เปลี่ยนรายจ่าย เป็นรายได้

เปลี่ยนรายจ่าย เป็นรายได้

ตำแหน่งใกล้เคียง คลินิก

โยคะเพื่อสุขภาพ โดยครูภัศษ์
โยคะเพื่อสุขภาพ โดยครูภัศษ์
หมู่บ้านประชาสุขใจ บ้านกอก บ้านเป็ด, Khon Kaen
กินเค้กยังไงให้หุ่นเป๊ะ By 2D-Bake
กินเค้กยังไงให้หุ่นเป๊ะ By 2D-Bake
61/159 หมู่บ้านพฤกษาวิลเลจ4 ต.บางแม่นาง อ.บางใหญ่, Nonthaburi
ร้านยาชวนชม นครปฐม Chuanchom Beauty and Medici
ร้านยาชวนชม นครปฐม Chuanchom Beauty and Medici
Nakhon Pathom 73000
DK Nursing Home
DK Nursing Home
Had Yai 90110
Dr.Manchima
Dr.Manchima
Bangkok 11120
คลินิกสัตว์เลี้ยงพิเศษ โรงพ
คลินิกสัตว์เลี้ยงพิเศษ โรงพ
โรงพยาบาลสัตว์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กำแพงแสน, Amphoe Kamphaeng Saen
ยาเชื้อราเล็บมือเล็บเท้า.รา
ยาเชื้อราเล็บมือเล็บเท้า.รา
Pattani
จำหน่ายสินค้ากิฟฟารีน by แตน ด
จำหน่ายสินค้ากิฟฟารีน by แตน ด
Nakhon Phanom 48180
สถาบันโหราศาสตร์วัดบางพลีใ
สถาบันโหราศาสตร์วัดบางพลีใ
Bangkok 10700
Ariya Wellness Center สถาบันปรับโครงสร้าง
Ariya Wellness Center สถาบันปรับโครงสร้าง
ชั้น 1 Life Center , Q-House Lumpini ถนนสาทรใต้ กรุงเทพ, Bangkok
Yosana
Yosana
Bangkok
ไขปัญหากับอายุรแพทย์ โดยราช
ไขปัญหากับอายุรแพทย์ โดยราช
Bangkok
Shida_collagen
Shida_collagen
ลาดพร้าว, Bangkok
Clinic Ram91 ร้อยไหม โบท้อกซ์ ฟิลเลอ
Clinic Ram91 ร้อยไหม โบท้อกซ์ ฟิลเลอ
รามคำแหง91, Bangkok
Boom Coffee กาแฟบูม คุมน้ำหนัก ของแท
Boom Coffee กาแฟบูม คุมน้ำหนัก ของแท
Bangkok 10220

ตำแหน่งใกล้เคียง beauty

MaxxGiff Health Club วิตามิน เสริมอาหาร อา
MaxxGiff Health Club วิตามิน เสริมอาหาร อา
67/30 กฤษดา ซิตี้ กอล์ฟ ฮิลส์ ถนนเพชรเกษม หมู่ที่ 4, Nakhon Chai Si
Amado Thailand by tikky
Amado Thailand by tikky
Bangkok 10300
Feels Good koh phangan
Feels Good koh phangan
33/18 MOO8, Ko Phangan
Vivskin ล็อคความสวย อ่อนวัย ด้วยว
Vivskin ล็อคความสวย อ่อนวัย ด้วยว
เมืองระยอง, Rayohng
ญ ศิ คิ้วเป๊ะ
ญ ศิ คิ้วเป๊ะ
137 ถนนทวีวรรณ์ ตำบลคอหงส์ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา 90110, Hat Yai
น้ำหอมราคาถูก By นู๋โม น้ำหอม
น้ำหอมราคาถูก By นู๋โม น้ำหอม
Khian Sa 84260
Ordeve Salon
Ordeve Salon
Bangkok 47-C ตลาดถนอมมิตร วัชรพล ถ.รามอิ
Metang.store
Metang.store
Chiang Mai 50290
Nail art.By chamaichel
Nail art.By chamaichel
สุขุมวิท อยู่ติด ช้าง3เศรีย, Samut Prakan
ใยบวบขัดผิวบ้านราษฎร์ หนองบ
ใยบวบขัดผิวบ้านราษฎร์ หนองบ
Nong Bua Lamphu 39270
น้ำมันมะพร้าวสกัดเย็น 100%
น้ำมันมะพร้าวสกัดเย็น 100%
28/11 หมู่2 ถนนสุขุมวิท ต.นาจอมเทียน อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี 20250, Pattaya
โรคนิ่วน่ารู้ Urology
โรคนิ่วน่ารู้ Urology
โรงพยาบาลยะลา, Yala
ครีมมุกผิวขาว ครีมแรง เห็นผล
ครีมมุกผิวขาว ครีมแรง เห็นผล
Amphoe Warinjamrap 34190
แซ่บ ซี้ด ปาก
แซ่บ ซี้ด ปาก
พนมสารคาม, Chachoengsao
หินมงคลร้านศิลาสโตนส์
หินมงคลร้านศิลาสโตนส์
Amphoe Lam Luk Ka 12150

ความคิดเห็น

ประสบอุบัติเหตุ
กระดูกทับเส้น ประสาท
ขอกิน แบบหลอดทดลองก่อน
3ขวด
ปรึกษาได้ครับ

เปลี่ยนรายจ่าย เป็นรายได้

เปิดเหมือนปกติ

05/12/2020

๕ ธันวาคม ร่วมน้อมรำลึกพระมหากรุณาธิคุณ

๕ ธันวาคม ร่วมน้อมรำลึกพระมหากรุณาธิคุณ

05/10/2020

เครื่องมือสร้างรายได้ 400-4,000/วัน กับโปรเจคใหม่ล่าสุดของประเทศไทย ที่จะสามารถทำให้ทุกคนชีวิตดีขึ้นได้ใน1วัน...🎯🎯🎯
✅ซื้อของ ได้เงินคืน
✅จองตั๋วเครื่องบิน ได้เงินคืน
✅ซื้อผัก ได้เงินคืน
✅ใช้บริการ แท็กซี่ ได้เงินคืน
✅จองโรงแรม ได้เงินคืน
❌ไม่จำกัดวุฒิการศึกษา
❌ไม่ชอบเดินทาง
❌ไม่ชอบขายของ
☑️อยากมีชีวิตที่ดีขึ้น
☑️อยากมีรายได้เสริม
☑️ไม่รบกวนงานประจำ
☑️ถูกกฎหมาย100%

เครื่องมือสร้างรายได้ 400-4,000/วัน กับโปรเจคใหม่ล่าสุดของประเทศไทย ที่จะสามารถทำให้ทุกคนชีวิตดีขึ้นได้ใน1วัน...🎯🎯🎯
✅ซื้อของ ได้เงินคืน
✅จองตั๋วเครื่องบิน ได้เงินคืน
✅ซื้อผัก ได้เงินคืน
✅ใช้บริการ แท็กซี่ ได้เงินคืน
✅จองโรงแรม ได้เงินคืน
❌ไม่จำกัดวุฒิการศึกษา
❌ไม่ชอบเดินทาง
❌ไม่ชอบขายของ
☑️อยากมีชีวิตที่ดีขึ้น
☑️อยากมีรายได้เสริม
☑️ไม่รบกวนงานประจำ
☑️ถูกกฎหมาย100%

Photos from เปลี่ยนรายจ่าย เป็นรายได้'s post 22/09/2020

เป็นแม่บ้าน​ อยากแบ่งเบาภาระให้กับสามี​ หรือกำลังหาอาชีพเสริม​ ทำงานที่บ้าน​
วันละ​ 400-4,000​ บาท/ต่อ​วัน​
พิมพ์​ "สนใจ"
#jalala

22/09/2020

บวก 329% โตต่อเนื่อง ในช่วงวิกฤต
#DOD คุณภาพ ราคา แผนรายได้.. มาถูกทางแล้วเรา ✌✌

บวก 329% โตต่อเนื่อง ในช่วงวิกฤต
#DOD คุณภาพ ราคา แผนรายได้.. มาถูกทางแล้วเรา ✌✌

Photos from เปลี่ยนรายจ่าย เป็นรายได้'s post 22/09/2020

เปิดประสบการณ์ช้อปปิ้vแบบ Social Commerce📲
Shopping (shopping) ได้เงิuคืน😳💸
.
#เปิดประตูสู่ความsวย💰
#Jelala 🛒🛍
S h o p p i n g o n l i n e
.
#นวัตกssมที่เซฟเงิuในกsะเป๋า‼️ ทัก โพส ‼️

[09/22/20]   เรียน สมาชิกในเพจที่น่ารักทุกคน นะคะ
เนื่องจาก เพจนี้ จะมีการเปลี่ยนแปลงธุรกิจใหม่
แต่ความทรงจำ ดีๆและประสบการดีๆ กับกาเรียนรู้ ยังคงอยู่ เหมือนเดิม.
สมาชิกในเพจ ไม่ต้องสับสน นะคะ
ขอบคุณที่ ติดตามมาตลอด

22/09/2020

เครื่องมือ การตลาด เปลี่ยนรายจ่าย. เป็นรายได้

02/04/2020

หนุ่มติดโควิด-19 เล่าประสบการณ์รักษาตัว 3 วันหายกลับบ้านได้

หนุ่มติดโควิด-19 เล่าประสบการณ์รักษาตัว 3 วันหายกลับบ้านได้

[03/27/20]   CoVid19 กำลังระบาด เลยเอาธรรมชาติ ดอกไม้สวยๆ มาฝาก ทุกๆคน

Photos from เปลี่ยนรายจ่าย เป็นรายได้'s post 18/03/2020

Photos from เปลี่ยนรายจ่าย เป็นรายได้'s post

[03/06/20]   แพรทฟร์อม ใหม่ กำลังมาแรง
จะดีกว่าใหม่ ที่จะเปลี่ยน การshopที่เสียเงินอยากเดียว
การเป็น การshop ที่ได้เงิน และมีรายได้ เพิ่มอีกช่องทาง

18/02/2020

เรื่องรู้เงิน 12 ข้อจากผู้ติดตาม Startyourway

รักนะ ลูกเพจ 🥰

13/02/2020
07/02/2020

สาเหตุที่ทำให้เม็ดเลือดขาวสูง

1. มีการติดเชื้อ ทำให้ร่างกายสร้างเม็ดเลือดขาว
จำนวนมากเพื่อมาต่อสู้กับเชื้อโรค เช่น ติดเชื้อแบคทีเรีย
ติดเชื้อไวรัส ติดเชื้อปรสิต

2. ร่างกายมีการอักเสบ เนื่องจากการอักเสบ
เป็นหนึ่งในกลไกตอบสนองทางภูมิคุ้มกัน
และเกี่ยวข้องกับการทำงานของเม็ดเลือดขาว
โดยตรงด้วย

3. ไขกระดูกมีความผิดปกติ เซลล์เม็ดเลือดขาวนั้น
ถูกสร้างในไขกระดูก ดังนั้น หากไขกระดูก
เกิดความผิดปกติก็อาจส่งผลให้การสร้างเม็ดเลือดขาว
มากหรือน้อยกว่าปกติได้

4. ภูมิคุ้มกันมีความผิดปกติ ผู้ที่มีภูมิคุ้มกันไวเกิน
หรือเป็นโรคภูมิแพ้ตัวเอง อาจมีการสร้างเม็ดเลือดขาว
ในร่างกายมากกว่าปกติได้เช่นกัน

5. เกิดจากยาบางชนิด เช่น ยาที่กระตุ้นการตอบสนอง
ของภูมิคุ้มกัน และยาสเตียรอยด์

6. อาการแพ้ เมื่อร่างกายสัมผัสกับสารกระตุ้นอาการแพ้
จะตอบสนองโดยการสร้างเม็ดเลือดขาวมากขึ้น
โดยเฉพาะเม็ดเลือดขาวชนิดเบโซฟิล

7. เครียด ความตึงเครียดทางร่างกายและอารมณ์
อาจส่งผลให้พบเม็ดเลือดขาวสูงได้เช่นกัน

8. เป็นมะเร็งเม็ดเลือดขาว การพบเม็ดเลือดขาวสูงมาก
อาจเป็นสัญญาณบ่งชี้ถึงมะเร็งเม็ดเลือดขาวได้
เช่น มะเร็งเม็ดเลือดขาวแบบเฉียบพลัน
หรือมะเร็งเม็ดเลือดขาวชนิดเรื้อรัง

9. การสูบบุหรี่
อาการของภาวะเม็ดเลือดขาวสูง
หากเม็ดเลือดขาวสูงขึ้นเพียงเล็กน้อย

#We_are_the_SUN #ธรรมชาติบำบัด #กายดีชีวีมีสุข
#คลอโรฟิลล์บริสุทธิ์100% #บ้านสมุนไพรชัยมงคล

