกล้าที่ใช้แหนแดงผสมกับวัสดุปลูกสามารถเจริญเติบโตได้เร็วกว่าต้นกล้าที่ไม่ได้ใส่แหนแดง รวมทั้งยังสามารถนำแหนแดงไปใช้เป็นอาหารสัตว์ เช่น เป็ด ไก่ ห่าน ปลา วัว และสุกรได้ด้วยเพราะแหนแดงสดมีโปรตีนเป็นองค์ประกอบสูงถึง 30 เปอร์เซ็นต์ จึงเหมาะสมสำหรับเป็นแหล่งโปรตีนให้กับสัตว์ที่กินพืชเป็นอาหาร โดยเพาะในหน้าแล้งขาดแคลนหญ้า จะเห็นได้ว่าแหนแดงเป็นพืชมหัศจรรย์ที่มีประโยชน์ในการเพิ่มผลผลิตทางการเกษตรแบบครบวงจร

เรียนปลูกผักออร์แกนิคกลางกรุง ณ ทุ่งบางเขน | กอมอนอ 23/05/2022

เรียนปลูกผักออร์แกนิคกลางกรุง ณ ทุ่งบางเขน | กอมอนอ

เรียนปลูกผักออร์แกนิคกลางกรุง ณ ทุ่งบางเขน | กอมอนอ เรียนปลูกผักออร์แกนิค กลางกรุง ณ ทุ่งบางเขนกอมอนอมีพื้นที่ว่างๆอยู่ เลยอยากปลูกผัก แต่ไม่รู้จะเริ่มตรงไ....

23/05/2022

เตาซุปเปอร์ซันแบบได้น้ำส้มควันไม้

20/04/2022

ปลูกจำปาทองแซมสวนยาง

10/04/2022

เลี้ยงอึ่งอ่าง

11/03/2022

เปลี่ยนลานปูนและดินลูกรัง เป็นพื้นที่เกษตรกรรม บทพิสูจน์พลังใจของคนไร้ที่ดิน

23/02/2022

= บ้านดินทั่วโลก = (บ้านดินไต้หวัน)
.
เฉินเฉาซี หนุ่มนักศึกษาที่สนใจงานด้านสถาปัตยกรรมตั้งแต่วัยเด็ก
เขาไปประทับใจบ้านดินที่อังกฤษ พอกลับมาบ้านก็สร้างบ้านดินด้วยตนเอง โดยใช้ถุงบรรจุดินก่อเป็นผนังแล้วฉาบทับ
ประตูหน้าต่างและหลังคาทำจากไม้กระถินณรงค์หรือเทพา) ใช้เวลาสี่เดือนจึงแล้วเสร็จ
ลองไปดูขั้นตอนการก่อสร้างของเฉินได้ตาม link

http://www.appledaily.com.tw/appledaily/article/supplement/20100605/32563597/

.
อยู่บ้านว่างๆ สร้างบ้านดินเล็กๆ สักหลังในสวน ไม่เกิน 2 สัปดาห์ทำเสร็จ (ทำก้อนอิฐดิน 7 วัน สร้าง7 วัน)
ขนาด8x16x3 นิ้ว

ชนิดพิมพ์ 1 ก้อน. 500 บาท +ค่าส่ง 60 บาท= 560
ชนิดพิมพ์ 2 ก้อน 600 บาท+ค่าส่ง 100=-700
ชนิดพิมพ์ 3 ก้อน 800 บาท
ค่าส่ง 120😊
= 920 บาท

