Fluidflow Thailand - Pipe Flow Pressure Drop software

Fluidflow Thailand - Pipe Flow Pressure Drop software

Fluidflow ซอฟแวร์สำหรับการออกแบบ วิเคราะ?

26/10/2022

ทุกคนคงเคยเจอปัญหาท่อประปาแตกในบ้านหลังจากปิดก๊อกน้ำอย่างกระทันหัน
ปัญหานี้เรียกว่า “Water hammer” และเกิดได้เช่นกันในอุตสาหกรรมจนต้องเสียทั้งเงินทั้งเวลาซ่อม
ปัญหานี้มีสาเหตุมาจาก “มวล หรือ ปริมาตร และความดันของไหลในท่อถูกบังคับให้หยุดหรือเปลี่ยนทิศทางอย่างกระทันหัน ทำให้พลังงานที่เหลือจากการไหลกระแทกเข้ากับวาล์วหรือข้องอทำให้เกิดความเสียหาย”
โดยรายละเอียดโมเมนตัมของของไหลที่ถูกหยุดกระทันหันจะสร้างคลื่นที่เกินจากความดันย้อนกลับผ่านของไหล ทำให้ของไหลในท่อกระแทกกันทำให้พลังงานซึ่งทำให้ท่อสั่น

จากที่ว่ามา Check valve บางประเภทเช่น Swing check valve, tilting disc check valve มีแนวโน้มที่จะปิดอย่างกระทันหันอาจจะเป็นสาเหตุของ water hammer หรือการที่ปั๊มหยุดทำงานอย่างกระทันหัน ซึ่งความเร็วของของไหลในระบบก็เปลี่ยนอย่างกระทันหัน ทำให้ของไหลขาออกปั๊มที่ยังไหลต่อทำเกิดเป็นสูญญากาศในท่อซึ่งสามารถเกิดเป็น water hammer

แล้วผลกระทบของ Water hammer ล่ะ??
เหตุการณ์นี้มักเกิดกับ Incompressible fluid เมื่อของไหลเคลื่อนที่จนถึงความเร็วประมาณนึง ของไหลจะมีพลังงานปริมาณมากถ้าหากถูกหยุดอย่างกระทันหัน
ตัวอย่างเช่น น้ำ 100 แกลลอน ไหลผ่านท่อ 2 นิ้ว ด้วยความเร็ว 10 ฟุตต่อวินาที ถ้าหากการไหลถูกหยุดกระทันหันเช่นการปิดวาล์ว จากการคำนวณแรงกระแทกที่เกิดจากของไหลเทียบเท่ากับค้อนหนัก 835 ปอนด์
ผลกระทบจาก Water hammer อย่างน้อยที่สุดคือ “การสั่นและเกิดเสียงดังบนท่อ”
อย่างน้อยที่สุดก็มีผลกระทบอื่นๆที่สามารถเกิดขึ้นอีกเช่น
1.ท่อแตก
2.เกิดรอบรั่วตามข้อต่อ
3.เกิดความเสียหายกับอุปกรณ์ต่างๆบนท่อเช่น flow meter, pressure gauge และอื่นๆ
4.เกิดความเสียหายกับ pipe support เนื่องจากการสั่น
5.เกิดความเสียหายกับผลิตภัณฑ์ เช่น อาหารและยา

สรุป
“ในการไหลมีทั้งมวลและความเร็ว สามารถทำให้เกิด Water hammer ซึ่งทำให้เกิดความเสียหายต่อท่อ ,อุปกรณ์ และผลิตภัณฑ์”

===========================================
สงสัยหรืออยากรู้หรืออยากปรึกษาเรื่องอะไรคอมเม้นต์ได้ครับ หากมีข้อผิดพลาดขออภัย
===========================================
มีปัญหาการคำนวณหรือปัญหาของไหลในท่อภายในโรงงาน ปรึกษาเราได้
===========================================
ทดลองใช้งาน : https://fluidflowinfo.com/free-trial/
===========================================
ติดต่อสอบถามได้ที่ 0657823545 (คุณเนย์,[email protected]), 0987670665 (ก้อง, [email protected]) ,www.glb-re.com

28/09/2022

โดยปกติเราคงจะคุ้นกับ Performance curve ของปั๊มว่ามันสามารถสื่อถึงประสิทธิภาพของตัวปั๊มได้ แต่หลายๆคนอาจจะยังไม่คุ้นเคยหรือไม่สารถบอกได้อย่างชัดเจนว่าความสัมพันธ์ระหว่างจุดที่ปั๊มทำงานจริงๆกับ performance curve นั้นเป็นอย่างไร ซึ่งความสัมพันธุ์เหล่านี้สามารถบอกถึงสิ่งต่างๆเกี่ยวกับอุปกรณ์นั้นๆได้ เช่น อายุการใช้งาน, ค่าใช้จ่ายใจการบำรุงรักษา, จำเป็นจะต้องดูแลอุปกรณ์ตลอดหรือไม่, ค่าใช้จ่ายอื่นๆที่อาจจะคาดไม่ถึง, และบอกได้ถึงวิธีการหลักเลี่ยงอารหยุดงานของอุปกรณ์
Centrifugal pump หรือ ปั๊มหอยโข่ง ควรจะเลือกทำงานที่จุดที่มีประสิทธิภาพสูงสุด หรือ Best efficiency point หรือ BEP
แล้วอะไรคือจุด BEP ล่ะ???
BEP หรือจุดที่ให้ประสิทธิภาพปั๊มสูงสุด คือ จุดที่สามารถบอกการทำงานของปั๊มบน performance curve ซึ่งให้ประสิทธิภาพสูงสุดที่ขนาดของใบพัดปั๊มนั้นๆ.......โดยปกติปั๊มควรจะทำงานใกล้จุด BEP แต่ในความเป็นจริง ในระบบอาจจะมีความผันผวน และสิ่งรบกวนอื่นๆจากระบบอาจจะเป็นสาเหตุที่ การทำงานของปั๊มหลุดออกจากจุด BEP ทำให้ประสิทธิภาพลดลง
เรามาลองดูตัวอย่าง Performance curve ของปั๊มทั่วๆไปตามภาพ จะเห็นว่าจุด BEP คือจุดสูงสุดของเส้นประสิทธิภาพ (Efficiency curve) เพราะฉะนั้นปั๊มตัวนี้ควรจะทำงานสำหรับอัตราไหล 16 m3/h ที่ head 68 เมตรน้ำ โดยจะให้ประสิทธิภาพ 71% ซึ่งเป็นประสิทธิภาพสูงสุดของขนาดใบพัดนั้นแล้ว
ตามตัวอย่าง อัตราไหล 16 m3/h ที่ head 68 เมตรน้ำ ซึ่งเป็นการทำงานในอุดมคติ อย่างที่กล่าวไปอัตราไหลผันผวนทำให้การทำงานของปั๊มจะหลุดจากจุด BEP ไปเช่น การดำเนินการที่อัตราไหลมากกว่าจุด BEP จะทำให้จุดการทำงานของปั๊มบน Performance curve จะเลื่อนไปทางขวา เช่นเดียวกันถ้าอัตราไหลลดจะเลื่อนไปทางซ้าย โดยเลื่อนไปทางไหนก็จะทำให้ประสิทธิภาพลดลง ดังนั้นจุด BEP จึงเป็นประเด็นสำคัญที่จะทำให้ปั๊มสามารถทำงานได้มีประสิทธิภาพสูงสุด ตามที่บอกไปเราไม่สามารถทำให้ปั๊มทำงานที่จุด BEP ได้ตลอดเวลา แต่เราควรจะเลือกขนาดปั๊มให้ทำงานอยู่ประมาณ 90% ถึง 110% ของค่า BEP เป็นแนวทางง่ายๆสำหรับการเลือกปั๊ม
แล้วผลกระทบของงานทำงานนอกเหนือจากจุด BEP จะทำให้ปั๊มเป็นอย่างไร???
จากกราฟจะแสดงผลที่เกิดจากการเลือกปั๊มที่ทำงานห่างจากจุด BEP ซึ่งทำให้ปั๊มเกิดปัญหาต่างๆ เช่น ปั๊มทำงานหนักแต่มีอัตราไหลน้อยทำให้อุณหภูมิปั๊มสูงขึ้น, เกิด Cavitation ทำให้ปั๊มเกิดความเสียหาย, อายุการใช้งานของ Bearing และ Seal สั้นลง เป็นต้น โดยปัญหาเหล่านี้อาจจะทำให้ปั๊มเสียหาย