สาเหตุที่ทำให้เม็ดเลือดขาวสูง

1. มีการติดเชื้อ ทำให้ร่างกายสร้างเม็ดเลือดขาว
จำนวนมากเพื่อมาต่อสู้กับเชื้อโรค เช่น ติดเชื้อแบคทีเรีย
ติดเชื้อไวรัส ติดเชื้อปรสิต

2. ร่างกายมีการอักเสบ เนื่องจากการอักเสบ
เป็นหนึ่งในกลไกตอบสนองทางภูมิคุ้มกัน
และเกี่ยวข้องกับการทำงานของเม็ดเลือดขาว
โดยตรงด้วย

3. ไขกระดูกมีความผิดปกติ เซลล์เม็ดเลือดขาวนั้น
ถูกสร้างในไขกระดูก ดังนั้น หากไขกระดูก
เกิดความผิดปกติก็อาจส่งผลให้การสร้างเม็ดเลือดขาว
มากหรือน้อยกว่าปกติได้

4. ภูมิคุ้มกันมีความผิดปกติ ผู้ที่มีภูมิคุ้มกันไวเกิน
หรือเป็นโรคภูมิแพ้ตัวเอง อาจมีการสร้างเม็ดเลือดขาว
ในร่างกายมากกว่าปกติได้เช่นกัน

5. เกิดจากยาบางชนิด เช่น ยาที่กระตุ้นการตอบสนอง
ของภูมิคุ้มกัน และยาสเตียรอยด์

6. อาการแพ้ เมื่อร่างกายสัมผัสกับสารกระตุ้นอาการแพ้
จะตอบสนองโดยการสร้างเม็ดเลือดขาวมากขึ้น
โดยเฉพาะเม็ดเลือดขาวชนิดเบโซฟิล

7. เครียด ความตึงเครียดทางร่างกายและอารมณ์
อาจส่งผลให้พบเม็ดเลือดขาวสูงได้เช่นกัน

8. เป็นมะเร็งเม็ดเลือดขาว การพบเม็ดเลือดขาวสูงมาก
อาจเป็นสัญญาณบ่งชี้ถึงมะเร็งเม็ดเลือดขาวได้
เช่น มะเร็งเม็ดเลือดขาวแบบเฉียบพลัน
หรือมะเร็งเม็ดเลือดขาวชนิดเรื้อรัง

9. การสูบบุหรี่
อาการของภาวะเม็ดเลือดขาวสูง
หากเม็ดเลือดขาวสูงขึ้นเพียงเล็กน้อย

#We_are_the_SUN #ธรรมชาติบำบัด #กายดีชีวีมีสุข
#คลอโรฟิลล์บริสุทธิ์100% #บ้านสมุนไพรชัยมงคล

30/01/2020

#วิถีธรรมาติบำบัด
#ขับล้างสารพิษสารเคมี
#ปรับสมดุลร่างกาย
#คลอโรฟิลล์บริสุทธิ์ 100%
#บริษัทบ้านสมุนไพรชัยมงคลจำกัด

บริษัท บ้านสมุนไพรชัยมงคล จำกัด ได้ดำเนินการเป็นธุรกิจเครือข่าย โดยท่านประธาน ชัยมงคล ศรีอุดม ได้นำเข้าผลิตภัณฑ์ คลอโรฟิลล์ บริสุทธิ์ 100% ในรูปผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร จาก บริษัท ดี ซูซ่า อินเตอร์เนชั่นแนล อินคอร์ปอเรชั่น เพียงรายเดียวของประเทศไทย และมี อ.ย รับรองถูกต้องจากสหรัฐอเมริกา เลขที่ 21-4-00449-1-0001

ประวัติ บริษัท ดี ซูซ่า อินเตอร์เนชั่นแนล อินคอร์ปอเรชั่น
ดี ซูซ่า อินเตอร์เนชั่นแนล ก่อตั้งขึ้นตั้งแต่ปี ค.ศ. 1938 โดยใช้ชื่อว่า ดี ซูซ่า ฟู๊ดคอมพานี ต่อมา ได้เปลี่ยนชื่อเป็น ดี ซูซ่า คอร์ปอเรชั่น และเป็น ดี ซูซ่า อินเตอร์เนชั่นแนล อินคอร์ปอเรชั่น ในที่สุด

เมื่อ ดี ซูซ่า ได้ขยายตลาดครอบคลุมหลายประเทศมากขึ้น โดยยึดมั่นในปรัชญาของบริษัทฯ ที่ว่า “มุ่งมั่นสรรค์สร้างสุขภาพดี” (COMMITMENT TO GOOD HEALTH) ซึ่งมิสเตอร์ พอล ดี ซูซ่า (PAUL DE SOUZA) ผู้ก่อตั้งได้ยึดถือเป็นหลักปฏิบัติตลอดมา

พอล ดี ซูซ่า (PAUL DE SOUZA) และ ดี ซูซ่า ฟู๊ด คอมพานี ถือได้ว่าเป็นผู้บุกเบิกรายแรกในธุรกิจ “อาหารเพื่อสุขภาพ” ซึ่งเจริญเติบโตมากมายในปัจจุบัน พอล ดี ซูซ่า เป็นชาวโปตุเกตโดยกำเนิด เกิดเมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม ค.ศ.1911 เป็นบุตรคนโตในจำนวน 17 คน ของเอ็มมานูเอล และ มาเรีย ดี ซูซ่า ซึ่งอพยพครอบครัวมาอยู่สหรัฐอเมริกาเมื่อเขาอายุได้เพียง 11 ปี ได้เดินทางออกจากรัฐแมสซาซูเซตเพื่อไปแสวงโชคด้วยตนเองเมื่ออายุ 17 ปี

พอล ดี ซูซ่า ได้ย้ายมาอยู่ที่รัฐแคลิฟอร์เนีย เมื่อปี ค.ศ.1938 พร้อมทั้งได้ก่อตั้งบริษัท ดี ซูซ่า ฟู๊ด คอมพานี เพื่อจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ “ปลอดสารพิษ” (ORGANIC FOOD) ขึ้นเป็นแห่งแรกของสหรัฐอเมริกา และหลังจากนั้นก็ได้ทุ่มเทศึกษาค้นคว้าและวิจัยเกี่ยวกับการเพาะปลูกพืชโดยปราศจากการใช้สารเคมี หรือที่เรียกว่า ORGANIC GARDENING ว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับสุขภาพและการบริโภคเพื่อป้องกันโรคภัยไข้เจ็บได้อย่างไร

หลังจากการค้นคว้าวิจัยอย่างมากมายก็พบว่า “พืชที่ดีต้องมาจากดินที่ดี” แต่ดินที่ถูกทำลายจากปุ๋ยเคมี ยาฆ่าแมลงและยาฆ่าวัชพืชต่างๆ ก็สามารถ “ปฏิพัฒนา” (REJUVENATE) ให้กลับมามีสภาพที่ดีได้ ซึ่งหลังจากที่เขาได้เข้าไปร่วมงานกับ “สมาคม” ต่างๆ ก็สามารถ “ปฏิพัฒนา” (REJUVENATE) ให้กลับมามีสภาพที่ดีได้ ซึ่งหลังจากที่เขาได้เข้าไปร่วมงานกับ “การเกษตรแห่งประเทศอังกฤษ” (ENGLISH SOCIETY OF AGRICULTURAL) ในส่วนของ “สมาคมดิน” (SOIL ASSOSIATION) ซึ่งได้หลักการมาจากคัมภีร์โบราณ ฮีบรู ของอิสราเอลซึ่งมีอายุกว่า 3,000 ปี เกี่ยวกับการฟื้นสภาพดิน เขาก็นำความรู้ทั้งหมดที่ได้กลับมาปฏิพัฒนาดินเพื่อการเกษตรกรรมของแคลิฟอร์เนีย

จนกระทั่งสามารถทำการเพาะปลูกพืชผักปลอดสารพิษในเชิงพาณิชย์ได้ และเป็นผู้ก่อตั้ง ORAGANIC GROWERERS และ GARDENINGCLUBSหรือ “สมาพันธ์ผู้เพาะปลูกพืชผักปลอดสารพิษ” ขึ้นเป็นแห่งแรกในสหรัฐอเมริกา ปัจจุบันสมาพันธ์ดังกล่าวยังคงดำเนินกิจการและเป็นที่ยอมรับอย่างกว้างขวางในสหรัฐอเมริกา โดยมีหน้าที่หลักในการออกหนังสือรับรองคุณภาพการเพาะปลูกสำหรับเกษตรที่ปลูกพืชผักปลอดสารพิษ ที่ผ่านการตรวจสอบแล้ว

พอล ดี ซู่ซ่า ได้เรียนรู้ถึงสาระสำคัญที่มีอยู่ในพืช คือ “คลอโรฟิลล์” ว่ามีประโยชน์เอนกอนันต์ต่อมวลมนุษยชาติทั้งหลาย “คลอโรฟิลล์” สามารถเปลี่ยนพลังงานธรรมชาติคือแสงอาทิตย์ และของเสียคือ ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ให้กลายเป็นคาร์โบไฮเดรต และก๊าซออกซิเจน ที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตของมนุษย์ สัตว์และพืช ถ้าปราศจาก “คลอโรฟิลล์” แล้วก็แทบจะเรียกได้ว่าจะไม่มีสิ่งมีชีวิตอื่นใดบนโลกนี้อีก

พอล ดี ซูซ่า มีความภูมิใจมากที่เป็นคนแรกที่สามารถสกัด “คลอโรฟิลล์” ออกมาใช้งานได้ในเชิงพาณิชย์ และเป็นคลอโรฟิลล์ชนิดละลายน้ำได้ (WATER SOLUBLE) และ ดี ซูซ่า ฟู๊ด คอร์ปอเรชั่น คือผู้ผลิตรายแรกที่ผลิต “คลอโรฟิลล์” ออกจำหน่ายให้แก่ผู้บริโภคไปตั้งแต่ ปี ค.ศ.1957 เป็นต้นมา “คลอโรฟิลล์” ของ ดี ซูซ่า ได้รับการยอมรับว่าเป็น “คลอโรฟิลล์” ที่บริสุทธิ์ที่สุดที่มีจำหน่ายในท้องตลาดในปัจจุบัน และเป็นเพียงบริษัทเดียวที่ได้รับหนังสือรับรองจากองค์การอาหารและยาของสหรัฐอเมริกา ในเงื่อนไขความบริสุทธิ์ของผลิตภัณฑ์
.
.
#อัลฟัลฟ่า (ALFALFA)

อัลฟัลฟ่าคือ จัดเป็นพืชจำพวกที่มีฝัก (Legumes) หรือพืชตระกูลถั่ว ใบเลี้ยงคู่ เป็นพืชยืนต้นมีอายุตั้งแต่ 4 ปี ถึง 8 ปี และในบางแห่งมีอายุถึง 20 ปี ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับสายพันธุ์และสภาพพื้นที่

และมีระบบรากที่มหัศจรรย์มาก ในบางพื้นที่ ระบบรากของอัลฟัลฟ่าสามารถชอนไชลงไปในดินถึงกว่า 130 ฟุต จึงทำให้สามารถหาอาหารได้มีประสิทธิภาพมากกว่าพืชชนิดอื่นๆ

อีกทั้งระบบการป้องกันตัวเอง หรือป้องกันสารพิษในเซลล์ของพืชอัลฟัลฟ่าก็ดีกว่าพืชชนิดต่างๆ

ชาวอาหรับโบราณ รู้จักใช้ประโยชน์จาก อัลฟัลฟ่ามาตั้งแต่ 2,000 ปี ก่อนคริสตกาล โดยใช้เป็นพืชเลี้ยงสัตว์และนำมาใช้เป็นสมุนไพรเพื่อเพิ่มความแข็งแรงให้กับร่างกาย จึงถูกขนานนามให้เป็น AL-FAS-FAH-SHA หรือ “ราชาแห่งอาหารทั้งมวล”

คลอโรฟิลล์จากอัลฟัลฟ่า

จากประวัติศาสตร์อันยาวนาน ธัญพืชและหญ้าเป็นอาหารหลัก และยาของสัตว์โลกนานาชนิด ในสังคมสมัยใหม่ สังคมที่เร่งรีบต้องแข่งกับเวลา จึงนิยมอาหารจานด่วน (Fast Food)

อาหารเหล่านี้ขาดพลังโภชนาการทางธรรมชาติ และก่อให้เกิดปัญหาต่อสุขภาพ สิ่งที่ขาดหายไปนี้ไม่อาจทดแทนได้ด้วยตัวยาใดๆ บัดนี้ถึงเวลาแล้ว อาหารที่เราบริโภคควรจะต้องกลับสู่ธรรมชาติ

พลังงานสีเขียวจากอัลฟัลฟ่า คือ คลอโรฟิลล์ที่ได้จากอัลฟัลฟ่าสด ที่เจริญเติบโตอย่างถูกต้องในระบบฟาร์มที่มาตรฐาน
ด้วยกระบวนการพิเศษ ที่สามารถถนอมคุณค่าทางโภชนาการทั้งมวล เช่น เกลือแร่ เอ็นไซม์ และแอนตี้อ๊อกซิแดนซ์ สารโภชนาการที่ได้นี้เป็นสารอาหารทางธรรมชาติ มีความสมบูรณ์และสมดุลต่อความต้องการของร่างกายอย่างน่ามหัศจรรย์

ในการวิจัยค้นคว้าหาพืชอาหารในฝันที่อุดมด้วยโภชนาการ ได้มีการวิเคราะห์พืชอาหารแทบทุกชนิดมากกว่า 6,000 ชนิด ซึ่งมีถั่ว ผัก หญ้า ทั้งในน้ำและบนพื้นดิน ตลอดจนพืชสมุนไพรต่างๆ ทั้งจากเมล็ด ใบ ต้น ของพืชเหล่านั้น ในที่สุดพบว่า พลังงานสีเขียว หรือ คลอโรฟิลล์ ที่ได้จาก อัลฟัลฟ่านั้นคือ “พืชอาหารในฝัน” เป็น "พืชมหัศจรรย์"

#คลอโรฟิลล์ (Chlorophyll)
คืออะไร...