สนใจติดต่อ inbox หรือโทรสอบถาม0867898035

19/02/2022

NEWS: ตายแล้ว! โลมาอิรวดีตัวสุดท้ายในแม่น้ำโขง หลังประชากรลดต่อเนื่องเพราะหลายปัจจัย
‘สภาพอากาศเปลี่ยนแปลง-เขื่อน-ประมง’
.
กระทรวงทรัพยากรประมงของกัมพูชาได้ประกาศบนหน้าเพจเฟซบุ๊กของหน่วยงาน โดยระบุว่าในวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2565 ได้พบซากโลมาอิรวดีตัวสุดท้ายตายในแม่น้ำโขงแถบจังหวัดสตึงแตรง ทางตะวันออกเฉียงเหนือของกัมพูชา โดยเป็นจุดที่มีชายแดนติดกับ สปป.ลาว ทำให้โลมาอิรวดีสูญพันธุ์ไปจากแม่น้ำโขงบริเวณดังกล่าวเป็นที่เรียบร้อย
.
จากรายงานของสำนักข่าวท้องถิ่นระบุว่าสาเหตุการตายของโลมาตัวสุดท้ายเป็นเพราะหางของมันพันอยู่กับอวนจับปลาของชาวประมงนานราว 1 สัปดาห์ก่อนหน้า ทำให้โลมาว่ายน้ำไม่ถนัด ไม่สามารถหาอาหารกินได้ตามปกติ และเกิดบาดแผล จนจบชีวิตลงในที่สุด
.
แม้ว่าโลมาอิรวดีของแม่น้ำโขงตัวสุดท้ายในกัมพูชาจะตายลงเพราะติดกับอวนดักปลา แต่ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาพวกมันเผชิญหน้ากับภัยคุกคามมากมาย ทั้งจากมลพิษ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และการสร้างเขื่อนขนาดใหญ่ที่ต้นน้ำในประเทศจีน ทำให้โลมาอิรวดี ซึ่งเป็นโลมาน้ำจืดเพียงไม่กี่สายพันธุ์ ถูกจัดอยู่ในบัญชีรายชื่อสัตว์เสี่ยงสูญพันธุ์ขององค์การระหว่างประเทศเพื่อการอนุรักษ์ธรรมชาติ (IUCN)
.
ข้อมูลขององค์การกองทุนสัตว์ป่าโลก (WWF) ระบุว่าก่อนหน้านี้เคยพบโลมาอิรวดีในแม่น้ำโขงที่ไหลผ่านกัมพูชา-ลาว ไปจนถึงโตนเลสาบ และดินดอนสามเหลี่ยมปากแม่น้ำโขงในเวียดนาม แต่ประชากรโลมาอิรวดีในบริเวณนี้ลดลงอย่างต่อเนื่องในช่วง 39 ปีที่ผ่านมา
.
การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่ส่งผลให้แม่น้ำโขงแห้งขอดอย่างหนักในช่วงหลายปีที่ผ่านมาจนเกิดเป็นแก่งสันทราย รวมถึงการสร้างเขื่อนบนแม่น้ำโขงตอนบนที่อยู่ในประเทศจีน และเขื่อนทางตอนล่างของประเทศลาว โดยปัจจุบันมีรายงานว่าแม่น้ำโขงตอนบนมีเขื่อนที่ถูกสร้างเรียงตัวกันเป็นขั้นบันไดกว่า 11 แห่ง ปัจจัยเหล่านี้สร้างความเปลี่ยนแปลงต่อแม่น้ำโขงมาตลอดทศวรรษที่ผ่านมา และส่งผลให้เกิดปรากฏการณ์แม่น้ำโขงเปลี่ยนสีเป็น ‘สีคราม’ ที่แสดงให้เห็นถึงภาวะวิกฤติที่น้ำขาดแร่ธาตุและตะกอนที่มีความจำเป็นต่อการดำรงชีพของสัตว์น้ำ
.
ความเปลี่ยนแปลงของแม่น้ำส่งผลกระทบต่อสัตว์น้ำและพันธุ์ปลากว่า 1,300 ชนิดในแม่น้ำโขง ทั้งในเรื่องสารอาหาร แร่ธาตุ และพฤติกรรมการผสมพันธุ์วางไข่
.
เมื่อปลาในแม่น้ำได้รับผลกระทบจากความเปลี่ยนแปลงทางสภาพแวดล้อม มลพิษ และการประมง จนลดจำนวนลงอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้โลมาอิรวดีในแม่น้ำโขงขาดแหล่งอาหารและมีประชากรลดลงอย่างต่อเนื่องจนอยู่ในกลุ่มที่ใกล้สูญพันธุ์ และในที่สุดโลมาอิรวดีตัวสุดท้ายของแม่น้ำโขงก็จากแล้วในปีนี้
.
ส่วนโลมาน้ำจืดอื่นๆ ที่ยังเหลือรอดอยู่ แม้จะน้อยเต็มที อาศัยอยู่ในแม่น้ำอิรวดีที่ไหลผ่านเมียนมาและแม่น้ำมหาคำบนเกาะบอร์เนียว ประเทศอินโดนีเซีย
.
อ้างอิง: Mgronline. ใจหาย! ‘โลมาอิรวดี’ ตัวสุดท้ายในแม่น้ำโขง ทางตะวันออกเฉียงเหนือของกัมพูชาตายแล้ว. https://bit.ly/3I0H3XT
World WildLife Fund . Freshwater dolphin species and facts. https://wwf.to/3rYvyKN
ไทยรัฐ. แม่น้ำโขงแห้งกระทบพันธุ์ปลา สร้างเขื่อนปิดกั้นเส้นทางวางไข่? . https://bit.ly/3BuUJaW
มูลนิธิสืบฯ. วิกฤต ‘แม่น้ำโขง’ ผันผวน กับปัญหาสิ่งแวดล้อมที่ถูกซ่อนอยู่ท้ายเขื่อน. https://bit.ly/3oWuBki
.
#โลมาอิรวดี #แม่น้ำโขง
#พื้นที่สร้างสรรค์เพื่อวันพรุ่งนี้ที่ดีกว่า