================
#ปรึกษาปัญหาภายในโรงงาน
#ซอฟแวร์สำหรับคำนวณทางวิศวกรรม


#คำนวณความดันลด
================
สงสัยหรืออยากรู้หรืออยากปรึกษาเรื่องอะไรคอมเม้นต์ได้ครับ หากมีข้อผิดพลาดขออภัย
================
ทดลองใช้งาน : https://fluidflowinfo.com/free-trial/
================
ติดต่อสอบถามได้ที่
0657823545 (คุณเนย์,[email protected]),
0987670665 (ก้อง, [email protected]) ,
================
สามารถรู้จักเรามากขึ้นที่ www.glb-re.com

08/08/2022

☑️คำนวณ pressure drop ในท่อไม่ได้มีแค่สมการเดียว☑️
ของเหลวที่ไหลผ่านท่อจะถูกต้านทานด้วยความเค้นเฉือนเนื่องจากความหนืดของของเหลว และความปั่นป่วนที่เกิดขึ้นตลอดผิวด้านในของท่อ ซึ่งความปั่นป่วนนี้เกิดจากความขรุขระของวัสดุที่ใช้ทำท่อ โดยความต้านทานนี้มักจะเรียกว่าแรงเสียดทานของท่อ และจะบอกเป็นเฮด (Head loss) ในหน่วยเมตรหรือฟุตของของไหล ดังนั้น Head loss จึงสามารถใช้บอกความต้านทานในการไหลได้
ปัจจัยหลายอย่างส่งผลต่อ Head loss ในท่อ ไม่ว่าจะเป็นความหนืดของของไหล ขนาดท่อ ความขรุขระที่ผนังท่อด้านใน การเปลี่ยนแปลงระดับความสูงในระบบ และระยะทางที่ของไหลเคลื่อนที่
นอกจากนี้ความต้านทานที่เกิดจากการไหลผ่านวาล์วและอุปกรณ์ข้อต่อต่าง ๆ ยังส่งผลต่อ Head loss โดยรวมด้วยเช่นกัน สำหรับวิธีการคำนวณความต้านทานจากการไหลผ่านวาล์วและอุปกรณ์ข้อต่อนั้นมีอธิบายไว้ที่อื่น แต่ในระบบที่ออกแบบมาอย่างดีจะทำให้ความต้านทานเนื่องจากวาล์วและข้อต่อจะมีค่าน้อยเมื่อเทียบกับ Head loss โดยรวม วิศวกรส่วนมากจึงออกแบบระบบท่อโดยไม่คำนึงถึงการสูญเสียนี้ อย่างน้อยก็ในขั้นเริ่มต้นของการออกแบบ
มีการวิจัยเกี่ยวกับเรื่องนี้เกิดขึ้นจำนวนมากในช่วงหลายปีที่ผ่านมา และสูตรการคำนวณ Head loss หลายสูตรถูกพัฒนาขึ้นโดยใช้ข้อมูลจากการทดลอง หนึ่งในนั้นมีสมการของ ChÈzy ที่ใช้ในการประมาณค่า Head loss ของการไหลในทางน้ำเปิด โดยสมการนี้ใช้แนวคิดของเส้นขอบเปียก (Wetted perimeter) และเส้นผ่านศูนย์กลางภายในของท่อ แม้ว่าค่าคงที่ C ในสมการจะต้องหาจากการทดลองก็ตาม
📑The Darcy-Weisbach equation📑
Weisbach ได้เสนอสมการแรกที่เรารู้จักในชื่อ Darcy-Weisbach formula หรือ Darcy-Weisbach equation
h_f = f(L/D)×(v^2/2g)
เมื่อ hf = head loss (m)
f = friction factor
L = ความยาวท่อ (m)
d = เส้นผ่านศูนย์กลางภายในของท่อ (m)
v = ความเร็วของของไหล (m/s)
g = ความเร่งเนื่องจากแรงโน้มถ่วงของโลก (m/s²)
หรือ hf = head loss (ft)
f = friction factor
L = ความยาวท่อ (ft)
d = เส้นผ่านศูนย์กลางภายในของท่อ (ft)
v = ความเร็วของของไหล (ft/s)
g = ความเร่งเนื่องจากแรงโน้มถ่วงของโลก (ft/s²)
อย่างไรก็ตามสมการนี้ยังคงมีตัวแปร Friction factor ที่ยังไม่ทราบค่าและต้องคำนวณต่อไป
📑Friction Factors📑
Fanning ได้ทำการทดลองมากมายเพื่อหาข้อมูลสำหรับ friction factor อย่างไรก็ตามการคำนวณ Head loss โดยใช้ Fanning friction factor จะต้องใช้ Hydraulic radius (Rh) แทนเส้นผ่านศูนย์กลางภายในของท่อ โดยที่ Hydraulic radius สามารถคำนวณได้ด้วยการหารพื้นที่หน้าตัดของท่อด้วยเส้นขอบเปียก สำหรับท่อกลมที่มีการไหลเต็มท่อนั้น Hydraulic radius มีค่าเท่ากับหนึ่งในสี่ของผ่านศูนย์กลางท่อ ดังนั้นสมการคำนวณ Head loss จึงกลายเป็น
hf = ff (L/Rh )×(v^2/2g)
เมื่อ Rh = Hydraulic radius
ff = Fanning friction factor
Dracy ได้เสนอแนวคิดโดยใช้ความขรุขระสัมพัทธ์ของผิวท่อ (Relative roughness) ซึ่งเป็นอัตราส่วนระหว่างความขรุขระที่ผิวท่อด้านในกับเส้นผ่านศูนย์กลางภายในของท่อ ซึ่ง Relative roughness จะส่งผลต่อ Friction factor ในระบบที่ไหลแบบปั่นป่วน (Turbulent flow) สำหรับท่อที่มีพื้นผิวค่อนข้างเรียบจะทำให้ผลของความปั่นป่วนตลอดผนังท่อมีน้อยลง ดังนั้นจึงมีค่า Friction factor ที่ต่ำกว่า
นอกจากนี้ผลงานของท่านอื่น ๆ เช่น Poiseuille, Hagen, Reynolds, Prandtl, Colebrook และ White ยังมีส่วนช่วยในการพัฒนาสมการคำนวณ Friction factor และ Head loss เนื่องจากแรงเสียดทาน
Darcy Friction factor มีค่ามากกว่า Fanning Friction factor 4 เท่า และเมื่อแทนค่าลงในสมการของ Weisbach จึงกลายเป็นสมการมาตรฐานที่ใช้ในการคำนวณ Head Loss ของระบบที่ไหลแบบปั่นป่วน ในช่วงแรกนั้น Darcy-Weisbach equation เป็นสมการที่ใช้ยาก เพราะไม่มีเครื่องคำนวณอิเล็กทรอนิกส์และต้องทำการคำนวณด้วยมือ
Colebrook-White equation เป็นสมการที่ใช้วิธีการทางคณิตศาสตร์เพื่อคำนวณหา Friction factor ใช้กับท่อที่ไม่เรียบทั้งหมดและไม่ขรุขระทั้งหมด และเนื่องจากมีพจน์ Friction factor อยู่ทั้งสองฝั่งของสมการจึงคำนวณได้ยากหากไม่ทำ trial and error
1/√f=1.14-2 log_10⁡〖(e/D+9.35/(Re√f) ) สำหรับ Re>4000〗
เมื่อ f = friction factor
e = ความขรุขระที่ผิวท่อด้านใน
D = เส้นผ่านศูนย์กลางภายในของท่อ
เนื่องจากความยากในการแก้สมการ Colebrook-White equation จึงได้มีการใช้ Hazen-Williams formula สำหรับคำนวณการไหลของน้ำที่อุณหภูมิ 60 ºF (15.5 ºC) เป็นเวลาหลายปี ซึ่งสมการนี้จำเป็นต้องใช้ Head loss coefficient ในการคำนวณ แต่ Head loss coefficient นั้นอาจแตกต่างกันตั้งแต่ประมาณ 80 ถึง 130 และมากกว่า จึงทำให้ Hazen-Williams formula ไม่เหมาะสำหรับใช้ในการประมาณค่า Friction factor ที่แม่นยำ
📑The Moody Chart📑
ในปี 1944 LF Moody ได้พลอตข้อมูลจากสมการของ Colebrook กราฟนี้จึงเป็นที่รู้จักกันในชื่อ The Moody Chart หรือบางครั้งอาจเรียกว่า Friction Factor Chart ทำให้ผู้ใช้งานสามารถหาค่า Friction factor ของระบบที่ไหลแบบปั่นป่วนได้อย่างแม่นยำพอสมควร เพียงแค่พลอตข้อมูลระหว่าง Reynolds Number กับ Relative Roughness ของท่อ
Moody Chart ส่งเสริมการใช้ Darcy-Weisbach equation และกลายเป็นทางเลือกในการคำนวณสำหรับวิศวกรไฮดรอลิกอย่างรวดเร็ว เครื่องคิดเลข Head loss หลายรูปแบบได้รับการพัฒนาเพื่อช่วยในการคำนวณ ซึ่งมีกฎสไลด์แบบวงกลมที่ใช้คำนวณการไหลในท่อด้านหนึ่งและการไหลในทางน้ำเปิดอีกด้านหนึ่ง
การพัฒนาคอมพิวเตอร์ตั้งแต่ปี 1980 เป็นต้นไปช่วยลดเวลาที่ใช้ในการคำนวณ Friction factor และ Head loss จึงทำให้การใช้ Darcy-Weisbach Formula กว้างขึ้นจนทำให้สูตรอื่น ๆ ทั้งหมดแทบไม่มีการใช้แล้ว