คลอโรฟิลล์ คือสารประกอบที่ทำให้พืชมีสีเขียว และทำหน้าที่หลักในการสังเคราะห์แสง (PHOTOSYNTHESIS) โดยการเปลี่ยนพลังงานจากแสงอาทิตย์ ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ และแร่ธาตุต่างๆ จากดินให้กลายเป็นสารอาหารที่จำเป็นสำหรับการเจริญเติบโตของพืช รวมทั้งให้ก๊าซอ๊อกซิเจนที่สำคัญต่อการดำรงชีวิตของมนุษย์และสัตว์

คลอโรฟิลล์ธรรมชาติมีหลายชนิด บางชนิดสังเคราะห์แสงได้ในที่ที่มีแสงแดดเท่านั้น แต่บางชนิดสังเคราะห์แสงได้แม้ในที่ไม่มีแสง เช่น ในร่างกายของคน จึงมีการค้นคว้าเกี่ยวกับการทำงาน หรือปฏิกิริยาของคลอโรฟิลล์ต่อคน

พบว่าคลอโรฟิลล์ที่อยู่ในเซลล์ของพืช จะถูกปกป้องและปิดกั้นด้วยผนังหรือเยื่อหุ้มเซลล์อีกชั้นหนึ่ง ทำให้ระบบการย่อยอาหารปกติของร่างกายเราไม่สามารถบดย่อย เพื่อให้ได้สารคลอโรฟิลล์เพียงพอกับความต้องการของร่างกายเราได้ ถึงแม้ว่าเราจะบริโภคผักใบเขียวเป็นจำนวนมากในแต่ละวันก็ตาม อีกทั้งคลอโรฟิลล์โดยตัวของมันเองละลายน้ำไม่ได้ จะละลายได้ในไขมันหรือในแอลกอฮอล์บางชนิดเท่านั้น

แต่ด้วยเทคโนโลยีในปัจจุบัน เราสามารถสกัดเอาเฉพาะสารคลอโรฟิลล์ออกมาได้อย่างสมบูรณ์และบริสุทธิ์ โดยปราศจากการสูญเสียคุณค่าทางอาหารตามธรรมชาติ ร่างกายจึงสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้ทันทีอย่างเต็มที่ และเป็นคลอโรฟิลล์ชนิดละลายน้ำได้ จึงดูดซึมได้ทันทีในกระเพาะอาหาร

ในกรณีที่ร่างกายใช้ไม่หมดจะถูกขับทิ้งไปทางระบบขับถ่าย ไม่สะสมไว้ในร่างกาย

ต่างกับคลอโรฟิลล์ชนิดที่ละลายในไขมัน จะไม่ถูกดูดซึมที่กระเพาะอาหาร แต่จะย่อยและดูดซึมได้ในลำไส้เล็ก คลอโรฟิลล์ชนิดนี้เมื่อร่างกายใช้ไม่หมดจะถูกส่งไปสะสมไว้ที่ตับ (LIVER) ในระยะเวลาหนึ่ง ซึ่งอาจจะเกิดอันตรายต่อตับได้

องค์การอาหารและยาสหรัฐอเมริกา จึงให้การรับรองเฉพาะคลอโรฟิลล์ที่ละลายในน้ำได้ (WATER SOLUBLE CHLOROPHYLL) เท่านั้น ว่าปลอดภัยต่อการบริโภคของคน

ถึงแม้ว่าจะบริโภคในปริมาณมากต่อวัน ก็ไม่เกิดผลเสียต่อร่างกายแต่อย่างใด ผลข้างเคียงที่เกิดขึ้นมีเพียงแต่อาการท้องเสียอย่างเบาบางในบางกรณีเท่านั้น
.
.
#งานวิจัยเกี่ยวกับการใช้_คลอโรฟิลล์ทางการแพทย์กับผู้ป่วย

1. ดร.เรดพาธ และคณะฯ รายงายผลที่น่าพอใจในการใช้คอลโรฟิลล์รักษาผู้ป่วยจากโรคทางเดินหายใจ 1,000 ราย

2. มหาวิทยาลัยโลโยล่า ประเทศสหรัฐอเมริกา กลุ่มทันตแพทย์รักษาผู้ป่วยกว่า 1,700 ราย พบว่าคลอโรฟิลล์สามารถยับยั้งการเจริญเติบโตของแบคทีเรียในช่องปากได้

3. ดร.เคปฮาร์ รายงานผลการใช้คลอโรฟิลล์รักษาผู้ป่วยเป็นโรคโลหิตจาง พบว่าได้ผลดีในผู้ป่วยที่ไม่ขาดธาตุเหล็กและธาตุทองแดง

4. ทันตแพทย์ โกลด์เบิร์ก ใช้คลอโรฟิลล์รักษาผู้ป่วย 300 ราย ที่เหงือกเป็นหนอง เลือดออกตามไรฟัน และฟันโยก ปรากฏว่าได้ผลดีมาก

5.ในโรงพยาบาลทหาร ดร.โบเวอร์ส ใช้คลอโรฟิลล์ทาแผลปรากฏว่ากลิ่นเหม็นเน่าของแผลลดลง และอาการอักเสบดีขึ้นจนกระทั่งหายไป

6. ดร.มอร์แกน ใช้ขี้ผึ้งคลอโรฟิลล์รักษาแผลไฟไหม้ได้ผลดี

7. ดร.ฟอลล็อค ได้เปรียบเทียบในการรักษาแผลกดทับ (Bedsore) ด้วยยาหลายชนิดพบว่าคลอโรฟิลล์ได้ผลดีที่สุด

8. ดร.เบอร์กี้ รายงานว่าคลอโรฟิลล์ช่วยรักษาโรคโลหิตจางได้หลายชนิด ทำให้หัวใจทำงานมีประสิทธิภาพดีขึ้น ช่วยลดความดันสูง และกระตุ้นทางเดินอาหารให้ทำงานขึ้น

9. ดร.แครนซ์ วิจัยพบว่าคลอโรฟิลล์บรรเทาอาการของโรคกระเพาะอาหารอักเสบได้ดี และจากรายงานของ ดร.ชามูลแอล ในคนไข้ที่เลือดออกในกระเพาะอาหาร 36 ราย ปรากฏว่าทุกรายมีอาการดีขึ้นและหายภายใน 12-22 วัน ฃ

10. ค.ศ.1980 มีรายงานในผู้ป่วยด้วยโรคตับอักเสบเรื้อรังจำนวน 34 ราย รักษาโดยการฉีดคลอโรฟิลล์เข้าเส้นเลือด ปรากฏว่าได้ผลดี 23 ราย

11. ดร.โยชิดา และคณะฯ พบว่าคลอโรฟิลล์บรรเทาอาการของโรคตับอ่อนอักเสบ และมีรายงานวิจัยอีกหลายคณะในประเทศญี่ปุ่น ในการใช้คลอโรฟิลล์รักษาโรคตับอ่อนอักเสบ

12. ดร.เบอร์กี้ พิมพ์หนังสือชื่อ “Chlorophyll as pharmaceutical” กล่าวถึง การใช้คลอโรฟิลล์ได้ผลดีในผู้ป่วย 112 ราย ที่ป่วยด้วยโรคความดันสูง และหลอดเลือดแข็งตัว

13. ดร.แอนเจโล ศึกษาในคนไข้ 50 ราย ที่ป่วยด้วยโรคความดันสูง พบว่าคลอโรฟิลล์ช่วยลดความดันได้ดี และอาการทั่วไปดีขึ้น

14. มีรายงานการวิจัยอีกมากมายที่ใช้คลอโรฟิลล์บริสุทธิ์ในการรักษาโรคลำไส้อักเสบและอื่นๆ

15. จากการทำวิจัยขององค์การอาหารและยาสหรัฐ กับผู้ป่วยแผลเปิดจำนวน 3,600 ราย พบว่าคลอโรฟิลล์ช่วยกระตุ้นให้มีการสร้างเซลล์ใหม่ให้เร็วขึ้น ทำให้แผลหายเร็วกว่าปกติ 25% ขึ้นไป และรอยแผลเป็นลดลงกว่า 50% หรือมากกว่า จากกรณีนี้จึงมีการวิจัยต่อเกี่ยวกับการรักษาอาการ เจ็บป่วยภายในร่างกาย อันเป็นสาเหตุของการเกิดกลิ่นอันไม่พึงประสงค์ขึ้น

พบว่าผู้ป่วยทั้ง 1,227 ราย กลิ่นภายในหายหมดหลังจากใช้คลอโรฟิลล์ผ่านไป 2 สัปดาห์ จึงให้การยอมรับว่าเป็นยาดับกลิ่นภายใน สามารถซื้อขายได้ตามร้านขายยาทั่วไป ตั้งแต่วันที่ 11 พฤษภาคม 1990 ตามเอกสารทะเบียนยาที่ 21 CFR Part 357 Deodorant Drug Products for Internal Use for Over-the Counter Human Use : Final Monograph ; Final Rule

ตลอดจนการใช้คลอโรฟิลล์ รักษาสุนัขที่ป่วยโรคผิวหนัง และกลิ่นตัวแรง นับเป็นจำนวนกว่าหมื่นตัว ในอดีตการแพทย์ได้ใช้คลอโรฟิลล์ชนิดที่ละลายในน้ำ (Water Soluble Chlorophyll) รักษาผู้ป่วย แต่การใช้ไม่เป็นที่แพร่หลายมากนัก เพราะต้นทุนการผลิตยังมีราคาแพงมาก แต่ในปัจจุบัน คลอโรฟิลล์บริสุทธิ์มีราคาถูกลง และใช้กันทั่วไปในกลุ่มแพทย์ธรรมชาติบำบัด...

สนใจผลิตภัณฑ์ สอบถามเพิ่มเติม ส่งข้อความ Inbox หรือ โทร : 0922637969

#Captain_Training_Course
#We_Are_The_Sun
#บ้านสมุนไพรชัยมงคล#วิถีธรรมาติบำบัด
#ขับล้างสารพิษสารเคมี
#ปรับสมดุลร่างกาย
#คลอโรฟิลล์บริสุทธิ์ 100%
#บริษัทบ้านสมุนไพรชัยมงคลจำกัด

บริษัท บ้านสมุนไพรชัยมงคล จำกัด ได้ดำเนินการเป็นธุรกิจเครือข่าย โดยท่านประธาน ชัยมงคล ศรีอุดม ได้นำเข้าผลิตภัณฑ์ คลอโรฟิลล์ บริสุทธิ์ 100% ในรูปผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร จาก บริษัท ดี ซูซ่า อินเตอร์เนชั่นแนล อินคอร์ปอเรชั่น เพียงรายเดียวของประเทศไทย และมี อ.ย รับรองถูกต้องจากสหรัฐอเมริกา เลขที่ 21-4-00449-1-0001

ประวัติ บริษัท ดี ซูซ่า อินเตอร์เนชั่นแนล อินคอร์ปอเรชั่น
ดี ซูซ่า อินเตอร์เนชั่นแนล ก่อตั้งขึ้นตั้งแต่ปี ค.ศ. 1938 โดยใช้ชื่อว่า ดี ซูซ่า ฟู๊ดคอมพานี ต่อมา ได้เปลี่ยนชื่อเป็น ดี ซูซ่า คอร์ปอเรชั่น และเป็น ดี ซูซ่า อินเตอร์เนชั่นแนล อินคอร์ปอเรชั่น ในที่สุด

เมื่อ ดี ซูซ่า ได้ขยายตลาดครอบคลุมหลายประเทศมากขึ้น โดยยึดมั่นในปรัชญาของบริษัทฯ ที่ว่า “มุ่งมั่นสรรค์สร้างสุขภาพดี” (COMMITMENT TO GOOD HEALTH) ซึ่งมิสเตอร์ พอล ดี ซูซ่า (PAUL DE SOUZA) ผู้ก่อตั้งได้ยึดถือเป็นหลักปฏิบัติตลอดมา