10/02/2022
06/02/2022

ENVIRONMENT: นักวิทย์ฯ ฟันธง เรากำลังเข้าสู่ยุคการสูญพันธุ์ครั้งใหญ่ (ครั้งที่ 6)
.
เรื่อง ‘การสูญพันธุ์ครั้งใหญ่’ กำลังกลายเป็นอีกหนึ่งประเด็นร้อนทางสิ่งแวดล้อมที่ถูกพูดถึงมากขึ้นเรื่อยๆ
.
ล่าสุดนักวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัยฮาวายร่วมกับ National d’Histoire Naturelle พิพิธภัณฑ์ในปารีส ได้ร่วมตีพิมพ์รายงานที่ยืนยันอีกครั้งว่า ปัจจุบันคือช่วงเวลาที่กำลังพาเราไปสู่ยุคของการสูญพันธุ์ครั้งใหญ่แล้วจริงๆ
.
หรือที่ครั้งนี้เราเรียกว่า ‘การสูญพันธุ์ครั้งที่ 6’ นั่นเอง
.
เพียงแต่หนนี้จะแตกต่างจากเหตุการณ์ในอดีตหน่อย ตรงที่ต้นเหตุเป็นผลจากการกระทำของมนุษย์ทั้งแบบตั้งใจและไม่ตั้งใจ ทั้งการตัดไม้ทำลายป่า การล่าสัตว์ หรือการทำให้เกิดวิกฤตโลกร้อนขึ้นในปัจจุบัน ต่างจากครั้งก่อนๆ ที่เกิดเพราะสาเหตุธรรมชาติเป็นหลัก เช่นครั้งที่เรารู้จักดีอย่างการสูญพันธุ์ของไดโนเสาร์และเหล่าแอมโมไนต์ เมื่อ 65 ล้านปีก่อน ว่าเกิดเพราะอุกกาบาตผสมรวมกับการระเบิดของภูเขาไฟในแถบอินเดีย
.
แต่ไหนแต่ไรมา เรื่องการสูญพันธุ์ครั้งใหญ่ถูกพูดกันมาไม่ต่ำกว่า 30 ปีแล้ว แต่มักมีเสียงค้านอยู่ตลอด บ้างอ้างว่านักวิทยาศาสตร์ประเมินตัวเลขสูงเกินไป ขณะที่บางกลุ่มเชื่อว่าการสูญพันธุ์กำลังเกิดขึ้นแต่ไม่ต้องไปสนใจ เพราะมันเป็นแค่ส่วนหนึ่งของวิวัฒนาการ เดี๋ยวก็เกิดการปรับตัวขึ้นได้เอง
.
แต่ในถ้อยแถลงของนักวิทยาศาสตร์คราวนี้ พวกเขากลับบอกว่า ที่ผ่านมาเราประเมินกันต่ำเกินไปต่างหาก เพราะการศึกษาเรื่องการสูญพันธุ์มักพูดกันในเฉพาะกลุ่มสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมและนกเป็นหลัก แต่กลับละเลยสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลังและพวกแมลงไป
.
โรเบิร์ต โควี หัวหน้าทีมวิจัยกล่าวในการแถลงข่าวว่า การรวมสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลังเป็นกุญแจสำคัญในการยืนยันว่าเรากำลังอยู่ในยุคการสูญพันธุ์ครั้งใหญ่ครั้งที่ 6 ในประวัติศาสตร์ของโลก
.
ตัวอย่างหนึ่งที่ถูกยกมากล่าวถึงคือการสูญพันธุ์ของสัตว์จำพวกหอย ซึ่งสรุปได้ว่าตั้งแต่ปี ค.ศ. 1500 เป็นต้นมา มีหอย 7.5-13 เปอร์เซ็นต์ หรือระหว่าง 150,000-260,000 สายพันธุ์ จาก 2 ล้านสายพันธุ์ที่รู้จักได้สูญพันธุ์ไปแล้ว
.
แต่กรณีของหอยต่างๆ นักวิทยาศาสตร์ถือว่าเป็นความโชคดีที่พวกมันยังเหลือเปลือกเอาไว้ให้สังเกตชนิดของสายพันธุ์ แม้ว่าตัวมันจะล่วงลับไปแล้ว ตรงกันข้ามกับกลุ่มแมลง ที่เมื่อเกิดการสูญพันธุ์ขึ้น เราจะไม่มีทางรู้ได้เลย หากแมลงชนิดนั้นไม่เคยมีการบันทึกรายละเอียดของชนิดพันธุ์เอาไว้ก่อน
.
เหตุที่ นักวิทยาศาสตร์หยิบเอาสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลังมาใช้เป็นเหตุผลในการอภิปรายนั้น ก็เพราะว่าปริมาณชนิดพันธุ์ของสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลังนั้นมีมากยิ่งกว่ามาก หากเปรียบเทียบกับเหล่าสัตว์ที่มีกระดูกสันหลัง
.
หรือกล่าวได้ว่า อันที่จริงแล้วเราอาศัยอยู่ใน ‘ดวงดาวของสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลัง’ เพราะจากชนิดพันธุ์ทั้งหมดที่เรารู้จัก มีเพียงร้อยละ 5 เท่านั้นที่มีกระดูกสันหลัง โดยแมลงคิดเป็นร้อยละ 70 ส่วนสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมนั้นมีสัดส่วนน้อยกว่า 1 ใน 200 ชนิด เท่านั้น
.
ในการที่นักวิทยาศาสตร์ออกมายืนยันว่าเรากำลังเข้ายุคของการสูญพันธุ์ครั้งที่ 6 แล้วจริงๆ มีวัตถุประสงค์อยู่สองอย่าง เรื่องแรกคือเรียกร้องให้เกิดการอนุรักษ์สิ่งมีชีวิตบนโลกให้มากขึ้นกว่าเดิม เพราะที่ดำเนินการอยู่ยังไม่เพียงพอ
.
อีกเรื่องคือ เราต้องยิ่งทำความรู้จักให้กับสิ่งมีชีวิตบนโลกให้มากขึ้นและไวขึ้นกว่า เพราะมันไม่ใช่แค่การทำความรู้จักกันเพียงอย่างเดียว แต่ยังเพื่อให้เกิดความเข้าใจสายใยที่มองไม่เห็น ที่สิ่งหนึ่งสามารถส่งผลถึงอีกสิ่งได้ และเมื่อสิ่งหนึ่งหายไป มันก็จะมีผลกระทบด้านลบตามมา
.
ดังที่ อี. โอ. วิลสัน นักกีฏวิทยาผู้โด่งดัง เคยอธิบายเอาไว้ว่า ถ้าแมลงทั้งหมดได้สูญพันธุ์ไปจากโลก มนุษย์จะมีชีวิตรอดอยู่ไม่กี่เดือน หลังจากนั้นไม่นาน สัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำ สัตว์เลื้อยคลาน นก และสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมก็จะค่อยๆ สูญพันธุ์ ตามมาด้วยพืชดอก พื้นผิวโลกจะถูกทับถมด้วยซากพืชซากสัตว์ที่ไม่ยอมย่อยสลาย พวกเห็ดราอาจเติบโตอย่างรวดเร็วในเวลาสั้นๆ แต่ไม่นาน พวกมันก็จะตายตามไป
.
โลกจะกลับไปสู่สภาพที่เคยเป็นเมื่อ 440 ล้านปีก่อน ที่บนพื้นดินจะมีแต่สิ่งมีชีวิตที่ยังคงเป็นกลุ่มก้อนของเซลล์ เช่น ฟองน้ำ หรือมอส รอเวลาที่กุ้งผู้กล้าจะมาเสี่ยงโชคบนแผ่นดินอีกครั้ง
.
อ้างอิง: Biological Reviews. The Sixth Mass Extinction: fact, fiction or speculation? https://bit.ly/34602Rw
Hawaii.edu. Earth on trajectory to Sixth Mass Extinction say biologists. https://bit.ly/3fRqpNY
The Guardian. ‘A different dimension of loss’: inside the great insect die-off. https://bit.ly/3FtuJhs
.
#สูญพันธุ์ #ตัดไม้ทำลายป่า
#การล่าสัตว์
#พื้นที่สร้างสรรค์เพื่อวันพรุ่งนี้ที่ดีกว่า