================
#ปรึกษาปัญหาภายในโรงงาน
#ซอฟแวร์สำหรับคำนวณทางวิศวกรรม


#คำนวณความดันลด
================
สงสัยหรืออยากรู้หรืออยากปรึกษาเรื่องอะไรคอมเม้นต์ได้ครับ หากมีข้อผิดพลาดขออภัย
================
ทดลองใช้งาน : https://fluidflowinfo.com/free-trial/
================
ติดต่อสอบถามได้ที่
0657823545 (คุณเนย์,[email protected]),
0987670665 (ก้อง, [email protected]) ,
================
สามารถรู้จักเรามากขึ้นที่ www.glb-re.com

19/05/2022

จากโพสที่แล้ว คงทราบกันแล้วว่า Hydraulic Calculation คืออะไร ประกอบด้วยการทำอะไรบ้าง
https://www.facebook.com/FluidflowThailand/posts/365418278864104
วันนี้เราจะมาลงรายละเอียดเพิ่มเติมกันครับ
First Step in Hydraulic Calculation
สิ่งแรกเลยที่เราจะทำการคำนวณระบบท่อ เราจะต้องกำหนดเส้นทางที่ท่อจะเดินจากต้นทางสู่ปลายทาง ซึ่งจะประกอบไปด้วยอุปกรณ์ต่างๆเช่น ท่อตรง ข้องอ วาล์ว ไส้กรอง และอื่นๆ ซึ่งมีผลโดยตรงกับค่า Pipe Pressure loss ที่มีผลต่อการ Sizing pump หรืออุปกรณ์อื่นๆ
หลังจากที่เรากำหนัดเส้นทางการเดินท่อที่เราคำนวนได้แล้ว เราจะทราบจำนวนของอุปกรณ์ในเส้นท่อ จากนั้นเพื่อให้ง่ายต่อการคำนวน PressureLoss ในขั้นตอนต่อไป เราจะทำการแปลง PressureLoss ของอุปกรณ์ต่างๆที่ไม่ใช่ท่อ เช่น ข้องอ วาล์ว เทียบกับท่อตรง โดยใช้วิธีที่ชื่อว่า
Equivalent length Method (L/D Ratio)
ซึ่งเป็นวิธีที่รวดเร็วและง่าย สามารถหาข้อมูลได้ทั่วไป
คือวิธีการเทียบว่าการติดตั้งวาล์วหรือฟิตติ้งตัวนั้นๆ เทียบเท่ากับท่อตรงยาวเป็นอัตราส่วน L/D
สมมติว่าบนท่อ 1" ติดตั้ง Gate valve (L/D = 13) แม้เปิดสุดก็มี PressureLoss เทียบเท่ากับท่อตรงยาว 13"
และถ้าเป็น Globe valve-stem type (L/D = 340) แม้เปิดสุดก็เทียบเท่ากับท่อตรงยาว 340"
ซึ่งข้อมูล L/D ratio เหล่านี้สามารถหาได้ทั่วไปตามอินเตอร์เน็ต แต่ในงานคำนวณจริงอาจจะต้องมีการอ้างอิงจากมาตรฐานต่างๆเช่น Crane Technical Paper 410M (1982 Ed.) และ GPSA Eng. Data Book (11th Ed.) ที่น่าเชื่อถือเป็นที่ยอมรับในวงการ
จากการคำนวณโดยใช้ Fluidflow Software จะเห็นว่าระบบที่มี ท่อตรง 1" 6m+Gate valve+ข้องอ90 มีค่า PressureLoss เท่ากับ ท่อตรง 1" 7m
ในขั้นตอนต่อไปเราก็จะนำ Equivalent length ที่คำนวณได้ 7m ไปคำนวณต่อในสมการ Darcy-Weisbach ต่อไป
ซึ่งจะทางเราจะลงรายละเอียดในโพสถัดๆไปครับ
================
#ปรึกษาปัญหาภายในโรงงาน
#ซอฟแวร์สำหรับคำนวณทางวิศวกรรม


#คำนวณความดันลด
================
สงสัยหรืออยากรู้หรืออยากปรึกษาเรื่องอะไรคอมเม้นต์ได้ครับ หากมีข้อผิดพลาดขออภัย
================
ทดลองใช้งาน : https://fluidflowinfo.com/free-trial/
================
ติดต่อสอบถามได้ที่
0657823545 (คุณเนย์,[email protected]),
0987670665 (ก้อง, [email protected]) ,
================
สามารถรู้จักเรามากขึ้นที่ www.glb-re.com

Photos from Fluidflow Thailand - Pipe Flow Pressure Drop software's post 26/04/2022

Hydraulic calculation คืออะไร?? ทำเมื่อไหร่?? ทำไปทำไม??
#ซอฟแวร์สำหรับคำนวณทางวิศวกรรม