พอล ดี ซูซ่า (PAUL DE SOUZA) และ ดี ซูซ่า ฟู๊ด คอมพานี ถือได้ว่าเป็นผู้บุกเบิกรายแรกในธุรกิจ “อาหารเพื่อสุขภาพ” ซึ่งเจริญเติบโตมากมายในปัจจุบัน พอล ดี ซูซ่า เป็นชาวโปตุเกตโดยกำเนิด เกิดเมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม ค.ศ.1911 เป็นบุตรคนโตในจำนวน 17 คน ของเอ็มมานูเอล และ มาเรีย ดี ซูซ่า ซึ่งอพยพครอบครัวมาอยู่สหรัฐอเมริกาเมื่อเขาอายุได้เพียง 11 ปี ได้เดินทางออกจากรัฐแมสซาซูเซตเพื่อไปแสวงโชคด้วยตนเองเมื่ออายุ 17 ปี

พอล ดี ซูซ่า ได้ย้ายมาอยู่ที่รัฐแคลิฟอร์เนีย เมื่อปี ค.ศ.1938 พร้อมทั้งได้ก่อตั้งบริษัท ดี ซูซ่า ฟู๊ด คอมพานี เพื่อจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ “ปลอดสารพิษ” (ORGANIC FOOD) ขึ้นเป็นแห่งแรกของสหรัฐอเมริกา และหลังจากนั้นก็ได้ทุ่มเทศึกษาค้นคว้าและวิจัยเกี่ยวกับการเพาะปลูกพืชโดยปราศจากการใช้สารเคมี หรือที่เรียกว่า ORGANIC GARDENING ว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับสุขภาพและการบริโภคเพื่อป้องกันโรคภัยไข้เจ็บได้อย่างไร

หลังจากการค้นคว้าวิจัยอย่างมากมายก็พบว่า “พืชที่ดีต้องมาจากดินที่ดี” แต่ดินที่ถูกทำลายจากปุ๋ยเคมี ยาฆ่าแมลงและยาฆ่าวัชพืชต่างๆ ก็สามารถ “ปฏิพัฒนา” (REJUVENATE) ให้กลับมามีสภาพที่ดีได้ ซึ่งหลังจากที่เขาได้เข้าไปร่วมงานกับ “สมาคม” ต่างๆ ก็สามารถ “ปฏิพัฒนา” (REJUVENATE) ให้กลับมามีสภาพที่ดีได้ ซึ่งหลังจากที่เขาได้เข้าไปร่วมงานกับ “การเกษตรแห่งประเทศอังกฤษ” (ENGLISH SOCIETY OF AGRICULTURAL) ในส่วนของ “สมาคมดิน” (SOIL ASSOSIATION) ซึ่งได้หลักการมาจากคัมภีร์โบราณ ฮีบรู ของอิสราเอลซึ่งมีอายุกว่า 3,000 ปี เกี่ยวกับการฟื้นสภาพดิน เขาก็นำความรู้ทั้งหมดที่ได้กลับมาปฏิพัฒนาดินเพื่อการเกษตรกรรมของแคลิฟอร์เนีย

จนกระทั่งสามารถทำการเพาะปลูกพืชผักปลอดสารพิษในเชิงพาณิชย์ได้ และเป็นผู้ก่อตั้ง ORAGANIC GROWERERS และ GARDENINGCLUBSหรือ “สมาพันธ์ผู้เพาะปลูกพืชผักปลอดสารพิษ” ขึ้นเป็นแห่งแรกในสหรัฐอเมริกา ปัจจุบันสมาพันธ์ดังกล่าวยังคงดำเนินกิจการและเป็นที่ยอมรับอย่างกว้างขวางในสหรัฐอเมริกา โดยมีหน้าที่หลักในการออกหนังสือรับรองคุณภาพการเพาะปลูกสำหรับเกษตรที่ปลูกพืชผักปลอดสารพิษ ที่ผ่านการตรวจสอบแล้ว

พอล ดี ซู่ซ่า ได้เรียนรู้ถึงสาระสำคัญที่มีอยู่ในพืช คือ “คลอโรฟิลล์” ว่ามีประโยชน์เอนกอนันต์ต่อมวลมนุษยชาติทั้งหลาย “คลอโรฟิลล์” สามารถเปลี่ยนพลังงานธรรมชาติคือแสงอาทิตย์ และของเสียคือ ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ให้กลายเป็นคาร์โบไฮเดรต และก๊าซออกซิเจน ที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตของมนุษย์ สัตว์และพืช ถ้าปราศจาก “คลอโรฟิลล์” แล้วก็แทบจะเรียกได้ว่าจะไม่มีสิ่งมีชีวิตอื่นใดบนโลกนี้อีก

พอล ดี ซูซ่า มีความภูมิใจมากที่เป็นคนแรกที่สามารถสกัด “คลอโรฟิลล์” ออกมาใช้งานได้ในเชิงพาณิชย์ และเป็นคลอโรฟิลล์ชนิดละลายน้ำได้ (WATER SOLUBLE) และ ดี ซูซ่า ฟู๊ด คอร์ปอเรชั่น คือผู้ผลิตรายแรกที่ผลิต “คลอโรฟิลล์” ออกจำหน่ายให้แก่ผู้บริโภคไปตั้งแต่ ปี ค.ศ.1957 เป็นต้นมา “คลอโรฟิลล์” ของ ดี ซูซ่า ได้รับการยอมรับว่าเป็น “คลอโรฟิลล์” ที่บริสุทธิ์ที่สุดที่มีจำหน่ายในท้องตลาดในปัจจุบัน และเป็นเพียงบริษัทเดียวที่ได้รับหนังสือรับรองจากองค์การอาหารและยาของสหรัฐอเมริกา ในเงื่อนไขความบริสุทธิ์ของผลิตภัณฑ์
.
.
#อัลฟัลฟ่า (ALFALFA)

อัลฟัลฟ่าคือ จัดเป็นพืชจำพวกที่มีฝัก (Legumes) หรือพืชตระกูลถั่ว ใบเลี้ยงคู่ เป็นพืชยืนต้นมีอายุตั้งแต่ 4 ปี ถึง 8 ปี และในบางแห่งมีอายุถึง 20 ปี ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับสายพันธุ์และสภาพพื้นที่

และมีระบบรากที่มหัศจรรย์มาก ในบางพื้นที่ ระบบรากของอัลฟัลฟ่าสามารถชอนไชลงไปในดินถึงกว่า 130 ฟุต จึงทำให้สามารถหาอาหารได้มีประสิทธิภาพมากกว่าพืชชนิดอื่นๆ

อีกทั้งระบบการป้องกันตัวเอง หรือป้องกันสารพิษในเซลล์ของพืชอัลฟัลฟ่าก็ดีกว่าพืชชนิดต่างๆ

ชาวอาหรับโบราณ รู้จักใช้ประโยชน์จาก อัลฟัลฟ่ามาตั้งแต่ 2,000 ปี ก่อนคริสตกาล โดยใช้เป็นพืชเลี้ยงสัตว์และนำมาใช้เป็นสมุนไพรเพื่อเพิ่มความแข็งแรงให้กับร่างกาย จึงถูกขนานนามให้เป็น AL-FAS-FAH-SHA หรือ “ราชาแห่งอาหารทั้งมวล”

คลอโรฟิลล์จากอัลฟัลฟ่า

จากประวัติศาสตร์อันยาวนาน ธัญพืชและหญ้าเป็นอาหารหลัก และยาของสัตว์โลกนานาชนิด ในสังคมสมัยใหม่ สังคมที่เร่งรีบต้องแข่งกับเวลา จึงนิยมอาหารจานด่วน (Fast Food)

อาหารเหล่านี้ขาดพลังโภชนาการทางธรรมชาติ และก่อให้เกิดปัญหาต่อสุขภาพ สิ่งที่ขาดหายไปนี้ไม่อาจทดแทนได้ด้วยตัวยาใดๆ บัดนี้ถึงเวลาแล้ว อาหารที่เราบริโภคควรจะต้องกลับสู่ธรรมชาติ

พลังงานสีเขียวจากอัลฟัลฟ่า คือ คลอโรฟิลล์ที่ได้จากอัลฟัลฟ่าสด ที่เจริญเติบโตอย่างถูกต้องในระบบฟาร์มที่มาตรฐาน
ด้วยกระบวนการพิเศษ ที่สามารถถนอมคุณค่าทางโภชนาการทั้งมวล เช่น เกลือแร่ เอ็นไซม์ และแอนตี้อ๊อกซิแดนซ์ สารโภชนาการที่ได้นี้เป็นสารอาหารทางธรรมชาติ มีความสมบูรณ์และสมดุลต่อความต้องการของร่างกายอย่างน่ามหัศจรรย์

ในการวิจัยค้นคว้าหาพืชอาหารในฝันที่อุดมด้วยโภชนาการ ได้มีการวิเคราะห์พืชอาหารแทบทุกชนิดมากกว่า 6,000 ชนิด ซึ่งมีถั่ว ผัก หญ้า ทั้งในน้ำและบนพื้นดิน ตลอดจนพืชสมุนไพรต่างๆ ทั้งจากเมล็ด ใบ ต้น ของพืชเหล่านั้น ในที่สุดพบว่า พลังงานสีเขียว หรือ คลอโรฟิลล์ ที่ได้จาก อัลฟัลฟ่านั้นคือ “พืชอาหารในฝัน” เป็น "พืชมหัศจรรย์"

#คลอโรฟิลล์ (Chlorophyll)
คืออะไร...

คลอโรฟิลล์ คือสารประกอบที่ทำให้พืชมีสีเขียว และทำหน้าที่หลักในการสังเคราะห์แสง (PHOTOSYNTHESIS) โดยการเปลี่ยนพลังงานจากแสงอาทิตย์ ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ และแร่ธาตุต่างๆ จากดินให้กลายเป็นสารอาหารที่จำเป็นสำหรับการเจริญเติบโตของพืช รวมทั้งให้ก๊าซอ๊อกซิเจนที่สำคัญต่อการดำรงชีวิตของมนุษย์และสัตว์

คลอโรฟิลล์ธรรมชาติมีหลายชนิด บางชนิดสังเคราะห์แสงได้ในที่ที่มีแสงแดดเท่านั้น แต่บางชนิดสังเคราะห์แสงได้แม้ในที่ไม่มีแสง เช่น ในร่างกายของคน จึงมีการค้นคว้าเกี่ยวกับการทำงาน หรือปฏิกิริยาของคลอโรฟิลล์ต่อคน

พบว่าคลอโรฟิลล์ที่อยู่ในเซลล์ของพืช จะถูกปกป้องและปิดกั้นด้วยผนังหรือเยื่อหุ้มเซลล์อีกชั้นหนึ่ง ทำให้ระบบการย่อยอาหารปกติของร่างกายเราไม่สามารถบดย่อย เพื่อให้ได้สารคลอโรฟิลล์เพียงพอกับความต้องการของร่างกายเราได้ ถึงแม้ว่าเราจะบริโภคผักใบเขียวเป็นจำนวนมากในแต่ละวันก็ตาม อีกทั้งคลอโรฟิลล์โดยตัวของมันเองละลายน้ำไม่ได้ จะละลายได้ในไขมันหรือในแอลกอฮอล์บางชนิดเท่านั้น

แต่ด้วยเทคโนโลยีในปัจจุบัน เราสามารถสกัดเอาเฉพาะสารคลอโรฟิลล์ออกมาได้อย่างสมบูรณ์และบริสุทธิ์ โดยปราศจากการสูญเสียคุณค่าทางอาหารตามธรรมชาติ ร่างกายจึงสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้ทันทีอย่างเต็มที่ และเป็นคลอโรฟิลล์ชนิดละลายน้ำได้ จึงดูดซึมได้ทันทีในกระเพาะอาหาร

ในกรณีที่ร่างกายใช้ไม่หมดจะถูกขับทิ้งไปทางระบบขับถ่าย ไม่สะสมไว้ในร่างกาย

ต่างกับคลอโรฟิลล์ชนิดที่ละลายในไขมัน จะไม่ถูกดูดซึมที่กระเพาะอาหาร แต่จะย่อยและดูดซึมได้ในลำไส้เล็ก คลอโรฟิลล์ชนิดนี้เมื่อร่างกายใช้ไม่หมดจะถูกส่งไปสะสมไว้ที่ตับ (LIVER) ในระยะเวลาหนึ่ง ซึ่งอาจจะเกิดอันตรายต่อตับได้

องค์การอาหารและยาสหรัฐอเมริกา จึงให้การรับรองเฉพาะคลอโรฟิลล์ที่ละลายในน้ำได้ (WATER SOLUBLE CHLOROPHYLL) เท่านั้น ว่าปลอดภัยต่อการบริโภคของคน

ถึงแม้ว่าจะบริโภคในปริมาณมากต่อวัน ก็ไม่เกิดผลเสียต่อร่างกายแต่อย่างใด ผลข้างเคียงที่เกิดขึ้นมีเพียงแต่อาการท้องเสียอย่างเบาบางในบางกรณีเท่านั้น
.
.
#งานวิจัยเกี่ยวกับการใช้_คลอโรฟิลล์ทางการแพทย์กับผู้ป่วย