30/01/2022

โรงธรรมไม้

21/01/2022

#ผักบุ้ง ปลูกครั้งเดียวเก็บกินทั้งปี โดย โจน_จันได

ที่มา: https://youtu.be/0z8JrNNtasI

11/12/2021

จะเกิดอะไรหากอุณหภูมิโลกเพิ่มขึ้น 1.5 องศาเซลเซียส
.
สำหรับคนทั่วไป หากอากาศร้อนหรือเย็นขึ้น 1.5 องศาเซลเซียส เราอาจจะไม่รู้สึกหรือสัมผัสถึงความเปลี่ยนแปลงอะไรมากนัก แต่สำหรับโลกใบใหญ่ เมื่ออุณหภูมิร้อนขึ้น 1.5 องศาเซลเซียส ทุกอย่างอาจเลวร้ายกว่าที่เราคิด
.
เพราะตอนนี้พวกเราทุกคนกำลังอยู่ในช่วงเวลาหัวเลี้ยวหัวต่อของเหตุการณ์ที่เรียกว่า “วิกฤตการณ์เปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ” อันเกิดจากก๊าซเรือนกระจก ทำให้โลกของเราร้อนขึ้น และนำมาซึ่งการเปลี่ยนแปลงในทางลบต่างๆ มากมาย
.
นักวิทยาศาสตร์จำนวนมากได้พยายามเตือนพวกเราว่า มนุษยชาติต้องจำกัดอุณหภูมิของโลกไม่ให้สูงเกินกว่า 1.5 องศาเซลเซียส มิเช่นนั้นการแก้ไขจะทำได้ยาก และผลกระทบจากสภาพอากาศแปรปรวนสุดขั้วก็จะทวีรุนแรงมากยิ่งขึ้นกว่าที่เราเจอกันในวันนี้
.
หากพวกเราร่วมมือแก้ไขไม่สำเร็จ นี่คือตัวอย่างของสิ่งที่จะเกิดขึ้นบนโลกของเราหลังจากนี้
.
น้ำทะเลจะสูงขึ้น 0.77 เมตร
.
ผลกระทบแรกๆ ที่เราเคยได้ยินคือ เมื่อโลกร้อนขึ้นจะทำให้น้ำแข็งขั้วโลกละลายอย่างรวดเร็ว และการละลายของน้ำแข็งนั้นก็จะทำให้ระดับน้ำทะเลบนโลกสูงขึ้นตามไปด้วย ซึ่งในอุณหภูมิที่สูงขึ้น 1.5 องศาเซลเซียสนั้น นักวิทยาศาสตร์คาดการณ์เอาไว้ว่า น้ำทะเลจะเพิ่มขึ้นมากถึง 0.77 เมตรเลยทีเดียว ประเทศที่เป็นหมู่เกาะขนาดเล็กหลายแห่งจะเสียพื้นที่ชายฝั่งไป เช่น ประเทศตูวาลู และจะเกิดการอพยพย้ายถิ่นครั้งใหญ่ของผู้คนโดยเฉพาะในประเทศแถบเอเชียตะวันออก และแปซิฟิก
.
น้ำแข็งในมหาสมุทรอาร์กติกจะหายไปในทุก 10 ปี
.
ตามปกติแล้ว ไม่ว่าฤดูไหนมหาสมุทรอาร์กติกจะไม่เคยสิ้นแผ่นน้ำแข็ง แต่หากโลกร้อนเกิน 1.5 องศาเซลเซียส ก็มีโอกาสทำให้น้ำแข็งในอาร์กติกจะหายไปทั้งหมดในช่วงฤดูร้อนทุกๆ 10 ปี ซึ่งหากมหาสมุทรอาร์กติกไม่มีน้ำแข็งเลย ก็ยิ่งทำให้โลกของเราร้อนมากและร้อนเร็วยิ่งกว่าเดิม เพราะน้ำทะเลที่เป็นสีน้ำเงินเข้มจะดูดซับความร้อนจากแสงอาทิตย์ไว้ ตรงข้ามกับแผ่นน้ำแข็งสีขาวที่เป็นเหมือนกระจกสะท้อนความร้อน
.
ชีวิตประจำวันจะร้อนขึ้น
.
ในบางภูมิภาคของโลก อุณหภูมิเฉลี่ยจะเพิ่มขึ้นอีกประมาณ 3 องศาเซลเซียส ในวันที่มีอากาศร้อนจัด ฤดูร้อนจะกินเวลายาวนานขึ้น ปรากฏการณ์คลื่นความร้อนจะปกคลุมบางภูมิภาคถี่ขึ้น เฉลี่ยจะเกิดขึ้นทุกๆ 5 ปี สภาพอากาศที่ร้อนขึ้นนอกจากจะส่งผลต่อสภาพร่างกายของเราโดยตรงแล้ว ยังทำให้โรคที่เกิดจากพาหะ เช่น ไข้มาลาเรียหรือไข้เลือดออกจะระบาดหนัก
.
427 ล้านคน จะขาดอาหารและน้ำสะอาด
.
อุณหภูมิที่เพิ่มขึ้นจะทำให้สภาพภูมิอากาศแปรปรวนรุนแรงขึ้นด้วย ประเทศที่อยู่ในโซนแห้งแล้งก็จะแล้งหนักยิ่งขึ้น จนไม่สามารถทำการเพาะปลูกพืชอาหาร หรือหาน้ำสะอาดได้ยากขึ้น เพราะธารน้ำแข็งบนภูเขาจะละลายหายไปจนหมด ซึ่งองค์การสหประชาชาติ (UN) ประเมินว่า เมื่ออุณหภูมิสูงกว่า 1.5 องศาเซลเซียส จะกระทบประชาชนอย่างน้อย 427 ล้านคน และตอนนี้โลกได้ฉายหนังตัวอย่างให้เราได้เห็นกันบ้างแล้วในประเทศมาดากัสการ์ และตอนเหนือของประเทศเคนยา ที่กำลังเกิดภัยแล้งรุนแรงจนประชาชนหลายแสนคนป่วยด้วยโรคขาดสารอาหารทั้งเด็กและผู้ใหญ่
.
216 ล้านคน อาจต้องย้ายบ้าน
.
ความแห้งแล้งจะทำให้คนบางภูมิภาคเพาะปลูกอะไรก็ไม่งอกงาม ขณะที่บางส่วนของโลกจะเจอภัยพิบัติรุนแรงจนบ้านเรือนพังทลาย บางส่วนก็อาจสูญเสียที่ดินจากการเพิ่มขึ้นของระดับน้ำทะเล ซึ่งเหตุการณ์เหล่านี้คาดว่าทำให้ผู้คนกว่า 216 ล้านคนทั่วโลกต้องย้ายบ้านหนีภัยพิบัติ และธนาคารโลกคาดว่าจะเกิดขึ้นภายในปี 2050 แม้ว่าบางส่วนอาจเป็นการอพยพเพียงชั่วคราว แต่มีไม่น้อยที่ต้องย้ายบ้านเป็นการถาวร
.
แนวปะการังทั่วโลกลดลง 70-90 %
.
ปะการังถือเป็นสิ่งมีชีวิตที่อ่อนไหวต่อสภาพแวดล้อมรอบตัวมาก ถ้าน้ำทะเลอุ่นขึ้นแม้เพียงชั่วระยะเวลาหนึ่ง เช่น ประมาณ 2-3 สัปดาห์ ปะการังก็จะอ่อนแอหรือตายลง หรือที่เราเรียกกันว่า “ปะการังฟอกขาว” นั่นเอง ซึ่งหากเกิดเหตุการณ์แบบนี้กับแนวปะการัง 90 เปอร์เซ็นต์ทั่วโลก จะกระทบต่อสัตว์ในทะเลที่อาศัยปะการังเป็นบ้าน เป็นแหล่งอาหาร ทำให้ปลาน้อยใหญ่ลดหายตามไป สุดท้ายมนุษย์เราก็จะสูญเสียทั้งแหล่งอาหารที่ได้จากการทำประมงไปถึงปีละ 1.5 ล้านตันเลยทีเดียว
.
สัตว์เฉพาะถิ่นสูญพันธุ์