#คำนวณความดันลด
โดยทั่วไปในทุกๆงานออกแบบระบบสำหรับการส่งของไหลผ่านท่อจะต้องทำ Hydraulic calculation
Hydraulic calculation คืออะไรล่ะ??
Hydraulic calculation ทำเพื่อหาปริมาณของไหลที่ผ่านระบบท่อและอุปกรณ์ต่างๆไปยังจุดต่างๆไม่ว่าจะมีจุดเดียวหรือหลายจุด
หรือ ถ้าให้พูดง่ายๆคือ
“การคำนวณหาปริมาณของน้ำ(หรือของของไหลอื่นๆ)ผ่านระบบที่มีท่อ ปั๊ม วาล์ว และอุปกรณ์อื่นๆ เพื่อให้มั่นใจว่าจะปลายทางจำได้ปริมาณน้ำ(หรือของของไหลอื่นๆ)ตามที่เราต้องการ”
================
แล้วเราจะทำ Hydraulic calculation ตอนไหน??
การทำ Hydraulic calculation อาจจะเกิดขึ้นในขั้นตอนไหนของโครงการก็ได้ขึ้นอยู่กับจุดประสงค์ แต่โดยทั่วไปจะมี 2 จุดประสงค์หลักคือ :
1.) คำนวณเพื่อออกแบบหาขนาดท่อและอุปกรณ์ให้เหมาะสมกับปริมาณของไหลที่ต้องการ ซึ่งจะเกิดขึ้นในขั้นตอนแรกๆของโครงการ
2.) เมื่อระบบมีการเปลี่ยนแปลงเช่น มีการต่อ piping เพิ่มจากเติม, ขยาย capacity ของกระบวนการ จะต้องทำ Hydraulic calculation เพื่อให้แน่ใจว่าขนาดท่อและอุปกรณ์เดิมที่ใช้อยู่รองรับและเหมาะสมกับการเปลี่ยนแปลงหรือไม่ และควรจะเปลี่ยนไปใช้ท่อและอุปกรณ์แบบไหน
จะเห็นว่าการทำ Hydraulic calculation เป็นขั้นตอนสำคัญที่จำเป็นต้องทำการคำนวณเมื่อมีระบบท่อ ซึ่งการทำ Hydraulic calculation ก็จะทำให้เราได้ข้อมูลสำคัญที่จะสามารถนำไปใช้ติดต่อ vendors หรือผู้ผลิตอุปกรณ์ต่างๆเพื่อให้ได้อุปกรณ์ที่เหมาะสมกับระบบ
================
การทำ hydraulic calculation จะต้องใช้ข้อมูลอะไรบ้าง
1.Isometric drawing, piping routeline , P&ID หรือ PFD >> ข้อมูลเหล่านี้จะเป็นตัวบอกข้อมูลเกี่ยวกับเส้นทางของท่อและตำแหน่งของอุปกรณ์ต่างๆซึ่งส่งผลอย่างมากกับการไหลในระบบท่อ ซึ่งถ้าข้อมูลไม่ครบถ้วนส่วนนี้ก็สามารถ assume และเพิ่ม safety factor สำหรับการคำนวนได้
2.Fluid properties หรือคุณสมบัติของไหลในระบบ เช่น ความหนืด ความหนาแน่น
3.รายละเอียดสเปคของอุปกรณ์ในระบบ(ถ้ามี) เช่น ปั๊ม วาล์ว และอื่นๆ
4.สภาวะที่ต้องการออกแบบเช่น ปลายทางจุด A ต้องการอัตราไหล X m3/h และจุด B อัตราไหล Y m3/h
================
หลังจากที่เรารวบรวมข้อมลเบื้องต้นได้แล้ว จะคำนวณ hydraulic calculation ยังไง?
การคำนวณจะมี 3 ส่วนหลักๆที่ต้องคำนวณร่วมกัน (ถ้าคำนวณโดยไม่ใช้ software ช่วย)
1. equivalent length คือการคำนวณเพื่อแปลงอุปกรณ์ต่างๆในระบบท่อ เช่น ข้องอ, วาล์ว ให้อยู่ในหน่วยความยาวเพื่อที่จะนำไปคำนวน pressure drop ต่อไป
2. pressure drop คือการคำนวณหาความดันลดหรือความแรงที่ลดลงของน้ำที่ไหลในระบบท่อ โดยทั่วไปจะใช้สมการ darcy-weisbach หรือ hazen-williams ขึ้นอยู่กับลักษณะของงาน
3. NPSH สำหรับระบบที่มีปั๊ม เพื่อหลีกเลี่ยงการเกิด cavitation ที่เป็นสาเหตุทำให้ปั๊มเสียหาย
================
ซึ่งรายละเอียดการคำนวนเหล่านี้จะลงรายละเอียดในโพสต่อไป ฝากติดตามด้วยครับ
บทความข้างต้นเป็นการพูดถึงภาพรวมของ Hydraulic calculation ซึ่งยังมีรายละเอียดและ tips อีกมากมาย ทำให้การคำนวณต้องใช้เวลาและเครื่องมือต่างๆ อาจจะต้องใช้ประสบการณ์เข้ามาช่วยในการคำนวนด้วย ถ้าคุณไม่อยากเสียเวลาเกินกว่าที่จำเป็นให้ FLUIDFLOW ช่วยคุณ
FLUIDFLOW ซอฟแวร์สำหรับคำนวณออกแบบการไหลในท่อที่ช่วยแก้ทุกปัญหาและลดเวลาการคำนวณมากกว่า 80% ทดลองใช้งานฟรี 14 วัน
- ไม่ว่าจะเป็น incompressible, compressible, two-phase, non-Newtonian, settling slurry ก็คำนวณได้
- สร้าง Piping network ได้อย่างรวดเร็ว
- ไม่ต้องห่วงเรื่องการเปลี่ยนสถานะของไหล
- สามารถคำนวนความร้อนของ Piping network ได้
- เรียนรู้และสามารถใช้งานได้ในไม่กี่ชั่วโมง
================
#ปรึกษาปัญหาภายในโรงงาน
#ซอฟแวร์สำหรับคำนวณทางวิศวกรรม


#คำนวณความดันลด
================
สงสัยหรืออยากรู้หรืออยากปรึกษาเรื่องอะไรคอมเม้นต์ได้ครับ หากมีข้อผิดพลาดขออภัย
================
ทดลองใช้งาน : https://fluidflowinfo.com/free-trial/
================
ติดต่อสอบถามได้ที่
0657823545 (คุณเนย์,[email protected]),
0987670665 (ก้อง, [email protected]) ,
================
สามารถรู้จักเรามากขึ้นที่ www.glb-re.com

18/03/2022

5 สิ่งที่ควรรู้ก่อนเลือกปั๊ม!!