1. ดร.เรดพาธ และคณะฯ รายงายผลที่น่าพอใจในการใช้คอลโรฟิลล์รักษาผู้ป่วยจากโรคทางเดินหายใจ 1,000 ราย

2. มหาวิทยาลัยโลโยล่า ประเทศสหรัฐอเมริกา กลุ่มทันตแพทย์รักษาผู้ป่วยกว่า 1,700 ราย พบว่าคลอโรฟิลล์สามารถยับยั้งการเจริญเติบโตของแบคทีเรียในช่องปากได้

3. ดร.เคปฮาร์ รายงานผลการใช้คลอโรฟิลล์รักษาผู้ป่วยเป็นโรคโลหิตจาง พบว่าได้ผลดีในผู้ป่วยที่ไม่ขาดธาตุเหล็กและธาตุทองแดง

4. ทันตแพทย์ โกลด์เบิร์ก ใช้คลอโรฟิลล์รักษาผู้ป่วย 300 ราย ที่เหงือกเป็นหนอง เลือดออกตามไรฟัน และฟันโยก ปรากฏว่าได้ผลดีมาก

5.ในโรงพยาบาลทหาร ดร.โบเวอร์ส ใช้คลอโรฟิลล์ทาแผลปรากฏว่ากลิ่นเหม็นเน่าของแผลลดลง และอาการอักเสบดีขึ้นจนกระทั่งหายไป

6. ดร.มอร์แกน ใช้ขี้ผึ้งคลอโรฟิลล์รักษาแผลไฟไหม้ได้ผลดี

7. ดร.ฟอลล็อค ได้เปรียบเทียบในการรักษาแผลกดทับ (Bedsore) ด้วยยาหลายชนิดพบว่าคลอโรฟิลล์ได้ผลดีที่สุด

8. ดร.เบอร์กี้ รายงานว่าคลอโรฟิลล์ช่วยรักษาโรคโลหิตจางได้หลายชนิด ทำให้หัวใจทำงานมีประสิทธิภาพดีขึ้น ช่วยลดความดันสูง และกระตุ้นทางเดินอาหารให้ทำงานขึ้น

9. ดร.แครนซ์ วิจัยพบว่าคลอโรฟิลล์บรรเทาอาการของโรคกระเพาะอาหารอักเสบได้ดี และจากรายงานของ ดร.ชามูลแอล ในคนไข้ที่เลือดออกในกระเพาะอาหาร 36 ราย ปรากฏว่าทุกรายมีอาการดีขึ้นและหายภายใน 12-22 วัน ฃ

10. ค.ศ.1980 มีรายงานในผู้ป่วยด้วยโรคตับอักเสบเรื้อรังจำนวน 34 ราย รักษาโดยการฉีดคลอโรฟิลล์เข้าเส้นเลือด ปรากฏว่าได้ผลดี 23 ราย

11. ดร.โยชิดา และคณะฯ พบว่าคลอโรฟิลล์บรรเทาอาการของโรคตับอ่อนอักเสบ และมีรายงานวิจัยอีกหลายคณะในประเทศญี่ปุ่น ในการใช้คลอโรฟิลล์รักษาโรคตับอ่อนอักเสบ

12. ดร.เบอร์กี้ พิมพ์หนังสือชื่อ “Chlorophyll as pharmaceutical” กล่าวถึง การใช้คลอโรฟิลล์ได้ผลดีในผู้ป่วย 112 ราย ที่ป่วยด้วยโรคความดันสูง และหลอดเลือดแข็งตัว

13. ดร.แอนเจโล ศึกษาในคนไข้ 50 ราย ที่ป่วยด้วยโรคความดันสูง พบว่าคลอโรฟิลล์ช่วยลดความดันได้ดี และอาการทั่วไปดีขึ้น

14. มีรายงานการวิจัยอีกมากมายที่ใช้คลอโรฟิลล์บริสุทธิ์ในการรักษาโรคลำไส้อักเสบและอื่นๆ

15. จากการทำวิจัยขององค์การอาหารและยาสหรัฐ กับผู้ป่วยแผลเปิดจำนวน 3,600 ราย พบว่าคลอโรฟิลล์ช่วยกระตุ้นให้มีการสร้างเซลล์ใหม่ให้เร็วขึ้น ทำให้แผลหายเร็วกว่าปกติ 25% ขึ้นไป และรอยแผลเป็นลดลงกว่า 50% หรือมากกว่า จากกรณีนี้จึงมีการวิจัยต่อเกี่ยวกับการรักษาอาการ เจ็บป่วยภายในร่างกาย อันเป็นสาเหตุของการเกิดกลิ่นอันไม่พึงประสงค์ขึ้น

พบว่าผู้ป่วยทั้ง 1,227 ราย กลิ่นภายในหายหมดหลังจากใช้คลอโรฟิลล์ผ่านไป 2 สัปดาห์ จึงให้การยอมรับว่าเป็นยาดับกลิ่นภายใน สามารถซื้อขายได้ตามร้านขายยาทั่วไป ตั้งแต่วันที่ 11 พฤษภาคม 1990 ตามเอกสารทะเบียนยาที่ 21 CFR Part 357 Deodorant Drug Products for Internal Use for Over-the Counter Human Use : Final Monograph ; Final Rule

ตลอดจนการใช้คลอโรฟิลล์ รักษาสุนัขที่ป่วยโรคผิวหนัง และกลิ่นตัวแรง นับเป็นจำนวนกว่าหมื่นตัว ในอดีตการแพทย์ได้ใช้คลอโรฟิลล์ชนิดที่ละลายในน้ำ (Water Soluble Chlorophyll) รักษาผู้ป่วย แต่การใช้ไม่เป็นที่แพร่หลายมากนัก เพราะต้นทุนการผลิตยังมีราคาแพงมาก แต่ในปัจจุบัน คลอโรฟิลล์บริสุทธิ์มีราคาถูกลง และใช้กันทั่วไปในกลุ่มแพทย์ธรรมชาติบำบัด...

สนใจผลิตภัณฑ์ สอบถามเพิ่มเติม ส่งข้อความ Inbox หรือ โทร:0994249779

#Captain_Training_Course
#We_Are_The_Sun
#บ้านสมุนไพรชัยมงคล

#วิถีธรรมาติบำบัด
#ขับล้างสารพิษสารเคมี
#ปรับสมดุลร่างกาย
#คลอโรฟิลล์บริสุทธิ์ 100%
#บริษัทบ้านสมุนไพรชัยมงคลจำกัด

บริษัท บ้านสมุนไพรชัยมงคล จำกัด ได้ดำเนินการเป็นธุรกิจเครือข่าย โดยท่านประธาน ชัยมงคล ศรีอุดม ได้นำเข้าผลิตภัณฑ์ คลอโรฟิลล์ บริสุทธิ์ 100% ในรูปผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร จาก บริษัท ดี ซูซ่า อินเตอร์เนชั่นแนล อินคอร์ปอเรชั่น เพียงรายเดียวของประเทศไทย และมี อ.ย รับรองถูกต้องจากสหรัฐอเมริกา เลขที่ 21-4-00449-1-0001

ประวัติ บริษัท ดี ซูซ่า อินเตอร์เนชั่นแนล อินคอร์ปอเรชั่น
ดี ซูซ่า อินเตอร์เนชั่นแนล ก่อตั้งขึ้นตั้งแต่ปี ค.ศ. 1938 โดยใช้ชื่อว่า ดี ซูซ่า ฟู๊ดคอมพานี ต่อมา ได้เปลี่ยนชื่อเป็น ดี ซูซ่า คอร์ปอเรชั่น และเป็น ดี ซูซ่า อินเตอร์เนชั่นแนล อินคอร์ปอเรชั่น ในที่สุด

เมื่อ ดี ซูซ่า ได้ขยายตลาดครอบคลุมหลายประเทศมากขึ้น โดยยึดมั่นในปรัชญาของบริษัทฯ ที่ว่า “มุ่งมั่นสรรค์สร้างสุขภาพดี” (COMMITMENT TO GOOD HEALTH) ซึ่งมิสเตอร์ พอล ดี ซูซ่า (PAUL DE SOUZA) ผู้ก่อตั้งได้ยึดถือเป็นหลักปฏิบัติตลอดมา

พอล ดี ซูซ่า (PAUL DE SOUZA) และ ดี ซูซ่า ฟู๊ด คอมพานี ถือได้ว่าเป็นผู้บุกเบิกรายแรกในธุรกิจ “อาหารเพื่อสุขภาพ” ซึ่งเจริญเติบโตมากมายในปัจจุบัน พอล ดี ซูซ่า เป็นชาวโปตุเกตโดยกำเนิด เกิดเมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม ค.ศ.1911 เป็นบุตรคนโตในจำนวน 17 คน ของเอ็มมานูเอล และ มาเรีย ดี ซูซ่า ซึ่งอพยพครอบครัวมาอยู่สหรัฐอเมริกาเมื่อเขาอายุได้เพียง 11 ปี ได้เดินทางออกจากรัฐแมสซาซูเซตเพื่อไปแสวงโชคด้วยตนเองเมื่ออายุ 17 ปี

พอล ดี ซูซ่า ได้ย้ายมาอยู่ที่รัฐแคลิฟอร์เนีย เมื่อปี ค.ศ.1938 พร้อมทั้งได้ก่อตั้งบริษัท ดี ซูซ่า ฟู๊ด คอมพานี เพื่อจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ “ปลอดสารพิษ” (ORGANIC FOOD) ขึ้นเป็นแห่งแรกของสหรัฐอเมริกา และหลังจากนั้นก็ได้ทุ่มเทศึกษาค้นคว้าและวิจัยเกี่ยวกับการเพาะปลูกพืชโดยปราศจากการใช้สารเคมี หรือที่เรียกว่า ORGANIC GARDENING ว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับสุขภาพและการบริโภคเพื่อป้องกันโรคภัยไข้เจ็บได้อย่างไร

หลังจากการค้นคว้าวิจัยอย่างมากมายก็พบว่า “พืชที่ดีต้องมาจากดินที่ดี” แต่ดินที่ถูกทำลายจากปุ๋ยเคมี ยาฆ่าแมลงและยาฆ่าวัชพืชต่างๆ ก็สามารถ “ปฏิพัฒนา” (REJUVENATE) ให้กลับมามีสภาพที่ดีได้ ซึ่งหลังจากที่เขาได้เข้าไปร่วมงานกับ “สมาคม” ต่างๆ ก็สามารถ “ปฏิพัฒนา” (REJUVENATE) ให้กลับมามีสภาพที่ดีได้ ซึ่งหลังจากที่เขาได้เข้าไปร่วมงานกับ “การเกษตรแห่งประเทศอังกฤษ” (ENGLISH SOCIETY OF AGRICULTURAL) ในส่วนของ “สมาคมดิน” (SOIL ASSOSIATION) ซึ่งได้หลักการมาจากคัมภีร์โบราณ ฮีบรู ของอิสราเอลซึ่งมีอายุกว่า 3,000 ปี เกี่ยวกับการฟื้นสภาพดิน เขาก็นำความรู้ทั้งหมดที่ได้กลับมาปฏิพัฒนาดินเพื่อการเกษตรกรรมของแคลิฟอร์เนีย

จนกระทั่งสามารถทำการเพาะปลูกพืชผักปลอดสารพิษในเชิงพาณิชย์ได้ และเป็นผู้ก่อตั้ง ORAGANIC GROWERERS และ GARDENINGCLUBSหรือ “สมาพันธ์ผู้เพาะปลูกพืชผักปลอดสารพิษ” ขึ้นเป็นแห่งแรกในสหรัฐอเมริกา ปัจจุบันสมาพันธ์ดังกล่าวยังคงดำเนินกิจการและเป็นที่ยอมรับอย่างกว้างขวางในสหรัฐอเมริกา โดยมีหน้าที่หลักในการออกหนังสือรับรองคุณภาพการเพาะปลูกสำหรับเกษตรที่ปลูกพืชผักปลอดสารพิษ ที่ผ่านการตรวจสอบแล้ว

พอล ดี ซู่ซ่า ได้เรียนรู้ถึงสาระสำคัญที่มีอยู่ในพืช คือ “คลอโรฟิลล์” ว่ามีประโยชน์เอนกอนันต์ต่อมวลมนุษยชาติทั้งหลาย “คลอโรฟิลล์” สามารถเปลี่ยนพลังงานธรรมชาติคือแสงอาทิตย์ และของเสียคือ ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ให้กลายเป็นคาร์โบไฮเดรต และก๊าซออกซิเจน ที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตของมนุษย์ สัตว์และพืช ถ้าปราศจาก “คลอโรฟิลล์” แล้วก็แทบจะเรียกได้ว่าจะไม่มีสิ่งมีชีวิตอื่นใดบนโลกนี้อีก