.
ระบบนิเวศบนบกจะสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพมากขึ้น เพราะพื้นที่จะได้รับความเสียหายจากความร้อนที่ปกคลุม ภายในปี 2100 สัตว์ที่มีอยู่อาศัยเฉพาะถิ่นจะค่อยๆ สูญพันธุ์ เช่น หมีขั้วโลก เสือโคร่งเบงกอลในซุนดาบันส์ เสือดาวหิมะ เพนกวินจักรพรรดิ อันมีเหตุมาจากการหายไปของที่อยู่อาศัย สถานที่สืบพันธุ์ที่เหมาะสม และการสูญเสียพืชอาหาร แม้จะยังไม่มีตัวเลขแน่ชัดว่าสัตว์จะหายไปกี่ชนิด แต่เมื่อสัตว์ชนิดใดชนิดหนึ่งหายไป มันจะส่งผลกระทบแบบโดมิโนทำให้สัตว์ชนิดอื่นๆ เสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ตามไปด้วย
.
ทั้งหมดนี้คือตัวอย่างคร่าวๆ และเหตุผลว่า ทำไมนักวิทยาศาสตร์ถึงจริงจังกับการจำกัดอุณหภูมิของโลกไม่ให้ร้อนเกิน 1.5 องศาเซลเซียส แน่นอนว่าไม่ใช่แค่นักวิทยาศาสตร์ แต่พวกเราทุกคนเองก็ควรคำนึกถึงประเด็นนี้ ไม่ใช่เพื่อใคร แต่เพื่อความเป็นอยู่ที่ดีของพวกเราเอง
.
ปัจจุบันภาคธุรกิจและภาคสังคมต่างเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศที่ส่งผลต่อการประกอบธุรกิจและการใช้ชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะสภาวะโลกร้อน โดยที่ผ่านมาตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยให้ความสำคัญกับการดำเนินงานโดยคำนึงถึง สิ่งแวดล้อม สังคม และบรรษัทภิบาล (Environmental, Social and Governance หรือ ESG) จึงริเริ่มโครงการ Care the Bear ภายใต้แนวคิด “Change the Climate Change” ร่วมกับพันธมิตรกว่า 200 องค์กร โดย Care the Bear จะเป็นเครื่องมือที่สามารถช่วยสร้างจิตสำนึก ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของสมาชิกในองค์กรเพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการจัดกิจกรรมหรือการประชุม เพื่อร่วมสร้างการเปลี่ยนแปลงขับเคลื่อนการลดสภาวะโลกร้อน สอดรับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของสหประชาชาติ Sustainable Development Goals (SDGs) ข้อที่ 13 “Climate Action”
.
เหตุผลที่เราหยิบยกโครงการนี้มาเล่าให้ฟังก็เพราะว่าเป็นโครงการที่ปฏิบัติได้ง่าย จับต้องได้ วัดผลได้ และที่สำคัญสามารถสร้างจิตสำนึกของพนักงานองค์กรในการร่วมลดก๊าซเรือนกระจกได้จริง โครงการมีการให้คำปรึกษา วางแผน และแนะนำการใช้ Digital Eco Calculator Kit เครื่องมือคำนวณค่าการลดก๊าซเรือนกระจก ซึ่งสะดวก ใช้งานง่าย สามารถดาวน์โหลดข้อมูลย้อนหลัง โดยผลที่ได้จากการคำนวณนี้สามารถเปิดเผยในรายงานประจำปี หรือรายงานต่างๆ ได้
.
ไม่ใช่แค่ระดับองค์กรเท่านั้น แต่ทุกคนสามารถมีส่วนร่วมสร้างพฤติกรรมลดโลกร้อน โดยเริ่มต้นจากหลักการ 6 Cares ได้แก่
.
1. รณรงค์ให้เดินทางโดยรถสาธารณะหรือเดินทางมาด้วยกัน
2. ลดการใช้กระดาษและพลาสติก
3. งดใช้โฟม
4. ลดการใช้พลังงานจากอุปกรณ์ไฟฟ้าหรือเปลี่ยนไปใช้อุปกรณ์ประหยัดพลังงาน
5. เลือกใช้วัสดุตกแต่งที่สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้
6. ลดการเกิดขยะ ตักอาหารแต่พอดี และทานอาหารให้หมด
.
ทั้งหมดนี้เป็นกิจกรรมง่ายๆ ที่เชื่อว่าองค์กรต่างๆ สามารถปฏิบัติตามได้หมด และอย่าลืมว่าความเปลี่ยนแปลงของโลกใบใหญ่ล้วนเริ่มจากพฤติกรรมเล็กๆ ของพวกเราทุกคน มาลดโลกร้อนไปด้วยกัน อย่าให้อุณหภูมิโลกสูงไปมากกว่านี้เลย
.
อ่านในรูปแบบบทความได้ที่ : https://www.brandthink.me/content/global-warming-1-5/
.
เรื่องราวของ BrandThink x CARE THE BEAR ลดโลกร้อน ยังไม่หมดแค่นี้ ยังมีข้อมูลอีกหลากหลาย Episode ที่เราอยากหยิบยกมานำเสนอ ในครั้งหน้าจะเป็นประเด็นไหน รอติดตามได้เลย
.
หากองค์กรไหน หรือใครสนใจ สามารถติดตามข้อมูลและร่วมเป็นส่วนหนึ่งของแคมเปญได้ที่ : www.carethebear.com
.
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม : ฝ่ายพัฒนาเพื่อสังคม ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย โทร. 02-009-9480
.
อ้างอิง: Yale Climate Connections. 1.5 or 2 degrees Celsius of additional global warming: Does it make a difference? https://bit.ly/3CIFOJc
World Bank.Climate Change Could Force 216 Million People to Migrate Within Their Own Countries by 2050. https://bit.ly/2Xkjirn
The Conversation. New UN report outlines ‘urgent, transformational’ change needed to hold global warming to 1.5°C. https://bit.ly/3xgkppY