ถ้าพูดถึงคนที่ทำงานกับปั๊มที่มีประเด็นสำคัญคือต้องออกแบบได้อย่างถูกต้อง ซึ่งคำตอบอาจจะประกอบไปด้วยหลายๆคำถามเพราะปั๊มไม่ได้มีแค่หน้าที่ขับเคลื่อนของไหลเข้าไปในระบบแต่เป็นอุปกรณ์หลักของระบบซึ่งทุกอย่างเชื่อมต่อและทำงานด้วยกันเพื่อทำให้ของไหลไหลผ่านกระบวนการผลิต ลองคิดภาพถ้าเราออกแบบเละเลือกปั๊มผิดก็จะทำให้ทุกอย่างช้าลงหรืออาจจะทำให้หยุดกระบวนการผลิตไปเลยก็ได้

สิ่งที่ต้องดูหลักๆเมื่อคุณออกแบบปั๊มมีดังนี้
1.Differential Pressure
2.Fluid Temperature
3.Viscosity
4.Flow Rate
5.Density

อะไรคือ Differential Pressure??
Differential Pressure หรือก็คือความแตกต่างระหว่างความดันขาเข้าและความดันขาออกของปั๊ม ซึ่งปริมาณความดันขาเข้าของปั๊มจะแรกว่า Net Positive Suction head available (NPSHa) ซึ่งคำนวณได้หลายๆปัจจัยจากระบบ ซึ่งจำเป็นจะต้องทราบ “อุปกรณ์ในระบบ, ขนาดท่อ, ความยาวท่อ, วาล์ว, ไส้กรอง, และอื่นๆที่มีผลต่อความดันในระบบ” ซึ่งปัจจัยเหล่านี้มีผลกับ NPSHa ทุกๆปั้มจะมีสเปคหรือความดันขาเข้าขั้นต่ำที่ต้องการเพื่อให้ทำงานได้อย่างเหมาะสมเรียกว่า Net Positive Section head required (NPSHr)

“NPSHa จะต้องมากกว่า NPSHr เสมอ เพื่อหลีกเลี่ยงการเกิด Cavitation”
“Cavitation คือยุบตัวของฟองอากาศของไหลทำให้เกิดความเสียหายต่อใบพัดของปั๊ม”

อุณหภูมิของไหล??
เพราะของไหลบางประเภทไวต่อการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิซึ่งทำให้คุณสมบัติของไหลเปลี่ยนไปมีผลต่อการเลือกปั๊ม อุณหภูมิของไหลเป็นอีกหนึ่งตัวแปรที่มีผลต่อความหนืดของไหลขณะไหลผ่านระบบเช่น ท่อ ปั๊ม heat-exchanger หรืออุปกรณ์อื่นๆในระบบ การที่ความหนืดสูงหมายความว่าแรงต้านหรือ pressure drop ที่เกินขึ้นก็จะสูงไปด้วย เช่นอาหารจำพวกซอสจะมีความหนืดที่ต่ำเมื่อมีการให้ความร้อน และความหนืดสูงเมื่อเย็น เช่นเดียวกับน้ำผี้ง

ความหนืดของไหล??
อย่างที่กล่าวไปอุณหภูมิอาจจะช่วยเรื่องความหนืดได้บางส่วน แต่ความหนืดก็มีปัจจัยอื่นๆอีกเช่น Non-Newtonian fluid หรือของไหลที่เปลี่ยนไปตามความดันหรือแรงที่เกิดจากใบพัดของปั๊ม ซึ่งหมายวามว่าของไหลบางชนิดสามารถหนืดขึ้นได้เมื่อได้รับแรงจากปั๊มทำให้ความหนืดเพิ่มขึ้น
“ปั๊มแบบ Positive displacement สามารถให้อัตราการไหลที่เมื่อความเร็วของปั๊มเปลี่ยนไปหรือเมื่อความหนืดเพิ่มขึ้น ทำให้แรงต้านที่เกิดจากการไหล เพื่อที่จะให้ให้ได้อัตราไหลเท่าเดิม ปั๊มจะต้องใช้แรงม้าที่มากขึ้นด้วย”

อัตราไหลของระบบ??
การประเมินอัตราไหลของปั๊มเป็นส่วนหนึ่งของการออกแบบปั๊ม ซึ่งคำถามคือควรจะใช้เท่าไหร่ดีและอัตราไหลคืออะไร?? อัตราไหล(Flowrate) คือปริมาณของไหลที่ผ่านปั๊มต่อหนึ่งหน่วยเวลา ซึ่งอัตราไหลที่เปลี่ยนไปอาจจะได้มาจากหลายๆปัจจัยจากตัวปั๊มเองเช่น ความเร็วใบพัดและขนาดของในพัด ซึ่งจะเปลี่ยนไปตามรายละเอียดของตัวปั๊มตามรุ่นต่างๆเรียกว่า Performance curve ซึ่งควรจะเลือกให้ดีโดยให้ปั๊มทำงานใกล้กับจุด BEP หรือ Best efficiency point

ความหนาแน่นของไหล??
ความหนาแน่นของหน่วยวัดของน้ำหนักของไหลต่อปริมาตร ดังนั้นหมายความว่าความหนาแน่นที่มากขึ้นคือน้ำหนักที่มากขึ้นที่ปริมาตรเท่าเดิม การที่น้ำหนักมากขึ้นทำให้เกิดแรงที่กระทำจ่อระบบมากขึ้นทำให้เกิด pressure drop ที่สูงขึ้น และของไหลประเภท Non-Newtonian fluid ทำให้ความหนืดสูงขึ้นอีกด้วย ตัวอย่างเช่นปริมาตรเท่ากันน้ำเชื่อมจะมีน้ำหนักมากกว่าน้ำเปล่า ซึ่งความหนาแน่นของผลิตภัณฑ์มีความสำคัญต่อการเลือกใช้ Performance curve ด้วยเพราะส่วนใหญ่ Performance curve จะได้มากจากการทดลองกับน้ำ ถ้าหากว่าใช้เป็นความหนาแน่นที่ต่างจากน้ำจะต้องดูให้ดี

จะเห็นได้ว่าแม้ปั๊มจะเป็นส่วนหนึ่งของระบบแต่ถ้าเลือกใช้ผิดก็จะส่งผลกระทบต่อทั้งระบบ ดังนั้นการเลือกปั๊มให้ได้ตามต้องการเพื่อให้มีประสิทธิภาพสูงสุดควรจะปรึกษาผู้เชี่ยวชาญหรือควรจะมีตัวช่วยเพื่อให้คำนวณทั้งตัวระบบเพื่อให้ได้ปั๊มที่เหมาะสม

#ปรึกษาปัญหาภายในโรงงาน
#ซอฟแวร์สำหรับคำนวณทางวิศวกรรม


#คำนวณความดันลด
================
สงสัยหรืออยากรู้หรืออยากปรึกษาเรื่องอะไรคอมเม้นต์ได้ครับ หากมีข้อผิดพลาดขออภัย
================
ทดลองใช้งาน : https://fluidflowinfo.com/free-trial/
================
ติดต่อสอบถามได้ที่
0657823545 (คุณเนย์,[email protected]),
0987670665 (ก้อง, [email protected]) ,
================
สามารถรู้จักเรามากขึ้นที่ www.glb-re.com

06/08/2021

ปั๊มน้ำดูดแรงแค่ไหนก็ได้ไม่เกิน 10 เมตร??
บทความนี้กล่าวถึง #ปั๊มหอยโข่ง หรือ

ทุกครั้งที่เราจะออกแบบปั๊ม
ประเด็น “ตัวปั๊มติดตั้งสูงกว่าแหล่งน้ำเท่าไหร่”
ต้องเป็นอีกประเด็นที่ต้องพูดคุยเสมอ

จากโพสก่อนหน้านี้ที่คุยกันเรื่อง Head
การที่ปั๊มอยู่สูงกว่าแหล่งน้ำ เท่ากับว่าปั๊มต้องสูญเสียพลังในการดูดบางส่วน

แต่ไม่ว่าปั๊มจะมีแรงเยอะแค่ไหน ก็ดูดได้ไม่เกิน 10 เมตร

เพราะอะไรล่ะ???