พอล ดี ซูซ่า มีความภูมิใจมากที่เป็นคนแรกที่สามารถสกัด “คลอโรฟิลล์” ออกมาใช้งานได้ในเชิงพาณิชย์ และเป็นคลอโรฟิลล์ชนิดละลายน้ำได้ (WATER SOLUBLE) และ ดี ซูซ่า ฟู๊ด คอร์ปอเรชั่น คือผู้ผลิตรายแรกที่ผลิต “คลอโรฟิลล์” ออกจำหน่ายให้แก่ผู้บริโภคไปตั้งแต่ ปี ค.ศ.1957 เป็นต้นมา “คลอโรฟิลล์” ของ ดี ซูซ่า ได้รับการยอมรับว่าเป็น “คลอโรฟิลล์” ที่บริสุทธิ์ที่สุดที่มีจำหน่ายในท้องตลาดในปัจจุบัน และเป็นเพียงบริษัทเดียวที่ได้รับหนังสือรับรองจากองค์การอาหารและยาของสหรัฐอเมริกา ในเงื่อนไขความบริสุทธิ์ของผลิตภัณฑ์
.
.
#อัลฟัลฟ่า (ALFALFA)

อัลฟัลฟ่าคือ จัดเป็นพืชจำพวกที่มีฝัก (Legumes) หรือพืชตระกูลถั่ว ใบเลี้ยงคู่ เป็นพืชยืนต้นมีอายุตั้งแต่ 4 ปี ถึง 8 ปี และในบางแห่งมีอายุถึง 20 ปี ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับสายพันธุ์และสภาพพื้นที่

และมีระบบรากที่มหัศจรรย์มาก ในบางพื้นที่ ระบบรากของอัลฟัลฟ่าสามารถชอนไชลงไปในดินถึงกว่า 130 ฟุต จึงทำให้สามารถหาอาหารได้มีประสิทธิภาพมากกว่าพืชชนิดอื่นๆ

อีกทั้งระบบการป้องกันตัวเอง หรือป้องกันสารพิษในเซลล์ของพืชอัลฟัลฟ่าก็ดีกว่าพืชชนิดต่างๆ

ชาวอาหรับโบราณ รู้จักใช้ประโยชน์จาก อัลฟัลฟ่ามาตั้งแต่ 2,000 ปี ก่อนคริสตกาล โดยใช้เป็นพืชเลี้ยงสัตว์และนำมาใช้เป็นสมุนไพรเพื่อเพิ่มความแข็งแรงให้กับร่างกาย จึงถูกขนานนามให้เป็น AL-FAS-FAH-SHA หรือ “ราชาแห่งอาหารทั้งมวล”

คลอโรฟิลล์จากอัลฟัลฟ่า

จากประวัติศาสตร์อันยาวนาน ธัญพืชและหญ้าเป็นอาหารหลัก และยาของสัตว์โลกนานาชนิด ในสังคมสมัยใหม่ สังคมที่เร่งรีบต้องแข่งกับเวลา จึงนิยมอาหารจานด่วน (Fast Food)

อาหารเหล่านี้ขาดพลังโภชนาการทางธรรมชาติ และก่อให้เกิดปัญหาต่อสุขภาพ สิ่งที่ขาดหายไปนี้ไม่อาจทดแทนได้ด้วยตัวยาใดๆ บัดนี้ถึงเวลาแล้ว อาหารที่เราบริโภคควรจะต้องกลับสู่ธรรมชาติ

พลังงานสีเขียวจากอัลฟัลฟ่า คือ คลอโรฟิลล์ที่ได้จากอัลฟัลฟ่าสด ที่เจริญเติบโตอย่างถูกต้องในระบบฟาร์มที่มาตรฐาน
ด้วยกระบวนการพิเศษ ที่สามารถถนอมคุณค่าทางโภชนาการทั้งมวล เช่น เกลือแร่ เอ็นไซม์ และแอนตี้อ๊อกซิแดนซ์ สารโภชนาการที่ได้นี้เป็นสารอาหารทางธรรมชาติ มีความสมบูรณ์และสมดุลต่อความต้องการของร่างกายอย่างน่ามหัศจรรย์

ในการวิจัยค้นคว้าหาพืชอาหารในฝันที่อุดมด้วยโภชนาการ ได้มีการวิเคราะห์พืชอาหารแทบทุกชนิดมากกว่า 6,000 ชนิด ซึ่งมีถั่ว ผัก หญ้า ทั้งในน้ำและบนพื้นดิน ตลอดจนพืชสมุนไพรต่างๆ ทั้งจากเมล็ด ใบ ต้น ของพืชเหล่านั้น ในที่สุดพบว่า พลังงานสีเขียว หรือ คลอโรฟิลล์ ที่ได้จาก อัลฟัลฟ่านั้นคือ “พืชอาหารในฝัน” เป็น "พืชมหัศจรรย์"

#คลอโรฟิลล์ (Chlorophyll)
คืออะไร...

คลอโรฟิลล์ คือสารประกอบที่ทำให้พืชมีสีเขียว และทำหน้าที่หลักในการสังเคราะห์แสง (PHOTOSYNTHESIS) โดยการเปลี่ยนพลังงานจากแสงอาทิตย์ ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ และแร่ธาตุต่างๆ จากดินให้กลายเป็นสารอาหารที่จำเป็นสำหรับการเจริญเติบโตของพืช รวมทั้งให้ก๊าซอ๊อกซิเจนที่สำคัญต่อการดำรงชีวิตของมนุษย์และสัตว์

คลอโรฟิลล์ธรรมชาติมีหลายชนิด บางชนิดสังเคราะห์แสงได้ในที่ที่มีแสงแดดเท่านั้น แต่บางชนิดสังเคราะห์แสงได้แม้ในที่ไม่มีแสง เช่น ในร่างกายของคน จึงมีการค้นคว้าเกี่ยวกับการทำงาน หรือปฏิกิริยาของคลอโรฟิลล์ต่อคน

พบว่าคลอโรฟิลล์ที่อยู่ในเซลล์ของพืช จะถูกปกป้องและปิดกั้นด้วยผนังหรือเยื่อหุ้มเซลล์อีกชั้นหนึ่ง ทำให้ระบบการย่อยอาหารปกติของร่างกายเราไม่สามารถบดย่อย เพื่อให้ได้สารคลอโรฟิลล์เพียงพอกับความต้องการของร่างกายเราได้ ถึงแม้ว่าเราจะบริโภคผักใบเขียวเป็นจำนวนมากในแต่ละวันก็ตาม อีกทั้งคลอโรฟิลล์โดยตัวของมันเองละลายน้ำไม่ได้ จะละลายได้ในไขมันหรือในแอลกอฮอล์บางชนิดเท่านั้น

แต่ด้วยเทคโนโลยีในปัจจุบัน เราสามารถสกัดเอาเฉพาะสารคลอโรฟิลล์ออกมาได้อย่างสมบูรณ์และบริสุทธิ์ โดยปราศจากการสูญเสียคุณค่าทางอาหารตามธรรมชาติ ร่างกายจึงสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้ทันทีอย่างเต็มที่ และเป็นคลอโรฟิลล์ชนิดละลายน้ำได้ จึงดูดซึมได้ทันทีในกระเพาะอาหาร

ในกรณีที่ร่างกายใช้ไม่หมดจะถูกขับทิ้งไปทางระบบขับถ่าย ไม่สะสมไว้ในร่างกาย

ต่างกับคลอโรฟิลล์ชนิดที่ละลายในไขมัน จะไม่ถูกดูดซึมที่กระเพาะอาหาร แต่จะย่อยและดูดซึมได้ในลำไส้เล็ก คลอโรฟิลล์ชนิดนี้เมื่อร่างกายใช้ไม่หมดจะถูกส่งไปสะสมไว้ที่ตับ (LIVER) ในระยะเวลาหนึ่ง ซึ่งอาจจะเกิดอันตรายต่อตับได้

องค์การอาหารและยาสหรัฐอเมริกา จึงให้การรับรองเฉพาะคลอโรฟิลล์ที่ละลายในน้ำได้ (WATER SOLUBLE CHLOROPHYLL) เท่านั้น ว่าปลอดภัยต่อการบริโภคของคน

ถึงแม้ว่าจะบริโภคในปริมาณมากต่อวัน ก็ไม่เกิดผลเสียต่อร่างกายแต่อย่างใด ผลข้างเคียงที่เกิดขึ้นมีเพียงแต่อาการท้องเสียอย่างเบาบางในบางกรณีเท่านั้น
.
.
#งานวิจัยเกี่ยวกับการใช้_คลอโรฟิลล์ทางการแพทย์กับผู้ป่วย

1. ดร.เรดพาธ และคณะฯ รายงายผลที่น่าพอใจในการใช้คอลโรฟิลล์รักษาผู้ป่วยจากโรคทางเดินหายใจ 1,000 ราย

2. มหาวิทยาลัยโลโยล่า ประเทศสหรัฐอเมริกา กลุ่มทันตแพทย์รักษาผู้ป่วยกว่า 1,700 ราย พบว่าคลอโรฟิลล์สามารถยับยั้งการเจริญเติบโตของแบคทีเรียในช่องปากได้

3. ดร.เคปฮาร์ รายงานผลการใช้คลอโรฟิลล์รักษาผู้ป่วยเป็นโรคโลหิตจาง พบว่าได้ผลดีในผู้ป่วยที่ไม่ขาดธาตุเหล็กและธาตุทองแดง

4. ทันตแพทย์ โกลด์เบิร์ก ใช้คลอโรฟิลล์รักษาผู้ป่วย 300 ราย ที่เหงือกเป็นหนอง เลือดออกตามไรฟัน และฟันโยก ปรากฏว่าได้ผลดีมาก

5.ในโรงพยาบาลทหาร ดร.โบเวอร์ส ใช้คลอโรฟิลล์ทาแผลปรากฏว่ากลิ่นเหม็นเน่าของแผลลดลง และอาการอักเสบดีขึ้นจนกระทั่งหายไป

6. ดร.มอร์แกน ใช้ขี้ผึ้งคลอโรฟิลล์รักษาแผลไฟไหม้ได้ผลดี

7. ดร.ฟอลล็อค ได้เปรียบเทียบในการรักษาแผลกดทับ (Bedsore) ด้วยยาหลายชนิดพบว่าคลอโรฟิลล์ได้ผลดีที่สุด

8. ดร.เบอร์กี้ รายงานว่าคลอโรฟิลล์ช่วยรักษาโรคโลหิตจางได้หลายชนิด ทำให้หัวใจทำงานมีประสิทธิภาพดีขึ้น ช่วยลดความดันสูง และกระตุ้นทางเดินอาหารให้ทำงานขึ้น

9. ดร.แครนซ์ วิจัยพบว่าคลอโรฟิลล์บรรเทาอาการของโรคกระเพาะอาหารอักเสบได้ดี และจากรายงานของ ดร.ชามูลแอล ในคนไข้ที่เลือดออกในกระเพาะอาหาร 36 ราย ปรากฏว่าทุกรายมีอาการดีขึ้นและหายภายใน 12-22 วัน ฃ

10. ค.ศ.1980 มีรายงานในผู้ป่วยด้วยโรคตับอักเสบเรื้อรังจำนวน 34 ราย รักษาโดยการฉีดคลอโรฟิลล์เข้าเส้นเลือด ปรากฏว่าได้ผลดี 23 ราย

11. ดร.โยชิดา และคณะฯ พบว่าคลอโรฟิลล์บรรเทาอาการของโรคตับอ่อนอักเสบ และมีรายงานวิจัยอีกหลายคณะในประเทศญี่ปุ่น ในการใช้คลอโรฟิลล์รักษาโรคตับอ่อนอักเสบ

12. ดร.เบอร์กี้ พิมพ์หนังสือชื่อ “Chlorophyll as pharmaceutical” กล่าวถึง การใช้คลอโรฟิลล์ได้ผลดีในผู้ป่วย 112 ราย ที่ป่วยด้วยโรคความดันสูง และหลอดเลือดแข็งตัว

13. ดร.แอนเจโล ศึกษาในคนไข้ 50 ราย ที่ป่วยด้วยโรคความดันสูง พบว่าคลอโรฟิลล์ช่วยลดความดันได้ดี และอาการทั่วไปดีขึ้น

14. มีรายงานการวิจัยอีกมากมายที่ใช้คลอโรฟิลล์บริสุทธิ์ในการรักษาโรคลำไส้อักเสบและอื่นๆ

15. จากการทำวิจัยขององค์การอาหารและยาสหรัฐ กับผู้ป่วยแผลเปิดจำนวน 3,600 ราย พบว่าคลอโรฟิลล์ช่วยกระตุ้นให้มีการสร้างเซลล์ใหม่ให้เร็วขึ้น ทำให้แผลหายเร็วกว่าปกติ 25% ขึ้นไป และรอยแผลเป็นลดลงกว่า 50% หรือมากกว่า จากกรณีนี้จึงมีการวิจัยต่อเกี่ยวกับการรักษาอาการ เจ็บป่วยภายในร่างกาย อันเป็นสาเหตุของการเกิดกลิ่นอันไม่พึงประสงค์ขึ้น

พบว่าผู้ป่วยทั้ง 1,227 ราย กลิ่นภายในหายหมดหลังจากใช้คลอโรฟิลล์ผ่านไป 2 สัปดาห์ จึงให้การยอมรับว่าเป็นยาดับกลิ่นภายใน สามารถซื้อขายได้ตามร้านขายยาทั่วไป ตั้งแต่วันที่ 11 พฤษภาคม 1990 ตามเอกสารทะเบียนยาที่ 21 CFR Part 357 Deodorant Drug Products for Internal Use for Over-the Counter Human Use : Final Monograph ; Final Rule

ตลอดจนการใช้คลอโรฟิลล์ รักษาสุนัขที่ป่วยโรคผิวหนัง และกลิ่นตัวแรง นับเป็นจำนวนกว่าหมื่นตัว ในอดีตการแพทย์ได้ใช้คลอโรฟิลล์ชนิดที่ละลายในน้ำ (Water Soluble Chlorophyll) รักษาผู้ป่วย แต่การใช้ไม่เป็นที่แพร่หลายมากนัก เพราะต้นทุนการผลิตยังมีราคาแพงมาก แต่ในปัจจุบัน คลอโรฟิลล์บริสุทธิ์มีราคาถูกลง และใช้กันทั่วไปในกลุ่มแพทย์ธรรมชาติบำบัด...