01/12/2021

#เห็ดราช่วยสร้างสมดุลบนพื้นป่า

:: ในป่าเมฆ บนอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ เต็มไปด้วย “ เ ห็ ด ร า ” สิ่งมีชีวิตในอาณาจักรเห็ดรา (Fungi kingdom) ต่างทำหน้าที่ผู้ย่อยสลายสารอินทรีย์ (Decomposer) กระจายตัวอยู่ทั่วผืนป่า ดำรงชีวิตอยู่มาเนิ่นนาน จนเรียกได้ว่าเป็นหนึ่งในระบบนิเวศที่เก่าแก่ที่สุดบนโลก
.
ผู้ย่อยสลายสารอินทรีย์เหล่านี้ มีชีวิตโดยการผลิตเอนไซม์ออกมาย่อยสลายซากสิ่งมีชีวิตให้เป็นสารอาหารที่มีขนาดโมเลกุลเล็กลง แล้วดูดซึมสารอาหารไปใช้บางส่วน ส่วนที่เหลือจะอยู่ในสิ่งแวดล้อม ซึ่งผู้ผลิตสามารถนำไปใช้ในการดำรงชีวิตต่อไป
.
.
:: นั่นหมายความว่า พวกเขามีบทบาทสำคัญในการทำให้เกิดการหมุนเวียนของสารเป็นวัฏจักรได้ เช่น วัฏจักรคาร์บอน วัฏจักรน้ำ วัฏจักรไนโตรเจน วัฏจักรฟอสฟอรัส
.
ยกตัวอย่างเช่น วัฏจักรคาร์บอน ซึ่งเริ่มจากพืชใช้แก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ในกระบวนการสังเคราะห์ด้วยแสงเพื่อสร้างสารประกอบอินทรีย์ซึ่งมีคาร์บอนเป็นองค์ประกอบ เช่น คาร์โบไฮเดรต ไขมัน โปรตีน เก็บไว้ในส่วนต่าง ๆ ของพืช
.
เมื่อสิ่งมีชีวิตอื่นมากินพืช สารประกอบอินทรีย์ที่มีคาร์บอนนี้จะถูกถ่ายทอด เมื่อสิ่งมีชีวิตตายลง บางส่วนจะถูกย่อยสลายโดยผู้ย่อยสลายสารอินทรีย์ ส่วนที่ไม่ถูกย่อยจะทับถมกันเป็นเวลานานภายใต้สภาวะที่เหมาะสมและเปลี่ยนเป็นเชื้อเพลิงซากดึกดำบรรพ์ ทำให้เกิดแก๊สคาร์บอนไดออกไชด์กลับคืนสู่บรรยากาศ ซึ่งพืชนำไปใช้ในการสังเคราะห์ด้วยแสง จึงเกิดการหมุนเวียนต่อเนื่องเป็นวัฏจักร [ อ้างอิง : https://www.ipst.ac.th/knowledge/10594/ecosystem.html ]
.
.
:: ผู้ย่อยสลายสารอินทรีย์แต่ละชนิดสร้างประโยชน์ที่ต่างกันไป ในระบบนิเวศ พบว่า “ราทำลายแมลง” จะช่วยควบคุมจำนวนแมลงในธรรมชาติให้สมดุล และเป็นดัชนีชี้วัดความอุดมสมบูรณ์ของผืนป่า
.
ส่วนเห็ดนานาชนิด ที่ทำหน้าที่ย่อยสลายซากโดยการปล่อยเอนไซน์ย่อยเนื้อไม้ ให้ค่อยๆ ผุผัง เช่น วุ้นเขากวางเหลือง เห็ดม่วงมณี เห็ดรังนกขอบเรียบ เป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยสร้างการหมุนเวียนสรรพสิ่งในธรรมชาติ
.
บางครั้ง กลุ่มผู้ย่อยสลายจะเปลี่ยนสารอินทรีย์ จำพวกคาร์โบไฮเดรต โปรตีน ไขมัน และแร่ธาตุต่างๆ ให้เป็นสารอนินทรีย์ ได้แก่ แคลเซียม ฟอสฟอรัส และโพแทสเซียม เปิดให้โอกาสให้บรรดาพืชสีเขียวในบริเวณแห่งนั้น ได้ดึงไปใช้สร้างธาตุอาหารต่อไปใหม่
.
.
หากในป่าไม่มีผู้ทำหน้าที่ย่อยสลายอย่าง เ ห็ ด ร า กระบวนการที่สำคัญเหล่านี้อาจไม่เกิดขึ้น และระบบนิเวศอาจต้องสูญเสียสมดุลไป.…

__________

อ้างอิง :
- https://www.ipst.ac.th/knowledge/10594/ecosystem.html
- https://ngthai.com/science/31560/carbon-cycle/?fbclid=IwAR3rNwfswcHnFYzAcVCqaklrQG4YWZgTuYmX_1d080smCn7dDfLAvHKzzmI
- https://www.saranukromthai.or.th/sub/book/book.php?book=17&chap=3&page=t17-3-infodetail03.html

Photos from มูลนิธิไทยรักษ์ป่า's post 26/11/2021

Photos from มูลนิธิไทยรักษ์ป่า's post

18/10/2021

เลี้ยงอึ่งเผ้า เพาะลูกขาย รายได้วันละ 2,000 บาท

17/10/2021

#โจน_จันได : #คนจนผู้ยิ่งใหญ่

โจน จันได : จาก รปภ. - เด็กเสิร์ฟ -และพนักงานโรงแรม ที่ทำงานเหมือนหนูถีบจักรอยู่ในเมืองหลวงวันละกว่า 8 ชั่วโมง สู่การตั้งคำถามกับชีวิตตัวเองว่า "#ทำไมต้องลำบากและทำไมต้องทำชีวิตให้ยาก" ด้วยาการตัดสินใจทิ้งทุกอย่างในเมืองหลวง แล้วหันเหชีวิตสู่บ้านเกิด