เปรียบเทียบง่ายๆ เวลาที่เรากินน้ำด้วยหลอด การดูดน้ำเท่ากับการนำอากาศในหลอดออกไป
เมื่ออากาศในหลอดหายไปทำให้ความดันภายในหลอดลดลง
จนกระทั่งความดันภายในหลอด”น้อยกว่า”ความดันบรรยากาศที่อยู่นอกหลอด
ทำให้ความดันบรรยากาศจากภายนอก สามารถกดผิวน้ำลงไปได้ เป็นผลทำให้น้ำในหลอดเพิ่มขึ้น

เป็น concept ของการไหลเนื่องจากความต่างของความดันในแต่ละพื้นที่ ซึ่งสามารถนำไปใช้กับงานอื่นเช่น
ห้องความดันบวกลบตามโรงพยาบาลที่มีจุดที่นำอากาศออก ทำให้อากาศส่วนอื่นๆสามารถไหลไปตามทิศทางที่กำหนด

แล้วทำไมปั๊มถึงดูดได้ไม่เกิน 10 เมตร ไม่ว่าปั๊มจะมีกำลังเยอะแค่ไหน???
จากที่อธิบายไป ว่าน้ำที่ขึ้นไปเนื่องจากความดันภายในหลอดน้อยกว่าความดันบรรยากาศภายนอก ทำให้แรงจากความดันภายนอก”ผลัก”น้ำขึ้นไปตามหลอด ดังนั้นถ้าจะอธิบายเพิ่มเติมและลงรายละเอียดว่าทำไมถึงดูดได้ไม่เกิน 10 เมตรคือ

การดูด = การลดความดันภายใน + แรงผลักจากความดันบรรยากาศ

ประเด็นแรก
การลดความดัน สามารถลดได้มากที่สุด คือเท่ากับ สูญญากาศ หรือ 0 atm (0 Pa)

ประเด็นที่สอง
แรงผลักจากความดันบรรยากาศ มีค่าเท่ากับ 1 atm (ในกรณีที่ไม่ได้อยู่ในถังควบคุมความดัน หรือ แหล่งเปิด)

เมื่อพิจารณาสมการการไหลระหว่าง 2 จุด หรือ Bernoulli’s Equation
ความดัน + (0.5*ความหนาแน่น*ความเร็วในการไหล^2) + (ความหนาแน่น*ค่าคงที่แรงโน้มถ่วง*ความสูง) = ….เหมือนพจน์ข้างหน้าแต่เป็นอีกจุดนึง

ถ้าเราคิดที่สภาวะคงที่ดังนั้นจะไม่มีการไหลเกิดในระบบทำให้ ความเร็วการไหล = 0 และจัดสมการจะเหลือ

ความต่างของความดัน = ความหนาแน่น*ค่าคงที่แรงโน้มถ่วง*(ความต่างของความสูงของไหล)
ความต่างของความดัน = 1 atm = 101325 Pa.s
ความหนาแน่นน้ำ = 1000 kg/m3
ค่าคงที่แรงโน้มถ่วง = 9.81 m/s2
ดังนั้น
ความต่างของความสูง หรือ ความสูงของน้ำที่ถูกความดันบรรยากาศผลักขึ้นไป = 101325 / (1000*9.81) = 10.3 เมตร
ซึ่งกรณีนี้คิดเทียบในกรณีปั๊มดูดได้จนถึงสูญญากาศ แต่ความเป็นจริงปั๊มหอยโข่งไม่มีทางดูดได้ขนาดนั้น ทำให้ความต่างของความดันที่แท้จริงนั้น

04/08/2021

กวนแรงๆจนเกิดน้ำวนไม่ได้ทำให้ผสมดีขึ้น???

ถังกวนเป็นอุปกรณ์ทั่วๆไปทีมีอยู่ในอุตสาหกรรม
หรือถ้าเทียบกับอุปกรณ์ตามบ้านก็คือเหมือน “เครื่องปั่น”
หรือ
“ ”,” ”,” ” หรืออาจจะมีชื่ออื่นอีก

หน้าที่ของมันคือการผสมอะไรบางอย่างเข้าด้วยกัน ถ้าเป็นตัวอย่างบ้านๆเลย เช่น
“แม่ค้าปั่นน้ำขาย” ถ้าเราสังเกตจะเห็นว่าเวลาที่เครื่องปั่นทำงาน ใบพัดทำงานด้วยความเร็วสูง จะเกิดเป็นกระแสน้ำวนดูดลงไป (เรียกว่า Vortex) จากนั้นของภายในเครื่องปั้นจะผสมไม่ค่อยดี จนกระทั่งแม้ค้าเอาช้อนหรือแท่งที่ติดกับฝาเครื่องปั่นลงไปในเครื่องปั่นจากนั้นทุกอย่างก็ผสมเข้ากัน.....

จะเห็นได้ว่าการปั่นกวนแรงๆ ไม่ได้ทำให้ผสมได้ดีขึ้น

ทำไมล่ะ??

การปั่นกวนทำให้ของไหลเคลื่อนที่ขนานไปกับผนังของถังกวน(Tangential flow, หมุนลักษณะเดียวกับที่ใบพัดหมุน) ดังนั้นการที่เราปั่นกวนแรงๆทำให้เกิดแรงไปในแนวขนานกับถังมากขึ้น จนกระทั่งของไหลถูกเหวี่ยงออกไปจนติดผนังของถังกวนหรือเครื่องปั่น เมื่อของเหลวบางส่วนถูกเหวี่ยงติดกับผนังทำให้เกิดเป็นกระแสน้ำวนลงไปที่ใบพัดหรือใบกวน

แล้วมันผสมไม่ดีตรงไหน??

การที่เกิด Vortex แสดงว่าของเหลวเคลื่อนที่ไปในขนานกับผนังถังเพียงอย่างเดียว พูดง่ายๆคือของ
“ของไหลทุกส่วนไหลไปในทิศทางเดียวกัน”
ทำให้เกิดการผสมน้อยลงหรือผสมได้ไม่ดี

การผสมที่ดีมีหลายปัจจัย เรียงตามความสำคัญดังนี้
1.ของไหลต้องมีความเร็วที่มากพอที่จะหมุนวนในถังกวน
2.ของไหลหลายๆส่วนต้องเคลื่อนที่ไปในทิศทางที่ต่างกัน
3.สารที่ไหลอยู่ในถังกวนควรจะคลื่นที่ไปในหลายๆทิศทาง (ตามแนวขนานกับผนัง, ขึ้น และ ลง)

จากปัจจัยแรกการที่จะทำของไหลมีความเร็ว ก็มีแค่การปั่นกวนให้แรงขึ้น ซึ่งเป็นการเหตุให้เกิดกระแสน้ำวนทำให้เกิดการไหลทุกส่วนไหลไปในทิศทางเดียว ทำให้ปัจจัยที่ 2 และ 3 ไม่เกิดขึ้น ซึ่งไม่เกิดการผสมที่ดี

“การผสมที่ไม่ดีทำให้ใช้เวลาในการผสมนานขึ้น”

ในสเกลเล็กๆแบบแม่ค้าหรือในห้องทดลอง การผสมนานขึ้ยนิดหน่อยอาจจะไม่มีผลเท่าไหร่

แต่!!!!

ในอุตสาหกรรมขนาดใหญ่
“การที่ใช้เวลาผสมนานขึ้น คือ สูญเสียพลังงานในการผสมมากขึ้น และผลิตได้น้อยลง อาจทำให้กำไรลดลงได้หลายล้านบาท!!!”