สนใจผลิตภัณฑ์ สอบถามเพิ่มเติม ส่งข้อความ Inbox หรือ โทร : 0922637969

#Captain_Training_Course
#We_Are_The_Sun
#บ้านสมุนไพรชัยมงคล#วิถีธรรมาติบำบัด
#ขับล้างสารพิษสารเคมี
#ปรับสมดุลร่างกาย
#คลอโรฟิลล์บริสุทธิ์ 100%
#บริษัทบ้านสมุนไพรชัยมงคลจำกัด

บริษัท บ้านสมุนไพรชัยมงคล จำกัด ได้ดำเนินการเป็นธุรกิจเครือข่าย โดยท่านประธาน ชัยมงคล ศรีอุดม ได้นำเข้าผลิตภัณฑ์ คลอโรฟิลล์ บริสุทธิ์ 100% ในรูปผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร จาก บริษัท ดี ซูซ่า อินเตอร์เนชั่นแนล อินคอร์ปอเรชั่น เพียงรายเดียวของประเทศไทย และมี อ.ย รับรองถูกต้องจากสหรัฐอเมริกา เลขที่ 21-4-00449-1-0001

ประวัติ บริษัท ดี ซูซ่า อินเตอร์เนชั่นแนล อินคอร์ปอเรชั่น
ดี ซูซ่า อินเตอร์เนชั่นแนล ก่อตั้งขึ้นตั้งแต่ปี ค.ศ. 1938 โดยใช้ชื่อว่า ดี ซูซ่า ฟู๊ดคอมพานี ต่อมา ได้เปลี่ยนชื่อเป็น ดี ซูซ่า คอร์ปอเรชั่น และเป็น ดี ซูซ่า อินเตอร์เนชั่นแนล อินคอร์ปอเรชั่น ในที่สุด

เมื่อ ดี ซูซ่า ได้ขยายตลาดครอบคลุมหลายประเทศมากขึ้น โดยยึดมั่นในปรัชญาของบริษัทฯ ที่ว่า “มุ่งมั่นสรรค์สร้างสุขภาพดี” (COMMITMENT TO GOOD HEALTH) ซึ่งมิสเตอร์ พอล ดี ซูซ่า (PAUL DE SOUZA) ผู้ก่อตั้งได้ยึดถือเป็นหลักปฏิบัติตลอดมา

พอล ดี ซูซ่า (PAUL DE SOUZA) และ ดี ซูซ่า ฟู๊ด คอมพานี ถือได้ว่าเป็นผู้บุกเบิกรายแรกในธุรกิจ “อาหารเพื่อสุขภาพ” ซึ่งเจริญเติบโตมากมายในปัจจุบัน พอล ดี ซูซ่า เป็นชาวโปตุเกตโดยกำเนิด เกิดเมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม ค.ศ.1911 เป็นบุตรคนโตในจำนวน 17 คน ของเอ็มมานูเอล และ มาเรีย ดี ซูซ่า ซึ่งอพยพครอบครัวมาอยู่สหรัฐอเมริกาเมื่อเขาอายุได้เพียง 11 ปี ได้เดินทางออกจากรัฐแมสซาซูเซตเพื่อไปแสวงโชคด้วยตนเองเมื่ออายุ 17 ปี

พอล ดี ซูซ่า ได้ย้ายมาอยู่ที่รัฐแคลิฟอร์เนีย เมื่อปี ค.ศ.1938 พร้อมทั้งได้ก่อตั้งบริษัท ดี ซูซ่า ฟู๊ด คอมพานี เพื่อจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ “ปลอดสารพิษ” (ORGANIC FOOD) ขึ้นเป็นแห่งแรกของสหรัฐอเมริกา และหลังจากนั้นก็ได้ทุ่มเทศึกษาค้นคว้าและวิจัยเกี่ยวกับการเพาะปลูกพืชโดยปราศจากการใช้สารเคมี หรือที่เรียกว่า ORGANIC GARDENING ว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับสุขภาพและการบริโภคเพื่อป้องกันโรคภัยไข้เจ็บได้อย่างไร

หลังจากการค้นคว้าวิจัยอย่างมากมายก็พบว่า “พืชที่ดีต้องมาจากดินที่ดี” แต่ดินที่ถูกทำลายจากปุ๋ยเคมี ยาฆ่าแมลงและยาฆ่าวัชพืชต่างๆ ก็สามารถ “ปฏิพัฒนา” (REJUVENATE) ให้กลับมามีสภาพที่ดีได้ ซึ่งหลังจากที่เขาได้เข้าไปร่วมงานกับ “สมาคม” ต่างๆ ก็สามารถ “ปฏิพัฒนา” (REJUVENATE) ให้กลับมามีสภาพที่ดีได้ ซึ่งหลังจากที่เขาได้เข้าไปร่วมงานกับ “การเกษตรแห่งประเทศอังกฤษ” (ENGLISH SOCIETY OF AGRICULTURAL) ในส่วนของ “สมาคมดิน” (SOIL ASSOSIATION) ซึ่งได้หลักการมาจากคัมภีร์โบราณ ฮีบรู ของอิสราเอลซึ่งมีอายุกว่า 3,000 ปี เกี่ยวกับการฟื้นสภาพดิน เขาก็นำความรู้ทั้งหมดที่ได้กลับมาปฏิพัฒนาดินเพื่อการเกษตรกรรมของแคลิฟอร์เนีย

จนกระทั่งสามารถทำการเพาะปลูกพืชผักปลอดสารพิษในเชิงพาณิชย์ได้ และเป็นผู้ก่อตั้ง ORAGANIC GROWERERS และ GARDENINGCLUBSหรือ “สมาพันธ์ผู้เพาะปลูกพืชผักปลอดสารพิษ” ขึ้นเป็นแห่งแรกในสหรัฐอเมริกา ปัจจุบันสมาพันธ์ดังกล่าวยังคงดำเนินกิจการและเป็นที่ยอมรับอย่างกว้างขวางในสหรัฐอเมริกา โดยมีหน้าที่หลักในการออกหนังสือรับรองคุณภาพการเพาะปลูกสำหรับเกษตรที่ปลูกพืชผักปลอดสารพิษ ที่ผ่านการตรวจสอบแล้ว

พอล ดี ซู่ซ่า ได้เรียนรู้ถึงสาระสำคัญที่มีอยู่ในพืช คือ “คลอโรฟิลล์” ว่ามีประโยชน์เอนกอนันต์ต่อมวลมนุษยชาติทั้งหลาย “คลอโรฟิลล์” สามารถเปลี่ยนพลังงานธรรมชาติคือแสงอาทิตย์ และของเสียคือ ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ให้กลายเป็นคาร์โบไฮเดรต และก๊าซออกซิเจน ที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตของมนุษย์ สัตว์และพืช ถ้าปราศจาก “คลอโรฟิลล์” แล้วก็แทบจะเรียกได้ว่าจะไม่มีสิ่งมีชีวิตอื่นใดบนโลกนี้อีก

พอล ดี ซูซ่า มีความภูมิใจมากที่เป็นคนแรกที่สามารถสกัด “คลอโรฟิลล์” ออกมาใช้งานได้ในเชิงพาณิชย์ และเป็นคลอโรฟิลล์ชนิดละลายน้ำได้ (WATER SOLUBLE) และ ดี ซูซ่า ฟู๊ด คอร์ปอเรชั่น คือผู้ผลิตรายแรกที่ผลิต “คลอโรฟิลล์” ออกจำหน่ายให้แก่ผู้บริโภคไปตั้งแต่ ปี ค.ศ.1957 เป็นต้นมา “คลอโรฟิลล์” ของ ดี ซูซ่า ได้รับการยอมรับว่าเป็น “คลอโรฟิลล์” ที่บริสุทธิ์ที่สุดที่มีจำหน่ายในท้องตลาดในปัจจุบัน และเป็นเพียงบริษัทเดียวที่ได้รับหนังสือรับรองจากองค์การอาหารและยาของสหรัฐอเมริกา ในเงื่อนไขความบริสุทธิ์ของผลิตภัณฑ์
.
.
#อัลฟัลฟ่า (ALFALFA)

อัลฟัลฟ่าคือ จัดเป็นพืชจำพวกที่มีฝัก (Legumes) หรือพืชตระกูลถั่ว ใบเลี้ยงคู่ เป็นพืชยืนต้นมีอายุตั้งแต่ 4 ปี ถึง 8 ปี และในบางแห่งมีอายุถึง 20 ปี ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับสายพันธุ์และสภาพพื้นที่

และมีระบบรากที่มหัศจรรย์มาก ในบางพื้นที่ ระบบรากของอัลฟัลฟ่าสามารถชอนไชลงไปในดินถึงกว่า 130 ฟุต จึงทำให้สามารถหาอาหารได้มีประสิทธิภาพมากกว่าพืชชนิดอื่นๆ

อีกทั้งระบบการป้องกันตัวเอง หรือป้องกันสารพิษในเซลล์ของพืชอัลฟัลฟ่าก็ดีกว่าพืชชนิดต่างๆ

ชาวอาหรับโบราณ รู้จักใช้ประโยชน์จาก อัลฟัลฟ่ามาตั้งแต่ 2,000 ปี ก่อนคริสตกาล โดยใช้เป็นพืชเลี้ยงสัตว์และนำมาใช้เป็นสมุนไพรเพื่อเพิ่มความแข็งแรงให้กับร่างกาย จึงถูกขนานนามให้เป็น AL-FAS-FAH-SHA หรือ “ราชาแห่งอาหารทั้งมวล”

คลอโรฟิลล์จากอัลฟัลฟ่า

จากประวัติศาสตร์อันยาวนาน ธัญพืชและหญ้าเป็นอาหารหลัก และยาของสัตว์โลกนานาชนิด ในสังคมสมัยใหม่ สังคมที่เร่งรีบต้องแข่งกับเวลา จึงนิยมอาหารจานด่วน (Fast Food)

อาหารเหล่านี้ขาดพลังโภชนาการทางธรรมชาติ และก่อให้เกิดปัญหาต่อสุขภาพ สิ่งที่ขาดหายไปนี้ไม่อาจทดแทนได้ด้วยตัวยาใดๆ บัดนี้ถึงเวลาแล้ว อาหารที่เราบริโภคควรจะต้องกลับสู่ธรรมชาติ

พลังงานสีเขียวจากอัลฟัลฟ่า คือ คลอโรฟิลล์ที่ได้จากอัลฟัลฟ่าสด ที่เจริญเติบโตอย่างถูกต้องในระบบฟาร์มที่มาตรฐาน
ด้วยกระบวนการพิเศษ ที่สามารถถนอมคุณค่าทางโภชนาการทั้งมวล เช่น เกลือแร่ เอ็นไซม์ และแอนตี้อ๊อกซิแดนซ์ สารโภชนาการที่ได้นี้เป็นสารอาหารทางธรรมชาติ มีความสมบูรณ์และสมดุลต่อความต้องการของร่างกายอย่างน่ามหัศจรรย์

ในการวิจัยค้นคว้าหาพืชอาหารในฝันที่อุดมด้วยโภชนาการ ได้มีการวิเคราะห์พืชอาหารแทบทุกชนิดมากกว่า 6,000 ชนิด ซึ่งมีถั่ว ผัก หญ้า ทั้งในน้ำและบนพื้นดิน ตลอดจนพืชสมุนไพรต่างๆ ทั้งจากเมล็ด ใบ ต้น ของพืชเหล่านั้น ในที่สุดพบว่า พลังงานสีเขียว หรือ คลอโรฟิลล์ ที่ได้จาก อัลฟัลฟ่านั้นคือ “พืชอาหารในฝัน” เป็น "พืชมหัศจรรย์"

#คลอโรฟิลล์ (Chlorophyll)
คืออะไร...