ที่มา: https://youtu.be/eAskmrnrk6A

14/10/2021
06/10/2021

พื้นที่ 5 ไร่ สร้างสวรรค์บนดิน มีอยู่ มีกิน มีเกียรติ

04/10/2021

สุดยอดคลังอาหาร!!อลังการมีทุกอย่างครบจบที่เดียว

29/09/2021

ENVIRONMENT: พบหลุมโอโซนที่ขั้วโลกใต้
มีขนาดใหญ่กว่าทวีปแอนตาร์ติกา
.
เมื่อช่วงครึ่งปีแรก เราต่างได้รับข่าวดีถึงการฟื้นตัวของชั้นโอโซนที่ค่อยๆ กลับมาดีวันดีคืน จนรูรั่วแถบขั้วโลกเหนือได้ปิดตัวลงอย่างสนิท อีกทั้งปริมาณซีเอฟซีในชั้นโอโซนก็ลดลงอย่างเห็นได้ชัด
.
แต่ถึงจะบอกว่า “ลดลง” ก็ไม่ได้หมายความว่า “หมดไป” ปัจจุบันยังมีสารซีเอฟซีหลงเหลืออยู่ในชั้นบรรยากาศและสามารถรวมตัวสร้างความเสียหายให้กับชั้นโอโซนของโลกได้ตลอดเวลาเช่นเดิม
.
ตามรายงานล่าสุดของศูนย์สังเกตการณ์ชั้นบรรยากาศโคเปอร์นิคัส พวกเขาพบว่าหลุมโอโซนแถบขั้วโลกใต้ได้ขยายตัวจนใหญ่กว่าพื้นที่แอนตาร์กติก และยังจะขยายใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ ไปจนถึงช่วงเดือนตุลาคม
.
ซึ่งเป็นหลุมโอโซนที่ใหญ่ที่สุดจากที่เคยตรวจสอบมาตั้งแต่ปี 1979
.
อย่างไรก็ตาม นักวิทยาศาสตร์อธิบายว่า การปรากฎตัวของหลุมโอโซนในขั้วโลกใต้ในช่วงปลายปีแบบนี้ถือเป็น “เหตุการณ์ปกติ” สำหรับนักวิทยาศาสตร์ที่เฝ้ามอง ตามที่ผู้อำนวยการศูนย์สังเกตการณ์ชั้นบรรยากาศโคเปอร์นิคัสให้สัมภาษณ์กับสื่อ
.
เนื่องจากอิทธิพลของ “ลมวนขั้วโลก” หรือโพลาร์วอร์เท็กซ์ ที่จะพัดอยู่แถบขั้วโลกใต้ในเวลาเดียวกันให้พัดเอาสารซีเอฟซีมารวมไว้ที่ขั้วโลกใต้จนเกิดหลุมโอโซนในช่วงเวลานี้ของทุกปี
.
ส่วนจะใหญ่หรือเล็กก็ขึ้นอยู่กับปริมาณสารซีเอฟซีที่พบในปีนั้นๆ
.
หลังจากนี้ในช่วงเดือนธันวาคม ชั้นโอโซนของขั้วโลกใต้ก็จะกลับเป็นปกติอีกครั้ง เมื่อกระแสลมวนขั้วโลกพัดจากไป
.
ในส่วนนี้ ต้องทำความเข้าใจก่อนว่า แม้สารซีเอฟซีหรือสารประกอบคลอโรฟลูออโรคาร์บอนซึ่งใช้กันในอุตสาหกรรมเครื่องปรับอากาศ จะถูกระงับไปในพิธีสารมอนทรีออล สนธิสัญญาสากลที่กำหนดขึ้นเพื่อควบคุมการผลิตและการใช้สารที่ส่งผลกระทบต่อโอโซนโลก ไปตั้งแต่ปี 1987 และเกือบทุกประเทศเลิกใช้ไปอย่างถาวรเมื่อปี 2010 แต่ก็ยังมีส่วนที่ตกค้างอยู่ในชั้นบรรยากาศ ซึ่งต้องใช้เวลาหลายทศวรรษกว่าจะสลายตัวไปจนหมด และยังพบการลักลอบใช้สารซีเอฟซีอยู่ในบางประเทศ โดยเมื่อต้นปีที่ผ่านมาทางการจีนได้ออกมายอมรับแล้วว่ามีลักลอบใช้สารตัวนี้อยู่ในบางอุตสาหกรรม
.
และถึงแม้จะเลิกใช้ซีเอฟซีกันไปจริงๆ แต่สารประกอบคลอรีนและโบรมีนก็ยังมีใช้กันอยู่ รวมถึงปัจจุบันยังมีการใช้สารจำพวกไฮโดรคลอโรฟลูออโรคาร์บอน (เอชซีเอฟซี) ซึ่งเป็นสารเคมีตัวใหม่ที่นำมาใช้ทดแทนสารซีเอฟซี แม้จะมีอันตรายน้อยกว่า แต่ก็สามารถสร้างผลกระทบให้กับชั้นโอโซนได้เช่นกัน
.
เมื่อบวกเข้ากับปรากฎการณ์ลมวนขั้วโลกที่พัดพาสารเคมีต่างๆ ขึ้นไปบนชั้นบรรยากาศ เราจะพบการเกิดหลุมโอโซนเช่นนี้อยู่ร่ำไปทุกๆ ปี ทั้งจากจุดที่ปิดแล้วและจุดที่ยังไม่ปิดสนิทจนกว่าสารซีเอฟซีที่สะสมไว้แต่อดีตสลายหายไปจนหมด
.
ทั้งนี้ทั้งนั้น นักวิทยาศาสตร์เชื่อว่าแนวโน้มในอนาคตยังเป็นไปในด้านบวก จากการงดใช้สารเคมีที่สร้างผลกระทบรุนแรงไปแล้ว แม้จะมีการลักลอบใช้อยู่ แต่ผลกระทบอาจไม่รุนแรงเหมือนเช่นในอดีต
.
อย่างเร็วที่สุด ชั้นโอโซนโลกจะกลับมาเป็นปกติในอีก 50 ปีข้างหน้า หากเรายังแน่วแน่ในแนวทางการแบนสารซีเอฟซีต่อไป

อ้างอิง: CNN. The ozone hole over the South Pole is now bigger than Antarctica. https://cnn.it/3hQJocM
BBC. Ozone layer 'rescued' from CFC damage. https://bbc.in/373iEjQ
NG Thai. การลดลงของโอโซน ในชั้นบรรยากาศโลก. https://bit.ly/3tXCwzg


#พื้นที่สร้างสรรค์เพื่อวันพรุ่งนี้ที่ดีกว่า

28/09/2021

Ep.83 สิ่งที่เรา “ไม่รู้” และ “ไม่เข้าใจ”

27/09/2021

ให้ภาพเล่าเรื่องว่าแบบไหนรอด

12/09/2021

พันธุ์ไทย EP.10 : สิ้นสุดการเดินทางอันยาวนานที่สายพันธุ์ "บางสะพาน"

02/09/2021

เขาปลูกกระดาษทิชชู่ใช้เอง

02/09/2021

'หยวน หลงผิง' นักวิจัยข้าว คนจีนรักทั้งประเทศ

31/08/2021
30/08/2021

12 year old girl "Alexis Bortell" before and after cannabis treatment.