เนื่องจากการเพิ่มความเร็วในการปั่นกวนเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ดังนั้นประเด็นจะเป็นการลดการเกิดกระแสน้ำวนหรือ Vortex ให้มากที่สุด

แล้วเราจะหลีกเลี่ยงการวิเกิด Vortex ได้อย่างไรล่ะ??
1.ติดตั้ง Baffle หรือแผ่นเหล็กที่ตั้งฉากกับผนังของถังกวน.....เนื่องจาก Vortex เกิดจากการไหลไปตามแนวผนังของถังกวนและถูกเหวี่ยงออกไปติดผนังของถัง ดังนั้น การติด Baffle เพื่อขวางการไหลตามแนวผนัง จะเป็นการเปลี่ยนทิศทางการไหล ทำให้เกิดปัจจัยที่ 2 และ 3 ทำให้เกิดการผสมได้ดีขึ้น

** Baffle มีหลายลักษณะโดยปกติในอุตสาหกรรมจะเป็นแผ่นเหล็กเรียบตั้งขวางทิศทางการไหล แต่ถ้าเทียบกับเครื่องปั่นตามบ้าน ส่วนที่นูนออกมาตามขอบผนังเครื่องปั่นก็ทำหน้าที่เหมือน Baffle คือเปลี่ยนทิศทางการไหล

2.ติดตั้งใบกวนแบบหนีจุดศูนย์กลางหรือแบบเอียง
2.1. การติดตั้งใบกวนแบบหนีจุดศูนย์กลาง ทำให้การไหลในระบบไม่สมมาตร ของไหลบางส่วนไปชนกับผนังและถูกตีกลับลงมา ในทิศตรงข้ามของไหลส่วนนั้นอาจจะยังไม่ไปไม่ถึงผนัง ทำให้ของไหลไม่ได้ไหลไปในทิศทางเดียวกัน ซึ่งหนึ่งเป็นปัจจัยของการผสมที่ดี (ของไหลหลายๆส่วนต้องเคลื่อนที่ไปในทิศทางที่ต่างกัน)
2.2. การติดตั้งใบกวนแบบเอียง(หรือด้านข้าง) การที่ใบกวนเอียงทำให้ของไหลเคลื่อนที่ไปในหลายทิศทาง ทำให้ลดการไหลไปตามแนวขนานกับผนังได้ การที่ไหลไปในหลายทิศทางก็เป็นอีก 1 ปัจจัยที่ทำให้เกิดการผสมที่ดีขึ้น (สารที่ไหลอยู่ในถังกวนควรจะคลื่นที่ไปในหลายๆทิศทาง)

นอกจากจะทราบสาเหตุที่ทำให้เกิดการผสมที่ไม่ดีแล้ว การใช้ software ช่วยในการออกแบบก็เป็นอีก 1 ทางออกที่ช่วยให้เราออกแบบถังกวนในอุตสาหกรรมที่ทำการผสมได้อย่างมีประสิทธิภาพ เช่น
ขนาดถัง, ความเร็วใบกวน, พลังงาน, เวลาที่ใช้ในการปั่นกวน และตัวแปรอื่นๆที่เหมาะสม

Visimix เป็น software สำหรับการออกแบบถังกวนได้อย่างเหมาะสม การคำนวณจากในโปรแกรมเกิดจากการทดลองจริง ช่วยลดเวลาในการออกแบบ และทดลองเองได้กว่า 90% ซึ่ง Biotech ผู้ผลิตวัคซีน Pfizer เป็นลูกค้า Visimix ใช้งานกว่า 100 licenses ในบริษัท



#โปรแกรมออกแบบถังกวน
#ปรึกษาปัญหาภายในโรงงาน
#ซอฟแวร์สำหรับคำนวณทางวิศวกรรม
================
สงสัยหรืออยากรู้หรืออยากปรึกษาเรื่องอะไรคอมเม้นต์ได้ครับ หากมีข้อผิดพลาดขออภัย
================
ทดลองใช้งาน : https://visimix.com/free-visimix/
================
ติดต่อสอบถามได้ที่
0657823545 (คุณเนย์,[email protected]),
0987670665 (ก้อง, [email protected]) ,
================
สามารถรู้จักเรามากขึ้นที่ www.glb-re.com

28/07/2021

ว่าด้วยเรื่องก็ HEAD ที่ไม่ได้แปลว่าหัว??..

ปั๊มน้ำที่เรารู้จักกันดี ที่ทำหน้าที่ทำให้น้ำเคลื่อนที่จากจุดหนึ่งไปยังอีกจุดหนึ่ง
ซึ่งมีอยู่อย่างนึงที่คนไม่ค่อยเข้าใจหรือเข้าใจผิด นั้นก็คือ HEAD…

HEAD แปลว่า “หัว”…
แต่!!!
Pump HEAD หรือ Head of a pumpไม่ได้แปลว่า “หัวของปั๊ม” แต่อย่างใด

Pump HEAD หรือ Head of a pump คืออะไร??

เริ่มจากที่มาของคำว่า HEAD
“เค้าว่ากันว่า....ณ กรีซ เมื่อ 2200 ปีที่แล้ว Archimedes ได้ประดิษฐ์ปั๊มที่ให้อัตราไหลคงที่อันแรกได้ เรียกว่า Archimedes screw ที่ปั๊มน้ำจากคลองขึ้นไปใช้ในเมือง ซึ่งในสมัยนั้นยังไม่มีหน่วยวัดความสามารถของปั๊ม จึงใช้ความสูงที่ตัวปั๊มทำได้เป็นหน่วยวัดประสิทธิภาพ เช่น ปั๊มตัวนี้ปั๊มน้ำได้สูงกี่เมตร ซึ่งสามารถสื่อถึงแรงของปั๊มเอาสามารถเอาชนะแรงโน้มถ่วงได้ด้วย ซึ่งชาวกรีซสมัยนั้นเรียกว่า Head ”

ในปัจจุบัน Pump head คือหน่วยวัดสำหรับบอกถึง “พลัง” ของปั๊ม ถ้าหากว่า Pump head สูงก็หมายความว่าปั๊มสามารถสร้างแรงดันได้สูง ซึ่งโดยปกติหน่วยวัดของ pump head จะเป็นหน่วย m หรือ ft ที่สื่อถึงปั๊มสามารถดันน้ำได้สูงกี่เมตร

ตัวอย่างที่ง่ายที่สุด คือการต่อท่อแนวตั้งออกจากขาออกปั๊ม ถ้าปั๊มมี head 5 m น้ำในท่อที่ต่ออกมาจะขึ้นสูง 5 m

บางคนก็สับสนระหว่าง Head กับ Pressure โดยขึ้นอยู่กับประเภทของของไหล แล้วมันต่างกันยังไงล่ะ??

อย่างที่บอกไป Head เป็นหน่วยวัดที่บอกถึงพลังของปั๊มโดยเทียบกับความสูงของของไหลที่ปั๊มทำได้ในแนวตั้ง ดังนั้น Head จะไม่ขึ้นอยู่กับขนิดของไหล แม้ว่าจะมีคุณสมบัติไม่เท่ากัน แต่ head หรือความสูงที่ปั๊มสามารถดันของไหลขึ้นไปจะได้ความสูงเท่ากัน แต่ว่า Pressure จะขึ้นอยู่กับชนิดของไหลหรือความหนาแน่นของดังนั้นเป็นเหตุว่า ในกรณีที่ head เท่ากันอาจจะมี Pressure ต่างกันก็ได้

แล้ว Head มันคำนวณยังไงล่ะ??

จากที่บอกไป Head คือหน่วยวัดพลังของปั๊มที่ทำได้ เนื่องจากวัดที่ปั๊มเราจะเรียกตรงนี้ว่า “Pump head” เช่นเดียวกันของไหลที่อยู่ฝั่งดูด(Suction) ก็มีแรงดันกดลงมาสามารถส่งผลให้ของไหลสามารถดันของไหลขึ้นสูงได้เช่นกัน (สูงสุดเท่ากับระดับน้ำที่มีอยู่) เราจะเรียกว่า Suction head ดังนั้นตอนที่เราคุยกับช่างหรือพ่อค้าปั๊ม Head ที่เราคุยกันคือพลังของปั๊มที่ทำได้จริงๆ คือ “Head ที่อยู่สูงกว่าระดับ Suction head” ซึ่งจะเรียกว่า “Total head”

ถ้าปั๊มอยู่ต่ำกว่า Suction >> Total head = Pump Head – Suction Head
ถ้าปั๊มอยู่สูงกว่า Suction >> Total head = Pump Head + Suction Head

Head สัมพันธ์กับอัตราไหลยังไง??