คลอโรฟิลล์ คือสารประกอบที่ทำให้พืชมีสีเขียว และทำหน้าที่หลักในการสังเคราะห์แสง (PHOTOSYNTHESIS) โดยการเปลี่ยนพลังงานจากแสงอาทิตย์ ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ และแร่ธาตุต่างๆ จากดินให้กลายเป็นสารอาหารที่จำเป็นสำหรับการเจริญเติบโตของพืช รวมทั้งให้ก๊าซอ๊อกซิเจนที่สำคัญต่อการดำรงชีวิตของมนุษย์และสัตว์

คลอโรฟิลล์ธรรมชาติมีหลายชนิด บางชนิดสังเคราะห์แสงได้ในที่ที่มีแสงแดดเท่านั้น แต่บางชนิดสังเคราะห์แสงได้แม้ในที่ไม่มีแสง เช่น ในร่างกายของคน จึงมีการค้นคว้าเกี่ยวกับการทำงาน หรือปฏิกิริยาของคลอโรฟิลล์ต่อคน

พบว่าคลอโรฟิลล์ที่อยู่ในเซลล์ของพืช จะถูกปกป้องและปิดกั้นด้วยผนังหรือเยื่อหุ้มเซลล์อีกชั้นหนึ่ง ทำให้ระบบการย่อยอาหารปกติของร่างกายเราไม่สามารถบดย่อย เพื่อให้ได้สารคลอโรฟิลล์เพียงพอกับความต้องการของร่างกายเราได้ ถึงแม้ว่าเราจะบริโภคผักใบเขียวเป็นจำนวนมากในแต่ละวันก็ตาม อีกทั้งคลอโรฟิลล์โดยตัวของมันเองละลายน้ำไม่ได้ จะละลายได้ในไขมันหรือในแอลกอฮอล์บางชนิดเท่านั้น

แต่ด้วยเทคโนโลยีในปัจจุบัน เราสามารถสกัดเอาเฉพาะสารคลอโรฟิลล์ออกมาได้อย่างสมบูรณ์และบริสุทธิ์ โดยปราศจากการสูญเสียคุณค่าทางอาหารตามธรรมชาติ ร่างกายจึงสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้ทันทีอย่างเต็มที่ และเป็นคลอโรฟิลล์ชนิดละลายน้ำได้ จึงดูดซึมได้ทันทีในกระเพาะอาหาร

ในกรณีที่ร่างกายใช้ไม่หมดจะถูกขับทิ้งไปทางระบบขับถ่าย ไม่สะสมไว้ในร่างกาย

ต่างกับคลอโรฟิลล์ชนิดที่ละลายในไขมัน จะไม่ถูกดูดซึมที่กระเพาะอาหาร แต่จะย่อยและดูดซึมได้ในลำไส้เล็ก คลอโรฟิลล์ชนิดนี้เมื่อร่างกายใช้ไม่หมดจะถูกส่งไปสะสมไว้ที่ตับ (LIVER) ในระยะเวลาหนึ่ง ซึ่งอาจจะเกิดอันตรายต่อตับได้

องค์การอาหารและยาสหรัฐอเมริกา จึงให้การรับรองเฉพาะคลอโรฟิลล์ที่ละลายในน้ำได้ (WATER SOLUBLE CHLOROPHYLL) เท่านั้น ว่าปลอดภัยต่อการบริโภคของคน

ถึงแม้ว่าจะบริโภคในปริมาณมากต่อวัน ก็ไม่เกิดผลเสียต่อร่างกายแต่อย่างใด ผลข้างเคียงที่เกิดขึ้นมีเพียงแต่อาการท้องเสียอย่างเบาบางในบางกรณีเท่านั้น
.
.
#งานวิจัยเกี่ยวกับการใช้_คลอโรฟิลล์ทางการแพทย์กับผู้ป่วย

1. ดร.เรดพาธ และคณะฯ รายงายผลที่น่าพอใจในการใช้คอลโรฟิลล์รักษาผู้ป่วยจากโรคทางเดินหายใจ 1,000 ราย

2. มหาวิทยาลัยโลโยล่า ประเทศสหรัฐอเมริกา กลุ่มทันตแพทย์รักษาผู้ป่วยกว่า 1,700 ราย พบว่าคลอโรฟิลล์สามารถยับยั้งการเจริญเติบโตของแบคทีเรียในช่องปากได้

3. ดร.เคปฮาร์ รายงานผลการใช้คลอโรฟิลล์รักษาผู้ป่วยเป็นโรคโลหิตจาง พบว่าได้ผลดีในผู้ป่วยที่ไม่ขาดธาตุเหล็กและธาตุทองแดง

4. ทันตแพทย์ โกลด์เบิร์ก ใช้คลอโรฟิลล์รักษาผู้ป่วย 300 ราย ที่เหงือกเป็นหนอง เลือดออกตามไรฟัน และฟันโยก ปรากฏว่าได้ผลดีมาก

5.ในโรงพยาบาลทหาร ดร.โบเวอร์ส ใช้คลอโรฟิลล์ทาแผลปรากฏว่ากลิ่นเหม็นเน่าของแผลลดลง และอาการอักเสบดีขึ้นจนกระทั่งหายไป

6. ดร.มอร์แกน ใช้ขี้ผึ้งคลอโรฟิลล์รักษาแผลไฟไหม้ได้ผลดี

7. ดร.ฟอลล็อค ได้เปรียบเทียบในการรักษาแผลกดทับ (Bedsore) ด้วยยาหลายชนิดพบว่าคลอโรฟิลล์ได้ผลดีที่สุด

8. ดร.เบอร์กี้ รายงานว่าคลอโรฟิลล์ช่วยรักษาโรคโลหิตจางได้หลายชนิด ทำให้หัวใจทำงานมีประสิทธิภาพดีขึ้น ช่วยลดความดันสูง และกระตุ้นทางเดินอาหารให้ทำงานขึ้น

9. ดร.แครนซ์ วิจัยพบว่าคลอโรฟิลล์บรรเทาอาการของโรคกระเพาะอาหารอักเสบได้ดี และจากรายงานของ ดร.ชามูลแอล ในคนไข้ที่เลือดออกในกระเพาะอาหาร 36 ราย ปรากฏว่าทุกรายมีอาการดีขึ้นและหายภายใน 12-22 วัน ฃ

10. ค.ศ.1980 มีรายงานในผู้ป่วยด้วยโรคตับอักเสบเรื้อรังจำนวน 34 ราย รักษาโดยการฉีดคลอโรฟิลล์เข้าเส้นเลือด ปรากฏว่าได้ผลดี 23 ราย

11. ดร.โยชิดา และคณะฯ พบว่าคลอโรฟิลล์บรรเทาอาการของโรคตับอ่อนอักเสบ และมีรายงานวิจัยอีกหลายคณะในประเทศญี่ปุ่น ในการใช้คลอโรฟิลล์รักษาโรคตับอ่อนอักเสบ

12. ดร.เบอร์กี้ พิมพ์หนังสือชื่อ “Chlorophyll as pharmaceutical” กล่าวถึง การใช้คลอโรฟิลล์ได้ผลดีในผู้ป่วย 112 ราย ที่ป่วยด้วยโรคความดันสูง และหลอดเลือดแข็งตัว

13. ดร.แอนเจโล ศึกษาในคนไข้ 50 ราย ที่ป่วยด้วยโรคความดันสูง พบว่าคลอโรฟิลล์ช่วยลดความดันได้ดี และอาการทั่วไปดีขึ้น

14. มีรายงานการวิจัยอีกมากมายที่ใช้คลอโรฟิลล์บริสุทธิ์ในการรักษาโรคลำไส้อักเสบและอื่นๆ

15. จากการทำวิจัยขององค์การอาหารและยาสหรัฐ กับผู้ป่วยแผลเปิดจำนวน 3,600 ราย พบว่าคลอโรฟิลล์ช่วยกระตุ้นให้มีการสร้างเซลล์ใหม่ให้เร็วขึ้น ทำให้แผลหายเร็วกว่าปกติ 25% ขึ้นไป และรอยแผลเป็นลดลงกว่า 50% หรือมากกว่า จากกรณีนี้จึงมีการวิจัยต่อเกี่ยวกับการรักษาอาการ เจ็บป่วยภายในร่างกาย อันเป็นสาเหตุของการเกิดกลิ่นอันไม่พึงประสงค์ขึ้น

พบว่าผู้ป่วยทั้ง 1,227 ราย กลิ่นภายในหายหมดหลังจากใช้คลอโรฟิลล์ผ่านไป 2 สัปดาห์ จึงให้การยอมรับว่าเป็นยาดับกลิ่นภายใน สามารถซื้อขายได้ตามร้านขายยาทั่วไป ตั้งแต่วันที่ 11 พฤษภาคม 1990 ตามเอกสารทะเบียนยาที่ 21 CFR Part 357 Deodorant Drug Products for Internal Use for Over-the Counter Human Use : Final Monograph ; Final Rule

ตลอดจนการใช้คลอโรฟิลล์ รักษาสุนัขที่ป่วยโรคผิวหนัง และกลิ่นตัวแรง นับเป็นจำนวนกว่าหมื่นตัว ในอดีตการแพทย์ได้ใช้คลอโรฟิลล์ชนิดที่ละลายในน้ำ (Water Soluble Chlorophyll) รักษาผู้ป่วย แต่การใช้ไม่เป็นที่แพร่หลายมากนัก เพราะต้นทุนการผลิตยังมีราคาแพงมาก แต่ในปัจจุบัน คลอโรฟิลล์บริสุทธิ์มีราคาถูกลง และใช้กันทั่วไปในกลุ่มแพทย์ธรรมชาติบำบัด...

สนใจผลิตภัณฑ์ สอบถามเพิ่มเติม ส่งข้อความ Inbox หรือ โทร:0994249779

#Captain_Training_Course
#We_Are_The_Sun
#บ้านสมุนไพรชัยมงคล

วิดีโอทั้งหมด (แสดงผลทั้งหมด)

เบอร์โทรศัพท์

ที่อยู่

Photharam

เวลาทำการ

จันทร์ 08:00 - 22:00
อังคาร 08:00 - 22:00
พุธ 08:00 - 22:00
พฤหัสบดี 08:00 - 22:00
ศุกร์ 08:00 - 22:00
เสาร์ 08:00 - 22:00
อาทิตย์ 08:00 - 22:00
Photharam คลินิกอื่นๆ (แสดงผลทั้งหมด)
ดี แอนด์ เอ็น หนองโพ เซอร์วิส ดี แอนด์ เอ็น หนองโพ เซอร์วิส
หนองโพ โพธาราม
Photharam, 70120

บริการซ่อมรถยนต์ทุกชนิด ญี่ปุ่น-ยุโรป

รักษ์ดีเภสัช รักษ์ดีเภสัช
139 ถ.โชคชัย ต.โพธาราม อ.โพธาราม
Photharam, 70120

รักสุขภาพ ห่วงใยคุณ

สวนสมุนไพรโชติกสิกิจ สวนสมุนไพรโชติกสิกิจ
77/1 ม.6 ต. บ้านฆ้อง
Photharam, 70120

คลินิกสูตินรีเวชหมอถิรนัน อ คลินิกสูตินรีเวชหมอถิรนัน อ
38/7 ถ.โพธาราม-บ้านเลือก ต.โพธาราม อ.โพธาราม
Photharam, 70120

ฝากครรภ์ ทำคลอด อัลตร้าซาวด์ 4 มิติ โรคสตรี ตรวจภายใน ตรวจมะเร็งปากมดลูก

Soft_Seat Soft_Seat
Photharam, 70120

รับทำเบาะรถยนต์ พรมพื้นถ ทำเบาะนั่ง/นอนเพื่อสุขภาพ เต็นท์ผ้าใบ ซักผ้าเบาะ/พรมพื้น

โรงพยาบาลโพธาราม | Potharam Hospital โรงพยาบาลโพธาราม | Potharam Hospital
29 ถนนขนานทางรถไฟ
Photharam, 70120

โรงพยาบาลรัฐบาลประจำอำเภอโพธาราม จังหวัดราชบุรี

คลีนิคเด็กมหาสนุก คลีนิคเด็กมหาสนุก
เพชรเกษม
Photharam, 70120

เชิญรับคำปรึกษาเกี่ยวกับภูมิแพ้ในเด็กและโรคทั่วไป

โรงพยาบาลสัตว์ มหาวิทยาลัยเ โรงพยาบาลสัตว์ มหาวิทยาลัยเ
Nong Pho Veterinary Hospital (Kasetsart University)
Photharam, 70120

โรงพยาบาลเพื่อการเรียนการสอน และให้บริการด้านการรักษา สัตว์เลี้ยง สัตว์ใหญ่ และสัตว์พิเ