Still think it's not a medicine?

25/08/2021

‘ขยะพลาสติก’ ใครคือผู้รับผิดชอบ?

Photos from Thai Herb Centers's post 04/08/2021

Photos from Thai Herb Centers's post

12/07/2021

มีผู้ตั้งคำถามว่าวาทกรรม "แผ่นดินอาบสารพิษ" เป็นความจริงหรือไม่ประการใด ? ไทยแพนยังไม่ตอบคำถามนั้น แต่พาทุกท่านมาดูข้อมูลการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืชในประเทศไทยเปรียบเทียบกับประเทศต่างๆทั่วโลกดูก่อน

โดยข้อมูลจากประเทศไทย เราใช้ข้อมูลการนำเข้าสารเคมีกำจัดศัตรูพืชปี 2561 ของกรมวิชาการเกษตร (DOA) 92,911 ตัน ลบด้วยข้อมูลการส่งออกในปีเดียวกัน (5,394 ตัน) ซึ่งจะเท่ากับปริมาณการใช้ในประเทศ ได้ตัวเลขเท่ากับ 87,517 ตันสารออกฤทธิ์ เมื่อเปรียบเทียบกับฐานข้อมูลการใช้สารเคมีขององค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) ของปี 2561 ปีเดียวกัน พบว่าประเทศไทยมีปริมาณการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืชมากเป็นอันดับที่ 6 ของโลก รองจาก จีน สหรัฐ บราซิล อาร์เจนตินา และ แคนาดา

ทั้งนี้ประเทศไทยมีพื้นที่ปลูกพืชอยู่ในลำดับที่ 15 ของโลก

โพสต์ต่อไป ไทยแพนจะพาไปดูเกณฑ์ในการเปรียบเทียบปริมาณการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืชของประเทศไทยปัจจุบันเปรียบเทียบกับประเทศต่างๆว่าในทางวิชาการมีวิธีการเปรียบเทียบอย่างไร ไม่ใช่ใครบางคนที่เอาตัวเลขผิดๆของการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืช ย้อนหลังไป 30 ปี เอามาบิดเบือนเพื่อบอกว่าประเทศไทยยังใช้สารเคมีน้อยมาก เพื่ออ้างเหตุคัดค้านการแบนสารพิษร้ายแรง

คอยติดตามซีรี่ส์นี้แบบยาวๆ เพื่อรู้ทันกลุ่มคัดค้านการแบนสารพิษร้ายแรง และร่วมกันสร้างระบบเกษตรกรรมและอาหารที่ปลอดภัยกว่าทั้งต่อเกษตรกรและผู้บริโภค

06/07/2021

5 นาทีมีพลัง : ฤษีนิล

17/04/2021

สวนผักตาแข ชีวิตที่ปลอดโรคด้วยผักข้างบ้าน

วิดีโอทั้งหมด (แสดงผลทั้งหมด)

เบอร์โทรศัพท์

เว็บไซต์

ที่อยู่


Si Sa Ket
33240

Si Sa Ket ร้านอาหารอื่นๆ (แสดงผลทั้งหมด)
สำราญ มหาซน ศรีสะเกษ สำราญ มหาซน ศรีสะเกษ
Si Sa Ket, 33000

ร้านอาหาร

A&R coffee and Tee A&R coffee and Tee
Si Sa Ket, 33000

Qhun Qhun Kitchensisaket Qhun Qhun Kitchensisaket
ซอยโรงเรียนสิริเกศน้อมเกล้
Si Sa Ket, 33000

บริการอาหารนานาชาติคุณภาพระดับพรี?

Chob Coffee Chob Coffee
196 หมู่ 11 ต.หมากเขียบ
Si Sa Ket, 33000

ร้าน Chob Coffee ร้านกาแฟเล็กๆ ตั้งอยู่ข้า?

Baristo Arts Coffee at Khun - Han Baristo Arts Coffee at Khun - Han
ขุนหาญ - สำโรงเกรียติ
Si Sa Ket, 33150

คาเฟ่

Sirithida Klf chxp ขายทุกอย่าง ขายปลีก-ส Sirithida Klf chxp ขายทุกอย่าง ขายปลีก-ส
ถนน ศรีสะเกษ, น้ำคำ, ศรีสะเกษ 33
Si Sa Ket, 33000

Tham's Home ธรรมโฮมคาเฟ่ Tham's Home ธรรมโฮมคาเฟ่
Tham's Home บ้านโนนสำนัก หมู่ที่ 8 ตำ
Si Sa Ket, 33000

คาเฟ่บ้านไม้ ท่ามกลางป่าเล็กๆโอบล้อมด้วยต้นไม้ กาแฟ slow bar อาหาร เปิด 10.00-18.00 น. หยุดทุกวันอังคาร

มาดามปลาร้า - MADAM PLARA มาดามปลาร้า - MADAM PLARA
117/4 หมู่ 8 ถนน ศรีสะเกษ-อุบล ตำบ
Si Sa Ket, 33000

ยำ & ส้มตำ รสแซ่บบบบ เปิดบริการทุกวัน 10.00-22.00น.

Boo's Coffee Boo's Coffee
Si Sa Ket, 33000

หอม เข้มข้น สไตล์บูส์

ก๋วยเตี๋ยวเรือชากังราว รสเด ก๋วยเตี๋ยวเรือชากังราว รสเด
97/10 หมู่ 6 ถ.ศรีสะเกษ-อุบล ต.โพธิ
Si Sa Ket, 33000

รสเด็ด� คอนเฟิร์ม�

KapiiDum Cattery KapiiDum Cattery
ถนน ศรีสะเกษ, น้ำคำ, ศรีสะเกษ 33
Si Sa Ket, 33000

หาเพื่อนคู่ใจ ในราคาสบายๆ ��� เลี้ยงในระบบปิด คุณภาพ100% �

Touten ร้านขนมญี่ปุ่น สินค้านำเข Touten ร้านขนมญี่ปุ่น สินค้านำเข
367หมู่8ต.หนองครก
Si Sa Ket, 33000

ร้านขนมญี่ปุ่นและสินค้าอื่นๆนำเข้า ไม่ต้องพรีออเดอร์(พร้อมส่ง) เอาใจสาวกคนชอบญี่ปุ่นเลยค่าา