อย่างที่กล่าวไป Pump head เปรียบเสมือนหน่วยวัดที่บอกถึงพลังของปั๊มที่ทำให้ของไหลสามารถเคลื่อนที่ผ่านระบบนั้นได้ ในทางกลับกัน ถ้าหากว่า Head สูง ก็หมายถึงปั๊มต้องใช้พลังสูงในการทำให้ของไหลเคลื่อนที่ ซึ่งสัมพันธ์กับแรงต้านในระบบ(Friction loss)สามารถคิดเป็น head ได้เช่นกันเรียกว่า Head loss ดังนั้นการที่ Pump head สูงก็จะทำให้อัตราไหลที่ออกมาจากปั๊มได้น้อย เช่นเดียวกันถ้า Pump head น้อย เท่ากับปั๊มไม่จำเป็นต้องเปลืองแรงมากทำให้ของไหลผ่านไปได้ง่ายๆทำให้ได้อัตราไหลมากเมื่อ Head น้อย ด้วยเหตุนี้ทำให้ Performance curve ที่ได้จากผู้ผลิตแตกต่างกันไปตามลักษณะการทำงานและพลังที่ปั๊มสามารถทำได้ ดังภาพ

ดังนั้นเมื่อระบบ”ท่อ”ที่มีปั๊มจำเป็นจะต้องคิด แรงเสียดทานที่เกิดจากท่อด้วย

ถ้าปั๊มอยู่ต่ำกว่า Suction >> Total head = Pump Head – Suction Head + Friction Head
ถ้าปั๊มอยู่สูงกว่า Suction >> Total head = Pump Head + Suction Head + Friction Head

บทความนี้เราพอจะรู้จัก Head คร่าวๆแล้ว แต่ยังมี Friction Head โผล่มาตอนจบที่มีความสำคัญเช่นเดียวกันกับระบบปั๊ม ถ้าระบบท่อที่ยาวหรือมีอุปกรณ์ในระบบเยอะก็จะส่งผลโดยรวมกับ Total head ซึ่งขอฝากไว้ก่อน เอาไว้คุยกันในบทความหน้าครับ

อ้างอิง : https://www.linquip.com/blog/what-is-head-of-a-pump/
#ปรึกษาปัญหาภายในโรงงาน
#ซอฟแวร์สำหรับคำนวณทางวิศวกรรม


#คำนวณความดันลด
================
สงสัยหรืออยากรู้หรืออยากปรึกษาเรื่องอะไรคอมเม้นต์ได้ครับ หากมีข้อผิดพลาดขออภัย
================
ทดลองใช้งาน : https://fluidflowinfo.com/free-trial/
================
ติดต่อสอบถามได้ที่
0657823545 (คุณเนย์,[email protected]),
0987670665 (ก้อง, [email protected]) ,
================
สามารถรู้จักเรามากขึ้นที่ www.glb-re.com

ต้องการให้ธุรกิจของคุณ ธุรกิจ ขึ้นเป็นอันดับหนึ่ง บริการอุปกรณ์ ใน Samut Prakan?
คลิกที่นี่เพื่อเป็นสมาชิก?

เบอร์โทรศัพท์

เว็บไซต์

ที่อยู่

124/38 หมู่ 4 ตำบลบางเมือง อำเภอเมืองสมุทรปรากร
Samut Prakan
10270

บริการด้านวิศวกรรม อื่นๆใน Samut Prakan (แสดงผลทั้งหมด)
AbleInno - Used Machine AbleInno - Used Machine
399/65 Moo 13, Soi Kingkaew 25/1, Kingkaew Road , Rachathewa, Bangplee
Samut Prakan, 10540

Connecting manufacturers to a comprehensive range of IoE solutions for sustainability and excellence

ห้างหุ้นส่วนจำกัด ศุภกร กู๊ดเวิร์ค ห้างหุ้นส่วนจำกัด ศุภกร กู๊ดเวิร์ค
100/1004 หมู่ 10 หมู่บ้านทรัพย์บุญชัย ซอย14 ถนนศรีนครินทร์ ตำบลบางเมือง อำเภอเมืองสมุทรปราการ
Samut Prakan, 10270

ผลิต,ติดตั้ง,ซ่อมบำรุง,Cleanning paint booth,AHU,Ovenใน?

Hospitality Wi-Fi Thailand Hospitality Wi-Fi Thailand
42/44 Moo 14m Soi King Keow 37, King Keow Road, Ratchatewa, Bangplee, Thailand
Samut Prakan, 10540

Hospitality WiFi นำเสนอโซลูชั่นเครือข่ายไร้ส?

Hugeness จำหน่ายลูกกลิ้งและสายพานทุกชนิด ราคาถูก ส่งทั่วประเทศ Hugeness จำหน่ายลูกกลิ้งและสายพานทุกชนิด ราคาถูก ส่งทั่วประเทศ
Https://maps. App. Goo. Gl/Me4pKcyiJhBPnJy4A
Samut Prakan, 10540

ให้คำปรึกษา แนะนำ ออกแบบ ผลิตและติด?

Lin San Pan - Thailand Ltd. Lin San Pan - Thailand Ltd.
Lin San Pan (Thailand) Ltd
Samut Prakan, 10280

สนใจสอบถามได้บริการ ผลงานทุกวิธีการ ทำด้วยใจ. If interested, you can inquire. Service All works are d

Forbo Siegling Thailand สายพานลำเลียงอุตสาหกรรม Forbo Siegling Thailand สายพานลำเลียงอุตสาหกรรม
777/27 หมู่ 9 แขวงบางปลา เขตบางพลี
Samut Prakan, 10540

ผู้นำอุตสาหกรรมระดับโลกในการผลิตส?

โมดิฟาย ปรับปรุง modify เครื่องจักร โมดิฟาย ปรับปรุง modify เครื่องจักร
284/5 ม 10 ต. สำโรง อ. พระประแดง
Samut Prakan, 10130

ศูนย์ซ่อมแม่พิมพ์ฉีดพรีฟอร์ม PET By SIPA Moulds ศูนย์ซ่อมแม่พิมพ์ฉีดพรีฟอร์ม PET By SIPA Moulds
SIPA MOULD REFURBISHMENT CENTER, Soi Thetsaban Phreaksa 10/2
Samut Prakan, 10280

MOULDS REFURBISHING CENTER - ศูนย์ซ่อมและผลิตแม่พิมพ?

รับสอนเขียนโปรแกรมcnc รับสอนเขียนโปรแกรมcnc
606/23หมู่17 ต. บางเสาธง อ. บางเสาธง
Samut Prakan, 10570

รับสอนเขียนโปรแกรมCNCทุกชนิด

Know-How Transfer Co., Ltd Know-How Transfer Co., Ltd
59/16 Moo 10, Theparak Road, Bangpla, Bangplee
Samut Prakan, 10540

Provides fabrication including surface treatment, and assembly works at factory and site, and site i

Workonpc Workonpc
Samut Prakan, 10540

Simulations robotic

Powerairsystem Powerairsystem
988 หมู่ 7 ถนนคลองส่งน้ำสุวรรณภูมิ ต. บางปลา อ. บางพลี จ. สมุทรปราการ
Samut Prakan, 10540

More Than 30 Years Experience in Compressed air System Tel : 0-2136-5031-7 www.powerairsystem.com